พลอยลลินณ์ตื่นนอนเช้ากว่าปกติเพราะวันนี้นัดกับภาคินว่าจะออกไปดูโครงการบ้านจัดสรรด้วยกัน จริงๆ แล้วเรื่องนี้ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องลงไปดูเองก็ได้ แต่เพราะรู้สึกแปลกที่คนโทรศัพท์มาบอกไม่ใช่หัวหน้าวิศวกรที่รับผิดชอบเรื่องนี้
หญิงสาวรีบลงมายังร้านหน้าคอนโดมิเนียมสั่งกาแฟร้อนให้กับภาคินหนึ่งแก้วส่วนของตัวเองดื่มมาจากบนห้องเรียบร้อยแล้ว
เมื่อรถของภาคินมาจอดเธอก็รีบเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่งทันที
“สวัสดีค่ะบอส กาแฟค่ะ”
“ขอบใจนะมัดหมี่คุณนี่รู้ใจผมจริงๆ เลย” เขารับกาแฟไปดื่มพร้อมกับเอ่ยชม
“บอสคะ ก่อนไปที่โครงการมัดหมี่ว่าเราไปที่บริษัทจำหน่ายวัสดุก่อสร้างก่อนดีไหมคะ”
“ทำไมล่ะ”
“มัดหมี่เห็นว่าข้อมูลของโครงการนี้กับโครงการที่เสร็จแล้วมันต่างกันมากจนน่าสงสัยค่ะ”
“ก่อสร้างคนละปีมันก็ต้องต่างกันสิ ราคาวัสดุก็แพงขึ้นทุกปีนะ”
“มัดหมี่ไม่ได้หมายถึงราคาวัสดุค่ะ แต่หมายถึงจำนวนวัสดุที่ใช้ต่างหากล่ะคะ บอสดูนี่นะคะ” หญิงสาวยื่นแทปแล็ตที่เธอทำข้อมูลเปรียบเทียบสองโครงการให้กับภาคินดู
“ต่างกันจริงๆ ด้วย ที่คุณอยากไปที่บริษัทซัพพลายเออร์เพราะอยากรู้จำนวนที่แท้จริงใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ เราต้องรู้จำนวนของที่เขาส่งให้เราจริงๆ ว่ามันตรงกับที่เรารับไว้หรือเปล่า”
“ส่วนต่างแต่ละอย่างมันไม่มากเลยนะ แต่ถ้ารวมทุกอย่างก็หลายล้าน ผมไม่รู้ว่าที่กระเบื้องแตกออกนั้นเป็นเพราะมีคนเปลี่ยนสเปกกระเบื่องหรือเปล่า”
“นั่นสิคะ”
“คุณโทรบอกฝั่งนู้นหรือยังว่าเราจะเข้าไป”
“เมื่อกี้ระหว่างรอบอสมารับมัดหมี่ประสานงานไปแล้วค่ะ เขาไม่ยอมส่งทางเมล เขาอยากเจอบอส”
“ได้สิไม่มีปัญหาบริษัทอยู่ตรงไหนนะ ผมจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ คุณกด GPS ให้ผมหน่อย”
พลอยลลินณ์กด GPS เพื่อไปยังบริษัทซัพพายเออร์ใช้เวลาฝ่ารถติดเกือบหนึ่งชั่วโมงจึงจะมาถึง
“เชิญทางนี้ค่ะคุณภาคิน” พนักงานต้อนรับของบริษัทคู่ค้ายืนรออยู่ก่อนแล้ว พอชายหนุ่มขึ้นไปถึงด้านบนก็ได้เจอกับคุณอลงกรณ์เจ้าของบริษัทที่รอต้อนรับด้วยตัวเอง
“สวัสดีครับคุณกรณ์ไม่เจอกันนานเลยสบายดีนะครับ”
“ผมสบายดีคุณล่ะ ช่วงนี้งานเยอะเลย ผมเองก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย”
“ก็เราคู่ค้ากันนี่ครับ ว่าแต่ผมมารบกวนคุณหรือเปล่า”
“ไม่หรอกครับ ผมดีใจด้วยซ้ำที่ได้เจอคุณสักที”
“คุณกรณ์พูดเหมือนอยากเจอผมเลยนะครับ”
“ครับ ผมเคยติดต่อคุณไปเรื่องสินค้าที่สั่งแต่เลขาของคุณบอกว่าคุณรู้เรื่องแล้วละให้จัดการตามนั้นได้เลย”
“ขอโทษนะคะ ฉันขอถามหน่อยว่าทางคุณติดต่อกับเลขาที่ชื่ออะไรคะ” พลอยลลินณ์ถามขึ้นเพราะจำได้ว่าตัวเองไม่เคยได้รับการติดต่อจากบริษัทนี้เลยสักครั้ง
“นิติดต่อกับคุณพรนภาค่ะ”
“ผมเกรงว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิดนะครับ เลขาของผมชื่อพลอยลลินณ์คนที่ผมพามาด้วย แต่คนที่คุณพูดถึงเป็นเลขาของคุณสุวิจักขณ์”
“แต่นิบอกประชาสัมพันธ์ให้ต่อสายไปที่หน้าห้องคุณภาคินนะคะ”
“ผมพอจะเดาออกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้ายังไงผมรบกวนขอรายละเอียดสินค้าที่คุณส่งให้เราทั้งหมดได้ไหมครับ”
“ขอโทษนะครับคุณภาคิน ทางเราไม่รอบคอบเลยทำให้คุณเกิดความเสียหาย”
“คุณไม่ผิดหรอก ผมว่าคนของผมมากกว่าที่ผิด”
“แล้วคุณจะเอายังไงต่อ จะให้ผมเป็นพยานก็ได้นะครับ”
“ผมคงต้องขอข้อมูลไปเป็นหลักฐานก่อนจากนั้นก็หาพยานบุคคลอีกที เรื่องนี้คงไม่ยากเท่าไหร่เพราะถ้าถึงตาจนแล้วคนที่อยู่ด้านล่างสุดของห่วงโซ่นี้ก็จะต้องรับแสดงตัวเพราะกลัวความผิด”
“ผมขอให้คุณจัดการปัญหาภายในได้นะครับ”
“ขอบคุณครับ”
“ผมขอถามหน่อยเถอะคุณภาคิน ว่าคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“บ้านในโครงการมีปัญหานิดหน่อย ผมเลยให้เลขารวบรวมข้อมูลพวกวัสดุอุกรณ์ที่ใช้แล้วเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติ”
“เลขาคุณช่างสังเกตจริงๆ” คุณอลงกรณ์เอ่ยชมอย่างจริงใจ
“ขอบคุณค่ะ” พลอยลลินณ์ยกมือไว้
“คุณกรณ์เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับนะครับ ผมไม่อยากให้คนอื่นรู้ไม่ว่าจะบริษัทคุณหรือบริษัทผม”
“ได้สิครับไม่มีปัญหา
“ผมขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูล วันนี้ผมขอตัวก่อน”
“ถ้าอยากให้ผมช่วยอะไรก็ติดต่อมาได้ตลอดนะครับ”
ภาคินออกจากบริษัทของคุณอลงกรณ์ก็ตรงไปยังโครงการหมู่บ้านจัดสรรทันที หัวหน้าวิศวกรตกใจอย่างมากที่จู่ๆ ผู้บริหารระดับสูงก็เดินทางมาเยี่ยมชมโคงการโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า”
“สวัสดีครับคุณภาคิน จะมาชมโครงการก็น่าจะติดต่อมาก่อนผมจะได้เตรียมต้อนรับ”
“ไม่ต้องทำให้ยุ่งยากหรอกครับ ผมแค่บังเอิญผ่านมาเท่านั้นเอง”
“เชิญนั่งด้านในก่อนครับ”
“ผมว่าจะเดินดูรอบสักหน่อย ดูเหมือนว่าจะสร้างเกือบเสร็จแล้วนะครับ”
“เหลืออีกไม่ถึง 20 % ก็จะส่งมอบให้ลูกค้าได้ทั้งหมดครับ”
“เสร็จเร็วดีเหมือนกันนะ”
“ครับน่าจะเสร็จก่อนกำหนดนิดหน่อย”
“แบบนี้โครงการหน้าเราคงได้ร่วมงานกันอีกนะคุณปรีชา”
“ยินดีเลยครับ”
“แล้วบ้านที่นี่มีปัญหาอะไรไหม”
“ไม่มีครับ”
“ผมโชคดีจริงๆ ที่มีคุณอยู่ในบริษัทเรา”
“ผมต่างหากละครับที่โชคดีได้ทำงานกับบริษัทใหญ่โต”
“ผมจะกลับแล้วคุณไปทำงานของคุณต่อเถอะนะ”
“ครับคุณภาคิน”
ภาคินกลับขึ้นมานั่งบนรถอีกครั้งพลอยลลินณ์ก็รีบส่งผ้าเย็นที่เธอเตรียมให้กับเขาอย่างรู้ใจ
“เราจะเอายังไงกันต่อคะ เขาไม่บอกปัญหาที่เจอแล้วถ้าจู่ๆ เราขอไปดูบ้านมัดหมี่กลัวว่าพี่รปภ.จะเดือดร้อน”
“ผมว่าจะวนไปด้านหลังโครงการ”
“ค่ะ ทางนั้นต้องออกไปหน้าโครงการแล้ววนเข้ามาอีกที แถวนั้นมีบ้านคนอยู่ด้วยค่ะ บางทีเราอาจจะถามว่าเขาได้ยินเสียงอะไรผิดปกติไหม”
“คุณรู้ใช่ไหมบ้านหลังที่เกิดปัญหาอยู่ตรงไหน”
“รู้ค่ะค่ะพี่รปภ. บอกแล้ว”
ภาคินและพลอยลลินณ์มาถึงบ้านหลังที่รปภ. แจ้งไปเมื่อคืน ชายหนุ่มเดินเข้าไปในบ้าน ส่วนพลอยลลินณ์เดินไปถามชาวบ้านแถวนั้นว่าได้ยินเสียงอะไรไหมก่อนจะกลับมาอีก
“ได้เรื่องไหม”
“ชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงเหมือนอะไรลั่น มันดังขึ้นหลายครั้ง มัดหมี่ได้คลิปเสียงที่ชาวบ้านอัดไว้ด้วยค่ะ บวกกับคลิปที่พี่รปภ.ถ่ายไว้ก็น่าจะพอเป็นหลักฐานได้
“คุณดีนี่สิ” เขาชี้ไปบนกระเบื้องที่แตกซึ่งไม่ใช่แค่แผ่นสองแผ่นแต่มันแตกเป็นแนวยาว
“เยอะเหมือนกันนะคะ แล้วเป็นแบบนี้ทุกหลังไหมคะ” เธอมองไปตามที่เขาชี้และก็ต้องตกใจเพราะมันเยอะกว่าที่คิดไว้
“เป็นสี่หลังริมอย่างที่ได้รับแจ้งนั่นแหละ ดูเหมือนจะทำไว้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ภาคินหยิบกระเบื้องแผ่นที่แตกขึ้นมาดูก็พบว่าทางด้านล่างมีกาวซีเมนต์ติดอยู่แผ่นละไม่มากซึ่งปกติแล้วจะต้องทากาวให้เต็มแผ่นและยาแนวจะต้องห่างกว่านี้เพื่อป้องกันการแตกกะเทาะของกระเบื้องเวลาที่อุณหภูมิเปลี่ยน
“คุณว่ากระเบื้องหนาถึง 8 มิลไหม”
“ไหนคะ อุ๊ย...” พลอยลลินณ์ตกใจจนสะดุ้งเมื่อเศษกระเบื้องที่เขายื่นให้บาดปลายนิ้วชี้
“ผมขอโทษนะมัดหมี่ คุณเจ็บมากไหม” ภาคินตกใจเพราะไม่ทันได้สังเกตว่าปลายอีกข้างหนึ่งของกระเบื้องมันแหลมมาก เขาจับมือหญิงสาวขึ้นมาแล้วล้วงไปยังกระเป๋ากางกางเอาผ้าเช็ดหน้ากดปลายนิ้วไว้“นิดเดียวเองบอสไม่น่าเอาผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลยนะคะ” เธอรู้สึกแปลกๆ อีกทั้งหัวใจก็เต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เมื่อเขายังจับมือไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งที่เคยใกล้ชิดกันมานานเกือบสามปีแต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นวันนี้มันต่างออกไป“ไม่เป็นไรหรอก ผมผิดด้วยที่ไม่ดูดี” เขาพูดพลางมองหน้าเลขาที่เหมือนเธอกำลังอายจึงได้แต่ก้มหน้ามองพื้นภาคินไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าที่ผ่านมาตัวเองมัวทำอะไรอยู่ถึงไม่เคยมองในมุมนี้มาก่อน เขามองแค่เธอเป็นเลขาที่ทำงานหนักข้างกันมาตลอดจนลืมคิดไปว่าเธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ทั้งสาว สวยและยังทำงานเก่งแบบนี้น่าจะเข้าเกณฑ์ที่มารดาตั้งไว้“เลือดน่าจะหยุดแล้วค่ะบอส”“ไหนดูสิ” เขาดึงผ้าเช็ดหน้าออกช้าๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือพอเห็นว่าปลายนิ้วเลือดหยุดไหลแล้วก็โล่งใจ“หยุดแล้วจริงๆ ค่ะบอส"“ผมว่าเปิดน้ำล้างแผลหน่อยดีไหม เดี๋ยวค่อยไปทำแผลที่โรงพยาบาล”“บอสคะ แผลแค่นี้จะไปโรงพยาบาลทำไมคะ ให้หมอกับพยาบาลเขาดูแลคนที่เจ
ภาคินคิดไม่นานก็ตอบคำถามของเลขาสาวออกไป“ผู้หญิงทำงานเก่งฉลาดและไม่งี่เง่า คุณก็รู้นี่ว่าผมทำงานหนักมากและงานต้องมาก่อน จะให้ผมทำตัวติดกับเธอตลอดคงไปเป็นไปได้ยาก ผู้หญิงที่จะเข้ามาเธอก็ต้องเข้าใจข้อนี้ด้วย”“แต่มันหายากนะคะผู้หญิงที่จะเข้าใจ ใครๆ ก็ต้องอยากอยู่ใกล้คนที่ตัวเองรักทั้งนั้นแหละค่ะ”“คุณชอบให้แฟนอยู่ด้วยตลอดเหรอมัดหมี่”“ค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลานะคะ เพราะมัดหมี่ก็มีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบเยอะเหมือนกันค่ะ คนที่จะเข้ามาต้องยอมรับได้ด้วยว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับมัดหมี่ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ความรักเพียงอย่างเดียว เขาคนนั้นต้องรับได้ด้วยว่ามัดหมี่มีหนี้สินที่ต้องจ่าย แต่มัดหมี่ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องมาช่วยใช้หนี้หรอกนะคะ ขอแค่เขาไม่รังเกียจและให้กำลังใจอยู่ข้างๆ แค่นี้พอแล้ว” พลอยลลินณ์พูดทุกอย่างออกมาจากความรู้สึกของตัวเองอย่างไม่มีปิดบัง“คุณพูดตรงดีนะ แล้วจะบอกคนที่เข้ามาตั้งแต่เริ่มจีบเลยไหมล่ะ”“ค่ะ บอกไว้ก่อนเลยจะได้ไม่เสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย ถ้าเขารับได้ก็คุยต่อแต่ถ้ารับไม่ได้ก็ต่างคนต่างไป”“ผมชอบทัศนคติของคุณนะ แล้วตอนนี้คุณกับแฟนคุณเป็นยังไงล่ะ ได้กลับมาคุย
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่ภาคินจะค้างที่ญี่ปุ่น สองวันที่ผ่านมาเขาและวาริสาเที่ยวกันอย่างเต็มที่พอกลับมาถึงโรงแรมต่างก็เหนื่อยและหลับยาวจนถึงเช้า ชายหนุ่มอดแปลกใจตัวเองมาได้ที่เขานอนเตียงเดียวกับผู้หญิงที่เร่าร้อนอย่างวาริสาแต่กลับไม่มีความต้องการเรื่องบนเตียงเลย“ว่านยังไม่อยากกลับเลยค่ะ เราอยู่ต่ออีกนิดไม่เหรอคะ” หญิงสาวพิงศีรษะบนไหลกว้างสองมือกอดเอวอย่างประจบ “ผมต้องกลับไปทำงานนะว่าน เอาไว้หยุดครั้งหน้าเราค่อยมาเที่ยวกันอีกดีไหม” “สัญญานะคะว่าจะพาว่านมาอีก ว่านชอบที่นี่มากเลยค่ะ” “ถ้าคุณเด็กดีแบบนี้ผมก็จะมาบ่อยๆ” “ว่านจะเป็นเด็กดีของคุณคินค่ะ สองวันมานี้ว่านมีความสุขมาก ขอบคุณนะคะที่พาว่านมาเที่ยว” “ผมก็มีความสุขนะ” “ว่านรู้นะคะว่าว่านเอาแต่ใจคุณทำงานเหนื่อยแล้วยังต้องพาว่านมาเที่ยวอีก แต่ว่านก็อยากให้เราได้อยู่ด้วยกันบ้าง เหนื่อยไหมคะ” “ไม่หรอก ผมว่าได้เที่ยวแบบนี้ก็สนุกดี” “คุณคินต้องกลับไปทำงานต่อให้ว่านนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” “นวดเป็นเหรอ” เขาถามอยากแปลกใจ“มันก็ไม่ได้ยากอะไรใช่ไหมคะ หันหลังมาสิคะว่านจะนวดให้” มือเล็กเริ่มนวดไปบนไหล่กว้างอย่างไม่แรงนักก่อนขยับกายเ
ภาคินลุกจากเตียงจากนั้นก็ห่มผ้าให้วาริสาก่อนที่ตัวเองจะปิดไฟบนหัวเตียงและเดินเข้าห้องน้ำก่อนจะกลับออกมานั่งข้างเตียง แสงไฟที่ออกมาจากห้องน้ำตัวกระทบกับอะไรบางอย่างและมันสะท้อนมาที่ตาของเขาพอดีชายหนุ่มเดินไปตามแสงนั้นก่อนจะเอาของที่กองทับอยู่ออกแล้วเขาก็เห็นว่ามีกล้องขนาดเล็กวางอยู่เขาจับขึ้นมาแล้วหาปุ่มปิดการทำงาน ก่อนจะดึงการ์ดความจำของเครื่องออกจากนั้นก็เดินออกมาจากห้องนอน ภาคินหยิบกล้องของตัวเองขึ้นมาดึงการ์ดความจำออกแล้วเอาตัวใหม่ที่ได้มาจากกล้องตัวเล็กที่ซ่อนอยู่ใส่เข้าไปแทนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อคิดว่าเธอกำลังเล่นไม่ซื่อ เพราะภาพที่เธอบันทึกไว้มันคือภาพที่เธอกับเขาร่วมรักกันอย่างดุเดือดบนเตียงนอน ความรู้สึกผิดเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงแค่ความเกลียดชังและความโกรธกับการกระทำของเธอภาคินอยากจะปลุกวาริสาขึ้นมาคุยให้รู้เรื่องแต่ก็ไม่อยากจะดูเป็นคนใจร้ายจนเกินไปเพราะเมื่อครู่เธอก็ใช้แรงไปค่อนข้างมาก ชายหนุ่มจึงเก็บของใช้ของตัวเองลงกระเป๋าเดินทางก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาและรอเวลาให้หญิงสาวตื่น“ที่รักขาทำไมมานอนตรงนี้ล่ะคะ ว่านตกใจหมดเลยที่ตื่นมาแล้วไม่เจอคุณ”“เช้าแล้วเหรอว
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเป็นครั้งที่สามแล้วแต่พลอยลลินณ์ก็ยังไม่ยอมลุกจากที่นอน เพราะหยุดยาวที่ผ่านมาหญิงสาวตื่นสายติดๆ กันมาตลอด พอวันนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานก็เลยขี้เกียจมากกว่าทุกวัน จากที่เคยต้องลงไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสชั้นล่างของคอนโดวันละครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็เลือกที่จะนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มนาฬิกาปลุกดังอีกครั้งในเวลาเจ็ดโมงครึ่งพลอยลลินณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำและเตรียมตัวไปทำงาน หลายๆ คนอาจจะชอบที่มีวันหยุด แต่สำหรับเธอแล้วมันทำให้ความขี้เกียจเข้ามาแทนที่หญิงสาวนั่งรถไฟฟ้าเพียงสองสถานีก็ถึงบริษัทใหญ่ เธอกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 28 ซึ่งเป็นชั้นของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ วันนี้ก็เหมือนกับทุกวันที่เธอมาทำงานก่อนทุกคน หญิงสาวจัดของบนโต๊ะให้เรียบร้อยจากนั้นก็เดินไปหากาแฟที่มุมพักเบรก เพราะวันนี้พลอยลลินณ์รีบมากจึงไม่ได้ดื่มมาจากคอนโดหลังจากดื่มกาแฟและทานครัวซองต์ที่ซื้อมาจนอิ่มเธอก็กลับมาที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของเจ้านายแล้วพบว่าไฟในห้องทำงานของเขาเปิดอยู่ แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นแม่บ้านมาทำความสะอาดแล้วคงจะลืมปิดเธอเปิดคอมพิวเตอ
เหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้ภาคินโกรธอย่างหนักเขามองหน้าวาริสานัยน์ตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง“คินคะคุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“ก็ตั้งแต่คุณเอาน้ำส้มราดลงบนหัวมัดหมี่”“ว่านไม่ได้ตั้งใจนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ” วาริสารีบเข้าไปกอดแขนภาคินอย่างประจบ“ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็นนะ ขอโทษมัดหมี่แล้วกลับไปซะ”“แต่ว่านอยากคุยกับคุณ ขอเวลาว่านหน่อยนะคะ” หญิงสาวไม่สนใจจะขอโทษนพลอยลลินณ์เลยสักนิดเธอสนใจแค่ภาคินเท่านั้น“ผมว่าผมบอกคุณไปแล้วนะ ว่าระหว่างเรามันจบแล้ว” เขาพูดกับวาริสาอย่างไร้เยื่อใย“คุณจะไม่ทบทวนอีกครั้งเหรอคะ ขอโอกาสว่านสักนิด”“ผมว่าคุณรีบกลับไปดีกว่านะว่านก่อนที่ผมจะเรียกรปภ. มาจับคุณออกไป ส่วนคุณอย่าเพิ่งออกไปไหนนะมัดหมี่” เขาหันมาทางพลอยลลินณ์ที่กำลังจะเดินออกไป“มัดหมี่ว่าบอสกับคุณว่านค่อยๆ คุยกันดีกว่านะคะ มัดมี่เป็นคนนอกขอออกไปก่อนดีกว่า”“มัดหมี่” เขาหันมามองและเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่ดังขึ้นทำให้พลอยลลินณ์เดินกลับมานั่งที่ชุดโซฟารับแขกเพราะไม่อยากเห็นเจ้านายโมโหมากไปกว่านี้“ว่านเห็นด้วยกับมัดหมี่นะคะ ให้เธอออกไปก่อนเราสองคนจะได้คุยกัน”“ผมว่าผมชัดเจนแล้วนะว่าน คุณกลับ
“มัดหมี่ไม่เชื่อเลยค่ะว่าคุณว่านเธอจะทำแบบนั้น ถ้าคลิปหลุดออกไปคนที่เสียหายก็ไม่น่าจะใช่บอสคนเดียว”“ผมว่าเธอคิดน้อยไปหน่อย”“แต่ก็น่าสงสารนะคะที่เธอทำไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนคิดเองพี่เอ้อะไรนั่นเป็นคนบอกให้เธอ”“ทำผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเธอทำเองหรือทำเพราะมีคนยุแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเธอโตแล้วนะ น่าจะคิดเองได้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ”“แล้วทีนี้บอสจะเอายังไงต่อคะจะเลิกกับเธอจริงๆ เหรอคะ”“ถ้าเป็นคุณล่ะมัดหมี่จะเลิกไหม”“ถ้าเจอขนาดนี้มัดหมี่ก็คงเลิก และไม่อยากมองหน้าเลยค่ะ แต่บอสแน่ใจนะคะว่าที่ผ่านมาคุณว่านไม่เคยถ่ายคลิปมาก่อน”คำพูดของพลอยลลินณ์ทำให้ภาคินมีสีหน้าเครียดที่ผ่านมาเขาไม่รู้ว่าวริสาแอบทำเหมือนที่พลอยนรินทร์พูดหรือเปล่า“บอสคะมัดหมี่ขอโทษนะคะ”“จะขอโทษทำไม”“ก็ขอโทษที่ทำให้บอสคิดหนัก มันคงไม่ใช่แบบที่มัดหมี่คิดหรอกค่ะ”“ผมก้หวังว่าเธอไม่ทำลายอนาคตตัวเองแบบนั้นนนะ ผมเป็นผู้ชายคงไม่เสียหายเท่าผู้หญิงหรอก”“แต่บอสเป็นคนมีชื่อเสียง”“ผมถามว่านแล้วเธอบอกว่าไม่มีนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเธอพูดจริงหรือเปล่า” เขาถอนหายใจเพราะไม่คิดมาก่อนว่าวาริสาจะพาเรื่องปวดหัวมาให้ตนเองแบบนี้“อย่าเครียดไป
“ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมก็คือคนในคลิป เราสองคนคบกันได้สักพักนึงแล้วและมีแพลนจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้”“บอส...” พลอยลลินณ์ไม่คิดว่าเขาจะตอบนักข่าวไปแบบนี้ เธอมองเขาด้วยสีหน้าที่ผิดหวังมากเพราะตอนนี้สายตาทุกคู่กำลังองมาที่เธอ“ผมขอโทษนะมัดหมี่ แต่คุณช่วยยมรับไปก่อนได้ไหม เดี๋ยวเราค่อยหาทางแก้ปัญหากัน”“แต่....”“เอาน่าเชื่อใจผม ตามน้ำไปก่อนถ้าไม่ตอบเรากลับออกไปจากตรงนี้ไม่ได้แน่ๆ ส่วนเรื่องที่คุณเสียหานเด่ยว” ภาคินกระซิบ“แล้วใครเป็นคนปล่อยคลิปครับใช่คุณผู้หญิงหรือเปล่าครับแล้วคุณทำแบบนี้ทำไม” นักข่าวถามพลอยลลินณ์ที่ยืนหน้าซีดอยู่“ผมว่าคนที่ทำไม่ใช่เธอหรอกครับเพราะตลอดเวลาที่คบกับเธอเป็นคนบอกเองว่าไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราคบกัน” ภาคินตอบแทนหญิงสาวที่ยังคงงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น“แล้วคุณคิดว่าเป็นฝีมือใครล่ะครับ”“คุณรู้ว่าใครเป็นคนปล่อยคลิปใช่ไหม บอกพวกเราหน่อยสิคะ”“จากมุมกล้องที่เห็นน่าจะเป็นการแอบถ่าย บางทีคลิปอาจจะหลุดมาจากโรงแรมที่เราไปพักก็ได้นะครับ” ภาคินพยายามตอบให้ไกลตัวเองมากที่สุด“แล้วแบบนี้คุณจะเอาเรื่องคนปล่อยคลิปไหมครับ”“ก็คงต้องให้ทนายของเราเป็นนคนจัดการครับ วันนี้ผมคงต้องข
งานแต่งงานของพลอยลลินณ์และภาคินผ่านไปได้ด้วยดีตอนนี้หญิงสาวย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของภาคินเนื่องจากเรือนหอยังสร้างไม่เสร็จ แต่พลอยลลินณ์ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรเลยเพราะบิดามารดาของเขาก็ดีกับเธอทุกอย่างเธอคิดเคยว่าการแต่งงานกับเขามันคือการแต่งงานเพื่อขัดดอกแต่พอถึงเวลาจริงๆ แล้วมันกลับเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนภาคินบอกให้หญิงสาวอย่าคิดมากเรื่องที่เธอเป็นหนี้เขาเพราะชายหนุ่มตั้งใจแล้วว่าจะให้พลอยลลินณ์ขัดดอกไปจนกว่าจะไม่มีลมหายใจ“ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้มัดหมี่ขัดดอกหมดเลยเหรอคะพี่คิน” สรรพนามที่หญิงสาวใช้เรียกชายหนุ่มเปลี่ยนไปหลังจากแต่งงานเพราะขอร้องแหละเธอก็รู้สึกว่าการเรียกแบบนี้มันดูเป็นครอบครัวมากกว่าเรียกว่าบอสอย่างเคย“ไม่มีทางหรอกยังไงมัดหมี่ก็ต้องอยู่กับพี่แบบนี้ไปตลอด”“แล้วถ้าสมมุติว่าวันหนึ่งมัดหมี่ถูกล็อตเตอร์รี่แล้วเอาเงินมาใช้หนี้พี่คินได้หมดล่ะคะ”“เงินที่เอามาใช้กับเงินที่เอาไปมันคนละส่วนกัน”“พี่คินขี้โกงแบบนี้มัดหมี่ฟ้องเอาได้นะคะ”“จะไปฟ้องที่ไหนล่ะ เราเป็นสามีภรรยากันแบบนี้พี่ว่าศาลก็ต้องยกฟ้อง”“แบบนี้มัดหมี่คงต้องขัดดอกไ
เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วภาคินและพลอยลลินณ์ก็ไปหาซื้อของใช้ที่จำเป็นและเสื้อผ้าอีกคนละนิดหน่อยจากนั้นก็เข้าพักที่วิลลาที่แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะพากันออกไปไหว้พระและนั่งชมวิวทะเลระหว่างทานอาหารที่ร้านริมทะเล “มัดหมี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมถึงเงียบไป” “เปล่าค่ะ มัดหมี่แค่คิดอะไรเพลินๆ” “ยังคิดมากเรื่องเมื่อวานอีกเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ มัดหมี่แค่กำลังคิดว่าเรามากินข้าวร้านนี้หลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยได้นั่งมองทะเลแบบนี้เลย” “นั่นสินะ แต่ก่อนเราสองคนแต่ทำงานจนลืมมองสิ่งรอบตัวว่ามันสวยงามมากแค่ไหน แล้วมัดหมี่ชอบที่นี่ไหม” “ชอบค่ะ” พลอยลลินณ์ชอบทะเลมากแต่ก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้นั่งมองแบบนี้บ่อยนัก “เราไปเที่ยวมัลดีฟส์กันดีไหม” “มัดหมี่ก็อยากไปนะคะ แต่ตอนนี้ตารางงานของบอสแน่นมากจนถึงวันแต่งงานเลยค่ะ” “เราไปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์กันไหมส่วนญี่ปุ่นก็ค่อยไปช่วงที่หิมะตก” เดิมทีทั้งสองคนวางแผนกันเอาไว้แล้วว่าจะไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่นแต่พอเขารู้ว่าพลอยลลินณ์ชอบทะเลก็เลยลองถามเธอดูเผื่อว่าหญิงสาวจะเปลี
ภาคินขับรถไปส่งเพื่อนที่ผับแห่งหนึ่งจากนั้นเขารีบมาที่โรงพยาบาลซึ่งตอนนี้พลอยลลินณ์ยังนอนหลับอยู่บนเตียง “ขอบคุณมากครับคุณพยาบาล” ภาคินกล่าวขอบคุณพยาบาลที่อยู่เป็นเพื่อนพลอยลลินณ์ขณะที่เขาออกไปจัดการกับคนที่ทำร้ายเธอ “ไม่เป็นไรค่ะเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวฉันจะออกไปรอข้างนอกถ้าคนไข้ตื่นหรือคุณต้องการความช่วยเหลือก็กดปุ่มฉุกเฉินตรงนี้นะคะ”“ได้ครับขอบคุณครับ”เมื่อพยาบาลเดินออกจากห้องไปแล้วภาคินก็ขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ พลอยลลินณ์“มัดหมี่ผมขอโทษนะ ถ้าวันนี้ผมอยู่กับคุณเรื่องก็คงไม่เกิด”เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณสุวิจักขณ์ร่วมมือกับวาริสาแล้ววางแผนทำร้ายพลอยลลินณ์แบบนี้ แต่ก็นับว่าโชคดีที่ที่เขาตามมาช่วยได้ทันภาคินรู้ดีว่าสาเหตุมันน่าจะมาจากที่เขาและพลอยลลินณ์จับได้ว่าคุณสุวิจักขณ์ลักลอบเปลี่ยนสเปกสินค้าและต้องหาเงินมาชดใช้บริษัทหลายล้าน แต่ภาคินไม่คิดเลยว่าวาริสาจะร่วมมือกับเขาด้วยชายหนุ่มจับมือหญิงสาวแน่นและสัญญากับตัวเองว่าจากนี้จะไม่ยอมปล่อยให้พลอยลลินณ์คลาดสายตาอีกเป็นอันขาด เขารู้แล้วว่าตัวเองรักผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน รักจนยอมแลกได้ทุกอย่า
ขับรถมาได้สักระยะภาคินก็ได้รับสายจากตำรวจท้องที่ซึ่งแจ้งว่าตอนนี้พวกเขามารออยู่บ้านพักของคุณสุวิจักขณ์แล้วแต่รถตู้สีดำที่ชายหนุ่มแจ้งยังมาไม่ถึงเมื่อได้ยินแบบนั้นภาคินก็อุ่นใจขึ้นแต่เขาก็ยังรีบร้อนที่จะไปที่นั่นอยู่ดี ระยะเวลาชั่วโมงกว่าบนรถเป็นช่วงเวลาที่อึดอัดและทรมานใจเป็นอย่างมากภาคินไม่รู้เลยว่าพลอยลลินณ์จะเป็นยังไงบ้างและคนร้ายจะพาเธอไปยังบ้านพักที่ตามตนเองคิดไว้หรือเปล่าแต่เท่าที่เคยรู้มาคุณสุวิจักขณ์มีบ้านพักอยู่ที่หัวหินเพียงแค่หลังเดียวเท่านั้นเมื่อไปถึงบ้านพักของคุณสุวิจักขณ์ภาคินก็ต้องแปลกใจเพราะรถของคนร้ายน่าจะมาถึงที่นี่แล้วแต่ทั้งบ้านกับว่างเปล่ามีเพียงรถของตำรวจที่จอดซุ่มอยู่ไกลๆ เท่านั้น“คุณภาคินใช่ไหมครับ” ตำรวจรายหนึ่งเดินมาถามเมื่อเห็นเขาจอดรถลงที่หน้าบ้าน“ใช่ครับคุณตำรวจ นี่พวกมันยังมาไม่ถึงอีกเหรอ”“ผมว่าไม่น่าจะใช่ที่นี่แล้วนะ คุณลองดูพิกัดในมือถืออีกทีสิ”ภาคินรีบร้อนและคิดว่าจะต้องเป็นบ้านหลังนี้เขาจึงลืมเรื่องพิกัดมือถือไปจนสนิท และตอนนี้พิกัดหายไปแล้วแต่จุดสุดท้ายที่จับสัญญาณได้ก็ไม่ห่างจากที่นี่เท่าไหร่“สัญญาณหายไปแล้วหรือพวกมันจะรู้แล้วว่าพ
“แล้วพวกเราจะเอายังไงกันดีล่ะปราง” น้ำฝนถามหลังจากที่ได้ฟังมะปรางเล่าเรื่องของพลอยลลินณ์“นั่นสิฝน นิวว่าเราไปขอดูกล้องจากร้านดีไหม”“หรือเราจะแจ้งตำรวจ” เพื่อนอีกคนก็เสนอขึ้น“ปรางสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงก่อนดี”“แต่เราว่าต้องบอกแฟนของมัดหมี่ก่อนดีไหม มีใครในนี้ติดต่อแฟนของมันมีบ้างได้ไหมเราต้องบอกเขาให้รู้เรื่อง”“เดี๋ยวปรางจะไปขอดูกล้องวงจรปิดนะ คนที่เหลือลองหาทางติดต่อคุณภาคินดูนะ เขาเป็นคนมีชื่อเสียงแบบนั้นน่าจะติดต่อได้ไม่ยาก”“เดี๋ยวนิวจะลองถามเพื่อนคนหนึ่งที่ทำงานเป็นเลขาผู้บริหารดูเผื่อเขาจะมีคอนแทคของคุณภาคินบ้างมะปรางรีบไปดูกล้องวงจรปิดเถอะ” นิวรีบบอกจากนั้นตัวเองก็พยายามติดต่อกับเพื่อนอีกคนที่ทำงานเป็นเลขาเหมือนกับพลอยลลินณ์มะปรางกับน้ำฝนไปขอทางร้านดูกล้องวงจรแต่โดยให้เหตุผลที่ว่าเพื่อนของเธอถูกจับตัวไป ทางร้านก็รีบอำนวยความสะดวกเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้วทางร้านจะมีความผิดไปด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นชัดว่าพลอยลลินณ์เดินไปกับวาริสาและเธอก็ขึ้นไปบนรถตู้จากนั้นวาริสาก็ปิดประตูรถก่อนที่รถจะถูกขับออกไปจากบริเวณลานจอดรถ มะปรางถ่ายรูปทะเบียนรถพร้อมทั้งข
ภาคินและพลอยลลินณ์กลับมาถึงเมืองไทยได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ทั้งสองคนยังทำตัวเป็นเจ้านายและลูกน้องที่ดีเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นแต่พอได้อยู่กันตามลำพังแล้วภาคินก็จะกลายร่างเป็นผู้ชายอบอุ่นขณะที่พลอยลลินณ์ก็จะกลายเป็นคนช่างอ้อน “อีกตั้งสองเดือนเลยนะมัดหมี่ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ผมว่าเราไม่ต้องรอฤกษ์ดีไหม” ภาคินบ่นหลังจากที่มารดาของเขาเป็นคนไปหาฤกษ์แต่งงานมาให้ “มัดหมี่ว่าเร็วไปด้วยซ้ำนะคะ เรายังไม่รู้จักกันดีเลย” “เรารู้จักกันมาสามปีกว่าแล้วนะมัดหมี่ ผมว่าเวลามันนานมาก” “บอสจะนับตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันไม่ได้นะคะ เราต้องนับวันที่เราตกลงคบกันสิคะถึงจะถูก” “ก็ผมจะนับแบบนี้” “เฮ้อ...มัดหมี่อยากให้ลูกน้องในบริษัทเห็นบอสเวลาที่งอแงเป็นเด็กแบบนี้จัง” “อยู่ต่อหน้าลูกน้องผมต้องวางมาดกันหน่อยสิ แต่เวลาอยู่กับมัดหมี่ผมเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด” ภาคินพูดขณะที่กอดเธอไว้อย่างหลวมๆ แล้วเกยปลายคงบนไหล่มน “แล้วจะกอดแบบนี้อีกนานไหมคะ” “ก็กอดจนกว่าจะหมดเวลาพัก” ตั้งแต่ประกาศเรื่องแต่งงานออกไปเวลาทานอาหารกลางวันพล
วันนี้พลอยลลินณ์ไม่ได้วางแผนไปเที่ยวที่ไหนเธอจึงยังซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเจ้านายหนุ่มผู้ที่มอบความสุขให้กับเธอนับครั้งไม่ถ้วน จะว่าไปแล้วเมื่อคืนทุกอย่างมันเกิดจากการดื่มแชมเปญเข้าไปมากเกินลิมิตหญิงสาวเลยคุมสติของตัวเองแทบไม่อยู่ แต่ก็พอรับรู้ว่าตนเองเร่าร้อนมากแค่ไหน คิดแล้วพลอยลลินณ์ก็รู้สึกอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนไม่รู้ว่าวันนี้จะกล้ามองหน้าภาคินหรือเปล่าเมื่อคนที่นอนอยู่เริ่มดิ้นภาคินก็ลืมตาขึ้น เขามองหัวไหล่และแผ่นหลังขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยแดงแล้วก็รู้สึกผิด เมื่อคืนเขารุนแรงกับเธอมากกว่าทุกครั้ง แต่นั่นก็เพราะเธอเองก็เร่าร้อนกว่าทุกครั้งเช่นกัน“อรุณสวัสดิ์มัดหมี่” คำทักทายแสนเชยทำให้คนที่เพิ่งจะตื่นเงยหน้าขึ้นมอง“อรุณสวัสดิ์ค่ะบอส กี่โมงแล้วคะ” พลอยลลินณ์ขยับตัวช้าๆ เพราะรู้สึกว่าร่างกายปวดร้าวไปหมด“เกือบเที่ยงแล้วล่ะ หิวหรือยัง”“ยังไม่หิวค่ะ บอสล่ะคะ หิวหรือยังเที่ยงนี้จะกินอะไรเดี๋ยวมัดหมี่สั่งให้“เลิกดูแลผมได้แล้วนะมัดหมี่”“ทำไมคะ” พลอยลลินณ์มองหน้าเขาอย่างสงสัยก่อนจะขยับตัวลุกนั่งพิงหัวเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงคอทำให้ภาคินลุกมานั่งด้วยอีกคน“อย่ามองแบบนั้นสิ ที
พลอยลลินณ์ยังคงหอบเหนื่อยไม่หาย ความสุขที่ได้รับการเติมเต็มมันช่างอิ่มเอมและมีความสุขและเมื่อคิดว่าจากนี่เขาและเธอจะได้แต่งงานกันอย่างถูกต้องความสุขนั้นมันก็เพิ่มมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวภาคินมองใบหน้าแดงระเรื่อของพลอยลลินณ์แล้วก็รู้สึกหลงใหล แม้จะเห็นว่าเธอหอบเหนื่อยแต่เขาก็ไม่อาจให้หญิงสาวได้หยุดพักได้นาน เพราะตอนนี้โพรงอ่อนนุ่มของเธอกำลังบีบรัดความเป็นชายของเขาอย่างรุนแรง ช่องทางรักของพลอยลลินณ์ทำให้ภาคินแทบคลั่ง ชายหนุ่มรีบถอนแก่นกายออกก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกจากนั้นก็จับร่างเธอให้พลิกหันหน้าเข้าหาโซฟาในท่าคุกเข่าสะโพกกลมกลึงลอยเด่นอย่างยั่วยวน พลอยลลินณ์จับพนักโซฟาแน่นในขณะที่เขากำลังลากไล้ความแข็งร้อนขึ้นลงกลางกลีบอย่างปลุกเร้า “พร้อมนะคนเก่ง” เสียงแหบพร่าก้มลงมากระซิบข้างหู มือใหญ่ดึงเธอเข้ามาชิดจนแผ่นหลังขาวเนียนแนบกับอกแกร่ง ความร้อนจากกายของเขากระตุ้นให้เธอขยับสะโพกเข้าหาอย่างเชื้อเชิญ หญิงสาวลืมสิ้นความอายรู้แค่ร่างกายกำลังรอให้เขาเข้ามาเติมเต็ม “อ๊ะ! ….” พลอยลลินณ์รู้สึกจุกแน่นเพราะเขากระแทกความใหญ่โตเข้ามาทีเดียวลึกสุดควา
ภาคินประคองพลอยลลินณ์มาบนห้องและกำลังจะพาเธอเดินไปยังห้องนอน แต่หญิงสาวกลับยืนนิ่งไปขยับไปไหน ตาคู่สวยฉ่ำปรือเพราะพิษแอลกอฮอล์ที่อยู่ในกายกำลังแล่นพล่าน“ขอบคุณนะคะบอสวันนี้มัดหมี่มีความสุขที่สุด” หญิงสาวสวมกอดเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวท่อนแขนเรียวคล้องไปบนลำคอแกร่ง ก่อนยืดตัวขึ้นมาจูบเขาแทนการของคุณสำหรับวันที่แสนพิเศษริมฝีปากเล็กแทะเล็มลงบนริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างยั่วยวน ภาคินจับท้ายทอยของเธอไว้แน่นก่อนจะขยี้จูบไปบนริมฝีปากสวยอย่างหนักหน่วง ลิ้นสอดแทรกเขาโพรงปากเล็กกลิ่นแชมเปญที่คละคลุ้งส่งให้อารมณ์ของทั้งสองพุ่งขึ้นได้อย่างง่ายดายฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บวกกับความต้องการในส่วนลึกทำให้หญิงสาวร้อนแรงขึ้น เธอขยับร่างบดเบียดเขาหาร่างแข็งแกร่งอย่างลุ่มหลงภาคินนวดคลึงสะโพกกลมกลึงปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวขณะที่ปากยังคงจูบบดเบียดไม่ยอมห่าง มือที่คล้องอยู่บนลำคอเปลี่ยนมาลูบไปตามกล้ามหน้าท้อง แล้วเลื้อยต่ำลงไปยังเป้ากางเกงที่ตอนนี้มันตุงทนแทบจะปริ“เมาแล้วยั่วเก่งนะมัดหมี่”“ยั่วที่ไหนกัน”“ก็เห็นอยู่ว่ายั่ว”“ไม่ชอบเหรอคะ” เธอถามพลางเบียดกายเข้าหาจนไม่มีช่องว่าง“ชอบมากต่างหาล่ะ แต่คุณต้องทำแบบนี้กับ