แชร์

บทที่ 406

ผู้เขียน: หว่านชิงอิ๋น
ลั่วชิงยวนตะลึงเล็กน้อย รีบสั่งคนเปิดประตูห้องเพื่อยกฟู่อวิ๋นโจวออกมา

เมื่อลั่วชิงยวนสัมผัสโดนข้อมือฟู่อวิ่นโจว เพิ่งพบว่าร่างเขาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง

ภายในห้องอบอุ่นมาก นางป้อนแกงโสมให้เขา ร่างของฟู่อวิ๋นโจวจึงอบอุ่นขึ้นมาหน่อย

ลั่วชิงยวนจับชีพจรให้เขาเพื่อตรวจหาสาเหตุการบาดเจ็บ

มือของฟู่อวิ๋นโจวถูกห่อไว้ และเห็นได้อย่างชัดเจนว่านิ้วก้อยของเขาหายไป

ฟู่อวิ๋นโจวตื่นมาอย่างสะลึมสะลือ เขายันร่างลุกขึ้นนั่ง “ชิงยวน ข้าสร้างปัญหาให้เจ้าหรือ”

ลั้วชิงยวนยกชาร้อนมาให้เขา “ท่านบาดเจ็บ ควรนอนพักผ่อนบนเตียง เหตุใดต้องมาหาหม่อมฉันด้วย”

ฟู่อวิ๋นโจวมองนางอย่างเป็นกังวล ลังเลพักหนึ่งจึงเอ่ยปากอย่างหนักอึ้ง “ชิงยวน เจ้าอุตส่าห์ออกมาได้ ข้ามิอยากต้องเห็นเจ้าจมปลักในบ่อโคลนอีก”

ฟู่อวิ๋นโจวพูดไป สายตามองไปทางนอกประตูอย่างลึกซึ้ง พร้อมเอ่ยพรึมพรำ “ข้าเห็นเจ้าเป็นสหายร่วมป่วยมาโดยตลอด เมื่อข้าเศร้าโศกเสียใจ มีเพียงเจ้าที่ปลอบข้า”

“นับแต่ข้ากำเนิด ชะตาข้าก็มิใช่ของข้าอีกต่อไป ข้าเป็นเพียงหุ่นเชิด เป็นเพียงเครื่องมือ”

“แต่เจ้ามิเหมือนข้า เจ้าอิสระกว่าข้านัก ข้าหวังว่าเจ้าจักปล่อยวางทุกอย่างและเดินออ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 407

    เสียงฝีเท้าอันหนักแน่น เหยียบลงบนใจคนทีละก้าวหวังว่าฟู่อวิ๋นโจวจักคิดได้มิเช่นนั้นร่างกายของเขา คงต้องทลายลงจริง ๆ ร่างกายเขาไม่มีปัญหามากนัก ที่เป็นปัญหาคือจิตใจหลังจากฟู่อวิ๋นโจวจากไป ก็ไม่มีคนมารบกวนลั่วชิงยวนหลายวันฟู่เฉินหวนเองก็มิได้มาอีก ส่วนลั่วชิงยวนก็มิออกจากเรือน รักษาอาการอย่างสบายใจอยู่หลายวันวันเกิดของลั่วไห่ผิงใกล้มาถึงแล้ว ผู้คนมิน้อยในเมืองหลวงเริ่มจัดเตรียมของกำนัลดังนั้นของของลั่วชิงยวนในหอมหาสมบัติก็เริ่มทยอยขายออกไปบ้างแล้วข่าวสารเหล่านี้จือเฉาออกไปสืบมาให้นางทุกอย่างในร้านโอสถก็เป็นไปได้ดี เพียงแต่ซ่งเชียนฉู่ต้องรับมือกับผู้คนที่จะมาดูดวงจำนวนไม่น้อย ซึ่งปวดหัวไปนิดได้ยินว่า ฟู่เฉินหวนไปที่ร้านหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาได้แต่จากไปเหตุเพราะมิเจอผู้ใดเลย แต่เขามิได้สงสัยสิ่งใดทั้งนั้นอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นลั่วชิงยวนแกะฝ้ายส่วนหนึ่งออกมาจากในเสื้อจือเฉาแต่งตัวให้นางไปด้วย พร้อมถามไถ่อย่างเป็นห่วง “พระชายา แกะฝ้ายตั้งแต่อากาศเช่นนี้ เมื่อถึงคิมหันต์ฤดู(1)จักทำเช่นไรเจ้าคะ?”“ใส่หนาขนาดนั้นมิได้ มิเช่นนั้นคงร้อนจนเป็นโรคแน่”ลั่วชิงยวนถอนหายใจพร

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 408

    โสมร้อยปี หากนางทายไม่ผิด เป็นยาในมือของซ่งเชียนฉู่!ก่อนหน้านี้นางบาดเจ็บ ซ่งเชียนฉู่มารักษานางถึงตำหนัก นางนำเครื่องยาสมุนไพรหายากมากหลายมาอย่างใจกว้าง และมอบยาให้กับฟู่เฉินหวนส่วนหนึ่งด้วยในนั้น มีโสมร้อยปีอยู่ด้วย!แต่ฟู่เฉินหวน กลับนำโอสถที่มีค่ามากมายเช่นนี้ มอบให้ลั่วไห่ผิง!ลั่วไห่ผิงมันคู่ควรอย่างไรกัน!ลั่วชิงยวนหันไปมองฟู่เฉินหวนอย่างตกตะลึง ในสายตานางมีแต่การเค้นถามแต่ฟู่เฉินหวนกลับไม่มีการอธิบายใด ๆ พวกเขาต่างรู้ดี การให้ภาพอายุหมื่นปีเพื่อแสดงความกตัญญูนั้น เสแสร้งเพียงไหน!หลังงานเลี้ยงผ่านไป นางหาโอกาสลากฟู่เฉินหวนเข้าไปในสวนดอกไม้ที่ไร้ผู้คน“ท่านอ๋อง ท่านหมายความเยี่ยงไร? ท่านมอบของกำนัลเองมิพอ ท่านเตรียมให้หม่อมฉันด้วยงั้นหรือ? หม่อมฉันต้องขอบคุณความใส่ใจของท่านหรือไม่?”สายตาของฟู่เฉินหวนซับซ้อนขึ้น สองมือไคว้ไว้ด้านหลัง “บ่าวเป็นผู้เตรียม”ลั่วชิงยวนหลุดหัวเราะเบาอย่างไม่น่าเชื่อ “บ่าวเตรียมหรือ? โสมร้อยปีก็บ่าวเตรียมหรือ? หากหม่อมฉันจำมิผิด นั่นเป็นเครื่องยาสมุนไพรที่แม่นางซ่งให้หม่อมฉันไว้รักษาบาดแผล!”สายตาของฟู่เฉินหวนเยือกเย็นลง “นี่เป็นสิ่งที่ข

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 409

    ฟู่เฉินหวนตั้งใจสั่งคนเตรียมของกำนัลให้ลั่วชิงยวนโดยเฉพาะ เพราะเขารู้ว่านางเกลียดลั่วไห่ผิง นางไม่มีทางเลือกของกำนัลแน่เขาให้คนเตรียมเผื่อ เพราะอยากรับมือให้ผ่าน ๆ ไป มิคิดว่านางจะเป็นการตอบสนองเช่นนี้ กลับกลายเป็นเขาที่ตัดสินใจโดยคิดไปเอง!“ลั่วชิงยวน! ข้าเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย! อย่าได้มีความคิดเหลวไหล! เจ้าอยากตายย่อมได้ แต่อย่ากระทบถึงตำหนักอ๋อง!”โทสะฟู่เฉินหวนปะทุ จึงเอ่ยพูดคำรุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้ขณะนี้เอง ร่างตรงทางแยก ในที่สุดก็เดินออกมาจับฟู่เฉินหวนที่กำลังโมโหไว้ และพูดปลอบเสียงเล็ก “ท่านอ๋อง ไม่ทรงกริ้วหนาเพคะ วันนี้มีแขกมากหลายเช่นนี้ หากมีผู้ประสงค์ร้ายได้ยินเข้า เกรงว่าจะซุบซิบนินทาเรื่องของท่านและท่านพี่อีกนะเพคะ”ลั่วเยวี่ยอิงท่าทีเข้าใจหัวอกผู้อื่น ทำลั่วชิงยวนที่อยู่อีกด้านดูไม่มีเหตุผลขึ้นมาฟู่เฉินหวนเห็นลั่วเยวี่ยอิง น้ำเสียงผ่อนลงในทันที “มิเป็นไร”ลั่วเยวี่ยอิงพยักหน้า นางกวาดตาลง เอ่ยพูดอย่างเป็นห่วงด้วยเสียงแผ่วเบา “ช่วงนี้หม่อมฉันมิได้ไปที่ตำหนัก มิรู้ว่าบาดแผลของท่านอ๋องเป็นเยี่ยงไรบ้างเพคะ?”ฟู่เฉินหวนเอ่ยตอบ “มิเป็นไร แค่แผลเล็ก”ลั่วเยวี่ย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 410

    ลั่วชิวยวนเงยหน้า มองเขาด้วยสายตาเยือกเย็นทีหนึ่ง ลุกขึ้นลงจากรถม้าทันทีและเดินเข้าตำหนักโดยมิหันกลับมามองฟู่เฉินหวนตะลึง เขาขมวดคิ้วแน่น ในใจเอ่อล้นไปด้วยโทสะเขาคิดมาทั้งทาง เดิมทีอยากอธิบายกับนางผู้ใดจะรู้ว่านางจะมิใส่ใจสักกระผีก ก้าวขาลงจากรถม้าเดินเข้าตำหนักไปซูโหยวรีบขึ้นหน้า “ท่านอ๋อง เมื่อครู่มีคนส่งข่าวมา งานล่าสัตว์วสันตฤดูใกล้มาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ จึงอยากเชิญท่านเข้าวังเพื่อปรึกษา”น้ำเสียงฟู่เฉินหวนรำคาญใจ “ไม่ไป”เขาเดินเข้าเรือนในก้าวใหญ่ และเอ่ยเสียงเย็น “ความคิดมิอยู่บนชาติแคว้น คิดแต่เรื่องเล่นทั้งวัน วันหนึ่งต้องเล่นจนตำแหน่งจักรพรรดิหายแน่!”ซูโหยวชะงักเล็กน้อย และมิกล้าเอ่ยตอบท่านอ๋องร่วมงานเลี้ยงที่จวนอัครมหาเสนาบดีแล้ว โมโหสิ่งใดมากัน?ไฉนราวกับทรงเสวยดินปืนมาเลยเล่า?……หลังจบงานเลี้ยงลั่วไห่ผิง แม้ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนจะอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่กลับมิได้เจอหน้ากันอีกประตูเรือนของนางมักปิดไว้ ทุกวันนอกจากจือเฉาและแม่นมเติ้งที่เข้าไปส่งข้าวให้นาง ไม่มีผู้ใดอื่นเข้าออกอีกส่วนลั่วชิงยวนนั้นได้กลับไปค้าขายในร้านแต่นานแล้วตอนดึก ๆ นางจึงแอบกลับตำห

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 411

    เหนือศีรษะนางกลับเป็นเสียงอุทานเจ็บปวด “เจ้าเหยียบข้าทำไม!”เฉินเสี้ยวหานเจ็บจวนแทบยกเท้าขึ้นมากอดซ่งเชียนฉู่ได้ยินเสียงนี้จึงเงยหน้ามองเขา วินาทีที่เห็นเฉินเสี้ยวหาน หัวใจที่ลนลานของนางจึงเริ่มรู้สึกวางใจขึ้น“ท่านเองหรือ? ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” ซ่งเชียนฉู่รู้สึกคล้ายไอมืดมนรอบด้านเริ่มซาลงเล็กน้อยแต่มิรู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกนางหรือไม่“ข้าเห็นเจ้าแต่ไกลแล้ว เรียกเจ้าเจ้าก็มิได้ยิน เห็นเจ้าเดินเข้ามาในตรอก จึงอ้อมมารอเจ้าที่นี่ แต่กลับได้ยินเสียงกรีดร้องของเจ้า ข้าก็คิดว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นเสียอีก”เฉินเสี้ยวหานพูดไปพร้อมเดินไป และเก็บผักผลไม้ที่ร่วงกระจายเต็มพื้นเข้าในตระกร้าทีละอย่างซ่งเชียนฉู่เดินตามหลังเขาอย่างกังวลใจ นางดึงชายเสื้อเขาไว้ “ไม่มีสิ่งใดจริงหรือ?”นางมิกล้าแม้แต่ลืมตามอง“จริง ๆ เจ้าตื่นกลัวเพราะสิ่งใดกัน? เหงื่อเจ้าท่วมหัวแล้วดูสิ!” เฉินเสี้ยวหายพูดไป พร้อมซับเหงื่อบนหน้าผากของนางซ่งเชียนฉู่ตกใจจนลืมตาขึ้น ระยะใกล้เช่นนี้ นางถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างลนลาน“เจ้าเจออันตรายใดรึ?” เฉินเสี้ยวหานถามอย่างเป็นห่วง และสำรวจรอบด้าน แต่กลับมิพบความผิดปกติใด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 412

    หางขนาดยักษ์เส้นหนึ่งขดอยู่บนพื้น และส่งเสียงเกล็ดขูดกับหินผู้ที่ได้ยินเย็นวาบที่สันหลังทุกสรรพสิ่งมืดมิดขึ้นมาทันควัน มีเพียงปลายทางที่ทอแสงลั่วชิงยวนค่อย ๆ ก้าวฝีเท้าหนักแน่นเดินไปด้านหน้า นางรู้ว่าตนได้ก้าวสู่เขตอาคมของมันแล้วนางมองไปทางงูยักษ์ภายในแสงเบื้องหน้าอย่างหวาดระแวงงูยักษ์นั้นอ้าปากกว้าง ขู่ฟ่อด้วยความพิโรธ เสียงที่แหบพร่าปนกับความโมโหดังขึ้น “ชายหนุ่มผู้นั้นคือผู้ใด?”“ชายหนุ่มข้างกายนางคือผู้ใด!”โทสะดั่งไฟโหม ไอเข่นฆ่าพุ่งแรงกล้าลั่วชิงยวนตะลึง นี่เขาถามสิ่งนี้ขึ้นก่อนหรือ?ดูท่ามันมิอยากสังหารซ่งเชียนฉู่แต่แล้วมันกลับรับรู้ถึงความคิดนาง เสียงหัวเราะอ่อนแอดังขึ้น “เจ้าสังหารข้า นางเองก็จักตาย”ร่างของลั่วชิงยวนสั่นคลอน“เจ้าว่ากระไรนะ?”เสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำกลับแฝงไปด้วยความแหบพร่า “ข้าและนางได้ผูกพันธะชีวิตเสียนานแล้ว หากเจ้ามิเชื่อ สามารถดูได้ว่าที่สะบักหลังของนางมีตราพันธะหรือไม่”“เพื่อสิ่งใดกัน”ลั่วชิงยวนได้ยินแล้วมีแต่ความตะลึง คิดย้อนไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้น ที่ซ่งเชียนฉู่ถูกมันดึงลงกลางบ่อน้ำหลังจากนั้นนางไปช่วยซ่งเฉียนฉู่กลับมาได

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 413

    ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ดึกเพียงนี้แล้ว กลับห้องพักผ่อนเถิด”“รัฐทายาทเฉิน ท่านเองก็ไปพักผ่อนเถิด ข้าขอคุยกับเชียนฉู่หน่อย”เฉินเสี้ยวหานมิได้ถามมาก และกลับห้องไปก่อนลั่วชิงยวนพาซ่งเชียนฉู่เข้าห้อง ซ่งเชียนฉู่จับแขนเสื้อของนางไว้อย่างเป็นกังวล “มันใช่หรือไม่? มันมาแล้วใช่หรือไม่?”ลั่วชิงยวนพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักอึ้งในใจซ่งเชียนฉู่เคร่งเครียดยิ่งขึ้น นางนั่งลงบนเตียงด้วยแววตามืดหม่น และสีหน้าเจ็บปวด “เหตุใด ไฉนมันยังมิปล่อยข้าไปอีก?”“ต้องให้ข้าตายก่อนหรือจึงจะปล่อยข้าไป…”หลังออกจากจวนนอกเมือง ซ่งเชียนฉู่จึงเริ่มชีวิตใหม่ นางมิคิดว่า สิ่งนี้จะมาพัวพันนางอีก และเกี่ยวความผวาส่วนลึกในใจของนางออกมาลั่วชิงยวนพูดอธิบาย “เขามิได้มาสังหารเจ้า”“เชียนฉู่ ข้าขอดูสะบักหลังเจ้าหน่อย”ซ่งเชียนฉู่ตะลึงเล็กน้อย “ไฉนต้องมาดูสะบักหลังข้า?”นางรู้สึกมิเข้าใจ แต่ก็ยังเปลื้องอาภรณ์ออกลั่วชิงยวนดึงเสื้อที่หลังคอของนางลง ตราประทับอสรพิษสีแดงตกสู่นัยน์ตาชิงยวน!“เหตุใดรึ? บนไหล่ข้ามีอะไรงั้นหรือ?” ซ่งเชียนฉู่หันหัวพยายามมอง แต่อย่างไรก็มองมิเห็น“รอยประทับ นี่เป็นของที่เขาทิ้งไว้บนตัวเจ้า” น้

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 414

    ลั่วไห่ผิง!สิ่งที่นางคาดเดา มาเร็วกว่าที่คิดลั่วไห่ผิงสวมใส่อาภรณ์แพรสีหมึก มิทำตัวเป็นจุดสนใจ แต่ก็ปกปิดกลิ่นอายน่าเกรงขามของผู้อยู่ตำแหน่งสูงมิได้แต่นิดหว่างคิ้วของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนแอ ใต้ตาดำคล้ำ สีหน้าราวกับคนป่วยลั่วชิงยวนเห็นไอป่วยที่หว่างคิ้วของเขา แม้จะยังมิปรากฏอย่างแจ่มแจ้ง แต่น่าจะใกล้แล้ว“เจ้าน่ะหรืเซียนฉู่?” ลั่งไห่ผิงเดินขึ้นหน้าและนั่งลง“ขอรับ” ลั่วชิงยวนเอ่ยตอบ“เหตุใดมิเผยโฉมจริงให้ผู้อื่นเห็นเล่า?” สายตาลั่วไห่ผิงประเมินนางอย่างน่าเกรงขามลั่วชิงยวนเอ่ยตอบเบา ๆ “เคยประสบเหตุอัคคี โฉมหน้าอัปลักษณ์ กลัวจะทำผู้อื่นตกใจ”ลั่วไห่ผิงพยักหน้า จากนั้นจึงเอ่ย “ใต้เท้าหวังเป็นผู้แนะนำเจ้าให้กับข้า เขาบอกว่าเจ้าทำนายแม่นนัก ข้าจึงมาเพื่อพิสูจน์โดยเฉพาะ”เพื่อให้ข่าวนี้ส่งถึงหูลั่วไห่ผิง นางมิได้หาเพียงใต้เท้าหวังผู้เดียวเพราะช่วงนี้นางเองก็รู้จักคนในราชสำนักมามิน้อย ย่อมต้องใช้เส้นสายของนางให้เต็มที่“เช่นนั้นความเครียดของท่าน คือช่วงนี้ดวงซวยค่อนข้างหนัก มิว่าเรื่องใด ๆ ก็มิราบรื่นใช่หรือไม่?”ลั่วชิงยวนเอ่ยถามได้ยินดังนี้ดวงตาของลั่วไห่ผิงลุกวาว “เจ้าพ

บทล่าสุด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1294

    ชายหลายคนก้าวเข้ามารุมทำร้ายอวี๋โหรวในทันทีจั๋วฉ่างตงเปิดกล่องใบหนึ่งออก หมอกดำทมิฬพลันลอยออกมาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เจ้ายังกล้าสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของลั่วชิงยวนอีก เห็นทีจะยังมีเรี่ยวแรงอยู่ ข้าคงทรมานเจ้ายังมิพอ”“วันนี้เจ้าจงลิ้มรสภูตผีร้ายแห่งหุบเขาฝังศพให้สาสม”จั๋วฉ่างตงใช้ยันต์แผ่นหนึ่งควบคุมหมอกดำทมิฬให้รวมตัวกันกลางอากาศ แล้วพุ่งเข้าโจมตีอวี๋โหรวอย่างรุนแรงอวี๋โหรวกำลังต้านทานการโจมตีของบุรุษเหล่านั้นอยู่ในชั่วขณะต่อมา หมอกดำทมิฬก็พุ่งเข้าใส่ กระแทกเข้าที่ท้องของนางราวกับจะฉีกร่างนางออกเป็นชิ้น ๆ ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นปราดเข้าจู่โจมหมอกดำทมิฬนั้นทะลุผ่านร่างของนางไปอวี๋โหรวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง เจ็บปวดจนร่างกายสั่นเทา มิอาจลุกขึ้นได้บุรุษเหล่านั้นจับแขนของนางแล้วกระชากให้นางลุกขึ้นหมอกดำทมิฬนั้นพุ่งเข้ากระแทกท้องของนางอีกครั้ง แล้วทะลุผ่านไปอย่างรุนแรงอวัยวะภายในสั่นสะท้านก่อให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรง ทำให้อวี๋โหรวสั่นไปทั้งร่าง เจ็บปวดจนริมฝีปากสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือดนางไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ได้เลยเป็นเช่นนี้ซ้

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1293

    นางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมิพอใจนางเป็นถึงองค์หญิง ความรักของนางนั้นสูงส่งยิ่งนัก เฉินชีควรจะคุกเข่ารับมันไว้ แต่น่าเสียดายที่เขาปฏิเสธนางอย่างเย็นชา! มิหนำซ้ำยังทำให้นางอับอายขายหน้าอีกด้วย!นางมิพอใจและมิเต็มใจอย่างยิ่งเฉินชียิ่งเป็นแบบนี้ นางก็ยิ่งอยากเอาชนะเขาให้ได้!เฉินชีมองนางด้วยความประหลาดใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจแต่เขาก็ยังคงแย่งกระบี่ในมือเกาเหมียวเหมี่ยวมา แล้วกดศีรษะของนางลง ก่อนจะจุมพิตลงบนริมฝีปากของนางอย่างมิลังเลหัวใจของเกาเหมียวเหมี่ยวเต้นแรงราวกับจะกระโดดออกมาจากอกของนางจูบของเฉินชีนั้นเร่าร้อนและรุนแรงอย่างมิอาจต้านทานได้เกาเหมียวเหมี่ยวถูกจูบจนหมดแรง แทบจะทรุดตัวลงแต่ในขณะที่นางคิดว่าเฉินชีจะทำอะไรต่อไป เฉินชีกลับผลักนางออกอย่างแรงไร้ซึ่งความปรานีก่อนเดินจากไปอย่างสง่างามโดยมิแม้แต่จะหันมามองนางด้วยซ้ำเกาเหมียวเหมี่ยวล้มลงนั่งกับพื้นพลางมองแผ่นหลังของเฉินชีด้วยความตกตะลึงเสียงเย็นชาของเฉินชีดังขึ้นว่า “สิ่งที่ท่านให้ข้าทำ ข้าทำแล้ว เรื่องนี้จบแค่นี้”“หากท่านยังคงใช้เรื่องนี้มาขู่ข้าอีก ข้าจะมิเกรงใจท่านแน่”เฉินชีเดิ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1292

    ลั่วชิงยวนมองอวี๋โหรวด้วยความประหลาดใจ อวี๋โหรวกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คราวก่อนเจ้ามิได้ถามข้าหรอกหรือว่ามีสิ่งนี้หรือไม่ นี่เป็นดอกสุดท้ายที่ข้าเหลืออยู่”“คราวนี้เจ้าถูกฮองเฮาทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ข้าคิดว่าเจ้าย่อมต้องการสิ่งนี้เป็นแน่ จึงได้นำมาให้”ลั่วชิงยวนได้ฟังก็รู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก นางมิคาดคิดว่าอวี๋โหรวจะมอบสิ่งนี้แก่นางด้วยว่ายามนี้ ต่อให้หาทั่วทั้งเมืองหลวงก็หาสิ่งนี้มิได้แล้ว“ขอบคุณ” ลั่วชิงยวนกล่าวอย่างซาบซึ้งใจยามนี้นางต้องการสิ่งนี้ยิ่งนัก“มิต้องเกรงใจ” อวี๋โหรวแย้มยิ้มจากนั้นทั้งสองก็เข้าวังไปด้วยกัน กลับไปยังที่พำนักของสำนักนักบวชของพวกนางการใช้บัวถวายนั้นจำต้องใช้สมุนไพรอื่นร่วมด้วย อวี๋โหรวจึงไปยังคลังโอสถเพื่อนำสมุนไพรมามากมายลั่วชิงยวนจึงก่อไฟต้มยาในลานหลังจากกินยาเข้าไป ลั่วชิงยวนก็รู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างสิ่งนี้มีสรรพคุณหลักในการรักษาบาดแผลภายในและฟื้นฟูลมปราณ แต่เมื่อบาดแผลภายในหายดีแล้วย่อมส่งผลดีต่อบาดแผลภายนอกด้วยเช่นกันอวี๋โหรวเห็นว่าหลังจากนางกินยาแล้วสีหน้าของนางก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“ดูเหมือนว่ายานี้จะได้ผลดีกับเจ้าย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1291

    นางจ้องมองไปยังเฉินชีพลางเอ่ยว่า “โอสถนี้ก็แค่บำรุงรักษาร่างกายทั่วไป มิได้มีผลอะไรต่อข้าในยามนี้”เฉินชีกลับกล่าวตอบ “ร่างกายของเจ้าในยามนี้มิอาจกินยาแรงได้ ตำรับยานี้สามารถรักษาบาดแผลภายนอกของเจ้าได้”ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วมุ่นมองเขา “แต่ยามนี้ข้าต้องการโอสถรักษาบาดแผลภายใน”“โอสถของเจ้าเพียงรักษาที่ปลายเหตุ มิได้รักษาที่ต้นเหตุ!” เฉินชียังคงยืนกรานในความคิดของตน “วางใจเถิดอาเหลา โอสถที่ข้าให้เจ้ากินนั้นย่อมเหมาะสมแก่เจ้าที่สุด”“เจ้าพักผ่อนให้ดี ข้ายังต้องเข้าวังไปอีกครั้ง”“เรื่องของเกาเหมียวเหมี่ยวยังมิได้สะสาง”“เจ้าพักอยู่ที่นี่ให้สบายใจ ไม่มีผู้ใดกล้าทำร้ายเจ้าหรอก”กล่าวจบ เฉินชีก็จากไปอีกทั้งยังจัดแจงให้คนมาส่งโอสถแก่ลั่วชิงยวนด้วยลั่วชิงยวนพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนของเฉินชีสองวันแล้ว ทุกวันจะมีนางรับใช้มาเปลี่ยนผ้าพันแผลและเสื้อผ้าให้ตรงเวลาโอสถที่นำมาให้ก็ล้วนเป็นไปตามตำรับของเฉินชีทว่าลั่วชิงยวนรู้ซึ้งถึงอาการของตนดีว่า ร่างกายของตนนั้นจำต้องได้รับการรักษาด้วยโอสถใดตำรับยาของเฉินชีนั้นเป็นเพียงยาบำรุงร่างกายและให้สารอาหารแก่ร่างกายนี้ แต่การบำรุงเพียงอย่างเดีย

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1290

    ขณะพูด เฉินชีก็รีบหยิบขวดโอสถขวดหนึ่งออกมา พลางเทโอสถลูกกลอนหนึ่งเม็ดส่งให้ลั่วชิงยวนกินมันสามารถปกป้องหัวใจของนางได้รถม้าโคลงเคลงไปตลอดทาง เร่งมุ่งหน้าไปยังจวนของเฉินซีอย่างรวดเร็วหลานจีได้ยินเสียงจึงเดินมาที่ลาน นางสงสัยมากว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านแม่ทัพต้องรีบร้อนออกไปอย่างกะทันหันทว่านางกลับเห็นเฉินชีลงจากรถม้าพร้อมกับอุ้มลั่วชิงยวนที่ได้รับบาดเจ็บ“ท่านแม่ทัพ… นางคือ...” หลานจีรีบสาวเท้าเข้ามาแต่นางกลับถูกเฉินชีผลักออกไปอย่างไร้ความเมตตา “อย่ามาขวางข้า!”หลานจีต้องถอยหลังไปสองก้าวถึงจะทรงตัวไว้ได้เมื่อได้สติ เฉินชีก็เดินไปไกลพร้อมกับสตรีในอ้อมแขนแล้วหลานจีตกตะลึงเหตุใดท่านแม่ทัพถึงต้องเป็นห่วงสตรีนางนั้นถึงเพียงนี้?นางเป็นใครกัน?หลานจีเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างกะทันหันนางตามไปดูด้วยความมิพอใจเฉินชีอุ้มลั่วชิงยวนเข้ามาที่ห้องของตน เขาวางนางลงบนเตียงแล้วเรียกนางรับใช้มาเปลี่ยนอาภรณ์ให้ลั่วชิงยวนนางรับใช้พากันสาละวนเข้า ๆ ออก ๆ เรือนกันยกใหญ่ยามนี้หลั่วชิงยวนหลับไปแล้วจากนั้นเฉินชีก็ออกจากห้องไป และมิรู้ว่าเขาไปที่ใดหลังจากที่นางรับใช้เปลี่ยนอา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1289

    "ตอนนี้มิว่าท่านจะตรัสอะไรไปก็ไร้ประโยชน์”“ไม่มีใครสนใจหรอกเพคะ”ทันทีที่พูดคำเหล่านี้ออกมา สีหน้าของฉินอี้และฮองเฮาเกาก็เปลี่ยนไปฮองเฮาเกาจ้องนางด้วยสายตาดุร้ายนางยิ้มเยาะ “ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปากแล้วรึ? อย่าลืมที่ข้าพูดไว้สิว่า หากเจ้าพูดข้าจะตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสีย!”จากนั้นนางก็ส่งสายตาเป็นนัยให้องครักษ์องครักษ์สองคนก้าวไปข้างหน้า คนหนึ่งจับไหล่ของลั่วชิงยวน อีกคนหยิบมีดขึ้นมาเตรียมตัวพร้อมลงมือฉินอี้ตกใจและครุ่นคิดอย่างรวดเร็วว่าจะทำอย่างไรดีลั่วชิงยวนยังมิยอมแพ้ รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง “องค์ชายใหญ่ทรงเคยคิดหรือไม่เพคะว่าเหตุใดวรยุทธ์ของท่านถึงหยุดนิ่งมิพัฒนาไปไหน?”“เหตุใดถึงเรียนรู้ได้ช้า แม้จะทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนทั่วไปหลายสิบเท่า แต่ก็ยังมิสามารถเรียนรู้ได้เท่ากับที่คนอื่นทำได้”“นั่นมีเหตุผลอยู่เพคะ”“ที่จริงแล้ว ทั้งหมดมิใช่เป็นเพราะพรสวรรค์ที่ธรรมดาเพคะ”“แต่มีพิษชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า…”เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น ฉินอี้ก็ตกใจเป็นอย่างมากฮองเฮาเการีบกระชับเสื้อของนางด้วยความกังวล สีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังจะพูดออกมาน

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1288

    ทันทีที่คำกล่าวเหล่านี้หลุดออกมาร่างกายของฟู่เฉินหวนก็แข็งทื่อดวงตาของฉินอี้เต็มไปด้วยความคาดหวังอันร้อนแรงตั้งแต่เล็กจนโต แม้เขาจะเป็นองค์ชาย แต่ก็มีเพียงมิกี่คนที่ให้ความเคารพเขาแม้กระทั่งน้องสาวของเขาเองก็มักจะลงมือทำร้ายเขาบ่อย ๆ โดยมิไว้หน้ากันเลยแม้แต่น้อยส่วนคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคืออ๋องผู้เป็นเทพสงครามเทพแห่งแคว้นเทียนเชวียและผู้สำเร็จราชการผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าเขาจึงตั้งตารอที่จะได้เห็นฟู่เฉินหวนคุกเข่าด้วยความเคารพฟู่เฉินหวนกำหมัดแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่จริงเขาสามารถเจรจากับฉินอี้ได้ และมีเงื่อนไขต่าง ๆ มากมายที่เขาสามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้ทว่าการเจรจาต้องอาศัยยุทธวิธีและที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องมีจิตใจที่สงบมั่นคงแต่ในเวลานี้ ฟู่เฉินหวนมิสามารถทำเช่นนั้นได้เขาแทบจะรอมิไหวแล้วดวงตาของเขาขรึมลง พลางยกเสื้อคลุมขึ้นและคุกเข่าลงเสียงดังตึงเมื่อเข่ากระทบพื้นนั้นเจือไปด้วยความอึดอัดกลัดกลุ้ม แต่เป็นเสียงที่ฉินอี้ฟังแล้วรู้สึกสบายหูเป็นอย่างยิ่งมิอาจปฏิเสธได้ว่าตอนนี้เขาพอใจอย่างถึงที่สุดนี่เป็นความรู้สึกที่เขาพยายามเสาะหามาตลอดหลายปีแต่ก็มิเคยได้มันมาโดยเฉพา

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1287

    ในห้องขังอันเงียบงัน เสียงเฆี่ยนตีดังชัดเจนจนเหมือนได้ยินเสียงผิวหนังฉีกออกเป็นชิ้น ๆทำเอาคนที่ได้ยินรู้สึกใจสั่นที่มุมตรงทางเดิน บุรุษสวมหน้ากากที่อยู่ข้างหลังฉินอี้กำหมัดแน่นในทันทีฝ่ามือถูกจิกจนเกือบจะเลือดออกฟู่เฉินหวนที่ได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงและอดมิได้ที่จะพุ่งไปหาแต่ฉินอี้คว้าข้อมือของเขาเอาไว้“เฉินชีจะมาช่วยนางเอง”“หากตอนนี้เจ้าถูกจับได้ก็ช่วยนางออกไปมิได้ แล้วพวกเจ้าก็จะต้องตายอยู่ที่นี่”“ด้วยตัวตนของเจ้า มีแต่จะต้องเผชิญกับจุดจบที่น่าอนาถยิ่งกว่าเดิม”ฟู่เฉินหวนกำหมัดแน่น เขาก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวและอดทนต่อไปฝ่ามือของเขาเหงื่อออกเมื่อได้ยินเสียงเฆี่ยนตีอย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีเสียงร้องของความเจ็บปวด ก็สามารถบอกได้ว่า ลั่วชิงยวนกำลังทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดมากเพียงใดนั่นทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมากทว่าเขาทำได้เพียงเฝ้ามองจากที่ไกล ๆ มิสามารถเข้าไปใกล้หรือช่วยนางได้เสียงแส้ดังขึ้นอย่างมิหยุดหย่อน และเสียงแส้ในแต่ละครั้งนั้นดูเหมือนจะฟาดลงไปที่หัวใจของฟู่เฉินหวนจนเลือดสด ๆ ไหลออกมาเป็นทางเวลาเหมือนจะผ่านไปอย่างเชื่องช้า และเสียงแส้น

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1286

    ภายในห้องบรรทมอันโอ่อ่าฉินอี้เดินมาที่ข้างเตียงด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลยามนี้เกาเหมียวเหมี่ยวได้ทำแผลและกินโอสถเรียบร้อยแล้ว แต่ใบหน้าของนางยังคงซีดอยู่เล็กน้อยเมื่อเห็นฉินอี้เดินมาหาด้วยใบหน้าฟกช้ำและเปื้อนเลือด เกาเหมียวเหมี่ยวจึงมองเขาด้วยความมิอยากเชื่อ“ท่านแพ้ลั่วชิงยวนรึ?”ฉินอี้ขมวดคิ้วเป็นปม พลางมองบาดแผลของเกาเหมียวเหมี่ยวด้วยความกังวลและพูดว่า “เหมียวเหมี่ยว บาดแผลเจ้าสาหัสมาก ช่วงสองวันนี้เจ้าควรพักผ่อนให้ดีก่อน อย่าเพิ่งเดินไปไหนมาไหนเลย”ทว่าเกาเหมียวเหมี่ยวกลับมิได้สนใจในความห่วงใยของฉินอี้นางจ้องมองฉินอี้ด้วยความโมโหแล้วยกฝ่ามือฟาดไปหนึ่งฉาดฉินอี้มิประหลาดใจแม้แต่น้อย แต่กลับมองเกาเหมียวเหมี่ยวด้วยสีหน้าจริงจังและเป็นห่วง“เหมียวเหมี่ยว...”เกาเหมียวเหมี่ยวโมโหมากจนเอามือฟาดเขาสองครั้งติดต่อกันและแสดงความเกรี้ยวกราดออกมา “ขยะไร้ค่า! ขยะไร้ค่า!”“ท่านเป็นถึงองค์ชายผู้สูงส่ง แต่กลับถูกลั่วชิงยวนจัดการจนมีสภาพเช่นนี้ อับอายจนมิรู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด!”เกาเหมียวเหมี่ยวโกรธจนแทบอยากจะฉีกลั่วชิงยวนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยดวงตาของฉินอี้หรี่ลง แต่กลับมิได

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status