เมื่อเซียวหลินเทียนพูดจบท่านจินต้าก็ตกใจตัวแข็งทื่อการขายแร่เหล็ก อาหารและเครื่องยาสมุนไพรให้กับฉีตะวันออกถือเป็นความผิดกบฏที่ต้องประหารเก้าชั่วโคตร!พวกหยางต้าหู่ช่างขวัญกล้านัก!“ท่าน… ท่านอ๋อง… หากการคาดเดาของท่านเป็นจริง… เช่นนั้นไม่มีทางที่ข้าหลวงเว่ยโจวจะไม่รู้เรื่องนี้พ่ะย่ะค่ะ!”ท่านจินต้าตกใจจนพูดตะกุกตะกัก หากการคาดเดาของเซียวหลินเทียนเป็นจริง เช่นนั้นพวกเขาก็เข้าถ้ำหมาป่าเสียแล้วคนเหล่านี้กล้าทำเรื่องที่ผิดร้ายแรงเช่นนี้ หากถูกเปิดโปงขึ้นมาก็จะเป็นเช่นสุนัขจนตรอกเซียวหลินเทียนค้นพบความร้ายแรงของสถานการณ์อีกด้วย แม้ว่าเขาจะแค่คาดเดา เรื่องจริงก็อาจมิเป็นเช่นนั้น!แต่หากเขาคาดเดาถูกเล่า?เซียวหลินเทียนเอ่ยเบา ๆ “ตรวจสอบอย่างเงียบ ๆ ไปก่อน อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ห้ามข้อมูลรั่วไหลออกไปเด็ดขาด! ตรวจสอบให้ชัดเจนแล้วเรามาวางแผนระยะยาวกันอีกที!”ท่านจินต้าพยักหน้า จากนั้นก็เช็ดเหงื่อแล้วเดินตามเซียวหลินเทียนกลับเซียวหลินเทียนเดินไปหออักษรด้วยความเคยชิน หลิงอวี๋เป็นคนฉลาดมีไหวพริบ ไปหานางอาจจะหาวิธีแก้ปัญหาได้เขาเพิ่งจะเข้าไปในหออักษร ก็เห็นฉินซานกับหลิงอวี๋กำลังยืนคุยอะไ
เซียวหลินเทียนเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง และครุ่นคิดอย่างรวดเร็วหากข้าหลวงเว่ยโจวเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย เช่นนั้นแม่ทัพเซี่ยที่ประจำการอยู่ที่เว่ยโจวจะเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่?เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องที่ข้าหลวงเว่ยโจวทำเลยจริง ๆ หรือ?นอกจากนี้ยังมีนายทหารที่รับคำสั่งจากแม่ทัพเซี่ยอีกสองคนด้วย...“ท่านจินต้า ให้สายลับสืบต่อไปว่าคนในรถม้าทั้งสองคันคือผู้ใด? และหยางต้าหู่ติดต่อกับพวกเขาแบบใด?”“ยอมจำนนต่อศัตรู ทรยศต่อแคว้น หรือแค่เพราะทำการค้า!”เซียวหลินเทียนครุ่นคิดพลางกำชับ“พ่ะย่ะค่ะ!” ท่านจินต้ารีบจดจำไว้“ส่งคนไปตรวจสอบแม่ทัพเซี่ยที่ประจำการอยู่กับพวกนายทหารลูกน้องเขาด้วย ดูว่ามีกี่คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!”“จริงสิ ข้าจำได้ว่ากองทหารของแม่ทัพเซี่ยมีคนสามพันคนใช่หรือไม่?”เซียวหลินเทียนเอ่ยถาม“พ่ะย่ะค่ะ! และยังมีกองทัพชายแดนนับหมื่นที่ประจำการอยู่ที่ชายแดน… แม่ทัพเซี่ยสามารถขอความช่วยเหลือจากกองทัพชายแดนได้ในกรณีฉุกเฉินพ่ะย่ะค่ะ!”ท่านจินต้าติดตามเซียวหลินเทียนมาหลายปีแล้ว แค่ฟังเขาก็สามารถเดาความคิดของเซียวหลินเทียนได้แล้ว นี่คือการปรับใช้กลยุทธ์อยู่“ท่านอ๋อง
เซียวหลินเทียนมองฉินซานอย่างชื่นชม พลางเอ่ยเสียงทุ้ม “แม่ทัพฉินพูดถูก! หากข้าหลวงเว่ยโจวกับแม่ทัพเซี่ยที่กองรักษาการณ์เป็นพวกเดียวกัน! คนที่พวกเราพามาก็คือไส้ศึกของพวกเขา!”“ดังนั้นข้าจึงเรียกพวกเจ้ามาเพื่อจะวางแผน!”“ท่านอ๋องบอกมาได้เลย...ท่านต้องการให้กระหม่อมทำสิ่งใด จะบุกน้ำลุยไฟกระหม่อมก็จะทำให้สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ!” ฉินซานเอ่ยเสียงขรึมหลี่ว์จงเจ๋อเห็นใบหน้าที่จริงจังของคนสองคน ก็ตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ ตอนนี้พวกเขาลงเรือลำเดียวกันแล้วพ่อของตนคือหลี่ว์เซียง พวกเขาจะปล่อยตนไปได้หรือ?“ท่านอ๋อง กระหม่อมก็เช่นเดียวกัน จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำงานที่ท่านอ๋องมอบหมายให้สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ!” หลี่ว์จงเจ๋อแสดงจุดยืนอย่างรวดเร็ว“มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของพวกเรา เราจะเอาชนะความยากลำบากนี้ได้ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเท่านั้น ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจแบ่งกองกำลังของเราออกเป็นสามกลุ่ม…”เซียวหลินเทียนมองไปทางฉินซาน “แม่ทัพฉิน ข้ารู้ว่าเจ้าเคยอยู่ที่ชายแดนและรู้ภาษาถิ่นอยู่บ้าง ข้าอยากให้เจ้าพาคนหลายสิบคนแอบเข้าไปในเมืองเว่ยโจวก่อน!”“ภารกิจของเจ้าคือตรวจสอบรายละเอียดหยางช่างจื้อ
ณ เวลานี้เผยอวี้กับหลิงหว่านกำลังเดินไปในภูเขาลึกพร้อมกับทหารสองสามคน หลังจากเดินมาเป็นเวลานาน พวกเขาก็กลับมาที่จุดเดิมอีกครั้งเผยอวี้สีหน้ามืดมนลง เขาฟันต้นไม้ที่มีเครื่องหมายดาบอย่างเหนื่อยหน่าย“นี่ถูกผีบังตาหรือไม่? เหตุใดเดินมาหลายรอบแล้วก็ยังกลับมาที่เดิมเล่า!”หลิงหว่านกลอกตาใส่เขา หลังจากเดินมานานนางก็ทนไม่ไหวแล้ว จึงนั่งลงบนพื้นพลางเอ่ย“ข้ามิไปแล้ว พวกท่านก็อย่าไปเลย! รอจนรุ่งสางค่อยหาทางเถิด! มิฉะนั้นเราทุกคนคงจะเหนื่อยตายกันในภูเขานี้”ผู้ใต้บังคับบัญชาของเผยอวี้ทรุดตัวลงบนพื้นทีละคน เห็นด้วยกับคำพูดของหลิงหว่าน “แม่ทัพเผย พักอยู่ที่นี่กันสักคืนเถิดขอรับ! เราเดินไม่ไหวแล้วจริง ๆ!”ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนบ่นกับเผยอวี้ หากเผยอวี้ไม่ยืนกรานที่จะรวบรวมเครื่องยาสมุนไพรให้เพียงพอ พวกเขาคงมิต้องเข้ามาในภูเขาลึกเช่นนี้ แล้วก็คงมิหลงทางอยู่ในภูเขาด้วยก่อนหน้าหมอเฒ่าเคยเตือนไว้แล้วว่า ในภูเขาลึกมันจะหลงทางได้ง่าย แต่เผยอวี้กลับพูดอย่างหนักแน่นว่าตนจะทำเครื่องหมายไว้ มิหลงทางแน่นอนไหนเลยจะคิดว่า แม้ว่าจะทำเครื่องหมายไว้แล้วแต่พวกเขาก็มิสามารถหาทางกลับได้อยู่ดี“พวกเจ้าพั
ไม่รู้ว่าหมดสติไปนานแค่ไหน แต่หลิงหว่านรู้สึกว่ามีคนบีบตนนางจึงสะดุ้งฟื้นขึ้นมาตรงหน้านางยังคงมืดมน หลิงหว่านเอื้อมมือออกไปสัมผัสมือข้างหนึ่ง แล้วนางก็กรีดร้องด้วยความตกใจ“กรี๊ด… ใครกัน?”“คุณหนูใหญ่… ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว!”เผยอวี้เรียกอย่างอ่อนแรง “เจ้าอย่าขยับ… เราตกหลุมกับดัก! ข้าได้รับบาดเจ็บ!”“ท่านได้รับบาดเจ็บตรงที่ใด?”หลิงหว่านตกใจกับคำพูดของเผยอวี้ แต่รู้สึกได้ว่าเผยอวี้อยู่ข้างใต้นาง นางก็มิกล้าขยับตัวเพราะกลัวว่าจะทำให้เผยอวี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากขึ้นอีก“ยื่นมือไปในอ้อมแขนของข้า ในนั้นมีตะบันไฟอยู่ หยิบออกมาจุดไฟแล้วดูบริเวณโดยรอบก่อน!”หลิงหว่านคลำหาและลากมือไปตามอาภรณ์ของเผยอวี้เผยอวี้อธิบายไม่ถูกว่าเป็นเยี่ยงไร เขารู้สึกว่าสตรีผู้นี้สัมผัสไปทั่ว ชายวัยหนุ่มพลุ่งพล่านเช่นเขาจะทนรับสัมผัสของมือนุ่ม ๆ ได้เยี่ยงไรกัน!“เร็วเข้าสิ เหตุใดจึงชักช้าร่ำไรนักเล่า?”เขาแสร้งทำเป็นดุไป “ไฉนคนที่บาดเจ็บจึงมิใช่เจ้ากัน! ข้าเลือดออกจนจะตายอยู่แล้ว!”หลิงหว่านตกใจกลัวแล้วปัดป่ายมือไปมั่ว ๆ ในที่สุดนางก็หาตะบันไฟเจอจึงเอาออกมาจุดไฟ จากนั้นจึงได้เห็นชัดว่าพวกเขาตกลงมาในก
หลิงหว่านเข้าใจเจตนาของเผยอวี้ แต่นางก็ยังทนมิได้ “ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าทิ้งท่านไว้มิได้หรอก!”“หากเจ้าอยู่ที่นี่ เราสองคนจะตายกันอยู่ที่นี่ทั้งคู่! ขึ้นไปเร็วเข้า จะมัวชักช้าอยู่ไย!”เผยอวี้คว้ามือของหลิงหว่านแล้วดึงนางเข้ามาหาตนเองหลิงหว่านมองไปที่ปากกับดัก แล้วทำได้เพียงยืนบนไหล่ของเผยอวี้“เตรียมตัวให้พร้อมนะ ข้าจะลุกขึ้นส่งเจ้าขึ้นไป เจ้าก็รีบจับปากกับดักแล้วปีนขึ้นไปเสีย!”เผยอวี้รอให้หลิงหว่านยืนอย่างมั่นคงก่อน จากนั้นก็ยืนขึ้นอย่างช้า ๆ แบกนางให้ยืนขึ้น“อีกนิด…”หลิงหว่านมองเห็นแสงจันทร์ด้านนอกปากกับดักแล้ว แต่มันก็ยังห่างเกือบช่วงแขน“เตรียมพร้อม...ขึ้นไป…”เผยอวี้ออกแรงทั้งหมดกระโดดขึ้นไป หลิงหว่านก็พ้นจากปากกับดักไปได้ครึ่งตัวแล้ว“ข้าออกมาได้แล้ว…”หลิงหว่านรู้สึกว่าด้านล่างเท้าของนางว่างเปล่า นางรีบดันร่างกับข้างหลุมแล้วปีนออกจากกับดักด้วยความยากลำบาก“แม่ทัพเผย… ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”หลิงหว่านหันกลับไปมองเผยอวี้ แล้วก็เห็นว่าเผยอวี้ล้มลงไปกับพื้น“แม่ทัพเผย… ท่านเป็นอะไรหรือไม่? แม่ทัพเผย?”หลิงหว่านเรียกอยู่หลายครั้ง แต่เผยอวี้ก็ไม่ตอบหลิงหว่านกัง
เซียวหลินเทียนพาพวกจ้าวซวนเดินหน้าต่อไป พวกเขาต้องระวังหลีกเลี่ยงกับดักที่อยู่ใต้เท้าด้วย ความเร็วในการเดินทางจึงช้าลงเล็กน้อยหลังจากเดินไปได้ประมาณครึ่งชั่วยาม ก็เห็นแสงริบหรี่อยู่ฝั่งตรงข้าม“พวกเจ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อน ข้ากับจ้าวซวนจะไปดูหน่อย!”เซียวหลินเทียนรู้ว่าเข้าใกล้ภูเขาด้านหลังของเจ่าจวงแล้ว จึงให้พวกองครักษ์พักอยู่ที่เดิมก่อน ส่วนตนกับจ้าวซวนก็ไปตรงสถานที่มีไฟริบหรี่อย่างเงียบ ๆหลังจากเดินไปอีกประมาณเวลาหนึ่งก้านธูป ทั้งสองก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากทางแสงไฟนั้นจากนั้นเสียงก่นด่าของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา “โชคไม่ดีเลย คนทำงานให้น้อยลงทุกที ไม่ให้เงินพวกข้าเพิ่มเงิน ทั้งยังให้พวกข้าทำหลายอย่างอีก หยางต้าหู่ควรเปลี่ยนชื่อของเขาเป็นหยางขูดเลือดนะ!”“พี่ใหญ่ เบาเสียงลงหน่อย หากมีใครได้ยินเข้า พี่จะถูกทุบตีอีก!” เสียงหนึ่งกระซิบ“ทำงานหนักแทบตายยังมิได้รับอนุญาตให้บ่นอีกหรือวะ!”ชายคนนั้นถอนหายใจ แต่ลดเสียงลง “เสี่ยวอู่ ในช่วงนี้หยางขูดเลือดไม่อนุญาตให้เราออกไปเดินเพ่นพ่าน ไม่รู้ว่าที่บ้านเกิดอะไรขึ้นหรือไม่! ได้ยินมาว่ามีคนข้างนอกติดเชื้อโรคระบาดมากหลาย มิรู้ว
อยากได้เท่าใดก็มีให้?เซียวหลินเทียนขมวดคิ้ว ทุก ๆ ปีทางราชสำนักล้วนเก็บรวบรวมในจำนวนที่คงที่ แล้วหยางต้าหู่เอามาความกล้าจากไหนมาพูดเกินจริงเช่นนี้!หรือว่ามีการใช้พืชผลสำรองในคลังของแคว้น?ทางการท้องถิ่นทุกแห่งมีคลังพืชผลเพื่อบรรเทาทุกข์แผ่นดินไหว และเตรียมพร้อมสำหรับการบรรเทาทุกข์ในสงครามฉุกเฉินหากหยางช่างจื้อข้าหลวงเว่ยโจวกล้าเอาพืชผลที่เก็บไว้ในคลังแคว้นก็เพียงพอที่จะตัดหัวเขาแล้ว!เซียวหลินเทียนเห็นทั้งสองคนกำลังคุยกัน เมื่อรถม้าบรรทุกเครื่องยาสมุนไพรจนเต็มแล้วก็หายไปบนถนนจากด้านหลังกระท่อมนั้นทีละคันเซียวหลินเทียนเห็นชายเหล่านั้นกับท่านเหอขึ้นรถม้าไปด้วย คนงานที่ขนยาก็แยกย้ายกันไปหมดในท้ายที่สุดก็เหลือเพียงสองพี่น้องนั้นเซียวหลินเทียนรออยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เห็นทั้งสองเข้าไปในกระท่อม จากนั้นเขาก็ไปแนบหูที่ผนังกระท่อมเสียงของเสี่ยวอู่ดังมาจากข้างใน “พี่ใหญ่ วันพรุ่งเหลือสินค้าชุดสุดท้ายแล้ว หากเจ้าจะหนีไปจริง ๆ ก็มีเพียงสองวิธี วิธีแรกคือการซ่อนตัวในสินค้าแล้วแอบออกไป เมื่อออกไปข้างนอกได้แล้วค่อยคิดหาทางหนีอีกที!”“อีกวิธีหนึ่งก็คือ แสร้งทำเป็นผู้ป่วยโรคระบาดและหนีออกไป
รองแม่ทัพจางยังคงกล่าวพลางยิ้มแย้ม “ท่านหญิงฉางเล่อมามิถูกจังหวะ วันนี้ฮองเฮาพร้อมด้วยท่านหญิงชิงเฉิงและท่านหญิงอวิ๋นพาคุณชายน้อยทั้งหลายเสด็จไปชมดอกไม้ที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์พ่ะย่ะค่ะ!”ว่ากระไรนะ?หลงเพ่ยเพ่ยนิ่งอึ้งไป ท่านหญิงชิงเฉิงและท่านหญิงอวิ๋นล้วนเป็นธิดาของเจ้าแห่งทะเล และเป็นลูกพี่ลูกน้องของหลงเพ่ยเพ่ยด้วยเหตุใดพวกนางถึงมิไปชมดอกไม้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้เล่า แต่กลับเลือกไปชมดอกไม้ในตอนที่ตนต้องการความช่วยเหลือจากเสด็จย่าพอดีนี่น่ะหรือ?“ไปนานเท่าใดแล้ว?”หลงเพ่ยเพ่ยสงสัยว่านี่เป็นการจัดฉากโดยเจตนาของชายาเจ้าแห่งทะเล“สองชั่วยามแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้น่าจะอยู่ในภูเขาศักดิ์สิทธิ์แล้วขอรับ!”รองแม่ทัพจางกล่าวพลางยิ้มหลงเพ่ยเพ่ยอยากจะชกหน้ายิ้ม ๆ ของรองแม่ทัพจางเสียสักหมัด เหตุใดนางมองรอยยิ้มของรองแม่ทัพจางแล้วเหมือนกำลังสมน้ำหน้าตนอยู่เลยเล่า“เจ้ามิได้หลอกข้าใช่หรือไม่?”หลงเพ่ยเพ่ยถามเสียงเย็นรองแม่ทัพจางกล่าวพลางยิ้ม “ท่านหญิงฉางเล่อพูดเล่นแล้ว ไหนเลยข้าน้อยจะกล้าหลอกท่านหญิง! หากมิเชื่อท่านลองถามใครดูก็ได้ว่าที่ข้าน้อยพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่!”“หากท่านหญิงมีธุระด่วนจร
หลิงอวี๋ฟังแล้วก็อดอมยิ้มมิได้ เซียวหลินเทียนใช้คนตระกูลเก๋อมาจัดการชายาเจ้าแห่งทะเล กลอุบายนี้ช่างเด็ดขาดนักรถม้ามาถึงจวนเจ้าแห่งทะเล เมื่อหลิงอวี๋ลงจากรถก็มองไปยังคฤหาสน์หลังใหม่ที่กำลังก่อสร้างอีกครั้ง กำแพงล้อมรอบสร้างเสร็จแล้ว ดูจากขนาดแล้วใหญ่โตมากจริง ๆนางอดสงสัยมิได้ ข้างในมีเรือนบุหงาแบบเดียวกับตำหนักอ๋องอี้ของตนอย่างที่เถาจื่อบอกจริงหรือ?นางอยากเข้าไปดู อยากเห็นเหลือเกินว่าบ้านในอดีตของตนเป็นอย่างไร!“คุณหนูสิง เชิญ!”พ่อบ้านเว่ยเห็นหลิงอวี๋มองคฤหาสน์ฝั่งตรงข้ามก็ร้องเรียกอย่างมิอดทนหลิงอวี๋หันกลับมา เห็นประตูใหญ่หนาทึบของจวนเจ้าแห่งทะเลเปิดอ้าอยู่ ข้างในลานเรือนซับซ้อนลึกล้ำ มองสุดตามิเห็นปลายทางนี่คือที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายโดยแท้!หลิงอวี๋ลอบสูดหายใจลึก ๆ แล้วเดินเข้าไป“ปัง!”ประตูใหญ่หนาทึบปิดลงด้านหลังนางหลิงอวี๋มิได้หันกลับไปมอง เพราะนั่นจะดูมิสง่างามนางรอให้พ่อบ้านเว่ยนำทางอยู่ข้างหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินผิดทางแล้วถูกพ่อบ้านเว่ยหาเรื่องผิดพลาดมาตำหนิขณะเดียวกัน หลงเพ่ยเพ่ยก็ได้พาเย่หรงมุ่งหน้าไปยังวังหลวงแล้ว“อุบายนี้ของชายาเจ้าแห่งทะเลช่างร้า
จวนเจ้าแห่งทะเลตั้งอยู่ในย่านคหบดีและสูงศักดิ์ของเมืองหลวงแดนเทพ อันที่จริงอยู่ห่างจากคฤหาสน์อู่เพียงมิกี่ช่วงถนนเท่านั้นรถม้าวิ่งไปตามทางเรื่อย ๆ เถาจื่อพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงกระซิบข้างหูหลิงอวี๋เบา ๆ“คุณหนู อีกประเดี๋ยวท่านจะเห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กำลังสร้างอยู่ตรงข้ามจวนเจ้าแห่งทะเล ที่นั่นฝ่าบาททรงสร้างให้ท่านเจ้าค่ะ!”“คราแรกที่พวกเรามาตามหาท่านในเมืองหลวงแดนเทพนั้นมิรู้ว่าจะต้องเสียเวลานานเท่าใด ฝ่าบาทจึงทรงให้สือหรงซื้อคฤหาสน์แถวนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด!”“ฝ่าบาทตรัสว่า เจ้าแห่งทะเลคือบิดาของท่าน ในเมื่อเขามิยอมรับท่าน ฝ่าบาทก็จะทำให้เขาเห็นว่า ใช่ว่าท่านไม่มีบ้านเสียหน่อย แม้จวนเจ้าแห่งทะเลไม่มีที่ให้ท่าน ฝ่าบาทก็จะสร้างจวนหลังที่ใหญ่กว่าจวนเจ้าแห่งทะเลให้!”“คุณหนู ข้างในมีเรือนหลังหนึ่ง สร้างตามแบบเรือนบุหงาที่ตำหนักอ๋องอี้ในฉินตะวันตกของท่านไม่มีผิดเพี้ยน หากท่านได้เห็นจะต้องชอบอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ!”ก่อนหน้านี้หลิงอวี๋เคยได้ยินเผยอวี้พูดถึงคฤหาสน์หลังใหม่ที่พวกเขาสร้างแล้ว ตอนนั้นยังรู้สึกแปลกใจว่าเซียวหลินเทียนคิดจะอยู่เมืองหลวงแดนเทพเป็นการถาวรหรืออย่
วิธีนี้ของหลิงอวี๋เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยนางได้ในยามนี้ ด้วยเซียวหลินเทียนและคนอื่น ๆ ก็ยังคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้มิออกเย่หรงกล่าวขึ้นทันที “ข้าจะไปหาหลงเพ่ยเพ่ย บอกนางมิต้องมาแล้ว ให้เข้าวังไปทูลขอเข้าเฝ้าฮองเฮาได้เลย!”“พี่หญิงหลิงหลิง ท่านต้องยื้อจนกว่าพวกเราจะมาช่วยท่านให้ได้นะ!”พูดจบ เย่หรงก็รีบร้อนออกไปเก๋อเฟิ่งฉิงมองหลิงอวี๋ด้วยสายตาซับซ้อน นางหวังให้หลิงอวี๋เข้าจวนเจ้าแห่งทะเลไปแล้วออกมามิได้แต่เรื่องนี้ก็พัวพันถึงความเป็นความตายของเซียวหลินเทียน นางมิอยากให้เซียวหลินเทียนต้องเกิดเรื่อง!ช่างขัดแย้งในใจเสียจริง!“อาอวี๋ เจ้าไปก่อนเถอะ... วางใจได้ ต่อให้ต้องก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่ในเมืองหลวงแดนเทพ ข้าก็จะพาเจ้ากลับบ้านให้ได้!”เซียวหลินเทียนกล่าวอย่างหนักแน่นเขายังมีแผ่นป้ายไม้ที่ขันทีโม่ให้มา สามารถใช้ขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพฝ่ายซ้ายได้ เซียวหลินเทียนตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะใช้แผ่นป้ายไม้นี้ช่วยหลิงอวี๋ขันทีโม่เคยบอกว่า เพียงอาศัยแผ่นป้ายไม้นี้ ก็สามารถทำให้แม่ทัพฝ่ายซ้ายช่วยตนทำเรื่องหนึ่งเรื่องได้หากแม่ทัพฝ่ายซ้ายสามารถช่วยคนได้เพียงคนเดียว เช่นนั้นเขาก็ยอมตายเ
เผยอวี้และคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากันอย่างจนปัญญา นึกว่ามหาปราชญ์และเจ้าแห่งทะเลกลับไปแล้วพวกตนจะรอดพ้นจากครั้งนี้ไปได้ คาดมิถึงว่าชายาเจ้าแห่งทะเลจะใช้ไม้นี้อีกภายนอกดูเหมือนเป็นการเชิญ แต่จริง ๆ แล้วจะปฏิเสธมิไปได้หรือ?เซียวหลินเทียนสามารถแสร้งป่วยได้ แต่หลิงอวี๋เพิ่งจะปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าแห่งทะเลไปเมื่อครู่ ตอนนี้ย่อมมิอาจใช้การแสร้งป่วยมาหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว“บอกไปว่าคุณหนูสิงกำลังรักษาอาการป่วยให้ข้าอยู่ เดี๋ยวค่อยไป!”ในสถานการณ์กะทันหันเช่นนี้เซียวหลินเทียนทำได้เพียงถ่วงเวลาไปก่อนแล้วค่อยคิดหาวิธี“เผยอวี้ เจ้าส่งคนไปแจ้งหลงเพ่ยเพ่ยกับเจ้าแห่งทิศใต้ ให้หลงเพ่ยเพ่ยไปเป็นเพื่อนอาอวี๋!”เป็นเรื่องความเป็นความตายของหลิงอวี๋ เผยอวี้รีบให้คนไปแจ้งหลงเพ่ยเพ่ยทันทีหลิงอวี๋นิ่งเงียบ นั่งคิดอยู่ข้าง ๆเพื่อชิงหยกหล้าสุขาวดีกลับคืนมา ในเวลานั้นชายาเจ้าแห่งทะเลสามารถลงมืออำมหิตกับหลานฮุ่ยจวนที่กำลังตั้งครรภ์ได้ครั้งนี้นางส่งพ่อบ้านมาเชิญตนไปจวนเจ้าแห่งทะเล พูดไปพูดมาก็เพื่อหยกหล้าสุขาวดีบนตัวนางนั่นเองส่วนการที่จะนำหยกหล้าสุขาวดีออกมาได้นั้นต้องใช้วิธีสลายโลหิตละลายกระดูก หรือว่าช
หลิงอวี๋เดินกลับเข้ามา และบังเอิญได้ยินคำพูดของเย่ซงเฉิงเข้าพอดี“พวกเราต้องเตรียมรับมือสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด หากหวงฝู่หลินกลับไปแล้ว มิสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถึงกาลนั้นใครจะมารับมือการแก้แค้นของฝูไห่ต่อตระกูลหลงและตระกูลอื่น ๆ อีกหลายตระกูลเล่า?”เจ้าแห่งทิศใต้มองไปยังเย่หรง และกล่าวเสียงเข้ม “เลี่ยวหงเสีย มารดาของเย่หรงอาจจะรู้วิธี!”“ปรมาจารย์เย่ ก่อนหน้านี้ข้าอยากจะพบเลี่ยวหงเสียเพื่อสอบถามสถานการณ์จึงไปที่คุกน้ำมา แต่ข้ากลับมิสามารถพบนางได้!”“คำกล่าวของท่านมีน้ำหนักเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อ บางทีท่านอาจจะสามารถทูลขอเสด็จพ่อให้ทรงอนุญาตท่านเข้าพบเลี่ยวหงเสียได้!”เย่ซงเฉิงขมวดคิ้ว “เจ้าแห่งทิศใต้ก็มิสามารถพบเลี่ยวหงเสียได้เช่นกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เจ้าแห่งทิศใต้พยักหน้า “แม่ทัพหลี่ผู้เฝ้าประตูบอกว่า นอกเสียจากจะมีพระราชโองการของมหาเทพ มิฉะนั้นก็มิอนุญาตให้ข้าพบเลี่ยวหงเสีย!”เย่ซงเฉิงยิ้มอย่างขมขื่น “เรื่องนี้ข้าน้อยเคยทูลต่อเสด็จพ่อของท่านแล้ว เสด็จพ่อของท่านมิทรงยินยอม ความนับหน้าถือตาของตาเฒ่าผู้นี้ใช้มิได้ผลต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อของท่านแล้ว!”ทุกคนต่
หวงฝู่หลินมิรู้จักคนทั้งสองนี้เลย คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ตอนนั้นนอกจากพวกท่านกับตระกูลเฉียวแล้ว ก็มีคนของตระกูลจงเจิ้งที่เข้าไปในภูเขาหิมะ ข้ามิเห็นคนทั้งสองที่ท่านพูดถึงในภูเขาหิมะ!”“บางทีปี้ซงอาจจะเคยเห็น เดี๋ยวลองเรียกเขามาถามดู!”เผยอวี้จึงไปเรียกปี้ซงมาอีกครั้งปี้ซงอุ้มหวงฝู่หมิงจูเข้ามา หลิงอวี๋ก็รับนางมาอุ้มไว้เซียวหลินเทียนมองหวงฝู่หมิงจูกอดคอหลิงอวี๋ด้วยท่าทางสนิทสนม ในใจรู้สึกซับซ้อนอย่างบอกมิถูกหวงฝู่หลินเล่าคำถามให้ปี้ซงฟังอีกครั้งปี้ซงคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ชายชราผู้นั้นข้าพอจำได้ราง ๆ ตอนนั้นเขาเดินวนเวียนอยู่ในภูเขาหิมะอยู่หลายวัน ต่อมาก็จากไป ข้าคิดว่าเขาไม่มีอันตรายอะไรจึงมิได้ใส่ใจ!”“ส่วนแม่นมอู ข้าไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับนางเลย มิเคยเห็นนางในภูเขาหิมะ!”เก๋อเฟิ่งฉิงยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ตลอด ได้ยินดังนั้นก็กล่าวว่า “อันที่จริงตอนนั้นที่ภูเขาหิมะ นอกจากพวกเราแล้ว น่าจะยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง”“ข้าก็มาพบพวกนางหลังจากลงจากเขาแล้ว ตอนนั้นยังคิดว่าพวกนางแค่ผ่านทางมา แต่พอลองคิดดูตอนนี้ พวกนางต้องเคยไปภูเขาหิมะแน่นอน แม่นมอูน่าจะถูกพวกนางพาตัวไป!”“พวกเข
เมื่อฟังคำพูดของเย่ซงเฉิงจบ หลิงอวี๋ หลงเพ่ยเพ่ยและเผยอวี้ก็ร้องอุทานออกมาพร้อมกัน“เจ้าสำนักซิงหลัวเป็นสตรี! หรือว่านางคือตงกู่อวี้ที่กลับชาติมาเกิด?”หวงฝู่หลินก็นึกขึ้นได้ ตอนที่ทุกคนรุมล้อมโจมตีเจ้าสำนักซิงหลัว เผยอวี้ใช้กระบี่เดียวตัดเชือกรัดผมที่มัดผมของเจ้าสำนักซิงหลัวขาดตอนนั้นผมสลวยของนางสยายลงมาบดบังดวงตาของนางทุกคนมัวแต่ยุ่งอยู่กับการรับมือ จึงมิทันได้คิดให้ลึกซึ้งเมื่อเย่ซงเฉิงพูดเช่นนี้ ทุกคนจึงได้นึกถึงสภาพการณ์ในยามนั้นขึ้นมา“ตงกู่อวี้กลับชาติมาเกิดจริง ๆ หรือ?”ในฐานะลูกหลานตระกูลหลง เจ้าแห่งทิศใต้จะมิรู้ได้อย่างไรว่าในใต้หล้านี้มีวิชาลับเช่นนี้อยู่จริง ทันใดนั้นก็ตกใจจนเหงื่อเย็นไหลซึมหลงจิ้งและหลงเพ่ยเพ่ยก็ตกใจเช่นกัน วรยุทธ์ของสตรีนางนั้นสูงส่งกว่ามหาปราชญ์เสียอีก แต่ก่อนหน้านี้พวกเขามิเคยรู้มาก่อนเลยว่าสำนักซิงหลัวยังมียอดฝีมือเช่นนี้อยู่“ท่านพ่อ ยามนั้นเจ้าวังหวงฝู่พร้อมด้วยท่านเซียวและพวกเราช่วยกันรุมล้อมโจมตีนางก็ยังมิสามารถสังหารนางได้ ลูกดูจากวรยุทธ์ของนางแล้ว เกรงว่าจะมีเพียงท่านอาเจ้าแห่งทะเลเท่านั้นที่พอจะต่อกรกับนางได้!”หลงเพ่ยเพ่ยกล่าวด้วย
หลงจิ้งยังคงยากที่จะเชื่อ “คำพูดของตระกูลเหล่านั้นก็มิได้ผลหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เจ้าแห่งทิศใต้ส่ายหน้าอย่างหดหู่ “เสด็จปู่ของเจ้าตรัสว่าจะตรวจสอบให้ จึงส่งเจ้าแห่งทะเลไปตรวจสอบ แต่ผลที่ได้จากเจ้าแห่งทะเลก็มิสามารถสรุปอะไรได้เลย หรือกระทั่ง...”กระทั่งเจ้าแห่งทะเลอาจจะใช้ขี้ผึ้งหอม ควบคุมบุตรหลานของตระกูลใหญ่เหล่านั้นไว้ในมือตนเอง!เซียวหลินเทียน หลงจิ้งและหลิงอวี๋ต่างก็เข้าใจความหมายที่เจ้าแห่งทิศใต้ยังพูดมิจบใจของหลงจิ้งพลันหล่นวูบ เช่นนั้นเรื่องที่ตนไปเผาขี้ผึ้งหอมก็เท่ากับมิได้ช่วยใครเลย กลับยิ่งทำให้อำนาจของเจ้าแห่งทะเลเพิ่มทวีคูณขึ้นงั้นหรือ?หลงเพ่ยเพ่ยกล่าวอย่างมิยอม “หรือว่าหัวหน้าตระกูลใหญ่เหล่านั้นล้วนเลอะเลือนไปแล้ว? ไยจึงปล่อยให้ท่านอาเจ้าแห่งทะเลควบคุมชะตากรรมของพวกเขาเช่นนี้?”เซียวหลินเทียนขมวดคิ้ว มิน่าแปลกใจที่เมื่อครู่เจ้าแห่งทะเลยอมถอยกลับไปง่าย ๆ ที่แท้ก็มีแผนการเช่นนี้เองก่อนที่จะควบคุมตระกูลใหญ่เหล่านั้นไว้ในมือ เจ้าแห่งทะเลย่อมมิอาจแตกหักกับเจ้าแห่งทิศใต้ได้ในยามนี้แต่เมื่อใดที่เขาควบคุมตระกูลใหญ่เหล่านั้นไว้ในมือได้แล้ว เจ้าแห่งทะเลย่อมมิปล่อยเจ้าแห่งทิศใต