“หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”
“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้
“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จ
เด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้วลออจันทร์จึงอยากให้ลลิตลองฝึกดูแต่ปรากฏว่าลูกเขาช่างฉลาดจริง ๆ สอนไม่กี่รอบก็พูดได้แล้ว
“แม่ะ แม่ะ หม่ำ หม่ำ” หม่าม้าลลิตหิวข้าวแล้ว
“โอ๋ ลลิตหิวข้าวแล้วเหรอครับ รอแปปนึงนะครับ”
“อ้ายย ยา อ้ายย”
กริ๊ง กริ๊ง
ลออจันทร์ที่กำลังบดข้าวกับกล้วยสุกได้ยินเสียงกริ่งจึงเดินไปเปิดประตูเชิญแขกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง ครามที่ในวันนี้แต่งตัวสบาย ๆ สวมเสื้อยืดแบรนด์ดังกับกางเกงเนื้อดีถือถุงใบใหญ่เข้ามาในห้องสร้างความสนใจให้แก่ลลิต
“อา อา” ถืออะไรมาอ่ะ
ลลิตคลานมาตรงหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้ ครามที่เห็นลูกคลานมาหาก็ดีใจย่อตัวลงรวบร่างอวบอัดเข้ามากอดมาหอม
“แอ้ อ้ายยย” อย่ามาหอมนะ
มือป้อมพยายามดันใบหน้าให้ห่างออกไปแต่ก็ต้องยอมแพ้แรงผู้ใหญ่ปล่อยให้ครามกอดฟัดให้หนำใจ
“ลออกำลังทำอาหารเช้าอยู่เหรอ”
“ทำอาหารให้ลูกน่ะครับ” พูดจบก็เดินไปถือชามรูปหมีน่ารักมาเตรียมป้อนข้าวให้ลูกน้อย
“หม่ำ ๆ ครับ คนเก่ง”
“หม่ำ หม่ำ” ร่างน้อยดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแกร่งยื่นมือไปทางผู้เป็นแม่
“วันนี้ขอพี่ลองป้อนข้าวลูกหน่อยเถอะนะ” หลายวันที่ครามเห็นลออจันทร์ป้อนข้าวลูกชายจึงนึกอยากจะป้อนข้าวให้ลูกบ้าง
“เอ ก็ได้ครับ”เมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของคนตัวโตจึงยอมถอย ครามยิ้มดีใจรีบอุ้มลูกนั่งโต๊ะทานข้าวสำหรับเด็กก่อนจะนั่งขัดสมาธิมือหนึ่งถือชามข้าวอีกมือใช้ช้อนตักอาหารจ่อไปที่ปากเล็ก
“......” มือหนาจ่อช้อนรูปหมีที่ตักอาหารเต็มช้อนเกือบล้นไปที่ปากน้อย ๆ ที่เม้มสนิท สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
ครามหน้าเสียเมื่อเห็นลูกชายเมินใส่ ลออจันทร์หัวเราะคิกคักเมื่อเห็นท่าทางเงอะงะของชายหนุ่ม
“คุณครามครับ ตักคำโตไปแล้วครับ”
“อ่า งั้นหรอกหรือ” ครามเริ่มใหม่ใช้ช้อนตักพอดีคำก่อนจะจ่อไปที่ปากน้อย ๆ อีกครั้ง วินาทีที่ลลิตยอมอ้าปากกินข้าวที่เขาป้อนครั้งแรกทำให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“อ้าาาา” มัวเหม่ออะไร ป้อนต่อสิ
“ครับ อ้ามมมม” ครามลองเลียนแบบลออจันทร์เวลาที่ป้อนข้าวลูกน้อยมักจะทำเสียงแปลกประหลาดจึงจดจำลองนำมาใช้กับลูกบ้าง
ปัญญาอ่อนชะมัด พ่อใครเนี่ย
หลังมื้อเช้าที่ชวนอลเวงผ่านไป ลออจันทร์ที่ขอตัวไปซักผ้าทิ้งให้พ่ออยู่เล่นกับลูกตามลำพัง ครามเมื่อสบโอกาสก็หยิบของข้างในถุงที่อยู่ด้านข้างออกมา
“พี่ไดโนเสาร์ของน้องลลิตเองครับ” ครามพยายามฉีกยิ้มหลอกล่อลูกชายด้วยตุ๊กตาที่มีขนาดเหมาะสำหรับเด็ก
“อูววว ดายย” ไดโนเสาร์สีชมพูซะด้วย นี่เห็นฉันเป็นคนยังไง
ต่อให้ในใจเกรี้ยวกราดแค่ไหนแต่มือกับคว้าหมับไปที่ตัวตุ๊กตาพลางเอาเข้าปากทันที
“โธ่ หนูอย่าเอาเข้าปากสิครับ”
“แอ่ะ แอ้” มันห้ามได้ที่ไหนเล่า
ครามพยายามเบี่ยงเบนความสนใจเด็กน้อยด้วยการเปิดการ์ตูนในสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดให้ดูและมันก็ได้ผลเมื่อลลิตยอมเอาหางไดโนเสาร์ออกจากปากและสนใจตัวดุ๊กดิ๊กที่เต้นอยู่ในโทรศัพท์
ในโลกนี้มีโดเรม่อนด้วยงั้นเหรอ งั้นมันก็ไม่ต่างไปจากโลกเดิมที่เราเคยอยู่เลยน่ะสิ
“อูวว อา อูวว”เสียงตื่นเต้นของลูกน้อยเรียกความสนใจจากลออจันทร์ที่กำลังตากผ้าอยู่นอกระเบียง
สงสัยลลิตจะชอบคุณครามมาก
“เสร็จแล้วเหรอ ไปกันเถอะ” ครามเมื่อเห็นร่างบางเตรียมตัวเสร็จแล้ว ก็โอบอุ้มร่างลูกน้อยที่ยังกอดตุ๊กตาไว้ขึ้นแนบอก
“ครับ” มือของลออจันทร์ถือกระเป๋าใบใหญ่ที่ข้างในมีแต่ของหนูน้อยลลิตเท่านั้น
“ดา ดา ดา” ไปไหนกันเหรอ
ทารกน้อยนั่งรถไปกับพ่อแม่ด้วยความสงสัยพลางกัดหางตุ๊กตาไดโนเสาร์ไปด้วย ครามมองภาพลลิตฟัดตุ๊กตาอย่างเมามันครุ่นคิดในใจว่าคงต้องไปซื้อเพิ่มอีกหลายตัวเผื่อเจ้าตัวน้อยกัดหางไดโนเสาร์ตัวนี้ขาดไปจะได้มีตัวใหม่ใช้แทนทันที
เมื่อรถเคลื่อนตัวไปสักพักก็หยุดตรงสถานที่น่ากลัวแห่งหนึ่ง ครามที่อุ้มลูกน้อยลงจากรถก็รับรู้ได้ว่าร่างในอ้อมอกชะงักไปและเริ่มเบะปาก
เขารู้แล้วว่าหม่าม้ากับเจ้าพ่อโง่พาเขามาที่ไหน
“แงงงงงงงง” เสียงร้องไห้โฮดังออกมาพร้อมกับร่างกายที่ดีดดิ้นไปมาจนครามต้องรวบลูกน้อยไว้แน่น
“เหมือนแกจะรู้นะว่าเรามาที่ไหน” ครามพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนพร้อมกับร่างของลออจันทร์ที่เครียดเกร็งไม่แพ้คนเป็นลูก
แน่ละสิ ลออจันทร์ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเอกชนที่หรูหราขนาดนี้มาก่อน รอบที่พาหนูน้อยลลิตไปฉีดวัคซีนก็พาไปที่โรงพยาบาลรัฐธรรมดาเท่านั้น แต่เมื่อครามรู้เรื่องที่ต้องลลิตน้อยต้องไปฉีดวัคซีนตามกำหนดก็ขอตามไปด้วยทันที แต่พอรู้เรื่องสถานที่ที่ลูกน้อยต้องไปฉีดก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“พี่พอจะรู้จักโรงพยาบาลดี ๆ อยู่บ้าง พรุ่งนี้ให้พี่ไปส่งนะครับ”
“แต่ว่า...”
“เถอะนะ ให้พี่ได้ดูแลลลิตบ้าง”สายตาคมมองไปยังลูกน้อยที่นั่งเล่นตัวต่อกับน้องยาหยีอย่างสนุกสนานในมุมเด็กเล่น
“ก็ได้ครับ”
จึงเป็นที่มาของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“ฮึก แงงงงงง”
“สวัสดีค่ะ วันนี้พาน้องมาฉีดวัคซีนหรือคะ” พยาบาลสาวสวยยิ้มหวานต้อนรับคุณพ่อยังหนุ่มตรงหน้า
“ครับ นัดไว้แล้วครับ ชื่อคราม โยธินตระกูล”
“คะ เอ๊ะนี่มัน...” พยาบาลที่เพิ่งยิ้มหวานสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นนามสกุลของชายหนุ่ม
“อ้าว พี่ครามมาแล้วเหรอ” เสียงเรียกชื่อจากด้านหลังทำให้ครามและลออจันทร์หันไปเจอกับร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์หน้าตาน่ารัก หากสังเกตดี ๆ เมื่อยามคุณหมอยิ้มจะเห็นลักยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากด้านซ้ายด้วย
“กันต์เองเหรอ” ครามพยักหน้าให้กับลูกพี่ลูกน้องของตนเป็นการทักทาย คุณหมอหนุ่มชะงักไปวินาทีหนึ่งเมื่อสบตาสีอำพันของเด็กน้อยในอ้อมแขนของญาติผู้พี่
“เด็กคนนี้คือลลิตเองสินะ” หมอกันต์คือคนที่ครามไว้ใจให้ตรวจดีเอ็นเอระว่างเขากับอัยวาจึงพลอยรู้เรื่องราวทั้งหมดไปด้วย
“ฮึก ฮือออ” ใครอีกเนี่ย?
“จ๊ะเอ๋” หมอกันต์คนมาดเท่เวลาเล่นกับหลานช่างดูปัญญาอ่อนเหลือเกิน ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างคิดในใจเหมือนกันหมด หากแต่หนูน้อยลลิตกลับดูชอบท่าทางเพี้ยน ๆ ของหมอหนุ่ม
“คิกคิกคิก” ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้หมอนี่ตลกชะมัด
“อะแฮ่ม นี่ลออจันทร์เมียของฉันเอง” เมื่อเห็นท่าทางปัญญาอ่อนของน้องชายทำให้ลูกชายหยุดร้องไห้ได้ จึงแนะนำลออจันทร์ให้รู้จัก
“คุณคราม” ลออจันทร์หน้าซีดเมื่อได้ยินคำแนะนำตัวแบบนั้น
คุณโรสรินต่างหากที่เป็นภรรยาของคุณคราม
หากยังไม่ทันได้เอ่ยแย้งก็ถูกหมอหนุ่มจับมือทักทายเสียก่อน
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ เรียกผมว่ากันต์เฉย ๆ ก็ได้นะครับ เหมือนเราสองคนจะอายุไล่เลี่ยกันเลย”
“คุณกันต์ครับ ผมกับคุณครามไม่ได้...”
“อ่ะ ได้เวลาแล้ว เราไปกันเถอะ” ไม่รอให้ลออจันทร์ได้แก้ตัว คนตัวสูงก็รีบพาสองแม่ลูกไปขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการทันที
“พี่ครามนี่ขี้หวงชะมัด” หมอหนุ่มบ่นอุบอิบ เมื่อพี่ชายของตนลับสายตาไปก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้พยาบาลที่ยังทำหน้างุนงง
“ไม่ทราบว่าคุณครามคนเมื่อกี๊ ใช่คนเดียวกันกับเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ไหมคะ” พยาบาลตื่นเต้นเมื่อคิดว่าตนเองโชคดีได้เจอเจ้าของโรงพยาบาลที่แทบไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาตรวจงานเลยสักครั้ง
“ถูกแล้วครับ ผมก็นึกว่าคุณรู้แล้วซะอีก” ทิ้งระเบิดไว้ลูกใหญ่ก่อนจะผิวปากเดินทอดน่องไปตรวจงานบริเวณอื่น
“ลลิตครับ หันหน้ามาหน่อยเร็ว คนเก่ง” ลออจันทร์พยายามกล่อมลูกชายที่ขอตัวเป็นก้อนซุกเข้าที่หน้าท้องของครามให้หันมา
“ฮึก แงงงงง” หม่าม้าลลิตกลัวเข็มครับ
เกิดมาสามสิบปีไม่เคยกลัวอะไรนอกจากเข็มแท่งเล็ก ๆ ไม่ว่าจะถูกหม่าม้าเกลี้ยกล่อมขนาดไหนเจ้าก้อนน้อย ๆ ก็ไม่ยอมหันออกมา ครามจึงตัดสินใจใช้วิธีชั่วร้าย
“โอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ” มือยาวชี้ไปที่ด้านหลัง คุณหมอที่รอจังหวะอยู่แล้วรีบฉีดวัคซีนเข็มเล็กเข้าที่แขนนุ่มนิ่มทันที ลลิตน้อยที่หลงกลคนเป็นพ่อได้แต่แผดเสียงร้องลั่น
“แงงงงงงงงง” ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้พ่อโง่
“ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอาล่ากอดต้นไม้ของลูกก็อดขำไม่ได้“แอ้ แอ้” ไปไกล ๆ เลยนะมือน้อยที่กำหางไดโนเสาร์อยู่ใช้แรงฟาดตุ๊กตาไปที่ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราด จนลออจันทร์ต้องปรามลูกน้อย“เอ๊ะ ลลิตอย่าทำแบบนี้สิครับ”“ฮึก แงงงงงง”หม่าม้าดุลลิตเหรอเสียงร้องไห้ที่เพิ่งเงียบไปกลับมาดังอีกครั้ง ลออจันทร์มองลูกน้อยอย่างอ่อนใจมือบางคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ พลางโยกตัวกล่อมร่างนุ่มนิ่ม“แม่ะ อะบูวววว” หม่าม้าอยากกลับบ้านแล้วครับ“กลับกันเถอะ ลูกคงง่วงนอน” ครามถือของแทนลออจันทร์โอบประคองร่างสองแม่ลูกเข้าไปในลิฟต์ ลออจันทร์ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนแต่ก็จนใจเมื่อสองมืออุ้มลูกน้อย
ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้“อืม”ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อนเรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่น
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“อุแว้! อุแว้!”เสียงร้องแหลมเล็กของทารกดังก้องไปทั่วห้องคลอด พร้อมกับหยดน้ำตาของ ลออจันทร์ ที่รินไหลออกมาด้วยความปีติ หัวใจเต้นแรงด้วยความยินดี“ยินดีด้วยครับ เพศหลักเป็นเด็กผู้ชาย”คุณหมอเอ่ยแจ้งข่าวดี พลางอุ้มร่างเล็กไปทำความสะอาด ขณะที่ลออจันทร์ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง ความเหนื่อยล้ากัดกินจนเขาหมดสติไปในที่สุดอึดอัดจัง... ทำไมลืมตาไม่ได้?ร่างเล็กถูกห่อด้วยผ้าผืนหนา ทารกน้อยขยับตัวยุกยิกด้วยความไม่สบายตัว ความรู้สึกอึดอัดทำให้เขาต้องร้องออกมา“แอ๊ะ แอ้~”เฮ้ย!?ทำไมเสียงเราเป็นแบบนี้วะ!?ใบไผ่ อดีตวิศวกรหนุ่มโสดวัยสามสิบปี ชีวิตของเขาต้องจบลงอย่างไม่คาดฝันเมื่ออุบัติเหตุพลัดตกจากตึกสูงแปดชั้นทำให้เสียชีวิตคาที่แต่แทนที่จะดับสูญไป เขากลับลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กทารก!“เป็นอะไรครับ ลลิต ลูกแม่”เสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาหาทารกน้อยในเปลเด็กเล็ก ก่อนจะประคองร่างเล็กขึ้นอย่างทะนุถนอม ก่อนจะพาดบ่าและโยกตัวเบาๆ กล่อมให้สงบ“ฮึก... ฮือ...”ทารกน้อยพยายามจะเปล่งเสียงพูด แต่สิ่งที่ออกมากลับมีเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็พรั่งพรูเข้า
ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไปลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังที่น้องสาวของเขา ต้นหลิว ติดงอมแงมคอยพูดเรื่องของตัวละครในนิยายให้ฟังตอนกินข้าวบ่อย ๆ รู้อย่างนี้ไม่น่าเสียบหูฟังหนีเลยทารกน้อยค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำที่กระจัดกระจาย ลออจันทร์ แม่ของเขาในนิยายเรื่องนี้รับบทเป็นตัวประกอบที่แอบหลงรัก คุณคราม อัลฟ่าหนุ่มที่เพิ่งเปิดตัวคู่หมั้นสายฟ้าแลบจนเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งประเทศ ทำให้ลออจันทร์รู้สึกผิดที่พลาดนอนกับคุณชายของบ้านจนต้องหอบท้องหนีมาเพื่อให้คนที่ตนแอบรักได้แต่งงานกับแฟนสาวอย่างราบรื่นเรื่องราวผ่านไปจน ลลิต โอเมก้าน้อยได้เติบโตขึ้นจนอายุ 20 ปี เด็กน้อยที่ผ่านความลำบากมาตั้งแต่เด็ก รูปร่างจึงผอมซีด ใบหน้าปกคลุมด้วยทรงผมหน้าม้าทำให้ดูมืดมนขึ้นไปอีก หนุ่มน้อยขี้อายได้ตกหลุมรัก แทนไท เดือนมหาลัยสุดฮอต หากแต่คนขี้ขลาดอย่างเขาคงได้แต่แอบรักเขาข้างเ
จ๊วบ จ๊วบ เสียงดูดกลืนน้ำนมของทารกน้อย เรียกรอยยิ้มของลออจันทร์ให้กว้างขึ้นไปอีกความจริงเขาไม่อยากดื่มนมจากเต้าหรอกนะ แต่ร่างกายทารกนี่ยุ่งยากจริงหากไม่หิวก็หลับอยู่นั่นแหละ ลลิตคิดถึงร่างกายผอมแห้งของลลิตตอนโต มืออวบยิ่งบีบจับเต้าไว้แน่นออกแรงดูดกลืนน้ำนมจนเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของโอเมก้าหนุ่มดังขึ้น“โอ๊ะ ลูกแม่ แรงดีจริง ๆ เลยนะเนี่ย” เสียงนุ่มหยอกล้อเจ้าตัวเล็ก จนลลิตรู้สึกผิดจึงได้เบาแรงลงเล็กน้อย สองแม่ลูกใช้เวลาร่วมกันสักพักจนร่างทารกหลับคาหน้าอกลออจันทร์อุ้มร่างเล็กนอนลงเปลเด็ก ก่อนผละออกไปซักผ้าอ้อมที่ใช้แล้วในห้องน้ำ แม้การเป็นโอเมก้าเลี้ยงเดี่ยวจะลำบากไปหน่อย แต่เขาโชคดีที่บรรดาผู้คนที่รายล้อมเขาต่างคอยให้ความช่วยเหลือ ลออจันทร์หวนนึกถึงใบหน้าหล่อเหล่าในความทรงจำ แต่ก็รีบสลัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วป่านนี้คุณครามกับคุณรินคงแต่งงานกันไปแล้วกริ๊ง กริ๊ง เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ทำให้ลออจันทร์หลุดออกจากภวังค์ความคิด ชายหนุ่มรีบออกไปสำรวจลูกน้อยก่อนว่าจะสะดุ้งกับเสียงออดหรือเปล่า เมื่อเห็นทารกน้อยหลับอุตุอย่างน่ารัก ก็รีบไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขก“โอ๊ย ยายแก่หยิกฉันทำไม” เสียง
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้“อืม”ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อนเรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่น
“ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอาล่ากอดต้นไม้ของลูกก็อดขำไม่ได้“แอ้ แอ้” ไปไกล ๆ เลยนะมือน้อยที่กำหางไดโนเสาร์อยู่ใช้แรงฟาดตุ๊กตาไปที่ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราด จนลออจันทร์ต้องปรามลูกน้อย“เอ๊ะ ลลิตอย่าทำแบบนี้สิครับ”“ฮึก แงงงงงง”หม่าม้าดุลลิตเหรอเสียงร้องไห้ที่เพิ่งเงียบไปกลับมาดังอีกครั้ง ลออจันทร์มองลูกน้อยอย่างอ่อนใจมือบางคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ พลางโยกตัวกล่อมร่างนุ่มนิ่ม“แม่ะ อะบูวววว” หม่าม้าอยากกลับบ้านแล้วครับ“กลับกันเถอะ ลูกคงง่วงนอน” ครามถือของแทนลออจันทร์โอบประคองร่างสองแม่ลูกเข้าไปในลิฟต์ ลออจันทร์ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนแต่ก็จนใจเมื่อสองมืออุ้มลูกน้อย
“หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จเด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้วลออจันทร์จึงอยากให้ลลิตลองฝึกดูแต่ปรากฏว่าลูกเขาช่างฉลาดจริง ๆ สอนไม่กี่รอบก็พูดได้แล้ว“แม่ะ แม่ะ หม่ำ หม่ำ” หม่าม้าลลิตหิวข้าวแล้ว“โอ๋ ลลิตหิวข้าวแล้วเหรอครับ รอแปปนึงนะครับ”“อ้ายย ยา อ้ายย”กริ๊ง กริ๊งลออจันทร์ที่กำลังบดข้าวกับกล้วยสุกได้ยินเสียงกริ่งจึงเดินไปเปิดประตูเชิญแขกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง ครามที่ในวันนี้แต่งตัวสบาย ๆ สวมเสื้อยืดแบรนด์ดังกับกางเกงเนื้อดีถือถุงใบใหญ่เข้ามาในห้องสร้างความสนใจให้แก่ลลิต“อา อา” ถืออะไรมาอ่ะลลิตคลานมาตรงหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้ ครามที่เห็นลูกคลานมาหาก็ดีใจย่อตัวลงรวบร่างอวบอัดเข้ามากอดมาหอม“แอ้ อ้ายยย”
หลังจากส่งลออจันทร์ที่ร้านอุ่นไอรัก ครามก็นั่งรถกลับบริษัทไปทำงานต่อระหว่างนั่งทำงานแทบจะไม่มีสมาธิ มัวแต่มองนาฬิกาข้อมือเป็นพัก ๆ แทบอยากจะให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ หากแต่ชายหนุ่มก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รับสายจากผู้เป็นแม่ “ครับ คุณแม่” “ตาคราม นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องให้หนูรินรีบพาหนูอัยวาไปต่างประเทศด้วย รีบกลับมาห้ามเมียแกเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงปลอบประโลมของคนในบ้าน “งั้นคุณแม่ก็บอกให้โรสรินเตรียมใจไว้ดี ๆ นะครับ”พูดจบก็กดตัดสายไป สายตาเย็นชาครุ่นคิดถึงเรื่องที่โรสรินกระทำลงไป คิดว่าถ้าจากไปเงียบ ๆ เขาจะไม่คิดบัญชีย้อนหลังแล้วแท้ ๆ ชายหนุ่มเห็นแก่อัยวาจึงไม่อยากถึงขั้นแตกหักกับโรสริน เด็กน่าสงสารที่ครามคิดว่าเป็นลูกชายในชาติที่แล้วถึงแม้ไม่ได้เลี้ยงดูมาอย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังมีความรู้สึกผูกพันอยู่บ้าง เขาจึงไม่อยากให้เรื่องที่ยังแก้ไขได้ส่งผลต่ออนาคตของเด็กคนนั้นอัยวาควรได้เจอพ่อที่แท้จริงครามถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนที่ลออจันทร์และลลิตจะย้ายเข้
แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นสถานที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ก็ทำให้ครามรู้สึกปวดใจไปหมดสภาพห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงขนาดกลางชิดมุมห้องและเปลเด็กกลางห้องยังมีของสำหรับเด็กอ่อนที่อยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นกลางเก่ากลางใหม่บริเวณกลางห้องมีเสื่อเด็กเล่น ยังดีที่มีระเบียงหลังใช้สำหรับตากผ้าอ้อมกับอ่างล้างจาน“แอ้ แอ้” มองแบบนี้หมายความว่ายังไงทารกน้อยตบมือปุ ๆ ไปที่คางได้รูปเมื่อเห็นคนตัวยักษ์กวาดสายตาไปทั่วห้อง ลออจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย“เอ่อ คุณครามนั่งที่เตียงได้นะครับ” ปกติสองแม่ลูกจะปูเสื่อนั่งเล่นกลางห้อง ลลิตตัวน้อยรู้ความมาก เมื่อกลับจากที่ทำงานลออจันทร์จะปูเสื่อนิ่มไว้กลางห้องและเทบรรดาของเล่นที่ตายายที่ขยันซื้อมาฝากปล่อยให้ลูกเล่นตามลำพัง ส่วนเขานั้นก็จะรีบซักผ้าอ้อมและทำอาหารเย็น เด็กอายุเจ็ดเดือนเริ่มทานอาหารอ่อน ๆ ได้แล้ว ลออจันทร์จึงมักสลับทำอาหารกับป้อนนมให้ลูกเป็นบางครั้งเพื่อฝึกให้ลลิตเลิกเต้าเพราะตอนนี้น้ำนมของเขาแทบจะไม่มีแล้วครามเดินไปที่เตียงก่อนจะวางลูกน้อยให้นอนแผ่บนเตียง ลลิตที่ถูกปล่อยตัวพลิกคว่ำคลานไปทั่
“ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงหน้าอยู่แล้ว ครามคุณพ่อของนายเอกและเป็นไอ้หน้าโง่ที่เลี้ยงดูลูกคนอื่นจนไม่รู้ว่าลูกตัวเองตายไปตั้งนานแล้วลลิตคิดแล้วก็โกรธคนตรงหน้าที่มีส่วนทำให้หม่าม้าของตนต้องมีจุดจบแบบนั้น ใบหน้าน้อย ๆ ออกอาการฮึดฮัดชี้มือชี้ไม้ไปมาจนคนเป็นแม่นึกฉงน“เด็กดี ไม่ต้องร้องนะครับ” เสียงลออจันทร์เอ่ยปลอบโยนลูกชายในอ้อมอก ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง“คุณลูกค้า หากต้องการสั่งกาแฟรบกวนสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์นะครับ” ลออจันทร์รวบรวมความกล้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม“ตอนที่เดินเข้ามาในร้านนายยังเรียกฉันว่า คุณครามอยู่เลยนะ” ลออจันทร์เม้มปากแน่น อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเมื่อเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป“คุณคราม มาที่นี่ทำไมครับ” อ้อมกอดเริ่มรัดแน่นเมื่อลูกน้อยที่อยู่บนตักเริ่มขยับตัวขยุกขยิกพยายามหันหน้าออกมา ร่