“นางเป็นใคร เจ้ารู้จักนางไหม”เอียงคอถามเจายี่“นางคือนางกำนัลซุ่ยเอ่อร์ เจ้าค่ะ คนนี้แหละเจ้าค่ะที่ ๆๆสั่งให้ข้าวางยาพระสนม”ต้าเหนิงกำลังเบื่อๆเซ็งๆพอดี เงยหน้าขึ้นยิ้มมุมปาก“ใครเป็นพี่เจ้า เป็นนางกำนัลถือดีอย่างไรมานับญาติกับสนมเอกอย่างข้า”เจายี่ก้มหน้ายิ้มซุ่ยเอ่อร์ยิ้มมุมปาก“สนมเอ่อ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร เห็นข้านอบน้อมเจ้ายังไม่สำนึก ข้าไม่เกรงใจแล้วข้าน่ะนะแวะมาสมน้ำหน้าเจ้าอย่างไรเล่า ฝ่าบาทกักบริเวณเจ้าไม่ให้ใครเข้าออก ทำทีไม่พอใจข้าหรือ ข้าไม่สงวนท่าทีกับเจ้าแล้วนางมาร ใครอยากจะเรียกเจ้าว่าพี่หญิงกัน เป็นไปได้ข้าอยากจะจิกหัวเรียกเจ้าอย่างที่เจ้าเคยทำกับข้าด้วยซ้ำไป พวกเจ้าจับนางจิ้งจอกเอ่อต้าเหนิงไว้โอหังดีนักข้าจะสั่งสอนนางว่าตอนนี้ใครกันที่ควรจะนอบน้อมกับใคร” นางกำนัลร่างใหญ่ที่ซุ่ยเอ่อร์นางเลบือกมาเดินเข้ามาับตัวต้าเหนิงไว้เจายี่รีบเข้ามาขวางกลับกูกนางกำนัลร่างใหญ่สะบัดมือเข้าใส่ใบหน้าจนล้มกลิ้งไปกับพื้น“ยอมเสียดีดีข้าอยากจะลองจิกผมเจ้าลากเจ้าไปกับพื้นลองเอามีดเย็นเฉียบนาบที่แก้มของเจ้าและ อยากจะลองตบเจ้าดูสักครั้ง พวกเจ้าจับนางไว้”นางกำนัลร่างใหญ่เดินเข้ามาประชิดตัวต
ตำหนักพระพันปี“ไม่มีใครทำอะไรนางได้เลยหรือ”นางกำนัลข้างกายยืนก้มหน้าขันทีโจทย์เก่าของต้าเหนิงรีบชิงพูดขึ้นก่อน“เพฮะไทเฮา นางเก่งกาจยิ่งกลับมาคราวนี้ฝ่าบาททรงออกปากว่าห้ามใครแตะต้องนาง จึงได้เห็นฤทธิ์นางในแต่ละวันไม่มีแผ่วเลยเพฮะ”แต่นางกนัลข้างกายอยากจะบอกว่าสร้างเรื่องได้สะใจยิ่งเรื่องเล่าของต้าเหนิงดังไปทั่ววังหลวง นางกำนัลซุ่ยเอ่อร์คนนั้นพองขนจนน่าเกลียดป่านนี้ฝ่าบาทคงลงทัณฑ์ไปแล้วทั้งฝ่าฝืนบัญชาเข้าไปในตำหนักที่16และบังอาจทำให้สนมเอ่อหงุดหงิดหัวใจ“หรือสวรรค์จะกำหนดไว้แล้ว ฮ่องเต้ไม่ยอมทำให้นางเสียความมั่นใจโดยการข่มเหงนาง ทั้งยังตามใจนางยิ่งทำแบบนี้นางยิ่งได้ใจ ก่อนนั้นไม่ยอมถวายตัวมาถึงตอนนี้กลับถือไพ่เหนือกว่าฮ่องเต้ เพียงเพราะว่าฮ่องเต้ถือว่านางมีค่ามีราคากว่าสนมคนอื่น”ท่าทีหนักใจจนสังเกตุได้“ไม่มีทางทำอย่างไรเลยพรือเพฮะ” "จะต้องทำอะไรนางเพคะ"นางกำนัลข้างกายอดที่จะเข้าข้างต้าเหนิงเสียไม่ได้จะว่าไปก็ดีที่สนมเอ่อต้าเหนิงแข็งข้อแบบนี้ในวังหลวงมีการข่มเหงกันไม่เว้นแต่ละวัน สนมเอ่อต้าเหนิงอาจเป็นเพียงไม่กี่คนที่ไม่มีใครกล้าข่มเหงนาง“ข้าส่งสนมหวงสื่อหยินแต่ฝ่าบาทกลับประหารนาง
ห้องหนังสือบ้านลู่ ลู่สือห่าวนั่งบนเก้าอี้ จางเหมียน(อีกหหนึ่งคนในผู้นำสี่ตระกูลใหญ่นั่งเผชิญหน้ากัน“ข้าแค่รู้สึกไม่สู้ชอบใจกับสิ่งที่เฉินตงลี่ทำ การที่จะชิงบัลลังก์ เพื่อฝ่าบาทของเรา แต่เขากลับสร้างเงื่อนไขมากมายเพื่อให้ตัวเองได้ความได้เปรียบและอ้างความชอบธรรม คนบ้านเอ่อผิดอะไรจึงต้องทำร้ายนางแบบนั้น”“เฮ้อข้าเองก็ไม่ชอบ อดสงสารคุณหนูบ้านเอ่อ เอ่อต้าเหนิงเสียไม่ได้ที่ผ่านมานางพยายามด้วยตัวเองที่ไม่ต้องตกเป็นคนของกัวกั๋วฮ่องเต้ แค่เฉินตงลี่กลับส่งนางกลับคืนวังหลวง เพียงเพราะตั้งใจจะเบี่ยงเบนความสนใจของกัวกั๋วฮ่องเต้ข้าเองตอนนี้รู้สึกผิดกับนาง”“ข้าได้ยินว่า…กระซิบเบาๆราวกับว่ามีใครจะได้ยินทั้งที่อยุ่กันเพียงสองคน”ลู่สือห่าวขมวดคิ้ว“หากพลาดพลั้งไม่เท่ากับวางหัวนางบนแท่นประหารไปเสียแล้ว เฉินตงลี่ทำแบบนี้ก็ไม่ถูก ใช้นางเป็นเครื่องมือทำการใหญ่เพียงลำพังเช่นนั้นทำไมไม่ส่งลุกสาวไปเล่า ลูกสาวของเฉินตงลี่ก็งดงามเพียงนั้นกักตัวไว้ในบ้านไม่ให้พบปะผู้คนกลัวว่ากัวกั๋วฮ่องเต้จะเห็นนาง ข้าเข้าใจเจตนารมณ์เขาดีที่มาวันนี้จึงเพื่อบอกกับท่านว่าหากใครสักคนที่จะเหมาะสมกับฝ่าบาทของเราก็ควรเป็นคุณหนูบ้านเ
ตำหนัก16“หืออออ ดีใจจังท่านหมอก็มา”หมอเทวดาเยี่ยนฉือยิ้มบางๆกับท่าทีดีใจของต้าเหนิอดสงสารต้าเหนิงเสียไม่ได้“นางอยู่ด้วย ข้าไม่พูดกับเจ้า”หลบตามองพื้น“ธรรมดาเจ้าค่ะเจายี่ เคยทำไม่ดีมาก่อนข้าน้อยเจายี่ขอตัวก่อน”ย่อกายแล้วเดินจากไป ต้าเหนิงยิ้มตาหยี“ท่านหมอมาได้อย่างไร”“ข้าทีแรกตั้งใจจะเดินมาแต่มันไกลเหลือเกินก้เลยอาศัยเกี้ยวของบ้านลู่ที่ที่ผ่านมาประสบเข้าพอดี”ต้าเหนิงยิ้มเจื่อนๆกวนทีนละ555“หายเศร้ายังได้ยังเจอมุกนี้555”ต้าเหนิงยิ้มเศร้าๆ ก็หายนิดๆแหละ“ท่านหมออย่าพูดแบบนี้ต้าเหนิงจะร้องไห้”พูดไปพร้อมกับก้มหน้าเยี่ยนฉือตบที่หน้าอกพร้อมอ้าแขนกว้างต้าเหนิงเหลือบตามองรู้สึกเหมือนเด็กที่กำลังร้องไห้โยเยแล้วได้รับคำปลอบใจจากคนสูงวัยกว่าความห่วงใยอบอุ่นเหลือเกิน“มาซบอกข้าสิ อยากร้องมาซบอกข้าร้องไห้ได้ฟรีๆข้าไม่หวง”ต้าเหนิงน้ำตาปริ่มขอบตา ยิ้มทั้งที่น้ำตากำลังจะไหล“ถ้าจะเศร้าแบบนี้แล้วจะเข้ามาทำไม ทนอยู่ที่นั่นหรือหนีไปที่อื่นเสีย หรือไม่ก็บอกหวางเย่ไปสิว่าเจ้าถูกใต้เท้าเฉินกดดันให้เข้ามาที่นี่”ต้าเหนิงส่ายหน้าไปมา คำพูดมันจุกอยู่ที่อก “ไม่ต้องโทษคนอื่นหรอกน่า ข้าอยากเข้ามาเองไม่อยาก
บ้านเฉิน“เตรียมการพร้อมแล้วหรือยัง”ขอรับทัพของเราจากเผยจ่าย กำลังฝึกฝนใกล้จะได้เวลาแล้ว”ลู่ซือห่าวพูดตามความจริงกำลังคนยังขาดประสบการณ์ทางที่ดีต้องฝึกฝนให้มาก“ข้าร้อนใจยิ่งนักฝ่าบาทมีพระบัญชาให้พาอี้เหมยเข้าไปในวังหลวง ข้าแต่เดิมไม่เคยให้อี้เหมยเข้าวังหรืออกหน้าเพราะเกรงว่าวันนี้จะมาถึง”ลู่สือห่าวกระแอมเบาๆ จางเหมียนก้มหน้าซ่อนยิ้มเสียทีเรื่องของตัวเองแล้วเป็นเดือดเป็นร้อน แต่เรื่องของคนอื่นกลับนิ่งเฉย ใครบ้างไม่รักลูกตระกูลเอ่อก็คงรักต้าเหนิงและนางก้คงรักตัวเองไม่ยอมตกเป้นของกัวกั๋ว อยากจะรู้ว่าเฉินตงลี่จะแก้ไขสถานการณ์ลเวร้ายที่กำลังจะเกิดกับบุตตรีที่รักได้อย่างไร“ฝ่าบาทยามนี้มีพระสนมเอ่ออยู่แล้วทั้งคนก็ยังต้องการหญิงอื่นใดอีกหรือ เช่นนั้นแผนการของเราก็คงจะล่มในเมื่อกัวกั๋วฮ่องเต้ยังโหยหาหญิงอื่นเช่นนี้ ท่านเฉินท่านจะหลีกเลี่ยงอย่างไร”ลี่ฟานฟานนิ่วหน้า“จะทำเช่นไรได้บัญชาของกัวกั๋วใครกล้าขัดยิ่งข้ากับพวกท่านก็เป็นคนที่ฝ่าบาทเพ็งเล็ง หากแสดงว่าไม่ยินดีไม่พ้นหัวจะหลุดจากบ่า”เฉินตงลี่เหมือนจะกังวลใจจริงๆ“ เห็นว่า บุตตรีท่านสนิทชิดเชื้อกับหวางเย่ ท่านไม่รวมเอาบุตตรีไว้ในแผนการหรือไ
“ท่านหมอ พระสนมเอ่อให้ตามท่านที่ตำหนักที่16”หมอหลวงรีบรนรานหิ้วหลวมยากระซิบกับเจายี่เบาๆ“สนมเอ่อเป็นที่โปรดปรานเพียงนี้ ข้าควรจะเรียกเงินทองสักเท่าไหร่ดี”เจายี่ยิ้มเจื่อนๆ“ ท่านก็ลองบอกพระสนมเถอะเรื่องนี้ข้า….ขอไม่ยุ่ง”เดินนำทันทีหมอหลวงส่ายหน้าไปมาเบ้ปาก“ชินางอ้วนเจายี่ เดี๋ยวไปเดี๋ยวกลับ เจ้าคงได้เงินทองมากมายสิท่าจึงกันท่าข้า” เดินตามเจายี่ไปอย่างเร่งรีบไม่ได้อืดอาดเหมือนตอนที่ต้าเหนิงกำลังจะตายในตอนนั้น วันนั้นหมอหลวงคนเดียวกันนี้ยังหวานเย็นไม่รู้สี่รู้แปดอะไรทำทีเหมือว่า ไม่ใช่ธุระของตัวเองสนมเอ่อจะตายหรือจะอยู่ก็ไม่เกี่ยวกับเขาตำหนัก16ต้าเหนิงนั่งไขว้ห้าง โบกพัดในมือไปมา ข้างข้างกันนั้นมีองครักษ์ของตำหนักสิบหกสี่ห้าคนยืนอารักขาอยู่ เจายี่ตกใจไม่น้อยคิดไม่ออกว่าต้าเหนิงเรียกองรักษ์พวกนี้มาตอนไหน และมาทำอะไรอย่าบอกนะว่าเอามาเก็บศพหมอหลวง“มาแล้วรึ”น้ำเสียงเรียบเฉยเย้นชาแต่ แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นตื่นเต้นที่จะได้ล้างแค้น“ฮ่าาาข้าน้อยงี้รีบมาเลยขอรับพระสนมเจ็บป่วยตรงไหน ข้าน้อยจะตรวจดูอาการให้อย่างดี”ปากก็พูดมือก็ล้วงเข้าไปในหลวมยาเพื่อคนหาอุปกรณ์ต่างๆในการตรวจอาการป่วยของต้าเ
บ้านเฉิน“เจ้าควรไปบอกหวางเย่เรื่องนี้เรื่องที่พระสนมอยู่แบบหวาดระแวง”หานจงพูดเบาๆราวกระซิบกับท่านหมอเยี่ยนฉือ“หวางเย่ไม่รู้ว่าข้าเข้าไปในวังหลวง ข้าฝืนบัญชาหวางเย่เรื่องนี้และถ้าร้ว่าข้าเขาไปแล้วไม่ได้รู้สึกอะไรไม่ได้ตื่นเต้นอะไรหรือคิดถึงสนมเอ่อต้าเหนิงเหมือนที่นางคิดถึงหวางเย่ เป็นข้าเองที่รู้สึกไม่ดี”“ข้าเชื่อในตัวหวางซือว่าจะไม่มีทางทำแบบนั้น หวางเย่กับสนมเอ่อมากกว่าคนเคียงข้างหวางเย่ของข้าทั้งห่วงใยและคอยปกป้องสนมเอ่อ”“นั่นอาจเป้นเพราบัญชาของไท่ซางหวงหรือเปล่าจึงจำต้องดูแลและปกป้อง”“กล้าพนันกับข้าไหมว่าฝ่าบาทมีใจให้กับสนมเอ่อ”เยี่ยนฉือยื่นมาหน้ามาใกล้ๆ“เดิมพันคืออะไร”“เงินเก็บทั้งชีวิตสามในสิบส่วนของข้า”หานจงพูดแบบไม่ต้องคิด“ไม่ได้ใจดำเพียงนั้นหากเจ้าแพ้พนันขอแค่ยอมตาใจข้าสามวัน ไม่ว่าข้าต้องการอะไรเจ้าจะต้องยินยอมหรือเรียกว่าเป็นทาสข้า สามวันเท่านั้น แบะหากข้าแพ้พนันก็เช่นเดียวกันข้ายินดีเป็นทาสเจ้าสามวันเช่นกัน”“ได้ ข้าหานจงไม่คยก้ลวสิ่งใด มะไปด้วยกันไปบอกหวางเย่ว่า พระสนมฝากความคิดถึงมาถึงหวางเย่”คว้ามือเยี่ยนฉืออย่างลืมตัวอีกคนก้มมองมือที่หานจงกำไว้แน่นด้วยความรู้สึก
“พอเถอะยิ่งพูดเหมือนข้ายิ่งเลวอย่างไงไม่รู้ ไปเดินเล่นกัน ที่ตำหนักม่านฟ้าดีกว่า”เอ่ยปากชวนยิ้มๆแต่ในใจรู้ดีว่ากำลังเริ่มแผนการตามขั้นตามตอนที่ตกลงกันไว้ใต้เท้าเฉินเจายี่ยิ้ม“เพคะ ฝ่าบาทเสด็จที่นั่น เห็นว่ากำลังสร้างตำหนักใหม่ให้กับสนมคนใหม่”ต้าเหนิงพยักหน้าขึ้นลง “สนมคนใหม่มิน่าล่ะคงดีใจเหมือนได้แก้วกำลังจะได้สนมคนใหม่เร็วๆนี้ ว่าแต่ใครคือสนมคนใหม่แล้วทำไมข้าไม่เคยเห็นหน้านาง”อดสงสัยไม่ได้“สนมคนใหม่หรือเจ้าค่ะ ได้ยินขันทีข้างกายฝ่าบาท ที่ปากไม่มีหูรูดคนนั้น พูดว่าเป็นคุณหนูรองจากบ้าน..เฉิน”ต้าเหนิงขมวดคิ้ว“จะจะจริงหรือ แล้วนางยอมเข้ามาหรือไรยอมถวายตัวหรือไร”“โอ๊ย เจ้าค่ะใครๆเขาก็ยอมกันทั้งนั้นไม่มีใครเหมือนพระสนมหรอกเจ้าค่ะ”“นี่เจ้าบังอาจว่าข้าหรือ”“จริงๆเจ้าค่ะใครๆเขาก็อยากจะเป็นที่โปรดปราน”“เช่นนั้นเจ้ามาเนรมิตข้าที่ให้เป็นที่โปรดปรานบ้างเถอะ”เจ้ายี่ยิ้ม“พระสนมก็งดงามอยู่แล้วเจ้าค่ะ ฝ่าบาทชอบสีชมพูก็ต้องสวมใส่อาภรณ์สีชมพูเจ้าค่ะ”ต้าเหนิงคิดถึงใครบางคนที่ชอบสีอะไรก้ไม่รู้ รู้แต่ว่าต้าเหนิงเข้าใกล้ที่ไรเหมือนผื่นจะขึ้นป่านนี้ยังนับปะคำอยู่ไหมนะบ้านเฉิน ฉินเกอหลงนับปะคำในท
หนึ่งปีผ่านไปที่คลินิกใหญ่แห่งหนึ่งของย่านที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาต้าเหนิงหอบหิ้วข้าวของมากมายเดินเข้าไปข้างใน ที่นั่นหมอดนัยนั่งไขว่ห้างพนิงพนักเก้าอี้หานจงกำลังเดินออกมาพร้อมกับของว่างได้เวลาของว่างพอดีสินะ“กำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมคุณกับหลานๆ” หมอดนัยกล่าวทักแล้วรีบมาช่วยต้าเหนิงรับเอาของพรุงพะรังไปวางที่โต๊ะตัวกลางหน้าโซฟา หันมองสบตากับหานจงยิ้มๆ ต้าเหนิงเบ้ปาก“ฮันนีมูนมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าเหนิงพูดไปด้วยวางขนมลงบนโต๊ะทำงานของหมอดนัย “ดีที่สุดดีมากและดีจริงๆ” หันไปยิ้มกับหานจงอีกครั้งโกลมันเปลี่ยนไปแล้วความรักคือสิ่งสวยงาม หานจงรีบกุลีกุจอนำจานมาแกะห่อขนมวางตรงหน้าหมอดนัย “หือน่ากินจังต้าเหนิงเก่งจริงๆ ทำขนมเป็นด้วยหรือ” ต้าเหนิงส่ายหน้ายิ้มๆ“ทายสิว่าใครทำ” หมอดนัยอ้าปากค้าง“เมืองจีนนี้เขาสอนลูกหลานเขาอย่างไรน้าาา ผู้ชายสุภาพทุกคนและยังเอาใจเก่งอีกด้วยอิจฉาต้าเหนิงจังมีคนทำกับข้าวให้เลี้ยงลูกให้แล้วยังนอนกล่อมกลางคืนด้วย” ต้าเหนิงส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วคนของหมอเล่า” พยักหน้าไปทางหานจง“ผมไม่เกี่ยวนะ ผมไม่สุภาพตรงไหนผมเอาใจคุณหมอทั้งคืน” หานจงพูดตามแบบที่เข้าใจภาษาไทยได้เล
“เราจะรักกันตลอดไป” ฉินเกอหลงกระซิบเบาๆ ข้างหูขย่มเขย่าร่างเล็กใต้ร่างเขา เร่งจังหวะพาอีกคนไปสู่สรวงสวรรค์พร้อมกัน“ข้ารักเจ้าต้าเหนิง” คำรักที่ส่งผ่านริมฝีปากออกมาแล่นเข้าสู่หัวใจของต้าเหนิงบทรักหวานฉ่ำในคืนเข้าหอและจากนี้ตลอดไปยังวนเวียนคำรักไม่สำคัญแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขแล้วความเข้าใจเช้าสดใส“คุณชอบกินกุ้งผมสั่งกุ้งย่างมาให้คุณ” ฉินเกอหลงแกะกล่องหยิบกุ้งมาวางในจานเช็ดมือใกับผ้ากันเปื้อนตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาเป็นคนทำอาหารที่ตรงเวลาและใส่ใจอย่างที่สุด เลื่อนจานกุ้งย่างไปตรงหน้าต้าเหนิง“ต้าวแมวอ้วนของผมจะต้องกินกุ้งอร่อยๆ จนหมดแน่เลย” ต้าเหนิงยิ้มรับเอาจานกุ้ง…แต่“อะอะ โอ๊กกกกกกโอ๊กกกกกอ้วกๆๆๆๆ” วิ่งเข้าห้องน้ำโก่งคออาเจียนออกมาทั้งที่ยังไม่ด้กินอะไรตั้งแต่เช้า ฉินเกอหลง วิ่งมาลูบหลังไหล่ให้อย่างอ่อนโยน“เป็นอะไรต้องไปหาหมอแล้วไหม” ต้าเหนิงส่ายหน้าอีกคนโอบไหล่กดหัวให้ซบลงบนอกกว้าง แล้วอุ้มต้าเหนิงไปที่เตียงนอน“อือ แย่จริงผมอยากจะทำอีกแล้วสิบ้าจริงคุณไม่ค่อยสบายแต่ผมกลับอยากจะนอนกับคุณอีกแล้ว” ต้าเหนิงยิ้มบางๆ“เวียนหัวค่ะอยากจะนอน แล้วกุ้งนั่นเหม็นจังเลยค่ะ”“ผมก็เห็
ทุกอย่างหมุนวนไปตามครรลองของมันต้าเหนิงเคียงข้างฉินเกอหลงในโบสถ์ชุดแต่งงานสีขาวสะอาด สายตาจับจ้องที่เจ้าบ่าวที่พูดตามบาทหลวงด้วยคำสัญญาจะรักมั่นเพียงต้าเหนิงคนเดียวน้ำตาไหลริน ไม่สายไป ยังไม่สายไปที่จะรักกันใหม่แหวนทองถูกสวมลงบนนิ้วนางของต้าเหนิงต้าเหนิงเองก็บรรจงสวมแหวนทองให้กับฉินเกอหลงใบหน้ายิ้มแย้มของคุณปทุมกับคุณพ่อของต้าเหนิงราวกับว่ายกภูเขาออกจากอกท่านประธานอี้ตวนคนหล่อยิ้มสมใจต่อนี้ไปจะกุมมือต้าเหนิงไว้ไม่ยอมปล่อยช่อดอกไม้ถูกโยนออกไป ร่างสูงของใครบางคนคว้าช่อดอกไม้ช่อสีขาวสะอาดไว้ในอ้อมแขนต้าเหนิงยิ้มทำตาโตเมื่อเห็นใบหน้าคนที่รับช่อดอกไม้ไว้ได้นั่นมัน หานจงนี่ คิดถึงหมอดนัย แสงสว่างวาบขึ้นในหัวจะต้องแนะนำหานจงให้กับคุณหมอดนัยสินะเฮ้อโลกกลมจริงกัวกั๋วยืนพิงต้นดอกท้อที่นำมาประดับในงานมองมาที่คนทั้งสอง“ในที่สุดพี่ก็มีความสุขอีกแล้วครับทุกอย่างก็เป็นพี่ที่ต้องได้มันไป” ถอนหายใจยาวฉินเกอหลงกุมมือต้าเหนิงพาวิ่งไปที่รถกสปร์อตที่จอดผูกโบไว้ด้านหลังผูกกระป๋องก๋องแก๋งให้ดูตลก ฉินเกอหลงเปิดประตูอุ้มต้าเหนิงขึ้นนั่งบนรถเข้าเองก็เปิดประตูเข้านั่งข้างๆ พารถเคลื่อนไปข้างหน้าช้าๆ“ในที
“ฝ่าบาทแย่แล้วลูกดอกของฝ่าบาทคงไปโดนชาวบ้านที่ผ่านทางมาทางนี้” หานจงพูดขึ้นดังๆตกใจไม่น้อยแต่ทว่าฉินเกอหลงกลับมีท่าทีเฉยชาไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรลูกดอกยิงลงเขาเช่นไรจึงไปโดนคนด้านล่างได้ จะบังเอิญอะไรเพียงนั้น“เอ่อ ฝ่าบาทเราจะไม่ลงไปดูคนที่โดนลูกดอกหน่อยหรือขอรับ”หานจงส่งเสียงเตือนเพราะเห็นว่าฉินเกอหลงไม่สนใจแล้วยังจะควบม้าหันหน้าขึ้นไปบนเขาเพื่อตามกวางที่บาดเจ็บต่อไป“ข้าจะลงเขาไปดูพวกเขา ด้วยตัวเอง” สวรรค์นำพาแน่แล้ว ต้าเหนิงดวงตาพร่ามัวมองเห็นใบหน้าของไฉหรานเลือนลางเวลานี้เจ็บปวดที่บาดแผลที่ถูกลูกดอกแทบขาดใจ แต่พยายามที่จะตั้งสติไว้ ความเจ็บปวดนั้นแล่นเข้าสู่หัวใจและสมองบอกว่า ไม่ไหวแล้วดวงตาพร่ามัวกอ่นที่จะค่อยๆหลับลง“เจ้าจะตายแล้วหรือต้าเหนิงไม่ง่ายไปหน่อยหรือเจ้ากล้าตายทั้งๆ ที่ฝ่าบาทยังจำเจ้าไม่ได้หรือไรอิอิ ข้าสงสารเจ้าเสียจริงรักเขาแต่กลับต้องจบชีวิตลงง่ายดายเพียงนี้กลับไปที่ของเจ้าเสียดีไหม ข้าจัดการได้ดีกว่าเจ้าเชื่อข้าเถอะ” เสียงหวานของเอ่อต้าเหนิงที่ต้าเหนิงจำได้ขึ้นใจในอุโมงค์ที่เต็มๆ ไปด้วยสีสันหลากหลายหมุนวนจนปวดหัว“ไม่ข้าไม่มีทางยอมแพ้ข้าจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้ว
เฉินอี้เหมยเดินนวยนาดเข้าไปยังจวนราชครูที่ประดับตกแต่งราวกับตำหนักของฮ่องเต้ แม้แต่เก้าอี้ที่นั่งยังทำให้ออกมาคล้ายบัลลังก์มังกรเฉินตงลี่นั่งหยิบองุ่นเข้าปากเคี้ยวสบายใจไมไ่ด้มีเรื่องใกทุกร้อนยทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเฉินตงลี่“ท่านพ่อ ส่งคนสังหารเอ่อต้าเหนิงลุล่วงไปแล้วหรือ” เฉินตงลี่เลิกคิ้วสูงไม่สู้ชอบใจกิริยาของอี้เหมยนัก ตั้งแต่นางนั่งบัลลังก์ฮองเฮานางก็ไม่เคยจะเห็นหัวเขา แต่ในใจของเฉินอี้เหมยรู้ดีว่าเป็นเพราะบิดาและไทเฮาในตอนนั้นที่ทำให้อี้เหมยต้องจดจำช่วงเวลาเลวร้ายที่ถุกกัวกั๋วย่ำยีไปจนตายความศรัทธาในตัวใต้เท้าเฉินบิดาจึงหมดลง“ข้าส่งคนสังหารนางกับเอ่อถูหวังซวน ผู้โฉดชั่วคนนั้นทว่าคนพวกนั้นไร้ฝีมือไม่อาจจัดการตัวการใหญ่อย่างเอ่อถูหวังซวนได้สำเร็จ คนผู้นี้สมควรตายที่สุดแล้วแต่ยังรอดมาได้ข้าส่งคนลอบสังหารเขาอีกคราแต่ทว่าเอ่อถูหวังซวนผู้นี้ฉลาดเป็นกรดไม่มีทางให้พบตัวได้ง่ายๆ แต่ก็นั่นแหละที่กบดานของเขาถูกคนของข้าเผาทำลายคงเจ็บปวดใจไม่น้อยสินะเหมือนครั้งที่ข้าส่งคนเผาทำลายตระกูลเอ่อแต่เอ่อต้าเหนิงคนนั้นดวงดีรอดตายมาได้”“ท่านพ่อท่านวางมือเสียเรื่องสังหารนางให้เป็นหน้าที
“หากพบกันเจ้าจะพูดกับเขาว่าอย่างไร” ไฉหรานถามขึ้นยิ้มๆ“เจ้าหมายถึงใคร” ถามกลับเพราะไม่ได้สนใจในสิ่งที่ไฉหรานพูด“จะหมายถึงใครข้าก็หมายถึงฝ่าบาทในเมื่อเขาทิ้งเจ้าไปเจ้าพบเขาก็ควรจะตัดพ้อเขาให้เขารู้ว่าตัวเองทำผิดกับเจ้า”“ท่านหมอบอกว่า ฝ่าบาทจำอะไรไม่ได้บางทีอาจจำข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะไปทวงคำสัญญาเขาคำสัญญาบนแท่นนอนเจ้าคิดว่าเชื่อถือได้หรือ” ไฉหรานยิ้มเจื่อนๆ“แต่ข้าก็มองว่าเขารักเจ้ามากกว่าใครเขาไม่เคยเหลียวแลหญิงใดเลยมิใช่หรือ หรือแม้แต่ข้าที่อิจฉาเจ้าตลอดมา”“นั่นมันก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ ท่านหมอบอกว่าคนที่มีอิทธิพลกับเขาที่สุดก็เฉินตงลี่และเฉินอี้เหมย”“ดีนะที่ไม่มีพี่ใหญ่เฉินข้าด้วย”“พี่ใหญ่เฉินของเจ้า ดีจังอย่างน้อยก็ยังได้พูดถึงเขาสินะ เจ้าแอบชอบเขาใช่ไหมบอกข้ามา” ไฉหรานหน้าแดงควบม้านำหน้าต้าเหนิงไปเสียวังหลวงฉินเกอหลงที่นั่งกุมขมับที่ศาลาริมน้ำ ข้างหน้าคือฉินที่กำลังรอใครสักคนบรรเลงเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงหวานหรือเพลงเช่นไรก็ควรจะถูกบรรเลงขึ้นได้แล้วแต่เปล่าเลยฉินเกอหลงนั่งมองเครื่องเล่นฉินนิ่งงันลืมเลือนท่วงทำนองเพลงไปเสียสิ้นหานจงจึงเลือกที่จะบอกเล่าเรื่
“ฝ่าบาท น่าจะรู้ดีกว่าใครในใจของฝ่าบาทที่มีแต่เอ่อต้าเหนิงทั้งที่นางทำร้ายทำลายแม้กระทั่งมารดาของฝ่าบาทก็ตามฝ่าบาทก็ยังหลงงมงายกับนางไม่เปลี่ยน นางคงมีเล่ห์เหลี่ยมกลใดจึงทำให้ฝ่าบาทเป็นแบบนี้” “หุบปากเจ้าเสียข้าไม่คิดเลยว่าเฉินอี้เหมยที่สดใสน่ารักจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้น้องสาวตัวเล็กที่เอาแต่ใจแต่ก็น่าเอ็นดูคนนั้นหายไปไหนเสีย เจ้าพูดถึงนางแล้วทำไมไม่ให้ข้าถามเจ้าบอกว่าข้ารักนางแล้วทำไมนางต้องทำร้ายข้าและมารดาข้า”เฉินอี้เหมยกัดฟันจนเป็นสันนูน“ฝ่าบาทตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ากับท่านพ่อหวังดีกับฝ่าบาทมาตลอดข้าทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อเปิดโปงเอ่อต้าเหนิงว่าทำผิดต่อฝ่าบาทเพียงใดแต่กระนั้นฝ่าบาทก็ยังไม่ตัดใจจากนางข้าควรจะฆ่านางเสียใช่ไหม”ฉินเกอหลงนิ่งงัน“นั่นมันก็แล้วแต่เจ้าจะฆ่านางหรือเก็บไว้ก็แล้วแต่เจ้า ที่ข้าสงสัยก็แค่นางจะทำร้ายข้าเพื่ออะไรมิสู้ทำดีกับข้ารอให้ข้านั่งบัลลังก์แล้วยกย่องนางไม่ดีกว่าหรือ”“ฝ่าบาทมีอี้เหมยแล้ว จะรักหรือไม่เราสองคนก็คือสามีภรรยา อี้เหมยจะทำเหมือนว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนหากเรื่องนี้ถึงหูท่านพ่อเรื่องที่ฝ่าบาทยังคลางแคลงสงสัยในความภักดีของท่านพ่อและอี้เห
“ทำไมข้ารู้สึกว่า รู้สึกว่า มีบางอย่างแปลกไปทำไมไม่รู้สึกดีใจที่ ท่านแม่ทัพบอกกับข้าเรื่องที่ทำลายซูตงจนราบคาบ ทำไมรู้สึกว่าที่นั่นสวยงามจนไม่น่าถูกทำลายลงไป” ฉินเกอหลงพูดขึ้นเบาๆ หานจงถอนหายใจยาว“ฝ่าบาทจะลองกินยาท่านหมอเยี่ยนฉือหน่อยดีไหม” ฉินเกอหลงถอนหายใจ“ท่านราชครูเฉินกับอี้เหมยบอกข้าว่าท่านหมอ เยี่ยนฉือไม่ได้อยู่ข้างข้าเช่นเดิมแล้วเขาแอบส่งข่าวถึงเอ่อถูหวังซวนและเอ่อต้าเหนิงจึงออกไปอยู่ที่ด่านอู่เอินเพื่อง่ายต่อการส่งข่าวให้กับศัตรู”“แล้วฝ่าบาทเชื่อที่ท่านราชครูกับฮองเฮาพูดถึงท่านหมอหรือไร” ฉินเกอหลงส่ายหน้าไปมา“ข้าเชื่อใครได้บ้าง ข้าไม่รู้เวลานี้ว่าใครพูดจริงพูดเท็จ หานจงช่วยข้าด้วย”“เชื่อหานจง ฝ่าบาท ฝ่าบาทเชื่อหานจง หากฝ่าบาทอยากได้ความจริงต้องเชื่อหานจง” ฉินกอหลงยกมือกุมขมับจ้องมองไปที่หานจงเพื่อค้นหาความจริงในสายตา“ฮองเฮาเสด็จๆๆๆๆๆๆ” หานจงถอนหายใจยาวเฉินอี้เหมยเดินเข้ามาข้างในห้อง“หานจงถวายพระพร…ฮองเฮา” เหลือบตามองหานจง“ไม่ต้องมากพิธีน่าท่านองครักษ์เมื่อก่อนเคยแบบไหนก็แบบนั้นเราเหมือนดังพี่น้องเมื่อก่อนนั้นท่านให้ข้าขี่หลังวิ่งเล่นแทนม้า มาบัดนี้ข้าจึงคิดว่า ท่านองค
“ท่านจ้าวบ้านขอรับมีการประกาศจับและให้เงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเบาะแสของท่านจ้าวบ้านไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และตอนนี้คนของเราที่ถูกจับตัวไปถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่ด่านชายแดนเด็กเล็กถูกพรากจากพ่อแม่ หญิงงามถูกข่มเหงสามีถูกฆ่าตาย” เชียวกงเล่อกัดฟันแน่นเอ่อถูกหวังซวน ขมวดคิ้วเข้าหากัน“ข้าจะเข้าวังยอมจำนนเพื่อให้พวกเขาเลิกข่มเหงชาวซูตงเสียที”“ท่านปู่ ท่านพ่อ” เชียวกงเล่อต้าเหนิงและไฉหรานอุทานพร้อมกัน“ท่านพ่อได้โปรดอย่าทำแบบนี้ท่านเข้าวังก็ใช่ว่าพวกเขาจะส่งคืนชาวซูตง ท่านยอมจำนนใช่ว่าเขาจะอภัยให้” เชียวกงเล่อประสานมือคัดค้านเต็มที่“ท่านปู่ทุกอย่างไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา เราไม่อาจคาดเดาได้ทุกอย่างเขาทำแบบนี้เพราะต้องการให้ท่านปู่ยอมจำนนเสียเขาไมไ่ด้มีศีลธรรมถึงกลับต้องเห็นท่านปู่สำนึกผิดแล้วจะอภัยพวกเขาแค่ต้องการเอาชนะและทำให้ท่านเจ็บปวดที่สุดออกไปเท่ากับไปตาย”“ข้าไม่อาจทนเห็นคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความแค้นครั้งนี้จะต้องมาพบจุดจบกับสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ทำและเป็นข้าที่ทำให้เกิดเรื่องเล่านี้ตามมา” ต้าเหนิงกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น“ท่านปู่อยู่ที่นี่ ข้า…จะออกไปทวงความเป็นธรรมคืนให้ท่านและช