“ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย
“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอาล่ากอดต้นไม้ของลูกก็อดขำไม่ได้
“แอ้ แอ้” ไปไกล ๆ เลยนะ
มือน้อยที่กำหางไดโนเสาร์อยู่ใช้แรงฟาดตุ๊กตาไปที่ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราด จนลออจันทร์ต้องปรามลูกน้อย
“เอ๊ะ ลลิตอย่าทำแบบนี้สิครับ”
“ฮึก แงงงงงง”หม่าม้าดุลลิตเหรอ
เสียงร้องไห้ที่เพิ่งเงียบไปกลับมาดังอีกครั้ง ลออจันทร์มองลูกน้อยอย่างอ่อนใจมือบางคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ พลางโยกตัวกล่อมร่างนุ่มนิ่ม
“แม่ะ อะบูวววว” หม่าม้าอยากกลับบ้านแล้วครับ
“กลับกันเถอะ ลูกคงง่วงนอน” ครามถือของแทนลออจันทร์โอบประคองร่างสองแม่ลูกเข้าไปในลิฟต์ ลออจันทร์ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนแต่ก็จนใจเมื่อสองมืออุ้มลูกน้อยอยู่
รถหรูแล่นมาจอดหน้าห้องเช่าอีกครั้ง ครามช่วยขนของลงจากรถเดินตามลออจันทร์ขึ้นห้องไปท่าทีเป็นธรรมชาติไม่มีวี่แววว่าจะขอตัวกลับไปก่อน
ลออจันทร์จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ประคองลูกชายให้นอนลงบนเตียง หากแต่หนูน้อยกลับงอแงไม่ยอมผละจากร่างผู้เป็นแม่
“เอาลูกมาให้พี่อุ้มเถอะ ลออไปชงนมมาให้ลูกก่อนนะ” มือหนาเข้าไปช้อนอุ้มร่างอ่อนแรงของลลิตไว้
“ครับ ขอบคุณครับ”
ครามแนบจมูกโด่งไปที่ศีรษะน้อย ๆ สูดกลิ่นแป้งเด็กเข้าไปหลายทีโดยที่ลลิตไม่สามารถปัดป้องได้
“แอ่ะ แอ่ะ” ง่ะ ลลิตปวดหัวจังเลยหม่าม้า
ครามรับนมมาจากลออจันทร์นั่งลงบนเตียงประคองลูกน้อยไว้บนตักจ่อขวดนมไปที่ปากเล็ก
“จ๊วบ จ๊วบ” อืม เราถือเองได้น่าาา
สองมือจับขวดนมไว้เองก่อนจะดูดกลืนจนน้ำนมในขวดพร่องไปอย่างรวดเร็ว ครามมองดูลูกชายที่เริ่มตาปรือมือถือขวดนมนอนพิงร่างกับตักกว้าง
เมื่อลลิตกินนมหมดแล้วก็อุ้มพาดบ่าให้เรอออกมาก่อนจะวางที่หลับสนิทลงบนเปลที่แกว่งไปมา
“ขอบคุณคุณครามมานะครับ” ลออจันทร์ขอบคุณคนตรงหน้าที่อาสาไปส่งตนกับลูก
“ไม่เป็นไรหรอก ลลิตก็เป็นลูกพี่เหมือนกัน” ครามพูดกับคนตรงหน้าด้วยเสียงอ่อนโยน ลออจันทร์หลบสายตาอ่อนโยนก่อนจะจะขอตัวไปล้างจาน
วันนี้จะปล่อยคนขี้อายไปก่อนแล้วกัน
ในห้องนอนขนาดใหญ่ของบ้านโยธินตระกูลร่างสูงที่สวมเพียงกางเกงนอนขายาวตัวเดียวนอนหลับพักผ่อนใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มแต่งแต้มคล้ายกับอยู่ในห้วงฝันดี แต่ไม่นานก็ต้องสะดุ้งตื่นเนื่องจากเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่เมมไว้เป็นชื่อบอดี้การ์ดที่ถูกส่งไปดูแลลออจันทร์กับลูกชาย
“เกิดอะไรขึ้น”
“เมื่อสักครู่คุณลอออุ้มคุณหนูออกมาด้วยท่าทางเร่งรีบครับ เหมือนยืนรอแท็กซี่อยู่ พวกเราจึงต้องแสดงตัวว่าเป็นคนของท่านครับ” เสียงหนักแน่นเอ่ยรายงานผู้เป็นนาย
“อืม ยื่นโทรศัพท์ให้ลออที”
“ครับ คุณท่านอยากคุยกับคุณลออครับ” เสียงกุกกักดังขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงหวานรับสาย
“อ่ะ ครับ คุณคราม” เสียงสั่นเอ่ยเรียกชื่อคนในสาย
“เกิดอะไรขึ้น”
“ฮึก ลลิตครับ ลลิตไข้สูงมากเลย ผมทำยังไงไข้ก็ไม่ยอมลดจึงอยากพาแกไปตรวจที่โรงพยาบาลครับ”
“ลลิตไม่สบายงั้นเหรอ” ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเตียงไปยังห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับสั่งปลายสายด้วยเสียงร้อนรน
“รีบพาลลิตไปโรงพยาบาลโยธินตระกูล ให้บอดี้การ์ดของพี่พาไป”
“ครับ ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่จะรีบตามไป” เอ่ยปลอบประโลมก่อนจะกดวางสาย คว้ากุญแจรถบึ่งไปที่โรงพยาบาลทันที
แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลโยธินตระกูล
ครามรีบเปิดประตูเข้าไปยังห้องแผนกฉุกเฉินสายตาคมกวาดไปทั่วจนเจอกับร่างบอบบางอยู่ในชุดนอนที่ถูกคลุมทับด้วยเสื้อสูทสีดำของหนึ่งในบอดี้การ์ดที่เขาส่งไปดูแล
“ลออ ลูกเป็นยังไงบ้าง”
“คุณหมอฉีดยาลดไข้ให้แล้วครับ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว” ลออจันทร์นั่งกุมมือลูกไว้เอ่ยบอกคนที่มาใหม่เบา ๆ
“อืม ค่อยยังชั่ว” ครามพยักหน้าโน้มตัวลงหอมหน้าผากที่ยังร้อนผ่าวของลูกชาย ก่อนจะผละตัวออกห่างโทรไปสั่งการบางอย่าง
ไม่กี่นาทีต่อมาคนจำนวนหนึ่งก็เข้ามาพาตัวทารกน้อยออกไป ลออจันทร์ตกใจกับบรรดาคนที่โผล่มากะทันหัน ครามโอบร่างบางที่ผวาตามลูกน้อยใจก่อนจะเอ่ยปลอบประโลม
“ไม่มีอะไร พี่แค่จะย้ายลูกไปนอนห้องที่สบายกว่านี้” ลออจันทร์ที่ได้ยินดังนั้นจึงยินยอมเดินตามแรงจูงมือขึ้นลิฟต์ตามไปด้วย
ภายในห้องวีไอพีช่างกว้างขวาง บนเตียงนอนขนาดใหญ่มีเพียงร่างเด็กทารกนอนอยู่ทำให้เหลือพื้นที่พอให้ลออจันทร์นอนเคียงข้างเฝ้าดูลูกน้อยด้วย
บริเวณด้านข้างมีสระบอลขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความบันเทิงให้แก่หนูน้อยตอนตื่นมา ครามมองลออจันทร์ที่นอนตะแคงข้างมองดูลลิตที่หลับตาพริ้มอย่างเงียบ ๆ
“ลออ เรามาคุยกันหน่อยดีไหม” เสียงเรียกทำให้ลออลุกขึ้นมามองชายหนุ่มอย่างงุนงง
ครามที่นั่งโซฟาในตอนแรกย้ายร่างตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงจ้องมองใบหน้าหวานก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ลออ เธอย้ายมาอยู่กับพี่เถอะนะ” ครามตัดสินใจให้สองแม่ลูกย้ายมาอยู่กับตน ชายหนุ่มคิดเรื่องนี้ในขณะที่ขับรถมาโรงพยาบาล
“ตอนที่พี่รู้ว่าลลิตไม่สบายแต่พี่ไม่ได้อยู่เคียงข้างครอบครัวของพี่ในตอนนั้น พี่รู้สึกแย่มากและพี่ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”
“ได้โปรด พวกเราสามคนมาเริ่มต้นใหม่ สร้างครอบครัวของเราขึ้นมาด้วยกันเถอะนะ”มือหนาลูบไล้ใบหน้าก่อนจะโน้มไปจุมพิตกับริมฝีปากบางเบา ๆ ลออจันทร์หลับตาพริ้มรับจูบจากชายหนุ่มก่อนจะนึกถึงคนในครอบครัวของครามอีกสองคนจึงดันตัวออกอย่างรวดเร็ว ครามมองการกระทำของร่างบางอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วคุณโรสรินกับลูกอีกคนของคุณครามล่ะครับ” เสียงร้าวรานยามเอ่ยถึงครอบครัวที่แท้จริงของคนตรงหน้า
“ฮึก ผมไม่อยากเป็นเมียน้อยและไม่อยากให้ลลิตเป็นลูกเมียน้อย เพราะงั้นคุณครามกลับไปเถอะครับ” ลออจันทร์ที่ทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา
“พวกเราสองแม่ลูกอยู่ด้วยกันได้” ลออจันทร์ย้ำอีกรอบ
ครามได้ยินความในใจแม่ของลูกก็ตบหน้าผากตัวเองดัง “เพียะ” จนลออจันทร์สะดุ้งโหยงมองการกระทำของคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะเรื่องนี้เองเหรอถึงทำให้ลออไม่ยอมย้ายไปอยู่กับพี่” ครามนึกไม่ถึงว่าเรื่องโรสรินกับอัยวาจะเป็นปมปัญหาสำคัญที่ลออจันทร์ไม่ยอมย้ายไปอยู่กับตน
“พี่หย่ากับโรสรินแล้ว” ลออจันทร์ที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ ครามเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลออจันทร์ฟังทั้งหมดรวมถึงเรื่องของอัยวาด้วย
“เรื่องในคืนนั้น พี่จำได้ว่าตัวเองนอนกับโอเมก้าชายชัด ๆ แต่พอตื่นมากลับเป็นโอเมก้าผู้หญิงซะงั้น” ครามบ่นความในใจที่กักเก็บมานาน เพราะคนในครอบครัวไม่มีใครยอมเชื่อเขาเลยสักคน
“เพราะใครกันที่แอบทิ้งพี่ไปจนทำให้โรสรินสบโอกาสสร้างเรื่องราวขนาดนี้” สายตาคาดโทษไปยังลออจันทร์ที่นั่งหน้าแดงนึกละอายใจเมื่อเรื่องราวทั้งหมดเกิดจากที่ตนตัดสินใจหนีไปก่อนที่ชายหนุ่มจะตื่น
“ขอโทษครับ” เอ่ยขอโทษเสียงเบาราวกับยุงบิน
ครามเชยคางเรียวได้รูปขึ้นมาสบตากับตนพร้อมกับพูดประโยคเดิมอีกครั้ง
“เราสามคนมาเริ่มต้นใหม่เถอะ”
“ครับ” หลับตารอคอยจูบแสนหวานอีกครั้งแต่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเล็ก ๆ ที่รู้สึกตัวขึ้นมา
“แอ้ แอ่ะ แอ้” หม่าม้าอยู่ไหน ฮึก ลลิตเจ็บจังเลย
ครามและลออจันทร์ที่ไม่ทันได้สวีทกันได้แต่ยิ้มขำก่อนต่างฝ่ายจะหันไปพะเน้าพะนอร่างที่ยืดแข้งขาไปมา
เอ๊ะ ทำไมบรรยากาศมันแปลก ๆ แบบนี้
ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้“อืม”ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อนเรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่น
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“อุแว้! อุแว้!”เสียงร้องแหลมเล็กของทารกดังก้องไปทั่วห้องคลอด พร้อมกับหยดน้ำตาของ ลออจันทร์ ที่รินไหลออกมาด้วยความปีติ หัวใจเต้นแรงด้วยความยินดี“ยินดีด้วยครับ เพศหลักเป็นเด็กผู้ชาย”คุณหมอเอ่ยแจ้งข่าวดี พลางอุ้มร่างเล็กไปทำความสะอาด ขณะที่ลออจันทร์ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง ความเหนื่อยล้ากัดกินจนเขาหมดสติไปในที่สุดอึดอัดจัง... ทำไมลืมตาไม่ได้?ร่างเล็กถูกห่อด้วยผ้าผืนหนา ทารกน้อยขยับตัวยุกยิกด้วยความไม่สบายตัว ความรู้สึกอึดอัดทำให้เขาต้องร้องออกมา“แอ๊ะ แอ้~”เฮ้ย!?ทำไมเสียงเราเป็นแบบนี้วะ!?ใบไผ่ อดีตวิศวกรหนุ่มโสดวัยสามสิบปี ชีวิตของเขาต้องจบลงอย่างไม่คาดฝันเมื่ออุบัติเหตุพลัดตกจากตึกสูงแปดชั้นทำให้เสียชีวิตคาที่แต่แทนที่จะดับสูญไป เขากลับลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กทารก!“เป็นอะไรครับ ลลิต ลูกแม่”เสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาหาทารกน้อยในเปลเด็กเล็ก ก่อนจะประคองร่างเล็กขึ้นอย่างทะนุถนอม ก่อนจะพาดบ่าและโยกตัวเบาๆ กล่อมให้สงบ“ฮึก... ฮือ...”ทารกน้อยพยายามจะเปล่งเสียงพูด แต่สิ่งที่ออกมากลับมีเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็พรั่งพรูเข้า
ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไปลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังที่น้องสาวของเขา ต้นหลิว ติดงอมแงมคอยพูดเรื่องของตัวละครในนิยายให้ฟังตอนกินข้าวบ่อย ๆ รู้อย่างนี้ไม่น่าเสียบหูฟังหนีเลยทารกน้อยค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำที่กระจัดกระจาย ลออจันทร์ แม่ของเขาในนิยายเรื่องนี้รับบทเป็นตัวประกอบที่แอบหลงรัก คุณคราม อัลฟ่าหนุ่มที่เพิ่งเปิดตัวคู่หมั้นสายฟ้าแลบจนเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งประเทศ ทำให้ลออจันทร์รู้สึกผิดที่พลาดนอนกับคุณชายของบ้านจนต้องหอบท้องหนีมาเพื่อให้คนที่ตนแอบรักได้แต่งงานกับแฟนสาวอย่างราบรื่นเรื่องราวผ่านไปจน ลลิต โอเมก้าน้อยได้เติบโตขึ้นจนอายุ 20 ปี เด็กน้อยที่ผ่านความลำบากมาตั้งแต่เด็ก รูปร่างจึงผอมซีด ใบหน้าปกคลุมด้วยทรงผมหน้าม้าทำให้ดูมืดมนขึ้นไปอีก หนุ่มน้อยขี้อายได้ตกหลุมรัก แทนไท เดือนมหาลัยสุดฮอต หากแต่คนขี้ขลาดอย่างเขาคงได้แต่แอบรักเขาข้างเ
จ๊วบ จ๊วบ เสียงดูดกลืนน้ำนมของทารกน้อย เรียกรอยยิ้มของลออจันทร์ให้กว้างขึ้นไปอีกความจริงเขาไม่อยากดื่มนมจากเต้าหรอกนะ แต่ร่างกายทารกนี่ยุ่งยากจริงหากไม่หิวก็หลับอยู่นั่นแหละ ลลิตคิดถึงร่างกายผอมแห้งของลลิตตอนโต มืออวบยิ่งบีบจับเต้าไว้แน่นออกแรงดูดกลืนน้ำนมจนเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของโอเมก้าหนุ่มดังขึ้น“โอ๊ะ ลูกแม่ แรงดีจริง ๆ เลยนะเนี่ย” เสียงนุ่มหยอกล้อเจ้าตัวเล็ก จนลลิตรู้สึกผิดจึงได้เบาแรงลงเล็กน้อย สองแม่ลูกใช้เวลาร่วมกันสักพักจนร่างทารกหลับคาหน้าอกลออจันทร์อุ้มร่างเล็กนอนลงเปลเด็ก ก่อนผละออกไปซักผ้าอ้อมที่ใช้แล้วในห้องน้ำ แม้การเป็นโอเมก้าเลี้ยงเดี่ยวจะลำบากไปหน่อย แต่เขาโชคดีที่บรรดาผู้คนที่รายล้อมเขาต่างคอยให้ความช่วยเหลือ ลออจันทร์หวนนึกถึงใบหน้าหล่อเหล่าในความทรงจำ แต่ก็รีบสลัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วป่านนี้คุณครามกับคุณรินคงแต่งงานกันไปแล้วกริ๊ง กริ๊ง เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ทำให้ลออจันทร์หลุดออกจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มรีบออกไปสำรวจลูกน้อยก่อนว่าจะสะดุ้งกับเสียงออดหรือเปล่า เมื่อเห็นทารกน้อยหลับอุตุอย่างน่ารัก ก็รีบไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขก“โอ๊ย ยายแก่หยิกฉันทำไม” เสียง
“ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงหน้าอยู่แล้ว ครามคุณพ่อของนายเอกและเป็นไอ้หน้าโง่ที่เลี้ยงดูลูกคนอื่นจนไม่รู้ว่าลูกตัวเองตายไปตั้งนานแล้วลลิตคิดแล้วก็โกรธคนตรงหน้าที่มีส่วนทำให้หม่าม้าของตนต้องมีจุดจบแบบนั้น ใบหน้าน้อย ๆ ออกอาการฮึดฮัดชี้มือชี้ไม้ไปมาจนคนเป็นแม่นึกฉงน“เด็กดี ไม่ต้องร้องนะครับ” เสียงลออจันทร์เอ่ยปลอบโยนลูกชายในอ้อมอก ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง“คุณลูกค้า หากต้องการสั่งกาแฟรบกวนสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์นะครับ” ลออจันทร์รวบรวมความกล้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม“ตอนที่เดินเข้ามาในร้านนายยังเรียกฉันว่า คุณครามอยู่เลยนะ” ลออจันทร์เม้มปากแน่น อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเมื่อเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป“คุณคราม มาที่นี่ทำไมครับ” อ้อมกอดเริ่มรัดแน่นเมื่อลูกน้อยที่อยู่บนตักเริ่มขยับตัวขยุกขยิกพยายามหันหน้าออกมา ร่
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้“อืม”ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อนเรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่น
“ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอาล่ากอดต้นไม้ของลูกก็อดขำไม่ได้“แอ้ แอ้” ไปไกล ๆ เลยนะมือน้อยที่กำหางไดโนเสาร์อยู่ใช้แรงฟาดตุ๊กตาไปที่ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราด จนลออจันทร์ต้องปรามลูกน้อย“เอ๊ะ ลลิตอย่าทำแบบนี้สิครับ”“ฮึก แงงงงงง”หม่าม้าดุลลิตเหรอเสียงร้องไห้ที่เพิ่งเงียบไปกลับมาดังอีกครั้ง ลออจันทร์มองลูกน้อยอย่างอ่อนใจมือบางคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ พลางโยกตัวกล่อมร่างนุ่มนิ่ม“แม่ะ อะบูวววว” หม่าม้าอยากกลับบ้านแล้วครับ“กลับกันเถอะ ลูกคงง่วงนอน” ครามถือของแทนลออจันทร์โอบประคองร่างสองแม่ลูกเข้าไปในลิฟต์ ลออจันทร์ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนแต่ก็จนใจเมื่อสองมืออุ้มลูกน้อย
“หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จเด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้วลออจันทร์จึงอยากให้ลลิตลองฝึกดูแต่ปรากฏว่าลูกเขาช่างฉลาดจริง ๆ สอนไม่กี่รอบก็พูดได้แล้ว“แม่ะ แม่ะ หม่ำ หม่ำ” หม่าม้าลลิตหิวข้าวแล้ว“โอ๋ ลลิตหิวข้าวแล้วเหรอครับ รอแปปนึงนะครับ”“อ้ายย ยา อ้ายย”กริ๊ง กริ๊งลออจันทร์ที่กำลังบดข้าวกับกล้วยสุกได้ยินเสียงกริ่งจึงเดินไปเปิดประตูเชิญแขกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง ครามที่ในวันนี้แต่งตัวสบาย ๆ สวมเสื้อยืดแบรนด์ดังกับกางเกงเนื้อดีถือถุงใบใหญ่เข้ามาในห้องสร้างความสนใจให้แก่ลลิต“อา อา” ถืออะไรมาอ่ะลลิตคลานมาตรงหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้ ครามที่เห็นลูกคลานมาหาก็ดีใจย่อตัวลงรวบร่างอวบอัดเข้ามากอดมาหอม“แอ้ อ้ายยย”
หลังจากส่งลออจันทร์ที่ร้านอุ่นไอรัก ครามก็นั่งรถกลับบริษัทไปทำงานต่อระหว่างนั่งทำงานแทบจะไม่มีสมาธิ มัวแต่มองนาฬิกาข้อมือเป็นพัก ๆ แทบอยากจะให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ หากแต่ชายหนุ่มก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รับสายจากผู้เป็นแม่ “ครับ คุณแม่” “ตาคราม นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องให้หนูรินรีบพาหนูอัยวาไปต่างประเทศด้วย รีบกลับมาห้ามเมียแกเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงปลอบประโลมของคนในบ้าน “งั้นคุณแม่ก็บอกให้โรสรินเตรียมใจไว้ดี ๆ นะครับ”พูดจบก็กดตัดสายไป สายตาเย็นชาครุ่นคิดถึงเรื่องที่โรสรินกระทำลงไป คิดว่าถ้าจากไปเงียบ ๆ เขาจะไม่คิดบัญชีย้อนหลังแล้วแท้ ๆ ชายหนุ่มเห็นแก่อัยวาจึงไม่อยากถึงขั้นแตกหักกับโรสริน เด็กน่าสงสารที่ครามคิดว่าเป็นลูกชายในชาติที่แล้วถึงแม้ไม่ได้เลี้ยงดูมาอย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังมีความรู้สึกผูกพันอยู่บ้าง เขาจึงไม่อยากให้เรื่องที่ยังแก้ไขได้ส่งผลต่ออนาคตของเด็กคนนั้นอัยวาควรได้เจอพ่อที่แท้จริงครามถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนที่ลออจันทร์และลลิตจะย้ายเข้
แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นสถานที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ก็ทำให้ครามรู้สึกปวดใจไปหมดสภาพห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงขนาดกลางชิดมุมห้องและเปลเด็กกลางห้องยังมีของสำหรับเด็กอ่อนที่อยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นกลางเก่ากลางใหม่บริเวณกลางห้องมีเสื่อเด็กเล่น ยังดีที่มีระเบียงหลังใช้สำหรับตากผ้าอ้อมกับอ่างล้างจาน“แอ้ แอ้” มองแบบนี้หมายความว่ายังไงทารกน้อยตบมือปุ ๆ ไปที่คางได้รูปเมื่อเห็นคนตัวยักษ์กวาดสายตาไปทั่วห้อง ลออจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย“เอ่อ คุณครามนั่งที่เตียงได้นะครับ” ปกติสองแม่ลูกจะปูเสื่อนั่งเล่นกลางห้อง ลลิตตัวน้อยรู้ความมาก เมื่อกลับจากที่ทำงานลออจันทร์จะปูเสื่อนิ่มไว้กลางห้องและเทบรรดาของเล่นที่ตายายที่ขยันซื้อมาฝากปล่อยให้ลูกเล่นตามลำพัง ส่วนเขานั้นก็จะรีบซักผ้าอ้อมและทำอาหารเย็น เด็กอายุเจ็ดเดือนเริ่มทานอาหารอ่อน ๆ ได้แล้ว ลออจันทร์จึงมักสลับทำอาหารกับป้อนนมให้ลูกเป็นบางครั้งเพื่อฝึกให้ลลิตเลิกเต้าเพราะตอนนี้น้ำนมของเขาแทบจะไม่มีแล้วครามเดินไปที่เตียงก่อนจะวางลูกน้อยให้นอนแผ่บนเตียง ลลิตที่ถูกปล่อยตัวพลิกคว่ำคลานไปทั่
“ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงหน้าอยู่แล้ว ครามคุณพ่อของนายเอกและเป็นไอ้หน้าโง่ที่เลี้ยงดูลูกคนอื่นจนไม่รู้ว่าลูกตัวเองตายไปตั้งนานแล้วลลิตคิดแล้วก็โกรธคนตรงหน้าที่มีส่วนทำให้หม่าม้าของตนต้องมีจุดจบแบบนั้น ใบหน้าน้อย ๆ ออกอาการฮึดฮัดชี้มือชี้ไม้ไปมาจนคนเป็นแม่นึกฉงน“เด็กดี ไม่ต้องร้องนะครับ” เสียงลออจันทร์เอ่ยปลอบโยนลูกชายในอ้อมอก ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง“คุณลูกค้า หากต้องการสั่งกาแฟรบกวนสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์นะครับ” ลออจันทร์รวบรวมความกล้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม“ตอนที่เดินเข้ามาในร้านนายยังเรียกฉันว่า คุณครามอยู่เลยนะ” ลออจันทร์เม้มปากแน่น อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเมื่อเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป“คุณคราม มาที่นี่ทำไมครับ” อ้อมกอดเริ่มรัดแน่นเมื่อลูกน้อยที่อยู่บนตักเริ่มขยับตัวขยุกขยิกพยายามหันหน้าออกมา ร่