หน้าหลัก / โรแมนติก / รักใต้บัญชา / งานแต่งที่ไม่ต้องการ

แชร์

งานแต่งที่ไม่ต้องการ

ผู้เขียน: MoonlightNstar
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-01-31 00:24:16

และแล้วก็มาถึง วันที่ปริญไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันช่างเป็นวันที่เขาสุดแสนจะกล้ำกลืนฝืนทนมากที่สุดในชีวิต งานแต่งงานระหว่างเขาและพนิดาถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในไร่ส้มแสนสุข แม้ว่าจะเป็นเพียงงานเล็กๆแต่แขกผู้ใหญ่ที่มาก็มีแต่คนใหญ่คนโตของจังหวัดทั้งนั้น เพราะด้วยว่า 'แม่เลี้ยงบัวหลัน' ผู้เป็นย่าของเขานั้นก็เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในจังหวัดมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ยังมีชีวิตอยู่

ปริญแต่งตัวอยู่ภายในห้องโดยมีช่างแต่งหน้าทำผมที่มารดาของเขาจ้างมาจากกรุงเทพคอยช่วยแต่งตัวให้อยู่ ชุดที่เขาใส่เป็นชุดไทยแบบล้านนาผ้าฝ้ายคอจีนสีงาช้าง พาดไหล่ด้วยสไบสีน้ำตาลเหลือบทองปักด้วยลวดลายสวยงามใส่คู่กับกางเกงผ้าฝ้ายทรงกระบอกสีน้ำตาลเข้ม ก่อนจะคาดผ้าโพกที่ศรีษะด้วยผ้าฝ้ายสีขาวนวลดูหล่อเหลาราวกับพระเอกละคร

'ฮึ พระเอกละครอย่างนั้นหรอ ถ้าวันนี้นางเอกที่จะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับเขาวันนี้ คือ ญานิศา เขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้' ได้เเต่คิดเท่านี้ปริญก็ปวดร้าวไปถึงไหนๆ 

หลังจากวันนั้นที่เขาตัดสินใจบอกความจริงเรื่องที่จะต้องแต่งงานกับญานิศาไป ความสัมพันธ์ที่มันเหมือนว่ากำลังจะไปได้สวยก็กลับต้องมาระหองระแหงลง จากวันที่คุยกันวันนั้นญานิศาก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาได้พบเธอเพื่ออธิบายอะไรอีก พูดเพียงแต่คำว่าให้เขาปฏิเสธการแต่งงานนั้นเสียและต้องเลือกเธอเท่านั้นถ้าหากว่าเขายังอยากที่จะมีเธออยู่ในชีวิตต่อไป

พอเขาบอกว่าเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ และเลือกที่จะแต่งงานตามข้อเสนอของผู้เป็นย่า วันต่อๆมาก็มีข่าวซุบซิบดาราออกมาว่าเธอไปออกเดทกับพระเอกละครเรื่องที่เธอแสดงอยู่ พอรู้ข่าวเข้าเขาก็ตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก จึงรีบติดต่อเธอไปเพื่อที่จะขอเคลียร์แต่ก็ได้คุยกับเพียงแค่ผู้จัดการของเธอเท่านั้น โดยผู้จัดการของนางเอกสาวบอกว่าตอนนี้ญานิศานั้นเสียใจมากกับการตัดสินใจของเขาเลยยังไม่พร้อมที่จะพูดคุย

ปริญยอมรับว่าเขานั้นทั้งเครียดและคิดหนัก นี่ก็ผ่านมาจะเป็นเดือนแล้วที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและญานิศาต้องมาสะดุดลง ดูเหมือนว่าเธอจะพยายามหลบหน้าเขาไม่คิดที่จะให้โอกาสใดๆกับเขาเลย

ถามว่าญานิศานั้นสำคัญกับเขาไหม บอกเลยว่าตอนนี้เธอคือคนที่เขายกให้เป็นที่หนึ่งคนเดียวในใจ ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากที่จะเรียนรู้และลองคบหาดูใจกับเธอต่อไป แต่ถ้าถามว่าที่ดินผืนนั้นสำคัญกับเขามากไหม ก็ตอบเลยว่ามาก มันเป็นความฝันที่เขาวาดไว้ว่าอยากจะทำโฮมสเตย์เชิงท่องเที่ยวที่สามารถเดินตัดเข้ามาเที่ยวชมยัง ไร่ส้มแสนสุข ได้อีกด้วย

เขาอยากทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาก็รู้จักทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เหมือนกัน เพราะว่าตอนนี้ทุกคนก็ยังคิดแค่ว่าเขาทำตัวลอยไปลอยมาไม่มีหลักแหล่ง สู้พี่ชายตัวเองไม่ได้ที่รายนั้นช่วยบิดาบริหารบริษัทแปรรูปและส่งออกผลิตภัณฑ์ส้มจากไร่ส้มแสนสุขมาตั้งแต่สมัยเรียนจบใหม่ๆ 

"ปริ้นลูกแต่งตัวเสร็จหรือยัง ได้เวลาแล้วนะลูก" ขณะที่กำลังนั่งคิดทุกอย่างผสมปนเปกันไปหมดก็ถูกเสียงของมารดามาฉุดให้ตื่นจากภวังค์เสียก่อน ตามมาด้วยปุณภพที่มายืนรออยู่ที่หน้าประตูเพื่อมาดูความเรียบร้อยของน้องชายด้วยอีกคน

"ไม่เห็นจำเป็นจะต้องรีบเลยนี่ครับคุณแม่ งานแต่งที่ปริ้นไม่ได้เต็มใจอยากจะแต่ง จะถึงฤกษ์หรือว่าเลยฤกษ์ปริ้นก็ไม่ได้แคร์อยู่แล้วครับ" ปริญแค่นยิ้มออกมาจนผู้เป็นมารดาต้องเดินเข้ามาตีเพี๊ยะลงที่ต้นแขน

"พูดอะไรอย่างนั้น เดี๋ยวคุณย่ามาได้ยินเข้าจะเสียใจนะลูก"

"คุณแม่ห่วงแต่ว่าคุณย่าจะเสียใจหรอครับ แล้วผมล่ะ มีใครสนใจบ้างว่าผมจะเสียใจ" ปริญยังคงพูดจาประชดประชันและขำออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องตลกทั้งๆที่ในใจนั้นแสนจะเศร้า

"คุณแม่อย่าไปซีเรียสกับมันนักเลยครับ เจ้าปริ้นมันคงจะยังทำใจไม่ได้ที่ต้องถูกบังคับให้แต่งงาน" ปุณภพพูดออกมายิ้มๆ

"พี่ปุณไม่โดนเองพี่ไม่รู้หรอก"

"ช่วยไม่ได้ แกอยากได้ที่ดินก็ต้องยอมแลก ฉันไม่ได้อยากได้ที่ดินคุณย่าเหมือนแกนี่หว่า" ปุณภพส่ายหน้ายิ้มๆให้กับท่าทีของน้องชาย

หลังจากที่ถูกมารดาไปพาตัวออกมา ปริญก็พบว่าผู้เป็นเจ้าสาวนั้นนั่งรออยู่ที่หน้าผู้ใหญ่ก่อนแล้ว จากที่เห็นวันนี้พนิดาอยู่ในชุดแต่งงานแบบล้านนา สวมเสื้อคอป้ายผูกข้างลายดอกไม้สีหวาน สาบเสื้อปักด้วยดิ้นทอง สวมกับผ้าซิ่นสีชมพูอ่อนทอลายอย่างวิจิตร ที่ไหล่มีสไบบางผืนยาวพาดบ่าดูชดช้อย ผมของเธอถูกเก็บเป็นมวยสูงพร้อมประดับดอกไม้สีทอง สวมกำไลทองตามอย่างเครื่องประดับล้านนา ดูสวยหวานน่ารัก

"วันนี้พายสวยมากๆเลยว่ะ" เสียงปุณภพพูดกระซิบที่ข้างหู อันที่จริงถ้าหากว่าจะดูแบบไม่มีอคติใดๆเลย ใช่ วันนี้พนิดาสวย แต่สำหรับเขาแล้วนั้น ต่อให้ผู้หญิงตรงหน้าจะสวยงามเพียงใด ผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่ทำให้ความรักที่แสนหวานของเขาต้องกลายเป็นดั่งน้ำผึ้งขม ฉะนั้นเขาจะไม่มีทางหลงไปชื่นชมความงามแต่ภายนอกที่อยู่ข้างหน้านั่นเด็ดขาด

ปริญค่อยๆเดินเข่าเข้าไปนั่งใกล้ๆพนิดา เธอรอบมองมายังเขาเล็กน้อย หากแต่ผู้ที่ถูกมองกลับไม่ได้คิดแม้แต่จะชายตามองเธอเลย พิธีการต่างๆเริ่มดำเนินไปทีละขั้นตอน เริ่มจากการที่คู่บ่าวสาวทำการไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่โดยมีคุณย่าบัวหลันนั่งอยู่ตรงกลาง คุณประพาสผู้เป็นบิดาของเขานั่งอยู่ขวามือและคุณน่านทิพย์ผู้เป็นมารดานั่งอยู่ฝั่งซ้ายมือ 

หลังจากไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่เสร็จแล้ว คู่บ่าวสาวก็พากันทำพิธีบายศรีสู่ขวัญตามแบบฉบับของชาวภาคเหนือ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการเรียกขวัญและปัดเคราะห์เพื่อให้คู่บ่าวสาวอยู่กินกันอย่างมีความสุข จากนั้นจึงเป็นพิธีการผูกข้อไม้ข้อมือตามลำดับ

พอเสร็จพิธีทุกคนต่างก็พากันรับประทานอาหาร โดยแขกที่มาในวันนี้ต่างก็เป็นคนที่รู้จักคุ้นหน้ากันดี ทั้งผู้ใหญ่บ้านและนายอำเภอต่างก็เคารพนับถือคุณย่าบัวหลันเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

"เสร็จงานแล้ว รบกวนท่านนายอำเภอทินกรช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องจดทะเบียนสมรสของหลานย่าต่อด้วยนะคะ" 

"ได้สิครับคุณย่า อันที่จริงน่าจะมาจดกันที่นี่วันนี้เลยก็ได้นะครับ จะได้ไม่ต้องเข้าไปจดกันในเมือง" 

หลังจากได้ยินที่ผู้เป็นย่าพูด ปริญก็หันไปมองหน้ามารดาราวกับต้องการจะถาม เพราะไม่เห็นผู้เป็นย่าเคยบอกว่านอกจากแต่งงานแล้วเขาจะต้องจดทะเทียนสมรสด้วย หากแต่ว่ามารดาก็ส่งซิกเป็นสัญลักษณ์ว่าให้เขาเงียบไปก่อน

"ตอนแรกย่าก็ว่าเอาไว้ค่อยจดวันหลังก็ได้ วันนี้เอาแค่พิธีตบแต่งให้เสร็จแค่นี้ก่อน แต่ไปๆมาๆย่าคิดดูแล้วย่าว่าจดไปเสียให้จบๆนั่นแหละดีที่สุด"

หญิงสูงวัยพูดก่อนจะนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่ส้มโอวิ่งเข้ามาบอกว่าเจอดารานางเอกสาวสวยมาจอดรถรออยู่ทางบริเวณทางเข้าไร่ 

บทที่เกี่ยวข้อง

  • รักใต้บัญชา   เข้าหอ

    พอถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ คุณย่าบัวหลันก็จูงมือหลานชายและหลานสะใภ้เข้าไปในห้องของบ้านที่พึ่งสร้างใหม่เพื่อใช้เป็นเรือนหอ บนเตียงนอนของคู่บ่าวสาวถูกโรยด้วยดอกกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจ ขณะที่หน้าประตูมีทั้งพ่อและแม่สามีของพนิดายืนมองส่งยิ้มให้มาด้วยแววตาอบอุ่นก่อนจะเดินตามเข้ามานั่งลงคนละฝั่งซ้ายขวาของคุณย่าบัวหลัน"เอาล่ะ ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอแล้ว ย่าก็ขอให้หลานทั้งสองจงครองรักกันอย่างมีความสุข ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะลูก""ไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบนี้เลยครับคุณย่า รู้ๆกันอยู่ว่าการแต่งงานครั้งนี้มันคืออะไร แค่หนึ่งปีต่างคนก็ต้องต่างแยกย้ายกันอยู่ดีนั่นแหละครับ" ปริญพูดแทรกขึ้นมาทันทีหลังจากที่ผู้เป็นย่านั้นอวยพรเสร็จ สีหน้าและแววตาของเขาบ่งบอกแต่เพียงแค่ว่าเขาไม่มีความจำเป็นต้องแคร์หรือใส่ใจอะไร"เออ เอาเหอะน่า วันนี้ย่าขอทำตามพิธีไปก่อน เอาไว้ถึงวันนั้นถ้าปริ้นยังยืนยันที่จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีพายก็ค่อยว่ากันอีกที""มีวันนั้นอยู่แล้วล่ะครับ แค่เวลาหนึ่งปีแป๊ปเดียวเอง ผมจะรอให้ถึงวันนั้น" ปริญพูดโดยไม่ได้หันไปมองทางฝั่งเจ้าสาว

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   สามีหาย

    หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเมื่อคืนพนิดาก็เข้านอนเลย จนถึงเช้าก็พบว่าเธอตื่นขึ้นมาคนเดียวโดยไม่มีร่องรอยว่าสามีหมาดๆของเธอนั้นกลับเข้ามานอนพนิดาลุกขึ้นจัดเก็บที่นอนตามปกติก่อนจะอาบน้ำอาบท่าแล้วจึงเตรียมเดินไปหาคุณย่าบัวหลันเพื่อใส่บาตรด้วยกันเหมือนเช่นทุกเช้า เรือนหอของพนิดาและปริญถูกสร้างขึ้นใหม่บนเนื้อที่ภายในไร่ของคุณย่าบัวหลัน ขนาดของบ้านพอเหมาะสำหรับอยู่กันสองคนของสองสามีภรรยาคู่ข้าวใหม่ปลามันซึ่งอยู่ห่างออกมาจากเรือนของคุณย่าบัวหลันไม่ไกลนักพนิดาเดินออกมาก็พบว่าคุณย่าบัวหลันกับน้าแก้วคำกำลังเดินลงมาจากเรือนพอดีเช่นกัน เช้านี้อากาศสดชื่น เริ่มมีกลิ่นอายของลมหนาวพัดมานิดๆ จนพนิดาต้องกระชับผ้าคลุมไหล่เข้าหากัน"อ้าวพาย ตื่นแล้วหรอลูก จริงๆวันนี้ไม่ต้องมาใส่บาตรกับย่าก็ได้จะได้พักผ่อนให้เต็มที่" คุณย่าบัวหลันเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นพนิดาเดินเข้ามาใกล้"ไม่เป็นไรหรอกค่ะย่าบัว เมื่อคืนพายนอนเต็มอิ่มมาก แล้วปกติพายก็ตื่นมาใส่บาตรกับย่าบัวทุกวันอยู่แล้วนี่คะ ตื่นเช้าๆมาแบบนี้สดชื่นดีออกค่ะ" พนิดาทำท่าเหมือนสูดเอาอากาศอึกใหญ่เข้าปอดก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆหญิงสูงวัยและรับขันข้าวในมือมาถือไ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   คนขี้ฟ้อง

    พนิดาที่ยืนอยู่ในบ้านเห็นว่ารถยุโรปสีขาวจอดสนิทอยู่ที่ทางเข้าบ้านมาสักพักแล้ว แต่ก็ไม่สามารถมองผ่านทะลุเข้าไปภายในได้เนื่องจากว่ากระจกนั้นทึบสนิท เธอยืนคอยอยู่สักพักเพราะสงสัยว่าคือรถใครที่มาจอดอยู่หน้าบ้าน แล้วจึงเห็นว่าปริญเปิดประตูลงมาชายหนุ่ยยังคงอยู่ในชุดเดิมของเมื่อคืน จังหวะที่ประตูรถแง้มอยู่และปริญหันไปโบกมือลาฝ่ายนั้น พนิดาก็ได้เห็นชัดเจนว่าหญิงสาวที่อยู่ในรถคันนั้นคือนางเอกสาวชื่อดัง ญดา ญานิศานั่นเองพอเห็นดังนั้นพนิดาก็เริ่มเข้าใจว่าเหตุใดปริญจึงต่อต้านการแต่งงานในครั้งนี้นัก ถ้าเป็นเธอเอง มีแฟนสวยขนาดนี้ เธอก็ไม่มีกระจิตกระใจที่จะไปเหลียวมองใครคนอื่นหรอก ซึ่งดูไปแล้วเขาทั้งสองคนนั้นก็ช่างเหมาะสมกันดีปริญก็หล่อ ญานิศาก็สวย ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้ามา ปริญก็เลือกที่จะเดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านทันทีโดยไม่ได้คิดจะหันมามองยังพนิดาที่กำลังยืนจัดดอกไม้อยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างเลย ขายาวๆรีบเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะขึ้นไปยังชั้นบนจนพนิดาต้องรีบเรียกเอาไว้"พี่ปริ้นคะ ย่าบัวเรียกให้ไปหาค่ะ" ปริญหยุดชะงักก่อนจะหันไปหาเจ้าของเสียงด้วยความโมโห"นี่อย่าบอกนะว่าเธอเอาเรื่องที่ฉันออกไปข้าง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   หงุดหงิด

    เช้านี้ปริญขับรถไปรับผู้เป็นย่าแต่เช้า เป้าหมายคือที่ว่าการอำเภอซึ่งอยู่ในตัวเมือง คุณย่าบัวหลันนั่งหน้าคู่กับปริญส่วนพนิดานั่งอยู่ด้านหลัง ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีก็ถึง เพราะว่าไร่ส้มแสนสุขของคุณย่าบัวหลันนั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่ไกลนัก "อ้าว มาถึงกันแล้วหรอครับคุณย่า" นายอำเภอหนุ่มเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นหน้าแขกผู้มาเยือน"สวัสดีค่ะท่านนายอำเภอ วันนี้แก้วคำทำลาบไก่ของโปรดท่านนายอำเภอด้วยพอดี ย่าก็เลยห่อใส่ปิ่นโตมาให้ด้วย ส่วนข้างล่างนั่นก็ของหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง""ขอบคุณมากๆเลยนะครับคุณย่า นี่ลาภปากของผมจริงๆเลยนะครับเนี่ย งั้นเชิญนั่งกันก่อนเลยครับ" ว่าแล้วนายอำเภอหนุ่มก็ยื่นมือไปรับเถาปิ่นโตจากปริญมาถือไว้ที่หน้าโต๊ะทำงานของนายอำเภอทินกร ปริญและพนิดานั่งอยู่คู่กัน ส่วนคุณย่าบัวหลันนั่งที่โซฟาข้างๆหน้าต่าง ด้านหน้าของคู่สามีภรรยาหมาดๆมีกระดาษคนละหนึ่งแผ่นและปากกาคนละหนึ่งด้ามวางอยู่ เริ่มจากปริญเป็นผู้จรดลงนามก่อนจากนั้นจึงตามด้วยพนิดา"ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ จากนี้คุณทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว" นายอำเภอทินกรพูดก่อนจะมองหน้าและยิ้มให้ทั้งสองคน หากแต่ไม่ได

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   ตัวพี่ใหญ่แต่ใจเล็ก

    เช้านี้พนิดาและปริญพากันตื่นมาใส่บาตรตั้งแต่เช้าตามคำสั่งของผู้เป็นย่า สำหรับพนิดาแล้วนั้นการตื่นเช้านั้นไม่ใช่ปัญหาเลย แต่สำหรับปริญผู้เคยชินกับการนอนตื่นสายจนตะวันทิ่มตาแล้ว มันค่อนข้างที่จะยากนิดหน่อยสำหรับเขาหลังจากที่ได้ตกลงกับพนิดาเรื่องการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในห้องนอนก็ได้ข้อตกลงร่วมกันว่า เขาจะต้องเป็นผู้เสียสละตัวเองไปนอนบนโซฟาเบด ส่วนพนิดานั้นสามารถยึดครองพื้นที่บนเตียงได้ ถึงเเม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนดีอะไรแต่ยังไงเสียสำนึกชั่วดีของเขาก็ยังคงใช้งานได้อยู่ที่จะเป็นคนยอมเสียสละตัวเองแทนฝ่ายหญิง และด้วยความที่ว่าบ้านที่เขาอยู่กับพนิดานั้นพึ่งจะสร้างเสร็จใหม่ ถึงจะมีทั้งหมดสองห้องแต่พวกชุดเครื่องนอนที่นั้นกลับมีเตรียมไว้สำหรับห้องเดียวเท่านั้น พอได้ใส่บาตรกันเสร็จแล้ว ทั้งปริญและพนิดาก็พากันมาทานข้าวเช้าที่บ้านคุณย่าบัวหลันตามที่ผู้เป็นย่าสั่ง หลังจากนั้นก็ถึงเวลาลงมือจัดการกับเหล่ากล้ากุหลาบดอกไม้ที่ร้านดอกไม้ได้นำมาส่งตั้งแต่เมื่อวาน"ขุดได้แน่นะตาปริ้น ไม่ใช่มือไม้ถลอกปอกเปิกหมดเข้า แกยิ่งเคยทำกับเขาเสียที่ไหนอะไรแบบนี้" ผู้เป็นย่าถามย้ำหลานชายอีกรอบเพื่อความแน่ใจ แม้ว่าสีหน้าข

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   เจ็บมือ

    หลังจากช่วยกันจัดการกับแปลงดอกไม้ให้ผู้เป็นย่าเสร็จ ที่ตอนหลังได้น้าแก้วคำมาช่วยอีกแรง ปริญก็ขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน พนิดาตามไปทีหลังเพราะแวะกลับขึ้นไปเอาขนมหวานที่แก้วคำพึ่งทำเสร็จก่อน พอมาถึงบ้านก็เห็นปริญนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ด้านหน้าของเขามีทั้งกล่องยาและผ้าพันแผลวางอยู่เป็นตับ และดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็กำลังเก้ๆกังๆในการพยายามทำแผลให้กับตัวเองแต่ไม่สำเร็จ"ทำอะไรคะนั่น""ทำแผลอยู่เธอไม่เห็นหรือไง""เห็นค่ะ แต่ปกติไม่เคยเห็นใครทำแผลตัวเองด้วยการทายาแดงเสียจนชุ่มมือ ราวกับว่าพึ่งถูกมีดปังตอฟันมือมาแบบนี้""ก็ฉันเจ็บ มือฉันทั้งถลอกทั้งแดงไปหมดแบบนี้เธอจะให้ฉันทาแค่บางๆแล้วเมื่อไหร่มันจะหาย" ปริญโยนผ้าพันแผลลงที่โต๊ะอย่างหงุดหงิดก่อนหันมามองแม่จอมจุ้นจ้านอย่างเคืองๆ"แล้วคิดว่าทาชโลมทั้งมือแบบนี้แล้วจะหายเร็วขึ้นอย่างนั้นหรอคะ ดีไม่ดีทามากไปจนแผลแฉะ เกิดอักเสบติดเชื้อลุกลามขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอานะคะ" พนิดาแกล้งขู่คนที่ไม่เคยทำแผลให้ตัวเองมาก่อนแต่ก็ดูเหมือนว่าปริญจะแอบคล้อยตาม"ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ไม่เคยเป็นแผล แล้วฉันก็ไม่เคยทำแผลเองด้วย" "งั้นรอสักครู่ก็แล้

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   มองเขารักกัน

    พนิดาส่งมือถือให้ปริญเสร็จตัวเธอเองก็เดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อเตรียมอาหารสำหรับตอนเย็นต่อ วันนี้พนิดาตั้งใจจะทำแกงเขียวหวานไก่ ไข่เจียว และปลาทอดราดน้ำปลา วัตถุดิบที่มีซื้อมาจากวันที่ไปตลาดวันก่อน พนิดาชอบเข้าครัวทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ว่าใจมันรักหรือเรียกว่าพรสวรรค์กันแน่ แต่ที่แน่ๆก็พรแสวงที่เธอมักจะจดจำไว้เวลาเห็นใครเข้าครัวเสียงปริญยังคงคุยโทรศัพท์ดังแว่วเข้ามา ตามด้วยเสียงผู้หญิงที่อยู่ในสาย แม้ว่าจะไม่สามารถจับใจความได้เพราะว่าเธอนั้นไม่ได้ตั้งใจฟังแต่พนิดาก็รู้ว่าชายหนุ่มคงกำลังมีความสุขอยู่ ฟังได้จากเสียงหัวเราะที่ดังมาเป็นทอดๆ"ขอบคุณนะครับญดาที่เป็นห่วงผม""ก็ปริ้นเป็นคนรักของญดานี่ค่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าคืนนี้เลิกกองดึก ญดาคงจะขับรถไปหาปริ้นเสียตอนนี้เลยล่ะค่ะ""ผมไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้นหรอกครับ แค่มือถลอกเอง""ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ ดูพันผ้าไว้ซะขนาดนั้น ญดาตกใจหมดเลย""เดี๋ยวก็ว่าจะแกะออกแล้วล่ะครับ พันไว้ขนาดนี้ผมคงถือช้อนทานข้าวไม่ได้" "นี่ดีนะคะที่กองถ่ายญดาปักหลักถ่ายทำที่นี่หลายเดือน ญดาเลยมีโอกาศได้อยู่ใกล้ๆปริ้นด้วย แค่ในตัวเมืองกับไร่ของคุณย่าปริ้นห่างกันยี่สิบกิโ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   อาการใจสั่น

    พอจัดการทำความสะอาดและพันผ้าพันแผลให้ปริญเป็นรอบที่สอง พนิดาก็เข้ามาจัดการเก็บกวาดและล้างจานในครัว โดยไม่ลืมที่จะยกจานแตงโมออกไปให้ปริญนั่งทานตบท้ายปริญนั่งมองจานแตงโมที่ถูกหั่นและแกะเป็นรูปใบไม้ก็นึกประหลาดใจไม่คิดว่าพนิดาจะมีมุมละเอียดอ่อนแบบนี้อยู่ด้วย จะว่าไปพนิดาถึงแม้ว่าจะมีนิสัยแสบๆซนๆและเด็กกว่าเขาอยู่หลายปี แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอก็ยังมีมุมที่เป็นแม่ศรีบ้านแม่ศรีเรือนกับเขาเหมือนกัน"ญดาไม่ชอบทำอาหารหรอกค่ะปริ้น ญดาว่ามันเหม็นติดผมค่ะ สมัยนี้อยากจะกินอะไรก็แค่โทรสั่งก็มีคนมาส่งให้ถึงที่แล้ว ไม่เห็นต้องทำเองให้ลำบากเลย""งานบ้านญดาทำไม่เป็นหรอกค่ะ ถ้าปริ้นคิดจะคบกับญดา ขอเตือนไว้ก่อนนะคะว่าของพวกนั้นญดาไม่แตะ ทุกวันนี้แค่ถ่ายละครก็แทบจะไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว ถ้าปริ้นคาดหวังว่าญดาต้องเป็นผู้หญิงแบบนั้นล่ะก็ บอกไว้เลยนะคะว่าปริ้นเตรียมตัวผิดหวังได้เลย"แม้จะรู้อยู่แล้วว่าญานิศาเป็นผู้หญิงที่ถนัดงานนอกบ้านเสียมากกว่าเรื่องงานบ้านงานเรือน แต่ปริญก็เคยคิดว่ามันก็คงอาจจะไม่ได้เป็นปัญหามากนัก หากแต่ผู้เป็นย่ากลับยื่นคำขาดมาเรียบร้อยว่าศรีภรรยาของเขานั้น งานบ้านงานเรือนต้องเป๊ะ ทำอาหารต้อง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31

บทล่าสุด

  • รักใต้บัญชา   เหตุผลของคนนั่งรอ

    หลังจากที่รู้ว่าพนิดาออกไปข้างนอกกับผู้ชายคนอื่น ปริญก็ขอตัวผู้เป็นย่ากลับมาบ้านทันที เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้เป็นย่าถึงได้ปล่อยให้หลานสะใภ้ของตัวเองออกไปกับผู้ชายคนอื่นได้ นี่ย่าเขาไม่กลัวว่าคนอื่นจะพูดไม่ดีลับหลังเอาหรอกหรือถึงแม้ว่าเขากับพนิดาจะแต่งงานกันแค่ปลอมๆ แต่คนที่ไม่รู้ก็อาจจะว่าเอาได้ เรื่องนี้มีแต่เสื่อมเสียชื่อเสียง ถ้าพนิดากลับมาเขาคงจะต้องตกลงกับเธอสักหน่อยว่าระหว่างที่เธอและเขายังคงสถานะสามีภรรยากันอยู่ พนิดาไม่ควรที่จะไปไหนมาไหนกับใคร เพราะเขาไม่ต้องการให้มันเสื่อมเสียชื่อเสียงมาจนถึงวงศ์ตระกูล"ทำไมคุณย่าถึงปล่อยให้หลานสะใภ้ตัวเองออกไปกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้นล่ะครับ ไม่กลัวว่าคนจะนินทาลับหลังเอาได้หรอครับว่าหลานสะใภ้สุดที่รักของคุณย่าไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีตัวเอง""นายอำเภอทินกรเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ย่ากับพายก็รู้จักมาหลายปีก็ไม่เห็นว่าเขาจะเคยทำเรื่องเสื่อมเสียอะไร""พนิดากับนายอำเภอนั่นรู้จักกันมาหลายปีแล้วหรอครับ""ก็ใช่น่ะสิ ตั้งแต่สี่ห้าปีก่อนที่นายอำเภอพึ่งย้ายมาอยู่ใหม่ๆโน่นล่ะ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยเจอกันบ่อยเท่าไหร่เพราะว่าตอนนั้นพายก็ยังเรียน

  • รักใต้บัญชา   ทำไมไปกับคนอื่น

    วันนี้พนิดาตื่นเช้ามาเธอพบว่าเมื่อคืนปริญไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน เขาคงจะไปค้างคืนกับแฟนของเขาจริงๆ วินาทีนี้เธอรู้แล้วว่าเธออยากร้องไห้ สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังตอกย้ำความรู้สึกของเธอว่ามันใช่ เธอกำลัง'หลงรัก'เขามันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน ความรู้สึกพวกนี้ เกิดขึ้นมาตอนไหน เมื่อไหร่ ทั้งๆที่คิดว่าระแวงระวังหัวใจตัวเองดีแล้วแท้ๆ ไม่น่าเลยพนิดา เธอไม่น่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นเลยพนิดาแต่งตัวเสร็จก็เดินไปที่เรือนคุณย่าบัวหลัน เมื่อวานท่านบอกว่าเก้าโมงเช้านายอำเภอทินกรจะเข้ามาพูดคุยกับท่านเรื่องซุ้มขายของของไร่ส้มแสนสุข พอพนิดาเดินไปถึงก็พบว่ารถของนายอำเภอทินกรได้จอดรออยู่ที่หน้าเรือนของคุณย่าบัวหลันก่อนแล้ว"อ้าวมาแล้วหรอลูก พาย" คุณย่าบัวหลันเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าพนิดาโพล่หน้าขึ้นเรือนมา"ค่ะย่าบัว" พนิดาเดินเข้าไปใกล้ๆและเข้าไปนั่งลงตรงข้างของคุณย่าบัวหลันโดยมีนายอำเภอทินกรนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม"สวัสดีค่ะท่านนายอำเภอ""เรียกนายอำเภอตามคุณย่าบัวหลันอีกแล้วนะครับพาย แบบนี้ผมก็ดูแก่หมดพอดี" นายอำเภอทินกรมีแอบเหล่มอง ทั้งพนิดาคุณย่าบัวหลันต่างก็พากันหัวเราะในท่าทีของนายอำเภอหนุ่ม"เรียกคุณกรก็ได้ค่า" พน

  • รักใต้บัญชา   เขาไปหาคนที่รัก

    ขณะที่อิทธิพลขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวข้างบนยังไม่ลงมา ปริญที่แต่งตัวเสร็จแล้วตั้งแต่ทีแรกก็นั่งกดโทรศัพท์มือถือรออยู่ที่โซฟาหน้าโต๊ะทีวีด้วยท่าทางเบื่อๆ เซ็งๆ เหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างกำลังรบกวนจิตใจของเขาจนไม่สามรถลบมันออกได้ทั้งๆที่กำลังพยายามอยู่"เย็นนี้พี่ปริ้นจะกลับมาทานข้าวที่บ้านหรือเปล่าคะ พายจะได้ทำอาหารไว้รอ""ไม่ต้อง เธอทำกินเองได้เลย" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่สีหน้าและแววตาดูมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พนิดาอดที่จะเป็นกังวลไปด้วยไม่ได้"จะกลับดึกหรือเปล่าคะ แล้วกลับกี่โมงพายจะได้..."ยังไม่ทันที่พนิดาจะได้พูดจบแต่ก็ถูกปริญตัดจบเสียก่อน"เธอไม่ใช่เมียฉันนะพนิดา ไม่ต้องมาทำเป็นนั่งซักไซ้ไล่เรียงว่าฉันจะกลับบ้านตอนไหนแล้วกลับกี่โมงกี่ยาม" ขณะที่ยังเคลียร์สิ่งที่คั่งค้างอยู่ภายในใจไม่ได้ จึงทำให้ปริญเผลอตอบออกไปด้วยความหงุดหงิดจนคนที่ฟังนั้นเกิดความร้อนผะผ่าวที่บริเวณหน่วยตาแต่ก็ต้องพยายามที่จะข่มความรู้สึกเอาไว้ เธอไม่ใช่เมียเขา ใช่สิ เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เขาจำใจต้องเเต่งงานด้วยก็เพราะและเพื่อผลประโยชน์ จะมามีสิทธิ์มีเสียงอะไรได้ ส่วนเรื่องที่เราจูบกันเมื่อคืน มันก็คงจะเป็นเพียงแค่อ

  • รักใต้บัญชา   ความกระอักกระอวนใจที่มี

    หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ทำเอาพนิดาไม่ค่อยกล้าหลับได้เต็มตานัก เพราะดึกๆมาปริญก็ยังคงขยับขลุกขลัก แถมยังมีการดึงเธอให้ขึ้นไปนอนซบอยู่บนหน้าอกเขาอีกต่างหาก แม้ว่าพนิดาจะพยายามขยับหนีแล้วแต่ก็ยังถูกคนเมาลากกลับเข้าไปกอดไว้อีกจนได้ แม้จะอยากขืนตัวไว้แต่เธอก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ซึ่งหลังจากนั้นมันกลับมีความรู้สึกสุขใจขึ้นมาอย่างประหลาดวันนี้พนิดารีบตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมมื้อเช้าให้กับทุกคน พอลงมาก็พบว่าอิทธิพลนั้นตื่นแล้วและดูเหมือนว่าเขาพึ่งจะกลับเข้ามาจากข้างนอก"มอนิ่งครับน้องพาย""มอนิ่งค่ะพี่อิท ตื่นเช้าจังเลยนะคะ""ครับ เห็นว่ากาศดีพี่เลยลองออกไปวิ่งดูแถวๆนี้มา เผื่อว่าอีกหน่อยจะย้ายมาอยู่แถวนี้บ้าง" อิทธิพลพูดยิ้มๆราวกับจะสื่อความหมาย"ไม่หนาวหรอคะ" พนิดาถามเมื่อเห็นว่าอิทธิพลสวมใส่เพียงแค่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น"ก็เย็นๆนะครับ แต่พอวิ่งไปเหงื่ออกก็ไม่หนาวแล้ว เอาจริงๆพี่ว่าที่ชอบที่นี่นะ อากาศดีมากๆ ถึงได้อยากมาทำโฮมสเตย์กับไอ้ปริ้นมัน แล้วจะได้ถือโอกาสได้มาอยู่ที่นี่ด้วย ยิ่งได้มาลองอยู่ดูแล้วพี่ว่าพี่น่าจะชอบที่นี่จริงๆแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าจะมาได้เพียงแค่วันเดียวก็เถอะ ท

  • รักใต้บัญชา   จูบกันมั้ย

    พนิดายังคงนิ่งเฉยและไม่กล้าขยับตัวเมื่อเห็นว่าใบหน้าของปริญนั้นอยู่ห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในลมหายใจของเขากรุ่นๆ แขนแกร่งยังคงโอบกอดแผ่นหลังของเธอเอาไว้ตึกตัก ๆ "นี่..พี่ปริ้นดื่มมาหรอคะ"พนิดาจำเป็นต้องทำลายความเงียบลงด้วยการพูดอะไรออกไปสักอย่าง "อื้ม" ปริญตอบหากแต่ว่าก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะถอยหนี ใบหน้าเขายังคงชิดอยู่ใกล้ๆและทำไมพนิดาถึงรู้สึกว่ามันค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ทุกทีๆตึกตักๆ ตึกตักๆ มือเล็กจับปมผ้าขนหนูไว้แน่น ในขณะที่หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นเป็นเท่าตัว เลือดลมวิ่งพล่านไปตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แก้มขาวอมชมพูค่อยๆเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อยขึ้นเรื่อยๆเมื่อปริญค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อีก"พิ..พี่ปริ้นเมาหรอคะ""จูบกันมั้ย" ปริญไม่ได้ตอบคำถามที่พนิดาถามแต่เขากลับเป็นฝ่ายที่ถามเธอกลับแทน"จะ..จูบทำไมคะ""ก็แค่จูบเฉยๆ ไม่ได้หรอ"พนิดามองเขาใกล้ๆใจเธอก็ยิ่งหวิวๆ ปริญจัดว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาก คิ้วเข้มๆของเขาเรียงกันสวยรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน ตาคมดุจราวนกเยี่ยวที่จิกจ้องมองมาทำเอาพนิดาใจสั่นไหว ริมฝีปากได้รูปแดงอมชมพู ที่ด้านบนริมฝีปากเริ่มเห็นไรหนวดโผล่ขึ้นมากลายๆ โดยรว

  • รักใต้บัญชา   เพื่อนสามี

    วันนี้พนิดาเข้าสวนส้มเพียงแค่ครึ่งวันเนื่องจากว่าส้มที่คัดไว้นั้นเสร็จหมดแล้วและกำลังทยอยแพ็คลงใส่กล่อง บรรยากาศภายในไร่ยังคงสนุกสนานครื้นเครงอยู่ตามเคยเมื่อมีพี่แสงหล้าสาวงามตัวท็อปของไร่แห่งนี้คอยสร้างเสียงหัวเราะ"อุ๊ยต๋ายแล้วว ไผฮั้นน่ะตี้กำลังเดินมากับคุณปริ้น ว่าคุณปริ้นหล่อแล้ว คนตี้เดินมากะเปิ้นกะหล่อบ่าได้แป้กันเลย" แสงหล้าผู้ซึ่งมีเรดาร์ในการสแกนหาผู้ชายหน้าตาดีประจำไร่รีบเอ่ยปากบอก พนิดามองตามก็เห็นว่าทั้งสองคนกำลังมุ่งหน้าเดินตรงมาก่อนจะหยุดลงที่ตรงหน้าเธอ"กำลังจะกลับบ้านแล้วหรอ""ค่ะ ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายแล้ว เหลือแค่แพ็คลงกล่องก็เรียบร้อย""พนิดา นี่อิทธิพลเพื่อนของฉัน คนที่ฉันเคยบอกว่าจะมาทำโฮมสเตย์ด้วยกัน" ปริญแนะนำเพื่อนตัวเองให้พนิดาได้รู้จัก"สวัสดีค่ะ คุณอิทธิพล" พนิดายกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งเขาก็มองและส่งยิ้มทักทายมาให้เธออย่างเป็นมิตร อิทธิเป็นคนหล่อหน้าตาดีพอๆกันกับปริญ ต่างกันก็เพียงแค่เขาดูเป็นผู้ชายลุคง่ายๆสบายๆมากกว่า จากที่ประเมินจากบุคลิกแล้ว เขาดูน่าจะเป็นคนที่สนุกสนานและอัธยาศัยดี ต่างจากปริญที่ต้องดูดีดูเนี้ยบ เอาแต่วางมาดเท่จนพนิดารู้สึกหมั่นไส้ใ

  • รักใต้บัญชา   นั่นแฟนเขา แฟนเราที่ไหน

    จากตอนแรกที่กำลังอารมณ์ดีอยากจะรีบวิ่งลงบันไดเพื่อจะมาทำมื้อเย็นทานด้วยกัน แต่พอได้ยินว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์กับคนที่เขารักไป ใบหน้าเปื้อนยิ้มของพนิดาก็เป็นอันว่าจะต้องหุบลง'นี่เธอกำลังเป็นอะไรไป เธอลืมอะไรไปหรือเปล่าพนิดาว่าเขามีแฟนแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ระหว่างเขากับเธอจะไม่ได้ตึงเครียดเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสามารถมีใจให้กับเขาได้ อย่าเอาหัวใจตัวเองเข้าไปเสี่ยง วันใดวันหนึ่งยังไงเขาก็ต้องกลับไปหาคนรักเขาอยู่ดี เธอควรต้องนึกไว้เสมอว่าเขาไม่ใช่คนโสด เขามีคนของเขา คนที่เป็นเจ้าของหัวใจ'พนิดาหุบยิ้มแสนหวานนั้นลงในขณะที่ปริญก็คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วพอดี ร่างสูงใหญ่หันกลับมาจึงเห็นว่าพนิดามายืนคอยอยู่ หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเป็นเชิงถาม"ไม่ได้มาแอบฟังใช่มั้ย""เปล่าค่ะ พายแค่จะมาถามว่าพี่ปริ้นว่าอยากจะกินอะไร ระหว่างแกงจืด หรือว่า ต้มยำ พายจะได้ทำให้ถูก""อืม แกงจืดก็อร่อย ส่วนต้มยำก็แซ่บถึงใจดีนะ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากกินทั้งสองอย่างเลย" ปริญทำท่าครุ่นคิดก่อนจะแกล้งยิ้มและตอบออกไป หากแต่ว่าคำตอบของเขากลับทำให้ใบหน้างามนั้นยิ่งบึ้งตึงขึ้นมาอีกแถมริมฝีบ

  • รักใต้บัญชา   ความเจ็บที่จุก

    ขณะที่นั่งรอคนงานในไร่พากันทยอยขนตะกร้าส้มออกมาจากข้างในสวน ระหว่างนี้ปริญก็ช่วยพนิดาคัดขนาดของส้มแต่ละเกรด โดยฟังจากที่พนิดาอธิบายเธอบอกว่า ส้มที่คัดจะมีทั้งหมดหกขนาด ไล่ไปตั้งแต่เบอร์สาม ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่สุด จากนั้นก็จะเป็นเบอร์สองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากว่าส้มเบอร์สาม และขนาดเบอร์หนึ่งจะเป็นขนาดที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภคมากที่สุด จากนั้นก็จะเป็นส้มเบอร์ศูนย์ ซึ่งเบอร์นี้ก็จะยังมีขนาดที่ใกล้เคียงกับส้มเบอร์หนึ่งและก็ยังเป็นขนาดที่ผู้บริโภคนิยมเช่นกัน จากนั้นมาก็จะเป็นเบอร์ศูนย์ศูนย์ ซึ่งเป็นส้มที่มีขนาดใหญ่แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากว่าเปลือกค่อนข้างหนา เนื้อฟ่ามและมีรสชาติจืด ส่วนเบอร์สุดท้ายคือขนาดศูนย์ศูนย์ศูนย์ ส้มเบอร์นี้จะเป็นส้มที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษจนไม่มีช่องให้ลง ส่วนรสชาติก็จะเหมือนกับส้มเบอร์ศูนย์ศูนย์ แต่มีปริมาณไม่มากนักปริญนั่งฟังพนิดาอธิบาย ในขณะที่เขานั่งจ้องหน้าเธอ ส่วนเธอปากพูดไป มือก็ทำงานไปไม่มีหยุด นับว่าสิ่งที่พนิดาพูดมาทั้งหมดนี่เป็นความรู้ใหม่สำหรับเขาเลยก็ว่าได้ ทั้งๆที่ย่าของเขาเป็นเจ้าของสวนส้มขนาดใหญ่แต่เขากับไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลย ปกติเวลาผู

  • รักใต้บัญชา   ไม่รักแต่ก็ไม่ร้าย

    เช้านี้พนิดารีบตื่นนอนแต่เช้าอีกตามเคย อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วที่จะต้องรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จ จากนั้นอาทิตย์หน้าก็จะเป็นงานประจำปีเทศกาลส้มหวานของดีเมืองเหนือที่จัดขึ้นที่ว่าการอำเภอเช่นเคย ภายในงานจะมีร้านค้ามากมายที่นำสินค้าจากไร่ตัวเองทั้งที่เป็นแบบสดๆและแบบแปรรูปแล้วมาวางจำหน่ายสองปีที่แล้วตอนก่อนที่จะไปเรียนต่อพนิดาก็ได้มาช่วยคนที่ไร่จัดร้านขายของสนุกสนานกันเลยทีเดียวร้านค้าส่วนมากก็จะเป็นชาวสวนชาวไร่ที่อยู่ในละแวกบริเวณใกล้เคียงกันทั้งนั้น ต่างมีผลผลิตจากไร่ของตัวเองมาจำหน่ายให้ทั้งชาวบ้านและเหล่านักท่องเที่ยวกันละลานตาไปหมดปีนี้ที่ไร่แสนสุขมีสินค้ามากมายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาก ส่วนหนึ่งมันก็มาจากความคิดของพนิดาด้วยที่อยากเพิ่มมูลค่าให้สินค้ามีความแตกต่างออกไปจากแต่ก่อน "พายว่าปี๋นี้ฮ้านก้าจากไร่ส้มแสนสุขของย่าบัวตึงต้องได้รางวัลฮ้านตี้ขายดีตี้สุดแน่เลยปี้แสงหล้า""ปี้กะว่าจะอั้นเน๊าะ พายกอยผ่อเน้อ ปี๋นี้ปี้จะแต่งตั๋วหื้องามตี้สุดในงาน จะเอาหื้อนายอำเภอทินกรเปิ้นต๋าก้างฟ้าวมาขอปี้ไปเป๋นแฟนบ่าตันเลย"แสงหล้าสาวงามประจำไร่ส้มของคุณย่าบัวหลันที่อายุอานามปีนี้ก็น่า

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status