ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อน
ท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย
“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้
“อืม”
ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ
“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”
“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง
“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”
รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อน
เรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีร่างโรสรินนอนอยู่ด้านข้างในสภาพเปล่าเปลือยแล้ว
โรสรินที่เป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของคุณแม่ถูกพบนอนบนเตียงของเขา ชายหนุ่มครุ่นคิดในความทรงจำที่พร่าเลือน กลิ่นน้ำผึ้งป่ารวมไปถึงเรือนร่างที่เขาสัมผัสเมื่อคืนมีลักษณะบางราบเรียบและย้อนมองดูหน้าอกที่อวบอัดและกลิ่นกุหลาบอ่อนที่มาจากตัวของโรสรินจึงไม่มั่นใจในความคิดของตนนัก หากแต่เช้าวันนั้นช่างวุ่นวายจนทำให้ชายหนุ่มลืมข้อสงสัยของตนไปสนิท
เวลาผ่านไปไม่นาน โรสรินได้นำที่ตรวจครรภ์ของตนมาให้เขาเพื่อยืนยันว่าตอนนี้ตนเองกำลังตั้งท้องอยู่ ทางคุณแม่ของเขาจึงต้องรีบจัดงานแต่งงานสายฟ้าแลบเพื่อไม่ให้ท้องของเจ้าสาวโตไปกว่านี้ ชายหนุ่มจึงต้องแต่งงานอย่างไม่เต็มใจนัก เขาจึงต่อต้านโดยการย้ายตัวเองไปทำงานต่างประเทศเป็นหลักแทบไม่ค่อยกลับบ้าน แม้แต่ตอนที่เด็กในท้องของโรสรินคลอดออกมาเขาก็แค่มองดูแวบเดียวและบินด่วนไปทำงานต่อที่ต่างประเทศ
น่าแปลกเขาไม่รู้สึกผูกพันกับอัยวาผู้เป็นลูกชายเลยสักนิด แต่กระนั้นสิ่งที่เด็กคนหนึ่งควรได้รับอัยวาก็ได้ทั้งหมด
เวลาผ่านไปจนกระทั่งใกล้ถึงวันหมั้นของอัยวากับแทนไทลูกชายนักธุรกิจชื่อดังฝั่งภาคเหนือ ว่าที่ลูกเขยนัดทานอาหารขอเขาคุยเป็นการส่วนตัวเดิมทีเขาคิดว่าชายหนุ่มแค่อยากสานสัมพันธ์ว่าที่พ่อตาลูกเขยเท่านั้น แต่กลับไม่ใช่
“คนในรูปเป็นใคร” ครามที่อยู่ในวัยกลางคนถามหนุ่มรุ่นลูกที่นั่งฝั่งตรงข้าม คนในรูปช่างดูงดงามเหลือเกิน รอยยิ้มหวานในรูปทำให้หัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวสั่นสะท้านเล็กน้อย
“คนในรูปชื่อ ลออจันทร์ครับเคยทำงานที่บ้านของคุณลุง”เสียงเย็นชาเอ่ยถึงคนในรูปภาพก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมเมื่อว่าที่พ่อตาเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“ต่อมาไม่นาน คุณน้าลออจันทร์ก็ลาออกไปทำงานที่ร้านกาแฟจนกระทั่งคลอดลูกชายโอเมก้าชื่อ ลลิต คุณลุงลองดูรูปลูกชายของคุณน้าลออจันทร์สิครับ”
ครามเปิดซองที่บรรจุรูปจำนวนหนึ่งออกมา ครามตกตะลึงมองรูปมีตั้งแต่ตอนเด็กไปกระทั่งตอนโตทีละรูปด้วยความตกตะลึง
“ตาของเด็กคนนี้เหมือนกับเด็กในตระกูลของเราไม่มีผิด” ครามเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ความคิดบ้า ๆ เริ่มผุดขึ้นมา
“อายุของเด็กคนนี้ล่ะ” เสียงละล่ำละลักถามชายหนุ่มรุ่นลูก
“ลลิตอายุแค่ 24 ปี ครับ” จากคำบอกเล่า ทำให้ครามจะรู้สึกผิดหวังอย่างไม่รู้ที่มาที่ไป
“งั้นเด็กคนนี้คง...”
“ลลิตจากไปตอนที่อายุเพียงแค่ 24 ปีครับ” เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ครามนิ่งงันตกตะลึงอยู่นาน
“แล้วครามบอกเรื่องนี้กับลุงทำไม” เสียงที่เคยหนักแน่นตอนนี้กลับแหบพร่าอย่างน่าประหลาด
“คุณลุงควรจะทราบว่าลูกที่แท้จริงตายไปแล้ว ส่วนอัยวานั้นคือลูกของคุณน้าโรสรินแค่คนเดียว” เมื่อชายหนุ่มเมื่อพูดเรื่องราวทั้งหมดก็ขอตัวกลับทันที ทิ้งครามให้นั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างเงียบงัน จนกระทั่งแววตาที่เศร้าสลดแปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้น ครามสั่งให้คนสนิทสืบเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนทันที
“คราม คุณทำอะไรคะเนี่ย” โรสรินกรีดร้องเสียงแหลม เมื่อครามถือกระดาษปึกนึงเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะปาไปที่หน้าของคนที่ได้ชื่อว่าภรรยา
“คุณพ่อ/ตาคราม” เสียงเรียกจากตกใจของทั้งครอบครัวดังขึ้นในห้องทานอาหาร
“ทำอะไรงั้นเหรอ คุณลองก้มดูกระดาษพวกนี้สิ” โรสรินหยิบกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะหน้าซีดเมื่อเป็นผลตรวจดีเอ็นเอระหว่างอัยวากับคราม
“ไม่จริง เรื่องนี้ฉันอธิบายได้ อัยวา! ลูกอย่าอ่านนะ” คนเป็นแม่ร้องห้ามเสียงหลง เมื่อลูกชายหยิบกระดาษที่ตกอยู่ใกล้ตัวมาอ่าน รวมไปถึงทุกคนที่โต๊ะทานอาหารด้วย
“ นี่มันไม่จริงใช่ไหม แล้วเด็กในรูปคือใคร เอ๊ะหนูลลิตนี่นา” คุณหญิงไพลินถามลูกชายเสียงสั่นตอนแรกก็งุนงงแต่เห็นรูปถ่ายปัจจุบันก็จำได้ว่าเป็นเพื่อนของหลานชายที่ทำทรงผมปิดหน้าปิดตา แต่เมื่อเห็นรูปสีตาของลลิตเป็นสีอำพันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดกันมาในตระกูลที่จะปรากฏในบางรุ่นเท่านั้น ดังนั้นตอนที่อัยวาเกิดทุกคนถึงไม่เอะใจกับสีตาแต่หากรู้ตัวตนของลลิตมาก่อนทุกคนย่อมเอะใจเป็นแน่
“ลลิตลูกชายที่ตายไปแล้วของผมเอง” ที่แหบพร่าดังขึ้นอย่างคนใจสลาย ลูกชายของเขาต้องทุกข์ทรมานกับโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและต้องตายภายในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่แค่คนเดียว ปราศจากครอบครัวที่แท้จริงคอยห้อมล้อม
สิ้นเรื่องราวที่ออกมาจากลูกชายคุณหญิงไพลินเป็นลมล้มไปทันที ครามมองความวุ่นวายตรงหน้าอย่างเย็นชาก่อนจะเดินออกไปทันที
ชายวัยกลางคนขับรถไปยังบ้านแถบชานเมืองที่เงียบสงบ เดินขึ้นชั้นสองของบ้านอย่างเงียบ ๆ เปิดประตูเข้าไปหยุดข้างเตียงที่มีร่างอ่อนแรงนอนอยู่ แม้กาลเวลาที่ผ่านไปก็ไม่อาจลดทอนความงามของคนตรงหน้าไปได้
ฝ่ามือลูบหน้าผากที่มีรอยเส้นแห่งกาลเวลาทิ้งไว้ ก่อนจะสัญญากับคนตรงหน้า
“ต่อไปฉันจะดูแลเธอเอง ลออจันทร์”
รถหรูแล่นมาจอดที่หน้าภัตตาคารอาหารที่มีชื่อเสียงของประเทศ เมื่อรถจอดนิ่งทำให้ชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์
“ถึงที่นัดหมายแล้วครับ คุณคราม” เตวิชเปิดประตูรถให้เจ้านายหนุ่ม
“โรสรินมาถึงหรือยัง” ดวงตาคมฉายแววเย็นชาไม่เหมือนเอ่ยถึงภรรยาที่เพิ่งคลอดหลานชายคนแรกให้แก่ครอบครัว
“ถึงแล้วครับท่าน”
“อืม เอกสารล่ะ” เดินตรงไปยังห้องอาหารที่จองไว้ส่วนตัว ก่อนที่บริกรจะเปิดประตูให้ชายหนุ่มมาดเข้มเดินเข้าไปในห้องอาหาร โรสรินที่เพิ่งคลอดลูกไม่ถึงหนึ่งปีแต่ร่างกายกลับมาเหมือนอย่างเดิมราวกับไม่เคยคลอดลูกมาก่อน ใบหน้าสวยที่ผ่านการบำรุงอย่างดียิ้มให้คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี
“คุณคราม มาแล้วหรือคะ” โรสรินดีใจเมื่อเห็นสามีของตนนัดออกมาทานข้าวนอกบ้าน หญิงสาวตื่นเต้นมากเพราะตั้งแต่แต่งงานมาชายหนุ่มไม่เคยแสดงความรักให้แก่ตนสักครั้ง
พึ่บ! เสียงเอกสารถูกปาลงไปยังกลางโต๊ะที่ประดับไปด้วยดอกไม้ โรสรินหน้าเสียเมื่อเห็นการกระทำของสามี
“อะไรกันคะ !!!!”
“เปิดสิ” มือเรียวสวยเอื้อมมือไปคว้าซองเอกสารบนโต๊ะ ดวงตากรอกไปตามตัวอักษรที่ปรากฏก่อนจะหน้าซีดนี่มัน ใบหย่า !!!
“คุณคราม คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง ฉันเพิ่งคลอดลูกชายให้คุณนะคะ” โรสรินกรีดร้องลั่นเมื่อเห็นเอกสารด้านใน
“ลูกชายของผม คุณแน่ใจเหรอ” เสียงเย็นชาที่เปล่งออกมาทำให้โรสรินหน้าแทบไร้สีเลือด
“คุณ...พูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”
“ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ดังไปทั่วประเทศ ก็เซ็นใบหย่ามาซะเถอะ”
“คุณคราม คุณอย่าบีบบังคับฉันเลยนะคะ หนูอัยวาตอนนี้ลูกของเราตอนนี้เพิ่งจะแปดเดือนเอง แกไม่มีพ่อไม่ได้...”
“แล้วลูกของฉันต้องขาดพ่ออย่างงั้นเหรอ” เสียงตวาดดังขึ้นไปทั่วห้อง โรสรินสะดุ้งตัวโยนแสดงท่าทางหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้า
“รีบเซ็นซะเถอะ ฉันจะให้เงินพวกเธอสองแม่ลูกตั้งตัว”
“แต่คุณแม่...”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณแม่ ฉันจะอธิบายให้ท่านทราบเอง” ครามตัดบทเมื่อบทสนทนาเริ่มยืดเยื้อ โรสรินเม้มปากแน่นก่อนจะจรดปากกาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างเชื่องช้า
“ฉันให้เวลาสามวันเก็บข้าวของแล้วพาอัยวาไปต่างประเทศซะ บอกคุณแม่ว่าไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอคนไหนก็ได้”
เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ชายหนุ่มก็หันหลังกลับเดินออกไปทันที ไม่สนใจเสียงอาละวาดด้านหลัง
“หาตัวเจอหรือยัง” น้ำเสียงของครามเปลี่ยนไปเมื่อนึกถึงใบหน้าลูกเมียตัวจริงที่แอบหนีไปของตน
“ครับ ตอนนี้คุณลออจันทร์ทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟอุ่นไอรักครับท่าน” ส่งรูปที่แอบถ่ายให้ชายหนุ่มใบหนึ่ง รอยยิ้มแต่งแต้มที่มุมปากเมื่อเห็นชายหนุ่มโอเมก้าที่อุ้มเด็กตัวจ้ำม่ำไว้แนบอกชี้ชวนให้ดูดอกไม้ริมทาง
“อืม พรุ่งนี้ยกเลิกนัดทั้งหมด ฉันจะไปตามลูกกับเมียฉันกลับบ้าน” สั่งงานจบพลางสอดรูปถ่ายไว้ในกระเป๋าสตางค์
ลออจันทร์ พรุ่งนี้พี่จะไปหาเธอกับลูกแล้วนะ
ตัดมาที่ปัจจุบัน
“แงงงงงงง ฮึก” เสียงร้องไห้ของลูกชายทำให้ความเจ็บที่ข้างขมับทวีความปวดยิ่งขึ้น ชายหนุ่มมองตามร่างบางรีบไปปลอบประโลมเด็กอ้วนจอมร้ายกาจที่เพิ่งขว้างของเล่นใส่ศีรษะเขา ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ
ช่างเป็นการพบเจอที่น่าประทับใจจริง ๆ
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“อุแว้! อุแว้!”เสียงร้องแหลมเล็กของทารกดังก้องไปทั่วห้องคลอด พร้อมกับหยดน้ำตาของ ลออจันทร์ ที่รินไหลออกมาด้วยความปีติ หัวใจเต้นแรงด้วยความยินดี“ยินดีด้วยครับ เพศหลักเป็นเด็กผู้ชาย”คุณหมอเอ่ยแจ้งข่าวดี พลางอุ้มร่างเล็กไปทำความสะอาด ขณะที่ลออจันทร์ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง ความเหนื่อยล้ากัดกินจนเขาหมดสติไปในที่สุดอึดอัดจัง... ทำไมลืมตาไม่ได้?ร่างเล็กถูกห่อด้วยผ้าผืนหนา ทารกน้อยขยับตัวยุกยิกด้วยความไม่สบายตัว ความรู้สึกอึดอัดทำให้เขาต้องร้องออกมา“แอ๊ะ แอ้~”เฮ้ย!?ทำไมเสียงเราเป็นแบบนี้วะ!?ใบไผ่ อดีตวิศวกรหนุ่มโสดวัยสามสิบปี ชีวิตของเขาต้องจบลงอย่างไม่คาดฝันเมื่ออุบัติเหตุพลัดตกจากตึกสูงแปดชั้นทำให้เสียชีวิตคาที่แต่แทนที่จะดับสูญไป เขากลับลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กทารก!“เป็นอะไรครับ ลลิต ลูกแม่”เสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาหาทารกน้อยในเปลเด็กเล็ก ก่อนจะประคองร่างเล็กขึ้นอย่างทะนุถนอม ก่อนจะพาดบ่าและโยกตัวเบาๆ กล่อมให้สงบ“ฮึก... ฮือ...”ทารกน้อยพยายามจะเปล่งเสียงพูด แต่สิ่งที่ออกมากลับมีเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็พรั่งพรูเข้า
ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไปลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังที่น้องสาวของเขา ต้นหลิว ติดงอมแงมคอยพูดเรื่องของตัวละครในนิยายให้ฟังตอนกินข้าวบ่อย ๆ รู้อย่างนี้ไม่น่าเสียบหูฟังหนีเลยทารกน้อยค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำที่กระจัดกระจาย ลออจันทร์ แม่ของเขาในนิยายเรื่องนี้รับบทเป็นตัวประกอบที่แอบหลงรัก คุณคราม อัลฟ่าหนุ่มที่เพิ่งเปิดตัวคู่หมั้นสายฟ้าแลบจนเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งประเทศ ทำให้ลออจันทร์รู้สึกผิดที่พลาดนอนกับคุณชายของบ้านจนต้องหอบท้องหนีมาเพื่อให้คนที่ตนแอบรักได้แต่งงานกับแฟนสาวอย่างราบรื่นเรื่องราวผ่านไปจน ลลิต โอเมก้าน้อยได้เติบโตขึ้นจนอายุ 20 ปี เด็กน้อยที่ผ่านความลำบากมาตั้งแต่เด็ก รูปร่างจึงผอมซีด ใบหน้าปกคลุมด้วยทรงผมหน้าม้าทำให้ดูมืดมนขึ้นไปอีก หนุ่มน้อยขี้อายได้ตกหลุมรัก แทนไท เดือนมหาลัยสุดฮอต หากแต่คนขี้ขลาดอย่างเขาคงได้แต่แอบรักเขาข้างเ
จ๊วบ จ๊วบ เสียงดูดกลืนน้ำนมของทารกน้อย เรียกรอยยิ้มของลออจันทร์ให้กว้างขึ้นไปอีกความจริงเขาไม่อยากดื่มนมจากเต้าหรอกนะ แต่ร่างกายทารกนี่ยุ่งยากจริงหากไม่หิวก็หลับอยู่นั่นแหละ ลลิตคิดถึงร่างกายผอมแห้งของลลิตตอนโต มืออวบยิ่งบีบจับเต้าไว้แน่นออกแรงดูดกลืนน้ำนมจนเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของโอเมก้าหนุ่มดังขึ้น“โอ๊ะ ลูกแม่ แรงดีจริง ๆ เลยนะเนี่ย” เสียงนุ่มหยอกล้อเจ้าตัวเล็ก จนลลิตรู้สึกผิดจึงได้เบาแรงลงเล็กน้อย สองแม่ลูกใช้เวลาร่วมกันสักพักจนร่างทารกหลับคาหน้าอกลออจันทร์อุ้มร่างเล็กนอนลงเปลเด็ก ก่อนผละออกไปซักผ้าอ้อมที่ใช้แล้วในห้องน้ำ แม้การเป็นโอเมก้าเลี้ยงเดี่ยวจะลำบากไปหน่อย แต่เขาโชคดีที่บรรดาผู้คนที่รายล้อมเขาต่างคอยให้ความช่วยเหลือ ลออจันทร์หวนนึกถึงใบหน้าหล่อเหล่าในความทรงจำ แต่ก็รีบสลัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วป่านนี้คุณครามกับคุณรินคงแต่งงานกันไปแล้วกริ๊ง กริ๊ง เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ทำให้ลออจันทร์หลุดออกจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มรีบออกไปสำรวจลูกน้อยก่อนว่าจะสะดุ้งกับเสียงออดหรือเปล่า เมื่อเห็นทารกน้อยหลับอุตุอย่างน่ารัก ก็รีบไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขก“โอ๊ย ยายแก่หยิกฉันทำไม” เสียง
“ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงหน้าอยู่แล้ว ครามคุณพ่อของนายเอกและเป็นไอ้หน้าโง่ที่เลี้ยงดูลูกคนอื่นจนไม่รู้ว่าลูกตัวเองตายไปตั้งนานแล้วลลิตคิดแล้วก็โกรธคนตรงหน้าที่มีส่วนทำให้หม่าม้าของตนต้องมีจุดจบแบบนั้น ใบหน้าน้อย ๆ ออกอาการฮึดฮัดชี้มือชี้ไม้ไปมาจนคนเป็นแม่นึกฉงน“เด็กดี ไม่ต้องร้องนะครับ” เสียงลออจันทร์เอ่ยปลอบโยนลูกชายในอ้อมอก ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง“คุณลูกค้า หากต้องการสั่งกาแฟรบกวนสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์นะครับ” ลออจันทร์รวบรวมความกล้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม“ตอนที่เดินเข้ามาในร้านนายยังเรียกฉันว่า คุณครามอยู่เลยนะ” ลออจันทร์เม้มปากแน่น อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเมื่อเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป“คุณคราม มาที่นี่ทำไมครับ” อ้อมกอดเริ่มรัดแน่นเมื่อลูกน้อยที่อยู่บนตักเริ่มขยับตัวขยุกขยิกพยายามหันหน้าออกมา ร่
แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นสถานที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ก็ทำให้ครามรู้สึกปวดใจไปหมดสภาพห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงขนาดกลางชิดมุมห้องและเปลเด็กกลางห้องยังมีของสำหรับเด็กอ่อนที่อยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นกลางเก่ากลางใหม่บริเวณกลางห้องมีเสื่อเด็กเล่น ยังดีที่มีระเบียงหลังใช้สำหรับตากผ้าอ้อมกับอ่างล้างจาน“แอ้ แอ้” มองแบบนี้หมายความว่ายังไงทารกน้อยตบมือปุ ๆ ไปที่คางได้รูปเมื่อเห็นคนตัวยักษ์กวาดสายตาไปทั่วห้อง ลออจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย“เอ่อ คุณครามนั่งที่เตียงได้นะครับ” ปกติสองแม่ลูกจะปูเสื่อนั่งเล่นกลางห้อง ลลิตตัวน้อยรู้ความมาก เมื่อกลับจากที่ทำงานลออจันทร์จะปูเสื่อนิ่มไว้กลางห้องและเทบรรดาของเล่นที่ตายายที่ขยันซื้อมาฝากปล่อยให้ลูกเล่นตามลำพัง ส่วนเขานั้นก็จะรีบซักผ้าอ้อมและทำอาหารเย็น เด็กอายุเจ็ดเดือนเริ่มทานอาหารอ่อน ๆ ได้แล้ว ลออจันทร์จึงมักสลับทำอาหารกับป้อนนมให้ลูกเป็นบางครั้งเพื่อฝึกให้ลลิตเลิกเต้าเพราะตอนนี้น้ำนมของเขาแทบจะไม่มีแล้วครามเดินไปที่เตียงก่อนจะวางลูกน้อยให้นอนแผ่บนเตียง ลลิตที่ถูกปล่อยตัวพลิกคว่ำคลานไปทั่
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้“อืม”ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อนเรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่น
“ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอาล่ากอดต้นไม้ของลูกก็อดขำไม่ได้“แอ้ แอ้” ไปไกล ๆ เลยนะมือน้อยที่กำหางไดโนเสาร์อยู่ใช้แรงฟาดตุ๊กตาไปที่ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราด จนลออจันทร์ต้องปรามลูกน้อย“เอ๊ะ ลลิตอย่าทำแบบนี้สิครับ”“ฮึก แงงงงงง”หม่าม้าดุลลิตเหรอเสียงร้องไห้ที่เพิ่งเงียบไปกลับมาดังอีกครั้ง ลออจันทร์มองลูกน้อยอย่างอ่อนใจมือบางคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ พลางโยกตัวกล่อมร่างนุ่มนิ่ม“แม่ะ อะบูวววว” หม่าม้าอยากกลับบ้านแล้วครับ“กลับกันเถอะ ลูกคงง่วงนอน” ครามถือของแทนลออจันทร์โอบประคองร่างสองแม่ลูกเข้าไปในลิฟต์ ลออจันทร์ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนแต่ก็จนใจเมื่อสองมืออุ้มลูกน้อย
“หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จเด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้วลออจันทร์จึงอยากให้ลลิตลองฝึกดูแต่ปรากฏว่าลูกเขาช่างฉลาดจริง ๆ สอนไม่กี่รอบก็พูดได้แล้ว“แม่ะ แม่ะ หม่ำ หม่ำ” หม่าม้าลลิตหิวข้าวแล้ว“โอ๋ ลลิตหิวข้าวแล้วเหรอครับ รอแปปนึงนะครับ”“อ้ายย ยา อ้ายย”กริ๊ง กริ๊งลออจันทร์ที่กำลังบดข้าวกับกล้วยสุกได้ยินเสียงกริ่งจึงเดินไปเปิดประตูเชิญแขกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง ครามที่ในวันนี้แต่งตัวสบาย ๆ สวมเสื้อยืดแบรนด์ดังกับกางเกงเนื้อดีถือถุงใบใหญ่เข้ามาในห้องสร้างความสนใจให้แก่ลลิต“อา อา” ถืออะไรมาอ่ะลลิตคลานมาตรงหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้ ครามที่เห็นลูกคลานมาหาก็ดีใจย่อตัวลงรวบร่างอวบอัดเข้ามากอดมาหอม“แอ้ อ้ายยย”
หลังจากส่งลออจันทร์ที่ร้านอุ่นไอรัก ครามก็นั่งรถกลับบริษัทไปทำงานต่อระหว่างนั่งทำงานแทบจะไม่มีสมาธิ มัวแต่มองนาฬิกาข้อมือเป็นพัก ๆ แทบอยากจะให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ หากแต่ชายหนุ่มก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รับสายจากผู้เป็นแม่ “ครับ คุณแม่” “ตาคราม นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องให้หนูรินรีบพาหนูอัยวาไปต่างประเทศด้วย รีบกลับมาห้ามเมียแกเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงปลอบประโลมของคนในบ้าน “งั้นคุณแม่ก็บอกให้โรสรินเตรียมใจไว้ดี ๆ นะครับ”พูดจบก็กดตัดสายไป สายตาเย็นชาครุ่นคิดถึงเรื่องที่โรสรินกระทำลงไป คิดว่าถ้าจากไปเงียบ ๆ เขาจะไม่คิดบัญชีย้อนหลังแล้วแท้ ๆ ชายหนุ่มเห็นแก่อัยวาจึงไม่อยากถึงขั้นแตกหักกับโรสริน เด็กน่าสงสารที่ครามคิดว่าเป็นลูกชายในชาติที่แล้วถึงแม้ไม่ได้เลี้ยงดูมาอย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังมีความรู้สึกผูกพันอยู่บ้าง เขาจึงไม่อยากให้เรื่องที่ยังแก้ไขได้ส่งผลต่ออนาคตของเด็กคนนั้นอัยวาควรได้เจอพ่อที่แท้จริงครามถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนที่ลออจันทร์และลลิตจะย้ายเข้
แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นสถานที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ก็ทำให้ครามรู้สึกปวดใจไปหมดสภาพห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงขนาดกลางชิดมุมห้องและเปลเด็กกลางห้องยังมีของสำหรับเด็กอ่อนที่อยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นกลางเก่ากลางใหม่บริเวณกลางห้องมีเสื่อเด็กเล่น ยังดีที่มีระเบียงหลังใช้สำหรับตากผ้าอ้อมกับอ่างล้างจาน“แอ้ แอ้” มองแบบนี้หมายความว่ายังไงทารกน้อยตบมือปุ ๆ ไปที่คางได้รูปเมื่อเห็นคนตัวยักษ์กวาดสายตาไปทั่วห้อง ลออจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย“เอ่อ คุณครามนั่งที่เตียงได้นะครับ” ปกติสองแม่ลูกจะปูเสื่อนั่งเล่นกลางห้อง ลลิตตัวน้อยรู้ความมาก เมื่อกลับจากที่ทำงานลออจันทร์จะปูเสื่อนิ่มไว้กลางห้องและเทบรรดาของเล่นที่ตายายที่ขยันซื้อมาฝากปล่อยให้ลูกเล่นตามลำพัง ส่วนเขานั้นก็จะรีบซักผ้าอ้อมและทำอาหารเย็น เด็กอายุเจ็ดเดือนเริ่มทานอาหารอ่อน ๆ ได้แล้ว ลออจันทร์จึงมักสลับทำอาหารกับป้อนนมให้ลูกเป็นบางครั้งเพื่อฝึกให้ลลิตเลิกเต้าเพราะตอนนี้น้ำนมของเขาแทบจะไม่มีแล้วครามเดินไปที่เตียงก่อนจะวางลูกน้อยให้นอนแผ่บนเตียง ลลิตที่ถูกปล่อยตัวพลิกคว่ำคลานไปทั่
“ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงหน้าอยู่แล้ว ครามคุณพ่อของนายเอกและเป็นไอ้หน้าโง่ที่เลี้ยงดูลูกคนอื่นจนไม่รู้ว่าลูกตัวเองตายไปตั้งนานแล้วลลิตคิดแล้วก็โกรธคนตรงหน้าที่มีส่วนทำให้หม่าม้าของตนต้องมีจุดจบแบบนั้น ใบหน้าน้อย ๆ ออกอาการฮึดฮัดชี้มือชี้ไม้ไปมาจนคนเป็นแม่นึกฉงน“เด็กดี ไม่ต้องร้องนะครับ” เสียงลออจันทร์เอ่ยปลอบโยนลูกชายในอ้อมอก ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง“คุณลูกค้า หากต้องการสั่งกาแฟรบกวนสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์นะครับ” ลออจันทร์รวบรวมความกล้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม“ตอนที่เดินเข้ามาในร้านนายยังเรียกฉันว่า คุณครามอยู่เลยนะ” ลออจันทร์เม้มปากแน่น อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเมื่อเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป“คุณคราม มาที่นี่ทำไมครับ” อ้อมกอดเริ่มรัดแน่นเมื่อลูกน้อยที่อยู่บนตักเริ่มขยับตัวขยุกขยิกพยายามหันหน้าออกมา ร่