เกือบสองทุ่ม ติณณ์เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปยังห้องรับรองแขกที่อยู่คนละฝั่งกับห้องนอนใหญ่ซึ่งถูกขวัญรดาครอบครองไปเรียบร้อยแล้ว
‘คุณขวัญให้หนูเปิดห้องไว้ให้คุณติณณ์แล้วค่ะ’เด็กรับใช้บอกด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเขาเคาะประตูเรียกขวัญรดารัวๆ อยู่หลายครั้ง ครั้นเรียกหากุญแจสำรองด้วยหวังจะเข้าห้องนอนของตัวเองให้ได้ เขาก็ได้รับคำตอบที่ทำให้หัวเสียยิ่งขึ้นไปอีก‘คุณขวัญเก็บกุญแจสำรองในบ้านไว้หมดแล้วค่ะ’ชายหนุ่มผลักประตูห้องพักที่ถูกเตรียมไว้ให้ แล้วมายืนอยู่กลางห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ...ห้องกว้างขวางและสะดวกสบายดี แต่มันเรื่องอะไรกันล่ะที่เขาจะต้องมามุดหัวอยู่ในห้องนี้ แทนที่จะได้อยู่ในห้องนอนของตัวเองชายหนุ่มตรงไปกระชากประตูตู้เสื้อผ้าให้เปิดออก พลันเขาต้องคำรามเสียงเข้มเมื่อเห็นเสื้อผ้าของตัวเองแขวนเรียงรายอยู่ในนี้แล้ว“ขวัญรดา...ตัวแสบจริงๆ”ตอนกลางวันเขาพยายามหลบหน้าขวัญรดาโดยเข้าไปทำงานในห้องทำงาน เขาเลี่ยงที่จะพบหน้าเธอ เพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ หากเจ้าหล่อนกลับฉวยจังหวะนี้ตลบหลังเขา ด้วยการย้ายข้าวของของเขาเข้า“อ้าว! งั้นก่อนหน้านี้เขาเอาเบอร์ที่ติดต่อไม่ได้มาให้เธอทำไม ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งงง”“มันไม่เชิงติดต่อไม่ได้นะคะ บางทีขวัญก็ยังได้คุยกับเขา”“เธอเป็นเมีย คนที่ใกล้ชิดผัวมากที่สุดก็ควรเป็นเมีย ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ถ้าเข้าไม่ถึงสามีตัวเอง ฉันก็ไม่รู้ว่าจะแต่งไปทำไม สู้อยู่สวยๆ โสดๆ ไปดีกว่า”“ขวัญคิดเรื่องนี้มาตลอดค่ะ แรกๆ เขากับขวัญอาจไม่คุ้นเคยกัน ความจริงมันก็เป็นอย่างนั้น เพราะเราไม่รู้จักกันเลย แต่ระยะหลังคุณติณณ์เปลี่ยนไป เขาน่ารักขึ้นมากค่ะ เขาเอาใจขวัญ ขวัญรู้สึกว่าสถานการณ์ระหว่างเรามันกำลังดีขึ้น เราปรับตัวเข้าหากันได้ ขวัญคิดว่าตัวเองกำลังจะมีความสุข”“แต่จู่ๆ เมื่อวานเธอก็รู้สึกเหมือนพลัดตกเหวลึกแบบไม่รู้ตัว” ภัสสราพูดต่อให้ด้วยพอจะเข้าใจสถานการณ์ระหว่างน้องสาวและน้องเขย“อารมณ์นั้นเลยค่ะ ขวัญกำลังคิดถึงเรื่องเบอร์โทรศัพท์ด้วยว่าขวัญควรจะโกรธเขาแค่ไหน”“เธอไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่า เธอเป็นคนใจเย็นและมีเหตุผล แต่การที่เธอไม่แสดงความรู้สึกอะไรเลย มันก็ทำให้คนบางคนได้ใจแล
“มึงมายุ่งอะไรกับเรื่องของกู”“ถ้ามึงไม่รักเมีย มึงก็เลิกกับเขาสิวะ มันจะยากอะไร คนบ้านนั้นเขายอมมึงอยู่แล้ว ส่วนเมียของมึงทั้งสาวทั้งสวย แถมยังเด็กอีกด้วย เดี๋ยวเขาก็มีผัวใหม่เอง”“ไม่เด็กแล้ว อายุยี่สิบห้าแล้ว”“เหรอ หน้าตาเหมือนเด็กเพิ่งจบมหา’ลัย”“มึงเลิกวิจารณ์เมียกูได้แล้ว”“ไอ้นี่มีหวง หวงเมียจังเลย แต่ปากบอกไม่รักเมีย ไม่รักแต่เพื่อนพูดถึงก็ไม่ได้ เดี๋ยวเถอะมึง กูจะฟ้องภัส”“อย่าแม้แต่คิด”ติณณ์ชี้ปรามเพื่อนอย่างจริงจัง แค่รับมือเมียคนเดียว เขาก็ไม่ไหว จนต้องเผ่นออกมานั่งดื่มเหล้าอยู่นี่อย่างไรล่ะ ถ้าพ่วงพี่เมียจอมวายร้ายมาด้วย เขาไม่อยากนึกถึงสภาพตัวเองหลากหลายอารมณ์ที่ถูกเก็บกดอยู่ข้างในทำให้เหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าถูกเทลงในลำคออวัชมองติณณ์ด้วยสายตาครุ่นคิด ติณณ์เคยมานั่งดื่มเหล้าในผับครั้งล่าสุดก็เป็นตอนที่เลิกกับแฟนเก่า โดยมาติดๆ กันนานเป็นสัปดาห์ จากนั้นเพื่อนก็หายหัวไปเลย หากติดตามข่าวคราวอยู่ห่างๆ เขาก็เห็นว่าติณณ์ก้าวหน้าเร
หัวใจของขวัญรดากระตุกแรงขณะมองภาพของสามีที่ถูกส่งเข้ามา กระดุมเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยจนเห็นแผงอกเกือบครึ่ง เธอเลื่อนดูท่อนล่าง...ยังดีที่กางเกงยีนอยู่ในสภาพปกติ“ใครถ่ายรูปเขา”มือไม้สั่นเทา ขวัญรดาเห็นโลเคชันที่ถูกส่งตามมาให้เป็นเพนต์เฮาส์หรูย่านทองหล่อ เธอรู้ว่าติณณ์มีเพนต์เฮาส์อยู่ที่นี่ ในตึกนี้มีเพนต์เฮาส์ของคนดังและลูกหลานคนใหญ่คนโตครอบครองอยู่หลายคน...อีกทั้งยังจำได้ดีว่าคัทลียาเคยใช้เพนต์เฮาส์ของเขาเป็นสถานที่ถ่ายทำรายการที่เจ้าตัวเป็นแขกรับเชิญมาแล้ว“ไม่ยอมกลับบ้าน เพราะมีที่อื่นให้นอนอยู่แล้วนี่เอง ทุเรศที่สุด! ผู้ชายมักมาก! แค่แยกห้องคืนเดียวก็ทนไม่ได้ ถึงกับต้องไปหาผู้หญิงคนอื่น”เธอรู้ว่าติณณ์มีความต้องการมากแค่ไหน ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาไม่เคยว่างเว้นจากเธอ แล้วดูภาพที่ใครก็ไม่รู้ส่งเข้ามาสิ มันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย เสื้อผ้าหลุดลุ่ยขนาดนี้ แถมเขายังนอนหลับตาพริ้มอีกทำไมถึงเป็นแบบนี้…ทำไมเราต้องเจ็บปวดหัวใจอยู่คนเดียวคำถามเวียนซ้ำๆ อยู่ในหัว เมื่อคิดว่าค่ำคืนนี้ตนไม่อาจหลับตาลงได้อย่างแน่นอน หญิงสาว
อากาศภายในห้องโถงของเพนต์เฮาส์เย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบกริบและสม่ำเสมอ ติณณ์ตื่นนอนในเวลาใกล้เที่ยง เขายันกายขึ้นมานั่งพลางทบทวนความทรงจำว่าตนอยู่ที่นี่ได้อย่างไรชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูด้วยความเคยชิน พลันหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นข้อความล่าสุด“ขวัญ...”เมื่อเห็นรูปถ่ายของตัวเองที่นอนหลับไม่รู้สึกตัวกับโลเคชันของเพนต์เฮาส์ในข้อความที่ตอบกลับไป ติณณ์ก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แต่พอคิดว่าไม่เห็นขวัญรดาโทร.มาหาหรือส่งข้อความมาไถ่ถามอะไรอีก ความน้อยใจก็เกิดขึ้นมานิดๆเมียไม่ห่วง เห็นอยู่ว่าเราเมาหลับไม่รู้สึกตัวติณณ์ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อจะอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ วันนี้เขาต้องเข้าไปที่โรงแรม โชคดีที่นัดกับพ่อไว้เป็นช่วงบ่าย ตอนนี้จึงยังเหลือเวลาพอให้จัดการตัวเอง“เฮ้ย! อย่าบอกว่านะว่าเธอขนเสื้อผ้าจะย้ายกลับไปอยู่บ้าน”ภัสสราร้องเอะอะเมื่อชะโงกหน้าไปดูที่นั่งทางตอนหลังของรถตู้ตัวเอง แล้วเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าและถุงใส่ข้าวของอัดอยู่เต็มรถเจ้าของสัมภาระยังปิดปากเงียบ ภัสสราจึงต้องหันไ
สปอร์ตคาร์คันสีขาวแล่นมาจอดในโรงรถในเวลาสามทุ่ม คนขับรถเดินมาดูรถคันสีเหลืองมะนาวที่จอดอยู่ริมสุด ปกติมันไม่ได้จอดตรงนี้ ที่ของมันอยู่ด้านใน“ขวัญกลับมาจากข้างนอกหรือเปล่า ทำไมเอารถมาจอดขวางตรงนี้ หรือกำลังจะออกไปไหน”คิดจะเคลื่อนรถของเธอให้เข้าที่เข้าทาง แต่เปลี่ยนใจ ช่างมันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน วันนี้เขาเพลียไปทั้งร่าง สมองมึนตึ้บเพราะต้องนั่งประชุมตลอดบ่าย พอเลิกประชุม แล้วคิดจะกลับบ้าน แต่พ่อยังลากเขาไปกินข้าวกับเพื่อนนักธุรกิจของพ่ออีก กว่าจะขอตัวกลับบ้านได้ก็เกือบดึกติณณ์ลากสังขารที่เหนื่อยล้าเข้าไปในบ้าน อดที่จะกวาดสายตามองรอบๆ โถงบ้านไม่ได้ว่าขวัญรดาอาจอยู่ตรงนี้ แต่บ้านเงียบเกินไป ดวงไฟก็เปิดแค่ในโถงกลาง เขาจึงตรงขึ้นไปชั้นบนเขาเดินผ่านห้องนอนใหญ่ ไม่เห็นแสงไฟลอดออกมา คิดว่าคนในห้องคงหลับสนิทแล้ว ขวัญรดาเข้านอนเร็ว จากที่คิดจะแกล้งเธอให้หนำใจที่ไล่เขาออกไปจากห้องนอนตัวเอง แต่เปลี่ยนใจ เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน รอให้สังขารของเขาพร้อมกว่านี้ก่อนมันเป็นการตัดสินใจที่บ้าดีเดือดครั้งใหญ่ หากไม่นับรวมถึงการตกลงแต่งงานกับติณณ์เมื่อสามเดือน
ตั้งใจตื่นนอนตั้งแต่เช้า เพราะอยากเห็นหน้าเมีย การไม่ได้เห็นเธอเกินยี่สิบชั่วโมงมันนานเกินไป ชีวิตของเขาเหมือนขาดอะไรไปติณณ์เดินลงมาชั้นล่างอย่างกระปรี้กระเปร่า วันนี้ตั้งใจจะหาเหตุอยู่กับขวัญรดาทั้งวัน ก็คนมันคิดถึงนี่นา แต่พอลงมาถึงชั้นล่าง เขากลับพบว่าบ้านทั้งหลังยังคงเงียบกริบ มันไร้ชีวิตชีวาสิ้นดี แม้แต่คนรับใช้ที่ปกติเดินไปมาอยู่แถวๆ นี้ก็ไม่มีให้เห็นสักคนชายหนุ่มเข้าไปในครัว ซึ่งเป็นที่ที่แม่บ้านพ่วงตำแหน่งแม่ครัวปักหลักอยู่“ขวัญลงมาหรือยังครับ”ป้านิ่มเลิกคิ้ว แลดูประหลาดใจ คนถามจึงแก้เก้อด้วยการบอกเสียใหม่ หวังว่ามันจะดีขึ้น“ผมยังไม่ได้ไปดูที่ห้องนอนน่ะ เมื่อคืนผมกลับดึก เลยไม่อยากกวนขวัญ”“คุณขวัญไม่ได้อยู่บ้านนะคะ คุณขวัญกลับไปบ้านโน้นตั้งแต่เมื่อวาน ป้าคิดว่าคุณติณณ์รู้เรื่องนี้แล้วซะอีก”“ขวัญไม่อยู่บ้าน? เป็นไปได้ยังไง ทำไมไม่มีใครบอกผม”เสียงโวยวายดังสวนทันที ไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์กันแล้วแหละ เมียเขาหายไปทั้งคน ทำไมเขาถึงเพิ่งมารู้เอาตอนนี้“ป้าจะบอกคุณตั
ภัสสรานั่งชะเง้อมองไปยังประตูห้องรับรองในกองถ่าย รอคอยว่าเมื่อไรเอเดนจะเข้ามา เธออุตส่าห์มากองถ่ายก่อนเวลาเพื่อจะคุยเรื่องร้อนใจกับเขา แต่กลับพบว่าเขามาตรงเวลาเป๊ะ ซึ่งเพียงแค่พระเอกสุดฮอตมาถึง ช่างแต่งหน้าและฝ่ายเสื้อผ้าก็กรูกันไปรุมล้อม ไม่เหลือช่องให้เธอสบโอกาสพูดเรื่องสำคัญ “พี่ภัสยังไม่กลับหรือคะ หรือว่ารอใครมารับ” คนในกองถ่ายเข้ามาเห็นก็อดถามไม่ได้ “เปล่า ไม่มี พี่มากับรถของพี่” เสียงสูงไปสักหน่อย พอนึกได้ก็ขัดใจตัวเอง...ทำพิรุธไปทำไม ก็ในเมื่อไม่มีใครมารับเธอจริงๆ มีแต่คนขับรถตู้ที่รอเธออยู่ข้างนอก นานกว่าหนึ่งชั่วโมงโดยที่ไม่มีใครสนใจนางร้ายเจ้าบทบาทที่นั่งซุกตัวอยู่ตรงโซฟามุมห้องอย่างเงียบกริบ กระทั่งประตูห้องรับรองเปิดออก เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจก็เรียกความสนใจให้เบนไปหา “เอเดนว่างไหมคะ พอดีมีนักข่าวรออยู่ข้างนอก เขาอยากคุยด้วยค่ะ” ผู้ช่วยผู้กำกับตามเข้ามาบอกใกล้ๆ ผู้จัดการของพระเอกหนุ่มที่ยืนประกบอยู่จึงเป็นฝ่ายตอบแทน “เอเดนให้สัมภาษณ์ละครใหม่ไปแล้วนี่ครับ” เมื่อสักครู่หลังจากเข้าฉากกับนางเอกหน้าใหม่เสร็จ เอเดนก็ถูกลากให้
แสงแดดทอทอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่เปิดแง้ม ขวัญรดาตั้งใจจะเดินไปปิดมัน แต่สายตาแลเลยไปยังแม่น้ำกว้างที่อยู่ห่างจากบ้านไม่กี่สิบเมตร หลายสิ่งหลายอย่าง ณ ที่แห่งนี้ทำให้ความทรงจำที่ฝังอยู่ข้างในถูกขุดขึ้นมา‘เมื่อไรพ่อจะกลับบ้าน’‘พ่อไปทำงานจ้ะ เรารอพ่ออยู่ที่บ้านนี่แหละ’‘ขวัญคิดถึงพ่อ ขวัญไม่เจอพ่อน้านนานเลย’‘ขวัญเบื่อที่จะอยู่กับแม่แล้วหรือจ๊ะ’‘ขวัญอยากอยู่กับพ่อ ขวัญอยากอยู่กับแม่ด้วย ทำไมพ่อถึงไม่มาอยู่กับเรา’‘เดี๋ยวพ่อทำงานเสร็จเมื่อไร พ่อก็จะกลับมาหาเราเอง’‘ไม่จริงสักหน่อย แม่ก็ทำงาน แต่แม่อยู่กับขวัญ พ่อทำงานเหมือนแม่ แต่พ่อไม่อยู่กับขวัญ พ่อไม่อยู่กับแม่ด้วย ขวัญรู้ พ่อไม่กลับมาแล้ว’เด็กหญิงตัวน้อยตะโกนใส่แม่พลางร้องไห้ และเช่นเคยที่อ้อมอกอุ่นๆ ของแม่ทำหน้าที่ปลอบโยนเธอ มันเป็นอย่างนี้เสมอ ซึ่งต่างจากอ้อมอกของพ่อที่เธอถวิลหาอยู่ทุกคืนวัน หากเธอไม่อาจจดจำอะไรได้เลย...จำไม่ได้ แต่ร้องหาทุกคราเมื่อนึกถึงมือบางวางทาบบนหน้าท้องแบนราบ หากย้อนเวลากล
เวลาบ่ายสองโมงของวันหยุด เด็กชายวัยเก้าขวบหน้าตาคมคายส่อแววหล่อเหลาเดินเข้ามาในบ้าน หลังจากที่เขาไปช่วยพนักงานเสิร์ฟอาหารอยู่ในร้านอาหารของแม่ซึ่งตั้งอยู่ในแปลงที่ดินข้างบ้านขวัญรดามองลูกชาย เมื่อไม่เห็นว่าลูกสาวกลับมาพร้อมกัน ทั้งที่ตอนขาไป ลูกทั้งสองคนยังเดินจับมือกันอยู่เลย เธอจึงคิดจะถาม...แต่เจ้าตัวก็ฟ้องขึ้นมาเสียก่อน“คุณแม่ครับ ข้าวหอมไม่ยอมกลับบ้านอีกแล้ว”“น้องทำอะไรอยู่คะ แล้วน้องอยู่กับใคร”“น้องขายผักกับอยู่พี่มุกครับ เมื่อกี้น้องถ่ายคลิปลงติ๊กต็อกด้วย ทั้งสองคนทำอะไรกันก็ไม่รู้ น่าเบื่อมาก ต้นรอไม่ไหว คุณแม่ไปตามน้องกลับบ้านหน่อยสิครับ”ดูท่าทางคนเป็นพี่ชายจะไม่สบอารมณ์ในตัวน้องสาวจริงๆ ขวัญรดาจึงต้องคุยต่อเพื่อหาสาเหตุ“ป้าจ๋าอยู่กับน้องใช่ไหมจ๊ะ แม่ว่าเราปล่อยให้น้องอยู่ที่ร้านไปก่อนก็ได้นะ”ป้าจ๋าเป็นพี่เลี้ยงของลูกสาวมาตั้งแต่เจ้าตัวยังเป็นเด็กอ่อน หากมีพี่เลี้ยงคนนี้อยู่ด้วย ขวัญรดาก็วางใจว่ามีคนที่ดูแลลูกสาวแทนตนได้“ป้าจ๋าอยู่ด้วยครับ แต่ต้นไม่ชอบให้น
“พ่อคับ...กินคุกกี้”น้องแต็งค์หรือเด็กชายตนุธิป เด็กชายที่เพิ่งเป่าเค้กวันเกิดครบรอบสองขวบไปเมื่อหลายเดือนก่อน ถือกล่องใส่คุกกี้ช็อกโกแลตมาให้คุณพ่อลูกสามช่วยเปิดฝากล่องให้คุณพ่อลูกสาม?ถูกต้องแล้ว...คุณพ่อที่เคยยืนยันเสียงหนักแน่นว่าเขายังไม่คิดจะมีลูกคนต่อไป ตราบใดที่ลูกคนแรกยังไม่โตพอ อีกทั้งเขาจะต้องได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเสียก่อนหากในความเป็นจริงนั้น แค่เพียงน้องต้นกล้าอายุได้หกเดือน ขวัญรดาก็ตั้งท้องลูกคนที่สองด้วยความยินยอมพร้อมใจกันของทั้งสองคน โดยท้องนี้พวกเขาได้ลูกสาวหน้าตาจิ้มลิ้มมาอุ้มชู พวกเขาตั้งชื่อให้ลูกสาวว่าน้องข้าวหอมหรือเด็กหญิงเขมนิจ ปัจจุบันเด็กหญิงอายุได้แปดขวบแล้ว ซึ่งพ่อกับพี่ชายนั้นหวงแม่หนูมาก“หนูขออนุญาตคุณแม่หรือยังครับ คุกกี้กล่องนี้คุณแม่เก็บไว้ให้พี่ๆ กินด้วยหรือเปล่า”“แต็งค์จะกินคุกกี้แลต”พ่อหนูน้อยยืนยัน เป็นอันรู้กันว่าคุกกี้ช็อกโกแลตเป็นของโปรดของเจ้าตัว อย่าหวังว่าจะยอมแบ่งให้ใคร แถมยังทำท่าทางขัดใจอย่างสุดฤทธิ์เมื่อถูกพ่อพูดจาตะล่อมหวังจะให้เปลี่ยนใจ&
หนึ่งเดือนถัดจากนั้น ณ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำที่คุณอิงอรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แตงโมน้อยก็ได้ฤกษ์ออกมาลืมตาดูโลกคุณแม่มือใหม่เข้าไปนอนรอคลอดอยู่ในห้องพักพิเศษสองวัน ลูกชายคนแรกของเธอถึงคลอดออกมา ทารกน้อยเนื้อตัวอวบอ้วน ภัสสราที่มาเยี่ยมหลานในทันทีเมื่อรู้ข่าวก็บอกอย่างตื่นเต้น“เมื่อกี้ฉันไปดูหลานในห้องเด็ก หลานตัวโตมาก แทบจะตัวโตที่สุดในบรรดาเด็กที่นอนเรียงกัน ทั้งที่ขวัญตัวเล็กนิดเดียว แถมตอนท้องก็ไม่ได้อ้วนขึ้นเลย”“น้ำหนักตัวของขวัญก็ขึ้นนะคะ แต่ขึ้นตามเกณฑ์ของคุณหมอ ขวัญกินอาหารตามที่หมอแนะนำ ขวัญไม่ได้กลัวอ้วนนะ แต่ขวัญคิดถึงแต่ลูก อยากให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนมากที่สุด”“มันได้ผลจริงๆ นะ เพราะลูกของเธอตัวโตเชียว”“พ่อเขาก็ตัวโต หน้าตาหล่อคมกระเดียดไปทางพ่ออีกนั่นแหละ”คุณจงกลที่อยู่เฝ้าขวัญรดามาทั้งวันพูดแทรกขึ้น เพราะนางพินิจหลานชายอยู่สักพักใหญ่ แล้วจึงได้ข้อสรุปตามนั้น“จริงด้วยสิ ภัสลืมไปเลย”ภัสสราไม่ได้แกล้งน้องเขย แต่เธอลืมไปจริงๆ ว่าหลานชายที่หน้าตาน่
“โดนจนได้นะแคท จำเป็นบทเรียนไว้เลยว่าทีหลังอย่าร้ายกับคนที่ไม่ได้ร้ายกับเรา แต่ถ้าใครร้ายมา เราก็ร้ายตอบ อันนี้ไม่ผิดกติกา แถมเรายังหาแนวร่วมได้อีกด้วย”รุ่นใหญ่ในวงการบันเทิง เพราะทำงานมาตั้งแต่เด็ก พูดด้วยอารมณ์ไม่ได้ดังใจขณะดูข่าวของญาติตัวเองทางโทรศัพท์มือถือ คนเป็นน้องสาวที่นั่งลูบท้องโตๆ อยู่ข้างๆ ก็ถอนหายใจ“ขวัญรู้สึกไม่ดีเลย มีทางไหนที่เราพอจะช่วยคุณแคทได้บ้างไหมคะ”ยอมรับว่าพอกำลังจะมีลูก เธอก็รู้สึกอ่อนไหวไปเสียหมด ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อนเพราะตัวเอง ซึ่งภัสสราก็เข้าใจน้องสาวดี“เราเป็นแค่คนตัวเล็กๆ นะขวัญ เราช่วยใครไม่ได้หรอก ส่วนตัวแคทเองก็มีมูลค่าในวงการบันเทิงมากพอ เดี๋ยวเขาก็ไปต่อได้ เราไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา แคททำตัวของเขาเอง ติณณ์ก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันมากเกินไป เขาแค่ตอบโต้แคทเพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว งานนี้เรียกว่าแคทแพ้ภัยตัวเอง”“แต่ถึงกับถูกปลดออกจากละคร มันก็หนักไปนะ”แม้ไม่เคยอยู่ในจุดนั้น หากขวัญรดาคิดว่าตนพอจะเข้าใจความรู้สึกของคัทรียา มันคงไม่ต่
นายชัชชัยเสียชีวิตในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในสองวันต่อมา ลูกและภรรยาต่างก็เสียใจ แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกโล่งใจไปด้วย...จบสิ้นกันสักทีในส่วนความรับผิดชอบที่มีต่อเหยื่อและครอบครัวนั้น หน่วยงานที่นายชัชชัยสังกัดอยู่ได้ออกมากล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง อีกทั้งพร้อมแสดงความรับผิดชอบโดยไม่มีการโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้นภรรยาและลูกทั้งสองคนของนายชัชชัยก็ไม่ทอดทิ้งใคร นอกจากคำขอโทษที่มีต่อทุกคน พวกเขายังคงให้ความช่วยเหลือผ่านหน่วยงานที่ออกหน้ามาดูแลผู้เคราะห์ร้ายแม้แต่ปกรณ์ซึ่งเป็นสามีของผู้หญิงที่นายชัชชัยเคยชุบเลี้ยง เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ลูกและภรรยาของนายชัชชัยก็ให้ความช่วยเหลือเขาเช่นเดียวกัน ในขณะนี้ปกรณ์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีวีรยาคอยดูแลอย่างไม่ยอมห่าง ซึ่งอาการของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆไม่มีใครอยากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้...เป็นอย่างที่ลูกชายของนายชัชชัยคาดไว้จริงๆ ไม่มีญาติของนายชัชชัยมาร่วมงานศพของเขาสักคน ในงานคงมีแต่ภรรยาและลูกที่จัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นอย่างเร่งรีบและรวบรัดเท่านั้นขวัญรดาทำบุญไปให้นายช
“ภัสคุยกับติณณ์อยู่ค่ะ ติณณ์ไม่ให้ขวัญดูข่าว บ้านนั้นจะปิดทีวีทั้งวัน ติณณ์จะคอยติดตามข่าวแล้วบอกกับขวัญเอง ส่วนขวัญก็รู้เรื่องแล้ว ขวัญทำใจกับเรื่องนี้ได้ค่ะ”ภัสสราเคยโกรธนายชัชชัยนักหนาที่ตัดรอนขวัญรดา เขาไม่ยอมรับว่าขวัญรดาเป็นลูกสาว นับตั้งแต่ขวัญรดาย้ายมาอยู่กับครอบครัวของเธอ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยมาหาและไม่เคยติดต่อน้องสาวอีกเลยทว่าในเวลานี้ ภัสสรากลับนึกขอบคุณโชคชะตาที่พาให้เหตุการณ์ในอดีตเบนไปในเส้นทางนั้น อย่างน้อยมันก็ทำให้ขวัญรดาไม่รู้สึกผูกพันกับพ่อผู้ให้กำเนิด ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป น้องสาวของเธอก็จะทำใจยอมรับทุกเรื่องได้ง่ายขึ้น“แตงโม...แตงโมชื่ออะไรดีครับ เดี๋ยวพ่อเอาชื่อมาให้หนูเลือกนะ”เสียงของว่าที่คุณพ่อดังอยู่เหนือศีรษะ คนท้องที่อิงซบอยู่กับอกเขาต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง“คุณติณณ์เอาชื่อมาจากไหนคะ”“เว็บไซต์สำหรับตั้งชื่อลูก มีแต่ชื่อมงคลความหมายดีๆ ทั้งนั้น”“งั้นบอกมาเลยค่ะ ขวัญจะช่วยแตงโมเลือกเอง”“ตนุธิป ตนุนันท์ ตนุพัชร์...สามชื่อน
หากแค่หันหลังกลับมา วีรยาก็เย็นวาบไปทั้งตัว...ชัชชัยกำลังเล็งปืนมาที่เธอ“แค่กูลั่นไก มึงก็ตายห่า”วีรยายืนนิ่งงัน กลั้นลมหายใจและไม่ตอบโต้เขา...ปืนจ่อหน้าผากอย่างนี้ ใครไม่กลัวตายบ้างล่ะ มัจจุราชคงยืนขนาบข้างเธอแล้วเวลาผ่านไปแค่ไม่กี่วินาที แต่วีรยารู้สึกเหมือนนานชั่วกัปชั่วกัลป์ กระทั่งปืนกระบอกนั้นลดต่ำลง ลมหายใจที่กลั้นเอาไว้จึงค่อยๆ ผ่อนออกมา สัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดกำลังพุ่งพล่านอยู่ในอกวีรยาฉวยโอกาสที่มีอยู่น้อยนิดเข้าไปนั่งในรถ เธอรีบสตาร์ตรถ มือที่กำพวงมาลัยรถกำลังสั่นระริก หางตาชำเลืองแลชัชชัยอย่างหวาดกลัว ก่อนที่รถญี่ปุ่นคันกะทัดรัดจะพุ่งทะยานผ่านประตูรั้วออกไปจากบ้านพักริมทะเลหลังนั้นรถญี่ปุ่นคันสีแดงแล่นห่างจากบ้านพักริมทะเลได้ประมาณสองกิโลเมตรในทิศทางตรงเข้าสู่ตัวเมือง คนขับสาวเห็นสภาพร่อแร่ของผู้ชายที่นั่งข้างๆ เธอก็รู้สึกสงสารเขาจับใจ“คุณเต้ยอดทนไว้นะ วีกำลังจะพาคุณไปหาหมอ”“หนีก่อน...อย่าวางใจเขา”เสียงแหบห้าวดังแผ่วเบา วีรยาได้ยินไม่ชัด แต่เธอไม่ได้ถามเขาซ้ำ เพราะใจของเธอกำลัง
ซู่ ซู่ ซู่...เสียงคลื่นทะเลซัดสาดดังอยู่ไม่ไกล หญิงวัยสี่สิบปีที่ยังสาวและสวยอยู่มากเพราะดูแลตัวเองดี พลิกกายบนเตียงนอน ก่อนจะวาดแขนไปยังที่นอนข้างๆ แต่เธอกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า“ไปไหนของเขานะ?”เจ้าของร่างเปลือยเปล่าลุกขึ้นนั่ง เธอคว้าเสื้อคลุมนอนที่ถอดทิ้งไว้ตรงปลายเตียงขึ้นมาสวม แล้วเดินออกไปตามหาคนที่นอนกกกอดกันทั้งคืน“คุณเต้ย...คุณเต้ยอยู่ไหนจ๊ะ”เสียงหวานเพรียกหาพลางยกมือขึ้นมาสางผมยาวเป็นลอนใหญ่เพื่อจัดทรงไปด้วยบ้านทั้งหลังเงียบสนิท สาวใหญ่ชะโงกหน้าไปมองในห้องนั่งเล่น หากไร้วี่แววคนที่กำลังตามหา เธอจึงคิดจะกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เพราะคิดว่าชายหนุ่มคงออกไปเดินเล่นริมหาด...เดี๋ยวเขาก็กลับมาพลันหางตาแลเห็นเงาวูบไหวหลังผ้าม่านกรองแสงที่กั้นผนังกระจกของห้องโถง หัวใจของเธอกระตุกแรง เพราะเงาร่างนั้นคล้ายคนคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี สาวใหญ่ตรงไปผลักประตูบานนั้นให้เปิดออกอย่างไม่รีรอ“พี่ชัชมาที่นี่ได้ยังไง”เธออุทานถาม...เป็นเขาจริงๆ ด้วย การต้องเผช
สองหนุ่มสาวก้าวขึ้นมาบนสำนักงานเขตด้วยท่าทางเร่งรีบ พวกเขากลายเป็นจุดสนใจของประชาชนที่มาใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น เพราะความสวยหล่อและความมีชื่อเสียงของคนทั้งคู่ อีกทั้งไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เจอพวกเขาในสถานที่แห่งนี้ภัสสรากวาดสายตามองหาน้องสาว เมื่อเกือบชั่วโมงก่อน เธอได้รับสายจากเจ้าตัวว่าขอให้มาเป็นพยานในการจดทะเบียนสมรส ภัสสราจึงตามมาเมื่อเห็นว่ามีช่วงเวลาว่างมากพอ หากเมื่อคนที่อยู่ใกล้ๆ รู้เรื่องเข้า เขาก็อาสามาเป็นพยานด้วยอีกคน โดยที่ไม่มีใครร้องขอเขาเลยเรื่องมันก็เป็นอย่างนี้แหละ...ภัสสราอยากป่าวประกาศให้เจ้าของสายตาหลายคู่ที่มองมาแล้วหันไปซุบซิบได้เข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เธอกับเขาเข้ามาในแผนกจดทะเบียนสมรสในเวลาใกล้เที่ยงของวันนี้“พี่ภัสทางนี้ค่ะ” เสียงของขวัญรดาทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง ก่อนจะตรงปรี่ไปหาคนท้องที่นั่งบนเก้าอี้รอคิวหน้าห้องทำการ“ใกล้จะถึงคิวขวัญพอดี ขอบคุณคุณเอเดนที่เสียสละเวลามาเป็นพยานให้ขวัญกับคุณติณณ์ด้วยนะคะ ฉุกละหุกหน่อยค่ะ ขวัญกับคุณติณณ์มาถึงที่นี่แล้วถึงได้รู้ว่าเราต้องมีพยานมาด้วย ขวัญเลยต้องโทร.ไปบอกพ