หลังจากฉู่จวินสิงกำชับเรื่องราวบางอย่างเสร็จแล้วก็พาเจี่ยนอันอันจากไปพร้อมกันรอจนคนทั้งสองจากไป ในที่สุดเฉินเช่อก็ระบายลมหายใจออกมาเขากุมใบหน้าที่ถูกตัวเองตบจนบวมพลางครุ่นคิดในใจสายตาที่ท่านอ๋องมองเขาเมื่อครู่นี้ช่างน่ากลัวนัก เขายังมองออกว่าท่านอ๋องรักเจี่ยนอันอันมากเพียงใดหากเป็นสตรีอื่น ท่านอ๋องไม่มีทางปกป้องอีกฝ่ายถึงเพียงนี้เฉินเช่อกลับไปนั่งลงบนเตียงของตัวเองก็เห็นว่าหม่าลู่ยังคงก้มหน้าด้วยท่าทางเหมือนมีเรื่องหนักอึ้งในใจเขารู้ว่าหม่าลู่กำลังละอายใจที่ไม่สามารถแสดงความกตัญญูต่อบุพการีเฉินเช่อพูดโน้มน้าว “เรื่องก็เกิดไปแล้ว เจ้าอย่าคิดมากเลย”“พวกเราทำใจให้สงบรอให้นายท่านจัดการธุระที่นี่เสร็จก็สามารถไปหาหม่าจั๋วที่บ้านเกิดของเจ้าได้แล้ว”“ถึงตอนนั้นเจ้าก็สามารถไปโขกศีรษะขอขมาหน้าหลุมศพพ่อแม่ได้แล้ว”หม่าลู่ฟังแล้วก็พยักหน้าเบาๆเขานอนลงบนเตียงหลับตาลงโดยไม่พูดอะไรสักประโยคเฉินเช่อก็ไม่ได้พูดอะไรอีก กุมใบหน้าที่เจ็บระบมนอนลงไปเช่นกัน……เจี่ยนอันอันกับฉู่จวินสิงไม่ได้กลับไปพักผ่อนที่ห้องทั้งคู่เดินออกจากโรงเตี๊ยมแล้วจูงม้าของตนเองมุ่งหน้าไปทางจวนเป่าเซวียน
เพียงคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในจวนในช่วงหลายวันนี้ สาวใช้ก็ตกใจจนหน้าเผือดสีฮูหยินน้อยรองเห็นว่าในมือสาวใช้ไม่มีขวดยา นางก็เข้าใจว่าสาวใช้คงซ่อนขวดยาเอาไว้ทันใดนั้นจึงเดือดดาลขึ้นมา“นังเด็กน่าตายคนนี้นี่ ถึงตอนนี้แล้วยังไม่รีบส่งยามาให้ข้าอีก”“ใครก็ได้ ลากนางออกไปโบยหนักๆ สามสิบที!”ฮูหยินน้อยรองโกรธจนสติขาดผึง ข่งซีที่อยู่บนเตียงก็ถูกคำพูดของนางทำให้ตกใจจนร้องไห้โฮขึ้นมาในทันใด“ท่านแม่ ข้าเจ็บเหลือเกิน กอดข้าหน่อยขอรับ”ข่งซีพูดพลางยื่นสองแขนสั้นๆ ออกมาทำท่าจะสวมกอดฮูหยินน้อยรองข้ารับใช้หลายคนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ย่างเข้ามาทำทีจะลากตัวสาวใช้ออกไปสาวใช้ตกใจจนรีบคุกเข่าลง “ฮูหยินน้อยรอง ข้าไม่มีขวดยาจริงๆ เจ้าค่ะ ถ้าท่านไม่เชื่อจะสั่งให้คนมาค้นตัวข้าดูก็ได้”ฮูหยินน้อยรองรีบเข้าไปกอดข่งซีแล้วตบหลังเขาเบาๆ“ซีเอ๋อร์อดทนอีกนิดนะ รอจนแม่เอายามา เจ้ากินลงไปก็ไม่เจ็บแล้ว”ฮูหยินน้อยรองมัวแต่ปลอบโยนข่งซีในอ้อมกอด ไม่ได้เหลือบมองสาวใช้เลยสักแวบข้ารับใช้หลายคนเข้ามาลากสาวใช้ นางจะร่ำร้องอย่างไรล้วนไม่สะทกสะท้านพวกเขาลากสาวใช้ออกไปนอกห้อง ในไม่ช้าเสียงร้องโหยหวนของสาวใช้ก็
ลูกสะใภ้รองผู้นี้ของเขาช่างโง่งมเสียจริงๆนางไม่รู้หรือไรว่าการลงโทษสาวใช้ต่อหน้าซีเอ๋อร์จะทำให้ซีเอ๋อร์ตกใจได้?เจ้าเมืองข่งระบายโทสะในใจใส่ลูกสะใภ้รองของตนเอง“แม่อย่างเจ้าไยจึงไม่รู้จักดูแลซีเอ๋อร์ได้ถึงปานนี้ ข้าให้เจ้าป้อนยาเขา เจ้ากลับทำยาหายเสียนี่”“ถ้าเจ้าทำหน้าที่แม่ให้ดีไม่ได้ก็รีบส่งซีเอ๋อร์ให้คนอื่นดูแลแต่เนิ่นๆ เสียเถอะ!”ขณะที่เจ้าเมืองข่งพูดอยู่ เขาสัมผัสได้ว่าข่งซีในอ้อมอกขยับตัวแล้วเขารีบก้มหน้าลงมองก็เห็นข่งซีชักอีกรอบ ปากพ่นฟองขาวออกมาฮูหยินน้อยรองรีบร้อนลงจากเตียงมาคุกเข่าลงตรงหน้าเจ้าเมืองข่ง“นายท่าน จะต้องเป็นเพราะในจวนเรามีผีอาละวาดเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นขวดยานั่นจะหายไปปุบปับเช่นนั้นได้อย่างไร”ฮูหยินน้อยรองยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเรื่องผีอาละวาดที่ลือกันในจวนในช่วงหลายวันนี้ เดิมทีนางไม่เชื่อ แต่วันนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น นางไม่กล้าไม่เชื่อแล้วเจ้าเมืองข่งรีบวางข่งซีลงบนเตียงแล้วบอกให้พ่อบ้านไปตามหมอมาเขียนเทียบยาให้ซีเอ๋อร์อีกครั้งฮูหยินน้อยรองมองดูเจ้าเมืองข่งทั้งตัวสั่นเทิ้ม ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อคำพูดของตนเองหรือไม่เจ้าเ
นอกจากเขาจะให้ยาเม็ดที่เคยให้ข่งซีมาก่อนแล้ว ยังได้ให้เทียบยาสูตรอื่นด้วย“ใต้เท้า นี่เป็นยาสงบจิต คุณชายน้อยรับประทานเข้าไป ไม่นานก็จะฟื้นขึ้นมา”“นอกจากนี้ยังมียาเม็ดขวดนี้ ซึ่งเป็นยาวิเศษที่ข้าเป็นผู้คิดค้นขึ้น จะต้องรับประทานตามวิธีที่ข้าบอกไว้”“หากยังคงโยนยาทิ้งส่งเดชอีก ข้าก็เกรงว่าคงมิอาจรักษาคุณชายน้อยของพวกท่านได้อีก”ท่านหมอเฒ่ากล่าวพลางส่งขวดยาและเทียบยาให้กับพ่อบ้านเมื่อเห็นว่าตนไม่ได้มีธุระใดที่นี่อีก เขาจึงหมุนกายออกไปพ่อบ้านสั่งให้บ่าวในจวนไปส่งท่านหมอออกจากจวน จากนั้นจึงหยิบยาเม็ดออกจากขวดจำนวนหนึ่งเพื่อจะป้อนให้ข่งซียาเม็ดนั้นเม็ดเล็กยิ่งนัก อีกทั้งยังละลายในปากทันที เขาจึงไม่กังวลว่าจะติดคอข่งซีขณะมือของพ่อบ้านกำลังจะยื่นไปถึงริมฝีปากของข่งซีสายลมเย็นยะเยือกก็พัดเข้ามาอีกคราร่างของพ่อบ้านถูกลมพัดจนสะท้านไปทั้งตัว ไฉนลมเย็นครั้งนี้จึงรุนแรงกว่าคราก่อนเสียอีกเล่าเขารู้สึกราวกับสายลมนั้นพัดตรงมาที่เขาเพียงผู้เดียว หรือว่าคำพูดของฮูหยินน้อยรองก่อนหน้านี้จะเป็นความจริง จวนนี้มีภูตผีอยู่?ขณะที่พ่อบ้านกำลังลังเล เจี่ยนอันอันก็ฉวยขวดยาและยาเม็ดในมือของเขา
เขากระชากผ้าม่านรอบเตียงลงมา ทั้งร่างสั่นระริก ซ่อนตัวอยู่หลังม่าน ไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกหน้าออกไปขณะนั้นเอง สายลมเย็นยะเยือกพัดโหมขึ้นทำให้ผ้าม่านพลิ้วไหวตามลมเจ้าเมืองข่งตกใจจนไม่กล้าหายใจเสียงดัง เขาขยุ้มผ้าม่านไว้แน่น ตัวสั่นเทาพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้สังหารเจ้า เจ้าอย่ามาทวงชีวิตจากข้าเลย!”เจี่ยนอันอันควบคุมพัดลมให้พัดกระหน่ำไปทางเตียงเสียงของฉู่จวินสิงก็ดังขึ้นอีกครา “เดิมทีข้าสอบได้เป็นจอหงวน เหตุใดเจ้าจึงให้ผู้อื่นสวมรอยไปแทนข้า อีกทั้งยังทำร้ายข้าจนเจ็บหนัก?”เจ้าเมืองข่งก็พลันเข้าใจ ที่แท้เป็นจอหงวนเมื่อสามปีก่อน กลับมาทวงชีวิตเขาถึงที่นี่เองเขาตกใจจนแทบขาดใจ รีบคุกเข่าบนเตียง ทั้งร่างสั่นสะท้านพลางกล่าวแก้ตัว“บาปมีผู้ก่อ หนี้มีเจ้าหนี้ เรื่องนี้หาใช่ข้ากระทำไม่ หากท่านจะจองเวรก็ไปหาผู้ที่สวมรอยแทนท่านเถิด”“ข้าเป็นเพียงขุนนางผู้น้อย ไม่อาจทำให้คนผู้นั้นขุ่นเคืองได้”ฉู่จวินสิงแค่นเสียงเย็นชา “หึ เจ้าเป็นเพียงขุนนางผู้น้อย แต่กลับกล้าบิดเบือนความจริงเช่นนี้ หากข้าไม่มาหาเจ้า แล้วจะไปหาผู้ใดเล่า!”เจ้าเมืองข่งรู้ดีว่าหากเขายังไม่กล่าวความจริง เกรงว่าราตรีนี้คงไม่อา
หากจอหงวนอีกสองคนเป็นเช่นเดียวกับวิญญาณตนนี้ ตายไปแล้วกลายเป็นวิญญาณอาฆาตพากันมายังจวนเพื่อทวงชีวิตเขาเช่นนั้นเขาคงต้องไปเฝ้ายมบาลเป็นแน่แล้วเจ้าเมืองข่งตัดสินใจแน่วแน่ ในเมื่อเขาได้เปิดเผยเรื่องของเจี่ยนกั๋วกงไปแล้วเช่นนั้นก็บอกความจริงทั้งหมดเสียเลย เผื่อว่าวิญญาณตนนี้อาจไว้ชีวิตเขาก็เป็นได้เขารีบเงยหน้าขึ้นมองม่านเตียง ทว่าเมื่อเห็นโลหิตที่ถูกสาดจนเปรอะเปื้อนไปทั่วเขาก็ตกใจจนรีบก้มหน้าโดยพลัน“หากท่านจะทวงความเป็นธรรมก็ไปทวงจากเจี่ยนกั๋วกงเถิด เรื่องทั้งหมดนี้เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำทั้งสิ้น”“เขายังกล่าวไว้อีกว่าหากข้าทำได้ดี เขาก็จะหาทางช่วยข้าให้ได้เลื่อนตำแหน่ง”ฉู่จวินสิงจดจำชื่อของขุนนางตรวจการหยางและเจี่ยนกั๋วกงไว้ในใจ ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นกล่าวขึ้นอีกว่า“วันพรุ่งนี้เจ้าจงไปติดประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่า ข้าหวังหวยซูคือผู้ที่สอบได้จอหงวนเมื่อสามปีก่อน”“และให้ถอนชื่อผู้ที่สวมรอยข้าออกจากรายนามจอหงวนเสีย!”เจ้าเมืองข่งได้ฟังดังนั้น หัวใจก็วูบลงเขาเป็นแค่เจ้าเมืองตำแหน่งเล็ก ๆ ไหนเลยจะมีอำนาจใดไปลบชื่อผู้ที่สอบได้จอหงวนเล่ายิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ล่วงเลยมา
ท่านหมอเฒ่าไม่ได้อยากกลับมาที่จวนเป่าเซวียนเพื่อรักษาคุณชายน้อยอีกครั้งทว่าเขาถูกพ่อบ้านขู่เข็ญและกดดัน จำต้องกัดฟันเดินตามพ่อบ้านกลับมาผลลัพธ์ก็คือภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าเขา ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเจ้าเมืองข่งเห็นว่าท่านหมอเฒ่ากลับมาแล้ว จึงรีบสั่งให้เขาจัดการป้อนยาแก่ข่งซีทันทีท่านหมอเฒ่าจนใจ ทำได้แค่หยิบขวดยาออกมาจากหีบยา พร้อมกับสั่งให้บ่าวหญิงไปรินน้ำมาให้จากนั้นเขาจึงหยิบยาเม็ดออกมาป้อนลงในปากของข่งซีทีละเม็ด ก่อนจะป้อนน้ำตามไปหนึ่งอึกไม่นานนัก ในที่สุดข่งซีก็หยุดชักกระตุกท่านหมอเฒ่าสั่งให้พ่อบ้านนำเทียบยาที่เขาเขียนไว้ก่อนหน้านี้ ไปต้มยาให้ข่งซีดื่มเมื่อจัดการทุกสิ่งเรียบร้อยแล้ว ท่านหมอเฒ่าจึงรีบกล่าวลาแล้วออกไปทว่าเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยังไม่ได้จากไปไหน ทั้งสองยังคงอยู่ในห้อง มองเหตุการณ์เบื้องหน้าเมื่อเห็นท่าทางของเจ้าเมืองข่งที่ทรุดลงด้วยความหวาดกลัว เจี่ยนอันอันก็คิดเพียงว่าน่าขันนักทั้งสองไม่ได้ก่อกวนเจ้าเมืองข่งต่อไป ฉู่จวินสิงกำลังจะจากไป ทว่ากลับถูกเจี่ยนอันอันดึงตัวไว้เมื่อทั้งสองออกมานอกห้องแล้ว พอเห็นว่าโดยรอบไร้ผู้คน เจี่ยนอันอันจึงกระซิบเบา
ส่วนเจี่ยนกั๋วกงนั้น ฉู่จวินสิงหาได้คิดจะกำจัดเขาในทันทีไม่ปล่อยให้เจี่ยนกั๋วกงมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักระยะก่อนหากเจี่ยนกั๋วกงกล้ามาหาเรื่องถึงตัวเขาเมื่อใด เขาย่อมไม่มีทางปรานีต่ออีกฝ่ายแน่ทั้งสองสนทนากันอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันนอนพักผ่อนยามค่ำคืน เจี่ยนอันอันนอนไม่ค่อยหลับเพราะไม่คุ้นชินกับที่นอน หลังจากล้มตัวลงนอนเพียงไม่นาน นางก็เริ่มพลิกตัวไปมาเตียงนี้แคบเกินไป ไม่เหมือนตอนนอนบนเตียงกว้างในบ้านของนางที่สบายยิ่งกว่าไม่นานนักเจี่ยนอันอันก็กลิ้งตกจากเตียงสู่พื้นเจี่ยนอันอันตื่นขึ้นมาในสภาพงัวเงีย เจ็บจนร้องโอดโอยฉู่จวินสิงได้ยินเสียงผิดปกติ ก็ลืมตาขึ้นโดยพลันแล้วเขาก็เห็นเจี่ยนอันอันกำลังคลำทางลุกขึ้นจากพื้นนางคลำหาทางด้วยอาการงัวเงียเพื่อจะกลับไปยังเตียงของตนและนอนลงอีกครั้งฉู่จวินสิงกำลังจะลุกไปช่วยเจี่ยนอันอัน ก็มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากนอกห้องเขารีบตรงไปที่ประตูห้องทันที จากนั้นก็มีคนเคาะประตูฉู่จวินสิงกดเสียงต่ำ “ผู้ใด?”“นายท่าน ข้าเอง เฉินเช่อ”ฉู่จวินสิงได้ยินเสียงของเฉินเช่อก็เปิดประตูออกไปทันทีเมื่อออกมานอกประตู ก็พบว่าเฉินเช่อและหม่าลู
เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน
“คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ
เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ
มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต
ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ
หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก
เขาก้มหน้าปรุงยาต่อไป หากสมุนไพรไม่พอก็ขอจากเจี่ยนอันอันอีกทั้งคู่ช่วยกันทำงานถึงช่วงบ่าย ในที่สุดยาถอนพิษสี่พันกว่าเม็ด ก็สำเร็จลุล่วงออกมาในขณะที่เซิ่งฟางได้ไต่สวนคดีเรียบร้อย หัวขโมยผู้นั้นได้โจรกรรมของของผู้อื่นจริงๆจึงถูกเซิ่งฟางส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำก่อนที่ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์กำลังจะอำลา เจี่ยนอันอันได้เรียกตัวเขาไว้“บ้านท่านมีสมาชิกทั้งหมดกี่คน?”ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์ชะงักเล็กน้อย พร้อมมองหน้าเซิ่งฟางเซิ่งฟางแสดงท่าทีให้เขาตอบตามความจริงเขาจึงได้กล่าวตอบ “บ้านข้ามีทั้งหมดเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันได้ยินดังนี้ จึงหยิบยาถอนพิษออกมาเจ็ดเม็ด ส่งให้คนผู้นั้น“นี่คือยาถอนพิษ ท่านกินไปหนึ่งเม็ดก่อน ที่เหลือนำไปให้คนในครอบครัวได้กิน”คนผู้นั้นมองดูยาเม็ดในมือด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจถึงเจตนาของเจี่ยนอันอันเซิ่งฟางเห็นเข้าจึงกล่าวแทน “ในอำเภอไถหยางมีคนถูกวางยา ท่านรีบกินยาถอนพิษเร็วเข้า แม้ไม่ได้รับพิษก็ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน”“ส่วนที่เหลือก็นำไปให้คนในครอบครัวแบ่งกิน อย่ารอให้ถูกพิษแล้ว ค่อยวิ่งมาขอยาถอนที่นี่”ชาวบ้านผู้นั้นเมื่อได้ยินดังนี้ จึงรีบลนลานกินยา
เหล่าทหารรับคำสั่ง พร้อมรีบเดินออกจากอำเภอไปสำรวจจำนวนประชากรผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทุกคนจึงได้กลับมาพร้อมรายงานต่อเซิ่งฟาง “เรียนใต้เท้า พวกเราได้ไปสำรวจมา ในอำเภอไถหยางปัจจุบันมีผู้คนทั้งสิ้นสี่พันหกร้อยสามสิบเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันพลันขมวดคิ้ว ลำพังแค่อำเภอไถหยางก็มีตั้งสี่พันกว่าคนแล้วหากพวกเขาล้วนถูกพิษ และไม่อาจเข้าถึงยาถอนพิษได้ทันเวลาจะต่างกับการกวาดล้างทั่วเมืองในอดีตที่ตรงไหน?เพียงแต่การกวาดล้างในหนนี้ มิได้เกิดจากน้ำมือฉู่ชางเหยียน หากแต่เป็นกู้มั่วหลีผู้เดียวคนบ้าที่สมควรตายผู้นี้ นอกจากเขาแล้ว เจี่ยนอันอันแทบนึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใด กล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อีกนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางกล่าว “พี่เซิ่งฟาง ข้าต้องรีบปรุงยาถอนพิษ ถึงเวลาท่านค่อยสั่งให้ทหารนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอไถหยาง”“ผู้ได้รับพิษจะช่วยถอนพิษโดยเร็ว แม้ไม่ถูกพิษก็จะได้กินเพื่อป้องกันไว้”เซิ่งฟางรีบรับปากในบัดดลเจี่ยนอันอันรีบทำการปรุงยาทันที ฉู่จวินสิงเกรงว่านางจะเหนื่อย จึงให้คนของเซิ่งฟางยกเก้าอี้มานั่งดีที่บริเวณนี้มีเงาไม้พอให้ร่มรื่น เจี่ยนอันอันจึงไม่ถูกแดดแผดเผามากนัก