Share

บทที่ 43

Penulis: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
“เจ้าทำอะไรน่ะ?” ซูถิงหว่านตวาดอย่างโมโหสุดระงับ

“พระชายารองซูโปรดรอก่อนเพคะ บ่าวปรนนิบัติพระชายาสวมอาภรณ์เสร็จแล้วค่อยเชิญท่านเข้าไปคารวะทักทาย” เหลียนเย่กล่าวเสียงเบา

“ในเมื่อพระชายายังแต่งกายไม่เรียบร้อย เจ้าผลักท่านอ๋องเข้าไปทำไม”

“พวกเขาเป็นสามีภรรยา พบกันทั้งที่ยังแต่งกายไม่เรียบร้อยก็หาเป็นไรไม่”

“หน้าไม่อาย” ซูถิงหว่านโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ร้องเข้าไปข้างในว่า “อาซาง” หากไร้เสียงตอบรับของเซี่ยซาง

ขณะเดียวกัน เจียงเฟิ่งหัวกำลังฝึกฝนร่างกายด้วยท่ามาตรฐานอย่างเงียบๆ เห็นเซี่ยซางบุกเข้ามากะทันหัน ความตกใจวาบผ่านแววตานาง ทว่าขาสองข้างของนางฉีกออกเป็นเส้นตรง ปลายเท้าตั้งฉากกับพื้น ขาทั้งสองเหยียดออกเป็นเส้นตรง กำลังก้มเงยบริหารแผ่นหลังอย่างมั่นคงอยู่ เพิ่งฝึกได้ไม่นาน นางจะเก็บท่าก็ไม่ทันเสียแล้ว

ทันใดนั้น เห็นคิ้วนางขมวดเข้าหากันเหมือนทรมานมาก

เซี่ยซางรีบเดินเข้าไปหา “เจ้าเป็นอะไรไป?”

เจียงเฟิ่งหัวสูดหายใจเข้าแรงๆ หนึ่งทีจึงสามารถตอบกลับได้ “ท่านอ๋อง ขาหม่อมฉันเป็นตะคริวเพคะ”

เซี่ยซางรู้ว่าเป็นตะคริวทรมานมาก การเป็นตะคริวระหว่างฝึกฝนวรยุทธ์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ถึงจะเ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terkait

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 44

    ในที่สุดซูถิงหว่านก็ดึงเหลียนเย่ให้พ้นทางแล้วผลักประตูเข้ามาข้างใน จากนั้นก็เห็นท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมของคนทั้งสอง เจียงเฟิ่งหัวอาภรณ์หลุดลุ่ย เซี่ยซางจุมพิตริมฝีปากนางจากข้างบน ซูถิงหว่านพลันกรีดร้องเสียงแหลม “กรี๊ด! พวกท่าน...”ทั้งคู่ได้สติคืนมาพร้อมกัน ริมฝีปากของเซี่ยซางผละจากนางในเวลานั้นเอง เซี่ยซางก้มหน้าพิศก็เห็นใบหน้างามปานจะหยดย้อยของนาง ท่าทางกอดนางยิ่งชวนวาบหวามอย่างบอกไม่ถูกเนื่องจากแผ่นหลังนางทับแขนเขาอยู่ เขากับนางจึงผละจากกันไม่ได้น้ำตาเม็ดโตของซูถิงหว่านร่วงเผาะเม็ดแล้วเม็ดเล่า เห็นภาพบาดตาเช่นนี้ก็ยิ่งเดือดดาลสุดขีด ท่าทางเช่นนี้หรือว่าอาซางจะเป็นฝ่ายรุก?เดิมนั้นนางอยากบุกเข้าไปตบหน้าพวกเขาแรงๆ สักหลายที แต่ครั้นคิดถึงคำชี้แนะของอวิ๋นฟางกูกู นางจึงพยายามข่มความโกรธเกรี้ยวหันหลังวิ่งออกไปเหลียนเย่เห็นอย่างนั้นก็ปิดปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความได้ใจ ช่างสะใจนัก! ทำให้พระชายารองซูโมโหจนตายไปเลยถึงจะดี!นางกล้าเหลือบมองเพียงแวบเดียวเท่านั้น จากนั้นก็รีบดึงประตูปิดแล้วลงกลอนเสียเลย คืนนี้ก็คล้อยตามสถานการณ์ทำให้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปเสียเถอะ!คุณหนูฝึกฝนท่ามาตรฐานทุก

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 45

    “สตรีทำได้เพียงครองตัวโดดเดี่ยวเดียวดายไปชั่วชีวิต แล้วนั่นจะมีความหมายอันใดเล่า”“ดังนั้น หม่อมฉันจึงคิดว่า ถ้าสามารถหางานอดิเรกที่ตนเองทำแล้วเป็นสุขใช้ชีวิตไปกับสิ่งนี้ก็ดีเหมือนกันเพคะ เพราะเหตุนี้ทุกครั้งที่หม่อมฉันเหนื่อยล้าก็จะไม่รู้สึกว่าเหนื่อยอีกแล้ว”เซี่ยซางได้ยินนางอธิบายจบ จิตใจพลันสั่นสะท้าน “เจ้าใคร่ครวญถึงเรื่องนี้ตั้งแต่อายุห้าขวบแล้ว?”เจียงเฟิ่งหัวคิดจนแจ่มแจ้งตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว นางเอ่ยเรียบเรื่อย “ย่อมไม่ใช่เช่นนั้นเพคะ ก่อนออกเรือน หม่อมฉันทำไปเพราะความชอบ การอบรมในตระกูลท่านพ่อเข้มงวดกวดขัน ไม่อนุญาตให้สตรีออกมาเผยโฉมต่อโลกภายนอก ตอนที่พี่หญิงออกเรือน หม่อมฉันยังเป็นเพียงเด็กน้อยอายุไม่กี่ขวบเท่านั้น มีเพื่อนเล่นน้อยมาก หม่อมฉันจึงเรียนรู้ที่จะเล่นกับตัวเอง”“การเต้นรำสิ้นเปลืองเวลาที่สุดแล้ว พอเต้นก็กินเวลาไปทั้งวัน ต่อมาจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความชอบ หลังออกเรือน ท่านอ๋องบอกว่าท่านมีคนที่รักอยู่แล้ว ไม่อาจชอบหม่อมฉันได้ หม่อมฉันคิดดูก็รู้สึกว่าเต้นรำต่อไปก็ไม่มีอันใดไม่ดี เต้นรำทั้งทิวาราตรี ทั้งยังเป็นสิ่งที่ตนเองรัก ชีวิตก็ใช้มันไปแบบนี้ได้เหมือนกัน”เซี

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 46

    แต่ไม่ว่าเจียงเฟิ่งหัวจะเคาะประตูอย่างไร ข้างนอกก็เงียบสงัด ปราศจากสรรพเสียงใดใดแม้แต่น้อยเหลียนเย่กับหงซิ่วล้วนไม่อยู่ สวีหมัวมัวยิ่งแกล้งหูหนวกเป็นใบ้ หลินเฟิงถูกเหลียนเย่ซื้อตัวไว้แล้ว ยิ่งไม่มีทางเข้ามาช่วยเหลือเจียงเฟิ่งหัวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง “ต้องโทษที่ยามปกติหม่อมฉันเอ็นดูพวกนางเกินไปทำให้พวกนางไม่เห็นกฎระเบียบอยู่ในสายตา เชิญท่านอ๋องนั่งก่อนเพคะ อีกประเดี๋ยวเหลียนเย่ก็คงกลับมา หม่อมฉันรอจนนางกลับมาแล้ว...จะต้องลงโทษนางแน่นอนเพคะ”เซี่ยซางพลันเอ่ยว่า “ปกติเจ้าอยู่คนเดียว นอกจากเต้นรำแล้วยังทำอะไรอีก”“ท่านพ่อของหม่อมฉันเป็นอาจารย์สอนหนังสือให้ผู้อื่น ปกติหม่อมฉันถูกเขาตีมือมาไม่น้อย ราชครูเจียงตีเจ็บนักเพคะ” ใบหน้าเจียงเฟิ่งหัวเผยความซุกซนออกมาเซี่ยซางพลันเข้าใจแล้ว สกุลเจียงเป็นตระกูลบัณฑิต ความรู้ของนางย่อมไม่อ่อนด้อย นอกจากความเย้ายวนเร่าร้อนตอนเต้นรำแล้ว เวลาอื่นๆ มักสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เสด็จแม่บอกว่าเขาจำเป็นต้องมีพระชายาเช่นนี้“ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นคนตกแต่งหอทิงเสวี่ย เป็นนามที่สง่างามมีเอกลักษณ์นัก”“ท่านอ๋องชอบก็ดีแล้วเพคะ นี่เป็นหน้าที่ในฐานะภรรยาของ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 47

    ครั้นเซี่ยซางได้ยินว่าพี่ใหญ่ของนางเป็นคนส่งไม้กระถางในสวนมาให้ อารมณ์ก็ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด เขาไม่พูดออกมา เพียงถามว่า “พี่ใหญ่เจ้ามักไม่ได้กลับมา ปกติเจ้าเดินหมากกับผู้ใดงั้นรึ”“กับตัวเองนะสิเพคะ!”เซี่ยซางถาม “เล่นกับตัวเองอย่างไร?”เห็นเจียงเฟิ่งหัวมือซ้ายถือหมากดำ มือขวาถือหมากขาว เม็ดหมากสีดำวางลงบนกระดาน เม็ดหมากสีขาวก็ตามมาติดๆ จากนั้นหมากดำหมากขาวก็ค่อยๆ กระจายไปทั่วกระดานหมาก เซี่ยซางจ้องมองโดยไม่ละสายตา ดวงตาฉายแววตกตะลึงเจียงเฟิ่งหัวตรงหน้าเจิดจ้าจับตาจนเกินไป ดวงตาของนางใสสะอาดประหนึ่งน้ำพุใสพิสุทธิ์ ทั้งมาดมั่นและน่าหลงใหลรูปโฉมนางพริ้มเพราพิลาสล้ำ เขาคิดว่าบุรุษคนใดก็คงจะหลงใหลในตัวนางกระมัง!โชคดีที่สกุลเจียงซ่อนนางเอาไว้อย่างดี โชคดีที่นางแต่งงานกับเขา ความปรารถนาอยากครอบครองอุบัติขึ้นในใจเซี่ยซาง สตรีที่งดงามเช่นนี้ เขาต้องการครอบครองหมากกระดานนี้ดำเนินไปเนิ่นนานมาก ทั้งสองล้วนจดจ่อจึงไม่ได้สนใจเวลา เวลาล่วงเลยยามจื่ออย่างรวดเร็วเจียงเฟิ่งหัวเดินหมากกับตัวเองแต่กลับยากจะตัดสินความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ต้องการทำให้ได้ถึงขั้นนี้ ในหัวนางต้องมีแนวทางเดินหมากสองช

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 48

    หลังเซี่ยซางออกมาแล้ว เจียงเฟิ่งหัวก็เลี่ยงเขาเดินเข้าไปในตำหนักข้าง นางเยื้องกรายชดช้อย เปี่ยมเสน่ห์รัดรึงใจเซี่ยซางจ้องมองเงาหลังของนางอย่างเงียบๆ อยู่เพียงครู่ก็หันหลังเดินอ้อมฉากบังลมไปนั่งลงบนเตียง เขากำมือแน่นจนเห็นข้อกระดูกขาว คล้ายตัดสินใจบางอย่างแน่วแน่ดีแล้ว เขาเป็นสามีของนางก็ควรทำหน้าที่ทุกอย่างของสามีขณะที่เจียงเฟิ่งหัวเดินออกมานั่นเอง เซี่ยซางก็นอนบนขอบเตียงด้านนอกทั้งที่ยังสวมชุดเรียบร้อย เขาหลับตาพริ้มเหมือนนอนหลับไปแล้วนางทราบว่าเขายังไม่หลับ ตอนนี้เกรงว่าในใจเขาคงกำลังทรมานมาก ด้านหนึ่งถูกความงามดึงดูด อีกด้านก็คำนึงถึงสตรีที่เคยลั่นสัญญารักเอาไว้นางแค่นหัวเราะในใจ ตอนนี้ก็ให้ภรรยาของท่านมาทำลายความรักอันงดงามระหว่างท่านกับซูถิงหว่านก็แล้วกันนางเดินเข้าไปเป่าลมดับเทียน จากนั้นจึงปีนขึ้นไปขอบเตียงด้านในอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นข้อเท้านางก็ถูกคนคว้าไว้ เขาออกแรงดึงกะทันหัน เจียงเฟิ่งหัวจึงถลาล้มลงบนแผงอกแกร่งของเขานางอุทานคำหนึ่ง เรือนร่างอรชรทับอยู่เหนือลำตัวเขา ดวงตานางเบิกโพลง จ้องมองบุรุษรูปงามเป็นเอกตรงหน้า ท่ามกลางราตรีมืดสนิท นางสัมผัสได้ว่ามือของเขาล

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 49

    มุมปากเซี่ยซางพลันหยักขึ้นอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ฉวยโอกาสกับผู้อื่นมิใช่สิ่งที่วิญญูชนพึงกระทำตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว สิ่งที่เจียงเฟิ่งหัวต้องการก็คือความชอบจากใจจริงของสามี เช่นนี้นางจึงยินดีมอบความจริงใจออกไป เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่สามีที่ดี นางไม่เหมือนซูถิงหว่าน นางต้องการเพียงความชอบเล็กน้อยเท่านั้นก่อนหน้านี้นางได้รับการปกป้องทะนุถนอมจากสกุลเจียง นางไม่ประสาเรื่องทางโลก นางเพิ่งอายุสิบห้าเท่านั้นเอง!เขาวางนางลงบนเตียงอย่างเบามือ นางหาท่าที่สบายตัวนอนหลับฝันหวาน ท่าทางปราศจากเล่ห์เพทุบายโดยสิ้นเชิงเขายิ้มบาง ลองเรียกอีกครั้งว่า “หรวนหร่วน”ไม่ได้รับคำตอบรับ จากนั้นเขาก็นอนลงข้างกายนางอีกครั้ง กุมมือนางเงียบๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายนาง เขาเองก็ค่อยๆ นอนหลับไปเช่นกันวันรุ่งขึ้น ตอนที่เจียงเฟิ่งหัวตื่นนอน เซี่ยซางก็จากไปแล้วนางนอนดึกตื่นสาย ไม่รู้เลยว่าเซี่ยซางจากไปตั้งแต่เมื่อใดเจียงเฟิ่งหัวค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างไม่รีบไม่ร้อน หันไปถามหงซิ่วว่า “ตอนนี้เป็นยามไหนแล้ว?”“ยามซื่อแล้วเพคะ พระชายาไม่ตื่นสายเช่นนี้มานานแล้ว คืนวานท่านอ๋องพักที่หอหล่านเยว่ ความสัมพันธ์ระหว่างพระช

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 50

    ชาติก่อนเจียงเฟิ่งหัวไม่เคยได้รับการคารวะจากซูถิงหว่าน เนื่องจากไม่ได้รับความโปรดปรานจากเซี่ยซาง ข้ารับใช้ในจวนก็สร้างความลำบากให้นางสารพัด ชาตินี้ คืนวานเซี่ยซางเพิ่งเดินออกมาจากห้องของนาง ทุกคนล้วนเห็นกับตาย่อมจะเคารพนบนอบต่อนางเป็นธรรมดา“พระชายารองซูไม่ต้องมากพิธี ล้วนแต่เป็นคนครอบครัวเดียวกัน รีบนั่งลงเถอะ” นางสั่งความเสียงลุ่มลึก “หงซิ่วยกน้ำชาให้พระชายารองซู”“ขอบพระทัยพระชายาเพคะ” ซูถิงหว่านนั่งลงอย่างเรียบร้อยแล้วเอ่ยว่า “เมื่อวานหม่อมฉันหุนหันพลันแล่นเกินไป ขออภัยด้วยเพคะ”เจียงเฟิ่งหัวอมยิ้มมุมปาก อ่อนโยนดุจสายลมวสันต์เดือนสาม “ท่านอ๋องอธิบายให้ข้าฟังแล้ว เขาบอกว่าพระชายารองซูเติบโตที่ชายแดนมาตั้งแต่เล็ก คำพูดและการกระทำเถรตรง นิสัยตรงไปตรงมา ทว่าจิตใจดีงาม ข้าจะโกรธเคืองเจ้าได้อย่างไรกัน ล้วนผ่านไปแล้ว”อาซางอธิบายแทนนาง ซูถิงหว่านพลันปวดใจ เจียงเฟิ่งหัวอ่อนโยนแบบนี้ นางรู้สึกว่าอ่อนนุ่มยวบยาบ ใช้กำลังไม่ได้แม้แต่น้อย นางนึกว่าอาซางไม่ชอบสตรีที่อ่อนโยนอ่อนหวานเช่นนี้เสียอีก นางผิดไปแล้ว อาซางถูกเจียงเฟิ่งหัวดึงดูดได้เหมือนกัน ตอนนี้นางอยากย้อนเวลากลับไปเหลือเกิน นางจะ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 51

    “ไม่สะดวกอย่างไรกันเพคะ ถ้าพระชายาไม่ไปแสดงว่ายังโกรธหม่อมฉันอยู่” ซูถิงหว่านพูดมาอีกว่า “พระชายาเป็นคนเซิ่งจิง จะต้องคุ้นเคยกับเทศกาลชมบุปผามากกว่าหม่อมฉันเป็นแน่!”เจียงเฟิ่งหัวมีสีหน้าค่อนข้างลำบากใจ “ที่ผ่านมาพี่ใหญ่ไปเป็นเพื่อนข้า คนเยอะเกินไป ข้าไม่ค่อยชอบ”ซูถิงหว่านกล่าว “นอกจากชมบุปผา ยังมีการประชันบุปผาด้วยนะเพคะ น่าสนใจยิ่งนัก ช่วงหลายวันนี้ท่านอ๋องอาจมีงานราชการรัดตัว ปีนี้เขาอาจไม่มีเวลาไปชมบุปผาเป็นเพื่อนหม่อมฉันก็ได้เพคะ”“งั้นก็ได้!” เจียงเฟิ่งหัวพยักหน้าตกลงอย่างฝืนใจ อยากเห็นนักว่าพวกเจ้าจะเล่นลูกไม้อะไรเดิมนางก็จะไปร่วมเทศกาลชมบุปผาอยู่แล้ว ตอนนี้ซูถิงหว่านมานัดหมายกะทันหัน สามารถใช้นางมากลบเกลื่อนได้พอดีที่ผ่านมานางก็เข้าร่วมเทศกาลชมบุปผา แต่นางไม่เคยใช้สถานะสตรีออกมาข้างนอก......วันนี้เป็นเทศกาลชมบุปผาที่จัดขึ้นปีละครั้ง ตอนที่เจียงเฟิ่งหัวออกมาก็เห็นว่าซูถิงหว่านเปลี่ยนไปสวมชุดทะมัดทะแมงสีแดง รวบผมขึ้นสูง แลดูค่อนข้างองอาจคล่องแคล่วเจียงเฟิ่งหัวคิด นางไม่ได้มีรูปโฉมงามล้ำ แต่ก็ยังนับว่าเป็นหญิงงามคนหนึ่ง สาเหตุที่เซี่ยซางชอบนางคงเป็นเพราะชอบบุคลิกภาพเ

Bab terbaru

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 306

    นึกถึงชาติก่อนที่นางถูกเซี่ยอวี้หย่า มีจุดจบที่ไร้ทั้งทรัพย์สินและอำนาจ สุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่าไม่อาจตั้งครรภ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็มิได้ตายในตำแหน่งพระชายาอวี้อ๋องดังที่ปรารถนาคนอย่างหลัวจื่อฉยงไม่มีทางฆ่าตัวตาย ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาหากกระทำอัตวินิบาตกรรมขึ้นมาถือเป็นความผิดมหันต์ หลังตายไม่เพียงไม่อาจสงบสุข ยังจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องพลอยเดือดร้อนไปอีก จุดนี้หลัวจื่อฉยงได้ไตร่ตรองเป็นอย่างดีนางน่าจะมาถึงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไร้หนทางแล้วแต่นางมิใช่พระโพธิสัตว์ ไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านของจวนอวี้อ๋อง นอกจากนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งและเซี่ยซางก็ไม่อยากให้นางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นางคิดว่า ชาติก่อนแม้หลัวจื่อฉยงถูกหย่าอย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิต ในชาตินี้หวังว่าชะตาชีวิตของนางอย่าได้แย่กว่าชาติที่แล้วเลยนางเพิ่งเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ก็เห็นซูถิงหว่านเดินมาที่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งมาที่นางอย่างดุเดือด ทว่าในไม่ช้า นางก็เก็บงำความโกรธในก้นบึ้งดวงตาแล้วเดินเข้ามาใกล้เจียงเฟิ่งหัวเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 305

    เจียงเฟิ่งหัวเหยียดหลังตรง เดินผ่านหน้าซูถิงหว่านไปอย่างสง่างาม ทำให้ซูถิงหว่านโมโหแทบตายแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกนางคร้านจะสนใจสีหน้าซีดเผือดราวเถ้ากระดูกคนตายของนาง ไปส่งทุกคนถึงหน้าประตูตำหนักคุนหนิงด้วยตนเองในเวลานั้นเอง จู่ๆ เจียงเฟิ่งหัวก็รั้งพระชายาองค์ชายรองไว้ ดึงนางไปกระซิบถามที่ด้านข้างว่า “คอของพี่สะใภ้รองเป็นอะไรไป? ได้รับบาดเจ็บหรือ?”พระชายาขององค์ชายรองสวมเสื้อปกสูง ทั้งยังสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่อีก นางพยายามลดการคงอยู่ของตนลงมากที่สุดแล้ว แต่ก็ยังคงถูกเจียงเฟิ่งหัวค้นพบเข้าได้นางจึงเผยบาดแผลที่แขนออกมาให้เจียงเฟิ่งหัวดู จากนั้นก็เลิกคอเสื้อให้นางดูอีก รอยแผลถูกเชือกรัดออกมา นางเกือบขาดอากาศหายใจตายไปแล้ว นางจากบริเวณพวกนี้ บนมือ ขา เอว และแผ่นหลังของนางล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเซี่ยอวี้ทั้งสิ้น เขาคิดจะซ้อมนางให้ตายจริงๆหลังเจียงเฟิ่งหัวได้เห็นก็รู้สึกสะทกสะท้อนใจ กล่าวเสียงเบาว่า “แผลพวกนี้เป็นอวี้อ๋องตีอย่างนั้นหรือ?”พระชายาอวี้อ๋องหัวเราะเยาะตนเองทีหนึ่ง “นอกจากเขาแล้วยังจะมีผู้ใดกล้าลงมือกับข้าอีกเล่า”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ท่านก็

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 304

    โดยไม่รู้ว่า แผนการเล็กๆ ของนางกำลังจะพังทลายลงแล้วเมื่อเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ซูถิงหว่านจึงได้พบว่าพระชายาทุกท่านล้วนอยู่ที่นี่ ด้านนอกหนาวจนคนฟันกระทบกัน แต่นางมีเสื้อคลุมตัวใหม่ที่แสนอบอุ่น ด้านคุณภาพมันถูกทำขึ้นจากขนมิงค์ ส่วนด้านรูปลักษณ์นี่เป็นแบบล่าสุดในตอนนี้ ในมือของนางยังถือเตาพกไว้ นอกจากปลายจมูกที่ถูกความเย็นทำให้แดงก่ำแล้ว นางก็ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด ดูไปแล้วน่ารักเป็นอย่างมากสายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ตัวนาง นางติดตามอยู่ที่ด้านหลังของเซี่ยซางอย่างสงบเสงี่ยมรู้ธรรมเนียม ทว่าภายในใจกลับกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง ความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นจับจ้องช่างดีจริงๆ ทว่า ทุกคนกลับรู้สึกว่าชายารองซูแต่งกายอย่างโอ้อวดเกินไปหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรฮองเฮาก็ถือเป็นแม่สามีของนาง นางเพิ่งมาถึงตอนนี้เดิมก็ไม่ผิดธรรมเนียมแล้ว เห็นแก่ที่นางเป็นเพียงชายารองมิใช่ชายาเอก จึงไม่มีผู้ใดตำหนินาง แต่การแต่งกายประดับประดาอย่างฉูดฉาดเย้ายวนยิ่งกว่าพระชายาเช่นนี้สถานการณ์แบบใดควรแต่งกายเช่นใด นางควรจะแยกแยะให้ออกสิ!เมื่อมาถึงเบื้องหน้าของฮองเฮา เซี่ยซางก็กล่าวว่า “เสด็จแม่ทรงประชวรแล้ว เจ้ามีฐานะเป็น

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 303

    “แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่หรวนหร่วน ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ สุขภาพของแม่ไม่สำคัญ การปกป้องหลานของข้าให้ดีจึงจะเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของเจ้า แค่กๆ…”ฮองเฮาปิดปาก “อย่าเข้ามาใกล้แม่เช่นนี้ อยู่ห่างออกไปสักหน่อย แม่จะได้ไม่ทำให้เจ้าติดโรคจนทำร้ายเด็กไปด้วย ซางเอ๋อร์ลูกดูแลหรวนหร่วนให้ดีก็พอ แม่ไม่เป็นไร แค่กๆ…”เจียงเฟิ่งหัวชื่นชมทักษะการแสดงของเฉิงฮองเฮาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อนางได้ยินเสียงไอพวกนี้ นางยังรู้สึกสงสารและกังวลขึ้นมาในใจเลยต่อหน้าทุกคน เซี่ยซางไม่กล้าให้เจียงเฟิ่งหัวนั่งแล้ว ไม่เช่นนั้นหากถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ที่ได้รับผลกระทบก็คือชื่อเสียงของนาง อีกทั้งนางทำดีมากแล้ว ยิ่งไม่อาจให้คนครอบชื่อเสียงอกตัญญูให้นางอย่างไร้เหตุผลแม้เสด็จแม่มีเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่ในจวนอ๋องของเขามีผู้หญิงอยู่สองคน บัดนี้ คนหนึ่งมาคอยปรนนิบัติดูแลอย่างตั้งใจอยู่ที่นี่ อีกคนกลับไม่ถามไถ่ มิน่าเสด็จแม่จึงไม่เคยชอบซูถิงหว่านเลยตอนนั้น หากเขาแต่งซูถิงหว่านมาเป็นพระชายาเหิงอ๋องจริง ไม่รู้ว่าเสด็จแม่จะทรงเสียใจและเป็นทุกข์เพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้ ราชครูเจียงและเจียงฮูหยินน

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 302

    แต่หากฮองเฮาทำให้เขาโมโห เขาก็สามารถทอดทิ้งนาง ทรมานนางได้เช่นกันเพราะเขาคือฮ่องเต้ที่สูงส่งเหนือผู้ใด เคยชินกับการมีสตรีคอยเอาอกเอาใจและเชื่อฟังมานานแล้ว ก็แค่นั้นเอง ดังนั้นฮ่องเต้และฮองเฮาจะมีความผูกพันฉันสามีภรรยาได้สักเท่าไรนางรับรู้ได้ถึงความเย็นชาไร้น้ำใจของฮ่องเต้มีเพียงใช้ชีวิตอย่างไร้ใจไร้ไมตรีเท่านั้นจึงจะไม่เจ็บปวดนางคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าเส้นทางที่นางต้องเดินก็คือทางสายเก่าของฮองเฮา แต่เส้นทางของนางกับฮองเฮาก็แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนางจะกุมหัวใจของเซี่ยซางไว้ให้มั่น แล้วเหยียบซูถิงหว่านกับสกุลซูทั้งตระกูลขึ้นสู่ตำแหน่งหากมีวันหนึ่ง พวกมันได้รู้ว่า ความร่ำรวยหรูหรายศถาบรรดาศักดิ์ที่พวกมันเคยได้เพลิดเพลินในชาติก่อน ถูกตัวนางในชาตินี้ทำลาย ไม่รู้ว่าพวกมันจะสำนึกเสียใจต่อทุกสิ่งที่เคยทำร้ายนางหรือไม่เส้นทางนี้ทั้งยาวนานและยากลำบากอย่างยิ่ง ทว่าขอเพียงนางค่อยๆ วางแผนไปทีละก้าว ก็ไม่มีอุปสรรคใดที่ไม่อาจเอาชนะ นางมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะได้เห็นฉากที่พวกมันก้มกราบศิโรราบอยู่บนพื้นทางด้านนี้ เหล่าองค์ชายกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแสดงออกถึงความกตัญญูของตน แ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 301

    เซี่ยซางได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นจึงไม่บังคับนางอีก ต้าโจวให้ความสำคัญกับจริยธรรมที่สุด การที่นางกตัญญูต่อเสด็จแม่ทำให้เขารู้สึกภูมิใจยิ่งเพื่อให้เจียงเฟิ่งหัวสบายขึ้นหน่อย เซี่ยซางสั่งให้คนนำเก้าอี้เล็กๆ มาไว้ข้างเตียง ท้องของนางไม่ใหญ่มาก ประกอบกับนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำให้ไม่เหนื่อย อ้าวเสวี่ยและเหลียนเย่ล้วนรออยู่ข้างนอก เขาได้สั่งให้คนไปรับคนทั้งสองมาเช่นกัน บัดนี้นางอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ข้างกายไม่อาจไร้คนดูแลกฎระเบียบภายในวังพวกนี้ เขาย่อมไปทูลขอให้เสด็จพ่อทรงอนุโลมเองเขาเห็นทั้งหมดว่า เจียงเฟิ่งหัวดูแลเสด็จแม่อย่างใส่ใจเพียงใด และก็รู้สึกภาคภูมิใจยิ่งที่ได้แต่งกับภรรยาทั้งงามสง่าและมีคุณธรรมเช่นนี้หมอหลวงหวังไปเขียนใบรายการยาและต้มยาด้วยตนเองอีกครั้งรอจนคนจากไป สี่หมัวมัวก็ก้าวออกมาเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน จากนั้นก็คุกเข่าลงตรงหน้าเซี่ยซางเพื่อขอรับโทษ“ล้วนต้องโทษบ่าวที่ไม่ได้ดูแลฮองเฮาให้ดี บ่าวมีความผิดเพคะ บ่าวก็เคยเกลี้ยกล่อมให้ฮองเฮาทรงคลายพระทัยแล้ว แต่พระนางตรัสว่ามักทรงรู้สึกผิด…”แววตาของนางดูร้อนใจคล้ายมีคำพูดที่อยากจะกล่าว แต่ก็ราวกับไม่กล้าเล่าสิ่งใดทั้งสิ้น เซี

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 300

    เฉิงฮองเฮาลืมตาขึ้นเล็กน้อย ราวกับสติไม่แจ่มใสนัก น้ำเสียงของนางแหบพร่าและอ่อนแรง “ซางเอ๋อร์มาแล้วหรือ แค่กๆ…แม่ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลหรอก” กล่าวจบนางก็หลับตาลงอีกครั้ง ราวกับเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าเหลือเกิน และคล้ายกลับหมดสติไปอีกครั้งแล้วดวงตาของเซี่ยซางแดงระเรื่อ เขาคุกเข่าลงข้างเตียง “เป็นลูกอกตัญญู เสด็จแม่ทรงป่วยหนักถึงเพียงนี้ ลูกกลับไม่รู้เลย เสด็จแม่ทรงไม่สบายที่ใดพ่ะย่ะค่ะ ให้หมอหลวงตรวจดูสักหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”ฮองเฮาส่ายหน้า หางตามีหยดน้ำตาซึมออกมา ในขณะที่สะลึมสะลือนางก็ร้องไม่หยุดว่า “เจ็บ”นางยิ่งเป็นเช่นนี้เซี่ยซางก็ยิ่งปวดใจ ถามว่านางเจ็บที่ใดนางก็บอกได้ไม่ชัดเจนเซี่ยซางสัมผัสหน้าผากของนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนใจ “เหตุใดจึงได้ร้อนเช่นนี้”เขารีบให้คนตักน้ำมา บิดผ้าเช็ดหน้าวางลงบนหน้าผากของนาง แล้วตวาดใส่นางกำนัลด้วยความโมโหทีหนึ่งว่า “พวกเจ้าดูแลเสด็จแม่อย่างไรกัน”นางกำนัลตกใจจนคุกเข่าลงกับพื้น “หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวว่า “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะทำให้เสด็จแม่ทรงดีขึ้นได้อย่างไร หม่อมฉันได้ยินเสด็จแม่ร้องว่าเจ็บ เหตุใดจึงทรงเจ็บ แล้วเจ็

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 299

    “เช้าวันนี้ตอนที่หม่อมฉันจะเข้าวัง ได้ยินพ่อบ้านเฉิงพูดว่าจะจัดเตรียมชุดกันหนาวให้ชายารองซู ดูเหมือนชายารองซูจะเดินทางไกลนะเพคะ” เจียงเฟิ่งหัวกล่าวขึ้นมาอีก“นางจะไปที่ใดกัน ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วนางยังคิดจะไปที่ใดอีก” เฉิงฮองเฮากล่าวเสียงหนัก“แม่ทัพน้อยสกุลซูกลับเมืองหลวงแล้ว ชายารองซูน่าจะไปที่จวนสกุลซูเพราะฮูหยินผู้เฒ่าซูยังพักอยู่ที่นั่นเพคะ”“นางเฒ่านั่นจะกลับชายแดนแล้ว ได้กราบทูลต่อฝ่าบาททราบแล้ว”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวว่า “ชายารองซูคงมิได้คิดจะกลับไปกับฮูหยินผู้เฒ่าซูกระมังเพคะ!”“นางจะไปก็ไปเถอะ ทางที่ดีที่สุดอย่าได้กลับมาอีกตลอดกาลเลย…”นางเพิ่งกล่าวคำพูดนี้จบ เจียงเฟิ่งหัวก็เอ่ยเตือนว่า “ท่านอ๋องก็จะไปชายแดนแล้วเช่นกันเพคะ ชาวหูมีเจตนาจะก่อสงคราม ท่านอ๋องได้ถวายฎีกาขอออกศึกแล้วเพคะ รอได้รับราชโองการก็จะออกเดินทาง” พวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เซี่ยซางบอกนาง นางมิได้โป้ปด ส่วนที่เหลือก็รอให้ฮองเฮาไปคาดเดาเอาเอง“ซูถิงหว่านคิดจะตามกองทัพไปทำศึกด้วย ราชสำนักต้าโจวไม่มีธรรมเนียมให้แม่ทัพพาสตรีในครอบครัวไปออกรบด้วยมาก่อน หากซางเอ๋อร์รับราชโองการแล้วนางคอยติดตามอยู่ด้านข้างจริงๆ นางคิ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 298

    เจียงเฟิ่งหัวรู้ถึงสถานการณ์ของสกุลเฉิง ชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ ชีวิตของเฉิงฮองเฮาไม่ดี วันเวลาของสกุลเฉิงก็ไม่ดีไปด้วยแม้นางจะเป็นภรรยาเอกของเซี่ยซาง แต่ก็ทำให้สกุลเจียงทั้งตระกูลพลอยเดือดร้อนมีชีวิตอย่างยากลำบากเช่นกัน ดังนั้นนางจึงเข้าใจเฉิงฮองเฮาเป็นอย่างดีแต่เมื่อได้ฟังเฉิงฮองเฮากล่าวกับนางด้วยตนเองเช่นนี้ ความรู้สึกก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว อย่างน้อยที่สุด เฉิงฮองเฮาก็เห็นนางสะใภ้ผู้นี้เป็นคนกันเองแล้วหากเฉิงฮองเฮาเต็มใจช่วยนางจัดการกับซูถิงหว่าน นางก็ไม่รังเกียจจะช่วยพูดให้สกุลเฉิงต่อหน้าเซี่ยซางสักประโยคสองประโยคขอเพียงแม่ทัพเฉิงสามารถคว้าโอกาสไว้ได้ การที่พวกเขาคิดจะไต่เต้ายิ่งขึ้นไป ก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของสกุลเจียงแต่อย่างใดศัตรูที่พวกเขามีร่วมกันล้วนเป็นสกุลซู เรื่องดีๆ เช่นนี้เหตุใดนางจะไม่ทำเล่าเจียงเฟิ่งหัวยิ้มบางๆ ว่า “ความหมายของเสด็จแม่คือ หากท่านอ๋องจะออกศึก ทรงหวังให้พระองค์นำชนรุ่นหลังของจวนแม่ทัพเฉิงไปด้วยใช่ไหมเพคะ” ได้แต่ช่วยดันคนรุ่นหลังก่อน เพราะในชาติก่อน แม่ทัพเฉิงก็คว้าโอกาสนี้ไว้ไม่ได้ หากเขาไปขอราชโองการอย่างบุ่มบ่าม เกรงว่าจะทำให้ฮ่องเ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status