โรงเตี๊ยมแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักใหญ่โตโอ่อ่า
หลีหนิงหนิงเงยหน้าไล่ขึ้นมามองชั้นที่สอง…ชั้นที่สามขึ้นไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ชั้นสุดท้ายคือชั้นที่ห้า รังรักของซ่งเสวี่ยนและแม่ดอกบัวขาว ทุกอย่างจะมิใช่เรื่องแปลกหากซ่งเสวี่ยนนั้นไม่มีภรรยา “ดูท่าคงไปพลอดรักกัน ท่านคงชืมไปแล้วกระมังว่ายามนี้ตนมีภรรยาแล้ว” หลิหนิงหนิงพูดไล่หลังซ่งเสวี่ยที่เดินจากไปไม่เหลียวมอง ไม่รู้เพราะเหตุใดซ่งเสวี่ยนถึงไม่ตัดใจจากแม่ดอกบัวขาวเสียที ว่ากันตามตรงนั้นในบทที่ฉากที่พระรองตัวร้ายนัดหมายกับนางเอกออกมาเพื่อขอร้องอ้อนวอนให้นางอยู่ข้างกายเช่นเดิม แต่แม่ดอกบัวขาวนั้นทำทีเป็นบัวที่ตัดเยื่อยังเหลือใยเพราะแท้จริงแล้วอยากเก็บไว้ทั้งพระเอกและพระรองของนาง “ช่างเแสแสร้งเสียจริง” นางคร้านจะใส่ใจจึงปล่อยไป หลังจากซ่งเสวี่ยนปล่อยนางทิ้งไว้หน้าโรงเตี๊ยมแล้วเดินเข้าไปผู้เดียวนั้น เหอะ! เห็นนางเป็นตัวอะไรกันและคิดว่าหลีหนิงหนิงมีหรือจะวิ่งตามบุรุษ อยากได้ก็เอาไปเถอะ! หลีหนิงหนิงพูดขึ้นกับตนเอง “เช่นนั้นข้าจะไปตามทาง ของข้า” ก่อนจะทอดถอนหายใจเหนื่อยหน่าย หากอยู่เดียวที่จวนนางก็โดนโบยเจียนตาย ทว่าหากอยู่กับซ่งเสวี่ยนก็เฉียดเข้าใกล้ความตาย ใบหน้าคนงามยกยิ้มเยาะตนเอง ก็แน่สิ…นางมันก็ เป็นเพียงตัวประกอบในนิยายเท่านั้น แต่จะตายเมื่อไหร่หรือเพราะเหตุอันใดนั้น หลีหนิงหนิงไม่รู้แน่ชัด หลีหนิงหนิงเดินเตล็ดแตร่ไปทั่วถนนตลอดทั้งสาย มีร้านอาหารสองข้างฝั่งที่ส่งกลิ่นหอมโชยออกมาเชิญชวนให้ลิ้มลอง พร้อมทั้งท้องน้อย ๆ ของนางที่เริ่มส่งเสียงคร่ำควรญโวยวาย ดังนั้นนางจึงตัดสินใจเลี้ยวเข้ายังร้านหนึ่งที่ไม่มีคน มือเรียวลูบหน้าท้องตนเองเล็กน้อย “ใจเย็น ๆ หน่อย” “เหล่าป่านข้าเอาโจ๊กชามหนึ่ง” จังหวะเดียวกันหลีหนิงหนิงพลันสบตากับเจ้าร้านที่กำลังมองมาพอดี “โจ๊กชามหนึ่ง!” เหล่าป่านย้ำอีกครั้ง หลีหนิงหนิงจึงพยักหน้าตอบด้วยความยิ้มแย้ม ได้กินอะไรสักหน่อยคงอารมณ์ดีขึ้นไม่ได้ และแน่นอนบทตัวประกอบของ หลีหนิงหนิงคงไม่ง่ายนัก เมื่อเนื้อเรื่องเริ่มเปลี่ยนไปจากนิยายที่แปลที่ละนิด “คุณหนูหลี” “…..” “ยามนี้คงต้องเรียกซ่งฮูหยินแล้วใช่หรือไม่” บุรุษในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาดุจเทพเซียน ใบหน้าที่หล่อเหล่าคมคายพร้อมทั้งจมูกเป็นสันและท่าทางประหนึ่งจอมเสเพล หากนางเดาไม่ผิดแล้วก็ “จือรุ่ยหยาง” หลีหนิงหรองขมวดคิ้ว หรี่ตามอง เหตุใดเขามาอยู่ที่นี้! สมควรที่จะอยู่โรงเตี๊ยมกับคนสองผู้นั้น!! ยามนี้เขาสมควรจะอาละวาดมีเรื่องกับซ่งเสวี่ยนมิใช่หรือ!!! จือรุ่ยหยางสำรวจมองหลีหนิงหนิงประหนึ่งว่ากำลังเห็นผี เมื่อเขาเห็นนางนั่งอยู่ผู้เดียวจึงถือโอกาสมาทักทายเสียหน่อย ไฉนถึงต้องร้องตกใจด้วย “ผ่านไปไม่กี่วันเจ้าก็หลงลืมข้าไปหมดแล้วหรือไรหลีหนิงหนิง” ไม่ลืม! แต่ข้าพึงเห็นครั้งแรกต่างหาก แม่ดอกบัวขาวคิดจะจับบุรุษหล่อเหล่าไว้ข้างกายทั้งสองคนเลยหรือไร หลีหนิงหนิงสายหน้า สายตายังคงจับจ้องไม่วาง จื่อรุ่ยหยางกระอักกระอ่วนเล็กน้อยเมื่อถูกจ้องมองไม่กระพริบตา เขาแค่นเสียงทีหนึ่งก่อนเอ่ย “ซ่งเสวี่ยนเขาดีกับเจ้าหรือไม่ บุรุษผู้นั้นเห็นแก่ตัวนักเป็นถึงบุตรชายคนโตของจวนแล้วจะมีอำนาจอันใดเพราะมารดาเป็นเพียงบ่าวรับใช้เท่านั้น” ที่กล่าวออกมาคิดจะทำอันใดงั้นหรือ? หลีหนิงหนิงอาจจะปรบมือให้กับจือรุ่ยหยางจริง ๆ “แล้วท่านมีดีอันใดหรือ” นางย้อนถามกลับ แม้จะแปลไม่จบแต่พื้นฐานของตัวละครนางย่อมจำได้ พระเอกผู้นี้เกิดในครอบครัวค้าขายนับว่ายังมีฐานะน้อยกว่าพระรองของนางด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดต้องกดผู้อื่นต่ำยกตัวเองขึ้นสูง เขาคิดว่านางโง่งมหรือ! ท่านมีดีแค่ความหล่อเท่านั้น ประโยคของสตรีเบื้องหน้าทำเอาจื่อรุ่ยหยางไปไม่เป็น ทว่าในใจเขานั้นย่อมรู้ดีว่าตนดีกว่าซ่งเสวี่ยนทุกอย่าง ไม่ว่าจะแย่งชิงความรักจากหลีหลินว่านมาได้ หรือแม้แต่หน้าตาเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า “หลายวันก่อนเจ้ายังวิ่งตามข้าอยู่ไม่ใช่หรือไร ไฉนเปลี่ยนไปราวกับไม่คุ้นหน้า” จื่อรุ่ยหยางยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะปรายสายตามองเหล่าป่านที่ยกโจ๊กหนึ่งถ้วยมาวางบนโต๊ะให้ “นั่นมันเรื่องในอดีต!” “10 อีแปะ” เหล่าป่านรูปร่างอ้วนท่วม ตามตัวมีแต่กลิ่นเหงื่อไคล้กำลังจดจ้องรอรับเงินจากสตรีตรงหน้าหลังจากวางถ้วยโจ๊กร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนตรงหน้า “…..” หลีหนิงหนิงไม่รู้ว่าควรจะสนใจผู้ใดก่อนดี “หากไม่มีก็ไม่ต้องกิน” เหล่าป่านเริ่มขึ้นเสียง ลูกค้ามีไม่น้อยที่มานั่งสั่งอาหารที่ร้านพอกินแล้วก็ไม่จานเงิน ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเก็บเงินก่อน ว่าอย่างไรนะ!!! หลีหนิงหนิงมีสีหน้าตกใจ นางหลงลืมไปได้ว่าไม่มีเงิน ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี แม้แต่เงินติดตัวสักอีแปะยังไม่มีซ้ำยังอยู่ต่อหน้าพระเอกที่นางกำลังด่าทอไปอีก “เช่นนั้นข้าขอตัว” หลีหนิงหนิงแทบอยากจะก้มหน้าวิ่งหนีจากไปโดยเร็ว จังหวะเดียวกันนั้นเองสถานการณ์ทุกอย่างล้วนตกอยู่ในสายตาของจื่อรุ่ยหยาง เขามองดูด้วยความสนุกซ้ำยังเหยียบย้ำ ดูเคลนซ่งเสวี่ยนอยู่ในใจ “ข้าเลี้ยงเจ้าเอง” จื่อรุ่ยหยางหยิบเงินออกมาจากสาบเสื้อส่งให้เหล่าปานก่อนที่จะเดินไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “ข้าไม่กิน!” หลีหนิงหนิงปฏิเสธเสียงแข็ง แค่นี้นางก็ขายหน้าแทบแย่แล้ว “ข้ามีดีอันใดหรือ…หากมีภรรยาข้าคงมอบเงินให้นางไม่ปล่อยให้ลำบากหรือต้องออกมาหาข้าวกินนางจวน” หลินหนิงหนิงหันขวับ กระแทกเสียง “เหอะ! แค่นี้นับเป็นบุญคุณหรือ….เช่นนั้นข้าไม่กิน!” ไปกินกับผีเถอะ! “เช่นนั้นผู้ใดจะกิน” จือรุ่ยหยางหน้าเสียเมื่อถูกปฏิเสธ “หลีหนิงหนิงเจ้ามิเคยปฏิเสธข้า” “หากท่านไม่กินก็นำไปให้สุนัขกินซะ” แน่นอนว่าหากง่ายเกินไปคงไม่ใช่ตัวประกอบเช่นนาง จังหวะที่หลีหนิงหนิงลุกขึ้นหันหลังเตรียมจะเดินออกไปนั้น สายตาเห็นบุรุษและสตรีผู้หนึ่งกำลังมองมาอยู่ “น้องหญิง! พี่รุ่ยหยาง!” เหอะ! นี่มันเรื่องบัดซบอันใดกัน ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามบทที่นางเคยแปลแม้แต่น้อย วันนี้นางสมควรจะถูกโบยและนอนโอดโอยอยู่ที่เรือนแต่กลับติดตามซ่งเซวี่ยนออกมา ส่วนฉากที่พระรอง พระเอกและ แม่ดอกบัวขาวพบเจอกันคือที่โรงเตี๊ยมทว่าเหตุใดผู้คนถึงมาพบกันยังที่ตลาดกันได้ หลีหนิงหนิงกรอกตามองบน “หนิงหนิงมีเรื่องอันใดกับพี่รุ่ยหยางกัน” หลีหลินว่านเดินย่างกายมาตรงหน้าก่อนยืนมือหลีหนิงหนิงขึ้นมาจับกุมอย่างอ่อนโยน “พี่รุ่ยหยางอ่อนโยนกับนางสักนิดเถอะ นางน่าสงสารเพียงนี้” ประโยคหลังเอ่ยกับจือรุ่ยหยาง ข้ามีอันใดให้น่าสงสารกัน หลีหนิงหนิงขมวดคิ้ว เอียงคอมองด้วยความสงสัย “ข้าสบายดี สบายดีมากและกำลังจะกินโจ๊กถ้วยนั้นทว่า จู่ ๆ กับมีสุนัขตัวหนึ่งมายุ่มย่าม” นางอธิบายพร้อมทำการทางประกอบชี้ไปที่โจ๊กหอมกรุ่นถ้วยนั้นที่ตอนนี้คงจืดชืด จือรุ่ยหยางแย้ง “เจ้ากล่าวหาว่าข้าป็นสุนัขได้อย่างไร ข้าเห็นใจเจ้าที่ไม่มีเงินโจ๊กเมื่อพบคนคุ้นเคยย่อมช่วยเหลือ” “เหอะ!” หลีหนิงหนิงแค่นเสียง เท้าสะเอวมองไม่กะพริบ นัยน์ตาของหลีหลินว่านเริ่มเอ่อคลอ ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยมองแล้วน่าสงสารจับใจ “หยุดเถอะ” “หลินว่าน” ซ่งเสวี่ยนที่ยืนดูอยู่นาน เมื่อเห็นนางในดวงใจเริ่มทีท่าไม่ดีจึงหมายจะเข้ามาปลอบใจแต่ทว่ากับไม่ทันจื่อรุ่ยหยางที่พลันดีตัวนางเขาโอบกอดเสียงแล้ว “ข้าขอโทษหลินว่าน ข้าผิดไปแล้ว” จือรุ่ยหยางลูบเรือนผลงามอย่างแผ่วเบา พร้อมกับส่งสายตาดุมายังหลีหนิงหนิง บทของตัวประกอบเช่นนางคือทำให้ตัวเองของนางคือทำให้เรื่องดำเนินไปได้ใช่หรือไม่ ซ้ำยังต้องเป็นแม่สื่อให้พระเอกปากสุนัขและแม่ดอกบัวขาวอีกหรือ จังหวะเดียวกันหลีหนิงหนิงปรายสายตาไปมองซ่งเสวี่ยนที่ยืนอยู่ไม่ใกล้เพียงแค่หนึ่งคืบเขาก็จะถึงตัวแม่ดอกบัวขาวแล้ว แต่ทว่าพระรองล้วนได้รับแต่ความผิดหวัง “กลับเรือน” หลีหนิงหนิงเจ็บปวดหัวใจ พระรองร้ายกาจผู้น่าสงสารของนางคงจะเจ็บปวดไม่น้อย “ข้าจะปลอบใจท่านเอง”น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังคงเป็นฤดูร้อน ทว่าหลีหนิงหนิงพลันรู้สึกไอเย็นที่แพร่กระจายรอบตัวหลีหนิงหนิงจูงมือซ่งเสวี่ยนมาจนกระทั่งหยุดอยู่ท้ายตลาดก่อนจะเริ่มรู้สึกได้ว่ามือที่จับกุมอยู่เริ่มบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกระดูกกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆนางสบัดมือทันทีหัวคิ้วของหลีหนิงหนิงขมวดมุ่นมองไม่พอใจ “ข้าเจ็บ”“สมควร” ทั้งน้ำเสียงเย็นชาและสีหน้าเคร่งขรึมของ ซ่งเสวี่ยนเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวทั้งสิ้น“ข้ากำลังช่วยท่านอยู่นะซ่งเสวี่ยน”นี่เป็นเรื่องบุญคุณแต่เขากับกระทำรุนแรงกับนางเช่นนี้ หลีหนิงหนิงเห็นว่านางควรปล่อยเขาให้ถูกพระเอกแทงจนกระอักเลือดจุกอกไปซะดีกว่าอารมณ์ของซ่งเสวี่ยนไม่สมควรให้นางต่อว่าเลยสักนิดซ่งเสวี่ยนตอบ “หากเจ้ายังสอดมือยุ่งเรื่องของข้าเช่นนั่นข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งซะ” แล้วมีเหตุอันใดสตรีตรงหน้าถึงกล้าสอดมือเข้ามาช่วยเหลือ “รักษาชีวิตของเจ้าไว้ให้ดีเถอะหลีหนิงหนิง”หลีหนิงหนิงกำมือแน่น เม้มปากเป็นเช่นตรง พระรองผู้นี้หากเขาคิดจะทำเรื่องอันใดแล้วล้วนทำให้สำเร็จทั้งเรื่องสังหารนางก็เช่นกันหากเมื่อใดนางทำตัววุ่นวายเมื่อนั้นคือความตายมาเยือนทว่าคิดว่าคนอย่างหลีหนิงหนิงจะหวาดกล
ครบสามวันหลังแต่งงามสมควรเยี่ยมเยือนบ้านเดิมจวนหลีตั้งอยู่ไม่ไกลนักห่างออกไปเพียงสองสามซอยเท่านั้นหลีหนิงหนิงลงจากรถม้าด้วยความระมัดระวัง บาดแผดที่หลังจากการโดนฟาดเพียงผ่านพ้นมาหนึ่งค่ำคืนเท่านั้นจะหายได้อย่างไร ซ้ำวันนี้มันยังออกรู้สึกเจ็บปวดจนนางระบมไปทั่วร่าง“ไม่อยู่แล้วข้าอยากกลับจวน”ในตอนนี้หลีหนิงหนิงไม่มีอารมณ์จะพูดคุยกับผู้ใดทั้งนั้น นางเหนื่อยล้าเหลือเกิน เกรงว่าคงใกล้ตายเต็มทีแล้วดวงตาเมล็ดซิ่งเริ่มปรือลงมาอย่างง่วงงุน“อย่าได้ทำตัวยุ่งยาก” ซ่งเสวี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ สายตามองสตรีเบื้องหน้านิ่งเฉย นางเพียงโดนฟาดไปสองสามไม้ไฉนจะเจ็บปวดจนไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ซ่งเสวี่ยนพลางดูเคลนในใจเมื่อหลีหนิงหนิงได้ยินประโยคนี้ นางจึงแค่นเสียงในใจ “เป็นข้าหรือที่อยากมา….ข้ามิใช่ท่านต้องการพบหลีหลินว่าน”เพียงหลับตาหลีหนิงหนิงก็รู้ว่าซ่งเสวี่ยนคิดอันใดอยู่ใบหน้าของคนงามเริ่มร้อนผ่าวซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ยามที่ขยับเขยื้อนกายเดินหลีหนิงหนิงพลันโอนเอนเล็กน้อย นางพยายามตั้งสติไม่ให้ล้มคะมำขายหน้าอยู่ตรงนี้“จะไปไม่ใช่หรือ” หลีหนิงหนิงพลันทักท้วง เมื่อซ่งเสวี่ยนเอาแต่นิ่งเฉย“ช่างอวดดี” ซ่งเส
ปกติแล้วซ่งเสวี่ยนนิ่งเฉยต่อทุกเรื่องราวเสมอมา แต่พอสตรีผู้นั้นล้มป่วยเขากลับรู้สึกได้ถึงอาการกระวนกระวายอย่างไม่เคยเป็นหรือแท้จริงแล้วอาจจะเพราะว่านางเป็นของสิ่งแรกที่ครอบครองได้หากหลุดมือแล้วก็คงหาไม่พบ…ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ซ่งเสวี่ยนหลับไม่ได้เต็มตาเพียงเพราะมักจะสะดุ้งตัวตื่นอย่างหวาดระแวงแต่หาใช่เพราะความกลัวมันเป็นเพียงสตรีบนเตียงที่จับไข้ซ่งเสวี่ยนสูดลมหายใจก่อนจะคลายออกช้า ๆ“เจ้ามันตัววุ่นวาย” ถึงแม้ปากจะพร่ำบ่นแล้วอย่างไร สตรีบนเตียงยังคงนอนหลับไม่ตอบโต้และซ้ำซ่งเสวี่ยนยังคงนำผ้าชุบน้ำเช็ดตามทตัวทุกชั่วยาม“อื้อ….” หลีหนิงหนิงส่งเสียงเมื่อถูกรบกวนซ่งเสวี่ยนแค่นเสียง มุมปากยกขึ้นคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้มยามหลับก็ดูเป็นเพียงสตรีที่เปลือกนอกแข็งแกร่งแต่ภายในกลับอ่อนแอผู้หนึ่ง ทว่าตอนได้สบตากับนางนั้น…ความกล้าอวดดีที่มีเขาอยากจะบดขยี้ให้แหลก“ซ่งเสวี่ยน…” น้ำเสียงแผ่วราวกับกับกระซิบดังขึ้นดึกดื่นปานนี้และยังมีเรื่องร้อนรนในใจผู้ใดจะหลับหลีหลินว่าน ๆ เปิดประตูเดินเข้ามาก่อนจะปิดลงอย่าง เบามือ ใบหน้าคนงามสะท้อนแสงจากตะเกียงดูผุดผ่อง เรือนผมยาวที่ปล่อยสยายถึงกลางหลังและอ
“ขอบใจเจ้ามาก” หลีหลินว่านกล่าวอย่างยิ้มแย้มบ่าวรับใช้ยกกาน้ำชาพร้อมกับถาดขนมมาให้วางลงบนโต๊ะหันมองคุณหนูหลีด้สยความซึ้งใจช่างเป็นคนที่ไม่กดขี่ผู้ต่ำกว่า…มีอย่างที่ไหนคุณหนูบ้านใดกันพูดจากขอบคุณบ่าวไพร่กันจากนั้นจึงถอยตัวออกห่างจากสถานที่แห่งนี้ทันทีหลีหลินว่านสวมใส่ชุดอาภรณ์สีฟ้านวลพริ้วไสวตามสายลม ใบหน้าแต่งแต้มประทิมโฉมเล็กน้อย เรือนผมครึ่งหัวถูกมวยขึ้นพร้อมปักปิ่นประดับงดงามยามนี้อารมณ์ขุ่นเคียงในใจของนางคลายลงเล็กน้อยเหตุการณ์นี้หลีหลินว่านจงใจให้ซ่งเสวี่ยนพบเห็นโดยจงใจ“ซ่งเสวี่ยน…” นางเอ่ยขึ้น จากนั้นจึงหยิบจอกริมชาอย่างเชื่องช้า “ท่านคงเหนื่อยล้ามาทั้งคืนดื่มชานี้หน่อยเสีย” ก่อนจะสบตาบุรุษเบื้องหน้าซ่งเสวี่ยนยังคงมีหลีหลินว่าในใจ นางยังคงดีต่อเขาเสมอมาไม่ว่าจะเมื่อหลายปีก่อนหรือแม้กระทั่งตอนนี้“ขออภัยที่ข้าขับไล่เจ้าเมื่อคืน”หลีหลินว่านยกยิ้มพึงพอใจในตอบ ค่อย ๆ ยกจอกช้าขึ้นจิบท่าทางผ่อนคลาย “ข้าเข้าใจท่านซ่งเสวี่ยน” ในสายตาของ ซ่งเสวี่ยนสมควรมีแต่นางเท่านั้นหากนางไม่เอ่ยปากขับไล่ก็อย่าได้ริอาจจากไปก่อนจะพลางหัวเราะเล็กน้อย “หาใช่เรื่องแปลก จำไม่ได้แล้วหรือเมื่อตอนท่า
หลีหนิงหนิงยืนรออยู่หน้าประตูใจเย็น เดิมทีสมควรจะกลับจวนวันพรุ่งนี้แต่นางนั้นมีความอดทนไม่มากนักและไม่แน่ว่า แม่ดอกบัวขาวจะแสดงละครฉากนั้นอีก นางต้องขาดสติจนพลั้งลงมือสังหารคนแน่ “โมโหหรือ” ข้างกายนางยังคงเป็นจื่อรุ่ยหยาง เหตุใดช่วงนี้หลีหนิงหนิงบังเอิญพบเจอคนผู้นี้บ่อยครั้งนัก “ไปให้ไกลจากข้า” นางขับไล่น้ำเสียงดุ ๆ หากอีกหน่อยแม่ดอกบัวขาวมาพบเข้าคงเป็นเรื่อง ทว่า…ดีเช่นกัน ใบหน้าของหลีหนิงหนิงงยิ้มแย้มอารมณ์ดี นางเงยมองจื่อรุ่ยหยางที่สูงกว่าไม่ถึงคืบ “ชอบข้าแล้วหรือ” “กับผีน่ะสิ” จื่อรุ่ยหยางพลันตกใจ เขาไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าสตรีผู้นี้แท้จริงแล้วมีนิสัยเป็นอย่างไร “เจ้าคิดจะสวมหมวกเขียวให้สามีตนเองหรือไร” เขากัดฟันพูด โน้มใบหน้าสบตาในระยะใกล้ แน่นอนว่าหลีหนิงหนิงก็ไม่หลบนัยน์ตาดุดันคู่นั้นเช่นกัน “หากท่านชมชอบข้านั้นหาใช่เรื่องใหญ่” ว่ากันแล้ว นางพลันความขุ่นเคืองทั้งหมดที่มีในอกเมื่อมีเรื่องสนุก นางขยิบตาหนึ่งที จื่อรุ่นหยางตกตะลึง ตัวแข็งทื่อ “เจ้า!” ไหนเลยบุรุษจะเคยถูกสตรีพูดจาเกี้ยวเช่นนี้ “เจ้าคิดจะทำอันใด” หลีหนิงหนิงมองจื่อรุ่ยหยางเต็มไปด้วยความสนุก
ในบทหนึ่งของนิยายกล่าวไว้ว่า…ทั้งชีวิตของซ่งเสวี่ยนล้วนมีเพียงหลีหลินว่านเป็นที่ปลอดภัยดังนั้นเขาจึงรักฝังใจมิอาจเสื่อมคลายแม้สตรีผู้นั้นจะไม่สนใจก็ตามเขาทะนุถนอมมันมากระมัดระวังทุกอย่างทว่าหลีหลินว่านกับเหยียบย้ำซ่งเสวี่ยนจนแหกสลายอย่างไร้ค่าความรักของซ่งเสวี่ยนเป็นเพียงทางผ่านของหลินว่าน…น่าเสียดายที่รมีบุพเพแต่ไร้วาสนาหลีหนิงหนิงยังคงนั่งเหม่อลอยไม่ขยับกายราวสักครึ่งเค่อและยังคงถอนหายใจหนักอึ้งซ้ำ ๆ เมื่อคืนถอยคำของนางนั้นรุนแรงต่อซ่งเสวี่ยนมากเกินไปสักเล็กน้อยจนตั้งแต่ตอนนี้นางคล้ายมีความรู้สึกว่าเขาหลบหน้านาง“เหอะ! พี่ชายข้าทอดทิ้งคุณหนูหลีเสียแล้ว”ลี่เฉี่ยวยืนกอดอก สายตามองเหยียดด้วยความสมเพช“ลี่เฉี่ยว…” หลีหนิงหนิงจ้องมอง เด็กหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างดีใบหน้าหล่อคมคลายไม่ต่างจากพี่ชายต่างมารดาเลยแม้แต่น้อย แต่นิสัยกับไม่น่าคบเสียเลย“รู้หรือไม่เขาอยู่ที่ใด” หลีหนิงหนิงถามไม่ว่าจะห้องนอน เรือนที่อยู่และห้องอาบน้ำ ตลอดจนทั่วจวนกลับไม่พบแม้แต่เงาของซ่งเสวี่ยน หลีหนิงหนิงเหนื่อยเหลือเกินเหตุใดถึงเป็นบุรุษที่เอาแต่ใจเช่นนี้“เห็นข้าเป็นพวกบ่าวนับใช้ชั้นต่ำพวกนั้นหรือ!” ลี่เฉี่ยว
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น…ซ่งเสวี่ยนย่อมเคยทนหนาว ทนหิวและต้องดิ้นรนใช้ชีวิตท่ามกลางความสนุกของผู้คนตั้งมากมายที่กลั่นแกล้ง“เพราะอันใด” ซ่งเสวี่ยนถามต่อสถานที่แห่งนี้เขาอยู่ได้มาเนินนานหลายปีแล้วเพราะเหตุใดพอมีหลีหนิงหนิงเข้ามาอยู่ร่วมจึงต้องย้ายออก เรื่องเช่นนี้มันไม่มีเหตุผลและไร้ประโยชน์หลีหนิงหนิงมองบุรุษตรงหน้าแวบหนึ่งนางรู้เหตุผลอยู่ในใจว่าเหตุใดซ่งเสวี่ยนถึงไม่เห็นด้วยเรือนแห่งนั้นคือเรือนของมารดาซ่งเสวี่ยน สถานที่แห่งนั้นมีความทรงจำระหว่างชายหนุ่มและมารดาแต่ทว่ากับน่าเศร้าที่นางดันด่วนจากไปก่อนแม้ซ่งเสวี่ยนจะแข็งกร้าวแต่ข้างในเขากับโดดเดี่ยวราวกับกำลังยืนอยู่กลางหน้าผากหลีหนิงหนิงพลันโอบกอดซ่งเสวี่ยน ขอบตาแดงระรื่นทันที “เพราะข้าสามารถปกป้องและเลี้ยงดูท่านได้”ซ่งเสวี่ยนขมวดคิ้วไม่พอใจ ทว่ากับไม่ได้ผลักไสนางออกไป สัมผัสที่อ่อนโยนครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยได้รับจากคนผู้หนึ่งเช่นกันแต่นับวันกับยิ่งห่างเหินราวกับเป็นคนแปลกหน้าหลีหลินว่าน“สตรีเช่นเจ้าน่ะหรือ” สายตามองอย่างเหยียดหยามหลีหนิงหนิงผละตัวออก เงยหน้ามองซ่งเสวี่ยนด้วยความจริงจังพยักหน้า “ใช่!” ข้าเองนี้แหละที่จะคอย
พระรองผู้นี้ช่างคาดเดาความคิดได้อยากนัก…ตลอดหลายคืนที่ผ่านหลีหนิงหนิงมีหรือจะได้นอนร่วมเตียงเดียวกับเขาเช่นนี้นางถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ทว่าบุรุษข้างกายกับนอนแน่นิ่งลมหายใจสม่ำเสมอราวไม่ใช่เรื่องผิดแปลก หลีหนิงหนิงนอนพลิกตัวไปมาหลายครั้งต่อให้พยายามข่มตาอย่างไรก็ไม่หลับ“ซ่งเสวี่ยน”น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้น มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้น“…..”แท้จริงแล้วซ่งเสวี่ยนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้เช่นกัน เขาเพียงเงียบเพียงเพราะรอฟังว่านางจะเอ่ยอันใดเท่านั้นสตรีผู้ไม่น่าไว้ใจนักเหตุใดความลับที่ปกปิดไว้ถึงล่วงรู้“หลับแล้วหรือ แต่เหตุใดข้าถึงนอนไม่หลับ” หลีหนิงหนิงพลันเอ่ยขึ้นเงียบ ๆ คนเดียว“…..”“เพราะอันใดท่านถึงชอบหลีหลินว่านนักเล่าขณะที่หลีหนิงหนิงกำลังพร่ำพูดเลือนลอยโดยไม่ทันได้สังเกตว่าตอนนี้กำลังสายตาคู่หนึ่งกำลังจดจ้องมาที่นาง ซ่งเสวี่ยนแอบลอบมองเสี้ยวใบหน้าของนาง ภายในใจรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูกหลีหลินว่านคือทั้งชีวิตของเขาตลอดมาส่วนหลีหนิงหนิงนั้นเป็นภรรยาที่แต่งด้วยความไม่เต็มใจข้อแตกต่างในใจของซ่งเสวี่ยนย่อมชัดเจนค่ำคืนที่ผ่านมา หลีหนิงหนิงนอนขยับพลิกตัวครั้งแล้วครั้งเล่าอยู
จื่อรุ่ยหยางยืนแน่นิ่งตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่เดินจากมาอยู่ไม่ไกลนักจนกระทั่งตอนนี้ยืนอยู่ข้างหน้าร้าน นัยน์ตาฉายแววความสบประหม่าเล็กน้อยก่อนจะหายไปในครู่ต่อมาเป็นนางจริง ๆ และข้างกายนั้นคือซ่งเสวี่ยนท่าทางเบิกบานใจยิ่งกว่าเมื่อวันก่อนที่อยู่กับเขาเสียอีก ทั้งที่พูดคุยกับบุรุษที่มีภรรยาแต่มารยาทกับไม่สำรวมเลย“ซ่งเสวี่ยนไม่ได้โกรธข้าจริงหรือ”“…..”“ถึงอย่างไรข้าและท่านก็ยังคงสามารถพบเจอกันได้ไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นอื่นแน่”แน่นอนว่าหลีหลินว่านเคยเป็นคนผู้หนึ่งที่ดีต่อเขามาก แต่ทว่ายามนี้ซ่งเสวี่ยนคิดว่าหากยังสนิทสนมกันมากกว่านี้ เกรงว่าจะไม่เหมาะสม“ขออภัยคุณหนูหลี ข้าส่งท่านได้เพียงเท่านี้”หลีหลินว่ายิ่งพยายามเข้าใกล้แต่บุรุษผู้นี้กับยิ่งถอยออกห่างเสมอ เห็นได้ชัดว่าเขายังโกรธเรื่องที่จื่อรุ่นหยางส่งแม่สื่อมา ทามทาบอยู่เป็นแน่นางยิ้มจนตาหยี ประหนึ่งลูกแมวน้อยที่กำลังจะออดอ้อน“ซ่งเสวี่ยน” นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือของชายหนุ่ม เงยหน้าขึ้นสบตาแววตาแน่วแน่“ถึงอย่างไรท่านก็ยังอยู่ข้างกายข้าเสมอ”คำพูดและสายตาที่หวานล้ำมิใช่เขาผู้เดียวที่ได้รับสถานก
ซ่งเสวี่ยนไม่เคยเฉยชาต่อนางหลีหลินว่านไม่พอใจถึงที่สุด นางปรี่ตัวเข้าไปจับซ่งเสวี่ยนให้หันมาสนใจนาง “ไม่สนใจข้าแล้วหรือ” น้ำเสียงสั่นเครือแพบพร่าพร้อมกับนัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกที่เริ่มแดงก่ำสุดท้ายแล้วบุรุษตรงหน้าย่อมแพ้หยาดน้ำตาของนางใครจะคิดว่าหลินว่านจะบีบน้ำตาเสแสร้งออกมา ซ่งเสวี่ยนไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดกันแน่“จื่อรุ่ยหยางไม่ดีต่อเจ้า” น้ำเสียงทุ้มแใงด้วยความห่วงใยประโยคนี้ทำเอาหลีหลินว่านหนักใจไม่น้อย จะตอบอย่างไรดีเพื่อที่จะได้เก็บทั้งสองเอาไว้ข้างกายโดยไม่ต้องปล่อยมือไปจากผู้ใดหลีหลินว่านส่ายหน้าในที่สุดหยาดน้ำตาเม็ดแรงก็ไหลลงอาบแก้มนวล“เป็นเพราะท่าน..ท่านเปลี่ยนไป”หากเป็นเมื่อก่อนสถานการณ์ตอนนี้คงจะบีบรัดหัวใจของเขาไม่น้อย แต่พอเห็นหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากนัยน์ตาคู่งามซ่งเสวี่ยนกลับนิ่งเฉยไม่คิดจะเช็ดออกให้ซ่งเสวี่ยนช้อนคางหลินว่านขึ้น “ข้าไม่เคยเปลี่ยน” สบตากับดวงตาคู่สวยที่เอ่อน้ำสั่นระริกไม่ต่างอันใดกับลูกนกตกน้ำ“หากไม่ใช่เพราะจื่อรุ่ยหยางไม่ดีกับเจ้า แล้วเป็นเพราะหตุใดกันหรือเปลี่ยนใจไม่อยากใช้ชีวิตกับคนผู้นั้นแล้ว” เขาถามไถ่ แต่กลับใช้น้ำเสียงเย็น
โรงเตี๊ยมหลังใหญ่แห่งนี้ไม่ว่าจะมองดูอย่างไรแล้วกับคุ้นนัก ใบหน้าของหลีหนิงหนิงในตอนนี้ขมวดคิ้วเต็มไปด้วยสงสัย พลางลองย้อนนึกไปถึงเมื่อหลายวันก่อนที่ผ่านพ้นมาต้องจริงแน่!ที่นี้คือสถานที่ที่แม่ดอกบัวขาวและซ่งเสวี่ยนชอบแอบมาพลอดรักกันมิใช่หรือ!เหตุใดซ่งเสวี่ยนถึงพานางมาที่นี้ หลีหนิงหนิงเร่มรู้สึกไม่พอใจทันที ตั้งแต่กลับมาจากจวนหลีวันนั้นซ่งเสวี่ยนหาได้แอบลักลอบมาพบแม่ดอกบัวขาวอีกเลยเมื่อเป็นเช่นนั้นนางจึงวางใจวันนี้เขากลับมายังที่นี้อีกแล้ว!ซ่งเสวี่ยนรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่เพ่งมองตนอย่างกดดัน บรรยากาศเช่นนี้ราวกับว่าเขากำลังทำเรื่องผิด “เหตุใดถึงมองข้าเช่นนั้น”“คุณชายซ่ง! คุณชายซ่ง!”ในจังหวะเดียวกันไม่นานก็ปรากฏหลงจู๊ชราผู้หนึ่งวิ่งร้องตะโกนออกมาด้วยสีหน้าซีดเผือดประหนึ่งว่าตนเองนั้นเจอผีมาชายชราเรียกซ่งเสวี่ยนว่าคุณชายซ่งงั้นหรือ“คุณชายซ่ง” หลีหนิงหนิงเอ่ยย้ำทีละคำ แท้จริงแล้วนางกำลังหูฝาดอยู่ใช่หรือไม่ สรุปแล้วพระรองผู้นี้เป็นคนอย่างไรกันน้ำเสียงจริงจัง “หมายความว่าเช่นไรหรือซ่งเสวี่ยน”เมื่อหลายวันก่อนที่นางโดนหาเรื่องจึงมีซ่งเสวี่ยนยื่นมือช่วยเอาไว้ได้ บุรุษชั่วผู้นั
หลีหนิงหนิงใช้เวลาอยู่นานหลายวันกว่าจะทำใจยอมรับได้ว่าจวนหลังนี้ไม่มีผีอย่างที่คิดไว้ถึงแม้นั่นไม่ว่าซ่งเสวี่ยนไปที่ใด ย่อมมักจะเห็นนางติดอยู่ข้างกายไปด้วยทุกที่“เจ้าจะเลิกทำตัววุ่นวายเมื่อไหร่หลีหนิงหนิง” ซ่งเสวี่ยนเอ่ยแฝงความรำคาญใจเล็กน้อยว่ากันตามตรงแล้วนางสมควรจะหวาดกลัวเขามากกว่าใบหน้าคนงามขมวดมุ่น “ไม่ให้ข้าเกาะติดสามีแล้วจะให้ข้าไปเกาะติดบุรุษผู้อื่นเช่นนั้นหรือไร” หลีหนิงหนิงเปรียบเทียบซ่งเสวี่ยนปรายตามอง พลางถอนหายใจหลังจากย้ายเข้ามาอยู่จวนหลังใหม่ในไม่นาน ไม่ว่าจะข้าวของเครื่องใช้อันใดล้วนต้องจับจ่ายใช้สอยซ้ำยังต้องปัดกว้างเช็ดถูกทำความสะอาดจวนหลังใหม่ให้อยู่มากขึ้นหากเป็นยามกลางวันแน่นอนว่าหลีหยิงหนิงคงอยู่ตัวคนเดียวได้ทว่านี้เป็นเวลาพลบค่ำเสียแล้วบุรุษผู้นี้ก็เอาแต่ซ่อมศาลากลางน้ำไม่เสร็จเสียที หรือแท้จริงแล้วเขาจงใจจะกลั่นแกล้งนางหรือ“ซ่งเสวี่ยน” นางเอ่ยเรียกชายหนุ่ม หาตามองจับน้ำเสียงนิ่ง ๆ จริงจังเป็นอันใดเขาต้องเหลียวตัวกลับ มามอง ซ่งเสวี่ยนเลิกคิ้วขึ้นประหนึ่งเชิงเป็นคำถามว่ามีอันใดหลีหนิงหนิงถามสิ่งที่ค้างคาใจ “ท่านหาเงินมาได้อย่างไร”แน่นอนตั้งแต่ย้ายออกม
หลีหนิงหนิงสังเกตเห็นใบหน้าไม่ดีของซ่งเสวี่ยนบุรุษหนุ่มเอาแต่มีท่าทีเคร่งขรึมพูดไม่จาแม้แต่สักครึ่งคำ ทั้งที่ซ่งเสวี่ยนเขาร้ายกาจเพียงนี้เป็นเพราะบิดาทั้งสิ้น ในยามนี้ใบหน้าหล่อเหล่าข้างหนึ่งที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อจากการโดนตบด้วยแรงบุรุษมองดูแล้วย่อมเจ็บไม่น้อยหลีหนิงหนิงปวดใจหากแต่จะเอ่ยถามยามนี้เกรงว่าซ่งเสวี่ยนคงบอกไม่เป็นอันใดหาใช่เรื่องใหญ่ แต่นางเป็นห่วงเขาเหลือ อย่างไรแล้วมีเพียงนางที่เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของซ่งเสวี่ยน“เพียงพริบตาเดียวก็กลายเป็นยาจกเสียแล้ว” นางเอ่ยขึ้นมาเยาะเย้ย ลอบมองทีท่าขบุรุษที่นั่งตรงกันข้ามยามที่สบตามองนัยน์ตาเย็นเยือกคู่นั้น หลีหนิงหนิงพลันรู้สึกหนาวเย็นอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่อากาศวันนี้ร้อนยิ่งนัก…แต่เพราะเหตุใดกันโชคชะตาของเขาถึงเจ็บปวดและโดดเดี่ยวปานนี้หรือเพียงว่าเขาคือพระรองงั้นหรือ…สตรีตรงหน้ามองเขาอย่างไม่กระพริบตา สุดท้ายแล้ว ซ่งเสวี่ยนจึงหัวเราะเย้ยยันเล็กน้อย“เพราะเจ้าอวดดี”มันดูน่าสมเพชไม่น้อย ทั้งน้ำเสียงและประโยคที่ได้ฟัง“ใช่มันเป็นเพราะข้าที่อวดดี” หลีหนิงหนิงเอ่ยเสริม “เพราะอย่างน้อยตลอดเวลาต่อจากนี้จะมีแค่ข้าและท่านไม่มีผู้ใ
พระรองผู้นี้ช่างคาดเดาความคิดได้อยากนัก…ตลอดหลายคืนที่ผ่านหลีหนิงหนิงมีหรือจะได้นอนร่วมเตียงเดียวกับเขาเช่นนี้นางถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ทว่าบุรุษข้างกายกับนอนแน่นิ่งลมหายใจสม่ำเสมอราวไม่ใช่เรื่องผิดแปลก หลีหนิงหนิงนอนพลิกตัวไปมาหลายครั้งต่อให้พยายามข่มตาอย่างไรก็ไม่หลับ“ซ่งเสวี่ยน”น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยขึ้น มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้น“…..”แท้จริงแล้วซ่งเสวี่ยนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้เช่นกัน เขาเพียงเงียบเพียงเพราะรอฟังว่านางจะเอ่ยอันใดเท่านั้นสตรีผู้ไม่น่าไว้ใจนักเหตุใดความลับที่ปกปิดไว้ถึงล่วงรู้“หลับแล้วหรือ แต่เหตุใดข้าถึงนอนไม่หลับ” หลีหนิงหนิงพลันเอ่ยขึ้นเงียบ ๆ คนเดียว“…..”“เพราะอันใดท่านถึงชอบหลีหลินว่านนักเล่าขณะที่หลีหนิงหนิงกำลังพร่ำพูดเลือนลอยโดยไม่ทันได้สังเกตว่าตอนนี้กำลังสายตาคู่หนึ่งกำลังจดจ้องมาที่นาง ซ่งเสวี่ยนแอบลอบมองเสี้ยวใบหน้าของนาง ภายในใจรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูกหลีหลินว่านคือทั้งชีวิตของเขาตลอดมาส่วนหลีหนิงหนิงนั้นเป็นภรรยาที่แต่งด้วยความไม่เต็มใจข้อแตกต่างในใจของซ่งเสวี่ยนย่อมชัดเจนค่ำคืนที่ผ่านมา หลีหนิงหนิงนอนขยับพลิกตัวครั้งแล้วครั้งเล่าอยู
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น…ซ่งเสวี่ยนย่อมเคยทนหนาว ทนหิวและต้องดิ้นรนใช้ชีวิตท่ามกลางความสนุกของผู้คนตั้งมากมายที่กลั่นแกล้ง“เพราะอันใด” ซ่งเสวี่ยนถามต่อสถานที่แห่งนี้เขาอยู่ได้มาเนินนานหลายปีแล้วเพราะเหตุใดพอมีหลีหนิงหนิงเข้ามาอยู่ร่วมจึงต้องย้ายออก เรื่องเช่นนี้มันไม่มีเหตุผลและไร้ประโยชน์หลีหนิงหนิงมองบุรุษตรงหน้าแวบหนึ่งนางรู้เหตุผลอยู่ในใจว่าเหตุใดซ่งเสวี่ยนถึงไม่เห็นด้วยเรือนแห่งนั้นคือเรือนของมารดาซ่งเสวี่ยน สถานที่แห่งนั้นมีความทรงจำระหว่างชายหนุ่มและมารดาแต่ทว่ากับน่าเศร้าที่นางดันด่วนจากไปก่อนแม้ซ่งเสวี่ยนจะแข็งกร้าวแต่ข้างในเขากับโดดเดี่ยวราวกับกำลังยืนอยู่กลางหน้าผากหลีหนิงหนิงพลันโอบกอดซ่งเสวี่ยน ขอบตาแดงระรื่นทันที “เพราะข้าสามารถปกป้องและเลี้ยงดูท่านได้”ซ่งเสวี่ยนขมวดคิ้วไม่พอใจ ทว่ากับไม่ได้ผลักไสนางออกไป สัมผัสที่อ่อนโยนครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยได้รับจากคนผู้หนึ่งเช่นกันแต่นับวันกับยิ่งห่างเหินราวกับเป็นคนแปลกหน้าหลีหลินว่าน“สตรีเช่นเจ้าน่ะหรือ” สายตามองอย่างเหยียดหยามหลีหนิงหนิงผละตัวออก เงยหน้ามองซ่งเสวี่ยนด้วยความจริงจังพยักหน้า “ใช่!” ข้าเองนี้แหละที่จะคอย
ในบทหนึ่งของนิยายกล่าวไว้ว่า…ทั้งชีวิตของซ่งเสวี่ยนล้วนมีเพียงหลีหลินว่านเป็นที่ปลอดภัยดังนั้นเขาจึงรักฝังใจมิอาจเสื่อมคลายแม้สตรีผู้นั้นจะไม่สนใจก็ตามเขาทะนุถนอมมันมากระมัดระวังทุกอย่างทว่าหลีหลินว่านกับเหยียบย้ำซ่งเสวี่ยนจนแหกสลายอย่างไร้ค่าความรักของซ่งเสวี่ยนเป็นเพียงทางผ่านของหลินว่าน…น่าเสียดายที่รมีบุพเพแต่ไร้วาสนาหลีหนิงหนิงยังคงนั่งเหม่อลอยไม่ขยับกายราวสักครึ่งเค่อและยังคงถอนหายใจหนักอึ้งซ้ำ ๆ เมื่อคืนถอยคำของนางนั้นรุนแรงต่อซ่งเสวี่ยนมากเกินไปสักเล็กน้อยจนตั้งแต่ตอนนี้นางคล้ายมีความรู้สึกว่าเขาหลบหน้านาง“เหอะ! พี่ชายข้าทอดทิ้งคุณหนูหลีเสียแล้ว”ลี่เฉี่ยวยืนกอดอก สายตามองเหยียดด้วยความสมเพช“ลี่เฉี่ยว…” หลีหนิงหนิงจ้องมอง เด็กหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างดีใบหน้าหล่อคมคลายไม่ต่างจากพี่ชายต่างมารดาเลยแม้แต่น้อย แต่นิสัยกับไม่น่าคบเสียเลย“รู้หรือไม่เขาอยู่ที่ใด” หลีหนิงหนิงถามไม่ว่าจะห้องนอน เรือนที่อยู่และห้องอาบน้ำ ตลอดจนทั่วจวนกลับไม่พบแม้แต่เงาของซ่งเสวี่ยน หลีหนิงหนิงเหนื่อยเหลือเกินเหตุใดถึงเป็นบุรุษที่เอาแต่ใจเช่นนี้“เห็นข้าเป็นพวกบ่าวนับใช้ชั้นต่ำพวกนั้นหรือ!” ลี่เฉี่ยว
หลีหนิงหนิงยืนรออยู่หน้าประตูใจเย็น เดิมทีสมควรจะกลับจวนวันพรุ่งนี้แต่นางนั้นมีความอดทนไม่มากนักและไม่แน่ว่า แม่ดอกบัวขาวจะแสดงละครฉากนั้นอีก นางต้องขาดสติจนพลั้งลงมือสังหารคนแน่ “โมโหหรือ” ข้างกายนางยังคงเป็นจื่อรุ่ยหยาง เหตุใดช่วงนี้หลีหนิงหนิงบังเอิญพบเจอคนผู้นี้บ่อยครั้งนัก “ไปให้ไกลจากข้า” นางขับไล่น้ำเสียงดุ ๆ หากอีกหน่อยแม่ดอกบัวขาวมาพบเข้าคงเป็นเรื่อง ทว่า…ดีเช่นกัน ใบหน้าของหลีหนิงหนิงงยิ้มแย้มอารมณ์ดี นางเงยมองจื่อรุ่ยหยางที่สูงกว่าไม่ถึงคืบ “ชอบข้าแล้วหรือ” “กับผีน่ะสิ” จื่อรุ่ยหยางพลันตกใจ เขาไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าสตรีผู้นี้แท้จริงแล้วมีนิสัยเป็นอย่างไร “เจ้าคิดจะสวมหมวกเขียวให้สามีตนเองหรือไร” เขากัดฟันพูด โน้มใบหน้าสบตาในระยะใกล้ แน่นอนว่าหลีหนิงหนิงก็ไม่หลบนัยน์ตาดุดันคู่นั้นเช่นกัน “หากท่านชมชอบข้านั้นหาใช่เรื่องใหญ่” ว่ากันแล้ว นางพลันความขุ่นเคืองทั้งหมดที่มีในอกเมื่อมีเรื่องสนุก นางขยิบตาหนึ่งที จื่อรุ่นหยางตกตะลึง ตัวแข็งทื่อ “เจ้า!” ไหนเลยบุรุษจะเคยถูกสตรีพูดจาเกี้ยวเช่นนี้ “เจ้าคิดจะทำอันใด” หลีหนิงหนิงมองจื่อรุ่ยหยางเต็มไปด้วยความสนุก