แชร์

เถ้าแก่จาง

ผู้เขียน: zuey
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-01-02 18:37:53

หลังจากที่ขายกุ้งย่างจนหมดแล้ววันนี้ใช้เวลานานกว่าทุกวันเล็กน้อยแต่ทุกคนต่างก็ยินดีเพราะกุ้งกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบจินขายหมดเกลี้ยง วันนี้เฉียวลู่ไม่รับคำสั่งจองกุ้งย่างเหมือนทุกทีทั้งยังบอกลูกค้าที่มาซื้อว่าพรุ่งนี้นางไม่ได้มาขาย ทำเอาแม่เฒ่าหลี่จางหย่งและหลิวหงไม่เข้าใจในสิ่งที่เฉียวลู่กำลังทำ

 

“เอาไว้เมื่อกลับไปถึงเรือนข้าจะอธิบายให้พวกท่านเข้าใจเองเจ้าค่ะ วันนี้เราไปซื้อของกลับบ้านสักเล็กน้อยดีหรือไม่”

ถึงแม้พวกเขาจะไม่เข้าใจว่านางกำลังคิดทำอะไรแต่ทุกคนต่างก็เชื่อใจและทำตามที่เฉียวลู่พูดเป็นอย่างดี เฉียวลู่พาทุกคนมาที่ร้านขายเสื้อผ้านางซื้อชุดผ้าฝ่ายสำเร็จรูปให้ทุกคนรวมทั้งฉินจื่อเฉินและท่านแม่ของเขาด้วย ความจริงเฉียวลู่อยากซื้อของกลับบ้านให้มากกว่านี้แต่กระท่อมของนางนั้นไม่เอื้ออำนวยในการเก็บสิ่งของมีค่า

เฉียวลู่ซื้อขนมดอกกุ้ยฮวาที่ร้านชื่อดังของอำเภอและอาหารที่จีหม่านโหรวกลับไปกินที่เรือนหลายอย่าง แม่เฒ่าหลี่ต้องคอยปรามเฉียวลู่ให้ประหยัดเงินเอาไว้หน่อย เพราะเงินที่เฉียวลู่ใช้นั้นล้วนเป็นเงินที่มาจากค่าแรงของนาง ส่วนเงินที่ได้กำไรที่ขายกุ้งย่างทุกวันเป็นแม่เฒ่าหลี่ที่เก็บเอาไว้ เพราะเรือนสกุลจางนั้นแข็งแรงมั่นคงมากกว่ากระท่อมน้อยของเฉียวลู่ ต่อให้เชื่อว่าคนในหมู่บ้านมู่โฉวนั้นมีแต่คนดีแต่เรื่องเงินทองนั้นไม่ควรไว้ใจใคร ยิ่งช่วงนี้พวกเขาค้าขายดีเช่นนี้ต้องมีคนนึกอิจฉาตาร้อนบ้างไม่มากก็น้อย

เมื่อเจ้าวัวแก่หยุดที่หน้าเรือนสกุลจางทุกคนก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเช่นเดิมจนกระทั่งเมื่อถึงเวลารับประทานอาหารที่วันนี้เฉียวลู่เป็นเจ้ามือ ถึงแม้แม่เฒ่าหลี่บอกว่านางจะช่วยจ่ายค่าอาหารแต่เฉียวลู่ก็ไม่ยินยอม

หลังจากที่ประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเฉียวลู่ก็ได้เล่าเรื่องที่นางไปพบเถ้าแก่ใหญ่ของจีหม่านโหรวให้ทุกคนฟัง ทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่ล้อมวงกันอยู่ต่างก็นั่งเงียบไม่มีใครปริพูดสิ่งใดออกมาเลย เฉียวลู่คิดไว้แล้วว่าเหตุการณ์จะต้องออกมาประมาณนี้ แต่ที่นางทำเช่นนี้ก็เพื่อทุกคน วันนี้เป็นวันที่สิบพอดีที่พวกเขาขายกุ้งย่างสามารถแบ่งเงินกำไรที่ตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้าได้แล้ว

“พวกท่านโกรธที่ข้าขายสูตรกุ้งย่างหม่าล่าให้จีหม่านโหรวหรือไม่เจ้าค่ะ”

เฉียวลู่หันไปมองทีละคนเพื่อดูการแสดงออกของพวกเขา แต่ไม่มีใครต่อว่าเฉียวลู่เลยสักคนนั่นหมายความว่าทุกคนที่นี่สามารถเชื่อใจได้ พวกเขาไม่เห็นแก่เงินทองมากกว่ามิตรภาพที่มีให้กัน

“สูตรเป็นของเจ้าที่พวกเรามีวันนี้ก็เพราะเจ้าเราจะกล้าต่อว่าเจ้าได้อย่างไรอาลู่”

แม่เฒ่าหลี่ลูบผมที่นุ่มสลวยและดำขลับของนางที่ถูกบำรุงเป็นอย่างดีทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับแม่เฒ่าหลี่ แม้แต่เจ้าหัวไชเท้าน้อยทั้งสองของนางก็พยักหน้าตามทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าพวกผู้ใหญ่คุยเรื่องอะไรกัน พวกเขาต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกันจะบอกว่าไม่ผิดหวังเลยก็ไม่ใช่แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อเฉียวลู่ขายสูตรไปแล้วเช่นนั้นก็แค่หาอย่างอื่นทำต่อไป เงินที่พวกเขาได้หลายวันมานี้นั้นมากกว่าที่พวกเขาหามาทั้งปีเสียอีกต้องขอบคุณนางถึงจะถูก

“พวกท่านอย่าพึ่งคิดว่าตนเองจะว่างงานนะเจ้าคะ ข้ายังมีงานให้พวกท่านทำอยู่ พวกท่านจะยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าวเลยล่ะเจ้าค่ะ”

เฉียวลู่ยิ้มตาหยีให้พวกเขา ทุกคนต่างนึกสงสัยในคำพูดของนางแต่พวกเขาก็รอฟังอธิบายอย่างตั้งใจ ก่อนที่นางจะมอบหมายงานอย่างอื่นให้พวกเขาทำเฉียวลู่แบ่งกำไรของการขายกุ้งย่างให้ทุกคนก่อน

“กุ้งย่างที่ขายมาทั้งหมดสิบวันหากไม่นับรวมเงินที่ขายวันแรกห้าตำลึงจะได้ทั้งหมดคือหนึ่งร้อยสี่สิบสามตำลึงกับอีกเจ็ดร้อยเหวินหักค่าแรงของพวกเราห้าคนวันละสามร้อยเหวินเก้าวันเป็นเงินสองตำลึงกับอีกเจ็ดร้อยเหวินดังนั้นกำไรทั้งหมดอยู่ที่หนึ่งร้อยสี่สิบเอ็ดตำลึงเจ้าค่ะ”

ทุกคนตกตะลึงยกเว้นเฉียวลู่ที่เป็นคนทำบัญชีและแม่เฒ่าหลี่ที่เป็นคนเก็บเงิน เฉียวลู่แบ่งตั๋วเงินออกเป็นสองส่วนให้บ้านสกุลจางเจ็ดสิบตำลึงกับห้าร้อยเหวินนางและฉินจื่อเฉินคนละสามสิบห้ากับอีกสองร้อยห้าสิบเหวิน ฉินจื่อเฉินไม่กล้ารับเงินที่มากมายเช่นนี้จากเฉียวลู่ เขาทำงานแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในแต่ละวันได้รับเงินค่าแรงเท่าผู้ใหญ่แล้วยังมากินข้าวที่บ้านสกุลจางอีกด้วยเช่นนี้แล้วเขาจะกล้ารับมาได้อย่างไร เฉียวลู่มองออกในความคิดของฉินจื่อเฉินนางยัดตั๋วเงินใส่ในมือของเด็กชายส่วนอีกสองร้อยห้าสิบเหวินนางดันมันไปทางแม่เฒ่าหลี่พร้อมกับเงินของนาง

“นี่ถือว่าเป็นค่าอาหารของพวกข้าที่มากินที่นี่ทุกวันท่านยายท่านรับไปเถอะ”

จากนั้นเฉียวลู่จึงหันมาหาฉินจื่อเฉินอีกครั้ง

“เป็นอย่างไรเช่นนี้เจ้าคงไม่รู้สึกติดค้างบ้านสกุลจางแล้วใช่หรือไม่ ตัวเจ้าเองก็ทำงานเช่นเดียวกับพวกเราทุกคนเงินนี้เจ้าสมควรได้รับ เอาล่ะเลิกปฏิเสธแล้วเรามาคุยเรื่องงานกันต่อ”

ฉินจื่อเฉินพยักหน้ารับเบาๆ แม่เฒ่าหลี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเงินห้าร้อยเหวินที่เฉียวลู่ยื่นให้นาง ต่อให้นางปฏิเสธไปเจ้าเด็กนี่ก็คงหาทางนำมันมาให้นางอยู่ดีรับๆ ไปจะได้จบเรื่องแม่เฒ่าหลี่คิดในใจ

“เรื่องงานที่ข้าบอกให้พวกท่านทำคือ รับซื้อกุ้งเจ้าค่ะจากนี้ท่านอาจางจะต้องนำกุ้งไปส่งให้จีหม่านโหรวสามร้อยจินทุกวันในตอนเช้ามืด พวกท่านทำหน้าที่รับซื้อกุ้งในราคาจินละยี่สิบเหวินแล้วนำไปขายให้จีหม่านโหรวจินละสี่สิบเหวินพวกท่านจะได้รับส่วนต่างหกตำลึงทุกวัน หากที่หมู่บ้านของเราไม่สามารถจับกุ้งได้วันละสามร้อยจินท่านอาจางท่านก็ต้องไปที่หมู่บ้านข้างๆ บอกให้พวกเขาจับกุ้งมาขายให้ท่าน จินละยี่สิบเหวินข้าคิดว่าราคานี้จะต้องมีแต่คนแย่งกันเอามาขายให้ท่าน เป็นอย่างไรไม่ต้องลำบากไปขายกุ้งย่างให้เหนื่อยท่านก็แค่ขับเกวียนไปรับเท่านั้น อีกอย่างถึงอย่างไรหน้าหนาวพวกเราก็ต้องหยุดขายกุ้งย่างหม่าล่าอยู่แล้วกว่าจะถึงตอนนั้นข้าคิดว่าคงเก็บเงินได้เยอะอยู่”

คนบ้านสกุลจางพยักหน้ารัวทุกคนต่างเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเฉียวลู่จึงต้องหยุดขายกุ้งย่างหม่าล่า ที่นางทำเช่นนี้เพื่อพวกเขานั่นเอง

“ยังไม่หมดนะเจ้าคะ”

เฉียวลู่หยิบตั๋วเงินใบละสิบตำลึงสิบใบออกมาจากแขนเสื้อแล้วแบ่งออกเป็นสามส่วน

“นี่เป็นเงินที่ขายสูตรกุ้งย่างหม่าล่าเจ้าค่ะเราจะแบ่งออกเป็นสามส่วนพวกท่านคิดว่าอย่างไร”

แม่เฒ่าหลี่ส่ายหน้า

“อาลู่เจ้าทำเพื่อพวกเรามากมายเพียงนี้เงินขายสูตรนี้เจ้าก็เก็บเอาไว้เองเถอะอย่าเอามาแบ่งให้พวกเราเลย เจ้าอยากสร้างเรือนเป็นของตนเองไม่ใช่หรือเก็บเอาไว้เถอะเจ้าจำเป็นต้องใช้มัน”

ฉินจื่อเฉินเองก็ดันตั๋วเงินส่วนของตนมาที่เฉียวลู่

“ข้าก็ไม่ขอรับไว้ขอรับ”

เขาเป็นคนที่พูดไม่เก่งแต่ทุกอย่างในตอนนี้นั้นเขาอยากจะขอบคุณเฉียวลู่อีกเป็นพันเป็นหมื่นครั้งที่นางฉุดดึงเขาขึ้นมาจากความยากจนข้นแค้น เงินที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้ไม่รู้ว่าถ้าหากให้เขาหาเองไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้มา

“ได้เจ้าค่ะเช่นนั้นข้าก็จะขอรับมันเอาไว้ด้วยความเต็มใจ”

ความจริงแล้วที่เฉียวลู่ทำเช่นนี้จุดประสงค์หลักของนางคือไม่อยากอยู่หน้าเตาย่างกุ้งทุกวันนั่นเอง จากนี้นางก็ไม่ต้องเอาหน้างามๆ ของนางไปอังอยู่บนเตาย่างตลอดเวลาแล้ว ดีไม่ดีหากยังต้องย่างกุ้งเช่นนี้ต่อไปทุกวัน ใบหน้าของนางเกิดมีฝ้ากระขึ้นมานางจะทำอย่างไร เฉียวลู่ที่รักสวยรักงามนั้นไม่ชอบที่สุดคือใบหน้าของตนมีตำหนิแม้แต่จุดเล็กๆ ก็ไม่ได้

หลังจากที่แยกย้ายกันไปเถ้าแก่จางที่ใครๆ ในหมู่บ้านต่างก็เรียกเขาเช่นนั้นขับเกวียนไปที่หมู่บ้านสกุลหลิวพร้อมกับหลิวหงภรรยาของเขาเพื่อไปบอกข่าวเรื่องการรับซื้อกุ้งแก่บ้านพ่อตาก่อนใคร เมื่อเกวียนวัวของจางหย่งจอดลงที่หน้าเรือนที่ทรุดโทรมของบ้านเดิมของหลิวหง ทั้งสองคนก็ตะโกนเรียกคนในบ้านสักพัก เด็กชายอายุราวสิบขวบเดินมาเปิดประตูให้พวกเขาทั้งสองคน

“เสี่ยวซานท่านปู่ท่านย่าไม่อยู่หรือเหตุใดที่เรือนถึงได้เงียบเพียงนี้”

หลิวซานส่ายหน้า

“ที่เรือนมีเพียงท่านย่าและข้าขอรับท่านปู่ท่านพ่อท่านแม่พี่ใหญ่พี่รองไปรับจ้างทำงานหมู่บ้านข้างๆ”

หลิวหงพยักหน้าจากนั้นจึงหันไปมองสามี จางหย่งไม่คิดอยู่ที่นี่นานเพราะเขาจะต้องรีบไปที่หมู่บ้านอื่นด้วยดังนั้นจึงเดินไปหาแม่ยายที่นั่งสานตะกร้าอยู่ในเรือน

“อ้าวอาหงอาหย่งพวกเจ้ามาได้อย่างไร มาๆ นั่งก่อนเสี่ยวซานไปหาน้ำมาให้ท่านน้ากับน้าเขยของเจ้าหน่อยเร็ว”

จางหย่งไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้เขาจึงพูดเข้าเรื่องเลย

“ท่านแม่ยายขอรับเอาไว้ครั้งหน้าเถอะ ตอนนี้ข้ากับอาหงกำลังรีบที่ข้ามาวันนี้ข้าจะมาบอกพวกท่านว่าที่บ้านของข้ารับซื้อกุ้งจึงอยากให้ท่านไปตามท่านพ่อตากับพี่ใหญ่มาช่วยขอรับท่านช่วยให้คนไปตามพวกขามาได้หรือไม่ ข้าอยากให้ท่านรับซื้อกุ้งจากชาวบ้านจินละยี่สิบเหวินท่านนำไปขายให้ข้าสามสิบเหวินท่านทำได้หรือไม่ นี่เงินห้าตำลึงท่านเก็บเอาไว้เป็นทุนสำหรับรับซื้อกุ้งจากชาวบ้าน ท่านแม่ต้องเลือกซื้อกุ้งที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เท่านั้นนะขอรับเล็กกว่านี้ไม่รับซื้อ เอาไว้ตอนเย็นข้าจะแวะมาดูอีกครั้ง”

จางหย่งเอากุ้งตัวอย่างจากที่หลืออยู่ในเรือนของเขาใส่ถังไม้มาด้วย เสี่ยวซานเอาถังไม้ใส่น้ำมาเล็กน้อยใส่กุ้งตัวนั้นเอาไว้ จากนั้นจางหย่งและหลิวหงจึงขับเกวียนจากไป

“เสี่ยวซานไปตามท่านปู่กับท่านพ่อของเจ้ากลับมาเร็วเข้า”

แม่ยายของจางหย่งพึ่งจะได้สติกลับมาหลังจากที่จางหย่งและหลิวหงจากไปแล้ว จางหย่งขับเกวียนไปหาสหายที่เขาไว้ใจและเคยทำงานร่วมกันที่หมู่บ้านข้างๆ อีกสองสามหมู่บ้านและได้บอกข่าวเรื่องรับซื้อกุ้งเช่นเดียวกับที่เขาบอกแม่ยายก่อนหน้านี้และได้ทิ้งเงินทุนเอาไว้ให้เช่นเดียวกันแต่สำหรับคนอื่นจางหย่งรับซื้อในราคายี่สิบห้าเหวินต่อหนึ่งจิน ที่เขาทำเช่นนั้นเพราะต้องการช่วยเหลือครอบครัวบ้านเดิมของภรรยาของตน

เมื่อถึงตอนเย็นจางหย่งให้แม่เฒ่าหลี่กับฉินจื่อเฉินทำหน้าที่รับซื้อกุ้งอยู่ที่หมู่บ้านมู่โฉวเหมือนเช่นทุกวัน เขาและหลิวหงขับเกวียนวัวไปรับกุ้งที่ฝากให้บ้านแม่ยายรับซื้อเอาไว้ เมื่อมาถึงหมู่บ้านสกุลหลิวกุ้งเป็นๆ สองร้อยจินได้ถูกเตรียมเอาไว้ให้จางหย่งเรียบร้อยแล้ว

กุ้งสดสองร้อยจิน จินละสามสิบเหวินเป็นเงินหกตำลึง จางหย่งจ่ายเงินให้บ้านสกุลหลิวห้าตำลึงห้าร้อยเหวินหักต้นทุนที่เขาให้ไปห้าร้อยเหวิน และครั้งต่อไปเขาก็จะทำเช่นนี้จนกว่าจะครบห้าตำลึง เขาได้อธิบายให้พ่อตาเข้าใจ ทุกคนบ้านสกุลหลิวต่างก็ขอบคุณลูกเขยคนนี้เพราะต่อให้คนทั้งบ้านทำงานช่วยกันทั้งวันก็ไม่มีทางหาเงินห้าร้อยเหวินมาได้แน่

จางหย่งไปรับกุ้งจากอีกสองหมู่บ้านจากนั้นจึงขับเกวียนกลับมาที่หมู่บ้านมู่โฉวอีกครั้ง เขากลับมาถึงหน้าเรือนก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว แม่เฒ่าหลี่ยืนอยู่กับเฉียวลู่ที่หน้าเรือนเพื่อรอคนทั้งสอง

“มาแล้วเจ้าค่ะท่านยาย”

เฉียวลู่ชี้ให้แม่เฒ่าหลี่ดู เมื่อวัวแก่หยุดอยู่ที่หน้าเรือนทุกคนช่วยกันขนถังใส่กุ้งเข้าไปในเรือนคนละไม้คนละมือจากนั้นจึงกลับไปพักผ่อนที่เรือนของตน ฉินจื่อเฉินกลับเรือนของเขาที่อยู่ติดกับเรือนสกุลจาง พบว่าท่านแม่ที่นอนป่วยอยู่ตลอดได้ออกมานั่งเขาที่ใต้ต้นอู๋ถงหน้าเรือน

“ท่านแม่มืดแล้วอากาศเย็นนักท่านออกมาตากลมทำไมเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะขอรับ”

เด็กชายรีบวิ่งมาหามารดาของตนด้วยความเป็นห่วง ฉินอี้เหยาได้ยินเสียงจอแจของชาวบ้านที่มาขายกุ้งทุกวันตัวนางเองถ้าหากแข็งแรงกว่านี้สักนิดก็อยากจะทำงานหาเงินช่วยบุตรชายเช่นกัน มีใจอยากทำงานแต่ร่างกายของนางไม่เอื้ออำนวย ตั้งแต่ที่บุตรชายของนางไปทำงานกับเฉียวลู่เขาก็มีเงินซื้อยาและอาหารมาให้นางทำให้อาการป่วยนานปีของฉินอี้เหยาดีวันดีคืน วันนี้นางจึงอยากออกมารอฉินจื่อเฉินที่หน้าเรือนบ้าง

“เด็กโง่ดูไม่ออกหรือว่าแม่นั้นอาการดีขึ้นมากเพียงไรดูสิเมื่อก่อนแม่มีแรงเดินเช่นนี้หรือไม่ เจ้าไม่ต้องห่วงแม่มากมายเพียงนั้นก็ได้”

ฉินอี้เหยาลูบผมบุตรชายของนางด้วยความรักใคร่ สายตาที่แสนอ่อนโยนของนางทำให้ฉินจื่อเฉินรู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ สายตาของท่านแม่เหมือนสายตาของพี่เฉียวลู่ที่มองไปที่เจ้าหัวไชเท้าน้อยทั้งสองเลย เช่นนั้นก็หมายความว่าท่านแม่ก็รักเขาเหมือนที่พี่เฉียวลู่รักเจ้าแฝดใช่หรือไม่ มิน่าเล่าเจ้าแฝดถึงได้เอาแต่คอยวนเวียนอยู่รอบกายพี่เฉียวลู่ไม่ห่างเพราะเขารู้ว่าพี่เฉียวลู่รักพวกเขามากเพียงใด ดั่งเช่นที่ท่านแม่ก็รักเขามากเช่นกันฉินจื่อเฉินคิดในใจ

ท่านแม่ขอรับพี่เฉียวลู่ซื้อเสื้อผ้าให้ท่านกับข้าคนละหนึ่งชุดด้วยนะขอรับ”

ฉินจื่อเฉินรีบนำชุดผ้าฝ้ายสีน้ำทะเลส่งให้ฉินอี้เหยาดู นางลูบเนื้อผ้าที่หยาบเล็กน้อยแต่นุ่มนวลเมื่อใส่ในหน้าหนาวสามารถให้ความอบอุ่นเป็นอย่างดี แม้ไม่ใช่ชุดผ้าไหมชั้นดีเหมือนที่นางเคยสวมใส่เมื่อก่อน แต่มันกลับทำให้หัวใจของฉินอี้เหยารู้สึกดีและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เฉียวลู่สตรีนางนี้ถึงแม้ไม่เคยพบกันสักครั้งนางกลับให้ความช่วยเหลือพวกเขาแม่ลูกโดยที่ไม่หวังผลตอบแทนใดๆ คนที่ดีเช่นนี้ยังมีหลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้อีกหรือ นางจะสามารถกลับมาเชื่อใจผู้คนได้อีกหรือไม่นะ ฉินอี้เหยามองไปที่ชุดผ้าฝ้ายสีน้ำทะเลด้วยสายตาโศกเศร้า เฉียวลู่สักวันข้าจะต้องตอบแทนน้ำใจของเจ้าที่ช่วยเหลือข้าแม่ลูกในวันนี้แน่นอน

เฉียวลู่ที่กลับไปที่เรือนของนางแล้วนั้นทำอาหารง่ายๆ ให้เจ้าแฝดของนางทานจากนั้นจึงอาบน้ำพาลูกๆ ของนางเข้านอนแต่หัวค่ำเพราะพรุ่งนี้นางมีงานสำคัญที่ต้องทำรออยู่

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   สร้างเรือนที่ไม่เหมือนใคร

    เช้าวันต่อมาเฉียวลู่ตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อพาจางหย่งไปส่งกุ้งให้กับจีหม่านโหรว นางจะไปด้วยเพียงครั้งแรกเท่านั้นเพื่อให้พวกเขาจำหน้าจางหย่งได้จะได้รู้ว่าครั้งหน้าเขาคือผู้ที่จะมาส่งกุ้งให้จีหม่านโหรวทุกวัน นอกจากส่งกุ้งแล้วเฉียวลู่ก็มีเรื่องที่ต้องการทำอีกอย่างคือหาคนมาสร้างเรือนให้นางนั่นเอง และอุปกรณ์บางอย่างก็ต้องมาหาซื้อที่อำเภอเป่ยจิงเท่านั้นเมื่อเจ้าวัวแก่หยุดลงที่หน้าจีหม่านโหรว เฉียวลู่กระโดดลงมาจากเกวียน นางเดินตรงไปที่ผู้ดูแลที่กำลังตรวจดูผักและเนื้อของชาวบ้านที่นำมาขายให้พวกเขา“อรุนสวัสดิ์เจ้าค่ะผู้ดูแลเหวิน”เหวินซงที่กำลังยุ่งอยู่กับการตรวจวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารรีบหันตามเสียงทักทายที่แสนหวานของเฉียวลู่ทันที“อ้อแม่นางเฉียวนั่นเอง เจ้ามาแล้วหรือข้ากำลังรอเจ้าอยู่เลย”เฉียวลู่พยักหน้ารับ“ดูเหมือนท่านกำลังยุ่งอยู่ ข้ารอได้เจ้าค่ะ”เหวินซงส่ายหน้าไปมาไม่เป็นไรวัตถุดิบของเจ้าสำคัญกว่า มาเถอะข้าจะให้คนชั่งกุ้งของเจ้าก่อน”เหวินซงเรียกพนักงานของจีหม่านโหรวสองคนให้มาช่วยเขาชั่งกุ้งไม่นานกุ้งสามร้อยสามจินก็ถูกชั่งเรียบร้อย“สามจินนี้ถือว่าเป็นกำไรที่ข้ามอบให้พวกท่านนะเจ้าคะ”

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-02
  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   บุรุษลึกลับ

    เฉียวลู่เขียนสูตรอาหารที่ปรุงจากกุ้งให้เถ้าแก่จีคือ หม่าล่าต้ม ผัดโป๊ยเซียนที่นางทำให้เด็กๆ กินวันแรกและข้าวอบจักรพรรดิ โชคดีที่นางอ่านมาก่อน จากนั้นนางก็ตามผู้ช่วยเหวินไปที่ครัวด้านล่างทำอาหารสองสามอย่างที่ทำจากกุ้งให้เถ้าแก่จีชิม แต่ดูเหมือนว่าผู้ช่วยเหวินไม่ได้ยกอาหารไปที่ห้องของเถ้าแก่จีที่ชั้นสอง แต่ผู้ช่วยเหวินยกถาดอาหารไปที่ห้องรับรองพิเศษห้องหนึ่งที่อยู่บนชั้นสามแทน เฉียวลู่ไม่ค่อยเข้าใจนักแต่นางก็ไม่สนใจว่าเขาจะยกไปให้ใครชิมเพราะนางได้รับค่าสูตรอาหารมาแล้วผู้ช่วยเหวินเข้าไปในห้องนั้นสักพักจากนั้นจึงออกมาจากห้องนั้นพร้อมกับถาดที่มีผ้าไหมสีแดงคลุมอยู่ เฉียวลู่ที่ยืนรออยู่ก็ใช้สายตาถามผู้ช่วยเหวินว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผู้ช่วยเหวินยิ้มให้เฉียวลู่อย่างใจดีจากนั้นจึงเปิดผ้าที่คลุมถาดออก ตั๋วเงินสองร้อยตำลึงวางอยู่บนนั้นพร้อมทั้งก้อนเงินอีกหลายสิบก้อน“นี่เป็นรางวัลที่มอบให้กับเจ้าผู้ที่ทำอาหารได้ถูกปากนายท่าน แม่นางเฉียวเจ้ารู้หรือไม่ว่าตั้งแต่ท่านผู้นั้นมาพักอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยมีพ่อครัวคนไหนทำอาหารที่นายท่านเอ่ยชมสักครั้ง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้านั้นเป็นคนแรก”เฉียวลู่อึ้งไปสักพักนางไม่

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-02
  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   ขึ้นบ้านใหม่

    สองเดือนผ่านไปอากาศที่หมู่บ้านมู่โฉวเริ่มหนาวแล้วเพราะอยู่ท่ามกลางหุบเขาจึงทำให้มวลอากาศเย็นถูกพัดมาจากในป่าทำให้ที่นี่หนาวเย็นมากกว่าในอำเภอ เรือนของเฉียวลู่สร้างเสร็จก่อนกำหนดถึงสิบวันนั่นเพราะหลังจากที่คนงานกลับไปหมดแล้วเฉียวลู่ก็แอบมาแบกต้นไม่ที่นางตัดซ่อนเอาไว้มากองรวมกับต้นไม้ที่คนงานของนายช่างอู๋ตัดเอาไว้ทำให้พวกเขาย่นระยะเวลาที่ต้องเดินขึ้นลงเขาไปกว่าสิบวันเฉียวลู่ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนไม้ซุงที่ดูแปลกตาของนางแล้ว ชาวบ้านต่างก็อยากมาชื่นชมบ้านใหม่ที่ไม่เหมือนใครของนาง เวลาที่เหลืออีกสิบวันเฉียวลู่จ้างให้นายช่างขุดบ่อน้ำและทำรั้วรอบที่ดินยี่สิบหมู่ของนางความสูงขนาดสามเมตร นางให้เหตุผลว่าที่นางทำรั้วสูงเช่นนี้เพราะนางเป็นสตรีที่อาศัยอยู่กับลูกลำพังดังนั้นจึงต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเอาไว้ก่อนวันนี้เป็นวันจัดงานขึ้นบ้านใหม่ของเฉียวลู่ นางให้แม่เฒ่าหลี่เชิญคนทั้งหมู่บ้านมาร่วมยินดี และฝากให้จางหย่งเชิญนายช่างอู๋และฮูหยินมาร่วมงานด้วย ส่วนตัวนางนั้นเป็นผู้เชิญเถ้าแก่จีและผู้ช่วยเหวินด้วยตัวเองเสียงแสดงความยินดีของชาวบ้านทำให้เฉียวลู่ยิ้มหน้าบาน อาหารทั้งหมดถูกสั่งมาจากจีหม่านโหรว

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-03
  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   เต้าหู้

    นายช่างอู๋เมื่อเห็นแบบทั้งหมดที่เฉียวลู่วาดเขาก็ยิ่งตกใจมากกว่าครั้งแรกที่เห็นแบบบ้านที่นางวาดให้เขา ตอนนี้นายช่างอู๋ไม่คิดลังเลแล้วและได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าเขาจะพูดเรื่องนี้กับเฉียวลู่ ครั้งแรกเขายังลังเลอยู่เล็กน้อยเพราะกลัวว่านางจะปฏิเสธ แต่ตอนนี้เขาไม่มีความลังเลในจิตใจเลยสักนิดเดียว“แม่นางเฉียวเจ้าคิดที่จะร่วมมือทำการค้ากับข้าหรือไม่ แบบทั้งหมดที่เจ้าให้ข้ามาข้าจะทำให้เจ้าแบบไม่คิดเงินสักตำลึง”เฉียวลู่คำนวณเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่านายช่างอู๋จะต้องคุยเรื่องนี้กับนาง แต่เฉียวลู่ที่ยังไม่ทันได้รับปากก็ถูกนายช่างอู๋ชิงพูดขึ้นมาก่อน“ข้าจะให้เจ้าสิบส่วนในผลงานที่ข้าทำออกมาต่อหนึ่งชิ้น และข้าอยากจะขออนุญาตเจ้าให้ข้านำแบบบ้านของเจ้าไปสร้างได้หรือไม่เจ้าสามารถเรียกร้องมาได้เลยว่าเจ้าต้องการกี่ส่วน หรือเจ้าคิดว่าสิบส่วนนั้นน้อยเกินไป”เฉียวลู่เห็นนายช่างอู๋ที่ร้อนรนเช่นนั้นนางก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน ตลอดสองเดือนที่นายช่างอู๋และลูกน้องของเขามาสร้างเรือให้นางเฉียวลู่เห็นแล้วว่านายช่างคนนี้เป็นคนใจกว้างกับผู้อื่นและซื่อสัตย์เหมาะแก่การทำธุรกิจด้วยยิ่งนัก“หยุดก่อนนายช่างอู๋ข้าไม่ได้จะ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-03
  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   ถูกจับตามอง

    เต้าหู้ขายหมดแล้ว เฉียวลู่ให้ทุกคนเก็บของรอนางไปก่อนนางตรงไปที่จีหม่านโหรวทันที เมื่อไปถึงผู้ช่วยเหวินนั่งรอนางอยู่ที่ด้านในโรงเตี๊ยมก่อนแล้ว“สวัสดีผู้ช่วยเหวินอาหารที่ข้าส่งมาไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรบ้าง”เฉียวลู่ยิ้มตาหยีให้เขา นางคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องได้รับคำตอบเช่นไร“แม่นางเฉียวอาหารที่เจ้าส่งมานั้นเรียกว่าอะไรหรือ มันทั้งนุ่มจนแทบละลายในปากทั้งอร่อยเข้มข้นเจ้าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไรเจ้าช่วยบอกข้าที”เฉียวลู่ยังไม่ได้ตอบผู้ช่วยเหวินนางมองไปรอบๆ เหมือนกำลังมองหาบางอย่าง“เถ้าแก่จีไม่อยู่หรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าจะส่งเต้าหู้มาให้เขาชิมเสียหน่อย”ผู้ช่วยเหวินส่งยิ้มแห้งๆ ให้นางความจริงเถ้าแก่ไม่อยู่ที่อำเภอเป่ยจิงสักพักแล้วเพราะอย่างนั้นเขาถึงได้ลิ้มรสอาหารรสเลิศเช่นนี้อย่างไรเล่า“ไม่อยู่ขอรับ แต่ว่าอีกไม่กี่วันท่านก็คงจะกลับมาถึงตอนนั้นแม่นางเอาเต้าหู้มาให้นายท่านชิมอีกครั้งได้หรือไม่”เฉียวลู่ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง ช่างเถอะเอาไว้คราวหน้าก็ได้ เงินอยู่ตรงหน้านี้แล้วถึงอย่างไรมันก็คงไม่มีทางหนีไปไหนได้หรอก“เช่นนั้นเอาไว้ครั้งหน้าข้ามาใหม่ อาหารที่ส่งมาท่านชอบก็ดีแล้วอย่าลืมบอก

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-03
  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์

    ตั้งแต่ที่เต้าหู้ได้วางขาย ทุกวันจางหย่งและหลิวหงจะเป็นผู้นำเต้าหู้ไปขายวันละสองร้อยจินนั่นสุดความสามารถที่พวกเขาสามารถทำได้แล้ว ถึงแม้ว่าเถ้าแก่จีจะกลับมาแล้วแต่นางก็ส่งให้จีหม่านโหรวได้แค่หนึ่งร้อยจินต่อวันเท่านั้นเฉียวลู่แม่เฒ่าหลี่ฉินอี้เหยาและฉินจื่อเฉินทำเต้าหู้รออยู่ที่หมู่บ้านมู่โฉว ก่อนจางหย่งกลับมาเขาก็ต้องออกไปหาซื้อถั่วเหลืองที่หมู่บ้านที่ห่างออกไป เพราะหมู่บ้านที่อยู่รอบๆ นั้นจางหย่งไปรับซื้อมาหมดจนแล้ว“ดูเหมือนถั่วเหลืองที่เรามีจะสามารถทำเต้าหู้ได้อีกไม่ถึงห้าวันแล้วนะเจ้าคะ หากให้ท่านอาหย่งไปไกลมากกว่านี้ข้าเกรงว่ามันจะไม่คุ้มยิ่งช่วงนี้หิมะเริ่มตกหนักขึ้นทุกวันอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ อีกอย่างสงสารเจ้าแก่ด้วยมันต้องออกเดินทั้งที่อากาศหนาวเช่นนี้ข้ากลัวว่ามันจะทนไม่ไหว”แม่เฒ่าหลี่เองก็คิดเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้วแต่นางยังมีโอกาสได้คุยกับเฉียวลู่ในเรื่องนี้“จริงดั่งที่อาลู่พูดเงินทองสามารถหาได้ตลอดถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ เอาอย่างนี้เถอะเราก็ขายเต้าหู้แค่หมดถั่วเหลืองชุดนี้ รอให้อากาศดีกว่านี้ค่อยมาคิดหาทางกันใหม่พวกเจ้าว่าอย่างไร”แม่เฒ่าหลี่หันไปถามลูกชายลูกสะใภ้ของตนที่ท

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-03
  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   ฉีหมิงเยี่ยน

    เฉียวลู่ใช้อ่างไม้สำหรับล้างหน้าใส่น้ำและน้ำปุ๋ยหมักที่นางสั่งเอาไว้ตามอัตราส่วนที่อ่านพบในหนังสือ จากนั้นนำตะกร้าไม้ไผ่นึ่งที่มีลักษณะคล้ายฝาชีครอบอาหารที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางสามสิบเซนติเมตรวางลงไป นำใยนุ่นชุบน้ำวางลงไปก่อนแล้วโรยด้วยเมล็ดผักบุ้งที่เริ่มแตกหน่อด้านบนนางเอาขี้เลื่อยที่เหลือจากการสร้างเรือนของนางมาโรยทับจากนั้นจึงใช้อ่างล้างหน้าอีกใบปิดด้านบนเอาไว้ส่วนถั่วเขียวที่แตกหน่อแล้วนางโรยมันลงไปในตะกร้าไม้ไผ่นึ่งด้านล่างไม่ได้ใส่น้ำด้านบนปิดทับด้วยฝ้าฝ้ายชุบน้ำและปิดทับด้วยอ่างล้างหน้าอีกครั้ง“เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้วเจ้าค่ะ เราแค่ต้องคอยรดน้ำมันทุกวันวันละสองถึงสามครั้ง อุณหภูมิห้องต้องไม่เย็นจนเกินไปดังนั้นห้องนี้จึงเหมาะสมที่สุด”อ่างล้างหน้าหลายใบถูกวางเรียงเอาไว้ที่มุมห้องโถงอย่างเป็นระเบียบ วันต่อมาเมื่อจางหย่งไปส่งเต้าหู้ที่จีหม่านโหรวเขาก็ได้รับข่าวดีว่าที่โกดังเก็บของของเถ้าแก่จีมีถั่วเหลืองอยู่สี่พันชั่ง นั่นมันเยอะมากจนสามารถทำเต้าหู้ขายได้ไปจนถึงปีใหม่เลยนะเถ้าแก่จีให้คนของเขานำถั่วเหลืองมาส่งที่หมู่บ้านมู่โฉวในวันต่อมา ทำให้ไม่ต้องหยุดส่งเต้าหู้ให้จีหม่านโหรว ส่ว

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-08
  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   แคว้นเซียว

    ผ่านไปสามวันต้นกล้าของผักบุ้งและถั่วเขียวก็โตขึ้นอย่างงอกงาม ถั่วเขียวที่งอกออกมานางบอกว่าชื่อของมันคือถั่วงอก ทุกคนต่างก็รอคอยที่จะลิ้มรสเจ้าถั่วเขียวงอกพวกนี้“ถึงจะแค่สามวันแต่มันก็สามารถกินได้แล้ว วันนี้ข้าจะทำอาหารที่แสนโอชะให้ทุกคนได้ทานกัน”เจ้าหัวไชเท้าน้อยของนางที่ตอนนี้กำลังพูดเจื้อยแจ้วต่างจากเมื่อก่อนกำลังกระโดดโลดเต้นดีใจที่ท่านแม่จะทำของอร่อยให้พวกเขาทาน“ท่านแม่ทำอาหารให้หลงเอ๋อทาน”แฝดคนพี่อวดแฝดคนน้อง“ท่านแม่ทำให้ชิงเอ๋อทานต่างหาก” .จากนั้นไม่นานเสียงเล็กๆ สองเสียงก็เถียงกันไปเถียงกันมาภายในห้องโถง คนที่ทำการหย่าศึกของสองพี่น้องคือฉินจื่อเฉินที่ตอนนี้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงไปเรียบร้อยแล้ว อวี้หลงกับอวี้ชิงกำลังจะเข้าสี่ขวบหลังปีใหม่ส่วนฉินจื่อเฉินก็เก้าขวบในปีหน้า ถึงเวลาที่เขาจะต้องเข้าเรียนที่สำนักศึกษาแล้วหลังจากปีใหม่ ถึงเขาจะเข้าเรียนช้ากว่าคนอื่นแต่เพราะเขาเป็นเด็กฉลาดบวกกับฉินอี้เหยาสอนหนังสือให้ตั้งแต่ยังเล็กเพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่ด้อยไปกว่าเด็กที่เข้าเรียนก่อนอย่างแน่นอนเฉียวลู่มองห้องโถงที่มีเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าหัวไชเท้าน้อยของนางแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-01-08

บทล่าสุด

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   กลับแคว้นฉี

    หลังจากที่ทุกอย่างถูกเปิดเผยฉินเจี่ยซินและองค์ชายสามถูกลงโทษประหารชีวิต ฉินอี้เหยาได้ขึ้นนั่งตำแหน่งเดิมของตนส่วนฉิน จื่อเฉินหลังจากที่พิสูจน์ว่าเป็นพระโอรสของเซียวฮ่องเต้แล้วเขาก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทเซียวฮ่องเต้ได้ตกรางวัลมากมายให้เฉียวลู่นางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตลอดทั้งวันเพราะตอนนี้นางเป็นเศรษฐีแล้ว ฉีหมิงเยี่ยนมองท่าทางเหมือนคนเสียสติของนางแล้วได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ สตรีผู้นี้ไม่สนใจตำแหน่งท่านหญิงแต่กลับขอเปลี่ยนเป็นเงินแทนทำเอาขุนนางทั้งหลายถึงกับอึ้ง เขาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับนางดีเฉียวลู่พาบุตรชายทั้งสองของนางเที่ยวเล่นที่เมืองหลวงถึงสองเดือนตอนนี้ถึงเวลาที่นางต้องกลับไปที่เรือนน้อยเชิงเขาของนางแล้ว“พี่อาลู่ท่านจะไปแล้วจริงหรือ”องค์หญิงเซียวหมิ่นงอแงไม่อยากให้นางกลับไปวันทั้งวันเอาแต่ตามติดนางไม่ห่าง ทำเอาฉีหมิงเยี่ยนหงุดหงิดจนอยากจะจับนางยัดใส่ถังไม้ถ่วงน้ำทะเล แต่วันนี้เป็นวันที่ฉีหมิงเยี่ยนอารมณ์ดีที่สุดเพราะพวกเขากำลังจะกลับไปที่อำเภอเป่ยจิง“ข้ามีเรื่องต้องทำมากมายอยู่เที่ยวเล่นเป็นเพื่อนท่านไม่ได้เอาอย่างนี้ ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสข้าจะพาท่านเที่ยวอำเภอเป่ยจิงดี

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   ข้าต้องการแก้แค้น

    เฉียวลู่ถูกเรียกตัวเข้าพบฮ่องเต้นางเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังทั้งยังบอกเล่าจุดที่น่าสงสัยที่ควรตามสืบ ผ่านไปอีกหลายวันเรื่องของนักฆ่าที่ตามสังหารองค์หญิงเซียวหมิ่นยังคงเงียบ นางรู้สึกว่ามันค่อนข้างแปลก เขาเป็นถึงฮ่องเต้ที่มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินนี้แค่ตามสืบว่าใครว่าจ้างมือสังหารยังทำไม่ได้เชียวหรือ ทำไม่ได้หรือไม่ทำกันแน่กลางดึกในวังหลวงชายชุดดำปีนเข้าไปด้านในตำหนักชางอี้ ฝีเท้าของเขาแผ่วเบาและรวดเร็วเหมือนถูกฝึกมาเป็นอย่างดี ห้องนอนที่อยู่ด้านข้างของห้องนอนองค์หญิงเซียวหมิ่น ฉินอี้เหยาที่กำลังหลับลึกถูกฝ่ามือของใครบางคนปิดปากเอาไว้ นางรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถขยับตัวได้“เหยาเอ๋อ”เสียงเรียกชื่อเบาๆ ของนางทำให้ฉินอี้เหยาหยุดดิ้น เมื่อสายตาชินกับความมืดนางจึงได้รู้ว่าใครกันที่เข้ามาในห้องนอนของนาง“ท่านพ่อ”ฉินอี้เหยากอดชายชุดดำที่อุกอาจบุกเข้ามาในวังหลวงอย่างไม่กลัวตาย ที่เขาทำเช่นนี้เพราะต้องการยืนยันให้แน่ใจว่านางกำนัลที่เขาเห็นในท้องพระโรงใช่นางหรือไม่ ฉินอี้เหยากลั้นเสียงร้องไห้จนสั่นไปทั้งร่าง นางรู้สึกอุ่นใจที่ครอบครัวของนางยังไม่ทอดทิ้ง“พ่อมาที่นี่เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าตัวจริง เ

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   พบกันอีกครั้ง

    วันรุ่งขึ้นหลังจากที่หวงมามาได้รับข้อความจากคนของฉีหมิงเยี่ยนที่เป็นสายลับอยู่ในวังหลวง นางก็ใช้ตราของตำหนักองค์หญิงพานางกำนัลออกมาด้วยสองคน หวงมาๆ ให้รถม้าวิ่งวนไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตามมา จากนั้นจึงให้คนขับรถม้ามาที่เรือนหลังเล็กที่อยู่ใกล้สำนักศึกษา“หวงมามา”องค์หญิงเซียวหมิ่นเรียกนางด้วยความดีใจเหมือนได้พบญาติผู้ใหญ่อีกครั้ง หวงมามากอดนางร้องไห้“องค์หญิงเหตุใดหนีออกจากวังเช่นนี้ ท่านไม่กลัวว่าบ่าวแก่ๆ คนนี้จะหัวใจวายตายหรือเพคะ”องค์หญิงเซียวหมิ่นหลังจากที่โดนนักฆ่าตามสังหารตอนนี้นางก็ได้รู้แล้วว่าตนเองนั้นทำผิดมหันต์แค่ไหน ไม่คิดดื้อดึงถกเถียงกับหวงมามาอีกแล้ว“ข้าผิดไปแล้วต่อไปจะทำอะไรข้าจะคิดให้มากกว่านี้”หวงมามาเมื่อตั้งสติได้ก็หันไปมองเฉียวลู่และบุรุษที่มีใบหน้าธรรมดา ด้านหลังของพวกเขามีสตรีที่งดงามนางหนึ่งยืนอยู่นางไม่มีวันลืมใบหน้านั้นได้เด็ดขาด“ฮองเฮาเป็นไปได้อย่างไร”หวงมามารีบเข้าไปคุกเข่าให้นางทันที ฉินอี้เหยารีบเข้าไปประคองหวงมามาให้ลุกขึ้น“ข้าหาใช่ฮองเฮาอีกแล้ว หวงมามาท่านอย่าได้คุกเข่าให้ข้าเลย”หวงมามายังไม่ได้สติกลับมา แปดปีกว่าที่ฝ่าบาทตามหานางแต่คนท

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   แผนซ้อนแผน

    เฉียวลู่พาเด็กๆ ไปฝากแม่เฒ่าหลี่เอาไว้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เด็กชายทั้งสองชินกับเรื่องพวกนี้แล้วเพราะเมื่อก่อนท่านแม่ก็ทำเช่นนี้ในบางครั้งที่นางต้องไปทำธุระที่อำเภอเป่ยจิง ฉินอี้เหยากอดฉินจื่อเฉินเอาไว้นางร้องไห้ออกมาเบาๆ พร้อมกับร่ำลาบุตรชาย“เฉินเอ๋อแม่จะกลับมารับลูกเมื่อเรื่องทั้งหมดคลี่คลายแล้ว ลูกรอแม่อยู่กับท่านยายหลี่เป็นเด็กดีรู้หรือไม่”ฉินจื่อเฉินพยักหน้าขอบตาแดงก่ำแต่เขาก็ไม่ได้ร้องไห้ออกมา เพราะกลัวว่าท่านแม่จะเป็นกังวล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องแยกจากนาง ฉินจื่อเฉินรู้สึกโดดเดี่ยวเขาอยากตามไปด้วยแต่ท่านแม่บอกว่าครั้งนี้มันอันตราย เขาจึงต้องทำตามที่ท่านแม่สั่งเมื่อทุกคนล่ำลาเสร็จแล้วเฉียวลู่ฝากทุกอย่างของนางเอาไว้ที่แม่เฒ่าหลี่นางไม่ได้บอกอะไรมากมายแต่แม่เฒ่าหลี่ก็สามารถรับรู้ได้ว่า การที่เฉียวลู่ไม่บอกอะไรนางเลยอาจเป็นเพราะกลัวพวกนางเป็นอันตราย เฉียวลู่และคนคุ้มกันอีกสองสามคนนั่งเกวียนออกไปจากหมู่บ้านก่อนทำเหมือนออกไปค้าขายดั่งเช่นทุกวันส่วนองค์หญิงเซียวหมิ่นและฉินอี้เหยาถูกองครักษ์ของฉีหมิงเยี่ยนพาแยกเข้าเมืองหลวงไปอีกทางเพื่อให้คนของฉินฮองเฮาแยกออกจากกัน ฟ้าสว่างมากแล้วจ

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   แผนกลับเมืองหลวง

    เฉียวลู่รู้สึกหนักใจอยู่เหมือนกัน ถึงตัวนางจะมีกำลังมากแต่ให้สู้กับนักฆ่ามืออาชีพนางย่อมไม่สามารถสู้ได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ดูเหมือนมีเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยพวกนางได้คือฉีหมิงเยี่ยน“พวกท่านกลับไปก่อนข้าจะลองหาทางช่วยพวกท่านเอง”หลังจากฉินอี้เหยาและองค์หญิงเซียวหมิ่นกลับไปเฉียวลู่จึงเรียกองครักษ์เงาออกมา“พวกเจ้าสองคนไปเฝ้าดูเรือนของพี่อี้เหยาเอาไว้ถึงแม่ว่าข้าจะคิดว่านักฆ่าน่าจะยังไม่กลับมาในเร็วๆ นี้แต่ป้องกันเอาไว้ก่อนจะดีกว่า”องครักษ์เงาสองคนคารวะเฉียวลู่แล้วทะยานหายไป เฉียวลู่เดินไปดูเด็กชายทั้งสองที่ยังนอนหลับอยู่ในห้องของนาง จากนั้นนางจึงเดินไปที่ห้องของฉีหมิงเยี่ยน เฉียวลู่เคาะประตูเบาๆ“เข้ามา”เสียงทุ้มดังออกมาจากด้านใน เฉียวลู่ผลักประตูเปิดเอาไว้ นางเดินไปหาเขาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง“มีเรื่องอันใด”นางมีท่าทีลังเลเล็กน้อย“ท่านคงได้ยินทั้งหมดแล้วกระมัง ท่านพอจะช่วยเหลือพวกนางได้หรือไม่”เฉียวลู่พูดเสียงเบาเหมือนกับไม่มีความมั่นใจในตนเองเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเขาเขาจะไม่ช่วยก็ไม่มีใครสามารถว่าเขาได้ อีกอย่างเมื่อวานเหมือนนางจะโมโหเขาเพราะเรื่ององค์หญิงเ

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   ศาลเจ้าขอพรให้รักสมหวัง

    รุ่งเช้าเฉียวลู่ตื่นขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย นางบิดตัวไปมาเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบที่นอนท่าเดียวทั้งคืน เมื่อนางตื่นเต็มก็ตาพบว่าตนเองนอนอยู่ในห้องนอนของตนเองที่อยู่ในยุคปัจจุบัน“อะไรกันเรากลับมาได้แล้วหรือ”เฉียวลู่รีบเปิดประตูห้องวิ่งลงมาข้างล่างเพื่อเช็คให้แน่ใจ คุณพ่อที่นั่งดื่มกาแฟอยู่หน้าทีวีดูข่าวเช้า ส่วนคุณแม่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวกลิ่นหอมฉุยของโจ๊กโชยมาทำให้เฉียวลู่แน่ใจว่าตนเองไม่ได้ฝันไป เรากลับมาได้แล้ว“แม่คะพ่อคะหนูกลับมาแล้ว”ท่าทางร่าเริงของเฉียวลู่เรียกรอยยิ้มของคุณแม่ของเธอ“กลับมาแล้วอะไรกันเด็กคนนี้ละเมออะไรอยู่ ขึ้นไปล้างหน้าล้างตาแล้วลงมาทานข้าวได้แล้ว”เฉียวลู่ยิ้มตาหยีแล้ววิ่งกลับขึ้นไปบนห้องนอนทำตามคำสั่งของคุณแม่“เรากลับมาแล้วจริงๆ ด้วย”เฉียวลู่อาบน้ำและฮำเพลงอย่างอารมณ์ดี เมื่อแต่งตัวเสร็จเธอก็เดินลงมาทานอาหารพร้อมหน้าครอบครัว ระหว่างที่กำลังทานโจ๊กเฉียวลู่มองพ่อแม่ที่กำลังคุยกันอย่างหวานชื่น เป็นเรื่องปกติสำหรับครอบครัวของเฉียวลู่ เพราะเธอเห็นพ่อกับแม่แสดงความรักต่อกันแบบนี้มาตั้งแต่จำความได้ บางครั้งเธอยังรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงของแถมที่เกิดจากความรักของทั

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   แง่งอน

    เฉียวลู่เมื่อกลับไปถึงเรือนของตนก็พบพ่อลูกที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องโถง นางเข้าไปกอดและหอมเจ้าหัวไชเท้าน้อยทั้งสองจากนั้นจึงเดินกลับเข้าห้องไป นางไม่แม้แต่จะทักทายบิดาของบุตรชายนางสักนิดเรื่องนักฆ่าที่พวกเขาพบที่จีหม่านโหรวได้ถูกถ่ายทอดให้ฉีหมิงเยี่ยนได้รู้ เขาขมวดคิ้วมุ่นแต่ไม่ใช่เรื่องของนักฆ่าแต่เป็นเรื่องของเฉียวลู่ ดูเหมือนว่าไม่ใช่เพียงนิสัยของนางเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ตอนนี้เฉียวลู่แทบจะไม่เหมือนคนเดิมที่เขาเคยรู้จักในอดีต หากไม่ใช่ใบหน้าของนางที่เหมือนเดิมแล้ว เขาคงคิดว่านางเป็นคนอื่นที่ปลอมตัวมา“จับตาดูนางเอาไว้ให้ดี มีสิ่งใดผิดปกติให้รีบมารายงานข้า”เฉียวลู่กลับออกมาจากห้องนอนของตน นางเดินผ่านห้องโถงเข้าครัวไปอุ่นอาหารในครัวที่นางวานแม่เฒ่าหลี่เอาไว้ ฉีหมิงเยี่ยนเข้ามาอยู่ในเรือนนี้หลายวันแล้วถึงเฉียวลู่จะไม่ค่อยพูดกับเขาแต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ดีขึ้นกว่าตอนที่พวกเขาพบกันในครั้งแรก แต่วันนี้บรรยากาศกลับแตกต่างไปจากเดิมถึงแม้นางจะยังคงทำทุกอย่างดั่งเช่นทุกวัน แต่เขารู้สึกได้ว่านางเย็นชากับเขายิ่งกว่าเดิม ฉีหมิงเยี่ยนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางเพราะเขาไม่รู้ว่าเฉียวล

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   ลอบสังหาร

    เถ้าแก่ร้านเฟยหย่ารีบวิ่งตามออกมาด้านนอกแต่รถม้าที่เฉียวลู่และฉินอี้เหยานั่งมาได้ขับออกไปแล้ว“น่าเสียดายนักสุดท้ายแล้วนางมีของดีเก็บเอาไว้แต่ไม่ยอมเอาออกมาเสนอขายให้ข้าช่างเป็นสตรีที่น่ากลัวจริงๆ”เถ้าแก่สั่งให้พนักงานในร้านเฟยหย่าทุกคนจำใบหน้าของเฉียวลู่และฉินอี้เหยาไว้ นางมาที่นี่อีกเมื่อใดให้ไปตามเขามาทันที เฉียวลู่สั่งให้เฉิงรุ่ยที่ทำหน้าที่ขับรถม้าจอดรอที่หน้าจีหม่านโหรวนางมีของฝากมาให้เถ้าแก่จีและผู้ช่วยเหวินเมื่อฉินอี้เหยาเดินตามเฉียวลู่เข้าไปด้านใน แต่แล้วนางก็ต้องชะงักไปเหมือนกับว่านางเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นซ้อนทับกับเด็กหนุ่มชุดขาวที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่ที่ชั้นหนึ่งของโรงเตี๊ยม ฉินอี้เหยาอยากเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูให้ชัดเจน แต่แล้วก็มีชายชุดดำที่ไม่รู้ที่มาพุ่งกระบี่เข้าหาเด็กหนุ่มผู้นั้นเฉียวลู่ที่รู้ตัวก่อนได้เขวี้ยงเก้าอี้ไปขวางกระบี่เอาไว้ทำให้กระบี่พลาดเป้าไปโดนแขนของเขาแทน เด็กหนุ่มล้มลงเพราะถูกแทงที่แขน ผมที่ถูกผูกเอาไว้ได้คลายออกฉินอี้เหยาจำได้ทันทีว่าเขาเป็นใครองค์หญิงน้อยที่ชอบมาเที่ยวที่ตำหนักรัชทายาทเมื่อตอนที่นางยังเยาว์แต่เหตุใดนางถึงแต่งกายเป็นชายแล้วมาอยู

  • ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่   อันตรายที่ใกล้เข้ามา

    ผ่านไปแปดปีกว่ายังตามหาพวกนางแม่ลูกไม่พบ ถึงฝ่าบาทจะไม่เคยตรัสถึงเรื่องนี้เลยสักครั้งแต่นางก็รู้ดีว่าภายในใจของพระองค์นั้นมีเพียงคุณหนูใหญฉินเพียงคนเดียว ต่อให้เขาแต่งตั้งนางที่เป็นคุณหนูรองขึ้นเป็นฮองเฮาแทนฉินอี้เหยาเพราะต้องการตอบแทนความภักดีของตระกูลฉิน แต่ในสายตาของฝ่าบาทนางเป็นเพียงตัวแทนของคนที่พระองค์รักเท่านั้นฉินเจี่ยซินรู้สึกโกรธแค้นคนที่อาจจะตายไปแล้วถึงแปดปีที่ยังคงยึดครองพื้นที่ภายในใจของฮ่องเต้เอาไว้ นางได้พบเขาครั้งแรกในวันงานปักปิ่นของคุณหนูใหญ่ฉิน ความสง่างามและน่าเกรงขามของเขาช่างแตกต่างจากบุรุษทั่วไปที่นางได้พบยิ่งนั่นทำให้ฉินเจี่ยซินตกหลุมรักองค์รัชทายาทเซียวยิ่นตั้งแต่แรกพบ แต่ผ่านไปไม่นานก็มีพระราชโองการจากฮ่องเต้ส่งมาที่จวนแม่ทัพฉินขอหมั้นหมายคุณหนูใหญ่ฉินกับองค์รัชทายาท ฉินเจี่ยซินทั้งโมโหทั้งโกรธแค้นเพราะเหตุใด นางเองก็เป็นบุตรสาวของแม่ทัพฉินเช่นกันทำไมสิ่งดีๆ ทุกอย่างถึงตกเป็นของคนที่เกิดก่อนนางเพียงไม่กี่เดือนเช่นฉินอี้เหยา และนั่นเป็นจุดเริ่มตนของแผนการแย่งชิงทุกสิ่งที่เป็นของฉินอี้เหยามาฉินเจี่ยซินได้รู้เรื่องที่องค์ชายสามลอบติดต่อกับต่างแคว้นอย่างลับๆ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status