Share

ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์
ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์
Author: จูน

บทที่ 1

Author: จูน
last update Last Updated: 2024-10-29 19:42:56
“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง ตกลงว่าเจ้าจะเเต่งหรือไม่เเต่ง!” เสียงของผู้ชายที่หยาบกระด้างและเย็นชาระเบิดขึ้นข้าง ๆ หูของเซี่ยจื่ออัน เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วมองลึกเข้าไปในม่านตา เป็นใบหน้าของผู้ชายที่หน้าตางดงาม แต่กลับหยาบคายสิ้นดี

บนตัวเธอมีรอยแผลลึก ลำคอถูกคนตรงหน้าบีบไว้อย่างแรง ช่วงอกเจ็บปวดราวกับจะระเบิดออกมา

นัยน์ตาของเธอแข็งกระด้าง นี่มันเรื่ออะไรกัน? เธอไม่ได้ตายไปแล้วหรอ? เธอจำได้ว่าตนเองถูกเจ้านายหักหลัง เธอโดนกระสุนห้านัดยิงเข้าใส่ จนเธอตายไปแล้ว

จู่ ๆ สมองก็มีความทรงจำบางอย่างไหลเข้ามาทันที นี่ไม่ใช่ความทรงจำของเธอ

จื่ออันยังไม่ฟื้นคืนสติ ใบหน้าก็ถูกตบอย่างแรงบริเวณกกหู จนเธอสับสนและเวียนหัวไปหมด

ภายในปากมีกลิ่นคาวเลือดคลุ้ง เธอบ้วนเลือดสด ๆ ออกมา รู้สึกปวดระบมที่บริเวณหลัง เธอเงยหน้าขึ้นทันที

ความโกรธเคืองในตาที่ร้อนผ่าว ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่บอกกับเธอว่า เมื่อกี้เจ้าของร่างเดิมถูกทุบตีด้วยไม้กระบอง และดวงวิญญาณได้กลับสู่สวรรค์ทางตะวันตกไปแล้ว เธอถึงได้ข้ามภพมามีชีวิตอยู่ในร่างนี้อีกครั้ง

“ตอบคำถามข้า! เจ้าจะแต่งกับท่านอ๋องเหลียงหรือไม่? ”

เขายังคงถามด้วยน้ำเสียงที่โกรธเคือง คนที่ตบหน้าเธออย่างรุนแรง เป็นองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบัน มู่หรงเฉียว

จู่ ๆ เงาอันมืดมนก็คืบคลานเข้ามาดึงมู่หรงเฉียวไป ร้องไห้พลางพูด

เงาอันมืดมนคืบคลานเข้ามา เผยให้เห็นมู่หรงเฉียว ร้องไห้พลางพูด “องค์รัชทายาทเพคะ อย่าทำให้พี่ข้าลำบากใจเลย ถึงแม้ว่าวันนั้นท่านพ่อจะเมามาก แต่ท่านพ่อก็ได้พูดไปแล้วจริง ๆ ว่าจะให้ข้ากับท่านอ๋องเหลียงหมั้นกันเพคะ ต้องให้พี่ข้าแต่งงานแทนมันคงยากสำหรับนางจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ในใจพี่ข้าก็เคารพรักพระองค์ พระองค์บังคับนางเยี่ยงนี้ จะบังคับกันจนตายเลยหรือไร?” หญิงสาวที่สวยสดงดงาม ท่าทางดูอ่อนแอ เซี่ยหว่านเอ๋อ นางเป็นน้องสาวของเซี่ยจื่ออันที่เกิดจากอนุภรรยา

มู่หรงเฉียวเห็นแล้วเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก รีบปล่อยจื่ออันทันที แล้วเปลี่ยนไปพยุงเซี่ยหว่านเอ๋อ

อากาศกลับเข้ามาในช่องอกจื่ออันอย่างรวดเร็ว เธอสูดหายใจเข้าอย่างรวดเร็ว ไล่กลิ่นรสชาติของความตายออกไป

จื่ออันลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล แต่ว่าความเจ็บปวดบนเนื้อตัวทำให้เธอหายใจหอบ ยืนไม่นิ่ง ขาทั้งสองอ่อนแรงจนล้มลงไปอยู่ที่พื้นอีกครั้ง ความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในสมอง และบทสนทนาของทั้งสองคนนี้ ทำให้เธอมองสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

พ่อของเจ้าของร่างนี้เป็นถึงมหาเสนาบดี หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ได้ไปดื่มเหล้ากับองค์ท่านอ๋องเหลียง พอดื่มจนเมาก็ได้เผลอรับปากกับท่านอ๋องเหลียงว่าจะให้แต่งงานกับเซี่ยหว่านเอ๋อตามที่ขอ

หลังจากที่มหาเสนาบดีสร่างเมาก็เสียใจอย่างมาก ลูกสาวที่เขารักมากที่สุด เซี่ยหว่านเอ๋อที่เกิดจากสื่อหลิงหลงผู้เป็นอนุภรรยา ทำไมถึงได้ยอมให้แต่งงานกับท่านอ๋องเหลียงที่โหดเหี้ยมได้?

เซี่ยหว่านเอ๋อก็ร้องไห้และยืนกรานว่าจะไม่แต่ง เพราะว่าเธอและองค์รัชทายาทชอบพอกันอยู่ เธอจึงอยากอยู่ในตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาท

มหาเสนาบดีไม่มีทางเลือก จึงต้องบังคับให้เซี่ยจื่ออันลูกสาวของภรรยาเอก แต่งงานกับท่านอ๋องเหลียงแทน

แม้เซี่ยจื่ออันจะเป็นลูกสาวของภรรยาเอก แต่นางกลับไม่เคยได้รับเกียรติจากใครในสำนักมหาเสนาบดีเลย

แม่ของนางก็ยิ่งถูกมหาเสนาบดีเกลียดชังเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย

เซี่ยจื่ออันคนก่อนจะต้องไม่ยอมแต่งงานแน่ ๆ เซี่ยหว่านเอ๋อจึงมาร้องห่มร้องไห้คร่ำควญกับองค์รัชทายาทมู่หรงเฉียว

เรื่องที่เกิดขึ้นที่ลานเมื่อสักครู่ ค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาในสมอง มู่หรงเฉียวและคนของสำนักมหาเสนาบดีไม่เพียงแต่บังคับให้เธอแต่งงานกับท่านอ๋องเหลียง ทั้งยังสั่งลงโทษเธอ ถึงขั้นเธอได้ยินเสียงคำอ้อนวอนก่อนใกล้ตายของเซี่ยจื่ออันคนก่อน และเลือดของนางที่เกลื่อนไปทั่วทุก ๆ ที่

ความรู้สึกเซี่ยจื่ออันเต็มไปด้วยความโกรธ มู่หรงเฉียวมองนางด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามและเตะนางซ้ำไปอีกหนึ่งที “เจ้าบอกว่าเจ้ารักข้า? ถุ้ย! ขยะอย่างเจ้า ต่อให้ส่งมาเป็นสนมของข้า ข้าก็ไม่เอา”

เซี่ยจื่ออันที่ถูกลงโทษเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่กลับต้องถูกเตะอย่างไม่มีความยับยั้งชั่งใจใด ๆ ซ้ำ ทำให้เธอจนสำลักออกมาเป็นเลือด เธอกำหมัดแน่น นัยน์ตาโกรธแค้นยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างโชกโชน เธอพยายามที่จะยืนขึ้น แต่ตัวเธอได้รับบาดเจ็บหนักจนเกินไป ขยับแม้แต่นิดเดียว ร่างกายก็เจ็บปวดจนเหมือนว่าจะแตกละเอียด เซี่ยหว่านเอ๋อก้าวขึ้นมาอย่างนุ่มนวล ทำใบหน้ารู้สึกผิดพร้อมกล่าวต่อว่า “ท่านพี่ ข้าขอโทษ ข้าเคยรับปากกับท่านว่าจะไม่คิดเกินเลยกับองค์รัชทายาท แต่คำว่าความรู้สึก ทำให้คนเราไม่สามารถควบคุมได้เลยจริง ๆ ยิ่งข้าห้ามความรู้สึกไม่ให้คิดถึงองค์รัชทายาท ความคิดถึงนี้มันก็ยิ่งลึกซึ้ง ยิ่งฉุดไว้ไม่อยู่ อภัยให้ข้าด้วยที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของท่าน”

เซี่ยหว่านเอ๋อแสดงออกอย่างเจ็บปวดและดูน่าสงสาร แต่ว่าเซี่ยจื่ออันรู้ว่าในใจของนางจริง ๆ คิดอย่างไร

มู่หรงเฉียวโกรธหนัก “เจ้ากล้าดียังไงมาห้ามไม่ให้หว่านเอ๋อกับข้าอยู่ด้วยกัน? ผู้หญิงอย่างเจ้า มันโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”

หว่านเอ๋อเข้าไปดึงมือมู่หรงเฉียวเอาไว้ทันที แล้วสะอื้นไห้พร้อมพูดว่า “พระองค์อย่าทรงดุด่าพี่สาวของข้าเลย เป็นน้องก็ไม่ควรทะเลาะกับพี่สาวตั้งแต่แรก เป็นข้าเอง ข้าควบคุมความรู้สึกของตนเองไม่ได้…”

มู่หรงเฉียวพูด “หว่านเอ๋อเจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ก็เพราะเจ้ามีจิตใจอ่อนโยนเกินไป ถึงโดนนางกลั่นแกล้งมาโดยตลอด”

เซี่ยหว่านเอ๋อ ก้มมองเซี่ยจื่ออันที่อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สายตาฉายแววเจ้าเล่ห์และดุร้าย และใช้น้ำเสียงเชิงอ้อนวอนว่า “ท่านพี่ ข้าขอร้อง ให้ข้าได้ลงเอยกับองค์รัชทายาทเถอะ ข้าจะจดจำบุญคุณของพี่ไปตลอดชีวิต”

จื่ออันสูดลมหายใจเข้าอย่างเยือเย็น มองทั้งสองที่แสดงความรักต่อกันราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนี้อย่างเย็นชา ในใจรู้สึกรำคาญอย่างที่สุด ในยุคปัจจุบันเธอเป็นแพทย์ทหารของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เธอเป็นคนที่มีความสุขและร่างเริงอยู่เสมอ และเธอคิดว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะมาคุยกับคนประเภทที่ว่าชอบวางกลอุบายและน่าขยะแขยงเช่นนี้

ความทรงจำที่หลงเหลือในหัวบอกกับเธอ ขาขององค์ท่านอ๋องเหลียงพิการ และนิสัยของเขายังโหดร้ายอีกด้วย แม้ว่ายังไม่แต่งงาน แต่ในสำนักก็ยังเหลือนางสนมอีกสิบกว่านาง อีกทั้งยัง ได้ยินมาว่าสนมกว่าครึ่งก็พิการไปแล้ว สามารถจินตนาการได้เลยว่า พวกเธออยู่ในจวนจะใช้ชีวิตกันยังไง

ตัวเธอคนเดิมคงจะพอรู้คร่าว ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงไม่ยอมที่จะแต่งงานกับท่านอ๋องเหลียง

จื่ออันอดทนต่อความเจ็บปวดนี้ พยายามใช้แรงทั้งหมดเปล่งออกมาเป็นประโยค “เอาความสุขทั้งชีวิตของข้าไปเติมเต็มให้เจ้างั้นรึ? เจ้านี่มันไร้ยางอายสิ้นดี!”

มู่หรงเฉียวได้ยินดังนั้นก็โกรธทันที มองไปยังฮูหยินหลิงหลง ผู้เป็นแม่ของเซี่ยหว่านเอ๋อที่นั่งอยู่ตรงทางเดิน “ยังไม่ฟาดนางอีก จะรอไปถึงเมื่อไหร่กัน?”

ฮูหยินหลิงหลงได้แต่มองอยู่อย่างนั้น ในใจนางเป็นกังวลอย่างมาก หากเซี่ยจื่ออันไม่ตอบตกลง ลูกสาวของนาง หว่านเอ๋อจะต้องแต่งงานกับปีศาจอ๋องเหลียงนั่นเป็นแน่ วันนี้องค์รัชทายาทมาเพื่อกดดันนาง ตัวนางคิดว่าเซี่ยจื่ออันต้องตกลงแน่นอน แต่กลับต้องมาโดนลงโทษอย่างไม่คาดคิด และต่อให้โดนลงโทษยังไงก็คงไม่ยอมแน่ ๆ

มาถึงตอนนี้ได้ยินรับสั่งขององค์รัชทายาท นางทนความอัดอั้นคับแค้นในใจไม่ไหวอีกแต่ไป จึงพูดเสียงเข้ม “มานี่ มาให้ข้าโบย โบยแรง ๆ โบยจนกว่านางจะตอบตกลง”

ฮูหยินหลิงหลงออกคำสั่งไป ข้ารับใช้อันโหดร้ายสองคนจับจึงจีบจื่ออันกดเอาไว้ เสียงของไม้กระบองดังกระทบบนหลังของเซี่ยจื่ออัน ฟาดจนเนื้อเธอถลอกปอกเปิดเลือดซึมออกมาตามเนื้อตัว

แปดปีกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ฝึกฝนจนความแน่วแน่ของเธอแข็งแกร่งราวกับเหล็ก เธอกัดกราม และทนต่อความอัปยศและการถูกตีอย่างแรงที่ไม่ได้เป็นของเธอแต่แรก เลือดสด ๆ ทะลักออกมาจากปาก ไม้กระบองที่ฟาดอยู่บนหลังราวกับว่าจะทุบกระดูกของเธอทั้งหมดให้แตกหักเสียทั้งหมด

ฮูหยินหลิงหลง และมู่หรงเฉียวไม่คิดว่าเซี่ยจื่ออันจะปากแข็งขนาดนี้ หลิงหลงโมโหจนถึงขีดสุด และไม่สามารรักษากิริยาที่น่าเกรงขามของตนเองได้อีกต่อไป ก้าวลงมาด้วยความรวดเร็ว กระชากผมข้างหน้าของจื่ออัน ใช้แรงลากมันขึ้นมา พูดด้วยน้ำเสียงดุร้าย “ถ้าเจ้ายังไม่ยอมตอบตกลง ก็เท่ากับว่าเจ้ารนหาที่ตายให้ตัวเอง”

จื่ออันถุยเลือดออกมา เลือดสดพ่นลงไปบนหน้าของฮูหยินหลิงหลง ฮูหยินหลิงหลงโกรธมาก กระชากผมของเธอแล้วกดเอาไว้กับพื้น ใช้เท้าเหยียบไปบนท้ายถอย “ใครใช้ให้เจ้าปากแข็ง ใครให้เจ้าปากแข็ง!”

มู่หรงเฉียวกล่าวอย่างเย็นชา “ยังพูดไร้สาระอะไรกับนางอีก? หากนางไม่ตอบ ก็ทำตามแผนก่อนหน้านี้ของมหาเสนาบดี ไล่แม่ของนางออกไป แล้วมาดูกันว่าการที่หยวนซื่อถูกไล่ออกด้วยข้อหาที่อัปยศแบบนั้น แล้วยังจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้หรือไม่”

จื่ออันในใจโกรธมาก ในความเคืองโกรธนี้ ปนด้วยร่องรอยของความปวดใจ นี่ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึกของเธอ นี่คืออารมณ์ความรู้สึกของเจ้าของร่างคนเก่าเหลือไว้ในหัวและจิตใจ จินตนาการได้ว่า ก่อนเจ้าของร่างคนเก่าจะตาย สิ่งเดียวที่ยังกังวลอยู่คือ แม่ของเธอหยวนซื่อ

ในระหว่างที่กำลังมึนงง จื่ออันก็ได้ยินเสียงอันน่าเกรงขามดังขึ้นช้า ๆ “พรุ่งนี้ก็จะเป็นงานแต่งแล้ว ฟาดอีกสักหน่อยให้สลบไป แล้วค่อยแบกขึ้นเสลี่ยงไป ท่านอ๋องเหลียงต้องการเพียงแค่ลูกสาวของเสนาบดีไปเป็นพระชายา ส่วนวันพรุ่งนางจะพิการหรือเสียโฉม ท่านอ๋องเหลียงก็ไม่สนใจหรอก”

จื่ออันจำเสียงนี้ได้แม่น ประสบการณ์จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเธอบอกว่า เสียงนี้คงจะเป็นพ่อของเจ้าของร่าง มหาเสนาบดีเซี่ย

แม้แต่เสือมันยังไม่กินลูกตัวเอง มหาเสนาบดีเซี่ย ยังเลวกว่าหมูกว่าหมาเสียอีก

ไม้กระบองฟาดลงไปที่หลังของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความรุนแรง สุดท้ายเธอก็สลบไป...
Comments (3)
goodnovel comment avatar
ชาเขียว ไข่มุกก
น่าใจเรื่อวราวมากค่ะ
goodnovel comment avatar
จร๊ เอ๊ จร๊ เอ๋
สนุกสนานดี
goodnovel comment avatar
อนุชิต บุษภาพ
ดดด่่่่่่ยดเำำ้
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 2

    ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ที่มีเสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นข้างหูเธอลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ตรงหน้าปรากฏเป็นใบหน้ากลมที่ฟกช้ำ เธอรู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร “เสี่ยวซุน?” ทาสรับใช้ของเจ้าของร่างเดิม เสี่ยวซุน“คุณหนู ข้าปกป้องคุณหนูไม่ได้ อภัยให้ข้าด้วย!” เสี่ยวซุนร้องไห้คร่ำครวญจื่่ออันทนกับความเจ็บปวดที่ระบมอยู่ทั่วทั้งร่างกาย ค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ และเดินไปยังเก้าอี้ที่ฮูหยินหลิงหลงนั่งเมื่อสักครู่อย่างยากลำบาก หลังและขาทั้งสองข้างของเธอบาดเจ็บหนักสาหัส การที่มานั่งบนเก้าอย่างนี้ ราวกับว่านั่งอยู่บนผ้าที่ทอด้วยขนสัตว์มีเนื้อหนาที่มีเข็ม มีแต่ความเจ็บที่บาดลึกให้เธอยังคงมีสติอยู่น้ำเสียงที่โศกเศร้าดังขึ้นในหัว “ถึงข้าจะเป็นผี ก็ไม่ยอมปล่อยพวกมันไปหรอก”เธอรู้ว่าเสียงนั่นเป็นเสียงของเจ้าของร่างสองมือกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นของโลหะที่นิ้วกลาง เธอก็ตกใจก้มหน้าลงทันที แหวนแห่งจิตวิญญาณ? แหวนแห่งจิตวิญญาณก็ตามมาด้วยงั้นหรอ? แหวนแห่งจิตวิญญาณนั้น ในตอนที่เธอทำงานอยู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาออกมาเป็นอาวุธชนิดหนึ่ง ข้างในมีไมโครชิพอยู่ สามารถดูดซึมพลังงานจากแสงอาทิตย์และไ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 3

    ก่อนที่หยวนซื่อจะแต่งงานกับมหาเสนาบดีเซี่ย นางเป็นหญิงสาวที่มีชื่อเสียง และมีความรู้จากการอ่านหนังสือมามากมาย แม้ไม่ถึงกับมีความรู้มากมายจนล้นฟ้า แต่นางก็เป็นหญิงสาวที่มีจิตใจงดงาม นางมองไปยังใบหน้าของจื่ออัน ในใจทุกข์ทรมานมาก นางรู้ว่าลูกสาวของตนเองได้ตายไปแล้วแค้นครั้งนี้ที่ฆ่าลูกสาวนาง จะไม่ชำระได้อย่างไร?วันที่สิบแปดเดือนห้า เซี่ยจื่ออันลูกสาวของมหาเสนาบดีเซี่ยได้แต่งงานกับท่านอ๋องเหลียง มู่หรงซิน งานแต่งใหญ่โตโอ่อ่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนฟ้ายังไม่สว่าง จื่ออันก็ถูกปลุกขึ้นมาจากเตียง แต่งหน้าแต่งตัวทรงเครื่องพระราชทานสวยสดงดงามอย่างสง่าฺฮูหยินหลิงหลง และเซี่ยหว่านเอ๋อถึงกับเข้ามาดูด้วยตนเอง ตอนทีฺ่ฮูหยินหลิงหลงกำลังส่งจื่ออันออกนอกประตูไป ก็พูดเสียงต่ำว่า “ทางที่ดีที่สุดวันนี้เจ้าก็ทำตัวดี ๆ ขึ้นเกี้ยวไป มิเช่นนั้น เจ้าได้เจอดีแน่”เซี่ยหว่านเอ๋อก็ก้าวขึ้นมา พร้อมพูดเยาะเย้ย “แม้เจ้าจะเป็นลูกสาวคนโตแล้วยังไงล่ะ? ยังไงก็ต้องแต่งกับคนพิการไม่ต่างกัน? ได้ยินมาว่าท่านอ๋องเหลียงทั้งโหดร้ายและไร้ความปราณี ชอบทุบตีนางสนมเป็นพิเศษ ตำแหน่งชายาของเจ้านี้ ไม่รู้ว่าจะอยู่พ้นหนึ่งป

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 4

    มหาเสนาบดีเซี่ยเห็นว่าท่านอ๋องเหลียงเดินจากไปแล้ว จู่ ๆ ก็รู้สึกกระวนกระวายใจ จึงมองไปยังองค์รัชทายาทมู่หรงอย่างอดไม่ได้ มู่หรงเฉียวก็โกรธมาก คิดไม่ถึงว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร้ประสิทธิภาพขนาดนี้ แม้แต่ลูกสาวตนเองก็จัดการไม่ได้ มีที่ไหนยังยอมยืนเสียหน้าอยู่ตรงนี้อีก? จากนั้นก็หันหลังขึ้นม้าไปอย่างเย็นชา และควบม้าออกไปขบวนเกียรติยศรับเจ้าสาวและองค์รัชทายาท แน่นอนว่าต่างพากันกลับหมด เพียงพริบตาเดียวความคึกคักที่อยู่ทั่วตำหนักก็หลงเหลือเพียงอากาศมหาเสนาบดีเซี่ย และฮูหยินหลิงหลงก็ไม่รู้แล้วว่าจะต้องจัดการกับสถานการณ์ภายใต้สายตาของผู้คนนี้ได้อย่างไร ในความโกลาหลกลับเป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่เดินออกมากล่าวขอโทษผู้คนอย่างสำรวมสง่างาม “วันนี้สร้างความลำบากให้แก่ทุกท่านจริง ๆ เชิญพวกท่านกลับไปก่อนเถิด แล้ววันหลังข้าจะตามไปขอโทษด้วยตนเองถึงที่”เมื่อผู้คนเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าเชิญให้แขกกลับแล้ว รู้ว่าไม่มีอะไรให้ดูต่ออีก การที่เซี่ยจื่ออันปฏิเสธการขึ้นเกี้ยวแบบนี้ ก็ทำให้ท่านมหาเสนาบดีเสียหน้าไม่น้อย กลัวก็แต่จะจบไม่ดีนัก…อีกอย่างการที่เธอปฏิเสธการขึ้นเกี้ยวเรื่องนี้ฮองเฮาต้องการไต่สว

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 5

    จื่ออันยังคงนั่งคุกเข่าอย่างนั้น อากาศกลางเดือนพฤษภาคมนั้นร้อนมาก ดวงอาทิตย์แผดเผาอย่างร้อนแรงอยู่ตรงกลางหัวเธอ เลือดที่อยู่บนหน้าผากหยุดไหลแล้ว เหงื่อไหลผ่านรอยแผลที่เกิดจากการเฆี่ยนตีสร้างความปวดแสบเป็นอย่างมากคุกเข่ามาแล้วหนึ่งชั่วยาม จนเธอรู้สึกว่าไม่สามารถประคองตัวได้อีก และร่างกายของเธอก็สั่นคลอนสาวรับใช้ที่คอยมาตรวจตราดูเธอ เห็นว่าเธอคุกเข่าไม่ดี ก็เตะเธอไปทีหนึ่ง เตะจนจื่ออันมึนจนเกือบจะสลบไปความเกลียดชังเกิดขึ้นในตาของเธอ สองมือกำหมัดแน่น พลางกวาดขาข้างหนึ่งไปทางสาวรับใช้คนนั้น สาวรับใช้ไม่ทันได้ป้องกันตอนเธอกวาดเท้าออกมา จึงล้มตุบและหัวกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง จื่ออันใช้มือบีบคอของนาง พูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม “เจ้าก็แค่ทาสรับใช้คนหนึ่ง กล้ารังแกข้ารึ? อยากตายรึไง!”“คุณหนู…” สาวรับใช้มองไปในดวงตาของเธอก็ตกใจ นางเสียสติอยู่นานกว่าจะตอบกลับ “นายท่านสั่งให้ข้ามาตรวจตราคุณหนู คุณหนูจะไม่เชื่อฟังคำสั่งของนายท่านหรือเจ้าคะ?”จื่ออันหัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น แล้วมาคุกเข่าลงบนแขนของนาง จากนั้นออกแรงกดเข่าลงไป จนสาวรับใช้เจ็บจนต้องร้องออกมาเสียงดังจื่ออันแสดงออกอย่างเยือกเย็

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 6

    เธอเช็ดเลือดและเหงื่อบริเวณหน้าผาก จากนั้นก็สวมเสื้อ แล้วจึงตามนางข้าหลวงของฮองเฮาเข้าไปข้างในความงดงามของพระราชวังนั้นตรงกันข้ามกับความซอมซ่อและความจนตรอกของเธออย่างสื้นเชิง เธอพยายามย่ำเท้าเดินตามไปอย่างสงบเสงี่ยม ทีละก้าว ทีละก้าว จนรู้สึกว่าลำบากยากเย็นเสียเหลือเกินข้างหน้ามีเงาคนเคลื่อนไหวไปมา แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่เงาเคลื่อนไหวของผู้ใด กลับเป็นตัวเธอเองที่รู้สึกเหวียนหัวจนตาลาย ดังนั้นเธอจึงมองเห็นอย่างเลือนลางว่ามีคนสามคนกำลังนั่งอยู่ในตำหนัก คนตรงกลางสวมใส่ผ้าไหมปักเงินปักทองชาววังสีแดง มัดมวยผมสูง เพียงแค่ชำเลืองมอง ก็รู้สึกว่างามสง่ามากทีเดียวเธอคุกเข่าลงบนพื้น “หม่อมฉันเซี่ยจื่ออัน ขอเข้าเฝ้าฮองเฮาเพคะ”ภายในตำหนักเงียบสงัด แม้แต่เสียงหายใจก็ไม่ได้ยิน โคมไฟบนผนังส่องสว่างผ่านฝาเคลือบสีออกมาได้อย่างสวยงาม สะท้อนทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับเป็นดินแดนมหัศจรรย์ผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงนางหนึ่งที่แทบจะไร้อารมณ์และแสนจะเย็นชาดังขึ้น “เงยหน้า” เซี่ยจื่ออันใช้มือทั้งสองพยุงตัวขึ้น และเงยหน้าอย่างช้า ๆดวงตาอันแหลมคมและโหดร้ายจ้องมาที่เธอ นัยน์ตาเป็นสีฟ้าเข้ม

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 7

    ผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิกลับค่อย ๆ เบะริมฝีปากหัวเราะเยาะเซี่ยจื่ออัน แม้ว่าเจ้าจะฉลาด แต่ก็กลับอวดฉลาดด้วยเช่นกัน เจ้าคิดว่าที่เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นหมันนั้น แล้วฮองเฮาจะยอมแพ้และลงโทษมหาเสนาบดีหรอกหรือ ไม่เลยนั่นเป็นข้อห้ามของอ๋องเหลียง ดังนั้นหยุดเสียเถอะ ไม่เช่นนั้นเขาจะคิดว่าที่เจ้าบอกว่าตนเองเป็นหมันคือ การกำลังตีวัวกระทบคราดอ๋องเหลียงจ้องมายังจื่ออันอย่างดุร้าย “หากหมอหลวงตรวจพบว่าเจ้าโกหก ข้าจะแทงเจ้าด้วยมีดพันเล่มทีเดียว”ผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิส่ายหัวเล็กน้อย มองไปยังใบหน้าที่ตกใจอย่างเฉียบพลัน ดูท่าชีวิตของหญิงสาวผู้นี้คงจบสิ้นแล้วกระมังอ๋องเหลียงเริ่มมีท่าทีแปลก ๆ เขาตัวสั่นเทา เริ่มจากปากไปถึงร่ายกายที่ค่อย ๆ สั่นขึ้น ๆ สีหน้าเริ่มเปลี่ยนจากซีดเป็นเขียว ริมฝีปากเริ่มม่วงทันใดนั้น เขาก็ล้มลงกับพื้น ร่างกายแข็งทื่อ เท้าพยายามถีบไปข้างหน้า ใบหน้าชักกระตุก ร่างกายกระตุกและเกร็งมู่หรงเจี๋ยพร้อมกับฮองเฮาล้วนตกใจกับเหตการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฮองเฮารีบวิ่งพรวดเข้าไป ตะโกนด้วยความตกใจสุดขีด “หมอหลวง เร็วเข้า!”จื่ออันเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ก็รู้ทันทีว่าอาการลมช

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 8

    คำพูดของเซี่ยจื่ออันที่ว่า “ไม่ต้องการเห็นฝ่าบาทอาการกำเริบ หรือร่างกายบาดเจ็บอีก” ชวนให้รู้สึกสนใจว่า จริง ๆ วันนี้เซี่ยจื่ออันเป็นบุคคลที่น่ายกย่องทีเดียว ตอนที่อาการฝ่าบาทกำเริบ ก็ได้นางที่รีบเข้ามาช่วย ส่วนถ้อยคำที่นางแก้ตัว ก็ล้วนเป็นความจริง มีคนรายงานเหตุการณ์วันนี้ในจวนมหาเสนาบดีได้รับทราบแล้ว เซี่ยจื่ออันมิได้พูดโกหก เห็นได้ว่านางทั้งซื่อสัตย์และมีสัจจะ คำพูดเกี่ยวกับการฝังเข็มก็ไม่น่าเป็นเรื่องที่ถูกปั้นขึ้นมาเช่นกันในความเป็นจริง นางจะไม่พูดก็ได้ เหตุใดจึงหาเรื่องใส่ตัว นางเองก็พลอยมีเรื่องร้าย ๆ กับตัวมากพออยู่แล้วหมอหลวงลังเลสองจิตสองใจขึ้นมา “ฮองเฮา วิธีการฝังเข็มที่หูได้ผลพ่ะย่ะค่ะ ทว่าประสิทธิผลจะเป็นอย่างไร ยังไม่สามารถตรวจดูได้อย่างละเอียด อีกทั้งต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ เมื่อฝังเข็มที่หูหรือศีรษะ เพราะหากเลือกบริเวณฝังเข็มผิด หรือกลศาสตร์ของเข็มเอียงไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดผลที่ร้ายแรงตามมา”จื่ออันได้ยินคำกล่าวนั้น ริมฝีปากก็ขยับ เธอก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย ยังไม่กล้าเอ่ยคำพูดใด ๆฮองเฮาจ้องมาที่นางอีกครั้ง พร้อมกับไตร่ตรองประเดี๋ยวเดียว แล้วจึงเอ่ยว่า “เจ้าเข้าไ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 9

    ภายในใจของจื่ออันไม่สงบสุขและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นางทำได้เพียงคำนับและพูดว่า “เพคะ หม่อมฉันรับทราบ”ฮองเฮาเงยหน้าขึ้น ดวงตาไม่อ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่นี้ กลับกลายเป็นสีหน้าแสนดุดัน “ครั้งนี้เจ้าใช้ืท่านอ๋องเหลียงเป็นเครื่องมือ มิหนำซ้ำยังทำลายชื่อเสียงของพระองค์ ทางราชสำนักควรลงโทษเจ้าอย่างสาสม แต่พอมาคิดดูว่าที่เจ้าวางแผนทำลงไปก็เพื่อแม่ของเจ้า ข้าคิดว่าการลงโทษสถานเบานั้นก็เพียงพอ เข้ามา เตรียมสมุนไพรดอกคำฝอยหนึ่งชามให้นางดื่มเสีย”อารมณ์โกรธของจื่ออันทะยานสูงขึ้นทันที ร่างกายของเธออ่อนแรงมากแล้ว อีกทั้งชีพจรยังเต้นผิดจังหวะ การตั้งครรภ์จึงถือว่าเป็นเรื่องยากมาก เมื่อกินสมุนไพรดอกคำฝอยลงไป เธอก็ต้องล้มเลิกความหวังไปพระสนมของผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิมู่หรงเจี๋ย คือคนที่ไม่อาจตั้งครรภ์ได้เป็นหญิงอำมหิตอะไรเช่นนี้แม้จื่ออันจะไม่ใส่ใจว่าเธอจะตั้งครรภ์ได้หรือไม่ เธอเพียงต้องการมีชีวิตรอด ทว่าก็ยังโกรธฮองเฮาแมนจูผู้นี้อยู่ดีทว่า ณ ตอนนี้เธอไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ด้วยนิสัยของเธอ เธอจะฆ่าฮองเฮาโดยมิลังเลใจเป็นแน่ ทว่าตอนนี้เธอยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ มิหนำซ้ำยังต้องมา

Latest chapter

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1168

    ร่างกายของแม่ทัพเฒ่าฉินสั่นสะท้านด้วยความโกรธ “เจ้าสาปแช่งปู่รึ เจ้าเคยคำนึงถึงญาติพี่น้องหรือไม่?”เมื่อหมอหลวงมาถึง กลับไม่มีคนในตระกูลฉินคอยเฝ้าเขาอยู่ในห้อง ดังนั้นจึงมีเพียงแต่บ่าวรับใช้หลังจากตรวจสอบอาการเสร็จ หมอหลวงก็กล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง “ท่านแม่ทัพเฒ่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ท่านได้ไปที่ใดมา? แล้วท่านเคยเข้าไปในพื้นที่โรคระบาดหรือไม่?” “ไม่เคย ข้าไม่เคยไปที่นั่น” สีหน้าของแม่ทัพเฒ่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของหมอหลวง “ท่านกำลังสงสัยว่าข้าติดเชื้อโรคระบาดใช่หรือไม่?”“อาการช่างคล้ายคลึงกันยิ่งนัก” หมอกลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“เป็นไปไม่ได้!” แม่ทัพเฒ่าฉินรู้สึกตื่นตระหนกอย่างมาก “ท่านวินิจฉัยผิดหรือไม่?”“ข้าจะจัดยาให้ท่านสองชนิดก่อน หากดื่มยาเหล่านี้แล้วไม่ได้ผล เช่นนั้นไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแล้วขอรับ” หมอหลวงกล่าวแม่ทัพเฒ่าฉินกล่าวด้วยความลนลาน “ฉินโจวบังคับให้ท่านพูดเช่นนี้ใช่หรือไม่?”หมอหลวงรู้สึกประหลาดใจ “แม่ทัพเฒ่า ท่านหมายความว่าอย่างไร? เหตุใดแม่ทัพฉินถึงต้องบังคับให้ข้าพูดเช่นนี้?”หมอหลวงชะงักไปชั่วครู่หนึ่งแล้วโพล่งถาม “ท่านเคยพูดคุยกับองค์ชายเ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1167

    นางสามารถเสียสละได้ แต่จะไม่มีทางทรยศต่อประชาชนเป่ยโม่เด็ดขาดสำหรับความจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิและประเทศชาติ นางจะต้องรักประชาชนก่อน จึงจะสามารถภักดีต่อองค์จักรพรรดิได้ฉินโจวกล่าวคำเบา “ข้าเข้าไปในพระราชวังเพื่อเชิญหมอหลวงแล้ว ท่านปู่พักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะออกไปเดินเล่นรับลมสักหน่อย”ดวงตาของแม่ทัพเฒ่าฉินอัดแน่นด้วยความโกรธ แต่ก็พยายามอย่างหนักเพื่อระงับมันฉินโจวเดินออกจากห้อง และเห็นว่าฉินเป้าน้องชายของตนนั่งอยู่ที่สวน เมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็ถามว่า “ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้าง?”ฉินโจวจำคำพูดของท่านปู่ได้อย่างแม่นยำ จึงเมินเฉยต่อเขาและตอบอย่างใจเย็น “เข้าไปดูด้วยตนเองสิ”ฉินเป้าคลี่ยิ้ม แต่มันกลับดูอ้างว้างอย่างยิ่ง “ข้าได้ยินสิ่งที่ท่านปู่พูดกับท่านแล้ว ข้าไม่อยากเข้าไป”ฉินโจวตกตะลึง “เพราะเหตุใด เขาทุ่มเทความพยายามทั้งหมดไปกับหารวางแผนเพื่อเจ้า เจ้าควรขอบคุณท่านปู่สิ”ฉินเป้าหัวเราะเยาะ “จริงรึ? หากเขาทอดทิ้งท่านเพื่อตระกูลได้ ในอนาคตเขาจะไม่ทอดทิ้งข้าหรือ? ข้าไม่ต้องการชื่อเสียงหรือความดีงามใด ๆ พวกมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการเลย”ฉินโจวดูถูกน้องชายมาโดยตลอด เพราะเขาไม่ได

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1166

    ทั้งสองคนเดินออกไปและหยุดอยู่บนทางเดิน หมอมองฉินโจวพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ท่านแม่ทัพ ข้ากำลังสงสัยว่าท่านแม่ทัพเฒ่าจะป่วยด้วยโรคระบาดขอรับ”ฉินโจวตกตะลึง “โรคระบาด? เป็นไปได้อย่างไร? ปู่ของข้าไม่เคยออกไปข้างนอก และไม่เคยติดต่อกับผู้ป่วยโรคนี้เลย แล้วเขาจะติดเชื้อโรคระบาดได้อย่างไร?”“ข้าเคยรักษาผู้ป่วยโรคระบาดมาก่อน ซึ่งอาการคล้ายคลึงกันอย่างมาก ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอ ตาแดง หายใจเร็วขึ้น เมื่อเกิดอาการเหล่านี้พร้อมกันจะอันตรายอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นโรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดขอรับ” หมอกล่าว“เป็นไปไม่ได้ หากจะติดเชื้อโรคระบาดก็ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่แล้ว แต่ท่านปู่ของข้าไม่เคยใกล้ชิดคนเหล่านั้นเลย แล้วเขาจะติดเชื้อได้อย่างไร?” ฉินโจวยังคงไม่เชื่อหมอประสานหมัด “ทั้งหมดนี้คือคำวินิจฉัยของข้า หากท่านแม่ทัพไม่เชื่อ ก็สามารถขอให้หมอคนอื่นมาตรวจดูได้ หรือท่านจะพาเขาไปที่พระราชวัง และขอให้หมอหลวงช่วยตรวจอาการ ข้าไร้ความสามารถ จึงอาจวินิจฉัยผิดพลาดได้ ลาก่อนขอรับ ๆ!”สิ้นคำ หมอก็หยิบกล่องยาแล้วออกไปโดยไม่เขียนใบสั่งยาด้วยซ้ำฉินโจวสับสนไม่น้อย ท่านปู่ติดเชื้อโร

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1165

    หัวใจของฉินโจวเย็นเยียบราวกับน้ำ “ใช่ ตราบใดที่ข้าตายในสนามรบ ตระกูลฉินก็ยังจะเป็นผู้กล้า และเป็นขุนนางผู้มีเกียรติ”แม่ทัพเฒ่าฉินเงียบไปครู่ใหญ่ จากนั้นกล่าวคำเบา “ในฐานะหลานสาวตระกูลฉิน มันเป็นหน้าที่ของเจ้าที่ต้องเสียสละเพื่อชื่อเสียง และรากฐานของตระกูล”ฉินโจวกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ “หลายปีที่ผ่านมานี้ ข้ายังทำไม่พออีกหรือ? ตอนนี้มีใครในตระกูลฉินบ้างที่ไม่เกาะกินเลือดนี้ของข้า?”แม่ทัพเฒ่าฉินลุกยืนขึ้นพลางกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว คราวนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าจะต้องเข้าไปในพระราชวัง ข้าให้คำมั่นกับฮองเฮาเฉาแล้ว ว่าวันนี้เจ้าจะไปที่นั่นเพื่อทูลขอรับคำสั่ง หากเจ้าไม่ไป ข้าก็จะรับคำสั่งและออกรบด้วยตนเอง”“ท่าน...” ฉินโจวมองเขาด้วยสายตาโศกเศร้า “ท่านปู่ ข้าก็เป็นหลานสาวของท่านเหมือนกัน ท่านไม่สงสารข้าบ้างหรือ?”“ปู่สงสารเจ้าสิ แต่ภารกิจหน้าที่ของตระกูลฉินจะต้องถูกส่งต่อ ตอนนี้น้องชายของเจ้าโตพอแล้ว เจ้าจะต้องพาเขาไปสร้างความสำเร็จทางการทหารด้วย และเจ้าจะได้รับส่วนแบ่งของน้องเจ้า เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลฉินก็จะได้ผู้สืบทอดคนใหม่”ฉินโจวผงะไปชั่วครู่ ก่อนระเบิดหัวเราะ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1164

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินโจว แม่ทัพเฒ่าฉินก็โมโหมากจนเคราสั่นสะท้าน “อาโจว อะไรจะสำคัญไปกว่าการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่? องค์จักรพรรดิเพียงต้องการขยายอาณาเขตของแคว้น เจ้าควรรู้เอาไว้ว่าเมื่อเรายึดครองต้าโจวสำเร็จ เป่ยโม่จะมีพื้นที่เพิ่มมากกว่าครึ่งหนึ่ง และมันจะเป็นความดีความชอบของตระกูลฉิน ทำให้ตระกูลของเราถูกจดจำไปหลายชั่วอายุคน! นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอดรึ? เจ้าไม่ต้องการบอกคนทั้งโลก ว่าแม้ฉินโจวจะเป็นสตรี แต่นางก็สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างผ่าเผยหรือ?”ฉินโจวมองดูใบหน้าที่ฉายแววตื่นเต้นปนโกรธเกรี้ยวของปู่ ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติถูกต้อง มันคือความต้องการของนาง แต่ความสำเร็จของนางจะต้องไม่แลกกับการเหยียบย่ำกระดูกของประชาชนชาวเป่ยโม่นางรักเป่ยโม่และหวังที่จะขยายอาณาเขตของแคว้น นอกจากนี้นางยังต้องการเสาะหาดินแดนอุดมสมบูรณ์เพื่อประชาชน เพราะหวังว่าพวกเขาจะสามารถอยู่อาศัยและทำกินอย่างสงบสุข และพึงพอใจโดยไม่ต้องทนทุกข์จากการพลัดถิ่นอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้หากต้องการบรรลุอำนาจ นางจำต้องสละชีวิตประชาชนจำนวนมาก และนำเงินภาษีของทุกคนมาใช้ในการทำสงคราม ทำให้โรคร

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1163

    มือสังหารเหล่านั้นแต่งกายคล้ายกับชาวต้าโจวและสวมหน้ากากผ้าสีดำ กลุ่มคนนิรนามราวเจ็ดถึงแปดคนกระโดดลงมาจากท้องฟ้ากลางวันแสก ๆ ทันทีที่เท้าของคนเหล่านั้นแตะพื้น พวกมันก็เริ่มโจมตีอย่างดุดันฉินโจวเห็นมือสังหารคนหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับกระบี่ยาว จากนั้นร่ายรำอยู่หลายกระบวนท่าราวกับนางฟ้าโปรยดอกไม้ ขณะแสงแดดตกกระทบกระบี่ส่องกระจายไปทั่วเหล่าทหารที่เพิ่งมาถึงกระโจนเข้าไปร่วมวงต่อสู้อย่างรวดเร็วหลังจากประดาบกันไปกว่าร้อยครั้ง มือสังหารก็ถูกบีบบังคับให้ล่าถอย ฉินโจวจ่อกระบี่ไปที่คอของหนึ่งในมือสังหาร พลางถามเสียงเข้ม “ตอบข้า ใครเป็นคนส่งเจ้ามา?”มือสังหารตอบอย่างเย็นชา “ฆ่าไอ้หมารับใช้เป่ยโม่ให้หมด!”“หมารับใช้เป่ยโม่? เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าไม่ได้เป็นคนเป่ยโม่ พวกเจ้ามาจากต้าโจวใช่หรือไม่?” ฉินโจวโมโหอย่างมาก ขณะชี้ดาบไปยังหน้าอกของอีกฝ่าย “ไอ้เลวมู่หรงเจี๋ยส่งพวกเจ้ามาใช่หรือไม่?”“หญิงเลวอย่าเจ้ากล้าเอ่ยชื่อของท่านอ๋อง ทำให้พระองค์มัวหมองได้อย่างไร?” มือสังหารตะโกนฉินโจวชักดาบกลับพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา “กลับไปซะ!”มือสังหารตกตะลึง ราวกับไม่คาดคิดว่าฉินโจวจะปล่อยตัวเขาไป”เ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1162

    ฉินโจวกล่าวด้วยความโมโห “ข้าหลอกลวงเจ้าเมื่อไร?”“ไม่งั้นรึ? เจ้าและอ๋องฉีเอ่ยปากว่า หากจื่ออันตกลงเดินทางมาที่เป่ยโม่ พวกเจ้าจะส่งองค์ชายรัชทายาทไปที่ต้าโจวเป็นองค์ประกัน แล้วพวกเจ้าทำตามที่พูดแล้วหรือไม่?”“องค์ชายรัชทายาทเดินทางไปยังต้าโจวแล้ว!”“ผู้ที่เดินทางไปยังต้าโจวคือองค์ชายเจ็ด ไม่ใช่องค์ชายรัชทายาท องค์ชายเจ็ดไม่ได้เป็นที่โปรดปราน ดังนั้นจักรพรรดิเป่ยโม่จะส่งเขาไปสังเวยเมื่อใดก็ได้”“เป็นไปไม่ได้!” ฉินโจวประหลาดใจอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าผู้ที่เดินทางไปคือองค์ชายรัชทายาท เพราะองค์จักรพรรดิทรงตรัสด้วยตนเองว่าจะส่งเขาไปที่ต้าโจว“เจ้าอย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้เลย ก่อนหน้านี้ทั้งสองแคว้นตกลงทำสนธิสัญญาสงบศึก หลังจากการแพร่ระบาดสิ้นสุดลง แต่เจ้ากลับวางแผนโจมตีพวกเราในขณะที่ข้ายังอยู่ที่เป่ยโม่ เจ้าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร?” มู่หรงเจี๋ยกล่าวอย่างเคร่งเครียดฉินโจวตอบ “ผิดแล้ว เป็นเพราะต้าโจวที่เคลื่อนทัพโจมตีทหารฝั่งขวาของเราก่อน และสังหารทหารของเราไปกว่าร้อยคน ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเคลื่อนทัพเข้าไปใกล้ เพื่อบีบบังคับให้พวกเจ้าถอยกลับ”“ไร้สาระ กองทัพของเราหยุดเคลื่อนท

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1161

    อย่างไรก็ตาม การจัดหาเสบียงอาหารสำหรับพื้นที่ภัยพิบัติยังไม่เพียงพอ และยังขาดแคลนเสื้อผ้าอาภรณ์ นอกจากนี้หลังจากที่พระชายาผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มาถึงเป่ยโม่ ก็ยังไม่ได้รับใบสั่งยาแม้แต่ฉบับเดียว ดังนั้นความอดทนของประชาชนจึงค่อย ๆ หมดลง แต่ความโกรธและความขุ่นเคืองกลับยิ่งมากขึ้นทันทีที่ข่าวลือแพร่สะพัด ก็เป็นเสมือนเป็นการขว้างเปลวไฟใส่ ‘ระเบิด’ หนึ่งหมื่นตุน ทำให้มันระเบิดออกอย่างรวดเร็วผู้ประสบภัยนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้าสู่เมืองหลวงอย่างรวดเร็วหลังจากที่ฉินโจวลงจากภูเขา นางก็พบว่าองค์จักรพรรดิทำอะไรกับทหารม้า และทหารเจ็ดหมื่นนายที่ประจำการที่เมืองหลวง ซึ่งเขาออกคำสั่งให้ทหารเหล่านั้นขับไล่เหล่าผู้ประสบภัยออกไปนางเห็นด้วยตาตนเองว่าทหารใต้บังคับบัญชาของนางสร้างกำแพงมนุษย์อันแน่นหนา เมื่อผู้ประสภัยเดินทางเข้ามา พวกเขาก็จะโบกหอกเพื่อขับไล่คนเหล่านั้นออกไปผู้ประสบภัยมากกว่าสิบรายได้รับบาดเจ็บจากหอกทหารเหล่านั้นอยู่ใต้บังคับบัญชาของนาง แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้ฆ่าผู้ใด แต่เมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะต้องมีการฆ่าแกงกันอย่างแน่นอนฉินโจวโกรธจัดจึงขี่ม้าเข้าไปขวางเอาไว้ “หยุด หยุดเ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1160

    ฉินโจวกวาดสายตามองพลางเยาะเย้ยจื่ออันไม่สนใจนาง และพาหลินตานไปยังเขตตะวันตกภายในสองวันนี้มีผู้เสียชีวิตถึงสามคน ซึ่งทั้งหมดถูกหามออกไปหลังจากที่หลินตามเดินเข้ามาเขาหลั่งน้ำตาหลั่งน้ำตาขณะมองดูการเผาศพจื่ออันไม่คิดว่าเขาจะมีความอ่อนไหวมากเพียงนี้ “ท่านหมอหลิน ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”หลินตานปาดน้ำตา “ข้าขอโทษ ข้าเพียง... คิดถึงครอบครัวขอรับ”“ครอบครัวของท่าน? แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใดหรือ?” จื่ออันถาม“ตายหมดแล้วขอรับ ภรรยาและลูกสะใภ้ของข้าตายเพราะเหตุแผ่นดินไหวทั้งคู่ ส่วนลูกชายและหลานชายติดเชื้อโรคระบาดก่อนตายไปเช่นกัน ข้าจึงเป็นคนเดียวที่เหลือรอด” หลินตานสูดหายใจเข้าลึก ใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผมสีขาวฉายแววความเศร้าโศกและหดหู่จื่ออันไม่คาดคิดว่าเขาจะมาจากพื้นที่โรคระบาดเช่นกัน เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อย จื่ออันก็ไม่รู้จะปลอบใจเขาเช่นไร จึงได้แต่นิ่งเงียบและอยู่เคียงข้างไม่นานหลินตานก็ถามว่า “ท่านหมอเซี่ย โรคระบาดนี้สามารถรักษาหายได้จริงหรือขอรับ?”ตอนนั้นเองจื่ออันก็นึกได้ว่าเขาเป็นหมอเท้าเปล่า และหลังจากเดินทางพเนจรไปที่ต่าง ๆ เขาอาจรู้จักจินเย่าฉือก็เป็นได้ ดังนั้นจึงรีบถามว

DMCA.com Protection Status