เจี่ยนอันอันหยิบสมุนไพรหลายชนิดออกมาจากในคลังวัสดุยาอีกครั้งนางเปิดประตูไปกล่าวกับซ่างชิวว่า “ท่านนำสมุนไพรพวกนี้ไปต้ม จำไว้ว่าต้องต้มโดยใช้ไฟอ่อน”ซ่างชิวมองสมุนไพรในมือแล้ววิ่งไปต้มยาในครัวโดยไม่ลังเลชาวบ้านที่ยืนอออยู่ในลานเรือนเห็นเจี่ยนอันอันเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้งพวกเขาอยากชะโงกหน้าเข้าไปดูว่ายามนี้ในห้องเป็นอย่างไรบ้างแต่พวกเขายังไม่ทันเห็นอะไร เจี่ยนอันอันก็ปิดประตูลงเสียแล้วเจี่ยนอันอันจับชีพจรให้ตงเยว่อีกครั้งยามนี้ชีพจรของตงเยว่เป็นปกติแล้วผ่านไปไม่นาน ตงเยว่ก็ลืมตาขึ้นมานางเห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือหญิงแปลกหน้าคนหนึ่ง ขณะที่บิดาของตนไม่อยู่ในห้องตงเยว่ทำท่าจะกระถดหนีไปด้านในของเตียงอุ่นด้วยสีหน้าแตกตื่นแต่ร่างกายนางอ่อนแอเกินไป ครู่ก่อนอาการป่วยยังกำเริบตอนนี้กระทั่งนางจะพลิกตัวก็ยังยากเย็นแสนเข็ญซ่างตงเยว่เห็นว่าตนเองไม่อาจขยับตัวได้ก็ตกใจจนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีเจี่ยนอันอันยิ้มเอ่ยกับซ่างตงเยว่ “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ใช่คนร้าย พ่อเจ้าเป็นคนเรียกข้ามารักษาอาการป่วยของเจ้า”ซ่างตงเยว่ไม่เชื่อคำพูดของเจี่ยนอันอัน นางเผยอปากถามเสียงอ่อนแร
ครั้นซ่างชิวได้ยินว่าอาการป่วยของลูกสาวเขาสามารถรักษาให้หายดีได้ หัวใจที่เครียดเขม็งก็ผ่อนคลายลงหลายส่วน“ได้ๆ ๆ ขอเพียงแม่นางสามารถรักษาอาการป่วยของตงเยว่ลูกข้าให้หายดีได้ อย่าว่าแต่หนึ่งปี ต่อให้สิบปีข้าก็รอไหว”เจี่ยนอันอันยิ้มบางพลางโบกมือ “ไม่นานถึงหนึ่งปีหรอก ท่านให้เวลาข้าสักอาทิตย์ ข้าก็สามารถรักษาตงเยว่ให้หายดีได้แล้ว”ชาวบ้านบริเวณนั้นล้วนคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลยซ่างตงเยว่ป่วยเช่นนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วนางไม่สามารถกระโดดโลดเต้นวิ่งเล่นไปทั่วเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านชิงสุ่ยในอดีตหมอชราของหมู่บ้านชิงสุ่ยยังบอกว่าอย่างมากซ่างตงเยว่มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินอายุแปดขวบหมอชราของหมู่บ้านชิงสุ่ยรักษาคนมาหลายสิบปีแล้วเขาได้รับความนับหน้าถือตาอย่างสูงในหมู่บ้านแม้แต่เขายังพูดว่าโรคของซ่างชิวไร้ยารักษาแม่นางน้อยผู้นี้จะรักษาโรคของซ่างตงเยว่ให้หายดีภายในเวลาสั้นๆ แค่อาทิตย์เดียวได้อย่างไรนางคงไม่ได้คุยโวหลอกลวงพวกเขากระมังแต่ซ่างชิวกลับเชื่อถือคำพูดของเจี่ยนอันอันอย่างมากเขารู้สึกว่าเจี่ยนอันอันไม่เหมือนคนที่จะคุยโวโอ้อวดยาแก้พิษที่เจี่ยนอันอันให้เขามาก่อนหน้านี
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซ่างชิวถึงเดินออกมาจากในห้องชาวบ้านบริเวณนั้นล้วนถามเขาด้วยความวิตกกังวลว่าตงเยว่เป็นอย่างไรบ้าง?“ตงเยว่หลับไปแล้ว นางไม่เป็นไรแล้ว”ขณะที่ซ่างชิวกล่าววาจานั้น ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มผ่อนคลายออกมาชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทุกคนเห็นว่าที่นี่ไม่มีเรื่องอะไรแล้วก็แยกย้ายจากไปเจี่ยนอันอันพาซ่างชิวและชาวบ้านที่มาทำงานคนนั้นกลับมาที่บ้านเวลานั้น ฉู่จวินสิงนั่งอยู่ในลานเรือนมาตลอด ไม่ได้กลับห้องไปพักผ่อนเห็นเจี่ยนอันอันกลับมา จิตใจที่เขม็งเกลียวของเขาค่อยผ่อนคลายลงทีละน้อยเจี่ยนอันอันคิดไม่ถึงว่าฉู่จวินสิงจะยังคงนั่งอยู่ในลานบ้านอากาศร้านขนาดนี้ เขาไม่รู้สึกว่าแดดเผาบ้างเลยหรือ?เขาอย่าบอกนางเชียวนะว่าเขานั่งตากแดดแบบนี้เพื่อรับแคลเซียมน่ะ“ไยท่านไม่กลับไปพักผ่อนในห้อง มานั่งตรงนี้ทำไม?”เจี่ยนอันอันกล่าวพลางเดินมาถึงตรงหน้าฉู่จวินสิงฉู่จวินสิงชี้ไปที่ห้องครัว “ข้าให้สาวใช้เก็บอาหารไว้ให้ เจ้าให้บ่าวรับใช้ยกออกมากินเถอะ”ฉู่จวินสิงพูดแล้วก็ค้ำโต๊ะลุกขึ้นยืน เดินกลับเข้าห้องไปทีละก้าวเจี่ยนอันอันเห็นว่าฉู่จวินสิงสามารถเด
อวี๋ว่านบอกความคิดในใจออกมาเจี่ยนอันอันฟังแล้วก็โบกมือเบาๆ “ไม่ต้องไปตัดต้นไม้ให้ยุ่งยากหรอก ข้ามีวัสดุไม้อยู่แล้ว”อวี๋ว่านได้ยินว่าเจี่ยนอันอันมีวัสดุไม้ก็ตอบตกลงทันที “เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา”“ท่านบอกข้ามาว่าอยากได้เก้าอี้รถเข็นแบบไหน ข้าจะทำเก้าอี้รถเข็นให้ท่านคืนนี้เลย”เจี่ยนอันอันกล่าว “ไว้ข้าวาดแบบให้ท่านก่อน ถึงตอนนั้นท่านแค่ทำออกมาตามแบบก็ใช้ได้แล้ว”“แล้วก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนทำภายในคืนนี้หรอก ตอนกลางคืนมันมืด ทำตอนกลางวันดีกว่า”อวี๋ว่านรับคำอย่างซื่อๆ แล้วเริ่มกินข้าวเจี่ยนอันอันหันกลับไปทางซ่างชิวอีกครั้ง เอ่ยกับเขาว่า “ท่านเองก็ไม่จำเป็นต้องสงสัยในความสามารถของข้า ข้าบอกว่าสามารถรักษาให้หายดีภายในหนึ่งอาทิตย์ได้ก็ย่อมสามารถทำเช่นนั้น”ซ่างชิวตระหนักว่าคำถามเมื่อครู่ของตนเองไม่ค่อยเหมาะสมนักเขารีบเอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้าพูดมากเกินไปแล้ว แม่นางโปรดอย่าเก็บไปใส่ใจ”หลังคนทั้งสามกินข้าวเสร็จแล้ว ซ่างชิวกับอวี๋ว่านก็ไปทำงานต่อที่ท้ายเรือนเจี่ยนอันอันกำลังจะเก็บถ้วยชามบนโต๊ะก็เห็นเหล่าสาวใช้เดินออกมาพวกนางรีบแย่งถ้วยชามในมือเจี่ยนอันอันแล้วนำไปล้างในครัวสี่เอ๋อร์
“เจ้าหมายความว่าขาพี่ใหญ่สามารถรักษาให้หายดีได้?”เจี่ยนอันอันบอกเล่าคำพูดที่ฟางอิ๋งเคยพูดไว้ให้ฉู่จวินสิงฟังหลังฉู่จวินสิงได้ฟังแล้ว ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นซับซ้อนขึ้นมาปีนั้นตอนอยู่ในสนามรบ พี่ใหญ่ถูกธนูยิงก็เพราะปกป้องเขาตอนนั้นเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกันกว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาก็เป็นห้าวันหลังจากนั้นเขารู้จากผู้ใต้บังคับบัญชาว่าอาการบาดเจ็บของฉู่จวินหลุนไม่สามารถรักษาได้สุดท้ายก็ต้องพิการไปชั่วชีวิตเขารู้สึกละอายใจมาโดยตลอด คิดว่าตัวเองทำผิดต่อพี่ใหญ่แต่คิดไม่ถึงว่าที่สองขาของพี่ใหญ่ไม่สามารถยืนขึ้นได้เป็นเพราะถูกฉู่ชางเหยียนทำร้ายตอนนี้เขาเองก็ถูกฉู่ชางเหยียนลดขั้นเป็นสามัญชน คนทั้งครอบครัวถูกเนรเทศมาที่นี่ฉู่จวินสิงยิ่งคิดก็ยิ่งมีโทสะ มือทั้งสองกำเป็นหมัด อยากกลับเมืองจิงโจวไปคิดบัญชีกับฉู่ชางเหยียนเสียเดี๋ยวนี้ใจจะขาดเจี่ยนอันอันนำสมุดกลับมาก้มหน้าวาดรูปต่อไปนางเอ่ยโดยไม่เงยหน้า “วิญญูชนแก้แค้น สิบปีก็ยังไม่สาย ตอนนี้ท่านไม่ต้องคิดอะไรมาก ความแค้นนี้จะต้องได้ชำระไม่ช้าก็เร็ว”ฉู่จวินสิงคิดไม่ถึงว่าเจี่ยนอันอันจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เขาจ้องมองเจี่ยนอันอัน
หัวใจของเจี่ยนอันอันเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อต้องมาถูกบุรุษหน้าตาดีมองแบบนี้นางรีบก้มหน้าลงในทันใด ไม่กล้ามองฉู่จวินสิงอีก“เมื่อครู่ข้ามือหนักไปหน่อย ขออภัย”เจี่ยนอันอันพูดโดยไม่หยุดมือขณะที่นางกำลังทายารักษาให้ฉู่จวินสิง มือของนางก็ถูกมือหนาข้างหนึ่งกุมเอาไว้เจี่ยนอันอันอยากชักมือกลับแต่ต้องพบว่าอีกฝ่ายกุมแน่นกว่าเดิม“นี่ ท่านคิดจะทำอะไรอีก เมื่อครู่ข้าก็ขอโทษไปแล้ว อย่าให้มันมากเกินไปนัก!”เจี่ยนอันอันพูดแล้วเงยหน้าขึ้นทันควันที่นางไม่รู้ก็คือ ใบหน้าของฉู่จวินสิงขยับเข้ามาใกล้มากครั้นนางเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากของทั้งสองจึงประกบเข้าด้วยกันพอดีเจี่ยนอันอันรีบถอยหลังกรูดประหนึ่งโดนไฟดูดแต่นางบังเอิญนั่งอยู่ที่ขอบเตียงพอดี เมื่อถอยหลังเช่นนี้จึงเกือบร่วงตกพื้นฉู่จวินสิงตาไวมือไว เขาโอบเอวของเจี่ยนอันอันเอาไว้“ระวังหน่อย” ฉู่จวินสิงพูดแล้วโอบเจี่ยนอันอันที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเข้ามาไว้ในอ้อมอกตัวเองครั้นเจี่ยนอันอันคืนสติ นางก็รีบผลักฉู่จวินสิงอย่างแรง“ฉู่จวินสิง คนเลว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”หน้าอกของฉู่จวินสิงเจ็บจากการถูกผลัก แต่เขาไม่อยากปล่อยเจี่ยนอันอันทั้งอย่างนี้
เจี่ยนอันอันเห็นฉู่จวินสิงปล่อยมือออกก็แทงเข็มเงินในมือเข้าที่ซี่โครงของเขาอย่างแรงฉู่จวินสิงรู้สึกเจ็บแปลบ เขาไม่ร้องแม้แต่คำเดียว เพียงหลับตารอให้เจี่ยนอันอันใจเย็นลงจังหวะที่เจี่ยนอันอันดึงเข็มออก มีโลหิตสีดำไหลออกมาโลหิตสีดำคั่งค้างอยู่ที่นี่มาโดยตลอด เป็นสาเหตุที่ทำให้ซี่โครงของฉู่จวินสิงไม่หายดีสักทีจริงอยู่ว่าเมื่อครู่นี้นางโกรธเคืองมาก แต่นางไม่ได้อยากทำร้ายฉู่จวินสิงเป็นครั้งที่สองเจี่ยนอันอันพูดเมื่อเห็นโลหิตสีดำไหลออกมา “หากมีครั้งหน้า ข้าจะทำให้ท่านนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต ไม่มีวันได้ลุกขึ้น”ฉู่จวินสิงลืมตาขึ้นก็พบว่าเจี่ยนอันอันดูจะใจเย็นลงแล้วเขาขานตอบว่า “อืม” แล้วไม่ได้พูดอะไรอีกเจี่ยนอันอันพบว่ายาในขวดยาหมดลงแล้วนางดึงเข็มออกมาแล้วทิ้งขวดยาไว้ในห้วงมิติฉู่จวินสิงรู้สึกว่าหลังจากที่ซี่โครงถูกเข็มแทงเมื่อครู่ ความรู้สึกเจ็บก็มลายหายไปไม่เพียงเท่านั้น เขารู้สึกหายใจโล่งขึ้นด้วยแม้จะเป็นยามที่โมโหสุดขีด แต่เจี่ยนอันอันก็ไม่ได้ฆ่าเขาการค้นพบนี้ทำให้ภายในใจฉู่จวินสิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในทันใด ความรู้สึกประหลาดที่มีต่อเจี่ยนอันอันยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นไปอ
เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงค่ำอย่างรวดเร็วพวกซ่างชิวทำงานกันใกล้เสร็จแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไปกินข้าวและพักผ่อนหลังจากที่ครอบครัวของฉู่จวินสิงกินมื้อเย็นกันเสร็จก็ออกมานั่งรับลมเย็นๆ ที่ลานบ้านฮูหยินใหญ่เห็นเจี่ยนอันอันเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็พูดด้วยความสงสาร “อันอัน พรุ่งนี้อย่าทำงานหนักขนาดนี้อีกเลย”“ครอบครัวเรามีบ่าวรับใช้ เรื่องบางเรื่องมอบให้พวกเขาจัดการก็พอ”ฮูหยินรองที่เงียบมาโดยตลอดเอ่ยปากพูดเช่นกัน “พี่หญิงพูดถูก อันอัน พรุ่งนี้อย่าทำแบบนี้อีก”“เจ้ายังไม่ตบแต่งกับจวินสิงแต่กลับทำงานหนักขนาดนี้ มันทำให้พวกข้าเกรงใจ”เจี่ยนอันอันส่งยิ้มให้ทั้งสองคน “รอให้สร้างโรงเก็บของเสร็จแล้วข้าค่อยพักเจ้าค่ะ”ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองต่างก็มองเจี่ยนอันอันด้วยสีหน้าปลื้มใจพวกนางรู้สึกว่าเจี่ยนอันอันไม่มีความบอบบางไม่สู้งานของคุณหนูใหญ่แม้แต่น้อยไม่เพียงเท่านั้น เจี่ยนอันอันยังคอยดูแลทุกอย่างมาตลอดหลายวันหากให้นางเป็นผู้ดูแลครอบครัว เช่นนั้นต้องดูแลบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้แน่นอน ทั้งสองคนต่างก็หวังว่าฉู่จวินสิงจะได้แต่งเจี่ยนอันอันเข้าเรือนในเร็ววันหลังจากที่เจี่ยนอ
เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน
“คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ
เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ
มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต
ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ
หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก
เขาก้มหน้าปรุงยาต่อไป หากสมุนไพรไม่พอก็ขอจากเจี่ยนอันอันอีกทั้งคู่ช่วยกันทำงานถึงช่วงบ่าย ในที่สุดยาถอนพิษสี่พันกว่าเม็ด ก็สำเร็จลุล่วงออกมาในขณะที่เซิ่งฟางได้ไต่สวนคดีเรียบร้อย หัวขโมยผู้นั้นได้โจรกรรมของของผู้อื่นจริงๆจึงถูกเซิ่งฟางส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำก่อนที่ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์กำลังจะอำลา เจี่ยนอันอันได้เรียกตัวเขาไว้“บ้านท่านมีสมาชิกทั้งหมดกี่คน?”ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์ชะงักเล็กน้อย พร้อมมองหน้าเซิ่งฟางเซิ่งฟางแสดงท่าทีให้เขาตอบตามความจริงเขาจึงได้กล่าวตอบ “บ้านข้ามีทั้งหมดเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันได้ยินดังนี้ จึงหยิบยาถอนพิษออกมาเจ็ดเม็ด ส่งให้คนผู้นั้น“นี่คือยาถอนพิษ ท่านกินไปหนึ่งเม็ดก่อน ที่เหลือนำไปให้คนในครอบครัวได้กิน”คนผู้นั้นมองดูยาเม็ดในมือด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจถึงเจตนาของเจี่ยนอันอันเซิ่งฟางเห็นเข้าจึงกล่าวแทน “ในอำเภอไถหยางมีคนถูกวางยา ท่านรีบกินยาถอนพิษเร็วเข้า แม้ไม่ได้รับพิษก็ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน”“ส่วนที่เหลือก็นำไปให้คนในครอบครัวแบ่งกิน อย่ารอให้ถูกพิษแล้ว ค่อยวิ่งมาขอยาถอนที่นี่”ชาวบ้านผู้นั้นเมื่อได้ยินดังนี้ จึงรีบลนลานกินยา
เหล่าทหารรับคำสั่ง พร้อมรีบเดินออกจากอำเภอไปสำรวจจำนวนประชากรผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทุกคนจึงได้กลับมาพร้อมรายงานต่อเซิ่งฟาง “เรียนใต้เท้า พวกเราได้ไปสำรวจมา ในอำเภอไถหยางปัจจุบันมีผู้คนทั้งสิ้นสี่พันหกร้อยสามสิบเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันพลันขมวดคิ้ว ลำพังแค่อำเภอไถหยางก็มีตั้งสี่พันกว่าคนแล้วหากพวกเขาล้วนถูกพิษ และไม่อาจเข้าถึงยาถอนพิษได้ทันเวลาจะต่างกับการกวาดล้างทั่วเมืองในอดีตที่ตรงไหน?เพียงแต่การกวาดล้างในหนนี้ มิได้เกิดจากน้ำมือฉู่ชางเหยียน หากแต่เป็นกู้มั่วหลีผู้เดียวคนบ้าที่สมควรตายผู้นี้ นอกจากเขาแล้ว เจี่ยนอันอันแทบนึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใด กล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อีกนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางกล่าว “พี่เซิ่งฟาง ข้าต้องรีบปรุงยาถอนพิษ ถึงเวลาท่านค่อยสั่งให้ทหารนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอไถหยาง”“ผู้ได้รับพิษจะช่วยถอนพิษโดยเร็ว แม้ไม่ถูกพิษก็จะได้กินเพื่อป้องกันไว้”เซิ่งฟางรีบรับปากในบัดดลเจี่ยนอันอันรีบทำการปรุงยาทันที ฉู่จวินสิงเกรงว่านางจะเหนื่อย จึงให้คนของเซิ่งฟางยกเก้าอี้มานั่งดีที่บริเวณนี้มีเงาไม้พอให้ร่มรื่น เจี่ยนอันอันจึงไม่ถูกแดดแผดเผามากนัก