Share

5.2

last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-24 01:35:09

“เย้! ที่นอนนุ่มๆ ดีจังเลย” เด็กน้อยวิ่งไปทางห้องทันทีไม่ได้สนใจผู้ใหญ่อีก เพราะตอนอยู่บ้านนอกหาได้มีเบาะนอนดีๆ สักหลังไม่ เหลียงซือพอคาดเดาได้เลยไปขอซื้อที่นอนเก่าของเพื่อนบ้านมาไว้ต้อนรับหลานๆ อย่างน้อยก็คือว่าเป็นของขวัญจากผู้ใหญ่ก็แล้วกัน

“ซูเจิน เจ้าคิดจะกลับมาตามหาพ่อของไฉไฉจริงหรือ” ชายวัยกลางคนถามหลานสาว เพราะเนื้อความในจดหมายที่อดีตหลี่ฮูหยินส่งมามันไม่ชัดเจนนัก ความจริงพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในคืนนั้นใครคือคนที่อยู่กับซูเจินกันแน่ เพราะตัวนางเองยังไม่เคยยอมพูดให้ชัดเจน “ซูเจิน ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เขาอาจจะจำไม่ได้แล้วก็เป็นได้ หรือถ้าเขาเป็นคนชั่วร้าย บางทีพวกเราไม่ต้องรับรู้ไปเลยเสียยังจะดีกว่า คิดซะว่าเขาเป็นแค่ใครคนหนึ่งที่ได้ตายจากไป”

“ข้าก็อยากจะคิดแบบนั้น แต่พอมาทบทวนดูแล้ว เหตุใดข้าถึงต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง ทั้งที่ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” หญิงสาวพูดอย่างจริงจัง “อารอง ข้าคิดว่าอย่างน้อยเขาควรได้รับผิดชอบอะไรบ้าง แต่อย่าห่วงเลย ข้าจะทำการสืบหาตัวเขาแบบเงียบๆ หากเจอเขาแล้วก็จะเฝ้าดูอยู่ก่อนสักระยะ เผื่อเขาเป็นคนเลวระยำ ข้าจะได้ไม่เข้าไปวุ่นวายด้วยให้เปลืองตัว...”

พูดไปอย่างนั้น แต่ความจริงนางตัดสินใจมาแล้วจากบ้านว่าจะรีดไถผู้ชายคนนั้นให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีใด นางได้เงินจากเขาแล้วจะเอาไปพามารดาไปรักษาตัว และที่เหลือก็จะเพื่อเป็นทุนรอนดูแลไฉไฉให้เติบใหญ่ต่อไปในภายหน้า และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป

“เอาเถอะๆ แล้วนี่เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป” อารองถามก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ “อาเสียใจจริงๆ ที่ให้หลานอยู่ช่วยงานที่ร้านไม่ได้ อย่างที่บอกไว้แต่แรก ลำพังค่าเช่าที่อายังต้องหาจนหัวหมุน แต่อาก็พอจะหาลู่ทางไว้ให้แล้ว ที่ตลาดใหญ่มีร้านขายข้าวสารและเกลือมาเปิดใหม่ เห็นว่าเป็นของเศรษฐีสกุลหู...ที่เคยอยู่ฝั่งประตูตะวันตก จับพลัดจับผลูอย่างไรไม่อาจรู้ได้ แต่จู่ๆ ก็ได้กลายเป็นเศรษฐีขึ้นมา เลยมาเปิดร้านที่ตลาดกลางเมืองนี่เอง”

“แล้วมันอย่างไรเจ้าคะ” ซูนเจินฟังอย่างกระตือรือร้น เพราะสมัยบิดาอยู่ นางชอบติดตามท่านเวลาไปที่คลังข้าวบ่อยๆ จึงพอจะมีความรู้เรื่องข้าวและเกลืออยู่บ้าง “เอ...หรือว่าเขารับสมัครเสมียนหรือเจ้าคะ แต่ถ้าเป็นเศรษฐีอย่างนั้น ก็น่าจะมีเสมียนที่เอามาจากตระกูลอยู่แล้วหรือเปล่าเจ้าคะ ไม่น่าจะประกาศหาจากคนนอก”

“ไฮ้...ซูนเจิน เจ้าก็อย่าพูดไป” อารองทำท่าเอามือป้องปาก “ก็อาเพิ่งจะบอกอยู่ว่าพวกเขากลายเป็นเศรษฐีได้อย่างไรก็ไม่รู้ จากฐานะแค่ชาวบ้านธรรมดา ทำให้ในตระกูลไม่ได้มีคนเก่งอันใดเท่าไรนัก เขาเลยมาประกาศรับสมัครลูกจ้าง เพียงแค่มีเงื่อนไขอยู่หน่อยเรื่องความเชี่ยวชาญในสายพันธุ์ของข้าวสาร และการทำระเบียนการค้า ซึ่งอาคิดว่า หากเป็นหลานแล้ว คงทดสอบและผ่านเงื่อนไขพวกนี้ได้อย่างสบายๆ”

เหลียงซือจำได้ ผลพวงอีกอย่างของหลี่ซูเจินที่ชอบไปไหนกับบิดา ทำให้นางร้อนวิชามาก อยากจะเปิดร้านขายข้าวสารเป็นของตัวเอง ตอนนั้นบิดาจึงเปิดร้านจำลองเล็กๆ ให้เล่นกับคนในจวน ทีแรกก็คิดแค่ว่าซูเจินจะได้มีอะไรทำไม่ออกไปตะลอนกับผู้เป็นพ่อ

ที่ไหนได้ นางกลับใช้ความรู้เรื่องการจัดการที่มีจากบิดา เอามาควบคุมการค้าที่นางชื่นชอบ อารองยังจำสีหน้าของหลี่ลู่ซือผู้เป็นพี่ชายได้ดี ตอนที่เขาเห็นระเบียนการค้าร้านจำลองของบุตรสาว ก็หันมาบอกกับน้องชายเลยว่า ดูท่าเราจะมีอัจริยะด้านค้าขายมาเกิดในครอบครัวขุนนางเสียแล้วกระมัง

“อย่างนั้นก็น่าสนใจเลยเจ้าค่ะ” หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือมาก เพราะหากได้งานนี้ ก็จะได้ไม่รบกวนญาติผู้ใหญ่เกินไปด้วย และน่าจะมีเวลาได้สืบหาผู้ชายคนนั้นอีก “ข้าจะไปสมัครงานวันนี้เลยเจ้าค่ะ ข้าใจร้อน อยากจะได้งานได้เงินไวๆ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terkait

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   6

    “หน้าตาผิวพรรณเจ้าก็ดี ถึงจะดูกร้านแดดกร้านลมไปหน่อย แต่ก็จัดได้ว่าเป็นหญิงงาม” ตาแก่หัวงูที่เป็นคนดูแลร้านข้าวสารตระกูลหูเอ่ยขึ้น สายตาวิบวับน่ารังเกียจที่สุดเมื่อเขามองซูเจินหัวจดเท้าอย่างมีความหมาย “เป็นแม่หม้าย อืม...ก็คงจะเคยๆ มาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเนื้อหนังจะยังเต่งตึงหรือเปล่า ต้องลองพิสูจน์...”หมับ!โครม!“โอ๊ย!”ร่างตาแก่หงายหลังตึงตกเก้าอี้ ตามมาด้วยข้าวของบนโต๊ะที่ถูกหญิงสาวกวาดขึ้นมาแล้วเหวี่ยงกระแทกลงไป เท่านั้นไม่พอ นางยังเตะด้วยท่าที่เคยเห็นนางหว่านแม่ของอาเต้าทำต่อพ่อของอาเต้า แล้วนางจดจำมา“ตาเฒ่าหัวงู แก่จนจะลงหลุมอยู่แล้ว ยังจะมาทำลามก!” นางว่าพลางเตะกลางตัวซ้ำๆ “กล้าดียังไงมาลวนลามข้าหา! วันนี้เจ้าอย่าแก่ตายเลยดีกว่า ให้ข้ากระทืบเจ้าให้ตาย!”“โอ๊ย! ช่วยด้วย! ใครอยู่ข้างนอกบ้างมาช่วยข้าที โอ๊ย! นางปีศาจนี่จะฆ่าข้าแล้ว!”เสียงเอะอะมะเทิ่งขนาดนั้นออกไปถึงหน้าร้าน มีอันให้กลุ่มผู้มาใหม่ชะงักกันหมด คนที่เดินนำหน้าสุดขมวดคิ้วมุ่น คนที่เดินข้างๆ เลยออกอาการกระตือรือร้น“เป็นเสียงหูซีห่าวขอรับ ส่วนเสียงผู้หญิงนั้น...เอ้อ! ท่านหัวหน้า!”ไม่ทันพูดได้จบเพราะคนขมวดคิ้วเดินตรงเ

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25
  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   7

    “โอย...เจ็บ” หลี่ซูเจินลงไปกองที่พื้น นางร้องครวญคราง แต่พอนึกได้ว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยเยอะและนางดันมาล้มท่าประหลาดๆ เสียด้วยก็ดันเกิดนึกอาย รีบทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน “ข้าจะกลับแล้ว! ไม่ต้องส่ง! ขอบคุณ!” ว่าจบนางก็รีบจ้ำอ้าวจากไปทิ้งไว้เพียงความงุนงงให้คนเบื้องหลัง ผู้ชายเหล่านั้นไม่มีใครสนใจนางอีกเพราะต้องไปจัดการกับหูซีห่าวที่ทำเรื่องผิดซ้ำๆ ก่อน ยกเว้นคนที่ชนกับหลี่ซูเจินคนเดียว ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาแล้วแบออก เมื่อครู่ที่เขาพยายามจะช่วยนางเลยไปคว้าเอาสายสร้อยเข้า ไม่ทันได้พูดอะไรเพราะนางชิงพูดคนเดียวหมดแล้วก็รีบหนี ทว่าพอเหลือบสายตาลงมาเห็นจี้ของสร้อยแล้วก็ต้องชะงัก มืออีกข้างล้วงเข้าไปในอกเสื้อ ของสำคัญบางอย่างเขาพกติดตัวเสมอตั้งแต่วันนั้น เพราะเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะต้องได้พบกัน สายสร้อยแบบเดียวกัน มีจี้เหมือนกัน เป็นรูปดอกเหมยกุ้ยที่ฝังเม็ดพลอยสีแดง! “บทจะเจอ ก็เจอง่ายขนาดนี้เลยหรือไง” เขาพึมพำคนเดียว แต่ผู้ช่วยที่เพิ่งเดินมาถึงเพราะจะรายงานดันได้ยิน มองในมือหัวหน้าเห็นจี้และสายสร้อยที่ตนเคยต้องช่วยออกตามเบาะแสแต่ก็ไม่พบอะไรสักอย่าง ก็เหมือนจะเข้าใจ “ท่านหัวหน้า ทำไมถึงมีสร้อยแบบนั้

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25
  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   8

    แม้หลี่ซูเจินจะปฏิเสธเสียงแข็งไปในตอนแรกที่ถูกตามให้มาทำงานที่ร้านขายข้าวตระกูลหู แต่พอถูกยื่นข้อเสนอเป็นค่าจ้างจำนวนที่มากโขชนิดที่นางต้องตาลุกวาว หญิงสาวก็เปลี่ยนใจ “ไฉไฉ วันนี้อยู่บ้านกับท่านตาเล็ก ห้ามก่อกวนให้ท่านวุ่นวายนะจ๊ะ” สั่งเสียลูกสาวอย่างดี แต่ก็ไม่ได้คิดว่านางจะก่อเรื่องได้ เพราะที่นี่ไม่มีใครรู้จักพวกตน ถึงจะมีคนรู้จักแต่หกปีที่ผ่านผัน ใครๆ ก็คงหลงลืมเรื่องราวของตระกูลหลี่และคุณหนูหลี่ซูเจินไปกันหมดแล้ว “ตอนเย็นแม่จะกลับมา วันนี้แม่จะซื้อไก่ตัวอ้วนๆ มาด้วย เราจะกินไก่กันให้ท้องแตกไปเลย!” “เย้ๆๆ กินไก่” เด็กน้อยดีใจกระโดดโลดเต้นไปทั้งห้อง เหลียงซือยิ้มเอ็นดู เขาไปหาของเล่นของเด็กบ้านอื่นที่เลิกใช้แล้วเอามาให้หลานเล่น อย่างน้อยก็แก้ขัดไปพลางๆ “รีบไปเถอะซูเจิน ไม่ต้องห่วงทางนี้ อาจะดูแลไฉไฉให้เอง” เมื่อไม่มีห่วงอะไรแล้ว หญิงสาวก็รีบมาที่ร้านข้าวตระกูลหู ไม่เจอตาเฒ่าหัวงูแล้ว แต่เจอผู้ชายอีกคนแต่งตัวเป็นคุณชายมานั่งที่คิดเงินแทน เขาเห็นนางแล้วก็ยิ้มแห้งๆ เหมือนเกรงๆ รีบเดินมาต้อนรับ “พี่สาวท่านนี้คงเป็นแม่นางซูเจินที่จะมาทำงานเสมียนเป็นแน่” เขาทักทายก่อน “ข้าชื่อหูเยี่ย

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25
  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   9

    หลี่ซูเจินกำเงินไปโรงเตี๊ยมเยว่เลี่ยงด้วยความลิงโลดนัก หลายปีมาแล้วที่ไม่ได้จับเงินเยอะขนาดนี้ นับว่าร้านข้าวสารตระกูลหูยังเห็นค่าของฝีมือนางอยู่บ้าง คุณชายหูจึงได้ให้ทั้งค่าจ้างรายวันและเงินพิเศษอีกด้วย ทำให้วันนี้หญิงสาวมีเงินมากพอจะซื้อได้ทั้งเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ไฉไฉ และแน่นอนว่านางไม่ลืมเรื่องไก่ตัวอ้วนๆ ที่สัญญากับลูกไว้ คุณชายหูรู้เข้าเลยแนะนำร้านที่ว่ามีไก่เป็นทีเด็ดให้เลยทีเดียวแต่กว่าจะรู้ตัวว่าได้มายังสถานที่อันไม่คาดคิด ก็เป็นตอนที่นางมาหยุดยืนตรงหน้าประตูพอดี“ที่แท้โรงเตี๊ยมเถียนเยว่ ก็เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเตี๊ยมเยว่เลี่ยงนี่เอง” ว่าแล้ว...ในเมืองหลวงแห่งนี้จะมีไก่ที่ไหนอร่อยได้ขนาดที่คนกินแล้วแทบจะเหาะขึ้นสวรรค์ ทำไมนางคิดไม่ถึงกันนะว่ามันก็แค่เปลี่ยนชื่อนิดหน่อย แต่ยังเป็นสถานที่เดิมที่นางมีความทรงจำ “เอาเถอะ ไหนๆ วันหนึ่งก็ต้องมาตามหาผู้ชายคนนั้นที่นี่อยู่แล้ว มิสู้เข้าไปดูลู่ทางเสียตั้งแต่ตอนนี้ เผื่อโชคดี จะได้เจอเขาเลย”พูดไปทั้งที่รู้ว่าหน้าตาของอีกฝ่ายเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ จำได้แค่ไฝ แล้วนี่นางจะต้องจับผู้ชายทั้งโรงเตี๊ยมเปลื้องผ้าหรือไร แค่คิดก็รู้สึกว่าตัวเอ

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25
  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   10

    ความเข้มแข็งทั้งหมดแตกสลายลงไปตรงนั้น ต่อให้วันเวลาผ่านไปจนพบเจอเรื่องราวมากมาย คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น แต่สุดท้ายนางก็ยังเป็นสตรีนางหนึ่งที่ข้างในใจยังเจ็บช้ำไม่เคยจางหาย ยังอ่อนแออยู่ดี เป็นเจิ้งห่าวหรานที่ตามนางมาและกำลังจะเข้ามาทัก แต่เพราะเขาเห็นจางหวังซู่ที่ตอนนี้สำนักบูรพาสั่งให้จับตามองอย่างใกล้ชิดอยู่ที่นี่ด้วยพอดี ทว่ายังไม่ทันทำอะไรก็เห็นหญิงสาวพุ่งเข้าใส่ราวกับมีความเจ็บแค้นต่อกัน “ชู่ว...ใจเย็นๆ” แม้จะเป็นองครักษ์ผู้เย็นชา แต่ว่ากลับอ่อนไหวกับน้ำตาผู้หญิง เขาคลายอ้อมแขนลงแล้วลูบหัวลูบหลังนางอย่างจะปลอบใจ “พวกนั้นไปกันแล้ว ทีนี้เราก็...อุ่ก!” เป็นเรื่องโหดเหี้ยมที่สุดเพราะอยู่ๆ สตรีที่ร้องไห้ก็เตะขาขึ้นมาใส่หว่างขาเขา แม้นางจะทำไม่แรงนักแต่มันก็เจ็บและจุกไม่น้อย นางผลักเขาอย่างแรงจนชายหนุ่มหงายลงไปใส่เก้าอี้ยาวพอดี และยังไม่ทันตั้งตัว นางก็พุ่งเข้าหา กระชากทีเดียวเสื้อเขาก็หลุด มือล้วงเข้าไปที่ท้องน้อยอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยว! แม่นาง นี่เจ้าจะทำอะไร” “ข้าจะทำอะไร” นางถามย้อนกลับ แต่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาด้วยสายตาลุกวาว ก่อนนิ้วจะจิ้มลง

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25
  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   11

    “ไม่มี!” หญิงสาวสวนกลับไปก่อนด้วยความตกใจเพราะไม่ได้คิดจะบอกเขาอยู่แล้วแต่แรก เพียงครู่เดียวนางก็คิดขึ้นมาได้ว่า...แล้วนายโลมผู้นี้รู้ว่าข้ามีลูกได้อย่างไร? “จะว่าไปหน้าตาเจ้าคุ้นๆ เหมือนข้าเพิ่งเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” ซูเจินครุ่นคิด ก่อนจะเบิกตาลุกโพลง “ใช่แล้ว! เราเจอกันเมื่อวานที่ร้านข้าวสารตระกูลหู นี่เจ้าเป็นนายโลมด้วยและยังทำงานในสำนักคุ้มกันด้วยหรือนี่ แสดงว่าอาชีพให้บริการทางกามของเจ้าคงรายได้ลดน้อยลงแล้วสินะ ข้าเข้าใจๆ อายุมากแล้วก็เป็นเช่นนี้ ไม่ใช่หนุ่มน้อยเต่งตึงวัยกลัดมันที่มีกำลังวังชาเยอะๆ จะได้เป็นอันดับหนึ่งตลอดไปนี่นา แต่ความจริงเจ้าน่าจะไปทำงานในสำนักคุ้มกันอย่างเดียวเลยจะดีกว่า จะได้เลิกอาชีพที่ไม่มั่นคงอย่างการค้ากาม เพราะมันช่างดูเป็นบุรุษที่ไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย...” นางพูดเองเออเองทั้งหมด คิดไปเองได้เก่งมากด้วย เจิ้งห่าวหรานได้แต่ชี้หน้าแต่ไม่อาจโต้แย้งอะไรได้ กลัวนางวกกลับมาสงสัยว่าเขาทำอาชีพอื่นแล้วจะอธิบายยาก เพราะงานที่เขาทำมันบอกใครได้เสียที่ไหนกัน “เอาเถอะๆ ไม่พูดเรื่องนี้กันแล้ว ความจริงข้ามาเมืองหลวงก็เพื่อตั้งใจจะตามหาเจ้าโดยเฉพาะ” ห

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25
  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   12

    “ลูกพี่ลูกน้องอะไร มันคนละความหมายกับคำว่าลูก” ใครจะไปเชื่อคนที่พูดไปตัวสั่นไปได้กันเล่า แต่ห่าวหรานรู้แล้วว่าบีบไปก็ตายเปล่า เห็นรองหัวหน้าซานตังรายงานเมื่อวานว่าตอนไปแจ้งข่าวรับเข้าทำงานกับนางตามที่อยู่ที่ให้ไว้ นางอยู่กับชายวัยกลางคนท่านหนึ่งที่หน้าตาละม้ายกัน บางทีอาจเป็นน้องชายต่างมารดาของอดีตเสนาบดีหลี่ที่ปลอมตัวด้วยการเปลี่ยนชื่อแซ่ก็ได้ เช่นนั้นก็ดีเลย เพราะเขาจะได้เชิญท่านหลี่ผู้นั้นให้ออกมารับสมบัติทั้งหลายของตระกูลหลี่กลับคืนไป “เอาเถอะๆ เอาไว้คุยกันวันหลัง เอาอย่างนี้ นี่เงินที่ข้ามีติดตัวทั้งหมด ให้เจ้าไว้ก่อน” เขายัดเยียดถุงเงินใส่มือซูเจิน นางรีบเปิดดูก็เห็นว่ามีมากจึงยิ้มดีใจ “ส่วนที่เหลือข้าฝากไว้กับโรงเก็บเงินแต่ตอนนี้มันเลยเวลาทำการไปแล้ว ข้าจะไปเอาเงินออกมาให้พรุ่งนี้ แล้วจะให้เจ้าหมดตามที่เจ้าต้องการ” “พูดง่ายดีนี่ แสดงว่าที่ผ่านมาก็คงรู้สึกผิดสินะ” นางเอ่ยกับเขาแบบนั้น แต่ตัวเองกลับอยู่ๆ รู้สึกละอายใจขึ้นมาเฉยๆ เพราะพื้นฐานไม่ได้เป็นคนเห็นแก่เงิน แต่เพราะสถานการณ์มันบังคับ สุดท้ายนางก็หยิบเงินบางส่วนออกจากถุงนั้นแล้วยัดมือเขากลับคืนไป “จะเอาเงินเจ้าที่พกติดตัวม

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25
  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   13

    ค่ำคืนของมื้ออาหารผ่านไปด้วยความรื่นรมย์ ส่วนซูเจินก็เพิ่งได้รู้ว่าป้าหมินที่ไฉไฉเอ่ยถึง ก็คือพี่สาวคนหนึ่งที่อายุน่าจะมากกว่าซูเจินสักสิบปีได้ นางเป็นหม้ายสามีตายตั้งแต่ยังสาวและขายหมั่นโถวอยู่ร้านข้างๆ ดูท่าอารองจะมีใจไม่น้อย แต่อาจจะเพราะอาสะใภ้เพิ่งจากไปได้ไม่เท่าไร อยู่ๆ จะมีครอบครัวใหม่อาจจะกระดากใจเสียเอง“ข้าว่าอาสะใภ้ไม่โกรธหรอกเจ้าค่ะ” ซูเจินเอ่ยขึ้นตอนไฉไฉไปนั่งเล่นของเล่นคนเดียว “อารอง...อย่าอยู่คนเดียวเลยนะเจ้าคะ ถ้ามีคนอยากจะอยู่ด้วยแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันไปในยามแก่เฒ่าก็ได้เจ้าค่ะ เท่าที่ข้าฟังมา แม่นางหมินคนนี้ ก็ดูจะเข้าที”“นี่แนะ อาแก่แล้ว ไม่อยากมีคู่อีก มันมีแต่ความทุกข์” ทำเป็นบ่นแต่สีหน้ากลับตรงข้าม เห็นหลานทำหน้ากลั้วขำ ก็รู้แล้วว่าถูกจับได้ เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ตัวเองเถอะ ไม่คิดจะหาพ่อให้ไฉไฉบ้างหรือไง หรือที่หมู่บ้านชนบทของพี่สะใภ้ไม่มีผู้ชายที่เข้าท่าเลยสักคน อาว่าหากเจ้าได้เงินทองจากผู้ชายคนนั้นแล้วเมื่อไร กลับบ้านไปก็ลองมองหาผู้ชายดีๆ เถอะ ยังสาวยังแส้ ยังต้องอยู่อีกนาน ควรจะมีสามีเป็นหลักเป็นฐานรู้หรือไม่ อย่างน้อยจะได้มีเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขไ

    Terakhir Diperbarui : 2024-12-25

Bab terbaru

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   บทส่งท้าย

    สองปีผ่านไป...หลังจบเรื่องวุ่นวายในราชสำนัก ก็ใช้เวลาไปเกือบปี ทำให้ฤกษ์หมั้นหมายเสียหาย องค์ชายฟู่เหรินจึงเสนอว่าให้ใช้ฤกษ์อภิเษกไปเลยในคราวเดียว นั่นคือหมั้นและแต่งในวันเดียวกันย่อมไม่มีใครขัดขวางอยู่แล้ว เพราะใครๆ ต่างก็อยากให้องค์ชายใหญ่เป็นฝั่งเป็นฝาเพื่อที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งต่อไป แต่เป็นเขาเองที่ชิงทูลองค์จักรพรรดิก่อน ว่าไม่ต้องการขึ้นเป็นรัชทายาท“เจ้าเป็นลูกคนโต ถ้าเจ้าไม่เป็นรัชทายาท แล้วเจ้าจะเป็นอะไร”พระบิดาถามเขาในวันนั้น และเขาที่มีพระชายาอยู่เคียงข้าง ก็ตอบทันควัน“กระหม่อมจะเป็นหมอ จะรักษาผู้คนโดยไม่แบ่งแยกฐานะ นี่ก็เป็นการดูแลไพร่ฟ้าในฐานะเชื้อพระวงศ์เช่นกัน...”องค์จักรพรรดิอยากจะขัด แต่พอเห็นโอรสกับชายาของเขาจับมือกันไว้แน่นราวกับว่าได้ร่วมกันตัดสินใจเรื่องนี้มาทั้งคู่ ก็ได้แต่ระลึกไปถึงพระสนมอิงหลันผู้ล่วงลับ นางไม่เคยมีใครรักชอบให้เขา แต่งงานเพราะหน้าที่ แต่ตลอดเวลานางก็ทำได้ดี กระทั่งอบรมสั่งสอนบุตรก็ยังทำได้ไม่มีบกพร่อง เป็นเขาเองที่กักขังนางไว้ในวังหลวงนี้จนวันตาย“เช่นนั้นเมื่อถึงเวลาแล้วก็ไปปกครองเมืองต้าหลี่ก็แล้วกัน” จักรพรรดิพูดถึงเมืองใหญ่ที่สุดที่อย

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   56

    “ข้าจะไปช่วยเขา สนามพลังแบบนั้นต้องมีคนคุ้มกัน ไม่อย่างนั้นอาจเป็นอันตราย” นางหันไปบอกสองคนข้างหลัง “ท่านพาลูกปลาตัวกลมไปที่บ้านยายเฒ่าตาบอดก่อน แล้วข้าจะตามไปทีหลัง”“คงไม่ต้องแล้ว” เป็นฮัวฮัวที่พูดขึ้น สายตานางมองไปอีกทางแล้วก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า “ท่านพ่อกับพวกอาๆ มาช่วยพวกเราแล้ว เย้!”เกิดการปะทะระหว่างนักฆ่าลึกลับกับพวกองครักษ์เสื้อแพรที่มากันเต็มรูปแบบ เพราะตอนนี้ได้จัดการภายในราชสำนักเสร็จสิ้น จึงตามออกมากวาดล้างทั้งหมดที่เหลือข้างนอกในคราวเดียว“ถวายการอารักขาองค์ชายใหญ่!” เสียงเจิ้งห่าวหรานหัวหน้าองครักษ์ตะโกนก้อง “ไฉไฉ ฮัวฮัว หลบไปอยู่ในที่ปลอดภัย เร็ว!”เมื่อพ่อสั่งก็มีอย่างเดียวคือห้ามต่อต้าน สามสายลับต่างวัยวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ไกลๆ และคอยดูห่างๆ พวกเขาไม่ได้เก่งต่อสู้สักคน แค่พอมีวิชาและเอาตัวรอดเป็นเท่านั้น ในเมื่อองครักษ์มาแล้ว ก็ควรให้เป็นหน้าที่ของคนมีความสามารถแล้วกัน“นั่น...เสียงอะไร” เพราะความเป็นคนหูดีที่สุดของไฉไฉทำให้ได้ยินอะไรแปลกๆ นางรู้ทันทีว่ามีคนแอบอยู่แถวนั้นและกำลังจะหนี หันไปมองหน้าน้องสาว เห็นนางจ้องอยู่เช่นกัน แสดงว่ารู้แล้ว “ฮัวฮัว พี่เพิ่งเจอว่าเหลือลู

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   55

    “นี่เจ้า! ริอ่านติดสินบนเจ้าพนักงานตั้งแต่ยังเด็ก ท่านพ่อตีเจ้าตายแน่ๆ! ตุ่นภูเขา! แล้วท่านเป็นผู้ใหญ่ประสาอะไร พาเด็กห้าขวบมาในสถานที่แบบนี้ ท่านเองก็ต้องถูกลงโทษด้วยแน่นอน!”“โฮ่! แมวพันหน้า อย่าเพิ่งพูดมากเลยดีกว่า ถ้าไม่ได้ข้ากับลูกปลาตัวกลมเมื่อครู่ ท่านเองก็คงไม่เหลือซาก”“นี่พวกเจ้า...พูดอะไรกัน ข้างงไปหมด” ฟู่เหรินที่ฟังสายลับสามคนสามวัยเถียงกันด้วยภาษาอะไรก็ไม่รู้ช่างปวดหัวนัก “เดี๋ยวก่อน ทำไมเราต้องมาเถียงกันในเวลานี้ นี่มันหน้าสิ่วหน้าขวาน! พวกนักฆ่าตามมาถึงตัวแล้ว!”“ลูกหินของข้าหมดแล้ว! พี่ใหญ่ ท่านเอาที่ข้าให้ไว้มาด้วยหรือเปล่า” ฮัวฮัวแบมือหาพี่สาวทันที ไฉไฉรีบล้วงเสื้อ ปรากฏว่ามีแต่หมั่นโถวตากแดดร่วงลงมาหลายชิ้น “พี่ใหญ่! แล้วก็ชอบห้ามข้ากินของหวานตอนกลางคืน แต่พี่กลับพกติดตัวตอนหนีพวกนักฆ่าออกมาแบบนี้ จะให้ข้าคิดยังไงกัน!”“นี่ทำไมข้าถึงได้พกหมั่นโถวออกมาขนาดนี้เนี่ย ข้าต้องหยิบเสื้อมาผิดตัวแน่ๆ” นางคิดไปถึงเหตุผลว่าทำไมต้องหยิบเสื้อมาใส่ แล้วก็ดันเกิดหน้าแดง เพราะตอนนั้นเกือบได้สานสัมพันธ์กับฟู่เหรินอยู่แล้วเชียว “โอ๊ย! ไม่รู้แล้ว พวกเราหาอาวุธเอาเท่าที่มีรอบตัวสู้ไป

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   54

    “หา...หมายความว่า...ว้าย!”พรึ่บ!ไฉไฉมัวแต่เถียงกับองค์ชายเลยไม่ทันระวังตัว นางก้าวพลาดลงไปในบ่อที่ขุดไว้ดักสัตว์ แม้จะไม่เจ็บเท่าไรเพราะกลิ้งม้วนตัวลงไปพอดี แต่หลุมนี้ลึกมาก เรียกว่าเป็นความซวยจริงๆ“องค์ชาย! ท่านวิ่งไปข้างหน้าอีกไม่เท่าไรจะเจอต้นไม้สองง่าม มีกระท่อมของยายเฒ่าตาบอดอยู่ไม่ไกลจากนั้น” นางตะโกนบอกเขาเสียงดัง “ที่นั่นเป็นจุดนัดพบของสายลับกับองครักษ์ ท่านจะปลอดภัย”“ไม่ได้! รอก่อน ข้าจะช่วยเจ้าเอง” ฟู่เหรินลงไปนอนแนบพื้นแล้วพยายามส่งมือเข้าไปหา “ข้าจะไม่หนีไปคนเดียว ถ้าจะรอด เราต้องรอดไปด้วยกัน!”“โอ๊ย! ท่านนี่โง่จริง ข้าให้ท่านหนีไปก่อนเพราะท่านเป็นตัวถ่วง ยังไม่รู้ตัวอีก” เสียงหญิงสาวแผดขึ้นมา “ท่านมันอ่อนแอจึงเป็นตัวภาระ นี่ข้ามีแผนแล้ว ข้ามีระเบิดพลุติดตัวไว้ยามฉุกเฉิน ข้าจะยิงใส่พวกมัน แล้วท่านจะมาอยู่แถวนี้ให้เกะกะทำไมเล่า!”หญิงสาวโกหก นางไม่มีของที่ว่า แต่ทำเป็นชูอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมา เพื่อให้เขาสบายใจ“ระเบิดพลุอะไรของเจ้าหา นั่นมันหมั่นโถวตากแดดที่เอาไว้ปิ้งกินกับน้ำผึ้งที่น้องสาวชอบไม่ใช่หรือไง แล้วนี่พกมาทำไมเนี่ย!” เขาพูดแบบนั้นนางเลยได้หันดู อ้าวจริงด้วย ไม่ร

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   53

    โอ๊ย!...อุ้บ!”ไฉไฉดึงหูฟู่เหรินเหมือนที่เห็นหลี่ซูเจินทำเจิ้งห่าวหรานมาตั้งแต่นางจำความได้ ท่านแม่ดึงหูท่านพ่อทีไร ท่านพ่อมีอันได้ยอมแพ้ เพราะมันเจ็บ!มือหนึ่งดึงหู อีกมืออุดปากเขาแน่นไม่ให้ร้อง แต่เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือที่บิดหูออกแล้วไปกระซิบ“ข้างนอกเป็นนักฆ่าที่ตั้งใจลอบฆ่าท่านมาตั้งแต่ที่ตลาดแล้ว และท่านคงคิดไม่ผิด ฝู่เตี้ยวเป็นหนอนจริงๆ ตอนนี้พวกเราถึงได้ตกอยู่ในอันตราย”“ขืนยังอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ยังไงพวกเราก็คงได้ตาย” ฟู่เหรินได้พูดเป็นคำแรกตนที่เอามือลูบหูตัวเองป้อยๆ คิ้วขมวดตึง มองไปข้างนอกยังเห็นห่ามีดบินอยู่เลย “ข้าจะพาเจ้าออกไปเอง เจ้าหลบข้างหลังข้าไว้ก็แล้วกัน”กลายเป็นไฉไฉที่คิ้วขมวดไปด้วย เพราะสำหรับนางแล้วฟู่เหรินหาได้เป็นวรยุทธ์ไม่ ซ้ำยังอ่อนแอจนไม่รู้ว่ามีชีวิตรอดจากวังหลวงมาถึงวันนี้ได้อย่างไร ถึงนางไม่เก่งอะไรมาก แต่อย่างน้อยก็รู้หลักพื้นฐาน และเอาตัวรอดเก่งด้วย “ท่านอยู่ข้างหน้าข้า คงอยากเป็นเป้าเคลื่อนที่กระมัง” นางเอื้อมมือขึ้นไปบนเตียง ควานหาลูกหินของฮัวฮัวอีกชุด ซึ่งมันเป็นชุดสุดท้ายแล้ว “นี่แหละองค์ชาย ท่านคงยังไม่รู้ว่าอะไร ข้าถูกท่านพ่อจับไปฝึกเป็นสา

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   52

    “ฝู่เตี้ยวคงไม่ได้อยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก” นางบอก หลังคาดการณ์จากสิ่งที่ฮัวฮัวบอกไว้ก่อนกลับบ้านไป พฤติกรรมประหลาดของขันทีน้อย คือเขาชอบหายไปไหนในช่วงที่ฟู่เหรินจะไม่มีทางรับรู้ ฮัวฮัวสะกดรอยตามแบบห่างๆ จึงรู้ว่าฝู่เตี้ยวต้องไปพบใครมาแน่ๆ แต่คงไม่ใช่ฝ่ายเดียวกัน เพราะฝ่ายเดียวกันนี้ก็มีเพียงหน่วยองครักษ์กับคนของเซี่ยงกงกงเท่านั้นเอง ประจวบเหมาะกับที่อยู่ดีๆ ตำแหน่งขององค์ชายถูกเปิดเผย จึงไม่มีทางคิดเป็นอื่นไปได้เลย นอกจาก... “ฝู่เตี้ยวคือหนอนบ่อนไส้สินะ” ฟู่เหรินพูดขึ้นมาเอง เป็นไฉไฉที่ต้องหันหน้าไปมอง เพราะเขาพูดเหมือนรู้ว่านี่มันเรื่องอะไร ชายหนุ่มสั่นหน้าด้วยความหดหู่ใจ “อะไรคือสิ่งที่ทำให้ฝู่เตี้ยวที่อยู่กับข้ามาตั้งแต่อายุสิบปีกลับมาหักหลังข้าได้” “นั่นเป็นเรื่องที่ต้องไปสืบภายหลัง แต่ตอนนี้...” ข้างนอกเงียบเกินไป ราวกับไม่มีแม้แต่เสียงของสายลมราตรี หญิงสาวล้วงไปใต้เตียงแล้วหยิบดาบที่เป็นอาวุธประจำตัวซึ่งซุกซ่อนไว้เผื่อเวลาฉุกเฉิน “เราต้องรอดไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน ได้โปรดอยู่ข้างหลังข้าก็พอ” “อาหง ท่าทีเจ้าเปลี่ยน หรือว่าความจริง...เจ้ามีสถานะอื่น”

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   51

    ไม่ทันได้บอกว่าห้ามอะไรด้วยซ้ำเพราะชายหนุ่มไม่ฟัง เขากระโดดขึ้นเตียงมาทำตัวเหมือนเด็กๆ เท่านั้นไม่พอยังชักผ้าขึ้นมาห่ม แล้วเอามือตบปุๆ กับที่นอนข้างกาย “อาหง ลงมานอนเถอะ วันนี้พวกเราก็เหนื่อยกันมามาก เจ้าไม่ง่วงหรือไง” เจ้าตัวพูดไปก็หาวไป แล้วก็ดึงร่างบางให้ลงมานอนเคียงกัน “ฮ้าว...ที่นอนของเจ้าหอมเหลือเกิน ไหนขอดมใกล้ๆ หน่อย อื้ม...ข้าเข้าใจฮัวฮัวแล้วว่าทำไมติดแม่ เพราะแม่ของนางนอกจากจะหอมแล้วยังตัวอุ่นและนุ่มน่ากอดอีกด้วย ดูท่าหากฮัวฮัวกลับมาเมื่อใด คงได้ทะเลาะกับข้าเป็นแน่ เรื่องแย่งกันกอดแม่ของนาง” “ท่านพี่...” ได้แต่ดีดดิ้นและร้องอย่างถอนอกถอนใจ เพราะตอนนี้นางถูกเขาดึงไปกอดหน้าตาเฉย รับรู้ได้กระทั่งเสียงหัวใจเต้นระรัวของตัวเอง และกายอันอบอุ่นขององค์ชายที่ตอนนี้กดนางให้แนบร่างเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม “ท่านพี่ ข้าหายใจไม่ออกเจ้าค่ะ” “หายใจไม่ออก อย่างนั้นคงต้องช่วยให้หายใจคล่องเสียหน่อย” เขาผละตัวแล้วเชยคางนางขึ้น หญิงสาวเลิกคิ้วงงๆ เพราะอยู่ๆ ดันเกิดตามเขาไม่ทัน “สิ่งนี้มีในตำราแพทย์ เรียกว่าการแลกเปลี่ยนลมปราณ ข้าจะแสดงให้เจ้าดูเอง...” “หือ...อื้อ! อื้อ!”

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   50

    กลัวเขาไม่รู้ว่านางใส่ใจมากเลยต้องคุยโอ้อวดเสียหน่อย ความจริงแล้วก็เป็นฟู่เหรินนั่นเองที่ตามนางไม่ทัน เพราะไฉไฉนั้นนิสัยเช่นนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ชายหนุ่มกินน้ำแกงที่ถูกป้อนให้จนเกลี้ยง รู้สึกสบายท้องมาก เพราะเขาก็ไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า ไฉไฉรีบเก็บชาม “ข้าจะไปเตรียมน้ำให้ท่านอาบ ท่านพี่ก็ไปผลัดผ้าได้เลยนะเจ้าคะ” หันไปมองห้องพักคนไข้ชั่วคราว เห็นหญิงชรายังป้อนน้ำข้าวให้ลูกชายยังไม่เสร็จ “ข้าควรไปดูพวกเขา...” “เจ้าไปเตรียมน้ำเถอะ ข้าจะไปดูเอง และจะได้ตรวจอาการครั้งสุดท้ายก่อนจะให้ยาระงับปวดด้วย เพราะคนไข้จะได้หลับยาว” ในเมื่อตกลงกันได้เช่นนั้นจึงแยกกัน ไฉไฉเข้าครัวไปจัดน้ำต้มน้ำหม้อหนึ่ง เห็นฝู่เตี้ยวทำอาหารใกล้เสร็จแล้ว นอกจากผัดผักและน้ำแกง ก็มีปลาย่างเพิ่มขึ้นมาด้วย มิช้ามินานนัก น้ำอุ่นก็ถูกผสมจนเสร็จสิ้น ไฉไฉมองด้วยความภูมิใจ เรื่องการบ้านการเรือนแบบนี้ท่านยายย่อมเป็นผู้อบรมสั่งสอนอย่างดี ในที่สุดก็บรรลุเป้าหมาย ได้ผสมน้ำให้องค์ชายอาบเสียที “อ๊ะ ลืมไปเลย ต้องใส่นี่เข้าไปด้วย คิก...” นางหยิบห่อเครื่องหอมออกมาจากอกเสื้อ มันเป็นเครื่องหอมประจำตัวที่ม

  • มารดาผู้นี้จะรีดไถเงินบิดาที่ไม่เคยเลี้ยงดูให้หมดตัวเลย   49

    “ไฮ้...เจ้าพูดอะไรแบบนั้น ข้าจะรังเกียจทำไมกัน ภรรยาตั้งใจทำให้ขนาดนี้ ข้าต้องดีใจมากอยู่แล้ว” รีบลุกมาแล้วประคองให้นางมานั่ง ก่อนจะเอาผ้าซับเหงื่อที่หน้าผากให้ “อาหง เจ้าเดินไปมาทั้งวันแล้วก็พูดไม่หยุด คงจะเหนื่อยมาก แล้วยังลำบากมาทำอาหารอีก เรื่องแบบนี้ให้ฝู่เตี้ยวทำให้ได้ เขาถนัด”ปกติคงต้องมีขัดคอกันบ้าง แต่คงไม่ใช่ครั้งนี้ เพราะขันทีน้อยเห็นด้วย ในสายตาเขาก็ยังคิดว่าคุณหนูเจิ้งเป็นลูกผู้ดีเป็นชนชั้นสูง แต่ทำงานพอๆ กับสาวชาวบ้าน ตอนนี้คงเหนื่อยสายตัวแทบขาดหารู้ไม่ว่าไฉไฉไม่เหมือนคุณหนูบ้านไหน เพราะนางแอบเข้ามาฝึกเป็นสายลับกับหน่วยของบิดาตั้งแต่อายุแปดขวบแล้ว...ก็ตั้งแต่หลังจากพบกับองค์ชายว่าที่คู่หมั้น เจิ้งห่าวหรานก็จับลูกสาวมาฝึกวิชายุทธ์ทันที ทำให้แค่นี้ไม่ได้ทำให้หญิงสาวเหนื่อยล้าหรือพลังถดถอยได้เลย“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ วันนี้พวกเราทั้งสามคนเหนื่อยเหมือนกันหมด เรื่องแค่นี้ข้าทำได้ อีกอย่างข้ารู้ว่าฝู่เตี้ยวคงต้องกำลังดูแลท่านพี่อยู่ด้วย ข้าเลยไม่ได้เข้ามาปรนนิบัติท่านพี่ ต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ”“นั่นสิ ความจริงแม่นางหงควรมาดูแลคุณชาย แล้วบ่าวต่างหากที่ไปทำกับข้าว” ฝู่เตี้ยวลุกขึ

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status