Share

บทที่ 128

Penulis: ซินต้งหรูสุ่ย
ซ่างชิวไม่เคยดื่มน้ำที่ชื่นใจและหวานล้ำเช่นนี้มาก่อน

น้ำจากบ่อน้ำในหมู่บ้านชิงสุ่ยมักมีกลิ่นและรสชาติประหลาดที่ยากจะอธิบาย

พวกเขาในฐานะชาวบ้านชิงสุ่ยก็ชินกับการดื่มน้ำที่มีกลิ่นนี้ไปนานแล้ว

ทว่าชามน้ำนี้กลับไม่มีกลิ่นแปลก ๆ นั่นเลย อีกทั้งยังใสสะอาดหวานล้ำชวนให้ดื่มเป็นอย่างยิ่ง

คนอีกสี่คนที่เหลือเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของซ่างชิว พวกเขาก็พากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

เจี่ยนอันอันรู้ดีว่าซ่างชิวตกตะลึงกับอะไร นางจึงหันไปบอกกับคนอีกสี่คนว่า “พวกท่านยังยืนงงอยู่ทำไม รีบดื่มเร็วเข้าสิ”

ทั้งสี่คนรีบยกชามขึ้นดื่มน้ำ ทันทีที่เข้าปากน้ำในชามเย็นสดชื่น แถมยังมีรสหวานนิด ๆ

พวกเขาทั้งสี่คนก็ไม่ต่างจากซ่างชิว มองเจี่ยนอันอันด้วยความตื่นตะลึง แล้วก้มมองน้ำในชามอีกครั้ง

พวกเขาไม่เคยดื่มน้ำที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย

พวกเขาจึงรีบยกชามดื่มน้ำจนหมดในรวดเดียว

พวกเขาเช็ดมุมปาก ก่อนจะส่งรอยยิ้มซื่อ ๆ ให้เจี่ยนอันอัน

“แม่นาง น้ำนี้ไยจึงเย็นสดชื่นและหวานเช่นนี้?”

ในที่สุดซ่างชิวก็เอ่ยถามความสงสัยที่ค้างคาอยู่ในใจ

เจี่ยนอันอันยิ้มพลางตอบอย่างอารมณ์ดี “นี่คือน้ำที่ข้าตักมาจากบ่อน้ำ พวกท่านดื่มได้ตามสบาย”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci
Komen (1)
goodnovel comment avatar
รัชนี
ทำไมนิยายข้ามตอน งงหนัก อ่านอยู่ดีๆ หายเฉย
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terkait

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 129

    เจี่ยนอันอันเดินมาที่หน้าห้องครัว แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดูเห็นสาวใช้หน้าตาสะสวยคนหนึ่งกำลังสับเนื้อไก่อย่างขะมักเขม้นอย่าได้มองรูปลักษณ์ที่บอบบางของนาง พละกำลังนั้นกลับไม่ธรรมดาเลยเจี่ยนอันอันเดินเข้าไปใกล้แล้วถามว่า “เจ้าชื่ออะไร?”สาวใช้วางมือจากงานตรงหน้า แล้วตอบอย่างนอบน้อมว่า “เรียนคุณฮูหยินน้อยรอง บ่าวชื่อสี่เอ๋อร์เจ้าค่ะ”เจี่ยนอันอันยิ้มเล็กน้อยให้กับสี่เอ๋อร์ แล้วกล่าวว่า “สี่เอ๋อร์ เจ้าตามข้ามาหน่อยสิ”สี่เอ๋อร์รีบเช็ดมือของนางให้สะอาด แล้วเดินตามเจี่ยนอันอันออกจากครัวเจี่ยนอันอันชี้ไปที่เนื้อเหล่านั้นและสั่งว่า “เจ้าช่วยเอาเนื้อหมูพวกนี้ไปหมักเกลือ จากนั้นนำไปรมควันบนเตาไฟ”“ส่วนเนื้อวัวกับเนื้อแกะก็เอาไปหมักด้วยเช่นกัน”เมื่อสี่เอ๋อร์เห็นเนื้อที่เพิ่มเข้ามา ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความยินดีแม้นางจะไม่รู้ว่าเนื้อเหล่านี้มาจากที่ใดแต่นางคาดเดาได้ว่านี่คงเป็นเนื้อที่เจี่ยนอันอันนำติดตัวมาจากจวนก่อนออกเรือนอย่างแน่นอนคุณชายรองเคยบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าเขาได้ถุงเฉียนคุนมาจากผู้มีวิชาเจี่ยนอันอันคงเก็บเนื้อเหล่านี้ไว้ในถุงเฉียนคุน แล้วนำติดตัวมาด้วยแต่ระหว่างการเ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 130

    ทั้งสี่คนต่างมองหน้ากัน แล้วถอนหายใจอย่างหนักใจหนึ่งในนั้นกล่าวว่า “ตอนแรกในหมู่บ้านชิงสุ่ยของพวกเรายังมีหมออยู่ เด็กคนนี้ก็ได้รับการรักษาจากหมอคนนั้น”“แต่หมอท่านนั้นแก่ชรามากแล้ว และเสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน”“คนในหมู่บ้านชิงสุ่ยก็ไม่มีหมอคอยรักษาอีก ถ้าอยากจะไปรักษาที่ตำบล แต่ก็ไม่มีเงิน ทุกคนก็เลยได้แต่ทนเอาเช่นนี้แหละขอรับ”อีกคนกล่าวเสริมว่า “พวกเราถ้าแค่ป่วยเล็กน้อยก็ทนเอาแบบนี้ล่ะ”“แต่ถ้าใครป่วยหนักจริง ๆ ก็ต้องเอาข้าวของเพียงน้อยนิดไปแลกเงินที่ตำบลเพื่อรักษา”เจี่ยนอันอันเข้าใจแล้วว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร นางจึงวางชามข้าวลง แล้วหันไปพูดกับคนหนึ่งในนั้นว่า “เจ้าพาข้าไปดูที่บ้านของซ่างชิวหน่อย”นางยังบอกให้คนที่เหลือสามคนกลับไปนั่งกินข้าวกลางวัน แล้วนางก็เดินตามชาวบ้านคนนั้นไปที่บ้านของซ่างชิวฉู่จวินสิงเห็นว่าเจี่ยนอันอันยังไม่ได้กินข้าวก็ออกไป เขาจึงสั่งให้บ่าวรับใช้เก็บอาหารไว้รอให้เจี่ยนอันอันและซ่างชิวกลับมากินเมื่อเจี่ยนอันอันและชาวบ้านคนนั้นมาถึงหน้าบ้านของซ่างชิว ก็เห็นบ้านที่ทรุดโทรมและมีชาวบ้านหลายคนยืนอยู่เมื่อพวกเขาเห็นเจี่ยนอันอันเดินเข้ามา ใบหน้าก็ฉา

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 131

    เจี่ยนอันอันหยิบสมุนไพรหลายชนิดออกมาจากในคลังวัสดุยาอีกครั้งนางเปิดประตูไปกล่าวกับซ่างชิวว่า “ท่านนำสมุนไพรพวกนี้ไปต้ม จำไว้ว่าต้องต้มโดยใช้ไฟอ่อน”ซ่างชิวมองสมุนไพรในมือแล้ววิ่งไปต้มยาในครัวโดยไม่ลังเลชาวบ้านที่ยืนอออยู่ในลานเรือนเห็นเจี่ยนอันอันเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้งพวกเขาอยากชะโงกหน้าเข้าไปดูว่ายามนี้ในห้องเป็นอย่างไรบ้างแต่พวกเขายังไม่ทันเห็นอะไร เจี่ยนอันอันก็ปิดประตูลงเสียแล้วเจี่ยนอันอันจับชีพจรให้ตงเยว่อีกครั้งยามนี้ชีพจรของตงเยว่เป็นปกติแล้วผ่านไปไม่นาน ตงเยว่ก็ลืมตาขึ้นมานางเห็นว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือหญิงแปลกหน้าคนหนึ่ง ขณะที่บิดาของตนไม่อยู่ในห้องตงเยว่ทำท่าจะกระถดหนีไปด้านในของเตียงอุ่นด้วยสีหน้าแตกตื่นแต่ร่างกายนางอ่อนแอเกินไป ครู่ก่อนอาการป่วยยังกำเริบตอนนี้กระทั่งนางจะพลิกตัวก็ยังยากเย็นแสนเข็ญซ่างตงเยว่เห็นว่าตนเองไม่อาจขยับตัวได้ก็ตกใจจนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีเจี่ยนอันอันยิ้มเอ่ยกับซ่างตงเยว่ “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ใช่คนร้าย พ่อเจ้าเป็นคนเรียกข้ามารักษาอาการป่วยของเจ้า”ซ่างตงเยว่ไม่เชื่อคำพูดของเจี่ยนอันอัน นางเผยอปากถามเสียงอ่อนแร

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 132

    ครั้นซ่างชิวได้ยินว่าอาการป่วยของลูกสาวเขาสามารถรักษาให้หายดีได้ หัวใจที่เครียดเขม็งก็ผ่อนคลายลงหลายส่วน“ได้ๆ ๆ ขอเพียงแม่นางสามารถรักษาอาการป่วยของตงเยว่ลูกข้าให้หายดีได้ อย่าว่าแต่หนึ่งปี ต่อให้สิบปีข้าก็รอไหว”เจี่ยนอันอันยิ้มบางพลางโบกมือ “ไม่นานถึงหนึ่งปีหรอก ท่านให้เวลาข้าสักอาทิตย์ ข้าก็สามารถรักษาตงเยว่ให้หายดีได้แล้ว”ชาวบ้านบริเวณนั้นล้วนคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลยซ่างตงเยว่ป่วยเช่นนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วนางไม่สามารถกระโดดโลดเต้นวิ่งเล่นไปทั่วเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านชิงสุ่ยในอดีตหมอชราของหมู่บ้านชิงสุ่ยยังบอกว่าอย่างมากซ่างตงเยว่มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินอายุแปดขวบหมอชราของหมู่บ้านชิงสุ่ยรักษาคนมาหลายสิบปีแล้วเขาได้รับความนับหน้าถือตาอย่างสูงในหมู่บ้านแม้แต่เขายังพูดว่าโรคของซ่างชิวไร้ยารักษาแม่นางน้อยผู้นี้จะรักษาโรคของซ่างตงเยว่ให้หายดีภายในเวลาสั้นๆ แค่อาทิตย์เดียวได้อย่างไรนางคงไม่ได้คุยโวหลอกลวงพวกเขากระมังแต่ซ่างชิวกลับเชื่อถือคำพูดของเจี่ยนอันอันอย่างมากเขารู้สึกว่าเจี่ยนอันอันไม่เหมือนคนที่จะคุยโวโอ้อวดยาแก้พิษที่เจี่ยนอันอันให้เขามาก่อนหน้านี

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 133

    ผ่านไปครู่ใหญ่ ซ่างชิวถึงเดินออกมาจากในห้องชาวบ้านบริเวณนั้นล้วนถามเขาด้วยความวิตกกังวลว่าตงเยว่เป็นอย่างไรบ้าง?“ตงเยว่หลับไปแล้ว นางไม่เป็นไรแล้ว”ขณะที่ซ่างชิวกล่าววาจานั้น ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มผ่อนคลายออกมาชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทุกคนเห็นว่าที่นี่ไม่มีเรื่องอะไรแล้วก็แยกย้ายจากไปเจี่ยนอันอันพาซ่างชิวและชาวบ้านที่มาทำงานคนนั้นกลับมาที่บ้านเวลานั้น ฉู่จวินสิงนั่งอยู่ในลานเรือนมาตลอด ไม่ได้กลับห้องไปพักผ่อนเห็นเจี่ยนอันอันกลับมา จิตใจที่เขม็งเกลียวของเขาค่อยผ่อนคลายลงทีละน้อยเจี่ยนอันอันคิดไม่ถึงว่าฉู่จวินสิงจะยังคงนั่งอยู่ในลานบ้านอากาศร้านขนาดนี้ เขาไม่รู้สึกว่าแดดเผาบ้างเลยหรือ?เขาอย่าบอกนางเชียวนะว่าเขานั่งตากแดดแบบนี้เพื่อรับแคลเซียมน่ะ“ไยท่านไม่กลับไปพักผ่อนในห้อง มานั่งตรงนี้ทำไม?”เจี่ยนอันอันกล่าวพลางเดินมาถึงตรงหน้าฉู่จวินสิงฉู่จวินสิงชี้ไปที่ห้องครัว “ข้าให้สาวใช้เก็บอาหารไว้ให้ เจ้าให้บ่าวรับใช้ยกออกมากินเถอะ”ฉู่จวินสิงพูดแล้วก็ค้ำโต๊ะลุกขึ้นยืน เดินกลับเข้าห้องไปทีละก้าวเจี่ยนอันอันเห็นว่าฉู่จวินสิงสามารถเด

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 134

    อวี๋ว่านบอกความคิดในใจออกมาเจี่ยนอันอันฟังแล้วก็โบกมือเบาๆ “ไม่ต้องไปตัดต้นไม้ให้ยุ่งยากหรอก ข้ามีวัสดุไม้อยู่แล้ว”อวี๋ว่านได้ยินว่าเจี่ยนอันอันมีวัสดุไม้ก็ตอบตกลงทันที “เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา”“ท่านบอกข้ามาว่าอยากได้เก้าอี้รถเข็นแบบไหน ข้าจะทำเก้าอี้รถเข็นให้ท่านคืนนี้เลย”เจี่ยนอันอันกล่าว “ไว้ข้าวาดแบบให้ท่านก่อน ถึงตอนนั้นท่านแค่ทำออกมาตามแบบก็ใช้ได้แล้ว”“แล้วก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนทำภายในคืนนี้หรอก ตอนกลางคืนมันมืด ทำตอนกลางวันดีกว่า”อวี๋ว่านรับคำอย่างซื่อๆ แล้วเริ่มกินข้าวเจี่ยนอันอันหันกลับไปทางซ่างชิวอีกครั้ง เอ่ยกับเขาว่า “ท่านเองก็ไม่จำเป็นต้องสงสัยในความสามารถของข้า ข้าบอกว่าสามารถรักษาให้หายดีภายในหนึ่งอาทิตย์ได้ก็ย่อมสามารถทำเช่นนั้น”ซ่างชิวตระหนักว่าคำถามเมื่อครู่ของตนเองไม่ค่อยเหมาะสมนักเขารีบเอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้าพูดมากเกินไปแล้ว แม่นางโปรดอย่าเก็บไปใส่ใจ”หลังคนทั้งสามกินข้าวเสร็จแล้ว ซ่างชิวกับอวี๋ว่านก็ไปทำงานต่อที่ท้ายเรือนเจี่ยนอันอันกำลังจะเก็บถ้วยชามบนโต๊ะก็เห็นเหล่าสาวใช้เดินออกมาพวกนางรีบแย่งถ้วยชามในมือเจี่ยนอันอันแล้วนำไปล้างในครัวสี่เอ๋อร์

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 135

    “เจ้าหมายความว่าขาพี่ใหญ่สามารถรักษาให้หายดีได้?”เจี่ยนอันอันบอกเล่าคำพูดที่ฟางอิ๋งเคยพูดไว้ให้ฉู่จวินสิงฟังหลังฉู่จวินสิงได้ฟังแล้ว ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นซับซ้อนขึ้นมาปีนั้นตอนอยู่ในสนามรบ พี่ใหญ่ถูกธนูยิงก็เพราะปกป้องเขาตอนนั้นเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกันกว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาก็เป็นห้าวันหลังจากนั้นเขารู้จากผู้ใต้บังคับบัญชาว่าอาการบาดเจ็บของฉู่จวินหลุนไม่สามารถรักษาได้สุดท้ายก็ต้องพิการไปชั่วชีวิตเขารู้สึกละอายใจมาโดยตลอด คิดว่าตัวเองทำผิดต่อพี่ใหญ่แต่คิดไม่ถึงว่าที่สองขาของพี่ใหญ่ไม่สามารถยืนขึ้นได้เป็นเพราะถูกฉู่ชางเหยียนทำร้ายตอนนี้เขาเองก็ถูกฉู่ชางเหยียนลดขั้นเป็นสามัญชน คนทั้งครอบครัวถูกเนรเทศมาที่นี่ฉู่จวินสิงยิ่งคิดก็ยิ่งมีโทสะ มือทั้งสองกำเป็นหมัด อยากกลับเมืองจิงโจวไปคิดบัญชีกับฉู่ชางเหยียนเสียเดี๋ยวนี้ใจจะขาดเจี่ยนอันอันนำสมุดกลับมาก้มหน้าวาดรูปต่อไปนางเอ่ยโดยไม่เงยหน้า “วิญญูชนแก้แค้น สิบปีก็ยังไม่สาย ตอนนี้ท่านไม่ต้องคิดอะไรมาก ความแค้นนี้จะต้องได้ชำระไม่ช้าก็เร็ว”ฉู่จวินสิงคิดไม่ถึงว่าเจี่ยนอันอันจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่เขาจ้องมองเจี่ยนอันอัน

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 136

    หัวใจของเจี่ยนอันอันเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อต้องมาถูกบุรุษหน้าตาดีมองแบบนี้นางรีบก้มหน้าลงในทันใด ไม่กล้ามองฉู่จวินสิงอีก“เมื่อครู่ข้ามือหนักไปหน่อย ขออภัย”เจี่ยนอันอันพูดโดยไม่หยุดมือขณะที่นางกำลังทายารักษาให้ฉู่จวินสิง มือของนางก็ถูกมือหนาข้างหนึ่งกุมเอาไว้เจี่ยนอันอันอยากชักมือกลับแต่ต้องพบว่าอีกฝ่ายกุมแน่นกว่าเดิม“นี่ ท่านคิดจะทำอะไรอีก เมื่อครู่ข้าก็ขอโทษไปแล้ว อย่าให้มันมากเกินไปนัก!”เจี่ยนอันอันพูดแล้วเงยหน้าขึ้นทันควันที่นางไม่รู้ก็คือ ใบหน้าของฉู่จวินสิงขยับเข้ามาใกล้มากครั้นนางเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากของทั้งสองจึงประกบเข้าด้วยกันพอดีเจี่ยนอันอันรีบถอยหลังกรูดประหนึ่งโดนไฟดูดแต่นางบังเอิญนั่งอยู่ที่ขอบเตียงพอดี เมื่อถอยหลังเช่นนี้จึงเกือบร่วงตกพื้นฉู่จวินสิงตาไวมือไว เขาโอบเอวของเจี่ยนอันอันเอาไว้“ระวังหน่อย” ฉู่จวินสิงพูดแล้วโอบเจี่ยนอันอันที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเข้ามาไว้ในอ้อมอกตัวเองครั้นเจี่ยนอันอันคืนสติ นางก็รีบผลักฉู่จวินสิงอย่างแรง“ฉู่จวินสิง คนเลว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”หน้าอกของฉู่จวินสิงเจ็บจากการถูกผลัก แต่เขาไม่อยากปล่อยเจี่ยนอันอันทั้งอย่างนี้

Bab terbaru

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 774

    เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 773

    “คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 772

    เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 771

    อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 770

    มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 769

    ฉู่จวินสิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ความคิดพวกเจ้าถูกต้อง ในเมื่อมาถึงเมืองอินเป่ยแล้ว ก็ต้องหาวิธีอยู่ต่อให้จงได้”“ส่วนทางข้าก็จะหาหนทางขยายอิทธิพลให้มากขึ้น ถึงตอนนั้นเราจะบุกไปเมืองจิงโจวด้วยกัน”“และถัดจากนี้ไป พวกเจ้าก็จงวางใจอยู่นี่ให้ดี”คำพูดของฉู่จวินสิง ถือว่าพูดให้คนอื่นฟังด้วยทุกคนจึงยิ่งมีกำลังใจ พร้อมช่วยกันขนย้ายผักและเสบียงต่างๆ เข้าไปยังห้องเก็บของหลังจากทำงานเสร็จ จึงได้พูดคุยสนทนากับเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่ออีกครู่ใหญ่ฉู่จวินสิงลุกขึ้นยืนเตรียมตัวอำลา“นายท่าน พวกท่านจะกลับแล้วหรือ คืนนี้พักที่นี่สักคืนก็ได้”“บ้านนี้มีห้องว่างหลายห้อง พวกเราพออยู่กันเบียดเสียดได้บ้าง”เฉินเช่อชิงเอ่ยปากก่อน เขาไม่อยากให้ทั้งคู่กลับไปหมู่บ้านชิงสุ่ยในยามวิกาลเช่นนี้เจี่ยนอันอันโบกมือกล่าวตอบ “เรายังมีงานอื่นต้องทำ คงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้”“พวกเจ้าก็รีบพักผ่อนเสีย เราลากันตรงนี้”ทุกคนเดินส่งฉู่จวินสิงและเจี่ยนอันอันจนถึงหน้าประตู มองดูพวกเขาขึ้นรถม้าจากไปจึงหันหลังกลับเข้าบ้านไปพักผ่อนทีนี้ค่อยโล่งใจหน่อย มีผักสดและเสบียงอีกมากมาย พวกเขาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกิ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 768

    หลังจากกินข้าวจนอิ่มหนำ ทุกคนจึงลุกขึ้นอำลาเซิ่งฟางเจี่ยนอันอันยังพะวงกับเรื่องที่จะไปเข้าเมือง นางเองก็ไม่ชอบออกจากบ้านเพื่อไปเข้าเมืองบ่อยครั้งนักคิดว่าวันนี้จะรีบสะสางงานให้เสร็จสิ้น แล้วหลังจากนี้อีกหลายวันจะได้พักผ่อนอยู่บ้านให้สบายเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เพราะถ้ากู้มั่วหลีก่อเรื่องอันใดขึ้นอีก อาจกลายเป็นยุ่งยากจนยากจะรับมือได้เจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงต่างขึ้นรถม้า แล้วมุ่งไปทางตัวเมืองส่วนถังหมิงเซวียนกลับไปยังโรงเตี๊ยมเขานอนอยู่บนเตียง พลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับเสียทีเขาอยากให้เวลาผ่านไปโดยเร็ว จะได้รีบไปหมู่บ้านชิงสุ่ยแล้วพักอยู่ที่นั่นเสียเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เขาจะได้กระชับความสัมพันธ์กับเหยียนซวงให้มากขึ้น ดั่งคำว่าน้ำตาลใกล้มดแต่เมื่อนึกถึงว่าบ้านของเหยียนซวง อยู่ติดกับบ้านของเสิ่นจือเจิ้งถังหมิงเซวียนก็อดรู้สึกเครียดในใจไม่ได้อีกเขานึกถึงคำพูดของเจี่ยนอันอัน เกิดวันดีคืนร้าย เสิ่นจือเจิ้งเห็นถึงความดีของเหยียนซวง เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแต่งงานกับนางแล้วจะทำอย่างไร?เขากับเหยียนซวงยังมีสัญญาหมั้นหมายต่อกันอยู่ เพียงแต่การหมั้นหมายนี้ เกิดจาก

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 767

    เขาก้มหน้าปรุงยาต่อไป หากสมุนไพรไม่พอก็ขอจากเจี่ยนอันอันอีกทั้งคู่ช่วยกันทำงานถึงช่วงบ่าย ในที่สุดยาถอนพิษสี่พันกว่าเม็ด ก็สำเร็จลุล่วงออกมาในขณะที่เซิ่งฟางได้ไต่สวนคดีเรียบร้อย หัวขโมยผู้นั้นได้โจรกรรมของของผู้อื่นจริงๆจึงถูกเซิ่งฟางส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำก่อนที่ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์กำลังจะอำลา เจี่ยนอันอันได้เรียกตัวเขาไว้“บ้านท่านมีสมาชิกทั้งหมดกี่คน?”ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าทุกข์ชะงักเล็กน้อย พร้อมมองหน้าเซิ่งฟางเซิ่งฟางแสดงท่าทีให้เขาตอบตามความจริงเขาจึงได้กล่าวตอบ “บ้านข้ามีทั้งหมดเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันได้ยินดังนี้ จึงหยิบยาถอนพิษออกมาเจ็ดเม็ด ส่งให้คนผู้นั้น“นี่คือยาถอนพิษ ท่านกินไปหนึ่งเม็ดก่อน ที่เหลือนำไปให้คนในครอบครัวได้กิน”คนผู้นั้นมองดูยาเม็ดในมือด้วยความมึนงง ไม่เข้าใจถึงเจตนาของเจี่ยนอันอันเซิ่งฟางเห็นเข้าจึงกล่าวแทน “ในอำเภอไถหยางมีคนถูกวางยา ท่านรีบกินยาถอนพิษเร็วเข้า แม้ไม่ได้รับพิษก็ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อน”“ส่วนที่เหลือก็นำไปให้คนในครอบครัวแบ่งกิน อย่ารอให้ถูกพิษแล้ว ค่อยวิ่งมาขอยาถอนที่นี่”ชาวบ้านผู้นั้นเมื่อได้ยินดังนี้ จึงรีบลนลานกินยา

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ   บทที่ 766

    เหล่าทหารรับคำสั่ง พร้อมรีบเดินออกจากอำเภอไปสำรวจจำนวนประชากรผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทุกคนจึงได้กลับมาพร้อมรายงานต่อเซิ่งฟาง “เรียนใต้เท้า พวกเราได้ไปสำรวจมา ในอำเภอไถหยางปัจจุบันมีผู้คนทั้งสิ้นสี่พันหกร้อยสามสิบเจ็ดคนขอรับ”เจี่ยนอันอันพลันขมวดคิ้ว ลำพังแค่อำเภอไถหยางก็มีตั้งสี่พันกว่าคนแล้วหากพวกเขาล้วนถูกพิษ และไม่อาจเข้าถึงยาถอนพิษได้ทันเวลาจะต่างกับการกวาดล้างทั่วเมืองในอดีตที่ตรงไหน?เพียงแต่การกวาดล้างในหนนี้ มิได้เกิดจากน้ำมือฉู่ชางเหยียน หากแต่เป็นกู้มั่วหลีผู้เดียวคนบ้าที่สมควรตายผู้นี้ นอกจากเขาแล้ว เจี่ยนอันอันแทบนึกไม่ออกว่าจะมีผู้ใด กล้าทำเรื่องเช่นนี้ได้อีกนางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางกล่าว “พี่เซิ่งฟาง ข้าต้องรีบปรุงยาถอนพิษ ถึงเวลาท่านค่อยสั่งให้ทหารนำไปแจกจ่ายแก่ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอไถหยาง”“ผู้ได้รับพิษจะช่วยถอนพิษโดยเร็ว แม้ไม่ถูกพิษก็จะได้กินเพื่อป้องกันไว้”เซิ่งฟางรีบรับปากในบัดดลเจี่ยนอันอันรีบทำการปรุงยาทันที ฉู่จวินสิงเกรงว่านางจะเหนื่อย จึงให้คนของเซิ่งฟางยกเก้าอี้มานั่งดีที่บริเวณนี้มีเงาไม้พอให้ร่มรื่น เจี่ยนอันอันจึงไม่ถูกแดดแผดเผามากนัก

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status