หลังจากส่งลออจันทร์ที่ร้านอุ่นไอรัก ครามก็นั่งรถกลับบริษัทไปทำงานต่อระหว่างนั่งทำงานแทบจะไม่มีสมาธิ มัวแต่มองนาฬิกาข้อมือเป็นพัก ๆ แทบอยากจะให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ หากแต่ชายหนุ่มก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รับสายจากผู้เป็นแม่
“ครับ คุณแม่”
“ตาคราม นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องให้หนูรินรีบพาหนูอัยวาไปต่างประเทศด้วย รีบกลับมาห้ามเมียแกเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงปลอบประโลมของคนในบ้าน
“งั้นคุณแม่ก็บอกให้โรสรินเตรียมใจไว้ดี ๆ นะครับ”พูดจบก็กดตัดสายไป สายตาเย็นชาครุ่นคิดถึงเรื่องที่โรสรินกระทำลงไป
คิดว่าถ้าจากไปเงียบ ๆ เขาจะไม่คิดบัญชีย้อนหลังแล้วแท้ ๆ
ชายหนุ่มเห็นแก่อัยวาจึงไม่อยากถึงขั้นแตกหักกับโรสริน เด็กน่าสงสารที่ครามคิดว่าเป็นลูกชายในชาติที่แล้วถึงแม้ไม่ได้เลี้ยงดูมาอย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังมีความรู้สึกผูกพันอยู่บ้าง เขาจึงไม่อยากให้เรื่องที่ยังแก้ไขได้ส่งผลต่ออนาคตของเด็กคนนั้น
อัยวาควรได้เจอพ่อที่แท้จริง
ครามถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนที่ลออจันทร์และลลิตจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านโยธินตระกูล
ภายในร้านอุ่นไอรัก ลออจันทร์ที่ทั้งวันได้แต่ชะเง้อมองดูหน้าร้านยิ่งใกล้เวลาเลิกงานเป็นอันต้องดูนาฬิกาทุกนาทีจนเมธาวีที่อุ้มน้องยาหยีเอ่ยแซว
“แหม อะไรจะขนาดนั้นจ๊ะ เดี๋ยวคุณครามก็มาแล้วไม่ต้องชะเง้อดูทุกคนที่เข้าร้านก็ได้จ้ะ”
ลออจันทร์หน้าแดงแปร๊ดหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะแก้เขิน ลลิตที่ยังอยู่ในคอกเกาะรั้วกั้นมองตามคนเป็นแม่ทำงาน ก่อนจะหันไปมองหน้าประตูเมื่อมีร่างสูงใหญ่สวมชุดทำงานสีดำก้าวเข้ามาในร้าน
ไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่คนนั้นนี่นา ทารกน้อยอดผิดหวังไม่ได้
“ไม่ทราบว่าคุณลออจันทร์อยู่ที่ไหนหรือครับ”เสียงต่ำถามเมธาวีที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์อย่างสุภาพ ก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วร้านสะดุดอยู่ที่ร่างอ้วนกลมที่เกาะรั้วมองมาที่ตนด้วยสายตาไร้เดียงสา
“ผมเองครับลออจันทร์ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ”
“ผมชื่อเตวิชครับ เป็นเลขาของคุณคราม” เบต้าหนุ่มแนะนำตัวต่อนายหญิงของตนเอง
“ครับ?”
“วันนี้คุณครามติดธุระบางอย่างทำให้มารับคุณลออกับคุณหนูไม่ได้ ท่านจึงให้ผมมารับแทนครับ” เตวิชตอบอย่างนอบน้อมก่อนจะช่วยลออจันทร์เก็บของเล่นเด็กและสัมภาระของเด็กน้อย
“งั้นหรือครับ” ลออจันทร์อดผิดหวังไม่ได้แต่ก็ปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว อุ้มลูกน้อยที่ชูมือให้อุ้มขึ้นมากอดไว้แนบอกเดินตามเลขาเบต้าขึ้นไปที่รถ
ครืด ครืด
คุณคราม
“ฮัลโหล สวัสดีครับ” ลออจันทร์ที่เห็นชื่อที่บันทึกไว้รีบรับโทรศัพท์ทันที
“เปิดกล้องหน่อย”
“ครับ? ได้ครับ” ชายหนุ่มกดเปิดกล้องเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่ในรถเช่นเดียวกัน
“ขอโทษที่วันนี้พี่ไปรับไม่ได้นะ พอดีวันนี้พี่มีธุระด่วน ไว้วันหลังพี่จะพาไปเที่ยวชดเชยนะครับ” ครามเมื่อเห็นใบหน้าโอเมก้าของตน อัลฟ่าหนุ่มที่ทำงานมาทั้งวันก็หายเหนื่อยทันที
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ” ลออจันทร์เอ่ยอย่างเกรงใจ
“อู้ววว อาาาา” หม่าม้าคุยกับใครอ่ะ
“ให้พี่ดูหน้าลลิตหน่อยสิ” ลออจันทร์ถือโทรศัพท์มาตรงหน้าลูกให้ครามมองเห็นชัด ๆ
“แอ่ะ แอ้” พ่อโง่เองเหรอ ไม่อยากรู้แล้วก็ได้
มือป้อมดันโทรศัพท์ให้ออกห่างจนครามอดหัวเราะไม่ได้เมื่อนึกว่าลูกต้องการเล่นโทรศัพท์
“วันนี้พ่อขอโทษที่ไม่ได้ไปรับนะครับ ไว้วันพรุ่งนี้พ่อจะรีบไปหาแต่เช้านะครับ”
“บู้ววว” ไม่ต้องมาก็ได้นะ
“บายครับ พ่อรักลูกนะ” บอกรักลูกชายแต่สบตาคนเป็นแม่จนลออจันทร์ที่ถือโทรศัพท์อยู่เกือบเผลอทำหลุดมือ
“คนเจ้าชู้” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ
.
.
“ถึงแล้วครับท่าน”
“อืม” เสียงที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างรวดเร็ว เท้ายาวก้าวเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วมองดูความวุ่นวายในบ้านด้วยสายตาเรียบเฉย
“คิดว่าคุณจะไปเงียบ ๆ เสียอีก”ตาคมกริบจ้องไปที่โรสรินที่นั่งหน้าซีดอยู่ในอ้อมแขนของคุณไพลิน
“พูดอะไรน่ะตาคราม”คุณไพลินเอ็ดลูกชายพลางปลอบประโลมลูกสะใภ้ที่นั่งหน้าตาซีดเซียว
“แงงงงง” เสียงร้องของอัยวาที่อยู่ในอ้อมกอดของพี่เลี้ยงดังขึ้นเรียกสายตาคมเหลือบมองแวบเดียว
“คุณแม่ดูรูปใบนี้ก่อนสิครับ”ครามเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบรูปที่สอดอยู่ด้านในออกมา
คุณหญิงรับไปดูอย่างงุนงงก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นสีตาของเด็กน้อยในอ้อมแขนผู้ชายหน้าตาที่คุ้นตา
“นี่มันลออจันทร์นี่นา แล้วเด็กคนนี้อย่าบอกนะว่า !!!”
“ครับ เด็กในรูปเป็นลูกของผม”
“!!!!” คนในห้องโถงตกตะลึง
โรสรินกัดริมฝีปากแน่นเพราะสาเหตุนี้เองสินะคุณครามถึงได้ตามสืบเรื่องราวในคืนนั้น คุณหญิงไพลินผละตัวจากโอเมก้าสาวเดินไปนั่งข้างคุณพิศาลผู้เป็นสามีก่อนจะยื่นรูปถ่ายให้ช่วยพินิจ
“ตาครามเพราะเด็กคนนี้หรือลูกถึงต้องหย่ากับหนูรินและให้หนูรินย้ายไปอเมริกา แม่ว่าทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ”คุณหญิงไพลินส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับความคิดของลูกชาย
“รับแค่เด็กมาเลี้ยงก็พอ ส่วนแม่เด็กก็ให้เงินก้อนไปก้อนหนึ่งแล้วกัน”คุณไพลินนึกถึงใบหน้าของลออจันทร์อดีตเด็กรับใช้บ้านที่เข้ามาทำงานเมื่อสามปีก่อน ถึงว่าทำไมจู่ ๆ ถึงได้ลาออกกะทันหันที่แท้ก็แอบปีนเตียงลูกชายของท่านนั่นเอง แต่ก่อนที่คุณไพลินเริ่มเกิดอคติต่อลออจันทร์ ครามก็พูดสาเหตุที่แท้จริงออกมา
“ไม่ได้หรอกครับ ผมจะให้ลูกชายที่แท้จริงของผมต้องขาดแม่ได้ยังไง
“ลูกชายที่แท้จริง” หญิงวัยกลางคนทวนคำ ครามจ้องมองไปที่โรสรินที่นั่งส่ายหน้าพยายามห้ามปราม
“ครับ อัยวาไม่ใช่ลูกชายของผม ครอบครัวเราถูกหลอกมาตั้งแต่แรก”
“คุณคราม !!!” โรสรินกรีดร้องเสียงหลง
“อะไรนะ” สองสามีภรรยาโยธินตระกูลร้องออกมาพร้อมกัน
“นี่ครับ ผลตรวจดีเอ็นเอของผมกับอัยวา” ลูกชายยื่นผลตรวจที่เตรียมไว้ให้พ่อกับแม่ดู คุณไพลินตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเมื่อเห็นผลตรวจเดินปรี่เข้าไปตบหน้าอดีตลูกสะใภ้เสียงดัง
เพียะ
“หล่อนกล้าดียังไง เสียแรงที่ฉันรักและเอ็นดูเธอมาตลอด” ตวาดเสียงดังพร้อมกับตบหน้าอีกข้างทันที
“คุณแม่ ฟังรินก่อนนะคะ” โรสรินกุมแก้มที่โดนตบพยายามอธิบาย
“แงงงงงง” เสียงทะเลาะทำให้ทารกน้อยยิ่งตะเบ็งเสียงร้องไห้
“ไป เอาลูกเธอออกไปจากบ้านฉัน จะไปไหนก็ไป !!!” ชี้นิ้วไล่สองแม่ลูกไปให้พ้นหน้า โรสรินได้แต่หอบลูกพร้อมกับพี่เลี้ยงออกจากบ้านโยธินตระกูลอย่างลนลาน
หลังจากที่คุณไพลินระเบิดอารมณ์ก็นั่งทรุดลงร้องไห้กับอกสามี
“ฮึก คุณพิศาลคะ หนูรินกล้าทำแบบนี้ได้ยัง ฮึก”
“ร้องไห้ออกมาเถอะคุณ” คุณศาลปลอมประโลมภรรยาก่อนจะสบตากับลูกชายที่นั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ ราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“แล้วหนูอัยวาอีก แกเพิ่งจะ เอ๊ะ”คุณไพลินหยุดร้องไห้เมื่อนึกถึงเวลาเกิดของอดีตหลานรัก
“นี่มันคลอดก่อนกำหนดที่ไหนกัน นี่ยัยรินตั้งท้องก่อนที่จะมานอนกับลูกชายเราแน่ ๆ” ครามที่นั่งดื่มกาแฟอยู่เกือบสำลัก เขาลืมนึกถึงอายุของอัยวาไปเสียสนิทชายหนุ่มนับถือผู้เป็นแม่จริง ๆ ที่เชื่อมโยงเรื่องนี้ขึ้นได้
“ผมคิดว่าคุณน้าเกสรน่าจะรู้เรื่องทุกอย่างที่โรสรินทำด้วยนะครับ”เอ่ยย้ำเตือนผู้เป็นแม่ แน่ล่ะสิ ลูกสาวตัวเองสร้างเรื่องใหญ่ขนาดนี้คนเป็นแม่ต้องรู้อยู่แล้ว
“หน็อยยัยเกสร ฉันไม่ปล่อยหล่อนไปแน่”เสียงคำรามของอดีตแม่เสือร้ายฉายาในอดีตดังไปทั่วห้อง
“ใจเย็น ๆ ก่อนคุณลิน”คุณพิศาลสมกับเป็นพ่อเรือนรับหน้าที่ปลอบประโลมภรรยาให้สงบสติอารมณ์ลงได้
“แล้วเด็กคนนั้นล่ะ ลูกของลออจันทร์ชื่อว่าอะไรนะ” คุณไพลินที่สงบสติได้รีบถามถึงหลานชายตัวจริงของตน
“ลลิตครับ ชื่อลลิต”สายตาที่เย็นชานับตั้งแต่เข้ามาในบ้านกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเมื่อเอ่ยถึงลูกชาย
“ลลิตงั้นเหรอ ชื่อเพราะจริง” คุณหญิงกล่าวชมพร้อมกับชมเชยหนูน้อยในรูปภาพไปด้วย
“แล้วลูกจะไปรับลลิตกลับมาเมื่อไหร่” ครามขมวดคิ้วเมื่อคุณแม่ของตนไม่เอ่ยถึงลออจันทร์เลยสักนิด
“ลออจันทร์ขอเวลาผมอีกนิดครับ แล้วอีกอย่างผมจะไปรับสองแม่ลูกมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย”เมื่อได้ยินลูกชายพูดแบบนี้ คุณไพลินก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“แต่ลออจันทร์เขาเป็นแค่…”
“เขาเป็นแม่ของลูกผมครับ” ครามสบตาผู้เป็นแม่พูดด้วยเสียงหนักแน่น
“แล้วเราสามคนต้องอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าคุณแม่ไม่สบายใจผมจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปอยู่คอนโดเองครับ” พูดจบก็เอื้อมมือไปฉกรูปถ่ายในมือของคุณไพลินพร้อมสอดเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินขึ้นไปห้องทำงานบนชั้นสอง
“เอ๊ะตาคราม จะเอารูปหลานแม่ไปไหน” ตะโกนไล่หลังลูกชายตัวดีที่เดินตัวปลิวออกไป
“แค่รูปเดียว ทำเป็นงกไปได้” คุณไพลินบ่นอุบอิบกับสามี
“เอาน่าคุณ อีกไม่นานเจ้าครามมันก็พาหลานมาที่บ้านอยู่แล้ว”
“เชอะ เห็นแก่หลานหรอกนะ”
ฮัดชิ่ว
เสียงจามของเด็กน้อยที่อาบน้ำเล่นกับคุณเป็ดน้อยอยู่ในอ่างขนาดเล็กทำให้ลออจันทร์ตกใจรีบพาลูกน้อยขึ้นไปเช็ดตัว
ใครมันกล้านินทาลลิตคนนี้ฟะ
“หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จเด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้วลออจันทร์จึงอยากให้ลลิตลองฝึกดูแต่ปรากฏว่าลูกเขาช่างฉลาดจริง ๆ สอนไม่กี่รอบก็พูดได้แล้ว“แม่ะ แม่ะ หม่ำ หม่ำ” หม่าม้าลลิตหิวข้าวแล้ว“โอ๋ ลลิตหิวข้าวแล้วเหรอครับ รอแปปนึงนะครับ”“อ้ายย ยา อ้ายย”กริ๊ง กริ๊งลออจันทร์ที่กำลังบดข้าวกับกล้วยสุกได้ยินเสียงกริ่งจึงเดินไปเปิดประตูเชิญแขกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง ครามที่ในวันนี้แต่งตัวสบาย ๆ สวมเสื้อยืดแบรนด์ดังกับกางเกงเนื้อดีถือถุงใบใหญ่เข้ามาในห้องสร้างความสนใจให้แก่ลลิต“อา อา” ถืออะไรมาอ่ะลลิตคลานมาตรงหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้ ครามที่เห็นลูกคลานมาหาก็ดีใจย่อตัวลงรวบร่างอวบอัดเข้ามากอดมาหอม“แอ้ อ้ายยย”
“ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอาล่ากอดต้นไม้ของลูกก็อดขำไม่ได้“แอ้ แอ้” ไปไกล ๆ เลยนะมือน้อยที่กำหางไดโนเสาร์อยู่ใช้แรงฟาดตุ๊กตาไปที่ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราด จนลออจันทร์ต้องปรามลูกน้อย“เอ๊ะ ลลิตอย่าทำแบบนี้สิครับ”“ฮึก แงงงงงง”หม่าม้าดุลลิตเหรอเสียงร้องไห้ที่เพิ่งเงียบไปกลับมาดังอีกครั้ง ลออจันทร์มองลูกน้อยอย่างอ่อนใจมือบางคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ พลางโยกตัวกล่อมร่างนุ่มนิ่ม“แม่ะ อะบูวววว” หม่าม้าอยากกลับบ้านแล้วครับ“กลับกันเถอะ ลูกคงง่วงนอน” ครามถือของแทนลออจันทร์โอบประคองร่างสองแม่ลูกเข้าไปในลิฟต์ ลออจันทร์ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนแต่ก็จนใจเมื่อสองมืออุ้มลูกน้อย
ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้“อืม”ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อนเรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่น
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“อุแว้! อุแว้!”เสียงร้องแหลมเล็กของทารกดังก้องไปทั่วห้องคลอด พร้อมกับหยดน้ำตาของ ลออจันทร์ ที่รินไหลออกมาด้วยความปีติ หัวใจเต้นแรงด้วยความยินดี“ยินดีด้วยครับ เพศหลักเป็นเด็กผู้ชาย”คุณหมอเอ่ยแจ้งข่าวดี พลางอุ้มร่างเล็กไปทำความสะอาด ขณะที่ลออจันทร์ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง ความเหนื่อยล้ากัดกินจนเขาหมดสติไปในที่สุดอึดอัดจัง... ทำไมลืมตาไม่ได้?ร่างเล็กถูกห่อด้วยผ้าผืนหนา ทารกน้อยขยับตัวยุกยิกด้วยความไม่สบายตัว ความรู้สึกอึดอัดทำให้เขาต้องร้องออกมา“แอ๊ะ แอ้~”เฮ้ย!?ทำไมเสียงเราเป็นแบบนี้วะ!?ใบไผ่ อดีตวิศวกรหนุ่มโสดวัยสามสิบปี ชีวิตของเขาต้องจบลงอย่างไม่คาดฝันเมื่ออุบัติเหตุพลัดตกจากตึกสูงแปดชั้นทำให้เสียชีวิตคาที่แต่แทนที่จะดับสูญไป เขากลับลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กทารก!“เป็นอะไรครับ ลลิต ลูกแม่”เสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาหาทารกน้อยในเปลเด็กเล็ก ก่อนจะประคองร่างเล็กขึ้นอย่างทะนุถนอม ก่อนจะพาดบ่าและโยกตัวเบาๆ กล่อมให้สงบ“ฮึก... ฮือ...”ทารกน้อยพยายามจะเปล่งเสียงพูด แต่สิ่งที่ออกมากลับมีเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็พรั่งพรูเข้า
ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไปลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังที่น้องสาวของเขา ต้นหลิว ติดงอมแงมคอยพูดเรื่องของตัวละครในนิยายให้ฟังตอนกินข้าวบ่อย ๆ รู้อย่างนี้ไม่น่าเสียบหูฟังหนีเลยทารกน้อยค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำที่กระจัดกระจาย ลออจันทร์ แม่ของเขาในนิยายเรื่องนี้รับบทเป็นตัวประกอบที่แอบหลงรัก คุณคราม อัลฟ่าหนุ่มที่เพิ่งเปิดตัวคู่หมั้นสายฟ้าแลบจนเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งประเทศ ทำให้ลออจันทร์รู้สึกผิดที่พลาดนอนกับคุณชายของบ้านจนต้องหอบท้องหนีมาเพื่อให้คนที่ตนแอบรักได้แต่งงานกับแฟนสาวอย่างราบรื่นเรื่องราวผ่านไปจน ลลิต โอเมก้าน้อยได้เติบโตขึ้นจนอายุ 20 ปี เด็กน้อยที่ผ่านความลำบากมาตั้งแต่เด็ก รูปร่างจึงผอมซีด ใบหน้าปกคลุมด้วยทรงผมหน้าม้าทำให้ดูมืดมนขึ้นไปอีก หนุ่มน้อยขี้อายได้ตกหลุมรัก แทนไท เดือนมหาลัยสุดฮอต หากแต่คนขี้ขลาดอย่างเขาคงได้แต่แอบรักเขาข้างเ
“อาบน้ำป๋อมแป๋มกันครับ” ลลิตถูกลอกคราบจนตัวเปล่าเปลือยโชว์พุงอยู่อ่างอาบน้ำขนาดเล็ก ในมือถือตุ๊กตาเป็ดที่ลอยอยู่เต็มอ่าง “แอ้ อ้าย คิก คิก” หม่าม้าอาบน้ำให้ลลิตมีความสุขจังเลย อิอิ “หนูอย่าตีน้ำสิครับ อ้าวยกมือขึ้น ฮึบ” ลลิตชูมือตามผู้เป็นแม่ “เด็กดีของหม่าม้า” “คิก คิก” “ลออ ลูกอาบน้ำเสร็จรึยัง” ครามชะโงกหน้าเข้ามาถามแม่ลูกเมื่อเวลาผ่านไปสมควรแล้ว ภายในห้องน้ำมีลออจันทร์อุ้มก้อนขาวนุ่มนิ่มถูกห่อตัวด้วยผ้าสีสันสดใสกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ “ลออไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพี่แต่งตัวให้ลูกเอง” ครามอาสาแก้ตัวอีกร
“คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะครับที่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง” ลออจันทร์ยกมือไหว้ขอโทษอดีตเจ้านาย ครามรีบคุกเข่าเคียงข้างผู้เป็นภรรยาพร้อมกับรับผิดชอบร่วมกัน “เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยครับ ถ้าหากผมไม่ดื่มจนขาดสติเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น” คุณหญิงไพลินมองดูสองคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตก โบกมืออนุญาตให้ทั้งสองลุกขึ้น “ลุกมานั่งเก้าอี้ดี ๆ เถอะ วันนี้ฉันไม่ได้จะมาต่อว่าอะไร แค่อยากมาเห็นหน้าหลานเท่านั้น” ลออจันทร์กับครามมองหน้
ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่“อืม”พยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองลออจันทร์ที่ยังบอกลาสองตายายไม่เสร็จ“ขอบคุณยายแจ่มกับตาทดอีกครั้งนะครับที่คอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด”ลออจันทร์ไหว้ขอบคุณทั้งสองคนอย่างซาบซึ้ง“ตอนนี้ลออมีความสุขก็ดีแล้วล่ะ ยายเห็นหลานมีความสุขยายก็ดีใจ”ยายแจ่มมองดูลลิตในอ้อมกอดของครามอย่างเอ็นดู“ยา ยา” ยายแจ่มจ๋า อุ้มลลิตหน่อยจ๊ะมือเล็กชูมือไปทางยายแจ่มตากลมโตออดอ้อนให้หญิงชราอุ้มตน ครามประคองร่างลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดของยายแจ่มฟอด ฟัดหอมแก้มจนแก้มนุ่มนิ่มกระเพื่อมทารกน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ ยายแจ่มเอ่ยลาคู่สามีภรรยาตรงหน้า“ไว้คราวหน้าพาหลานมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ” กล่าวลาเสร็จก็ส่งลลิตคืนสู่อ้อมออกลออเด็กน้อยมองตาแป๋วยังคงไม่เข้าใจในการก
ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้“อืม”ร่างสูงรับคำก่อนจะเดินนำออกจากห้องทำงาน เตวิชมองร่างสูงที่เดินนำหน้า ชายหนุ่มดูแปลกไปตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน หลังจากที่ครามฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่ถามคือ“ลออจันทร์อยู่ที่ไหน”“ลออจันทร์?” เมื่อครามเห็นเตวิชทำหน้าฉงนก็เงียบไป ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำให้เขาตกตะลึง“ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอของฉันกับอัยวาไปตรวจให้เร็วที่สุด”รถหรูแล่นผ่านร้านค้ามากมายแต่ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มสนใจได้ ครามหวนนึกความทรงจำในชาติก่อนเรื่องราวเริ่มต้นในงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อนสนิทของคุณแม่ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้ว่าเขาดื่มแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนตื่น
“ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอาล่ากอดต้นไม้ของลูกก็อดขำไม่ได้“แอ้ แอ้” ไปไกล ๆ เลยนะมือน้อยที่กำหางไดโนเสาร์อยู่ใช้แรงฟาดตุ๊กตาไปที่ชายหนุ่มท่าทางเกรี้ยวกราด จนลออจันทร์ต้องปรามลูกน้อย“เอ๊ะ ลลิตอย่าทำแบบนี้สิครับ”“ฮึก แงงงงงง”หม่าม้าดุลลิตเหรอเสียงร้องไห้ที่เพิ่งเงียบไปกลับมาดังอีกครั้ง ลออจันทร์มองลูกน้อยอย่างอ่อนใจมือบางคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ พลางโยกตัวกล่อมร่างนุ่มนิ่ม“แม่ะ อะบูวววว” หม่าม้าอยากกลับบ้านแล้วครับ“กลับกันเถอะ ลูกคงง่วงนอน” ครามถือของแทนลออจันทร์โอบประคองร่างสองแม่ลูกเข้าไปในลิฟต์ ลออจันทร์ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนแต่ก็จนใจเมื่อสองมืออุ้มลูกน้อย
“หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จเด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้วลออจันทร์จึงอยากให้ลลิตลองฝึกดูแต่ปรากฏว่าลูกเขาช่างฉลาดจริง ๆ สอนไม่กี่รอบก็พูดได้แล้ว“แม่ะ แม่ะ หม่ำ หม่ำ” หม่าม้าลลิตหิวข้าวแล้ว“โอ๋ ลลิตหิวข้าวแล้วเหรอครับ รอแปปนึงนะครับ”“อ้ายย ยา อ้ายย”กริ๊ง กริ๊งลออจันทร์ที่กำลังบดข้าวกับกล้วยสุกได้ยินเสียงกริ่งจึงเดินไปเปิดประตูเชิญแขกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง ครามที่ในวันนี้แต่งตัวสบาย ๆ สวมเสื้อยืดแบรนด์ดังกับกางเกงเนื้อดีถือถุงใบใหญ่เข้ามาในห้องสร้างความสนใจให้แก่ลลิต“อา อา” ถืออะไรมาอ่ะลลิตคลานมาตรงหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้ ครามที่เห็นลูกคลานมาหาก็ดีใจย่อตัวลงรวบร่างอวบอัดเข้ามากอดมาหอม“แอ้ อ้ายยย”
หลังจากส่งลออจันทร์ที่ร้านอุ่นไอรัก ครามก็นั่งรถกลับบริษัทไปทำงานต่อระหว่างนั่งทำงานแทบจะไม่มีสมาธิ มัวแต่มองนาฬิกาข้อมือเป็นพัก ๆ แทบอยากจะให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ หากแต่ชายหนุ่มก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รับสายจากผู้เป็นแม่ “ครับ คุณแม่” “ตาคราม นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องให้หนูรินรีบพาหนูอัยวาไปต่างประเทศด้วย รีบกลับมาห้ามเมียแกเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงปลอบประโลมของคนในบ้าน “งั้นคุณแม่ก็บอกให้โรสรินเตรียมใจไว้ดี ๆ นะครับ”พูดจบก็กดตัดสายไป สายตาเย็นชาครุ่นคิดถึงเรื่องที่โรสรินกระทำลงไป คิดว่าถ้าจากไปเงียบ ๆ เขาจะไม่คิดบัญชีย้อนหลังแล้วแท้ ๆ ชายหนุ่มเห็นแก่อัยวาจึงไม่อยากถึงขั้นแตกหักกับโรสริน เด็กน่าสงสารที่ครามคิดว่าเป็นลูกชายในชาติที่แล้วถึงแม้ไม่ได้เลี้ยงดูมาอย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังมีความรู้สึกผูกพันอยู่บ้าง เขาจึงไม่อยากให้เรื่องที่ยังแก้ไขได้ส่งผลต่ออนาคตของเด็กคนนั้นอัยวาควรได้เจอพ่อที่แท้จริงครามถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนที่ลออจันทร์และลลิตจะย้ายเข้
แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นสถานที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ก็ทำให้ครามรู้สึกปวดใจไปหมดสภาพห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงขนาดกลางชิดมุมห้องและเปลเด็กกลางห้องยังมีของสำหรับเด็กอ่อนที่อยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นกลางเก่ากลางใหม่บริเวณกลางห้องมีเสื่อเด็กเล่น ยังดีที่มีระเบียงหลังใช้สำหรับตากผ้าอ้อมกับอ่างล้างจาน“แอ้ แอ้” มองแบบนี้หมายความว่ายังไงทารกน้อยตบมือปุ ๆ ไปที่คางได้รูปเมื่อเห็นคนตัวยักษ์กวาดสายตาไปทั่วห้อง ลออจันทร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างหน้าแดงระเรื่อด้วยความอาย“เอ่อ คุณครามนั่งที่เตียงได้นะครับ” ปกติสองแม่ลูกจะปูเสื่อนั่งเล่นกลางห้อง ลลิตตัวน้อยรู้ความมาก เมื่อกลับจากที่ทำงานลออจันทร์จะปูเสื่อนิ่มไว้กลางห้องและเทบรรดาของเล่นที่ตายายที่ขยันซื้อมาฝากปล่อยให้ลูกเล่นตามลำพัง ส่วนเขานั้นก็จะรีบซักผ้าอ้อมและทำอาหารเย็น เด็กอายุเจ็ดเดือนเริ่มทานอาหารอ่อน ๆ ได้แล้ว ลออจันทร์จึงมักสลับทำอาหารกับป้อนนมให้ลูกเป็นบางครั้งเพื่อฝึกให้ลลิตเลิกเต้าเพราะตอนนี้น้ำนมของเขาแทบจะไม่มีแล้วครามเดินไปที่เตียงก่อนจะวางลูกน้อยให้นอนแผ่บนเตียง ลลิตที่ถูกปล่อยตัวพลิกคว่ำคลานไปทั่
“ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงหน้าอยู่แล้ว ครามคุณพ่อของนายเอกและเป็นไอ้หน้าโง่ที่เลี้ยงดูลูกคนอื่นจนไม่รู้ว่าลูกตัวเองตายไปตั้งนานแล้วลลิตคิดแล้วก็โกรธคนตรงหน้าที่มีส่วนทำให้หม่าม้าของตนต้องมีจุดจบแบบนั้น ใบหน้าน้อย ๆ ออกอาการฮึดฮัดชี้มือชี้ไม้ไปมาจนคนเป็นแม่นึกฉงน“เด็กดี ไม่ต้องร้องนะครับ” เสียงลออจันทร์เอ่ยปลอบโยนลูกชายในอ้อมอก ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่ง“คุณลูกค้า หากต้องการสั่งกาแฟรบกวนสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์นะครับ” ลออจันทร์รวบรวมความกล้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม“ตอนที่เดินเข้ามาในร้านนายยังเรียกฉันว่า คุณครามอยู่เลยนะ” ลออจันทร์เม้มปากแน่น อยากจะเขกกะโหลกตัวเองเมื่อเผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มออกไป“คุณคราม มาที่นี่ทำไมครับ” อ้อมกอดเริ่มรัดแน่นเมื่อลูกน้อยที่อยู่บนตักเริ่มขยับตัวขยุกขยิกพยายามหันหน้าออกมา ร่