แชร์

เจ็บมือ

ผู้เขียน: MoonlightNstar
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-01-31 00:27:03

หลังจากช่วยกันจัดการกับแปลงดอกไม้ให้ผู้เป็นย่าเสร็จ ที่ตอนหลังได้น้าแก้วคำมาช่วยอีกแรง ปริญก็ขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน พนิดาตามไปทีหลังเพราะแวะกลับขึ้นไปเอาขนมหวานที่แก้วคำพึ่งทำเสร็จก่อน พอมาถึงบ้านก็เห็นปริญนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ด้านหน้าของเขามีทั้งกล่องยาและผ้าพันแผลวางอยู่เป็นตับ และดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็กำลังเก้ๆกังๆในการพยายามทำแผลให้กับตัวเองแต่ไม่สำเร็จ

"ทำอะไรคะนั่น"

"ทำแผลอยู่เธอไม่เห็นหรือไง"

"เห็นค่ะ แต่ปกติไม่เคยเห็นใครทำแผลตัวเองด้วยการทายาแดงเสียจนชุ่มมือ ราวกับว่าพึ่งถูกมีดปังตอฟันมือมาแบบนี้"

"ก็ฉันเจ็บ มือฉันทั้งถลอกทั้งแดงไปหมดแบบนี้เธอจะให้ฉันทาแค่บางๆแล้วเมื่อไหร่มันจะหาย" ปริญโยนผ้าพันแผลลงที่โต๊ะอย่างหงุดหงิดก่อนหันมามองแม่จอมจุ้นจ้านอย่างเคืองๆ

"แล้วคิดว่าทาชโลมทั้งมือแบบนี้แล้วจะหายเร็วขึ้นอย่างนั้นหรอคะ ดีไม่ดีทามากไปจนแผลแฉะ เกิดอักเสบติดเชื้อลุกลามขึ้นมาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอานะคะ" พนิดาแกล้งขู่คนที่ไม่เคยทำแผลให้ตัวเองมาก่อนแต่ก็ดูเหมือนว่าปริญจะแอบคล้อยตาม

"ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ไม่เคยเป็นแผล แล้วฉันก็ไม่เคยทำแผลเองด้วย" 

"งั้นรอสักครู่ก็แล้วกันนะคะ พายไปอาบน้ำล้างไม้ล้างมือเสร็จแล้วเดี๋ยวจะออกมาทำแผลให้ค่ะ"

พนิดาเดินเข้าบ้านไปไม่ถึงสิบนาทีก็กลับออกมา เสื้อยืดสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนต์ขาสั้น ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ยาวสยายเต็มแผ่นหลังทำให้เจ้าของเรือนร่างดูน่ารักสมวัย ปริญจ้องมองคนตรงหน้าที่เวลานี้ขยับลงมานั่งลงข้างๆเขาบนโซฟา กลิ่นแชมพูอ่อนๆหอมเตะจมูก พนิดาจับฝ่ามือใหญ่ที่โชกไปด้วยยาแดงขึ้นมาเช็ดด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด ค่อยๆเช็ดคราบยาแดงออกทีละน้อยจนหมด จากนั้นจึงใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาด

"โอ๊ย นี่เธอเบาๆหน่อยได้มั้ย"ปริญร้องแหวใส่ ในขณะที่พนิดายังคงตั้งหน้าตั้งตาทำแผลต่อไป

"ตัวก็ออกจะใหญ่โต โดนแอลกอฮอล์แค่นี้ทำเป็นร้องไปได้"

"ปากดี เธอลองมาโดนเองดูมั้ยล่ะ"

"ไม่ล่ะค่ะ มือพายจับจอบจับเสียมมาตลอดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ จนตอนนี้มันคงหนาด้านพอ ไม่บอบไม่บางเหมือนมือคนที่ไม่เคยทำหรอกค่ะ"

"นี่เธอจะว่าฉันสำออยสำอางค์อย่างนั้นหรือพนิดา"

"เปล่านี่คะ พายก็แค่หมายถึงว่า ถ้าทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวมือมันก็จะด้านและชินไปเองนั่นแหละค่ะ จับแรกๆก็ระบมแบบนี้แหละเดี๋ยวก็ดีขึ้น" พนิดาพูดอย่างราบเรียบในขณะที่มือยังคงทำเเผลไปเรื่อยๆ

มือเรียวงามจับฝ่ามือใหญ่ขึ้นมาหงายดู พบว่ามันเริ่มที่จะเป็นแผลนูนๆ บ้างมีตุ่มน้ำพองๆ บ้างก็ถลอกจนหนังเปิดซึ่งดูแล้วปริญน่าจะเจ็บมากอยู่ หญิงสาวใช้สมาธิในการทำอย่างตั้งใจจนลืมไปเลยว่ามีปริญนั่งอยู่ตรงนี้ ด้วยจนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่งพนิดาก็ทำแผลจนใกล้เสร็จ แต่พอเธอเงยหน้าขึ้นมามอง กลับพบว่ามีสายตาของปริญนั้นจับจ้องมองมายังเธออยู่

ตึกๆ ตึกๆ..

"มี...อะไรคะ"

"เปล่า ก็แค่ดูเธอทำแผลให้ไง ทำเก่งดี ไปเรียนมาจากไหนล่ะ"

"ก็ไม่เห็นต้องเรียนเลยนี่คะ การทำแผลมันก็เป็นแค่เรื่องพื้นฐานเบสิกทั่วๆไปที่ใครๆเขาก็ทำเป็นกัน จะมีก็แต่...." พนิดาแกล้งลากเสียงยาวแล้วมองไปที่ชายหนุ่มก่อนจะถูกเขาตอบกลับมาทันทีเช่นกัน

"ฉัน ทำ ไม่ เป็น เธอมีปัญหาอะไรมั้ยพนิดา" คำพูดแต่ละคำถูกย้ำช้าๆชัดๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันราวกับจะเอาเรื่อง

"ไม่มีค่ะ" พูดจบพนิดาก็จัดการเก็บอุปกรณ์ทำแผลเสร็จแล้วจึงยกออกไปโดยมีสายตาของปริญมองตามไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว

ปริญยกมือตัวเองขึ้นมามอง พบว่ามันถูกห่อพันไปด้วยผ้าก๊อตสีขาวที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยยาแดงที่ซึมออกมาเป็นจุดๆ แม้ว่าจะไม่ใช่แผลใหญ่แต่เวลานี้ถ้าใครเห็นคงคิดว่ามือของเขานั้นไม่ถูกฟันมาก็คงถูกอะไรทับมาเป็นแน่ นั่งมองไปก็ขำไปก่อนจะส่ายหัวเมื่อนึกถึงคำพูดของพนิดาที่บอกว่าการทำแผลคือเรื่องพื้นฐานเบสิกทั่วไปที่ใครๆก็ทำเป็น เขาก็อยากจะเชื่อหรอกนะว่าเธอทำเป็น เเต่พอเห็นการพันผ้าพันแผลของเธอแล้วทำเอาเขาต้องกลับมาคิดใหม่

หลังจากยกกล่องอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บ พนิดาก็กลับออกมาด้วยจานสาคูไส้หมูและข้าวเกรียบปากหม้อ ไม่อยากจะบอกเลยว่าแค่มาอยู่ที่นี่แค่ไม่เท่าไหร่ปริญก็รู้สึกได้ว่าน้ำหนักของเขาคงเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้วไม่โลก็สองโลแน่ๆ ถ้าเป็นที่กรุงเทพหลังจากตื่นนอนมาเขาก็แค่ไปเข้ายิมเรียกหุ่นฟิตๆกลับมาได้ไม่ยาก แต่พอมาอยู่ที่นี่สงสัยว่าพรุ่งนี้เช้าเขาคงต้องออกไปวิ่งสูดอากาศบ้างเสียแล้ว

"ขนมของน้าแก้วคำค่ะ ฝากมาให้พี่ปริ้น"

พนิดาวางจานขนมลงบนโต๊ะ ปริญจ้องมองไปที่ช้อนส้อมก่อนจะใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยิบลงไปลงส้อมราวกับกำลังจับจีบ ด้วยความที่ว่ามือทั้งมือถูกพันไปด้วยผ้าก๊อต เหลือเพียงแค่สองนิ้วโผล่มาจึงทำให้ความสามารถในการหยิบจับของเขานั้นมันลดลง

"ดูท่าว่าให้กินเองขนมคงจะร่วงไปอยู่ที่พื้นมากกว่าจะเข้าไปอยู่ในปากนะคะ" พนิดาเห็นท่าว่าคงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เธอจึงแย่งส้อมที่อยู่ในมือของปริญมาถือจับเอาไว้เองแทน ก่อนจะตักลูกสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อมาส่งเข้าปากให้ปริญทีละชิ้น

"ฉันกินเองได้น่า เอามา"

ปริญยังคงพยายามแย่งชิงส้อมเอามาถือไว้เองแต่พนิดาก็ยังยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายป้อนให้โดยให้เหตุผลว่าถ้าปล่อยให้ปริญทานเองแล้วทำขนมร่วงลงบนพื้นขึ้นมาเธอขี้เกียจตามเช็ด

แต่ขณะที่ทานไปได้เพียงแค่สามสี่ชิ้น เสียงมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆเขาก็ส่งสัญญาณดังขึ้น พนิดาจำได้เสียงเรียกเข้าด้วยทำนองเพลงแบบนี้คงจะเป็นหญิงสาวคนพิเศษของเขาเป็นแน่ 

"จะให้หยิบให้หรือเปล่าคะ"

"อืม หยิบมาสิ"

พอเหลือบไปมองที่หน้าจอก็ปรากฎว่ามีชื่อของคนที่กำลังโทรเข้ามาโชว์หลาอยู่ ที่บนหน้าจอปรากฎทั้งชื่อและรูปภาพของหญิงคนรักของเขา

เมื่อพนิดาส่งโทรศัพท์มือถือมาให้ ปริญก็กดปุ่มรับสายแต่ฝ่ายนั้นกลับส่งคำเรียกร้องให้เปิดการโทรแบบวีดีโอคลอลแทน

บทที่เกี่ยวข้อง

  • รักใต้บัญชา   มองเขารักกัน

    พนิดาส่งมือถือให้ปริญเสร็จตัวเธอเองก็เดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อเตรียมอาหารสำหรับตอนเย็นต่อ วันนี้พนิดาตั้งใจจะทำแกงเขียวหวานไก่ ไข่เจียว และปลาทอดราดน้ำปลา วัตถุดิบที่มีซื้อมาจากวันที่ไปตลาดวันก่อน พนิดาชอบเข้าครัวทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ว่าใจมันรักหรือเรียกว่าพรสวรรค์กันแน่ แต่ที่แน่ๆก็พรแสวงที่เธอมักจะจดจำไว้เวลาเห็นใครเข้าครัวเสียงปริญยังคงคุยโทรศัพท์ดังแว่วเข้ามา ตามด้วยเสียงผู้หญิงที่อยู่ในสาย แม้ว่าจะไม่สามารถจับใจความได้เพราะว่าเธอนั้นไม่ได้ตั้งใจฟังแต่พนิดาก็รู้ว่าชายหนุ่มคงกำลังมีความสุขอยู่ ฟังได้จากเสียงหัวเราะที่ดังมาเป็นทอดๆ"ขอบคุณนะครับญดาที่เป็นห่วงผม""ก็ปริ้นเป็นคนรักของญดานี่ค่ะ นี่ถ้าไม่ติดว่าคืนนี้เลิกกองดึก ญดาคงจะขับรถไปหาปริ้นเสียตอนนี้เลยล่ะค่ะ""ผมไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้นหรอกครับ แค่มือถลอกเอง""ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ ดูพันผ้าไว้ซะขนาดนั้น ญดาตกใจหมดเลย""เดี๋ยวก็ว่าจะแกะออกแล้วล่ะครับ พันไว้ขนาดนี้ผมคงถือช้อนทานข้าวไม่ได้" "นี่ดีนะคะที่กองถ่ายญดาปักหลักถ่ายทำที่นี่หลายเดือน ญดาเลยมีโอกาศได้อยู่ใกล้ๆปริ้นด้วย แค่ในตัวเมืองกับไร่ของคุณย่าปริ้นห่างกันยี่สิบกิโ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   อาการใจสั่น

    พอจัดการทำความสะอาดและพันผ้าพันแผลให้ปริญเป็นรอบที่สอง พนิดาก็เข้ามาจัดการเก็บกวาดและล้างจานในครัว โดยไม่ลืมที่จะยกจานแตงโมออกไปให้ปริญนั่งทานตบท้ายปริญนั่งมองจานแตงโมที่ถูกหั่นและแกะเป็นรูปใบไม้ก็นึกประหลาดใจไม่คิดว่าพนิดาจะมีมุมละเอียดอ่อนแบบนี้อยู่ด้วย จะว่าไปพนิดาถึงแม้ว่าจะมีนิสัยแสบๆซนๆและเด็กกว่าเขาอยู่หลายปี แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอก็ยังมีมุมที่เป็นแม่ศรีบ้านแม่ศรีเรือนกับเขาเหมือนกัน"ญดาไม่ชอบทำอาหารหรอกค่ะปริ้น ญดาว่ามันเหม็นติดผมค่ะ สมัยนี้อยากจะกินอะไรก็แค่โทรสั่งก็มีคนมาส่งให้ถึงที่แล้ว ไม่เห็นต้องทำเองให้ลำบากเลย""งานบ้านญดาทำไม่เป็นหรอกค่ะ ถ้าปริ้นคิดจะคบกับญดา ขอเตือนไว้ก่อนนะคะว่าของพวกนั้นญดาไม่แตะ ทุกวันนี้แค่ถ่ายละครก็แทบจะไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว ถ้าปริ้นคาดหวังว่าญดาต้องเป็นผู้หญิงแบบนั้นล่ะก็ บอกไว้เลยนะคะว่าปริ้นเตรียมตัวผิดหวังได้เลย"แม้จะรู้อยู่แล้วว่าญานิศาเป็นผู้หญิงที่ถนัดงานนอกบ้านเสียมากกว่าเรื่องงานบ้านงานเรือน แต่ปริญก็เคยคิดว่ามันก็คงอาจจะไม่ได้เป็นปัญหามากนัก หากแต่ผู้เป็นย่ากลับยื่นคำขาดมาเรียบร้อยว่าศรีภรรยาของเขานั้น งานบ้านงานเรือนต้องเป๊ะ ทำอาหารต้อง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   เปลี่ยนกันดูแล

    เมื่อเห็นแล้วว่าพนิดาไม่น่าจะสามารถลุกขึ้นเดินได้ปริญจึงสอดแขนตัวเองเข้าไปรวบขาของพนิดาเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็โอบไปที่แผ่นหลังก่อนจะยกเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน จังหวะนี้ด้วยความตกใจพนิดาจึงจำเป็นจะต้องโอบแขนทั้งสองข้างของเธอไปที่รอบลำคอของเขา"ถ้าไม่อยากตกลงไปอีกรอบก็หุบปากไว้ บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าพูดมากขึ้นมาเมื่อไหร่ แขนฉันมันสามารถอ่อนแรงลงได้ทันที"จากตอนแรกที่คอยต่อปากต่อคำกับเขาไม่หยุด เวลานี้พนิดาจำเป็นต้องหุบปากเอาไว้เสียก่อน ตอนนี้ชีวิตน้อยๆของเธอมันกำลังตกอยู่ภายในอุ้งมือของเขา ไม่ว่าเขาจะสั่งจะดุหรือจะพูดอะไรเธอเองก็คงจะต้องเงียบพอถึงบ้านปริญก็วางเธอลงที่บนโซฟา ส่วนตัวเขาเองก็หันไปเตรียมกะละมังน้ำอุ่นมาให้เธอแช่เท้า พนิดาสงสัยว่าข้อเท้าของเธอคงจะพลิก จากที่ลองขยับดูแล้วรู้สึกถึงความเจ็บแปลบนิดๆ"วางเท้าเธอลงมาสิ ฉันจะล้างให้"พนิดามองสบตาคมที่วันนี้มันดูเหมือนว่าจะอ่อนโยนลงเป็นพิเศษ"เอ่อคือว่าพี่ปริ้นคะ เดี๋ยวพายว่าพายทำเองดีกว่าค่ะ" พนิดารีบห้ามทันควันเมื่อปริญทำท่าเหมือนกับว่าพยายามจับข้อเท้าของเธอยกขึ้นเพื่อเตรียมที่จะจุ่มมันลงไปในกะละมัง"อยู่เฉยๆเถอะน่า อย่าเรื่องมาก" ว่าแล้วเ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   ไม่รักแต่ก็ไม่ร้าย

    เช้านี้พนิดารีบตื่นนอนแต่เช้าอีกตามเคย อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วที่จะต้องรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จ จากนั้นอาทิตย์หน้าก็จะเป็นงานประจำปีเทศกาลส้มหวานของดีเมืองเหนือที่จัดขึ้นที่ว่าการอำเภอเช่นเคย ภายในงานจะมีร้านค้ามากมายที่นำสินค้าจากไร่ตัวเองทั้งที่เป็นแบบสดๆและแบบแปรรูปแล้วมาวางจำหน่ายสองปีที่แล้วตอนก่อนที่จะไปเรียนต่อพนิดาก็ได้มาช่วยคนที่ไร่จัดร้านขายของสนุกสนานกันเลยทีเดียวร้านค้าส่วนมากก็จะเป็นชาวสวนชาวไร่ที่อยู่ในละแวกบริเวณใกล้เคียงกันทั้งนั้น ต่างมีผลผลิตจากไร่ของตัวเองมาจำหน่ายให้ทั้งชาวบ้านและเหล่านักท่องเที่ยวกันละลานตาไปหมดปีนี้ที่ไร่แสนสุขมีสินค้ามากมายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาก ส่วนหนึ่งมันก็มาจากความคิดของพนิดาด้วยที่อยากเพิ่มมูลค่าให้สินค้ามีความแตกต่างออกไปจากแต่ก่อน "พายว่าปี๋นี้ฮ้านก้าจากไร่ส้มแสนสุขของย่าบัวตึงต้องได้รางวัลฮ้านตี้ขายดีตี้สุดแน่เลยปี้แสงหล้า""ปี้กะว่าจะอั้นเน๊าะ พายกอยผ่อเน้อ ปี๋นี้ปี้จะแต่งตั๋วหื้องามตี้สุดในงาน จะเอาหื้อนายอำเภอทินกรเปิ้นต๋าก้างฟ้าวมาขอปี้ไปเป๋นแฟนบ่าตันเลย"แสงหล้าสาวงามประจำไร่ส้มของคุณย่าบัวหลันที่อายุอานามปีนี้ก็น่า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   ความเจ็บที่จุก

    ขณะที่นั่งรอคนงานในไร่พากันทยอยขนตะกร้าส้มออกมาจากข้างในสวน ระหว่างนี้ปริญก็ช่วยพนิดาคัดขนาดของส้มแต่ละเกรด โดยฟังจากที่พนิดาอธิบายเธอบอกว่า ส้มที่คัดจะมีทั้งหมดหกขนาด ไล่ไปตั้งแต่เบอร์สาม ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่สุด จากนั้นก็จะเป็นเบอร์สองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากว่าส้มเบอร์สาม และขนาดเบอร์หนึ่งจะเป็นขนาดที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภคมากที่สุด จากนั้นก็จะเป็นส้มเบอร์ศูนย์ ซึ่งเบอร์นี้ก็จะยังมีขนาดที่ใกล้เคียงกับส้มเบอร์หนึ่งและก็ยังเป็นขนาดที่ผู้บริโภคนิยมเช่นกัน จากนั้นมาก็จะเป็นเบอร์ศูนย์ศูนย์ ซึ่งเป็นส้มที่มีขนาดใหญ่แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากว่าเปลือกค่อนข้างหนา เนื้อฟ่ามและมีรสชาติจืด ส่วนเบอร์สุดท้ายคือขนาดศูนย์ศูนย์ศูนย์ ส้มเบอร์นี้จะเป็นส้มที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษจนไม่มีช่องให้ลง ส่วนรสชาติก็จะเหมือนกับส้มเบอร์ศูนย์ศูนย์ แต่มีปริมาณไม่มากนักปริญนั่งฟังพนิดาอธิบาย ในขณะที่เขานั่งจ้องหน้าเธอ ส่วนเธอปากพูดไป มือก็ทำงานไปไม่มีหยุด นับว่าสิ่งที่พนิดาพูดมาทั้งหมดนี่เป็นความรู้ใหม่สำหรับเขาเลยก็ว่าได้ ทั้งๆที่ย่าของเขาเป็นเจ้าของสวนส้มขนาดใหญ่แต่เขากับไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลย ปกติเวลาผู

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   นั่นแฟนเขา แฟนเราที่ไหน

    จากตอนแรกที่กำลังอารมณ์ดีอยากจะรีบวิ่งลงบันไดเพื่อจะมาทำมื้อเย็นทานด้วยกัน แต่พอได้ยินว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์กับคนที่เขารักไป ใบหน้าเปื้อนยิ้มของพนิดาก็เป็นอันว่าจะต้องหุบลง'นี่เธอกำลังเป็นอะไรไป เธอลืมอะไรไปหรือเปล่าพนิดาว่าเขามีแฟนแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ระหว่างเขากับเธอจะไม่ได้ตึงเครียดเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสามารถมีใจให้กับเขาได้ อย่าเอาหัวใจตัวเองเข้าไปเสี่ยง วันใดวันหนึ่งยังไงเขาก็ต้องกลับไปหาคนรักเขาอยู่ดี เธอควรต้องนึกไว้เสมอว่าเขาไม่ใช่คนโสด เขามีคนของเขา คนที่เป็นเจ้าของหัวใจ'พนิดาหุบยิ้มแสนหวานนั้นลงในขณะที่ปริญก็คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วพอดี ร่างสูงใหญ่หันกลับมาจึงเห็นว่าพนิดามายืนคอยอยู่ หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเป็นเชิงถาม"ไม่ได้มาแอบฟังใช่มั้ย""เปล่าค่ะ พายแค่จะมาถามว่าพี่ปริ้นว่าอยากจะกินอะไร ระหว่างแกงจืด หรือว่า ต้มยำ พายจะได้ทำให้ถูก""อืม แกงจืดก็อร่อย ส่วนต้มยำก็แซ่บถึงใจดีนะ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากกินทั้งสองอย่างเลย" ปริญทำท่าครุ่นคิดก่อนจะแกล้งยิ้มและตอบออกไป หากแต่ว่าคำตอบของเขากลับทำให้ใบหน้างามนั้นยิ่งบึ้งตึงขึ้นมาอีกแถมริมฝีบ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   เพื่อนสามี

    วันนี้พนิดาเข้าสวนส้มเพียงแค่ครึ่งวันเนื่องจากว่าส้มที่คัดไว้นั้นเสร็จหมดแล้วและกำลังทยอยแพ็คลงใส่กล่อง บรรยากาศภายในไร่ยังคงสนุกสนานครื้นเครงอยู่ตามเคยเมื่อมีพี่แสงหล้าสาวงามตัวท็อปของไร่แห่งนี้คอยสร้างเสียงหัวเราะ"อุ๊ยต๋ายแล้วว ไผฮั้นน่ะตี้กำลังเดินมากับคุณปริ้น ว่าคุณปริ้นหล่อแล้ว คนตี้เดินมากะเปิ้นกะหล่อบ่าได้แป้กันเลย" แสงหล้าผู้ซึ่งมีเรดาร์ในการสแกนหาผู้ชายหน้าตาดีประจำไร่รีบเอ่ยปากบอก พนิดามองตามก็เห็นว่าทั้งสองคนกำลังมุ่งหน้าเดินตรงมาก่อนจะหยุดลงที่ตรงหน้าเธอ"กำลังจะกลับบ้านแล้วหรอ""ค่ะ ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายแล้ว เหลือแค่แพ็คลงกล่องก็เรียบร้อย""พนิดา นี่อิทธิพลเพื่อนของฉัน คนที่ฉันเคยบอกว่าจะมาทำโฮมสเตย์ด้วยกัน" ปริญแนะนำเพื่อนตัวเองให้พนิดาได้รู้จัก"สวัสดีค่ะ คุณอิทธิพล" พนิดายกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งเขาก็มองและส่งยิ้มทักทายมาให้เธออย่างเป็นมิตร อิทธิเป็นคนหล่อหน้าตาดีพอๆกันกับปริญ ต่างกันก็เพียงแค่เขาดูเป็นผู้ชายลุคง่ายๆสบายๆมากกว่า จากที่ประเมินจากบุคลิกแล้ว เขาดูน่าจะเป็นคนที่สนุกสนานและอัธยาศัยดี ต่างจากปริญที่ต้องดูดีดูเนี้ยบ เอาแต่วางมาดเท่จนพนิดารู้สึกหมั่นไส้ใ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31
  • รักใต้บัญชา   จูบกันมั้ย

    พนิดายังคงนิ่งเฉยและไม่กล้าขยับตัวเมื่อเห็นว่าใบหน้าของปริญนั้นอยู่ห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในลมหายใจของเขากรุ่นๆ แขนแกร่งยังคงโอบกอดแผ่นหลังของเธอเอาไว้ตึกตัก ๆ "นี่..พี่ปริ้นดื่มมาหรอคะ"พนิดาจำเป็นต้องทำลายความเงียบลงด้วยการพูดอะไรออกไปสักอย่าง "อื้ม" ปริญตอบหากแต่ว่าก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะถอยหนี ใบหน้าเขายังคงชิดอยู่ใกล้ๆและทำไมพนิดาถึงรู้สึกว่ามันค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ทุกทีๆตึกตักๆ ตึกตักๆ มือเล็กจับปมผ้าขนหนูไว้แน่น ในขณะที่หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นเป็นเท่าตัว เลือดลมวิ่งพล่านไปตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แก้มขาวอมชมพูค่อยๆเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อยขึ้นเรื่อยๆเมื่อปริญค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อีก"พิ..พี่ปริ้นเมาหรอคะ""จูบกันมั้ย" ปริญไม่ได้ตอบคำถามที่พนิดาถามแต่เขากลับเป็นฝ่ายที่ถามเธอกลับแทน"จะ..จูบทำไมคะ""ก็แค่จูบเฉยๆ ไม่ได้หรอ"พนิดามองเขาใกล้ๆใจเธอก็ยิ่งหวิวๆ ปริญจัดว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาก คิ้วเข้มๆของเขาเรียงกันสวยรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน ตาคมดุจราวนกเยี่ยวที่จิกจ้องมองมาทำเอาพนิดาใจสั่นไหว ริมฝีปากได้รูปแดงอมชมพู ที่ด้านบนริมฝีปากเริ่มเห็นไรหนวดโผล่ขึ้นมากลายๆ โดยรว

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-31

บทล่าสุด

  • รักใต้บัญชา   เหตุผลของคนนั่งรอ

    หลังจากที่รู้ว่าพนิดาออกไปข้างนอกกับผู้ชายคนอื่น ปริญก็ขอตัวผู้เป็นย่ากลับมาบ้านทันที เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้เป็นย่าถึงได้ปล่อยให้หลานสะใภ้ของตัวเองออกไปกับผู้ชายคนอื่นได้ นี่ย่าเขาไม่กลัวว่าคนอื่นจะพูดไม่ดีลับหลังเอาหรอกหรือถึงแม้ว่าเขากับพนิดาจะแต่งงานกันแค่ปลอมๆ แต่คนที่ไม่รู้ก็อาจจะว่าเอาได้ เรื่องนี้มีแต่เสื่อมเสียชื่อเสียง ถ้าพนิดากลับมาเขาคงจะต้องตกลงกับเธอสักหน่อยว่าระหว่างที่เธอและเขายังคงสถานะสามีภรรยากันอยู่ พนิดาไม่ควรที่จะไปไหนมาไหนกับใคร เพราะเขาไม่ต้องการให้มันเสื่อมเสียชื่อเสียงมาจนถึงวงศ์ตระกูล"ทำไมคุณย่าถึงปล่อยให้หลานสะใภ้ตัวเองออกไปกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้นล่ะครับ ไม่กลัวว่าคนจะนินทาลับหลังเอาได้หรอครับว่าหลานสะใภ้สุดที่รักของคุณย่าไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีตัวเอง""นายอำเภอทินกรเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ย่ากับพายก็รู้จักมาหลายปีก็ไม่เห็นว่าเขาจะเคยทำเรื่องเสื่อมเสียอะไร""พนิดากับนายอำเภอนั่นรู้จักกันมาหลายปีแล้วหรอครับ""ก็ใช่น่ะสิ ตั้งแต่สี่ห้าปีก่อนที่นายอำเภอพึ่งย้ายมาอยู่ใหม่ๆโน่นล่ะ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ค่อยเจอกันบ่อยเท่าไหร่เพราะว่าตอนนั้นพายก็ยังเรียน

  • รักใต้บัญชา   ทำไมไปกับคนอื่น

    วันนี้พนิดาตื่นเช้ามาเธอพบว่าเมื่อคืนปริญไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน เขาคงจะไปค้างคืนกับแฟนของเขาจริงๆ วินาทีนี้เธอรู้แล้วว่าเธออยากร้องไห้ สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังตอกย้ำความรู้สึกของเธอว่ามันใช่ เธอกำลัง'หลงรัก'เขามันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน ความรู้สึกพวกนี้ เกิดขึ้นมาตอนไหน เมื่อไหร่ ทั้งๆที่คิดว่าระแวงระวังหัวใจตัวเองดีแล้วแท้ๆ ไม่น่าเลยพนิดา เธอไม่น่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นเลยพนิดาแต่งตัวเสร็จก็เดินไปที่เรือนคุณย่าบัวหลัน เมื่อวานท่านบอกว่าเก้าโมงเช้านายอำเภอทินกรจะเข้ามาพูดคุยกับท่านเรื่องซุ้มขายของของไร่ส้มแสนสุข พอพนิดาเดินไปถึงก็พบว่ารถของนายอำเภอทินกรได้จอดรออยู่ที่หน้าเรือนของคุณย่าบัวหลันก่อนแล้ว"อ้าวมาแล้วหรอลูก พาย" คุณย่าบัวหลันเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าพนิดาโพล่หน้าขึ้นเรือนมา"ค่ะย่าบัว" พนิดาเดินเข้าไปใกล้ๆและเข้าไปนั่งลงตรงข้างของคุณย่าบัวหลันโดยมีนายอำเภอทินกรนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม"สวัสดีค่ะท่านนายอำเภอ""เรียกนายอำเภอตามคุณย่าบัวหลันอีกแล้วนะครับพาย แบบนี้ผมก็ดูแก่หมดพอดี" นายอำเภอทินกรมีแอบเหล่มอง ทั้งพนิดาคุณย่าบัวหลันต่างก็พากันหัวเราะในท่าทีของนายอำเภอหนุ่ม"เรียกคุณกรก็ได้ค่า" พน

  • รักใต้บัญชา   เขาไปหาคนที่รัก

    ขณะที่อิทธิพลขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวข้างบนยังไม่ลงมา ปริญที่แต่งตัวเสร็จแล้วตั้งแต่ทีแรกก็นั่งกดโทรศัพท์มือถือรออยู่ที่โซฟาหน้าโต๊ะทีวีด้วยท่าทางเบื่อๆ เซ็งๆ เหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างกำลังรบกวนจิตใจของเขาจนไม่สามรถลบมันออกได้ทั้งๆที่กำลังพยายามอยู่"เย็นนี้พี่ปริ้นจะกลับมาทานข้าวที่บ้านหรือเปล่าคะ พายจะได้ทำอาหารไว้รอ""ไม่ต้อง เธอทำกินเองได้เลย" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่สีหน้าและแววตาดูมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พนิดาอดที่จะเป็นกังวลไปด้วยไม่ได้"จะกลับดึกหรือเปล่าคะ แล้วกลับกี่โมงพายจะได้..."ยังไม่ทันที่พนิดาจะได้พูดจบแต่ก็ถูกปริญตัดจบเสียก่อน"เธอไม่ใช่เมียฉันนะพนิดา ไม่ต้องมาทำเป็นนั่งซักไซ้ไล่เรียงว่าฉันจะกลับบ้านตอนไหนแล้วกลับกี่โมงกี่ยาม" ขณะที่ยังเคลียร์สิ่งที่คั่งค้างอยู่ภายในใจไม่ได้ จึงทำให้ปริญเผลอตอบออกไปด้วยความหงุดหงิดจนคนที่ฟังนั้นเกิดความร้อนผะผ่าวที่บริเวณหน่วยตาแต่ก็ต้องพยายามที่จะข่มความรู้สึกเอาไว้ เธอไม่ใช่เมียเขา ใช่สิ เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เขาจำใจต้องเเต่งงานด้วยก็เพราะและเพื่อผลประโยชน์ จะมามีสิทธิ์มีเสียงอะไรได้ ส่วนเรื่องที่เราจูบกันเมื่อคืน มันก็คงจะเป็นเพียงแค่อ

  • รักใต้บัญชา   ความกระอักกระอวนใจที่มี

    หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ทำเอาพนิดาไม่ค่อยกล้าหลับได้เต็มตานัก เพราะดึกๆมาปริญก็ยังคงขยับขลุกขลัก แถมยังมีการดึงเธอให้ขึ้นไปนอนซบอยู่บนหน้าอกเขาอีกต่างหาก แม้ว่าพนิดาจะพยายามขยับหนีแล้วแต่ก็ยังถูกคนเมาลากกลับเข้าไปกอดไว้อีกจนได้ แม้จะอยากขืนตัวไว้แต่เธอก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ซึ่งหลังจากนั้นมันกลับมีความรู้สึกสุขใจขึ้นมาอย่างประหลาดวันนี้พนิดารีบตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจัดเตรียมมื้อเช้าให้กับทุกคน พอลงมาก็พบว่าอิทธิพลนั้นตื่นแล้วและดูเหมือนว่าเขาพึ่งจะกลับเข้ามาจากข้างนอก"มอนิ่งครับน้องพาย""มอนิ่งค่ะพี่อิท ตื่นเช้าจังเลยนะคะ""ครับ เห็นว่ากาศดีพี่เลยลองออกไปวิ่งดูแถวๆนี้มา เผื่อว่าอีกหน่อยจะย้ายมาอยู่แถวนี้บ้าง" อิทธิพลพูดยิ้มๆราวกับจะสื่อความหมาย"ไม่หนาวหรอคะ" พนิดาถามเมื่อเห็นว่าอิทธิพลสวมใส่เพียงแค่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น"ก็เย็นๆนะครับ แต่พอวิ่งไปเหงื่ออกก็ไม่หนาวแล้ว เอาจริงๆพี่ว่าที่ชอบที่นี่นะ อากาศดีมากๆ ถึงได้อยากมาทำโฮมสเตย์กับไอ้ปริ้นมัน แล้วจะได้ถือโอกาสได้มาอยู่ที่นี่ด้วย ยิ่งได้มาลองอยู่ดูแล้วพี่ว่าพี่น่าจะชอบที่นี่จริงๆแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าจะมาได้เพียงแค่วันเดียวก็เถอะ ท

  • รักใต้บัญชา   จูบกันมั้ย

    พนิดายังคงนิ่งเฉยและไม่กล้าขยับตัวเมื่อเห็นว่าใบหน้าของปริญนั้นอยู่ห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในลมหายใจของเขากรุ่นๆ แขนแกร่งยังคงโอบกอดแผ่นหลังของเธอเอาไว้ตึกตัก ๆ "นี่..พี่ปริ้นดื่มมาหรอคะ"พนิดาจำเป็นต้องทำลายความเงียบลงด้วยการพูดอะไรออกไปสักอย่าง "อื้ม" ปริญตอบหากแต่ว่าก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะถอยหนี ใบหน้าเขายังคงชิดอยู่ใกล้ๆและทำไมพนิดาถึงรู้สึกว่ามันค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ทุกทีๆตึกตักๆ ตึกตักๆ มือเล็กจับปมผ้าขนหนูไว้แน่น ในขณะที่หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นเป็นเท่าตัว เลือดลมวิ่งพล่านไปตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แก้มขาวอมชมพูค่อยๆเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อยขึ้นเรื่อยๆเมื่อปริญค่อยๆโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อีก"พิ..พี่ปริ้นเมาหรอคะ""จูบกันมั้ย" ปริญไม่ได้ตอบคำถามที่พนิดาถามแต่เขากลับเป็นฝ่ายที่ถามเธอกลับแทน"จะ..จูบทำไมคะ""ก็แค่จูบเฉยๆ ไม่ได้หรอ"พนิดามองเขาใกล้ๆใจเธอก็ยิ่งหวิวๆ ปริญจัดว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาก คิ้วเข้มๆของเขาเรียงกันสวยรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน ตาคมดุจราวนกเยี่ยวที่จิกจ้องมองมาทำเอาพนิดาใจสั่นไหว ริมฝีปากได้รูปแดงอมชมพู ที่ด้านบนริมฝีปากเริ่มเห็นไรหนวดโผล่ขึ้นมากลายๆ โดยรว

  • รักใต้บัญชา   เพื่อนสามี

    วันนี้พนิดาเข้าสวนส้มเพียงแค่ครึ่งวันเนื่องจากว่าส้มที่คัดไว้นั้นเสร็จหมดแล้วและกำลังทยอยแพ็คลงใส่กล่อง บรรยากาศภายในไร่ยังคงสนุกสนานครื้นเครงอยู่ตามเคยเมื่อมีพี่แสงหล้าสาวงามตัวท็อปของไร่แห่งนี้คอยสร้างเสียงหัวเราะ"อุ๊ยต๋ายแล้วว ไผฮั้นน่ะตี้กำลังเดินมากับคุณปริ้น ว่าคุณปริ้นหล่อแล้ว คนตี้เดินมากะเปิ้นกะหล่อบ่าได้แป้กันเลย" แสงหล้าผู้ซึ่งมีเรดาร์ในการสแกนหาผู้ชายหน้าตาดีประจำไร่รีบเอ่ยปากบอก พนิดามองตามก็เห็นว่าทั้งสองคนกำลังมุ่งหน้าเดินตรงมาก่อนจะหยุดลงที่ตรงหน้าเธอ"กำลังจะกลับบ้านแล้วหรอ""ค่ะ ล็อตนี้เป็นล็อตสุดท้ายแล้ว เหลือแค่แพ็คลงกล่องก็เรียบร้อย""พนิดา นี่อิทธิพลเพื่อนของฉัน คนที่ฉันเคยบอกว่าจะมาทำโฮมสเตย์ด้วยกัน" ปริญแนะนำเพื่อนตัวเองให้พนิดาได้รู้จัก"สวัสดีค่ะ คุณอิทธิพล" พนิดายกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งเขาก็มองและส่งยิ้มทักทายมาให้เธออย่างเป็นมิตร อิทธิเป็นคนหล่อหน้าตาดีพอๆกันกับปริญ ต่างกันก็เพียงแค่เขาดูเป็นผู้ชายลุคง่ายๆสบายๆมากกว่า จากที่ประเมินจากบุคลิกแล้ว เขาดูน่าจะเป็นคนที่สนุกสนานและอัธยาศัยดี ต่างจากปริญที่ต้องดูดีดูเนี้ยบ เอาแต่วางมาดเท่จนพนิดารู้สึกหมั่นไส้ใ

  • รักใต้บัญชา   นั่นแฟนเขา แฟนเราที่ไหน

    จากตอนแรกที่กำลังอารมณ์ดีอยากจะรีบวิ่งลงบันไดเพื่อจะมาทำมื้อเย็นทานด้วยกัน แต่พอได้ยินว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์กับคนที่เขารักไป ใบหน้าเปื้อนยิ้มของพนิดาก็เป็นอันว่าจะต้องหุบลง'นี่เธอกำลังเป็นอะไรไป เธอลืมอะไรไปหรือเปล่าพนิดาว่าเขามีแฟนแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ระหว่างเขากับเธอจะไม่ได้ตึงเครียดเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสามารถมีใจให้กับเขาได้ อย่าเอาหัวใจตัวเองเข้าไปเสี่ยง วันใดวันหนึ่งยังไงเขาก็ต้องกลับไปหาคนรักเขาอยู่ดี เธอควรต้องนึกไว้เสมอว่าเขาไม่ใช่คนโสด เขามีคนของเขา คนที่เป็นเจ้าของหัวใจ'พนิดาหุบยิ้มแสนหวานนั้นลงในขณะที่ปริญก็คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วพอดี ร่างสูงใหญ่หันกลับมาจึงเห็นว่าพนิดามายืนคอยอยู่ หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเป็นเชิงถาม"ไม่ได้มาแอบฟังใช่มั้ย""เปล่าค่ะ พายแค่จะมาถามว่าพี่ปริ้นว่าอยากจะกินอะไร ระหว่างแกงจืด หรือว่า ต้มยำ พายจะได้ทำให้ถูก""อืม แกงจืดก็อร่อย ส่วนต้มยำก็แซ่บถึงใจดีนะ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากกินทั้งสองอย่างเลย" ปริญทำท่าครุ่นคิดก่อนจะแกล้งยิ้มและตอบออกไป หากแต่ว่าคำตอบของเขากลับทำให้ใบหน้างามนั้นยิ่งบึ้งตึงขึ้นมาอีกแถมริมฝีบ

  • รักใต้บัญชา   ความเจ็บที่จุก

    ขณะที่นั่งรอคนงานในไร่พากันทยอยขนตะกร้าส้มออกมาจากข้างในสวน ระหว่างนี้ปริญก็ช่วยพนิดาคัดขนาดของส้มแต่ละเกรด โดยฟังจากที่พนิดาอธิบายเธอบอกว่า ส้มที่คัดจะมีทั้งหมดหกขนาด ไล่ไปตั้งแต่เบอร์สาม ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่สุด จากนั้นก็จะเป็นเบอร์สองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากว่าส้มเบอร์สาม และขนาดเบอร์หนึ่งจะเป็นขนาดที่เป็นที่นิยมสำหรับผู้บริโภคมากที่สุด จากนั้นก็จะเป็นส้มเบอร์ศูนย์ ซึ่งเบอร์นี้ก็จะยังมีขนาดที่ใกล้เคียงกับส้มเบอร์หนึ่งและก็ยังเป็นขนาดที่ผู้บริโภคนิยมเช่นกัน จากนั้นมาก็จะเป็นเบอร์ศูนย์ศูนย์ ซึ่งเป็นส้มที่มีขนาดใหญ่แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากว่าเปลือกค่อนข้างหนา เนื้อฟ่ามและมีรสชาติจืด ส่วนเบอร์สุดท้ายคือขนาดศูนย์ศูนย์ศูนย์ ส้มเบอร์นี้จะเป็นส้มที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษจนไม่มีช่องให้ลง ส่วนรสชาติก็จะเหมือนกับส้มเบอร์ศูนย์ศูนย์ แต่มีปริมาณไม่มากนักปริญนั่งฟังพนิดาอธิบาย ในขณะที่เขานั่งจ้องหน้าเธอ ส่วนเธอปากพูดไป มือก็ทำงานไปไม่มีหยุด นับว่าสิ่งที่พนิดาพูดมาทั้งหมดนี่เป็นความรู้ใหม่สำหรับเขาเลยก็ว่าได้ ทั้งๆที่ย่าของเขาเป็นเจ้าของสวนส้มขนาดใหญ่แต่เขากับไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อนเลย ปกติเวลาผู

  • รักใต้บัญชา   ไม่รักแต่ก็ไม่ร้าย

    เช้านี้พนิดารีบตื่นนอนแต่เช้าอีกตามเคย อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วที่จะต้องรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จ จากนั้นอาทิตย์หน้าก็จะเป็นงานประจำปีเทศกาลส้มหวานของดีเมืองเหนือที่จัดขึ้นที่ว่าการอำเภอเช่นเคย ภายในงานจะมีร้านค้ามากมายที่นำสินค้าจากไร่ตัวเองทั้งที่เป็นแบบสดๆและแบบแปรรูปแล้วมาวางจำหน่ายสองปีที่แล้วตอนก่อนที่จะไปเรียนต่อพนิดาก็ได้มาช่วยคนที่ไร่จัดร้านขายของสนุกสนานกันเลยทีเดียวร้านค้าส่วนมากก็จะเป็นชาวสวนชาวไร่ที่อยู่ในละแวกบริเวณใกล้เคียงกันทั้งนั้น ต่างมีผลผลิตจากไร่ของตัวเองมาจำหน่ายให้ทั้งชาวบ้านและเหล่านักท่องเที่ยวกันละลานตาไปหมดปีนี้ที่ไร่แสนสุขมีสินค้ามากมายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาก ส่วนหนึ่งมันก็มาจากความคิดของพนิดาด้วยที่อยากเพิ่มมูลค่าให้สินค้ามีความแตกต่างออกไปจากแต่ก่อน "พายว่าปี๋นี้ฮ้านก้าจากไร่ส้มแสนสุขของย่าบัวตึงต้องได้รางวัลฮ้านตี้ขายดีตี้สุดแน่เลยปี้แสงหล้า""ปี้กะว่าจะอั้นเน๊าะ พายกอยผ่อเน้อ ปี๋นี้ปี้จะแต่งตั๋วหื้องามตี้สุดในงาน จะเอาหื้อนายอำเภอทินกรเปิ้นต๋าก้างฟ้าวมาขอปี้ไปเป๋นแฟนบ่าตันเลย"แสงหล้าสาวงามประจำไร่ส้มของคุณย่าบัวหลันที่อายุอานามปีนี้ก็น่า

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status