“ตาคราม ลออเป็นยังไงบ้าง” คุณไพลินกับคุณพิศาลมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว หญิงวัยกลางคนมาถึงก็ถามไถ่อาการของลูกสะใภ้ทันที
“ตอนนี้หมอกำลังผ่าคลอดครับ” ครามนั่งหน้าห้องโดยที่กอดตัวลลิตที่คอพับคออ่อนไว้กับตัว
“แม่จัดการเรื่องห้องพักไว้แล้ว ให้ลลิตไปนอนที่ห้องก่อนเถอะ”คุณไพลินเข้ามาอุ้มร่างของหลานชายไว้ก่อนจะเดินไปยังห้องพักวีไอพี
“ฝากคุณแม่ด้วยนะครับ”ให้ลลิตไปนอนรอที่ห้องน่าจะดีกว่าอยู่กับเขา เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ครามก็ยิ่งอย่างกระวนกระวายใจ
คุณพิศาลตบบ่าให้กำลังใจลูกชาย “แกไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนี้ก็ได้ เป็นพ่อลูกสองแล้วนะ”
“ตอนลลิตเกิดผมไม่ได้อยู่ด้วยนี่ครับ” คราวของอัยวาเขาก็ไม่ได้อยู่ด้วยเหมือนกัน ชายหนุ่มลงจากเครื่องมาดูหน้าอัยวาแค่แวบเดียวก่อนจะนั่งเครื่องเพื่อไปทำงานต่อ
ครามนึกด่าตัวเองในใจทำไมเขาถึงไม่ย้อนเวลามาเร็วกว่านี้นะตอนลออจันทร์คลอดลลิตต้องลำบากแค่ไหน ตอนที่เขาดูแลลออจันทร์ในช่วงหลายเดือนมานี้เ
“น้องคีย์ คลานมาทางนี้สิ” ลลิตส่งเสียงเรียกน้องชายตัวอวบอ้วนที่ค่อย ๆ ยันตัวคลานมาที่ตนนั่งอยู่“อา อา” คีย์น้อยอายุได้แปดเดือนแล้วในขณะที่ลลิตอายุห้าขวบอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนแต่ร่างกายไม่ได้ยืดขึ้นแต่อย่างใดมีเพียงคำพูดที่ฟังชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เร็วเข้า ไม่งั้นพี่จะออกไปเล่นกับแพนเค้กแล้วนะ” คีย์น้อยเมื่อได้ยินว่าพี่ชายจะทิ้งตนไปเล่นกับเจ้าแพนเค้กก็ออกแรงคลานจนมาถึงจุดที่ลลิตอยู่ด้วยความเร็วสูงสุด“เก่งมากเลย น้องใครกันนะ”“อาอาอา”“พูด ลาาา ลิตตต” ลลิตพยายามให้น้องฝึกพูดชื่อตัวเอง“อาาาาา” เจ้าหนูน้อยก็เลียนเสียงเก่งเสียด้วย พยายามทำเสียงตามพี่ชายด้วยตากลมแป๋ว“ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด” ลลิตเบ้ปากเมื่อได้ยินเสียงน้องชาย“น้องเพิ่งแปดเดือนเองครับ ตอนหนูแปดเดือนก็เป็นแบบนี้แห
อึก อึกแรงดูดน้องคีย์ทำให้ลออจันทร์ถึงกับนิ่วหน้า นับวันเด็กน้อยยิ่งดูดแรงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ตอนที่ลลิตน้อยดูดนมจากหน้าอกของลออจันทร์ไม่เจ็บเลยสักนิด ลลิตตอนเป็นทารกดูดนมด้วยแรงอันน้อยนิดเหมือนรู้ว่าการกระทำของตัวเองทำให้มารดาเจ็บ“น้องคีย์ ดูดแรงไปแล้วนะ” ลลิตเห็นแม่ตัวเองขมวดคิ้วก็ดุน้องชายแต่ที่ได้รับกลับมาคือแววตากลมแป๋วไร้เดียงสา“ยังจะดูดอีกเหรอ อีกข้างของพี่นะ” ลลิตน้อยถึงแม้ตอนนี้จะห้าขวบแล้วแต่ยังมีนิสัยที่แก้ไม่หายคือติดจุ๊บหน้าอกก่อนนอนเมื่อก่อนก็ไม่ติดขนาดนี้หรอกแต่ตั้งแต่น้องคีย์คลอดออกมาลลิตก็ยิ่งหวง ใบหน้าน่ารักบูดบึ้งเตรียมโน้มตัวไปจุ๊บหน้าอกที่ว่างอีกข้างแต่ถูกครามคว้าตัวไว้เสียก่อน“ไม่ต้องเลยครับ นั่นของพ่อทั้งหมดแหละ” ครามทำหน้าหนาตอบลลิตก่อนจะใช้จมูกฟัดพุงกลมของลูกชายจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคักไม่หยุด“งื้อ ป๊ะป๋าไม่เอา มันจั๊กจี้นะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ลลิตนอนหัวเราะจนหมดแรงวันนี้พ่อแม่ลูกสี่คนนอนค้างที่
“เราจะไหนเหรอครับ” ลลิตน้อยที่วันนี้ถูกจับแต่งตัวด้วยชุดเอี๊ยมโดยสวมเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ไว้ข้างในถามครามอย่างสงสัยแต่พอมองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยก็โพล่งออกมา “นี่มันทางไปบริษัทของป๊ะป๋านี่ ลลิตจำได้” ลลิตมองเห็นร้านเค้กคุณม่อนที่ผ่านเป็นประจำยามไปเที่ยวเล่นบริษัทจึงนึกออก “ใช่ครับ วันนี้เราจะไปที่บริษัทกัน”ครามตอบลูกชายด้วยรอยยิ้มเลศนัย ลออจันทร์มองท่าทางของสามีแล้วนึกฉงนขึ้นมาอีกรอบ แค่ไปที่บริษัทถึงต้องพาครอบครัวทั้งสี่คนไปด้วยแถมยังกำชับให้เขาแต่งตัวดูดีเป็นพิเศษอีก “มามา”น้องคีย์ยื่นแขนมาหาลออจันทร์ด้วยท่าทางน่าสงสาร ทารกน้อยยังไม่ชินเวลาที่นั่งคาร์ซีท เด็กชายคีตาส่งสายตาอ้อนวอนไปหาพี่ชายตัวน้อยอีกด้วย “ไม่ได้นะน้องค
“ลลิตเสร็จหรือยังครับ” ลออจันทร์ที่แต่งตัวเสร็จแล้วเดินไปเคาะประตูห้องลูกชายที่อยู่ตรงข้ามเนื่องจากห้องนอนเดิมถูกเด็กชายคีตายึดไปเพื่อความสะดวกในการให้นมตอนกลางคืน ตอนแรกลออจันทร์ค่อนข้างกังวลว่าลลิตจะไม่ยอมแต่เมื่อลองเกริ่นดูเด็กชายกลับยอมอย่างง่ายดาย “ได้สิครับ หม่าม้าจะได้ไม่เหนื่อย” “ลูกชายของหม่าม้าเก่งจังเลยครับ” ลออจันทร์ชมลูกชายจนตัวลอย ลลิตบิดตัวไปมาอย่างขวยเขินก่อนจะจ้องมองด้วยความคาดหวัง “เด็กดีต้องมีรางวัลใช่ไหมครับ” ลลิตอยากได้โมเดลหุ่นยนต์ชื่อดัง เมื่อก่อนเขาก็ไม่ได้สนใจโมเดลหุ่นยนต์หรอกเขาชื่นชอบโมเดลรถมากกว่าแต่ไปโรงเรียนทีไรแทมมาลีนชอบเอามาอวดทุกที ทุกวันคุณหนูแทมมาลีนจะหยิบโมเดลหุ่นยนต์มานอนกอดตอนกลางวันโดยไม
อย่าคิดว่าครามไม่เห็นสีหน้าของลออจันทร์ตอนที่โรสรินพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะถูกหิ้วออกจากร้าน เพียงแต่เขาไม่สะดวกคุยต่อหน้าลูกชายที่ยังเล็กอยู่จึงรีบบึ่งรถกลับบ้านอย่างรวดเร็ว“แพนเค้ก พี่ลลิตมาแล้ว” ลลิตลงจากรถก็หยิบขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงลงไปด้วย เด็กน้อยเกลือกกลิ้งไปตามสนามหญ้าโดยไม่สนใจว่าเสื้อสีขาวจะเลอะแค่ไหน หากเป็นตอนลออจันทร์ปกติล่ะก็จะต้องบ่นลูกชายแน่นอนแต่วันนี้สภาพจิตใจของลออจันทร์ไม่อยู่กับตัวจึงปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดาย“ลออ เข้าบ้านกันเถอะ”ครามโอบร่างของลออจันทร์เข้าบ้านแต่ร่างบางกลับผงะออกอย่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมใจลอยไปหน่อย” ลออจันทร์รีบเดินเข้าบ้านไม่สนใจครามที่เดินมาด้านหลัง“รบกวนป้าจิตคอยดูลลิตเล่นกับแพนเค้กหน่อยนะครับ” ลออจันทร์วานให้ป้าแม่บ้านดูแลลูกชายครู่หนึ่งก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบน“ได้ค่ะ” ป้าจิตรับคำก่อนจะเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำของเจ้าแพนเค้กแกไปด้วยสงสัยวันนี้คงได้อาบน้ำให้ทั้งคุณหนูลลิตและเจ้าแพนเค
ทันทีที่ลออจันทร์ก้าวเข้าในห้องลองชุดส่วนตัวของดาหวันก็ต้องตกตะลึงเพราะมันเหมือนยกทั้งสตูดิโอขนาดย่อมเข้ามาอยู่ในห้องกว้างขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็นสองฝั่งอย่างเห็นได้ชัด ฝั่งหนึ่งใช้สำหรับออกแบบชุดอีกฝั่งหนึ่งอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์“ตามพี่มาทางนี้” ดาหวันเอ่ยเรียกลออจันทร์ที่ยืนตื่นตาตื่นใจกับห้องทำงานที่เขาแสนหวง ถ้าไม่ใช่ห้องทำงานห้องนี้ที่ปราบลงทุนทำเพื่อมัดใจโอเมก้าไฮโซคนนี้ล่ะก็ เขาไม่ยอมย้ายเข้ามาอยู่กินกับพ่อเลี้ยงภาคเหนือง่าย ๆ หรอก“ขายหน้าพี่ดาหวันแย่เลย” ลออจันทร์ยิ้มเขินเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอทำตัวขายหน้า แต่ ดาหวันกลับชอบที่เห็นลออจันทร์เป็นแบบนี้“ตามพี่มาทางนี้ดีกว่า เห็นอย่างนี้ห้องนี้ถูกออกแบบให้เป็นทางเดินลึกและแยกย่อยเป็นหลายห้อง ตอนที่เจ้าแทมแอบครูสอนพิเศษมาหลบในห้องนี้ต้องใช้เวลาหาตัวหลายนาทีกว่าจะเจอตัวแน่ะ” ดาหวันเล่าด้วยน้ำเสียงระอา ตั้งแต่ลูกชายคนนี้หายดีจากอาการตกน้ำ นิสัยที่เคยเอาแต่ใจหายไปก็จริงแต่นิสัยลิงทโ
แชะ แชะเสียงกดชัตเตอร์ถ่ายรูปของบรรดาสำนักข่าวทั่วประเทศมารวมตัวกันในงานเปิดตัวแฟชั่นโชว์ของดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับประเทศ นอกจากงานนี้จะเป็นการรวมตัวของนายแบบและนางแบบแล้วยังมีนักธุรกิจชื่อดังหลายคนมาร่วมงานด้วย งานถูกจัดขึ้นในสวนดอกไม้นานาชนิดชื่อดังใจกลางเมือง ทั่วทั้งงานถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน“ยัยรินนี่แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ยะ”โรสรินที่อยู่บริเวณหน้างานจิบไวน์อย่างเบื่อหน่าย ร่างของโอเมก้าสาวหันไปตามเสียงเรียกก็เหยียดมุมปากขึ้นมา“เพิ่งมาถึงน่ะ ไม่เจอกันนานเลยนะจินนี่” โรสรินตวัดสายตาไปยังคนที่มาใหม่ อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าคนตรงหน้าลับหลังเอาเรื่องครอบครัวเธอไปนินทาไปทั่ว“อืม ว่าแต่หล่อนไม่พาน้องอัยวามาด้วยเหรอ”เท่านั้นแหละโรสรินก็สลัดหน้ากากจอมปลอมทิ้งไป ดวงตาที่ตกแต่งอย่างดีวาวโรจน์อย่างน่ากลัว“พูดเรื่องลูกชายฉันทำไม”“อ้าว ฉันแค่คิดถึงหลานเฉย ๆ เอง” จินนี่ตอบเสียงสูง น้ำเสียงมีความเยาะเย้ยแฝงอยู่
“พ่อของคุณก่อปัญหาใหญ่โตขนาดนั้น ยังกล้ามางานนี้อีกงั้นเหรอ”ครามเอ่ยประเด็นสำคัญขึ้นมา“สงสัยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคงไม่มากพอ” ปราบเอ่ยขึ้นบ้าง“พวกคุณรวมหัวกันรังแกฉันเหรอ” โรสรินที่ตอนนี้ยังไม่ยอมรับความผิดของเองด่ากราดไปทั่ว“คุณจะหยุดได้หรือยังโรสริน” ครามตวาดเสียงดังจนโรสรินสะดุ้งโหยง“พี่คราม”ลออจันทร์ลูบแผ่นหลังสามีเพื่อปลอบประโลม“พวกผมขอตัวไปดูเด็ก ๆ ก่อนนะครับ” ปราบและดาหวันเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาก็เอ่ยขอตัวทันที ครามพยักหน้าขอบคุณเมื่อสองสามีภรรยาลับสายตาไปแล้ว ครามก็เอ่ยเข้าประเด็นทันที“คุณต้องการอะไรกันแน่โรสริน” เสียงทุ้มถามอย่างหนักแน่น เขาต้องจบเรื่องของโรสรินในวันนี้ให้ได้“ครามคะ เรากลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้หรือคะ” หญิงสาวเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา โรสรินยังคงรับความจริงไม่ได้ว่าเธอหย่าจาก
“พ่อของคุณก่อปัญหาใหญ่โตขนาดนั้น ยังกล้ามางานนี้อีกงั้นเหรอ”ครามเอ่ยประเด็นสำคัญขึ้นมา“สงสัยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคงไม่มากพอ” ปราบเอ่ยขึ้นบ้าง“พวกคุณรวมหัวกันรังแกฉันเหรอ” โรสรินที่ตอนนี้ยังไม่ยอมรับความผิดของเองด่ากราดไปทั่ว“คุณจะหยุดได้หรือยังโรสริน” ครามตวาดเสียงดังจนโรสรินสะดุ้งโหยง“พี่คราม”ลออจันทร์ลูบแผ่นหลังสามีเพื่อปลอบประโลม“พวกผมขอตัวไปดูเด็ก ๆ ก่อนนะครับ” ปราบและดาหวันเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาก็เอ่ยขอตัวทันที ครามพยักหน้าขอบคุณเมื่อสองสามีภรรยาลับสายตาไปแล้ว ครามก็เอ่ยเข้าประเด็นทันที“คุณต้องการอะไรกันแน่โรสริน” เสียงทุ้มถามอย่างหนักแน่น เขาต้องจบเรื่องของโรสรินในวันนี้ให้ได้“ครามคะ เรากลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้หรือคะ” หญิงสาวเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา โรสรินยังคงรับความจริงไม่ได้ว่าเธอหย่าจาก
แชะ แชะเสียงกดชัตเตอร์ถ่ายรูปของบรรดาสำนักข่าวทั่วประเทศมารวมตัวกันในงานเปิดตัวแฟชั่นโชว์ของดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับประเทศ นอกจากงานนี้จะเป็นการรวมตัวของนายแบบและนางแบบแล้วยังมีนักธุรกิจชื่อดังหลายคนมาร่วมงานด้วย งานถูกจัดขึ้นในสวนดอกไม้นานาชนิดชื่อดังใจกลางเมือง ทั่วทั้งงานถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน“ยัยรินนี่แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ยะ”โรสรินที่อยู่บริเวณหน้างานจิบไวน์อย่างเบื่อหน่าย ร่างของโอเมก้าสาวหันไปตามเสียงเรียกก็เหยียดมุมปากขึ้นมา“เพิ่งมาถึงน่ะ ไม่เจอกันนานเลยนะจินนี่” โรสรินตวัดสายตาไปยังคนที่มาใหม่ อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าคนตรงหน้าลับหลังเอาเรื่องครอบครัวเธอไปนินทาไปทั่ว“อืม ว่าแต่หล่อนไม่พาน้องอัยวามาด้วยเหรอ”เท่านั้นแหละโรสรินก็สลัดหน้ากากจอมปลอมทิ้งไป ดวงตาที่ตกแต่งอย่างดีวาวโรจน์อย่างน่ากลัว“พูดเรื่องลูกชายฉันทำไม”“อ้าว ฉันแค่คิดถึงหลานเฉย ๆ เอง” จินนี่ตอบเสียงสูง น้ำเสียงมีความเยาะเย้ยแฝงอยู่
ทันทีที่ลออจันทร์ก้าวเข้าในห้องลองชุดส่วนตัวของดาหวันก็ต้องตกตะลึงเพราะมันเหมือนยกทั้งสตูดิโอขนาดย่อมเข้ามาอยู่ในห้องกว้างขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็นสองฝั่งอย่างเห็นได้ชัด ฝั่งหนึ่งใช้สำหรับออกแบบชุดอีกฝั่งหนึ่งอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์“ตามพี่มาทางนี้” ดาหวันเอ่ยเรียกลออจันทร์ที่ยืนตื่นตาตื่นใจกับห้องทำงานที่เขาแสนหวง ถ้าไม่ใช่ห้องทำงานห้องนี้ที่ปราบลงทุนทำเพื่อมัดใจโอเมก้าไฮโซคนนี้ล่ะก็ เขาไม่ยอมย้ายเข้ามาอยู่กินกับพ่อเลี้ยงภาคเหนือง่าย ๆ หรอก“ขายหน้าพี่ดาหวันแย่เลย” ลออจันทร์ยิ้มเขินเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอทำตัวขายหน้า แต่ ดาหวันกลับชอบที่เห็นลออจันทร์เป็นแบบนี้“ตามพี่มาทางนี้ดีกว่า เห็นอย่างนี้ห้องนี้ถูกออกแบบให้เป็นทางเดินลึกและแยกย่อยเป็นหลายห้อง ตอนที่เจ้าแทมแอบครูสอนพิเศษมาหลบในห้องนี้ต้องใช้เวลาหาตัวหลายนาทีกว่าจะเจอตัวแน่ะ” ดาหวันเล่าด้วยน้ำเสียงระอา ตั้งแต่ลูกชายคนนี้หายดีจากอาการตกน้ำ นิสัยที่เคยเอาแต่ใจหายไปก็จริงแต่นิสัยลิงทโ
อย่าคิดว่าครามไม่เห็นสีหน้าของลออจันทร์ตอนที่โรสรินพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะถูกหิ้วออกจากร้าน เพียงแต่เขาไม่สะดวกคุยต่อหน้าลูกชายที่ยังเล็กอยู่จึงรีบบึ่งรถกลับบ้านอย่างรวดเร็ว“แพนเค้ก พี่ลลิตมาแล้ว” ลลิตลงจากรถก็หยิบขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงลงไปด้วย เด็กน้อยเกลือกกลิ้งไปตามสนามหญ้าโดยไม่สนใจว่าเสื้อสีขาวจะเลอะแค่ไหน หากเป็นตอนลออจันทร์ปกติล่ะก็จะต้องบ่นลูกชายแน่นอนแต่วันนี้สภาพจิตใจของลออจันทร์ไม่อยู่กับตัวจึงปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดาย“ลออ เข้าบ้านกันเถอะ”ครามโอบร่างของลออจันทร์เข้าบ้านแต่ร่างบางกลับผงะออกอย่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมใจลอยไปหน่อย” ลออจันทร์รีบเดินเข้าบ้านไม่สนใจครามที่เดินมาด้านหลัง“รบกวนป้าจิตคอยดูลลิตเล่นกับแพนเค้กหน่อยนะครับ” ลออจันทร์วานให้ป้าแม่บ้านดูแลลูกชายครู่หนึ่งก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบน“ได้ค่ะ” ป้าจิตรับคำก่อนจะเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำของเจ้าแพนเค้กแกไปด้วยสงสัยวันนี้คงได้อาบน้ำให้ทั้งคุณหนูลลิตและเจ้าแพนเค
“ลลิตเสร็จหรือยังครับ” ลออจันทร์ที่แต่งตัวเสร็จแล้วเดินไปเคาะประตูห้องลูกชายที่อยู่ตรงข้ามเนื่องจากห้องนอนเดิมถูกเด็กชายคีตายึดไปเพื่อความสะดวกในการให้นมตอนกลางคืน ตอนแรกลออจันทร์ค่อนข้างกังวลว่าลลิตจะไม่ยอมแต่เมื่อลองเกริ่นดูเด็กชายกลับยอมอย่างง่ายดาย “ได้สิครับ หม่าม้าจะได้ไม่เหนื่อย” “ลูกชายของหม่าม้าเก่งจังเลยครับ” ลออจันทร์ชมลูกชายจนตัวลอย ลลิตบิดตัวไปมาอย่างขวยเขินก่อนจะจ้องมองด้วยความคาดหวัง “เด็กดีต้องมีรางวัลใช่ไหมครับ” ลลิตอยากได้โมเดลหุ่นยนต์ชื่อดัง เมื่อก่อนเขาก็ไม่ได้สนใจโมเดลหุ่นยนต์หรอกเขาชื่นชอบโมเดลรถมากกว่าแต่ไปโรงเรียนทีไรแทมมาลีนชอบเอามาอวดทุกที ทุกวันคุณหนูแทมมาลีนจะหยิบโมเดลหุ่นยนต์มานอนกอดตอนกลางวันโดยไม
“เราจะไหนเหรอครับ” ลลิตน้อยที่วันนี้ถูกจับแต่งตัวด้วยชุดเอี๊ยมโดยสวมเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ไว้ข้างในถามครามอย่างสงสัยแต่พอมองดูทิวทัศน์ที่คุ้นเคยก็โพล่งออกมา “นี่มันทางไปบริษัทของป๊ะป๋านี่ ลลิตจำได้” ลลิตมองเห็นร้านเค้กคุณม่อนที่ผ่านเป็นประจำยามไปเที่ยวเล่นบริษัทจึงนึกออก “ใช่ครับ วันนี้เราจะไปที่บริษัทกัน”ครามตอบลูกชายด้วยรอยยิ้มเลศนัย ลออจันทร์มองท่าทางของสามีแล้วนึกฉงนขึ้นมาอีกรอบ แค่ไปที่บริษัทถึงต้องพาครอบครัวทั้งสี่คนไปด้วยแถมยังกำชับให้เขาแต่งตัวดูดีเป็นพิเศษอีก “มามา”น้องคีย์ยื่นแขนมาหาลออจันทร์ด้วยท่าทางน่าสงสาร ทารกน้อยยังไม่ชินเวลาที่นั่งคาร์ซีท เด็กชายคีตาส่งสายตาอ้อนวอนไปหาพี่ชายตัวน้อยอีกด้วย “ไม่ได้นะน้องค
อึก อึกแรงดูดน้องคีย์ทำให้ลออจันทร์ถึงกับนิ่วหน้า นับวันเด็กน้อยยิ่งดูดแรงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ตอนที่ลลิตน้อยดูดนมจากหน้าอกของลออจันทร์ไม่เจ็บเลยสักนิด ลลิตตอนเป็นทารกดูดนมด้วยแรงอันน้อยนิดเหมือนรู้ว่าการกระทำของตัวเองทำให้มารดาเจ็บ“น้องคีย์ ดูดแรงไปแล้วนะ” ลลิตเห็นแม่ตัวเองขมวดคิ้วก็ดุน้องชายแต่ที่ได้รับกลับมาคือแววตากลมแป๋วไร้เดียงสา“ยังจะดูดอีกเหรอ อีกข้างของพี่นะ” ลลิตน้อยถึงแม้ตอนนี้จะห้าขวบแล้วแต่ยังมีนิสัยที่แก้ไม่หายคือติดจุ๊บหน้าอกก่อนนอนเมื่อก่อนก็ไม่ติดขนาดนี้หรอกแต่ตั้งแต่น้องคีย์คลอดออกมาลลิตก็ยิ่งหวง ใบหน้าน่ารักบูดบึ้งเตรียมโน้มตัวไปจุ๊บหน้าอกที่ว่างอีกข้างแต่ถูกครามคว้าตัวไว้เสียก่อน“ไม่ต้องเลยครับ นั่นของพ่อทั้งหมดแหละ” ครามทำหน้าหนาตอบลลิตก่อนจะใช้จมูกฟัดพุงกลมของลูกชายจนเด็กน้อยหัวเราะคิกคักไม่หยุด“งื้อ ป๊ะป๋าไม่เอา มันจั๊กจี้นะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ลลิตนอนหัวเราะจนหมดแรงวันนี้พ่อแม่ลูกสี่คนนอนค้างที่
“น้องคีย์ คลานมาทางนี้สิ” ลลิตส่งเสียงเรียกน้องชายตัวอวบอ้วนที่ค่อย ๆ ยันตัวคลานมาที่ตนนั่งอยู่“อา อา” คีย์น้อยอายุได้แปดเดือนแล้วในขณะที่ลลิตอายุห้าขวบอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนแต่ร่างกายไม่ได้ยืดขึ้นแต่อย่างใดมีเพียงคำพูดที่ฟังชัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“เร็วเข้า ไม่งั้นพี่จะออกไปเล่นกับแพนเค้กแล้วนะ” คีย์น้อยเมื่อได้ยินว่าพี่ชายจะทิ้งตนไปเล่นกับเจ้าแพนเค้กก็ออกแรงคลานจนมาถึงจุดที่ลลิตอยู่ด้วยความเร็วสูงสุด“เก่งมากเลย น้องใครกันนะ”“อาอาอา”“พูด ลาาา ลิตตต” ลลิตพยายามให้น้องฝึกพูดชื่อตัวเอง“อาาาาา” เจ้าหนูน้อยก็เลียนเสียงเก่งเสียด้วย พยายามทำเสียงตามพี่ชายด้วยตากลมแป๋ว“ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด” ลลิตเบ้ปากเมื่อได้ยินเสียงน้องชาย“น้องเพิ่งแปดเดือนเองครับ ตอนหนูแปดเดือนก็เป็นแบบนี้แห
“ตาคราม ลออเป็นยังไงบ้าง” คุณไพลินกับคุณพิศาลมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว หญิงวัยกลางคนมาถึงก็ถามไถ่อาการของลูกสะใภ้ทันที“ตอนนี้หมอกำลังผ่าคลอดครับ” ครามนั่งหน้าห้องโดยที่กอดตัวลลิตที่คอพับคออ่อนไว้กับตัว“แม่จัดการเรื่องห้องพักไว้แล้ว ให้ลลิตไปนอนที่ห้องก่อนเถอะ”คุณไพลินเข้ามาอุ้มร่างของหลานชายไว้ก่อนจะเดินไปยังห้องพักวีไอพี“ฝากคุณแม่ด้วยนะครับ”ให้ลลิตไปนอนรอที่ห้องน่าจะดีกว่าอยู่กับเขา เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ครามก็ยิ่งอย่างกระวนกระวายใจคุณพิศาลตบบ่าให้กำลังใจลูกชาย “แกไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนี้ก็ได้ เป็นพ่อลูกสองแล้วนะ”“ตอนลลิตเกิดผมไม่ได้อยู่ด้วยนี่ครับ” คราวของอัยวาเขาก็ไม่ได้อยู่ด้วยเหมือนกัน ชายหนุ่มลงจากเครื่องมาดูหน้าอัยวาแค่แวบเดียวก่อนจะนั่งเครื่องเพื่อไปทำงานต่อครามนึกด่าตัวเองในใจทำไมเขาถึงไม่ย้อนเวลามาเร็วกว่านี้นะตอนลออจันทร์คลอดลลิตต้องลำบากแค่ไหน ตอนที่เขาดูแลลออจันทร์ในช่วงหลายเดือนมานี้เ