ภาคินมายังร้านอาหารที่พลอยลลินณ์จองไว้ให้ เขามองหาผู้หญิงตามที่เห็นในรูปก่อนจะยิ้มเมื่อพบว่าเธอมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีครับคุณแก้วใช่ไหมครับ ผมภาคินครับ” เขาทักทายพร้อมทั้งส่งดอกไม้ที่เตรียมมาให้กับหญิงสาว
“สวัสดีค่ะคุณภาคิน ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวลุกขึ้นและยกมือไหว้ทักทายอย่างสวยงามก่อนจะรับดอกไม้มาถือไว้
“นั่งเถอะครับ คุณแก้วมาถึงนานหรือครับ”
“แก้วมาถึงก่อนหน้านี้ 10 นาทีเองค่ะ”
“หิวไหมครับ ผมขอโทษที่มาช้าพอมีดีงานเร่งนิดหน่อยครับ”
“ยังไม่หิวเลยค่ะ ท่าทางงานคุณภาคินคงจะยุ่งนะคะ”
“ก็ยุ่งนิดหน่อยครับมีโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องดูแลอยู่หลายโปรเจกต์”
“คุณป้าบอกว่าช่วงนี้คุณภาคินทำงานหนักมาก”
“มันก็แล้วแต่ช่วงครับ ถ้าโครงการเริ่มเปิดก็จะเหนื่อยหน่อยแต่สักพักก็จะเข้าที่”
ภาคินหยุดคุยเมื่อเห็นว่าพนักงานกำลังเดินมารับออเดอร์
“คุณแก้วอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”
“ไม่ค่ะแก้วทานอะไรก็ได้”
“ที่นี่มีอาหารอะไรขึ้นชื่อบ้างครับ” เขาหันไปถามพนักงานเพราะปกติเวลามาทานกับพลอยลลินณ์หญิงสาวจะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้โดยเขาไม่ต้องสั่ง
“ที่ลูกค้านิยมสั่งกันก็มีแกงเผ็ดเป็ดย่าง ยำถั่วพู ต้มยำกุ้งแม่น้ำค่ะ ถ้าเป็นอาหารที่ไม่เผ็ดก็จะเป็นไข่เจียวปู ต้มจืดปลาหมึกยัดไส้แล้วก็กะหล่ำปลีทอดน้ำปลาค่ะ”
“คุณแก้วทานเผ็ดได้ไหมครับ"
“ได้ค่ะ แต่ขอแบบไม่เผ็ดมากนะคะ”
“ผมเอาทุกอย่างที่พูดมาเลยครับ แต่ขอแบบเผ็ดไม่มาก” ภาคินบอกกับพนักงาน
“ได้ค่ะ คุณลูกค้ารออาหารประมาณ 15 นาทีนะคะ”
“ได้ครับ”
ระหว่างนั่งรออาหารภาคินก็ชวนอัจจิมาคุยเพราะอยากจะทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ให้มากขึ้น
“คุณแก้วกลับมาเมืองไทยนานหรือยังครับ”
“กลับมาได้เดือนหนึ่งแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังจะเริ่มหางานทำค่ะ"
“ผมทราบมาว่าที่บ้านก็มีธุรกิจนี่ครับ ทำไมไม่ทำกับที่บ้าน”
“ใช่ค่ะที่บ้านแก้วมีธุรกิจ พี่ๆ ของแก้วก็เข้าไปทำที่นั่นกันทุกคน แต่แก้วอยากลองหาประสบการณ์จากที่อื่นบ้าง ไม่ทราบว่าที่บริษัทของคุณพอจะมีงานให้แก้วทำบ้างไหม”
“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับเดี๋ยวจะถามฝ่ายบุคคลให้”
“คุณเป็นถึงผู้บริหารและรับผิดชอบโปรเจกต์ใหญ่ๆ จะรับคนเข้าทำงานยังต้องถามฝ่ายบุคคลอีกเหรอคะ”
“เพราะผมเป็นผู้บริหารไงครับ จะทำอะไรก็ต้องโปร่งใสเดี๋ยวคนอื่นรู้จะว่าเอาได้”
“แก้วชอบความคิดของคุณจังค่ะ แล้วแบบนี้แก้วจะได้ไปทำงานกับคุณไหม คุณป้าบอกว่าคุณยังขาดผู้ช่วย แก้วอยากไปเป็นผู้ช่วยของคุณค่ะ”
อัจจิมาคุยเรื่องนี้กับมารดาของชายหนุ่มแล้ว ท่านอยากให้เธอมาทำงานเป็นผู้ช่วยของลูกชาย
“ผมมีผู้ช่วยอยู่แล้วนะครับ”
“คุณป้าบอกแล้วล่ะค่ะ ว่าคุณภาคินมีเลขาอยู่แล้ว แต่แก้วไม่ได้จะไปทำหน้าที่เลขานี่คะ แก้วจะไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของคุณคอยแบ่งเบาภาระของคุณ"
“ผมจะลองคิดดูนะครับ” ภาคินไม่เคยคิดถึงตำแหน่งนี้เพราะพลอยลลินณ์ก็ทำหน้าที่ตามที่อัจจิมาพูดได้ดีจนเขานึกไม่ออกว่าจะต้องให้เธอมาทำงานด้วยทำไม
“แก้วหวังว่าจะได้ยินคำตอบเร็วๆ นี้นะคะ” เธอยิ้มให้เขาอย่างมีความหวัง
อัจจิมาไม่ได้อยากทำงานเท่าไหร่ แต่เธอก็ขัดคำสั่งของมารดาไม่ได้ตอนนี้ธุรกิจส่งออกของที่บ้านกำลังมีปัญหาและที่บ้านของเธอก็อยากได้เม็ดเงินจากครอบครัวของภาคินเพื่อช่วยพยุงให้ธุรกิจได้ไปต่อ แต่ส่วนตัวเธอนั้นไม่ได้คิดอะไรกับชายหนุ่มเพราะตนเองมีคนรักอยู่แล้ว แต่ครอบครัวก็บอกให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับไปก่อน
“อาหารมาแล้วผมว่าเรารีบทานกันดีกว่านะครับ”
ภาคินนั่งทานอาหารและคุยเรื่องทั่วไปกับอัจจิมา แต่เขารู้สึกว่าเธอคนนี้จะจู่โจมเขามากจนเกินไป เขาเป็นนักล่าจึงไม่ค่อยชอบผู้หญิงลักษณะนี้เท่าไหร่แต่ก็ไม่อยากด่วนตัดสินใจจนเกินไปชายหนุ่มอยากให้โอกาสเธออีกสักนิด
เขานั่งทานอาหารกับอัจจิมาเสร็จแล้วก็พาเธอไปส่งที่บ้าน จากนั้นก็ขับรถกลับไปยังบ้านของตัวเอง ภาคินรู้ว่าถ้าหากคืนนี้ไม่กลับบ้านมารดาก็จะต้องโทรตามอย่างแน่นอน
“แม่นึกว่าเราจะกลับดึกเสียอีก พาหนูแก้วไปกินข้าวแล้วไม่ได้พาไปไหนต่อเลยเหรอ”
“แม่หมายถึงไปต่อที่ไหน”
“ก็พาไปฟังเพลงหรือดูหนังอะไรทำนองนั้น คินว่าหนูแก้วเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดีครับแม่”
“อธิบายความหมายของคำว่าดีให้แม่ฟังหน่อยสิลูก หนูแก้วน่ารักไหมนิสัยเป็นยังไงบ้าง เข้ากับลูกของแม่ได้ดีใช่ไหม”
“เราเพิ่งเจอกันไม่ถึงสองชั่วโมงนะครับแม่ ผมมองไม่ออกหรอกครับ”
“แต่แม่ว่าเธอเหมาะสมกับลูกดีนะ หน้าตาสวย เรียนจบถึงปริญญาโท ครอบครัวเขาก็เป็นผู้ดีและทำธุรกิจมานาน”
“ดูท่าแม่จะชอบเธอมากนะครับ”
“ผู้หญิงที่มีคุณสมบัติดีๆ แบบนี้หายากนะ ถ้าคินมัวช้าแม่กลัวว่าคนอื่นจะมาคว้าเอาไปเสียก่อน”
“เราเพิ่งเริ่มคุยกันผมยังไม่มองไกลขนาดนั้นหรอกครับแม่ ผมยังไม่รู้เลยว่านิสัยจะเข้ากันได้หรือเปล่า”
“ถ้าคินยังไม่รู้นิสัยหนูแก้วว่าจะเข้ากับคินได้ไหม คินก็นัดน้องมาทานข้าวด้วยบ่อยๆ สิ ส่วนเรื่องนางแบบอะไรนั่นแม่ว่าเลิกได้ก็เลิกนะ เธอกับลูกไม่เหมาะสมกันหรอก”
“ทำไมล่ะครับแม่ผมว่านก็สวยดีออก”
“เธอมีรูปสมบัติที่ดีแต่คุณสมบัติที่จะมาเป็นสะใภ้แม่มันไม่มีเลย” เพราะไม่ชอบวาริสาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอได้โอกาสคุณสายชลเลยยุให้ลูกชายเลิกกับเธอ
“สะใภ้แม่ต้องเป็นยังไงเหรอครับ” ภาคินไม่เคยถามมารดาอย่างจริงจังแบบนี้มาก่อน แต่ในเมื่อมารดาเปิดประเด็นมาแบบนี้เขาก็อยากจะรู้ขึ้นมาบ้าง
“สะใภ้แม่ก็ต้องเป็นคนน่ารัก เรียนจบสูงๆ ครอบครัวมีพื้นฐานที่ดี อยู่ในสังคมระดับเดียวกับเรา น่ารักอ่อนหวานไม่เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดเหมือนแม่นางแบบนั่น”
“ผู้หญิงแบบที่แม่พูดหายากนะครับ”
“หายากที่ไหนล่ะก็หนูแก้วนั่นไง เธอตรงใจแม่ทุกอย่าง”
“แม่จะไม่รอให้ผมศึกษานิสัยใจคอกับเธอหน่อยเหรอครับบางทีเราอาจจะเข้ากันไม่ได้”
“แม่ก็ไม่ได้จะบังคับให้คินแต่งงานกับหนูแก้วตอนนี้สักหน่อย ก็แค่อยากให้ลองเปิดใจและคบหากันดู น้องน่ารักขนาดนั้นแม่เชื่อว่าไม่นานคินจะต้องรักน้องได้ง่ายๆ”
“ผมจะลองดูครับ”
“หยุดยาวตั้งสี่วันไม่ว่าคินพาหนูแก้วไปเที่ยวดีกว่าไหม จะได้เรียนรู้กันได้เร็วขึ้น”
“ผมไม่ว่างครับแม่ เรื่องไปเที่ยวเอาไว้คราวหน้านะครับ”
“อย่าให้หนูแก้วต้องรอนานนะลูก ผู้หญิงสวยๆ การศึกษาดีชาติตระกูลดีแบบนั้นเดี๋ยวคนอื่นจะคว้าไปเสียก่อน” เธอย้ำกับลูกชายอีกครั้ง
“ครับแม่” ชายหนุ่มรับคำ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาไม่รู้ว่าตนเองจะเรียนรู้อัจจิมาได้นานแค่ไหน เพราะเท่าที่ได้คุยมาสองชั่วโมงเขาก็ยังไม่รู้สึกอะไรกับเลยสักนิด
เมื่อได้อาบน้ำแล้วภาคินก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง เขานั่งทำงานต่ออีกนิดเพราะอยากจะเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จก่อนหยุดยาวแต่ทำงานได้ไม่ถึง 10 นาทีเสียงโทรศัพท์ก็ดึงสมาธิเขาออกจากงานตรงหน้า“สวัสดีค่ะคุณภาคิน แก้วโทรมารบกวนหรือเปล่าคะ”“ไม่เลยครับคุณแก้วมีอะไรหรือเปล่า”“คือแค่จะโทรมาถามว่าคุณภาคินถึงบ้านปลอดภัยดีแล้วใช่ไหมคะ”“ผมถึงบ้านเรียบร้อยแล้วครับ”“คุณภาคินทำอะไรอยู่คะมีเวลาพอจะคุยกับแก้วได้ไหม”“แก้วเรียกผมว่าคินเฉยๆ ก็ได้นะครับ”“ถ้างั้นคุณภาคินก็ต้องเรียกแก้วว่าแกเฉยๆ เหมือนกันค่ะ จะได้ฟังดูสนิทสนมกันหน่อย”“ก็ได้ครับ ตกลงแล้วแก้วมีอะไรจะคุยกับผม”“คือแก้วลองมาคิดดูดีๆ แล้วแก้วว่าเรื่องไปทำงานกับคุณแก้วขอพักไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”“ทำไมล่ะครับ” เขาดีใจที่ได้ยินแต่ก็ถามตามมารยาท“พอดีเพื่อนแก้วชวนให้แก้วเปิดคาเฟ่ด้วยกันค่ะ แก้วก็เลยว่าอยากจะลองทำกับเพื่อนดูก่อนค่ะ”“ฟังดูน่าสนใจนะดีครับ”“ค่ะ แก้วอยากลองทำในสิ่งที่ชอบก่อน แก้วชอบทำขนมมากค่ะ ตอนที่เรียนอยู่ฝรั่งเศสแก้วก็ไปเรียนอยู่หลายคอร์ส พอเพื่อนชวนก็เลยอยากจะลองดูค่ะ เพื่อนแก้วเก่งเรื่องเครื่องดื่มส่วนแก้วถนัดทำขนม เราสองคนน่าจะช่ว
พลอยลลินณ์ตื่นนอนเช้ากว่าปกติเพราะวันนี้นัดกับภาคินว่าจะออกไปดูโครงการบ้านจัดสรรด้วยกัน จริงๆ แล้วเรื่องนี้ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องลงไปดูเองก็ได้ แต่เพราะรู้สึกแปลกที่คนโทรศัพท์มาบอกไม่ใช่หัวหน้าวิศวกรที่รับผิดชอบเรื่องนี้หญิงสาวรีบลงมายังร้านหน้าคอนโดมิเนียมสั่งกาแฟร้อนให้กับภาคินหนึ่งแก้วส่วนของตัวเองดื่มมาจากบนห้องเรียบร้อยแล้วเมื่อรถของภาคินมาจอดเธอก็รีบเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่งทันที“สวัสดีค่ะบอส กาแฟค่ะ”“ขอบใจนะมัดหมี่คุณนี่รู้ใจผมจริงๆ เลย” เขารับกาแฟไปดื่มพร้อมกับเอ่ยชม“บอสคะ ก่อนไปที่โครงการมัดหมี่ว่าเราไปที่บริษัทจำหน่ายวัสดุก่อสร้างก่อนดีไหมคะ”“ทำไมล่ะ”“มัดหมี่เห็นว่าข้อมูลของโครงการนี้กับโครงการที่เสร็จแล้วมันต่างกันมากจนน่าสงสัยค่ะ”“ก่อสร้างคนละปีมันก็ต้องต่างกันสิ ราคาวัสดุก็แพงขึ้นทุกปีนะ”“มัดหมี่ไม่ได้หมายถึงราคาวัสดุค่ะ แต่หมายถึงจำนวนวัสดุที่ใช้ต่างหากล่ะคะ บอสดูนี่นะคะ” หญิงสาวยื่นแทปแล็ตที่เธอทำข้อมูลเปรียบเทียบสองโครงการให้กับภาคินดู“ต่างกันจริงๆ ด้วย ที่คุณอยากไปที่บริษัทซัพพลายเออร์เพราะอยากรู้จำนวนที่แท้จริงใช่ไหม”“ใช่ค่ะ เราต้องรู้จำนวนของท
“ผมขอโทษนะมัดหมี่ คุณเจ็บมากไหม” ภาคินตกใจเพราะไม่ทันได้สังเกตว่าปลายอีกข้างหนึ่งของกระเบื้องมันแหลมมาก เขาจับมือหญิงสาวขึ้นมาแล้วล้วงไปยังกระเป๋ากางกางเอาผ้าเช็ดหน้ากดปลายนิ้วไว้“นิดเดียวเองบอสไม่น่าเอาผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลยนะคะ” เธอรู้สึกแปลกๆ อีกทั้งหัวใจก็เต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เมื่อเขายังจับมือไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งที่เคยใกล้ชิดกันมานานเกือบสามปีแต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นวันนี้มันต่างออกไป“ไม่เป็นไรหรอก ผมผิดด้วยที่ไม่ดูดี” เขาพูดพลางมองหน้าเลขาที่เหมือนเธอกำลังอายจึงได้แต่ก้มหน้ามองพื้นภาคินไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าที่ผ่านมาตัวเองมัวทำอะไรอยู่ถึงไม่เคยมองในมุมนี้มาก่อน เขามองแค่เธอเป็นเลขาที่ทำงานหนักข้างกันมาตลอดจนลืมคิดไปว่าเธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ทั้งสาว สวยและยังทำงานเก่งแบบนี้น่าจะเข้าเกณฑ์ที่มารดาตั้งไว้“เลือดน่าจะหยุดแล้วค่ะบอส”“ไหนดูสิ” เขาดึงผ้าเช็ดหน้าออกช้าๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือพอเห็นว่าปลายนิ้วเลือดหยุดไหลแล้วก็โล่งใจ“หยุดแล้วจริงๆ ค่ะบอส"“ผมว่าเปิดน้ำล้างแผลหน่อยดีไหม เดี๋ยวค่อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล”“บอสคะ แผลแค่นี้จะไปโรงพยาบาลทำไมคะ ให้หมอกับพยาบาลเขาดูแลคนที่เจ
ภาคินคิดไม่นานก็ตอบคำถามของเลขาสาวออกไป“ผู้หญิงทำงานเก่งฉลาดและไม่งี่เง่า คุณก็รู้นี่ว่าผมทำงานหนักมากและงานต้องมาก่อน จะให้ผมทำตัวติดกับเธอตลอดคงไปเป็นไปได้ยาก ผู้หญิงที่จะเข้ามาเธอก็ต้องเข้าใจข้อนี้ด้วย”“แต่มันหายากนะคะผู้หญิงที่จะเข้าใจ ใครๆ ก็ต้องอยากอยู่ใกล้คนที่ตัวเองรักทั้งนั้นแหละค่ะ”“คุณชอบให้แฟนอยู่ด้วยตลอดเหรอมัดหมี่”“ค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลานะคะ เพราะมัดหมี่ก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบเยอะเหมือนกันค่ะ คนที่จะเข้ามาต้องยอมรับได้ด้วยว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับมัดหมี่ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ความรักเพียงอย่างเดียว เขาคนนั้นต้องรับได้ด้วยว่ามัดหมี่มีหนี้สินที่ต้องจ่าย แต่มัดหมี่ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องมาช่วยใช้หนี้หรอกนะคะ ขอแค่เขาไม่รังเกียจและให้กำลังใจอยู่ข้างๆ แค่นี้พอแล้ว” พลอยลลินณ์พูดทุกอย่างออกมาจากความรู้สึกของตัวเองอย่างไม่มีปิดบัง“คุณพูดตรงดีนะ แล้วจะบอกคนที่เข้ามาตั้งแต่เริ่มจีบเลยไหมล่ะ”“ค่ะ บอกไว้ก่อนเลยจะได้ไม่เสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าเขารับได้ก็คุยต่อแต่ถ้ารับไม่ได้ก็ต่างคนต่างไป”“ผมชอบทัศนคติของคุณนะ แล้วตอนนี้คุณกับแฟนคุณเป็นยังไงล่ะ ได้กลับมาคุย
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่ภาคินจะค้างที่ญี่ปุ่น สองวันที่ผ่านมาเขาและวาริสาเที่ยวกันอย่างเต็มที่พอกลับมาถึงโรงแรมต่างก็เหนื่อยและหลับยาวจนถึงเช้า ชายหนุ่มอดแปลกใจตัวเองมาได้ที่เขานอนเตียงเดียวกับผู้หญิงที่เร่าร้อนอย่างวาริสาแต่กลับไม่มีความต้องการเรื่องบนเตียงเลย“ว่านยังไม่อยากกลับเลยค่ะ เราอยู่ต่ออีกนิดไม่เหรอคะ” หญิงสาวพิงศีรษะบนไหลกว้างสองมือกอดเอวอย่างประจบ “ผมต้องกลับไปทำงานนะว่าน เอาไว้หยุดครั้งหน้าเราค่อยมาเที่ยวกันอีกดีไหม” “สัญญานะคะว่าจะพาว่านมาอีก ว่านชอบที่นี่มากเลยค่ะ” “ถ้าคุณเด็กดีแบบนี้ผมก็จะมาบ่อยๆ” “ว่านจะเป็นเด็กดีของคุณคินค่ะ สองวันมานี้ว่านมีความสุขมาก ขอบคุณนะคะที่พาว่านมาเที่ยว” “ผมก็มีความสุขนะ” “ว่านรู้นะคะว่าว่านเอาแต่ใจคุณทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องพาว่านมาเที่ยวอีก แต่ว่านก็อยากให้เราได้อยู่ด้วยกันบ้าง เหนื่อยไหมคะ” “ไม่หรอก ผมว่าได้เที่ยวแบบนี้ก็สนุกดี” “คุณคินต้องกลับไปทำงานต่อให้ว่านนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” “นวดเป็นเหรอ” เขาถามอยากแปลกใจ“มันก็ไม่ได้ยากอะไรใช่ไหมคะ หันหลังมาสิคะว่านจะนวดให้” มือเล็กเริ่มนวดไปบนไหล่กว้างอย่างไม่แรงนักก่อนขยับกายเ
ภาคินลุกจากเตียงจากนั้นก็ห่มผ้าให้วาริสาก่อนที่ตัวเองจะปิดไฟบนหัวเตียงและเดินเข้าห้องน้ำก่อนจะกลับออกมานั่งข้างเตียง แสงไฟที่ออกมาจากห้องน้ำตัวกระทบกับอะไรบางอย่างและมันสะท้อนมาที่ตาของเขาพอดีชายหนุ่มเดินไปตามแสงนั้นก่อนจะเอาของที่กองทับอยู่ออกแล้วเขาก็เห็นว่ามีกล้องขนาดเล็กวางอยู่เขาจับขึ้นมาแล้วหาปุ่มปิดการทำงาน ก่อนจะดึงการ์ดความจำของเครื่องออกจากนั้นก็เดินออกมาจากห้องนอน ภาคินหยิบกล้องของตัวเองขึ้นมาดึงการ์ดความจำออกแล้วเอาตัวใหม่ที่ได้มาจากกล้องตัวเล็กที่ซ่อนอยู่ใส่เข้าไปแทนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อคิดว่าเธอกำลังเล่นไม่ซื่อ เพราะภาพที่เธอบันทึกไว้มันคือภาพที่เธอกับเขาร่วมรักกันอย่างดุเดือดบนเตียงนอน ความรู้สึกผิดเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงแค่ความเกลียดชังและความโกรธกับการกระทำของเธอภาคินอยากจะปลุกวาริสาขึ้นมาคุยให้รู้เรื่องแต่ก็ไม่อยากจะดูเป็นคนใจร้ายจนเกินไปเพราะเมื่อครู่เธอก็ใช้แรงไปค่อนข้างมาก ชายหนุ่มจึงเก็บของใช้ของตัวเองลงกระเป๋าเดินทางก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาและรอเวลาให้หญิงสาวตื่น“ที่รักขาทำไมมานอนตรงนี้ล่ะคะ ว่านตกใจหมดเลยที่ตื่นมาแล้วไม่เจอคุณ”“เช้าแล้วเหรอว
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นครั้งที่สามแล้วแต่พลอยลลินณ์ก็ยังไม่ยอมลุกจากที่นอน เพราะหยุดยาวที่ผ่านมาหญิงสาวตื่นสายติดๆ กันมาตลอด พอวันนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานก็เลยขี้เกียจมากกว่าทุกวัน จากที่เคยต้องลงไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสชั้นล่างของคอนโดวันละครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็เลือกที่จะนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มนาฬิกาปลุกดังอีกครั้งในเวลาเจ็ดโมงครึ่งพลอยลลินณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำและเตรียมตัวไปทำงาน หลายๆ คนอาจจะชอบที่มีวันหยุด แต่สำหรับเธอแล้วมันทำให้ความขี้เกียจเข้ามาแทนที่หญิงสาวนั่งรถไฟฟ้าเพียงสองสถานีก็ถึงบริษัทใหญ่ เธอกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 28 ซึ่งเป็นชั้นของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ วันนี้ก็เหมือนกับทุกวันที่เธอมาทำงานก่อนทุกคน หญิงสาวจัดของบนโต๊ะให้เรียบร้อยจากนั้นก็เดินไปหากาแฟที่มุมพักเบรก เพราะวันนี้พลอยลลินณ์รีบมากจึงไม่ได้ดื่มมาจากคอนโดหลังจากดื่มกาแฟและทานครัวซองต์ที่ซื้อมาจนอิ่มเธอก็กลับมาที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของเจ้านายแล้วพบว่าไฟในห้องทำงานของเขาเปิดอยู่ แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นแม่บ้านมาทำความสะอาดแล้วคงจะลืมปิดเธอเปิดคอมพิวเตอ
เหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้ภาคินโกรธอย่างหนักเขามองหน้าวาริสานัยน์ตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง“คินคะคุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“ก็ตั้งแต่คุณเอาน้ำส้มราดลงบนหัวมัดหมี่”“ว่านไม่ได้ตั้งใจนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ” วาริสารีบเข้าไปกอดแขนภาคินอย่างประจบ“ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็นนะ ขอโทษมัดหมี่แล้วกลับไปซะ”“แต่ว่านอยากคุยกับคุณ ขอเวลาว่านหน่อยนะคะ” หญิงสาวไม่สนใจจะขอโทษนพลอยลลินณ์เลยสักนิดเธอสนใจแค่ภาคินเท่านั้น“ผมว่าผมบอกคุณไปแล้วนะ ว่าระหว่างเรามันจบแล้ว” เขาพูดกับวาริสาอย่างไร้เยื่อใย“คุณจะไม่ทบทวนอีกครั้งเหรอคะ ขอโอกาสว่านสักนิด”“ผมว่าคุณรีบกลับไปดีกว่านะว่านก่อนที่ผมจะเรียกรปภ. มาจับคุณออกไป ส่วนคุณอย่าเพิ่งออกไปไหนนะมัดหมี่” เขาหันมาทางพลอยลลินณ์ที่กำลังจะเดินออกไป“มัดหมี่ว่าบอสกับคุณว่านค่อยๆ คุยกันดีกว่านะคะ มัดมี่เป็นคนนอกขอออกไปก่อนดีกว่า”“มัดหมี่” เขาหันมามองและเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่ดังขึ้นทำให้พลอยลลินณ์เดินกลับมานั่งที่ชุดโซฟารับแขกเพราะไม่อยากเห็นเจ้านายโมโหมากไปกว่านี้“ว่านเห็นด้วยกับมัดหมี่นะคะ ให้เธอออกไปก่อนเราสองคนจะได้คุยกัน”“ผมว่าผมชัดเจนแล้วนะว่าน คุณกลับ
งานแต่งงานของพลอยลลินณ์และภาคินผ่านไปได้ด้วยดีตอนนี้หญิงสาวย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของภาคินเนื่องจากเรือนหอยังสร้างไม่เสร็จ แต่พลอยลลินณ์ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรเลยเพราะบิดามารดาของเขาก็ดีกับเธอทุกอย่างเธอคิดเคยว่าการแต่งงานกับเขามันคือการแต่งงานเพื่อขัดดอกแต่พอถึงเวลาจริงๆ แล้วมันกลับเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนภาคินบอกให้หญิงสาวอย่าคิดมากเรื่องที่เธอเป็นหนี้เขาเพราะชายหนุ่มตั้งใจแล้วว่าจะให้พลอยลลินณ์ขัดดอกไปจนกว่าจะไม่มีลมหายใจ“ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้มัดหมี่ขัดดอกหมดเลยเหรอคะพี่คิน” สรรพนามที่หญิงสาวใช้เรียกชายหนุ่มเปลี่ยนไปหลังจากแต่งงานเพราะขอร้องแหละเธอก็รู้สึกว่าการเรียกแบบนี้มันดูเป็นครอบครัวมากกว่าเรียกว่าบอสอย่างเคย“ไม่มีทางหรอกยังไงมัดหมี่ก็ต้องอยู่กับพี่แบบนี้ไปตลอด”“แล้วถ้าสมมุติว่าวันหนึ่งมัดหมี่ถูกล็อตเตอร์รี่แล้วเอาเงินมาใช้หนี้พี่คินได้หมดล่ะคะ”“เงินที่เอามาใช้กับเงินที่เอาไปมันคนละส่วนกัน”“พี่คินขี้โกงแบบนี้มัดหมี่ฟ้องเอาได้นะคะ”“จะไปฟ้องที่ไหนล่ะ เราเป็นสามีภรรยากันแบบนี้พี่ว่าศาลก็ต้องยกฟ้อง”“แบบนี้มัดหมี่คงต้องขัดดอกไ
เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วภาคินและพลอยลลินณ์ก็ไปหาซื้อของใช้ที่จำเป็นและเสื้อผ้าอีกคนละนิดหน่อยจากนั้นก็เข้าพักที่วิลลาที่แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะพากันออกไปไหว้พระและนั่งชมวิวทะเลระหว่างทานอาหารที่ร้านริมทะเล “มัดหมี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมถึงเงียบไป” “เปล่าค่ะ มัดหมี่แค่คิดอะไรเพลินๆ” “ยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอีกเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ มัดหมี่แค่กำลังคิดว่าเรามากินข้าวร้านนี้หลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยได้นั่งมองทะเลแบบนี้เลย” “นั่นสินะ แต่ก่อนเราสองคนแต่ทำงานจนลืมมองสิ่งรอบตัวว่ามันสวยงามมากแค่ไหน แล้วมัดหมี่ชอบที่นี่ไหม” “ชอบค่ะ” พลอยลลินณ์ชอบทะเลมากแต่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้นั่งมองแบบนี้บ่อยนัก “เราไปเที่ยวมัลดีฟส์กันดีไหม” “มัดหมี่ก็อยากไปนะคะ แต่ตอนนี้ตารางงานของบอสแน่นมากจนถึงวันแต่งงานเลยค่ะ” “เราไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์กันไหมส่วนญี่ปุ่นก็ค่อยไปช่วงที่หิมะตก” เดิมทีทั้งสองคนวางแผนกันเอาไว้แล้วว่าจะไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่นแต่พอเขารู้ว่าพลอยลลินณ์ชอบทะเลก็เลยลองถามเธอดูเผื่อว่าหญิงสาวจะเปลี
ภาคินขับรถไปส่งเพื่อนที่ผับแห่งหนึ่งจากนั้นเขารีบมาที่โรงพยาบาลซึ่งตอนนี้พลอยลลินณ์ยังนอนหลับอยู่บนเตียง “ขอบคุณมากครับคุณพยาบาล” ภาคินกล่าวขอบคุณพยาบาลที่อยู่เป็นเพื่อนพลอยลลินณ์ขณะที่เขาออกไปจัดการกับคนที่ทำร้ายเธอ “ไม่เป็นไรค่ะเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวฉันจะออกไปรอข้างนอกถ้าคนไข้ตื่นหรือคุณต้องการความช่วยเหลือก็กดปุ่มฉุกเฉินตรงนี้นะคะ”“ได้ครับขอบคุณครับ”เมื่อพยาบาลเดินออกจากห้องไปแล้วภาคินก็ขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ พลอยลลินณ์“มัดหมี่ผมขอโทษนะ ถ้าวันนี้ผมอยู่กับคุณเรื่องก็คงไม่เกิด”เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณสุวิจักขณ์ร่วมมือกับวาริสาแล้ววางแผนทำร้ายพลอยลลินณ์แบบนี้ แต่ก็นับว่าโชคดีที่ที่เขาตามมาช่วยได้ทันภาคินรู้ดีว่าสาเหตุมันน่าจะมาจากที่เขาและพลอยลลินณ์จับได้ว่าคุณสุวิจักขณ์ลักลอบเปลี่ยนสเปกสินค้าและต้องหาเงินมาชดใช้บริษัทหลายล้าน แต่ภาคินไม่คิดเลยว่าวาริสาจะร่วมมือกับเขาด้วยชายหนุ่มจับมือหญิงสาวแน่นและสัญญากับตัวเองว่าจากนี้จะไม่ยอมปล่อยให้พลอยลลินณ์คลาดสายตาอีกเป็นอันขาด เขารู้แล้วว่าตัวเองรักผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน รักจนยอมแลกได้ทุกอย่า
ขับรถมาได้สักระยะภาคินก็ได้รับสายจากตำรวจท้องที่ซึ่งแจ้งว่าตอนนี้พวกเขามารออยู่บ้านพักของคุณสุวิจักขณ์แล้วแต่รถตู้สีดำที่ชายหนุ่มแจ้งยังมาไม่ถึงเมื่อได้ยินแบบนั้นภาคินก็อุ่นใจขึ้นแต่เขาก็ยังรีบร้อนที่จะไปที่นั่นอยู่ดี ระยะเวลาชั่วโมงกว่าบนรถเป็นช่วงเวลาที่อึดอัดและทรมานใจเป็นอย่างมากภาคินไม่รู้เลยว่าพลอยลลินณ์จะเป็นยังไงบ้างและคนร้ายจะพาเธอไปยังบ้านพักที่ตามตนเองคิดไว้หรือเปล่าแต่เท่าที่เคยรู้มาคุณสุวิจักขณ์มีบ้านพักอยู่ที่หัวหินเพียงแค่หลังเดียวเท่านั้นเมื่อไปถึงบ้านพักของคุณสุวิจักขณ์ภาคินก็ต้องแปลกใจเพราะรถของคนร้ายน่าจะมาถึงที่นี่แล้วแต่ทั้งบ้านกับว่างเปล่ามีเพียงรถของตำรวจที่จอดซุ่มอยู่ไกลๆ เท่านั้น“คุณภาคินใช่ไหมครับ” ตำรวจรายหนึ่งเดินมาถามเมื่อเห็นเขาจอดรถลงที่หน้าบ้าน“ใช่ครับคุณตำรวจ นี่พวกมันยังมาไม่ถึงอีกเหรอ”“ผมว่าไม่น่าจะใช่ที่นี่แล้วนะ คุณลองดูพิกัดในมือถืออีกทีสิ”ภาคินรีบร้อนและคิดว่าจะต้องเป็นบ้านหลังนี้เขาจึงลืมเรื่องพิกัดมือถือไปจนสนิท และตอนนี้พิกัดหายไปแล้วแต่จุดสุดท้ายที่จับสัญญาณได้ก็ไม่ห่างจากที่นี่เท่าไหร่“สัญญาณหายไปแล้วหรือพวกมันจะรู้แล้วว่าพ
“แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดีล่ะปราง” น้ำฝนถามหลังจากที่ได้ฟังมะปรางเล่าเรื่องของพลอยลลินณ์“นั่นสิฝน นิวว่าเราไปขอดูกล้องจากร้านดีไหม”“หรือเราจะแจ้งตำรวจ” เพื่อนอีกคนก็เสนอขึ้น“ปรางสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงก่อนดี”“แต่เราว่าต้องบอกแฟนของมัดหมี่ก่อนดีไหม มีใครในนี้ติดต่อแฟนของมันมีบ้างได้ไหมเราต้องบอกเขาให้รู้เรื่อง”“เดี๋ยวปรางจะไปขอดูกล้องวงจรปิดนะ คนที่เหลือลองหาทางติดต่อคุณภาคินดูนะ เขาเป็นคนมีชื่อเสียงแบบนั้นน่าจะติดต่อได้ไม่ยาก”“เดี๋ยวนิวจะลองถามเพื่อนคนหนึ่งที่ทำงานเป็นเลขาผู้บริหารดูเผื่อเขาจะมีคอนแทคของคุณภาคินบ้างมะปรางรีบไปดูกล้องวงจรปิดเถอะ” นิวรีบบอกจากนั้นตัวเองก็พยายามติดต่อกับเพื่อนอีกคนที่ทำงานเป็นเลขาเหมือนกับพลอยลลินณ์มะปรางกับน้ำฝนไปขอทางร้านดูกล้องวงจรแต่โดยให้เหตุผลที่ว่าเพื่อนของเธอถูกจับตัวไป ทางร้านก็รีบอำนวยความสะดวกเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้วทางร้านจะมีความผิดไปด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นชัดว่าพลอยลลินณ์เดินไปกับวาริสาและเธอก็ขึ้นไปบนรถตู้จากนั้นวาริสาก็ปิดประตูรถก่อนที่รถจะถูกขับออกไปจากบริเวณลานจอดรถ มะปรางถ่ายรูปทะเบียนรถพร้อมทั้งข
ภาคินและพลอยลลินณ์กลับมาถึงเมืองไทยได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ทั้งสองคนยังทำตัวเป็นเจ้านายและลูกน้องที่ดีเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นแต่พอได้อยู่กันตามลำพังแล้วภาคินก็จะกลายร่างเป็นผู้ชายอบอุ่นขณะที่พลอยลลินณ์ก็จะกลายเป็นคนช่างอ้อน “อีกตั้งสองเดือนเลยนะมัดหมี่ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ผมว่าเราไม่ต้องรอฤกษ์ดีไหม” ภาคินบ่นหลังจากที่มารดาของเขาเป็นคนไปหาฤกษ์แต่งงานมาให้ “มัดหมี่ว่าเร็วไปด้วยซ้ำนะคะ เรายังไม่รู้จักกันดีเลย” “เรารู้จักกันมาสามปีกว่าแล้วนะมัดหมี่ ผมว่าเวลามันนานมาก” “บอสจะนับตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันไม่ได้นะคะ เราต้องนับวันที่เราตกลงคบกันสิคะถึงจะถูก” “ก็ผมจะนับแบบนี้” “เฮ้อ...มัดหมี่อยากให้ลูกน้องในบริษัทเห็นบอสเวลาที่งอแงเป็นเด็กแบบนี้จัง” “อยู่ต่อหน้าลูกน้องผมต้องวางมาดกันหน่อยสิ แต่เวลาอยู่กับมัดหมี่ผมเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด” ภาคินพูดขณะที่กอดเธอไว้อย่างหลวมๆ แล้วเกยปลายคงบนไหล่มน “แล้วจะกอดแบบนี้อีกนานไหมคะ” “ก็กอดจนกว่าจะหมดเวลาพัก” ตั้งแต่ประกาศเรื่องแต่งงานออกไปเวลาทานอาหารกลางวันพล
วันนี้พลอยลลินณ์ไม่ได้วางแผนไปเที่ยวที่ไหนเธอจึงยังซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเจ้านายหนุ่มผู้ที่มอบความสุขให้กับเธอนับครั้งไม่ถ้วน จะว่าไปแล้วเมื่อคืนทุกอย่างมันเกิดจากการดื่มแชมเปญเข้าไปมากเกินลิมิตหญิงสาวเลยคุมสติของตัวเองแทบไม่อยู่ แต่ก็พอรับรู้ว่าตนเองเร่าร้อนมากแค่ไหน คิดแล้วพลอยลลินณ์ก็รู้สึกอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนไม่รู้ว่าวันนี้จะกล้ามองหน้าภาคินหรือเปล่าเมื่อคนที่นอนอยู่เริ่มดิ้นภาคินก็ลืมตาขึ้น เขามองหัวไหล่และแผ่นหลังขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยแดงแล้วก็รู้สึกผิด เมื่อคืนเขารุนแรงกับเธอมากกว่าทุกครั้ง แต่นั่นก็เพราะเธอเองก็เร่าร้อนกว่าทุกครั้งเช่นกัน“อรุณสวัสดิ์มัดหมี่” คำทักทายแสนเชยทำให้คนที่เพิ่งจะตื่นเงยหน้าขึ้นมอง“อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส กี่โมงแล้วคะ” พลอยลลินณ์ขยับตัวช้าๆ เพราะรู้สึกว่าร่างกายปวดร้าวไปหมด“เกือบเที่ยงแล้วล่ะ หิวหรือยัง”“ยังไม่หิวค่ะ บอสล่ะคะ หิวหรือยังเที่ยงนี้จะกินอะไรเดี๋ยวมัดหมี่สั่งให้“เลิกดูแลผมได้แล้วนะมัดหมี่”“ทำไมคะ” พลอยลลินณ์มองหน้าเขาอย่างสงสัยก่อนจะขยับตัวลุกนั่งพิงหัวเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงคอทำให้ภาคินลุกมานั่งด้วยอีกคน“อย่ามองแบบนั้นสิ ที
พลอยลลินณ์ยังคงหอบเหนื่อยไม่หาย ความสุขที่ได้รับการเติมเต็มมันช่างอิ่มเอมและมีความสุขและเมื่อคิดว่าจากนี่เขาและเธอจะได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องความสุขนั้นมันก็เพิ่มมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวภาคินมองใบหน้าแดงระเรื่อของพลอยลลินณ์แล้วก็รู้สึกหลงใหล แม้จะเห็นว่าเธอหอบเหนื่อยแต่เขาก็ไม่อาจให้หญิงสาวได้หยุดพักได้นาน เพราะตอนนี้โพรงอ่อนนุ่มของเธอกำลังบีบรัดความเป็นชายของเขาอย่างรุนแรง ช่องทางรักของพลอยลลินณ์ทำให้ภาคินแทบคลั่ง ชายหนุ่มรีบถอนแก่นกายออกก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกจากนั้นก็จับร่างเธอให้พลิกหันหน้าเข้าหาโซฟาในท่าคุกเข่าสะโพกกลมกลึงลอยเด่นอย่างยั่วยวน พลอยลลินณ์จับพนักโซฟาแน่นในขณะที่เขากำลังลากไล้ความแข็งร้อนขึ้นลงกลางกลีบอย่างปลุกเร้า “พร้อมนะคนเก่ง” เสียงแหบพร่าก้มลงมากระซิบข้างหู มือใหญ่ดึงเธอเข้ามาชิดจนแผ่นหลังขาวเนียนแนบกับอกแกร่ง ความร้อนจากกายของเขากระตุ้นให้เธอขยับสะโพกเข้าหาอย่างเชื้อเชิญ หญิงสาวลืมสิ้นความอายรู้แค่ร่างกายกำลังรอให้เขาเข้ามาเติมเต็ม “อ๊ะ! ….” พลอยลลินณ์รู้สึกจุกแน่นเพราะเขากระแทกความใหญ่โตเข้ามาทีเดียวลึกสุดควา
ภาคินประคองพลอยลลินณ์มาบนห้องและกำลังจะพาเธอเดินไปยังห้องนอน แต่หญิงสาวกลับยืนนิ่งไปขยับไปไหน ตาคู่สวยฉ่ำปรือเพราะพิษแอลกอฮอล์ที่อยู่ในกายกำลังแล่นพล่าน“ขอบคุณนะคะบอสวันนี้มัดหมี่มีความสุขที่สุด” หญิงสาวสวมกอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวท่อนแขนเรียวคล้องไปบนลำคอแกร่ง ก่อนยืดตัวขึ้นมาจูบเขาแทนการของคุณสำหรับวันที่แสนพิเศษริมฝีปากเล็กแทะเล็มลงบนริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างยั่วยวน ภาคินจับท้ายทอยของเธอไว้แน่นก่อนจะขยี้จูบไปบนริมฝีปากสวยอย่างหนักหน่วง ลิ้นสอดแทรกเขาโพรงปากเล็กกลิ่นแชมเปญที่คละคลุ้งส่งให้อารมณ์ของทั้งสองพุ่งขึ้นได้อย่างง่ายดายฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บวกกับความต้องการในส่วนลึกทำให้หญิงสาวร้อนแรงขึ้น เธอขยับร่างบดเบียดเขาหาร่างแข็งแกร่งอย่างลุ่มหลงภาคินนวดคลึงสะโพกกลมกลึงปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวขณะที่ปากยังคงจูบบดเบียดไม่ยอมห่าง มือที่คล้องอยู่บนลำคอเปลี่ยนมาลูบไปตามกล้ามหน้าท้อง แล้วเลื้อยต่ำลงไปยังเป้ากางเกงที่ตอนนี้มันตุงทนแทบจะปริ“เมาแล้วยั่วเก่งนะมัดหมี่”“ยั่วที่ไหนกัน”“ก็เห็นอยู่ว่ายั่ว”“ไม่ชอบเหรอคะ” เธอถามพลางเบียดกายเข้าหาจนไม่มีช่องว่าง“ชอบมากต่างหาล่ะ แต่คุณต้องทำแบบนี้กับ