Share

บทที่ 138

Author: มู่โร่ว
จ้านเฉิงอิ้นตอบ “ขอรับ!”

จ้านเฉิงอิ้นหย่อนกระดาษใบสุดท้ายลงไป

นายทหารทุกคนยืนขึ้น แล้วเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ท่านแม่ทัพ เป็นอย่างไรบ้าง? ท่านเทพตกลงส่งรถไถนาให้อีกคันหรือไม่?”

จ้านเฉิงอิ้นบีบตรงหว่างคิ้ว นายทหารเหล่านี้คิดถึงแต่รถไถนา เขาแสดงท่าทางเหนื่อยใจ

ในตอนแรก เปี้ยนจื่อผิงกับหลี่หยวนจงไปหาคนเก่งด้านช่างเครื่องในค่ายพัก เพื่อเอามาฝึกขับรถไถนา

มั่วฝาน เฉินขุย เฉินอู่ต่างแย่งกันไปลองขับ

อืม ยังดีที่ทำการขับบนพื้นที่ว่างเปล่า ไม่เช่นนั้นคงได้ทับคนตาย ชนกำแพงจนพังเป็นแน่

พวกเขาลองขับแล้วหลายรอบ รถไถนาก็ขยับไม่ได้

คิดว่าตนทำรถไถนาเสียหาย วันนี้จึงมากล่าวขอโทษกับจ้านเฉิงอิ้นอย่างรอไม่ไหวและขอให้ท่านเทพส่งมาเพิ่มอีกหนึ่งคัน

ของชิ้นใหญ่มหึมาเช่นนี้ ราคาต้องไม่ถูกแน่

จ้านเฉิงอิ้นจะกล้าเปิดปากเอ่ยขออย่างไร

รถไถนา เป็นของที่ท่านเทพมอบให้พลเมืองทั้งเมืองใช้ไถนา ปรากฏว่าถูกพวกเขาเล่นไม่ระวังจนเสียหาย

เขาไปตรวจดูในตอนเช้า หากเป็นตามที่วิดีโอกล่าวมา~

รถน้ำมันหมด

ต้องเติมน้ำมัน!

ท่านเทพส่งกระดาษข้อความมาตอนเช้า กล่าวว่าน้ำมันดีเซลมาถึงแล้ว

เขากล่าว “รถไถนาไม่ได้เสีย แต่เพราะไม่มีน
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Surirat Yui Chompoo Kampi
สนุกมากๆเลยค่ะ! หลงรักนิยายเรื่องนี้ไปแล้ว เดี๋ยวถ้าได้เงินเดือนมา จะมาเติมเงินอ่านอีกเรื่อยๆค่ะ ขอบคุณที่อัพเดตลงให้อ่านเรื่อยๆนะคะ คงต้องรบกวนไรท์มาอัพเดตทุกวันแล้วละค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ......
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 139

    เฉินขุยกล่าวอย่างตื่นเต้น “ท่านแม่ทัพ เมื่อมีอุปกรณ์ติดตัวชุดนี้ พวกเราสามารถจู่โจมศัตรูตอนกลางคืนได้แล้ว”จ้านเฉิงอิ้นกล่าวอีก “ท่านเทพจะส่งน้ำมันดีเซลมาให้เร็ว ๆ นี้ จำไว้ น้ำมันดีเซลติดไฟง่ายมาก จงจัดเก็บด้วยความระมัดระวัง!”นายทหารสองสามคน มองจ้านเฉิงอิ้นด้วยแววตาแวววับ!เฉินอู่กระตือรือร้นอยากลอง “ท่านแม่ทัพ ติดไฟง่ายกว่าสุราปลอมจริงหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คืนนี้ข้าจะไปเผาค่ายพักกับรถกระทุ้งกำแพงเมืองของกองทัพทหารฉู่กับกองทัพทหารฉี!”พวกเขาต่างสนใจในน้ำมันดีเซลเป็นอย่างมากจึงไปที่โกดังทั้งกลุ่ม ครั้นวางแจกันเข้าไปไม่นาน น้ำมันเป็นถัง ๆ ก็ร่วงมาจากฟ้าถังน้ำมันมีขนาดใหญ่มาก สูงเท่าครึ่งหนึ่งตัวคน พื้นผิวถังเหล็กสีดำเคลือบคราบน้ำมันไว้หนึ่งชั้นเฉินขุยเอามือสัมผัส มันเยิ้มและสกปรกเล็กน้อย หนำซ้ำยังมีกลิ่นเหม็นอันยากจะอธิบายสุราปลอมกลิ่นฉุนจมูกกลิ่นน้ำมันดีเซลไม่ฉุนขนาดนั้น แต่ก็ไม่คุ้นชินเมื่อได้กลิ่นเฉินขุยเก็บแผ่นไม้อันหนึ่งบนพื้นขึ้นมา แต้มคราบน้ำมันบนพื้นผิวเดินออกไปไกล ๆ แล้วจุดตะบันไฟไฟลุกลามแผ่นไม้เปื้อนน้ำมันอย่างรวดเร็ว ไฟนั้นทั้งรุนแรงและเร็ว ไฟไหม้ใหญ่

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 140

    “มา เสี่ยวซินกล่าวขอโทษมู่มู่เร็วเข้า ลูกพี่ลูกน้องอย่างแก เอาแต่รังแกน้องสาวได้ยังไง”มีเสียงหงุดหงิดของเย่ซินดังเข้ามาในโทรศัพท์“แม่จะให้ผมขอโทษเธอ เธอมีสิทธิ์อะไร ครั้งก่อนเธอทำให้ผมถูกกักขังครึ่งเดือน ผมยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลย”“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยึดครองทรัพย์สินของผม ตอนนี้ผมคงแต่งงานมีภรรยา แม่เองคงได้อุ้มหลานแล้วด้วย”“ผมไม่มีทางพูดขอโทษเธอแน่นอน!”อาเล็กงี่เง่าไม่มีเหตุผล แย่งมือถือพร้อมพูดเกลี้ยกล่อม“มู่มู่จ้ะ อากับพี่ใหญ่ปรึกษากันแล้ว พวกเราจะไม่ทะเลาะกับหนูแล้ว”“อาเพิ่งออกมาจากสถานีตำรวจ ถูกคนไล่ตามต่อว่าตลอดทาง”“ตอนนี้ในโลกออนไลน์รู้เรื่องนี้กันหมด ล้วนต่อว่าพวกเราโลภมากไม่รู้จักพอ พูดว่าพวกเราขโมยเงินลูกหลานใช้ พวกเราไม่ได้หมายความแบบนั้นจริง ๆ”“พวกอะไรนะ บ้านกับรถถ้าขายแล้วเราจะเพิ่มให้ครบจำนวน เธออย่าฟ้องอีกเลยนะ อาไม่อยากติดคุกจริง ๆ!”เย่มู่มู่เข้าใจสีหน้าและฝีปากของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างดีพวกเขาได้รับสิ่งกระตุ้นอะไร ถึงได้เปลี่ยนใจกะทันหัน!เพราะตำรวจให้การศึกษาเชิงความคิดกับพวกเขา?หรือเพราะได้สัมผัสความลำบากข้างในสถานที่คุมขังผู้ต้องสงสัย และไม่อยา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 141

    เธอไม่กล้าลืมตา เพราะกลัวว่าจะเห็นแจกันแตกหากมันแตกแล้ว ต่อไปก็จะติดต่อกับจ้านเฉิงอิ้นไม่ได้อีกด่านเจิ้นกวนจะกลับไปเป็นเมืองที่ตายแล้วเหมือนอย่างหนึ่งเดือนก่อนสุดท้ายจ้านเฉิงอิ้นก็จะตายอยู่ในสนามรบ ด่านเจิ้นกวนถูกทำลาย ชาวบ้านนับแสนคนก็จะกลายเป็นวัตถุดิบทำอาหาร!เธอยอมรับผลลัพธ์นี้ไม่ได้!เย่มู่มู่กำมือทั้งสองข้างเอาไว้แน่น แล้วลืมตาขึ้นมาในทันทีแจกันที่ถูกมัดอยู่บนที่นั่งข้างคนขับยังสมบูรณ์ไม่มีความเสียหายแต่อย่างใดตัวแจกันถูกห่อด้วยถุงลมนิรภัย ไม่ได้ถูกชนเสียหาย!ยังดี ยังดี...ยังไม่แตก!อีกนิดเดียว แค่นิดเดียวเท่านั้น!เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างแรง สายตาเหมือนคบเพลิงมองไปที่รถอู่หลิงหงกวงที่ขับมาชนด้านหน้าของรถอู่หลิงหงกวงผิดรูป โครงแตกกระจายรถกระบะบรรทุกหนักของเธอ ทำจากวัสดุทนทาน มีน้ำหนักมาก กันชนหน้ารถถูกชนจนผิดรูปด้านหลังรถถูกชนท้ายจนไฟท้ายรถแตกโชคดีที่ตัวรถไม่ได้เสียหายเธอหยิบประแจแหวนอันใหญ่ออกมาจากช่องเก็บของในรถแล้วพรวดพราดลงจากรถไป ก่อนจะเดินไปที่รถอู่หลิงหงกวงด้วยท่าทางดุดัน ใช้ประแจเคาะไปที่กระจกรถเธอพูดด้วยความโกรธ “ลงมา รีบไสหัวลงมาเดี

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 142

    “ท่านแน่ใจเหรอครับว่าเป็นฝีมือของคนตระกูลเย่?”“ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่นอกจากพวกเขาที่จะได้ประโยชน์จากการตายของฉันแล้ว ยังจะมีใครอีกที่อยากให้ฉันตาย?”ทนายสวีเงียบไปเขาเป็นทนายความที่อ่านพินัยกรรมในห้องไว้ทุกข์ของพ่อแม่เย่มู่มู่ที่ผ่านมาก็เป็นพยานได้ว่าคนตระกูลเย่ยุ่งวุ่นวายมากเพียงใดคนตระกูลเย่ทั้งหมดจ้องเด็กสาวกำพร้าตาเป็นมัน อยากจะเอามรดกมหาศาลนี้เป็นของตนพวกเขาพยายามหาเงินอย่างเต็มที่ แต่คิดไม่ถึงว่าเย่มู่มู่จะเข้าหายากขนาดนี้คนกลุ่มนี้มีเจตนาอยากฆ่าคนจริง ๆเช่นนี้ ทนายสวีจึงพูดว่า “จับฆาตกรได้หรือเปล่าครับ?”“มีคนโทรแจ้งตำรวจแล้ว เขาถือมีด ตอนนี้ถูกจับไว้ในรถ เพราะเสพมาก็เลยไม่กล้าปล่อยออกมา กลัวว่าจะทำร้ายคนสัญจรไปมา”ทนายสวีพูดว่า “อยู่ไหนครับ ผมจะรีบไป!”เย่มู่มู่แจ้งที่อยู่ให้ทนายสวีทราบทนายสวีมาพร้อมกับตำรวจและรถพยาบาลทนายสวีแสดงบัตรประจำตัวของเขา และแสดงให้เห็นว่าฆาตกรมีเจตนาฆ่า ตั้งใจชนรถของเย่มู่มู่เมื่อเย่มู่มู่ไปตบประตูรถ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากเขา เขาก็เอามีดออกมาถ้าไม่ใช่เพราะคนสัญจรไปมา เกรงว่าเขาคงทำให้เย่มู่มู่บาดเจ็บไปแล้วพวกคนสัญจรไปมาก็พ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 143

    ทนายสวีพูดเสียงหนักแน่น “เรื่องที่เหลือ คุณก็น่าจะรู้”เขาเองก็คิดไม่ถึงว่าคนตระกูลเย่จะเสียสติได้ขนาดนี้“คุณเย่ นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุจราจรธรรมดา ๆ แต่มันเกี่ยวข้องกับการจ้างวานฆ่า เสพยา ขายยา...”“ตำรวจกำลังจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด คราวก่อนเรื่องที่คุณกับคนตระกูลเย่ทะเลาะกันก็โด่งดังจนติดอันดับการค้นหายอดฮิต นักข่าวบางคนรู้เรื่องนี้ เลยไปปิดล้อมขอสัมภาษณ์อยู่ที่สถานีตำรวจ”“ช่วงนี้ก็พยายามอย่าออกจากบ้าน ถ้าจะออกก็ต้องมีบอดีการ์ด!”เย่มู่มู่เงียบไปครู่หนึ่ง “ฉันเข้าใจแล้ว เย่ซินจะถูกตัดสินจำคุกนานแค่ไหน?”“เพิ่งจะออกมาก็จ้างวานฆ่า น่าจะถูกตัดสินโทษสูงสุด”“ตอนเขาถูกจับ หญิงชราตระกูลเย่ก็เป็นลมทันที ส่วนคู่สามีภรรยาก็ร้องห่มร้องไห้!”“ผมคิดว่าพวกเขาจะต้องมาหาคุณ มารบกวนคุณ และบังคับให้คุณเซ็นหนังสือยอมความแน่ คุณควรเลี่ยงหน่อย”เย่มู่มู่กล่าวว่า “ได้ ฉันเข้าใจแล้ว เรื่องที่เหลือ รบกวนคุณด้วยนะทนายสวี”“เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำครับ ผมกับพ่อของคุณเป็นเพื่อนสนิทกันมานานหลายปีแล้ว ดูจากความคับแค้นใจที่คนตระกูลเย่มีต่อคุณ พ่อของคุณในปรโลกก็คงยากที่จะหมดห่วง” “ตอนแรกผมก็เคยเตือนเ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 144

    พี่ซุนดีใจกับข่าวที่คาดไม่ถึงนี้มาก “จริงเหรอครับ ผมจะได้เงินสี่หมื่นบาทต่อเดือนจริงๆ เหรอ? แล้วผมยังได้สวัสดิการห้าอย่างอีกต่างหาก?”“ใช่ เมื่อก่อนผู้จัดการไม่เคยให้คุณเหรอ?”“ถ้าให้ เงินเดือนที่ได้ก็จะน้อยลงครับ ดังนั้น…” พี่ซุนเกาหัว ไม่ได้พูดต่อเย่มู่มู่กล่าวต่อ “คุณกับยามจะมีเงินบำนาญและประกันสุขภาพ คุณไปถามคนในหมู่บ้านก็ได้ อายุสามสิบสี่สิบก็ได้หมด รู้จักนิสัยใจคอ เป็นคนซื่อสัตย์เชื่อถือได้!”“ได้ครับ ช่วงนี้มีคนกลับหมู่บ้านเยอะมาก พวกเขารับจ้างทำงานอยู่ข้างนอก หนึ่งเดือนยังหาเงินได้ไม่ถึงสามหมื่น แถมงานนี้เจ้านายยังช่วยจ่ายค่าประกันภัยอีก!”“ผมจะไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเดี๋ยวนี้ แล้วเรียกทุกคนมารวมตัวครับ”พี่ซุนขี่มอเตอร์ไซค์จากไปอย่างมีความสุขสองชั่วโมงต่อมา พี่ซุนโทรมาบอกว่าในหมู่บ้านมีวัยรุ่นว่างงานยี่สิบกว่าคนมาสมัครงานเย่มู่มู่โทรหาผู้จัดการบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน ให้เขาไปสัมภาษณ์ เลือกผู้สมัครที่ดีที่สุดพนักงานต้องได้รับการฝึกอบรมหลายวันก่อนจึงจะเข้ามาทำงานได้ส่วนชุดยาม กระบองไฟฉาย ป้ายชื่อ ให้ผู้จัดการซื้อมาพร้อมกันเงินเดือนยามกับสวัสดิการห้าอย่าง บันทึกในน

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 145

    วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเกินไป เย่มู่มู่จึงอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เมื่อเธอเห็นจดหมายของจ้านเฉิงอิ้นเขาต้องการส่งเงินทองและเครื่องประดับมากมายมาให้เย่มู่มู่ก็เลยอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อยมีผู้หญิงคนไหนบ้างไม่ชอบเครื่องประดับสวย ๆ เย่มู่มู่เขียนจดหมายตอบกลับเขาว่า “จ่ายเงินไปเยอะก็จริง แต่เงินทองและเครื่องประดับที่เจ้าส่งมาก่อนหน้านี้ก็เยอะมาก ตอนนี้ข้าเลยไม่ขาดเงินเท่าไหร่!”“ถ้าด่านเจิ้งกวนฝ่าวงล้อมโจมตีได้สำเร็จ เจ้าจำเป็นต้องใช้เงินเลี้ยงกองทัพอีกจำนวนมาก เจ้าเก็บเงินเอาไว้ใช้เถอะ!”จ้านเฉิงอิ้นปฏิเสธเย่มู่มู่ส่งของจำนวนมากมาให้แม้ว่าเขาจะไม่รู้ราคา แต่มันก็ต้องราคาสูงมากแน่นอน!“ข้าเองไม่ได้ขาดอะไร สิ่งที่ท่านเทพส่งมาให้ ดูแลได้ทุกด้านจริง ๆ”“เงินจำนวนนี้ล้วนเป็นความเต็มใจของเหล่าพ่อค้ามั่งคั่งในด่านเจิ้งกวนมอบให้ ให้ข้าวสาร แป้งสาลีและน้ำมันกับพวกเขา พวกเขาก็ไม่ขาดทุนแล้ว!”เมื่อเห็นว่าจ้านเฉิงอิ้นมุ่งมั่นขนาดนั้น เย่มู่มู่ก็ได้แต่รับไว้“ก็ได้ งั้นข้าจะรับไว้!”เย่มู่มู่วางแจกันไว้กลางห้องรับแขกขนาดใหญ่ นั่งยอง ๆ อยู่กับพื้น สองมือเท้าคางรอคอย!หลังจากนั้นไม่กี

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 146

    ช่วงเวลากลางคืน ไร้แสงจันทร์และลมแรงทหารสวมเสื้อเกราะกันกระสุน แบกหน้าไม้ราชวงศ์ฉิน ขี่อยู่บนหลังม้ากองทัพของพวกเขามีประมาณร้อยคนเห็นจะได้จ้านเฉิงอิ้นส่งพวกเขาออกไปด้วยตัวเอง กำชับพวกเขาว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนหนึ่งร้อยคนแบ่งออกเป็นสองหน่วย หนึ่งหน่วยโจมตีค่ายพักแคว้นฉู่หน่วยหนึ่งโจมตีค่ายพักแคว้นฉีเชื้อเพลิงที่นำมาวันนี้คือน้ำมันดีเซลทุกคนลองใช้น้ำมันดีเซลเพื่อดูว่าจะสามารถเผาไหม้ได้มากแค่ไหนเมื่อมาถึงจุดที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ทุกคนลงจากหลังม้าพวกทหารพากันซุ่มอยู่ในทุ่งหญ้ารกร้าง มั่วฝานกำลังบังคับอากาศยานไร้คนขับอากาศยานไร้คนขับบินเข้าไปในค่ายของกองทัพแคว้นฉู่ เพื่อดูว่ามีทหารลาดตระเวนกี่คน และกระโจมแม่ทัพอยู่ตรงไหนตำแหน่งของรถกระทุ้งกำแพงเมือง หน้าไม้ราชวงศ์ฉินจะสามารถยิงไปถึงหรือไม่ทุกคนมารวมตัวกันข้างอากาศยานไร้คนขับของเขา หลังจากหารือกันสักพัก จึงตัดสินใจโจมตีค่ายพักก่อนหลังจากกองทัพแคว้นฉู่เกิดความโกลาหล ค่อยโจมตีไปที่รถกระทุ้งกำแพงเมืองรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม...เฉินขุยสั่งการ “จุ่มน้ำมันดีเซล จุดไฟ หน้าไม้ราชวงศ์ฉินเตรียมพร้อม... ยิง!”ฟิ้ว~เสียง

Latest chapter

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 658

    “กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 657

    คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 651

    ครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงซ่งตั๋วประกาศคำสั่ง กองทัพธงเหลืองทั้งหมดต่างพากันทิ้งอาวุธและยอมจำนนทหารกว่าสิบหมื่นนาย นอกจากผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบแล้ว!ที่เหลือล้วนแต่ยอมจำนน!พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ชูอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ก้มหน้าลงต่ำด้วยความพ่ายแพ้ ตามธรรมเนียมของสงครามที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจะมีเพียงสองทางเลือกถูกสังหารในที่นั้น หรือกลายเป็นทาส ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยเหมือนตายทั้งเป็นแต่พวกเขาอยากเสี่ยงเดิมพัน!พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวบ้านผู้หิวโหยที่ไม่มีทางรอด จึงมาสมัครเป็นทหารของกองทัพธงเหลืองเพราะรู้ว่าที่นี่มีเสบียงให้กิน พวกเขาจึงเข้าร่วมหากยังพอมีอาหารให้ประทังชีวิต แม้ไม่ใช่ทาส แม้ต้องลงเหมืองทำงานหนัก พวกเขาก็ยอม!ขอเพียงได้รับค่าตอบแทนตามกำหนด ได้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวพวกเขายอมทำทุกอย่าง!ซ่งตั๋วสั่งให้ทหารผ่านศึกเข้ายึดอาวุธจากผู้ที่ยอมจำนนให้คนที่ยอมจำนนยืนเข้าแถวทีละคน เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับจำนวนจ้านเฉิงอิ้นยืนอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม ซากศพเกลื่อนกลาดทั่วทุกหนแห่ง~ชนะแล้ว!พวกเขาชนะแล้ว!เดิมที คิดว่า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 650

    ความมุ่งมั่นในการต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะสลายไปหมดแล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะเดินมาถึงจุดนี้!ไม่ยินยอมยิ่งนัก!ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงไม่ยอมจำนน คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่...”ด้านหลังของเขา ซ่งตั๋วรังเกียจที่เขาส่งเสียงดัง จึงใช้ดาบในมือฟาดเขาจนสลบ“ยุ่งยากเสียจริง!”หลีชิงกับสวีจู้กล่าวว่า “ชื่อเสียงของคนผู้นี้ไม่ได้แย่นัก เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไยมู่ฉีซิวถึงได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ให้กับเขา!”ซ่งตั๋วกล่าวว่า “ด้วยความภักดีของเขา สามารถรับตำแหน่งที่สำคัญของมู่ฉีซิวได้ ก็ไม่น่าประหลาดใจอันใด!”ในตอนนี้ ซ่งตั๋วขึ้นไปบนรถคันเล็กของมั่วฝาน นำลำโพงที่อยู่ตรงเบาะหลังของเขา ย้ายไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถทั้งหมดหลังจากนั้นก็ขับรถไล่ตามไปยังทิศทางที่ทหารของกองทัพธงเหลืองหลบหนีไปไล่ตามไปด้วย ตะโกนใส่ลำโพงประกาศเสียงขนาดใหญ่ไปด้วย“ผู้ที่ยอมจำนน และมอบอาวุธจะไม่ถูกสังหาร!”“ผู้ที่หันมาพึ่งพิงกองทัพตระกูลจ้านและสร้างผลงาน ไม่มีตำแหน่งขุนนางชั้นสูง ไม่มีที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งพันหมู่ให้!”“ทหารกองทัพตระกูลจ้านมีอาหารวันละส

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status