หลังจากเย่มู่มู่เงียบไปครึ่งนาที เธอถามเขา “คุณมั่นใจว่ากันน้ำกันไฟได้?”เจ้าของโรงงานส่งวิดีโอท่อนหนึ่งให้เธอทันทีในวีแชตเป็นเสื้อเกราะกันกระสุนเส้นใยคาร์บอน ราดด้วยน้ำมันเครื่องแล้วจุดไฟ ไฟลามทั่วเสื้อเกราะทั้งชุดหลังจากเพลิงไฟดับลง ภายนอกเสื้อเกราะกันกระสุนยังเรียบเนียบเหมือนใหม่ ไม่มีรอยขาดจากการไหม้ครั้นใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิข้างในเสื้อเกราะกันกระสุน เป็นอุณหภูมิปกติยี่สิบกว่าองศาเสื้อเกราะกันกระสุนมีฉนวนกันความร้อนสูง สามารถป้องกันการเผาไหม้ได้เมื่อดูเช่นนี้แล้ว ราคาสองหมื่นบาทถือว่าไม่แพงจริง ๆเพราะว่าชุดเกราะหนึ่งชุดสามหมื่นบาท เธอต่อราคาจนได้มาในราคาสองหมื่นห้าพันบาท แต่ผลลัพธ์กลับไม่แข็งแกร่งเท่าเสื้อเกราะกันกระสุน“ค่ะ ฉันขอสั่งห้าหมื่นชุด โอนมัดจำให้คุณก่อนสามสิบเปอร์เซ็นต์ สามารถส่งมาให้ได้เมื่อไหร่คะ”เจ้าของยิ้มจนใจ “คุณเย่ครับ ผมต้องทำการติดตั้งสายการผลิต อย่างเร็วสามเดือน…”“ใช้เวลานานเกินไป ฉันเพิ่มราคาได้ค่ะ ชุดละสองหมื่นสองพันห้าร้อยบาท คุณช่วยเข้าสู่กระบวนการผลิตทันที ผลิตออกมาได้เท่าไหร่ส่งออกมาเท่านั้นก่อน!”คนเงินหนาท่านนี้ รวยและเอาแต่ใจเ
รถบรรทุกขนาดใหญ่แปดคันแอบขับเข้าไปในหมู่บ้านพวกเขาไม่กล้าบีบแตร รถทุกคันจะถูกคลุมอย่างแน่นหนา แม้กระทั่งผลไม้ท้ายรถก็ซ่อนให้พ้นสายตาผู้คนเย่มู่มู่เห็นพวกเขายกลังแอปเปิลและลูกพลัมลงมาก่อนจากนั้นก็นำวัตถุระเบิดออกมาอย่างระมัดระวังวัตถุระเบิดห้าร้อยตัน อานุภาพเทียบเท่ากับระเบิดปรมาณู คนขับรถทุกคนระมัดระวังเป็นพิเศษครั้งนี้ ผู้จัดการโรงงานและผู้ถือหุ้นสองท่านก็มาด้วยเซียวหัวเองก็ตามมาด้วยเช่นกัน กำลังช่วยขนย้ายสินค้าอยู่ของถูกวางซ้อนกันอย่างเรียบร้อยในโกดังหลังจากขนย้ายเสร็จแล้วก็สี่ทุ่มพอดีเย่มู่มู่เกลี้ยกล่อมให้พวกเขาไปพัก ไม่ต้องขับรถตอนกลางคืน เพราะพวกเขาเพิ่งจะออกเดินทางมาเมื่อคืนนี้เธอจองอาหารไว้สองโต๊ะในบ้านพักตากอากาศ และห้องสิบห้อง ให้พวกเขาได้ผ่อนคลายสักหน่อย และเที่ยวเล่นสักสองวันก่อนจะเดินทางเถ้าแก่โรงงานพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูเย่ พรุ่งนี้เช้าต้องรีบไปแล้ว ในโรงงานไม่มีสต๊อกของ แถมยังมีคำสั่งซื้ออีกสองรายการด้วย”ผู้ถือหุ้นจับมือของเย่มู่มู่ “ขอบคุณคุณหนูเย่ที่ดูแล พวกเราอยู่นานไม่ได้ ไว้คราวหน้าหวังว่าพวกเราจะได้ร่วมทำธุรกิจด้วยกันอีกนะครับ!”เย่มู่มู่พย
แม่ทัพออกไปแล้ว พวกเขาไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพจะบุกไปโจมตีรังของราชสำนักเก่าของม่อเป่ยอ๋องความกังวลเดียวของพวกเขาคือระเบิดจะส่งมาไม่ได้แต่ตอนนี้ ในที่สุดก็ไม่ต้องกังวลแล้วท่านเทพส่งกระดาษขาวมาได้ ก็ต้องส่งวัตถุระเบิดมาได้อย่างแน่นอนพวกเขายกแจกันลงมาจากหอสูง ย้ายไปยังพื้นที่รกร้างผืนหนึ่ง มีบ้านดินหลายหลังตั้งอยู่รอให้ท่านเทพส่งวัตถุระเบิดมาให้แต่หลังจากรอไปหนึ่งถ้วยชา ท่านเทพก็ยังไม่ส่งวัตถุระเบิดมาให้ต้องรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาที่สามกองทัพเผชิญหน้ากัน ทหารกำลังจะมาประชิดใต้กำแพงเมือง!พวกเขาต่างก็เป็นกังวล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จวงเหลียงก็ลองดู เขียนจดหมายตอบกลับเย่มู่มู่ ให้นางสบายใจส่งมาได้เลยแต่ว่าส่งจดหมายไปไม่ได้แจกันไม่รู้จักจวงเหลียงมั่วฝานเองก็ลองดูเช่นกัน แต่มันก็ไร้ประโยชน์ทหารที่เหลือ แต่ละคนต่างก็ลองดูกันคนละรอบ แจกันยังปล่อยให้กระดาษร่วงลงไปเช่นเดิมหลังจากรอจนเวลาครึ่งก้านธูป ทุกคนก็มองจนเซ่อซ่าแล้วไม่มีทางตอบจดหมายกลับให้ท่านเทพได้เลย จึงไม่แน่ใจว่านางจะส่งมาเมื่อไหร่แล้วต้องรอจนถึงเมื่อไหร่?ถ้าเกิดว่านางไม่ส่งมาล่ะ พวกทหารจะทำอย่างไร?*เ
ทุกคนแบ่งกันขนวัตถุระเบิดมุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองแต่ละทิศ!หลังจากเฉินขุยและเฉินอู่วางวัตถุระเบิดเอาไว้อย่างดีแล้ว ก็เตรียมตัวออกจากเมืองไปฝังระเบิดพวกเขานึกว่ากองทัพศัตรูที่อยู่นอกเมืองถอยทัพกลับไปแล้วเฉินขุยเป็นคนแรกที่ออกจากประตูเมืองขณะที่เขาเปิดประตูเมืองคาดไม่ถึงว่าจะได้ยินเหมือนเสียงธนูทะลุอากาศในคืนมืดมิดเขาตื่นตัว รีบถอยหลังไปหนึ่งก้าว!ติ้ง~ ลูกธนูพุ่งเข้าไปที่หน้าอกของเขา กระแทกกับชุดเกราะ แล้วเกิดเป็นประกายไฟลูกธนูตกลงพื้น เกิดเสียงดังชัดเจนเฉินขุยรีบปิดประตูเมืองเสียงดังปังเขาเปิดไฟฉาย ส่องไปที่พื้น มันคือปีกลูกธนูยาวที่หยาบมากหนึ่งดอกเขาหยิบลูกธนูบนพื้นขึ้นมาด้วยความสงสัย ธนูยาวคล้ายกับหน้าไม้ราชวงศ์ฉินหลังจากกองทัพแคว้นฉู่พ่ายแพ้ไป ก็เรียนรู้บทเรียนได้อย่างรวดเร็ว กลับไปปรับแก้ธนูและลูกธนูอย่างต่อเนื่องวันนี้ สิ่งที่ยิงบนกำแพงเมืองล้วนเป็นธนูที่ด้อยกว่าหน้าที่หลักมิใช่การสังหารคน แต่เป็นการวางเพลิง ดังนั้นจึงไม่ปวดใจเมื่อใช้มันลูกธนูที่ยิงเฉินขุยตอนกลางคืน เป็นธนูล่าสุดของพวกเขา หัวลูกศรทำจากเหล็กที่ประณีตและแหลมคม!หากไม่ใช่เพราะเฉินขุยสวมช
ซื้อทั้งชุดต้องใช้งบหนึ่งล้านห้าแสนบาทภาพออกแบบจะถูกส่งไปที่มือถือของเย่มู่มู่ภาพออกแบบบ้านไม่เลว เป็นแบบบ้านพักตากอากาศที่สวยงามที่ดินบ้านพี่ซุน มีเนื้อที่ครึ่งหมู่หรือสามร้อยสามสิบสามตารางเมตร ถ้าสร้างบ้านเดี่ยวสักหลัง พื้นที่ก็เพียงพอแล้วไม่มีที่จอดรถ พอออกจากประตูก็เป็นที่นาของคนอื่นที่ดินที่ติดกับบ้านของพี่ซุนคือบ้านของเพื่อนบ้าน ก็เป็นพื้นที่ครึ่งหมู่ อยากจะให้เธอเช่าเพื่อนบ้านบอกว่าไม่ต้องให้ห้าแสนบาท ให้แค่สองแสนห้าหมื่นบาทก็พอแล้วเย่มู่มู่ตอบพี่ซุนว่า “การออกแบบบ้านไม่เลว สร้างแบบนี้แล้วกัน ที่ดินข้าง ๆ ก็ให้ห้าแสนบาท ให้เพื่อนบ้านมาเซ็นสัญญากับฉัน”พี่ซุนถอนหายใจอย่างมีความสุข“คุณหนูเย่ ทีมก่อสร้างแจ้งว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ตั้งแต่วันนี้ ผมให้คนเริ่มตรวจวัดแล้วครับ”“ดีค่ะ!”เย่มู่มู่ให้เงินสองล้านบาทกับพี่ซุน ให้เขาออกใบเสร็จทุกอย่างที่ซื้อส่งรายการบัญชีให้เธอทางข้อความทุกวัน!หลังจากวางสายแล้ว เย่มู่มู่จึงลงจากชั้นล่าง ห้องอาหารบ้านพักตากอากาศก็ส่งอาหารมาให้แล้วหลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จ ก็ลงจากเขาไปที่โกดังประตูใหญ่โกดังปิดสนิท พี่ซุนและภรรยามองดูรถ
กองทัพแคว้นฉู่ปรับปรุงธนู ธนูแหลมคมยิ่งกว่าเดิม และยิงได้ไกลขึ้นเสื้อเกราะกันกระสุนที่ทหารต้าฉี่สวมนั้นไม่ได้ป้องกันทั้งตัว ยังเผยให้เห็นแขน ขา และส่วนอื่น ๆ...ชุดเกราะเดิมที่พวกเขาสวม ระดับการป้องกันต่ำมาก สามารถถูกธนูที่กองทัพแคว้นฉู่ปรับปรุงขึ้นยิงทะลุได้ในการต่อสู้ครั้งนี้ กองทัพแคว้นฉี่เสียหายอย่างหนักกว่าคราวก่อนคนหลายร้อยคนตายลงในการโจมตีเมืองระลอกแรกคนหลายคนถูกยิงที่ไหล่และแขน ไม่สามารถหยิบธนูขึ้นมาได้อีก สูญเสียแรงต่อสู้ไปถูกชาวบ้านหามลงไปส่งที่หน่วยแพทย์ของกองทัพหน่วยแพทย์ของกองทัพมีคนบาดเจ็บมากเกินไป ยาที่เย่มู่มู่ส่งมาคราวก่อน ก็เริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังแล้วซ่งอวิ๋นฮุยที่อยู่ในกระโจม ดึงธนูออกให้ทหารเด็กรับใช้แพทย์ดูยาในตู้ยา มันเหลือน้อยมากแล้วเด็กหนุ่มกล่าวด้วยความกังวล “ท่านอาจารย์ ท่านหมอหลินบอกว่ายาที่มีเพียงพอให้ใช้ได้เพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ผู้บาดเจ็บระลอกแรก มีมากกว่าหนึ่งพันคน”“เพิ่งจะเริ่มสู้ไม่นานมานี้เอง จะทำอย่างไร?”ซ่งอวิ๋นฮุยถามว่า “ยาฆ่าเชื้อที่ส่งมาเมื่อวานนี้ ยังเหลืออยู่หรือไม่?”“เหลืออยู่ขอรับ แต่ไม่รู้ว่ามันจะโดนบาดแผลได้หรือไม่
“ต้านไม่ไหวแล้ว ทุกคนจบเห่แล้ว!”ขณะที่ซ่งอวิ๋นฮุยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เฉินอู่ก็ดึงไปข้าง ๆ แล้วถามเขาว่า “ยังขาดยาอีกเท่าไหร่?”“มีคนบาดเจ็บหนึ่งพันห้าร้อยคน ยาทั้งหมดที่มีเพียงพอให้คนห้าร้อยคนใช้เท่านั้น”“ถ้าประหยัดหน่อยล่ะ?”“อย่างมากก็แปดร้อยคน แต่คนเจ็บถูกส่งลงไปเรื่อย ๆ จะประหยัดได้เท่าไหร่?”“ใช้ยาฆ่าเชื้อที่ท่านเทพส่งมาเมื่อวานได้หรือไม่?”“นั่นไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อสำหรับแผล!”“ใช้ได้ก็พอแล้ว ไม่สำคัญว่าจะเป็นยาฆ่าเชื้ออะไร!”“แบบนั้นจะทำได้อย่างไร? ข้าลองดูแล้วเมื่อครู่นี้ ยาฆ่าเชื้อมันแรงเกินไป ทหารเจ็บปวดจนหมดสติไปแล้ว!”ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างหน้าดำหน้าแดง ทหารที่เฉินขุยไว้ใจก็เข้ามารายงาน“รายงาน ท่านแม่ทัพ...”เขามอบจดหมายหนึ่งแผ่นให้เฉินขุยด้วยมือทั้งสองข้างเฉินอู่และซ่งอวิ๋นฮุยเคลื่อนสายตามองไปที่จดหมายฉบับนั้น!มันเขียนไว้ว่า:อีกยี่สิบนาที ท่านเทพจะส่งระเบิดมาอีก ยังเหลืออีกสามพันกว่ากล่อง เตรียมโกดังจัดเก็บให้พร้อม!ท่านเทพซื้อยามาจำนวนมากมีเครื่องมือผ่าตัด เตียงผ่าตัด อุปกรณ์ทางการแพทย์...เครื่องกำเนิดไฟหลายเครื่องยาแก้อักเสบที่สำคัญที่สุด ผ้
แคว้นฉู่และแคว้นฉีจะโจมตีเมืองโดยไม่มีรถกระทุ้งกำแพงเมืองได้อย่างไร?ที่แท้ก็ถูกเผาจนหมดนี่เอง!ทว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!ลูกเล่นของมั่วฝานเยอะกว่าเฉินอู่แน่นอนในการสู้รบคราวก่อน เฉินอู่ให้คนมัดระเบิดไว้กับลูกธนู จุดไฟแล้วยิงออกไปแต่ครั้งนี้ มั่วฝานสั่งให้คนแขวนระเบิดที่ยังไม่จุดไว้กับอากาศยานไร้คนขับอากาศยานไร้คนขับที่ถูกควบคุมระยะไกลบินไปเหนือหัวทหารเผ่าหมานจำนวนมากอากาศยานไร้คนขับเอนเอียง ระเบิดก็ตกลงไปแล้วระเบิดก็ถูกยิงโดยคนที่ใช้ธนูจุดไฟเล็งอยู่แล้ว...ปัง~เสียงระเบิดกังวาน ดังขึ้นในกองทัพเผ่าหมานในพริบตานั้น บริเวณที่ระเบิดตกใส่ ก็ระเบิดกลายเป็นหลุมทรงกลมขนาดใหญ่มีศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่รอบ ๆ คาดว่ามีอย่างน้อยร้อยคนเห็นจะได้นี่แค่คลื่นลูกแรกเท่านั้น ยังมีคลื่นลูกที่สอง คลื่นลูกที่สาม...ทหารเผ่าหมานชุดนี้ได้เห็นอานุภาพของระเบิดมาแล้ว ในใจจึงเกิดความหวาดกลัวกองทัพเผ่าหมานตายเพราะถูกระเบิดจำนวนมากที่สุด รวมแล้วประมาณแสนคน แม้แต่หลัวเก๋อก็ยังเสียคุณสมบัติในการแย่งชิงตำแหน่งไปเพราะถูกระเบิดเมื่อระเบิดดังขึ้น ทุกคนก็อยู่ในความสับสนวุ่นวายที่ขอบสนา
เย่มู่มู่เพิ่งกลับถึงบ้าน เมื่อเธอกลับมาก็ให้คนใช้และบอดี้การ์ดช่วยกันย้ายขนมปัง และขนมปังแข็งที่ซื้อมาวันนี้กลับโกดังทุกครั้งที่เธอซื้อของข้างนอก มักจะเหลือไว้บนรถหนึ่งถึงสองลังเสมอ ให้คนย้ายกลับโกดังมาเรียนที่เมืองหลวง เพิ่งจะแค่สิบกว่าวัน โกดังก็มีของกองเต็มไปหมดแล้วเหล่าคนรับใช้ไม่เข้าใจระดับความบ้าคลั่งในการตุนของเย่มู่มู่เป็นอย่างมาก ทำเป็นว่าคุณหนูเย่เสพติดการช็อปปิงเธอได้ยินเสียงแหบแห้งของจ้านเฉิงอิ้น พร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้น กล่าวว่า : ท่านเทพ ขอบคุณนะขอรับ!เธอก็ฉีกยิ้มออกมา“จ้านเฉิงอิ้น ข้าดีใจมาก! มู่ฉีซิวตายแล้ว แปลว่าเราเปลี่ยนประวัติศาสตร์แล้ว?”“เขาซี้แหงแก๋แล้ว ถูกระเบิดจนสลายหายไปเป็นเถ้าถ่าน ฉะนั้น...เจ้าคงไม่ตายแล้ว ใช่หรือไม่?”จ้านเฉิงอิ้นฉีกยิ้มในสายตามีความอาลัยอาวรณ์ เขากล่าวขึ้นว่า “ใช่ขอรับ ข้าจะไม่ตาย!”“เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก เจ้ารู้หรือไม่? เจ้าประสบความสำเร็จไม่น้อยไปกว่ากว้านจวินโหวเลย เจ้ารวมให้เป็นหนึ่งได้ล่วงหน้าก่อนจริง ๆ จะต้องกลายเป็นจิ๋นซีฮ่องเต้! จะถูกพิมพ์ด้วยตัวหนาและตัวใหญ่ในหนังสือประวัติศาสตร์ แม้จะผ่านไปหนึ่งพันปี สองพันปี หนึ่
ทหารหลายพันนายรีบขึ้นรถทันที พวกเขาง้างธนู ยิงปืนไรเฟิลใส่ทหารเผ่าหมานที่เข้ามาที่รถ...แม้ทหารเผ่าหมานจะขี่ม้า ทว่า เมื่อรถบรรทุกเร่งความเร็ว ม้าก็ยังตามไม่ทันอยู่ดียิ่งตามยิ่งห่างไกลไม่พูดถึง พวกเขายิงปืนในห้อง ทำให้ทหารม้าของเผ่าหมานล้มลงไม่น้อยทว่าที่ล้มลงเยอะกว่าคือม้าศึกตามออกมาครั้งหนึ่ง มีม้าศึกตายนับพันตัว กับอีกหลายร้อยคนทว่ากองทัพตระกูลจ้านกลับไม่ถูกฆ่าเลยแม้แต่คนเดียวแม้พวกเขาอยู่บนหลังม้าก็ยังยิงธนูได้ ทว่าระยะของการยิงธนู ไกลไม่สู้หน้าไม้ราชวงศ์ฉิน...ในตอนที่พวกเขากลับมารายงานอย่างทุลักทุเล แล้วหลัวซู่ได้ยินว่าฆ่าไม่ตายเลยแม้แต่คนเดียว ก็เดือดดาลจนฟันทิ้งเสียตรงนั้นเลย พร้อมกับนำทหารไล่ล่าแม่ทัพของกองทัพตระกูลจ้าน!นี่ต่างจากบทที่เขาจัดวางเอาไว้!ทำไมกัน?ทำไมกองทัพตระกูลจ้านถึงมีอาวุธที่ล้ำหน้ามากมายขนาดนั้นทำไมถึงได้มีกรงขนาดใหญ่ที่วิ่งเร็วเสียยิ่งกว่าม้า!ไม่ง่ายเลยกว่าพวกเขาจะหาวัตถุระเบิดมาได้!สุดท้าย กองทัพตระกูลจ้านก็เปลี่ยนอาวุธที่ร้ายกาจกว่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่าออกมาไม่ เขาบุกมาจนถึงบริเวณใกล้กับเมืองหลวงของต้าฉี่แล้ว เห็นได้ว่าจะสำเร็จอ
เหล่าทหารยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง ก็ร่วงลงมาจากหอคอยสูงและเสียชีวิตในทันทีหน้าผากของเขาถูกแรงระเบิดฉีกจนแหลกเละเหล่าทหารเผ่าหมานจำนวนมากพากันกรูเข้าไปดูเมื่อได้เห็นสภาพศพ ทุกคนล้วนเผยสีหน้าตื่นตระหนกนี่คืออาวุธลับอาวุธลับชั้นยอดที่มีระยะยิงไกลพวกเขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศไหน และเป้าหมายที่แท้จริงคือใครผู้คนล้มตายไปโดยไม่ทันได้รู้ตัวแม้แต่น้อยจะสู้อย่างไร?นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!หลัวซู่เห็นเหล่าทหารพากันล้อมเข้ามา เขาตะโกนลั่น เสียงนั้นดุดันจนฝูงชนรีบแตกกระเจิงออกจากกันเขาก้าวไปหาศพของทหารที่เสียชีวิตเมื่อเห็นหน้าผากที่ถูกระเบิดเปิดเป็นโพรงดำสนิท เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุดเขาชักดาบออกมา ก่อนจะฟันลงไปตรงกะโหลกในสมองของทหารคนนั้น มีหัวกระสุนขนาดใหญ่ที่ระเบิดอยู่ภายในทุกคนที่ถูกยิง โดนเข้าทีเดียวก็ตายคาที่!สีหน้าหลัวซู่ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด เขาจ้องมองกระสุนลูกซองแน่นิ่ง“นี่มัน...”นี่มันอะไรกันแน่?ทำไมมันถึงสามารถฆ่าทหารยามของเขาได้จากระยะไกล?เดิมที ศึกครั้งนี้เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสังหารจ้านเฉิงอิ้นได้ เพื่อแก้แ
จ้านเฉิงอิ้นเหลือบมองหลัวซู่ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าอากาศยานไร้คนขับกำลังบินอยู่แต่เขาไม่ได้ยิงมันตก เขาเฉยเมย ราวกับจงใจปล่อยให้มันบันทึกภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้เอาไว้แสดงว่าเขากำลัง วางกับดักล่อเสือออกจากถ้ำอย่างนั้นหรือ?ต้องการให้กองทัพตระกูลจ้านโกรธจนขาดสติ ลุกขึ้นมาโจมตีเผ่าหมานด้วยไฟแค้นเต็มอกทำไมกัน?เป็นเพราะพวกนั้นเพิ่งผ่านศึกหนักกับกองทัพธงเหลืองมา จำนวนทหารจึงอ่อนแอลงแล้วอย่างนั้นหรือเมื่อตรวจสอบจำนวนพลเมื่อครู่ พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน และบาดเจ็บอีกสามพันตอนนี้ กำลังพลที่ยังสามารถสู้รบได้ เหลือเพียงสองหมื่นหกพันนายกองทัพย่อมอ่อนแอลงไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เผ่าหมานท้าทายได้!พวกมันกล้าท้าทายเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรให้มั่นใจ ถึงได้ทำให้กล้าบุ่มบ่ามขนาดนี้อะไรคือความมั่นใจของหลัวซู่กันแน่ ถึงได้กล้ากระตุ้นโทสะเช่นนี้?ซ่งตั๋ว เฉินอู่ และมั่วฝานต่างจ้องมองจ้านเฉิงอิ้น เฝ้ารอให้เขาออกคำสั่งเคลื่อนทัพแต่จ้านเฉิงอิ้นกลับกล่าวว่า “เราใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรไม่ได้ และห้ามบุกจู่โจมโดยตรง!”เฉินอู่เอ่ยขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นจะ
“กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว
คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว
“ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ
เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู
การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข