นางยังคิดว่าฉู่จวินสิงไม่ใช่คนที่จะต่อต้านเรื่องนี้ตอนนี้ดูเหมือนว่าที่ฉู่จวินสิงทำเช่นนั้น คงจะเป็นเพราะว่าอยากให้ร่างกายของตนเองดีขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วให้เขาได้กราบไหว้ฟ้าดินแต่งงานกับนางโดยเร็วเมื่อคิดว่าผ่านไปอีกไม่กี่วัน ร่างกายของฉู่จวินสิงก็จะฟื้นฟูได้เต็มที่เมื่อถึงเวลานั้น นางก็จะแต่งงานกับฉู่จวินสิงใบหน้าของเจี่ยนอันอันก็ค่อยๆ แดงก่ำขึ้นมาเมื่อดื่มยาติดต่อกันสามวัน ฟางอิ๋งก็พบว่าร่างกายของตนเองในตอนนี้ไม่มีอาการเจ็บตรงหน้าอกอีกดูเหมือนว่าพิษที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของนางจะหายไปกว่าครึ่งแล้วผลยาของเจี่ยนอันอันนั้นช่างน่าประหลาดจริงๆ เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ สามวันเท่านั้น นางก็ดีขึ้นเยอะมากแล้วหากว่าดื่มยาขมๆ นี้ต่อไปอีกไม่กี่วัน เกรงว่าพิษในร่างกายของนางก็คงจะสลายหายไปจนหมดฟางอิ๋งหยิบชามยาขึ้นมา ดื่มยาเหลวๆ ในนั้นไปจนหมดเจี่ยนอันอันมอบลูกกวาดผลไม้ให้ฟางอิ๋งชิ้นหนึ่งฟางอิ๋งกินลูกกวาดผลไม้ลงไป แล้วพูดออกมาอย่างงงงวย “อันอัน ในถุงเฉียนคุนของเจ้า ตกลงแล้วมีของกี่อย่างกันแน่” “ทำไมข้าถึงได้มองเห็นเจ้านำของที่แตกต่างกันออกมาตลอดเลย?” “นอกจากนี้แล้วของบางอย่า
เขาเป็นคนที่ต่อต้านการดื่มยามากที่สุด แต่เพื่อที่จะฟื้นตัวได้โดยเร็ว เขาจะต้องบังคับตนเองให้ดื่มมันเจี่ยนอันอันมองท่าทีต่อต้านของเขาออก ในใจของนางก็ลอบขบขันขึ้นมาที่แท้ฉู่จวินสิงไม่เพียงแต่กลัวแมลง ยังกลัวการดื่มยาอีกด้วยดูเหมือนว่าไม่ว่าผู้ชายจะหล่อเหลาแค่ไหน และถึงแม้ว่าจะเป็นท่านอ๋อง ก็ยังมีด้านที่ไม่สมบูรณ์แบบอยู่ไม่นานก็มาถึงตอนค่ำ ทุกคนเพิ่งจะกินข้าวกันเสร็จท้องฟ้าก็เกิดเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นระยะๆไม่นานฝนก็ตกเสียงดัง ‘เปาะแปะ’ ลงมาดีที่เรือนหลังนี้ถูกซ่างชิวและอวี๋ว่านปรับปรุงใหม่แล้วรอบหนึ่งถึงแม้ว่าฝนจะตกหนัก ก็ไม่พบว่ามีตรงจุดไหนที่ฝนรั่วลงมาสำหรับครอบครัวของฉู่จวินสิงแล้ว ฝนตกหนักก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรแต่สำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้ว กลับเป็นเพราะว่าจู่ๆ ที่เกิดฝนตกหนักขึ้นมา ทุกคนต่างก็พากันตื่นเต้นเป็นอย่างมากฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืนเดิมทีที่ดินในหมู่บ้านชิงสุ่ยแห้งแล้งเป็นอย่างมาก ก็ถูกฝนตกหนักครั้งนี้ทำให้ชุ่มชื้นขึ้นมาเมื่อถึงเช้าวันถัดมา ฝนตกหนักก็หยุดลงชาวบ้านในหมู่บ้านชิงสุ่ย ทั้งหมดพากันเดินออกมาจากในห้องด้วยความตื่นเต้น“สวรรค์
ฉู่จวินสิงเข้าใจความหมายของเจี่ยนอันอัน เขาพูดออกมาเสียงอ่อนโยน “เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นกังวลไป หากว่าเจ้าสามารถเสกเป็นอิฐหินบางส่วนจากจวนเยียนอ๋องได้ ข้าก็จะสามารถช่วยเจ้าโกหกได้”เจี่ยนอันอันเมื่อได้ยินคำนี้ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาในตอนที่นางย้ายจวนเยียนอ๋องมานั้น ไม่ว่านางจะพบอะไรก็หยิบเอามาจนหมดนางมองเห็นอิฐหินจำนวนมากที่วางเรียงกันชิดติดผนังอยู่ ก็รวบรวมย้ายทั้งหมดนั้นเข้าไปในห้วงมิติในตอนนั้นเจี่ยนอันอันคิดว่า หากว่าที่เนรเทศนั้นไม่มีเรือนให้อยู่นางก็สามารถนำอิฐหินเหล่านี้ออกมาสร้างเรือนได้กลับไม่คิดเลยว่า วันนี้สามารถใช้อิฐหินเหล่านั้น มาปูพื้นดินภายในลานบ้านได้เจี่ยนอันอันมองไปยังฉู่จวินสิงด้วยความตื่นเต้น “พูดเป็นเล่นไป ข้าเอาอิฐหินมาจากจวนเยียนอ๋องด้วยจริงๆ”ฉู่จวินสิงเมื่อได้ยินคำนี้เข้า ก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียง “พรืด” หัวเราะออกมาอิฐหินเหล่านั้นเขาคิดจะใช้เพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศรอจนเมื่อเขาแต่งงานกับเจี่ยนอันอันแล้ว เขาจะไปอยู่บ้านพักตากอากาศนั้นทว่าบ้านพักตากอากาศนี้ยังไม่ทันได้สร้างขึ้นมา เขาก็ถูกส่งไปสังหารศัตรูที่สนามรบรอจนเมื่อเขากลับมาแล้ว ก็ถูกฮ่อ
ฉู่อันเจ๋อกลอกตาไปมา แล้วพูดกับฮูหยินว่า “แม่ใหญ่ พี่รองพูดถูกแล้ว” “อิฐหินเหล่านั้น เป็นข้าที่เคลื่อนย้ายเข้าไปในถุงเฉียนคุนเองขอรับ” “ภายหลังพี่สะใภ้รองมายังจวนอ๋อง ข้าก็ค่อยๆ นำถุงเฉียนคุนมอบให้กับนาง”ฮูหยินใหญ่เมื่อเห็นว่าพวกเขาสองพี่น้องพูดออกมาเช่นนี้ ถึงได้วางความสงสัยที่มีในใจคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินฮูหยินใหญ่ถามออกมาพวกเขาก็มองไปยังในเรือนที่จู่ๆ ปูทางเดินเล็กๆ เสร็จแล้ว ในใจก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทว่าเมื่อได้ยินคำของฉู่อันเจ๋อแล้ว พวกเขาก็คลายความสงสัยในใจทั้งหมดทันทีในตอนนี้เจี่ยนอันอันมายังด้านนอกเรือนแล้ว ก็เห็นชาวบ้านในหมู่บ้านชิงสุ่ยกำลังยืนพูดคุยกันเสียงดังตรงหน้าประตูพวกเขากำลังตื่นเต้นที่จู่ๆ เมื่อคืนก็เกิดฝนตกหนักขึ้นมีชาวบ้านหลายคนที่มองเห็นเจี่ยนอันอัน ก็หยุดพูดคุยกันมาทันทีเจี่ยนอันอันไม่ได้สนใจชาวบ้านเหล่านั้น นางมองไปยังทางทิศทางบ้านก็เห็นว่าซ่างชิวไม่ได้ออกมาโชคดีที่อวี๋ว่านมองเห็นเจี่ยนอันอัน ก็รีบเดินเข้ามาด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มทันที“แม่นาง เมื่อคืนวานนี้เรือนของท่านไม่มีฝนรั่วใช่หรือไม่?”เจี่ยนอันอันเมื่อเห็นว่าอวี๋ว่านยัง
อวี๋ว่านเดินเข้ามาแล้วกล่าวแนะนำกับเจี่ยนอันอัน “แม่นาง นี่คือภรรยาของข้า หลิวซื่อ”“เมื่อวานนางยังต่อว่าข้าอยู่เลย ว่าเหตุใดถึงรับค่าแรงจากท่านมากมายขนาดนั้น”เจี่ยนอันอันฟังแล้วก็ส่งยิ้มให้กับหลิวซื่อ“ค่าแรงนั้นเป็นสิ่งที่พี่อวี๋สมควรได้รับ พวกท่านเก็บไว้ใช้เถิด อย่าโทษพี่อวี๋อีกเลย”หลิวซื่อฟังแล้วก็ยิ้มอย่างเขินอาย นางเริ่มรู้สึกมีไมตรีต่อเจี่ยนอันอันมากขึ้นขณะที่ซ่างตงเยว่เห็นว่าเจี่ยนอันอันมาแล้ว นางรีบก้าวลงจากเตียงอุ่นแล้วโผเข้ามากอดเจี่ยนอันอันแน่น“ท่านอา ท่านพ่อของข้าถูกคนจับตัวไปแล้ว ข้าจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”ซ่างตงเยว่ที่กำลังโศกเศร้า พอได้เห็นเจี่ยนอันอัน ก็ร้องไห้หนักขึ้นเจี่ยนอันอันลูบหลังนางเบาๆ พลางเอ่ยปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน “เรื่องนี้ข้าได้ยินมาแล้ว เจ้าอย่าเพิ่งร้องไห้ ข้าจะหาทางช่วยเอง”ตอนนี้ซ่างตงเยว่เชื่อใจเจี่ยนอันอันมากที่สุดฟังนางบอกว่าจะคิดหาทางช่วย ซ่างตงเยว่ก็หยุดร้องทันทีนางใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วเงยหน้ามองเจี่ยนอันอัน“ท่านอา ท่านจะช่วยหาท่านพ่อของข้ากลับมาได้จริงๆ ใช่ไหมเจ้าคะ?”เจี่ยนอันอันพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เจ้าอย่าได้
เจี่ยนอันอันเห็นซ่างตงเยว่นั่งอยู่ที่โต๊ะโดยที่ไม่ได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียวดวงตาของนางบวมช้ำจากการร้องไห้ เห็นได้ชัดว่านางร้องไห้มาทั้งคืนเจี่ยนอันอันจึงพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า “ตงเยว่ อย่าเสียใจไปเลย เจ้ากินข้าวเถิด”“พ่อของเจ้าจะไม่ได้ถูกขังอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอนานนัก ข้าจะพาพ่อของเจ้ากลับมาให้ได้”ทุกคนในที่นั้นก็พากันช่วยกันปลอบซ่างตงเยว่ ให้นางกินข้าวเสียก่อนเมื่อซ่างตงเยว่ได้ยินเจี่ยนอันอันยืนยันซ้ำๆ ว่านางจะพาซ่างชิวกลับมาให้ได้ในที่สุดนางก็ยอมยกตะเกียบขึ้นและเริ่มกินข้าวฉู่จวินสิงพูดเสียงเข้มว่า “เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ข้าก็จะไปที่ว่าการอำเภอพร้อมกับอันอันด้วย”“ข้าอยากเห็นนักว่า นายอำเภอผู้นั้นมีกี่หัวให้ข้าฟันออกมาได้”เมื่อเจี่ยนอันอันได้ยินว่าฉู่จวินสิงจะไปด้วย นางก็รีบตอบรับทันทีไม่นานทุกคนก็กินข้าวเสร็จเรียบร้อย เจี่ยนอันอันก็เตรียมตัวออกเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอเซิ่งฟางในฐานะอดีตเจ้าเมืองอินเป่ยย่อมตามไปด้วย ส่วนเหยียนเซ่าก็กลัวว่าฉู่จวินสิงไปที่ว่าการอำเภอแล้วจะถูกนายอำเภอกลั่นแกล้งเขาในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของฉู่จวินสิง จึงขอตามไปที่ว่าการอำเภอด้วย
เจ้าหน้าที่เฝ้ายามทั้งสองมองดาบในมืออย่างตะลึงงัน มันถูกกระบี่ของเซิ่งฟางฟันขาดเป็นสองท่อนพวกเขาโกรธจนคำรามลั่น จากนั้นก็ใช้ดาบที่หักนั้นพุ่งเข้าหาเซิ่งฟางอีกครั้งเซิ่งฟางกล่าว “ช่างไม่รู้จักเป็นรู้จักตายจริงๆ”เขาหลบคมดาบในมือของเจ้าหน้าที่เฝ้ายามอย่างง่ายดาย จากนั้นหนึ่งกระบี่แทงเข้าไปที่แขนของเจ้าหน้าที่เฝ้ายามคนหนึ่งทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ผู้นั้นร้อง “โอ๊ย” หนึ่งเสียงดาบก็พลันหลุดร่วงลงสู่พื้นเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งเห็นดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเขารีบหันตัวกลับไปวิ่งตรงไปยังหน้าประตูที่ว่าการอย่างรีบร้อน เคาะประตูอย่างรุนแรง“เปิดประตูเร็ว ฆ่าคนแล้ว!”ทันใดนั้น ประตูที่ว่าการก็เปิดออก ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่อีกห้าหกคนวิ่งออกมาในมือพวกเขาแต่ละคนถือดาบใหญ่ จ้องมองเซิ่งฟางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะเจ้าหน้าที่คนนั้นที่ถูกกระบี่แทงเข้าที่แขน เห็นสหายกรูกันออกมาเขาก็ชี้นิ้วไปยังเซิ่งฟางพลางตะโกนด้วยโทสะ “วันนี้เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปได้ จงยอมจำนนเสียโดยดี บางทีใต้เท้าของเราจะเมตตาไว้ชีวิตเจ้า!”เจ้าหน้าที่อีกผู้หนึ่งก็ตวาดเสียงดังด้วยความเดือดดาล “พวกเราบุกไปพร้อม
นายอำเภอกล่าวพลางก้าวลงจากบันไดด้วยความรวดเร็วเขาคว้าดาบจากมือของเจ้าหน้าที่แล้วฟันใส่เซิ่งฟางทันใดนั้นเอง ฉู่จวินสิงที่นั่งอยู่บนรถม้าก็กระโดดขึ้นไปกลางอากาศเขามาถึงตรงหน้านายอำเภอแล้วเตะดาบในมือของนายอำเภอกระเด็นออกไปนายอำเภอถูกเตะจนถึงกับตะลึงงันในทันทีขณะที่เขายังตะลึงอยู่ ฉู่จวินสิงก็ได้คว้าดาบใหญ่ขึ้นมาพาดบนลำคอของเขานายอำเภอตกใจจนขาสั่นและเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาบนหน้าผากเขารีบขอความเมตตา “ท่านจอมยุทธ์โปรดไว้ชีวิต ท่านจอมยุทธ์มีอะไรก็พูดกันดีๆ เถิด”เหล่าเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เห็นใต้เท้าของตนเองถูกจับ ต่างก็ตกใจจนหน้าซีดเผือดพวกเขามองหน้ากัน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยนายอำเภอเจี่ยนอันอันมองการเคลื่อนไหวของฉู่จวินสิงที่คล่องแคล่วราวกับสายน้ำ นางอดไม่ได้ที่จะตะลึงอยู่ครู่หนึ่งฉู่จวินสิงร้ายกาจนักนะ ถึงกับใช้วิชาตัวเบาได้แล้วก่อนหน้านี้เขายังทำท่าว่าเดินไม่ไหว ให้นางช่วยพยุงเขาขึ้นรถม้าตอนแรกเจี่ยนอันอันก็ยังสงสัยอยู่ ว่าร่างกายของฉู่จวินสิงไม่ใช่ว่าฟื้นฟูจนเกือบสมบูรณ์แล้วหรือเหตุใดเขายังทำท่าเหมือนเดินไม่ไหวอยู่อีกแท้จริงแล้วทั้งหมดที่เขาทำไปล้วนแสร้งแสดงทั้งส
คำพูดของเจี่ยนหลิงเยว่ไม่ได้ทำให้กู้มั่วหลีปล่อยมือเขาตีหน้าเย็นชาถามเสียงทุ้มต่ำ “สิ่งที่เจี่ยนอันอันพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงสินะ ยาถอนพิษถูกเจ้าทำหายไประหว่างทางแล้ว?”ก่อนหน้านี้เจี่ยนหลิงเยว่ยังบอกว่าจะเขียนจดหมายถึงเจี่ยนกั๋วกง ทำให้เขาไม่ได้ให้คนนำยาถอนพิษมาส่งตอนนี้เห็นที ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นคำโกหกที่นางปั้นแต่งขึ้นมาถ้านางไม่รู้เรื่องนี้แล้วจะพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรเล่าคิดถึงตรงนี้ เรี่ยวแรงที่มือของกู้มั่วหลีก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายส่วนเจี่ยนหลิงเยว่รู้สึกว่าหนังศีรษะแทบจะถูกกู้มั่วหลีกระชากหลุดไปแล้ว เจ็บปวดจนนางตัวสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง“คุณชายกู้ ข้าไม่ได้เอายาถอนพิษมาด้วยจริงๆ ท่านต้องเชื่อข้านะ!”เจี่ยนหลิงเยว่เจ็บปวดจนถึงที่สุด ตอนนี้แม้แต่บาดแผลบนใบหน้าของนางก็ยังถูกดึงจนเจ็บไปด้วยเสียงร้องแหลมของเจี่ยนหลิงเยว่พลันดังขึ้นภายในห้องเจี่ยนอันอันมองกู้มั่วหลีกระชากผมเจี่ยนหลิงเยว่ด้วยสายตาเย็นชา ในใจร่ำร้องสะใจรอยยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง กล่าวยั่วยุเหมือนที่เจี่ยนหลิงเยว่เคยทำกับเจ้าของร่างเดิมว่า“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้นำยาถอนพิษมาด้วย แล้วเจ้าม
“เมื่อครู่อยู่ข้างนอก ข้าได้ยินการพูดคุยของพวกเจ้า คุณชายกู้อยากรู้ใช่ไหมว่า ยาถอนพิษที่ฮ่องเต้ให้มา เหตุใดตั้งหลายวันยังมาไม่ถึงอีก?”กู้มั่วหลีได้ยินประโยคนี้เข้า พลันเหยียดริมฝีปากขึ้น“ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ความนัย”เพราะหลายวันมานี้ เมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืน พิษในตัวก็จะแผ่ขยายไปทั่วสรรพางค์กายกู้มั่วหลีต้องฝืนทนต่อความทรมานอย่างรุนแรง ตราบใดที่ไม่ได้กินยาถอนพิษ เขาจะไม่อาจพักผ่อนได้เลยสักวันเดียวและทุกๆ ครึ่งปี ฮ่องเต้จะให้คนมาส่งยาถอนพิษหนึ่งครั้ง จุดประสงค์เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของเขาหากเขากล้าขัดพระบัญชาเมื่อใด ก็จะถูกพิษร้ายในตัวทรมานเสียจนยิ่งกว่าความตายมาเยือนด้วยเหตุนี้เขาได้ทดลองยาถอนพิษอยู่หลายแขนง แต่ก็ไม่อาจช่วยบรรเทาพิษร้ายที่อยู่ในตัวได้ยามนี้เมื่อเจี่ยนอันอันกล่าวถึงเรื่องยาถอนพิษขึ้นมา แสดงว่านางคงรู้เรื่องราวบางอย่างสายตากู้มั่วหลีจับจ้องที่นางเขม็ง เพื่อจะจับพิรุธที่ออกทางสีหน้าบ้างแต่เจี่ยนอันอันยังคงมีสีหน้าเรียบเป็นปกติ “ข้าย่อมรู้เบื้องหลังแน่นอน ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของเจี่ยนหลิงเยว่”เจี่ยนอันอันพุ่งเป้าไปยังเจี่ยนหลิงเยว่หน้าตาเฉยกู้มั่วหลี
เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน
“คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ
เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ
มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต
ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ
หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก