ทหารแต่ละนายต่างดีใจเป็นล้นพ้นพวกเขาสามารถคาดการณ์ได้ หากข้าวพันธุ์ผสมออกผลผลิต จะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับแผ่นดินหัวเซี่ยและทั้งหกแคว้นยิ่งใหญ่เพียงใดหนึ่งหมู่ให้ผลผลิตถึงแปดร้อยชั่ง!ถ้าแหล่งน้ำต้าฉี่เพียงพอ ปลูกข้าวนาน้ำทั่วเมืองหนึ่งแค้วนต้าฉี่สามารถเลี้ยงดูผู้คนทั้งหกแคว้นได้ข้าวพันธุ์ผสม~สำหรับพวกเขามันไม่ได้เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ แต่เป็นยุทธภัณฑ์ที่มีความสำคัญมากยิ่งกว่าอาหารหลักของค่ายทหารตอนนี้คือข้าวสาร ทุกคนเห็นหมดแล้วเช่นกันพวกทหารแต่ละนายต่างอ้วนขึ้นชาวบ้านไม่ได้ผอมจนเห็นกระดูกอีก สีหน้าพวกเขาอมชมพูระเรื่อ สภาพจิตใจก็ดีเป็นอย่างยิ่งจ้านเฉิงอิ้นให้ความสำคัญกับเมล็ดพันธุ์ของข้าวนาน้ำมากเป็นพิเศษ จึงตั้งใจให้หลี่หยวนจงและเปี้ยนจื่อผิงมารับผิดชอบในการเพาะปลูกเสบียงอาหารโดยเฉพาะพืชผลผลิตสูงอย่างมันฝรั่ง มันเทศ ข้าวโพดนำไปเพาะปลูกให้หมดข้าวสาลีปลูกผิดฤดู แต่มีการแบ่งที่นาผืนหนึ่งออกมาลองทดสอบ เพื่อดูว่าปริมาณผลผลิตของข้าวสาลีเป็นอย่างไรพวกเขาประกาศรับสมัครพลเมือง มาทำการเกษตรและช่วยหว่านเมล็ดพันธุ์ภายในเมืองจะตอบแทนด้วยเสบียงอาหารหกชั่ง แป้งสามชั่งให้กั
มีหัว นอกจากทาสีแดงตรงหัว มันทั้งยาวทั้งใหญ่มีดวงตาทำจากแก้ว!ตรงกลางเป็นเรือนหลังเล็กที่ปิดประกอบด้วยแก้วแผ่นใหญ่ ข้างในเรือนคล้ายว่าจะมีเก้าอี้สีดำ ข้างหน้าเก้าอี้มีอุปกรณ์ทรงกลมสิ่งที่น่าตื่นตามากที่สุด ข้างหลังสิ่งของนี้มีคราดกับส้อมเรียงเป็นแถวนี่คืออุปกรณ์การเกษตรที่ท่านเทพกล่าวถึง?แม่เจ้านี่คืออุปกรณ์การเกษตร?อุปกรณ์การเกษตรในโลกท่านเทพ มีลักษณะเช่นนี้?ของสิ่งนี้โหญ่โตมโหฬารน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!มันใหญ่กว่ารถม้าของพระประยูรญาติทั้งหมดในเมืองหลวงด้วยซ้ำยิ่งมันมีรูปร่างที่พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้!ทุกคนจึงเกรงขามกับสิ่งของชิ้นนี้ แต่พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเข้าใกล้มันพวกเขารู้ว่าของที่ท่านเทพส่งมา ไม่มีทางทำร้ายพวกเขาเพราะว่า ท่านเทพเป็นคนดีครั้นเห็นของสิ่งนี้นิ่งไม่ขยับอยู่กับพื้น“แม่ทัพใหญ่ นี่ นี่คืออุปกรณ์การเกษตรในโลกของท่านเทพ น่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งขอรับ!”“อุปกรณ์นี้ใช้งานอย่างไร? เกรงกว่าคนทั้งแคว้นต้าฉี่ก็ไม่มีใครใช้เป็น!”“คราดไถนาสิบกว่าอัน ต้องใช้กี่คนจึงจะลากไหว”“ใช้ม้านับสิบตัว น่าจะลากมาไถนาไหวอยู่กระมัง!”ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็น เสนอแนะควา
จ้านเฉิงอิ้นใช้บลูทูทส่งวิดีโอรถแทร็กเตอร์ รถไถนาให้พวกเขาพวกเขาแสดงความสนใจต่อรถไถนาเป็นอย่างมากบางคนนั่งในที่ร่ม ศึกษาวิดีโอบางคนศึกษาล้อรถขนาดใหญ่บางคนศึกษาหัวรถไฟรถ…มั่วฝานขึ้นนั่งห้องคนขับรถไถนาเป็นคนแรก สร้างแรงบันดาลไว้ว่าจะเป็นผู้ชายขับรถจ้านเฉิงอิ้นเห็นสถานการณ์เช่นนั้น พลางยิ้มจำใจเขาขยับแจกันออกไป รอคอยเสบียงรอบต่อไปที่เย่มู่มู่จะส่งมาให้เย่มู่มู่ส่งจอบ เคียว พลั่ว จอบปลายแหลม ง่าม ส้อมพรวนดิน…มาอย่างละหนึ่งพันเล่มส่งอุปกรณ์การเกษตรมาทั้งหมดหนึ่งหมื่นกว่าชิ้น ครอบคลุมพื้นที่ราบขนาดใหญ่อุปกรณ์การเกษตรทุกชิ้นทาไว้ด้วยสีดำ ส่วนที่ไม่ได้ทาสีดำส่องสว่างเงาวับ แหลมคมเป็นอย่างยิ่งคุณภาพแตกต่างจากของช่างตีเหล็กด่านเจิ้นกวนอย่างสิ้นเชิงจอบหนึ่งพันเล่ม ทุก ๆ เล่มมีขนาด น้ำหนัก เล็กใหญ่เหมือนกันทุกประการคล้ายว่าไม่ใช่คนผลิต!แต่รวมศูนย์ผลิตพร้อมกันในปริมาณมากโลกของท่านเทพ เป็นโลกที่มีลักษณะเป็นอย่างไรกันนะเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจกับยุคสมัยปัจจุบันของเย่มู่มู่แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้เย่มู่มู่หย่อนปุ๋ยชนิดต่าง ๆ ยูเรีย ปุ๋ยผสมมาให้อย่างต่อเนื่อง…มูล
จ้านเฉิงอิ้นรับไว้ด้วยมือเดียว แล้วเปิดออก“พระราชโองการแคว้นต้าฉี่: จ้านเฉิงอิ้นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพตระกูลจ้าน ทำกองทัพตระกูลจ้านสองแสนคน เสียชีวิตหนึ่งแสนแปดหมื่นคน”“ฮ่องเต้กล่าวโทษ เขาไม่มีความสามารถของการเป็นผู้บังคับบัญชา ให้ยึดอำนาจทางการทหาร ลดตำแหน่งแม่ทัพผู้บัญชาการสูงสุด”“หลังจากนี้สิบวัน กำลังคนคงเหลือของกองทัพตระกูลจ้าน จะมีสวีหวยเข้าควบคุม”“สวีหวยนำกองกำลังหนึ่งแสนคน เข้าตั้งถิ่นฐานที่ด่านเจิ้นกวน รับมอบภารกิจรักษาด่านเจิ้นกวน ดูแลพลเมืองในอีกสิบวัน!”จ้านเฉิงอิ้นสองมือจับพระราชโองการแน่น กระดูกนิ้วมือบีบจนเป็นสีขาว!ทั้งที่ด่านเจิ้นกวนรักษาไว้ได้แล้วพวกเขามีเมล็ดพันธุ์ มีอุปกรณ์การเกษตรใช้บุกเบิกที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีรถไถนากับรถแทร็กเตอร์ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีปุ๋ย…ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทางที่ดี!เหตุใดต้องเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มาลดตำแหน่งของเขา ยึดอำนาจทางการทหารของเขา!มั่วฝานสัมผัสได้ถึงภายในห้องโถงหารือ มีความหนาวเหน็บเย็นเข้ากระดูก เขาจับจมูก ก้าวถอยหลังสองก้าวอย่างระมัดระวังพูดเกลี้ยกล่อม “แม่ทัพอยู่ข้างนอก ไม่อยู่ภายใต้คำสั่งทหาร เจ้าไม่ต
ใกล้เวลาพลบค่ำ ในที่สุดเย่มู่มู่รอกระทั่งคนขับหวงมาส่งน้ำมันชุดสองถังน้ำมันรถบรรทุกของเขาบรรจุได้หนึ่งพันหนึ่งร้อยลิตร ไปกลับสองเที่ยว ดูดน้ำมันดีเซลออกมาได้เต็ม ๆ สองร้อยลิตรจำนวนสิบถังเย่มู่มู่จ่ายเงินให้คนขับหวงสี่หมื่นบาท รวมเงินซื้อถังน้ำมันคนขับหวงได้กำไรเปล่าหนึ่งหมื่นห้าพันบาท เขาดีใจมากช่วงนี้เขาช่วยเย่มู่มู่ขนย้ายของ ไม่ถึงหนึ่งเดือน เขาหาเงินมาได้ถึงหลายหมื่นเย่มู่มู่บอกกล่าวคนขับหวง พรุ่งนี้ให้ส่งน้ำแข็งกับเนื้อหมูแช่แข็ง ส่งถึงช่วงเที่ยงก็พอตอนกลางวันพี่ซุนคนดูแลโกดังกลับบ้านไปกินข้าว ในโกดังไม่มีคน เธอจะได้สะดวกในการส่งของไปคนขับหวงตอบรับทันที จากนั้นจึงขับรถจากไปอย่างดีใจ!*ตอนดึก เย่มู่มู่ไม่ใช้แจกันเติมน้ำจากลำธารอีก ถ้าด่านเจิ้นกวนมีความจำเป็น เธอจะส่งน้ำใช้ดื่มปริมาณของสามเดือนไปให้ในคราเดียวตอนฟ้าสว่าง เย่มู่มู่เห็นว่าในแจกันไม่มีกระดาษข้อความขอบแจกันสะอาดเป็นอย่างยิ่ง จ้านเฉิงอิ้นไม่ได้ส่งกระดาษข้อความมาให้เธอล้างหน้าล้างตาอย่างง่ายเสร็จ พนักงานบริการของบ้านพักตากอากาศเซียนหยวนก็นำอาหารเช้ามาส่งเธอกินข้าวอาหารเช้าพร้อมกับโทรหาเซียวหัว ถามว่
จ้านเฉิงอิ้นตอบ “ขอรับ!”จ้านเฉิงอิ้นหย่อนกระดาษใบสุดท้ายลงไปนายทหารทุกคนยืนขึ้น แล้วเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ท่านแม่ทัพ เป็นอย่างไรบ้าง? ท่านเทพตกลงส่งรถไถนาให้อีกคันหรือไม่?”จ้านเฉิงอิ้นบีบตรงหว่างคิ้ว นายทหารเหล่านี้คิดถึงแต่รถไถนา เขาแสดงท่าทางเหนื่อยใจในตอนแรก เปี้ยนจื่อผิงกับหลี่หยวนจงไปหาคนเก่งด้านช่างเครื่องในค่ายพัก เพื่อเอามาฝึกขับรถไถนามั่วฝาน เฉินขุย เฉินอู่ต่างแย่งกันไปลองขับอืม ยังดีที่ทำการขับบนพื้นที่ว่างเปล่า ไม่เช่นนั้นคงได้ทับคนตาย ชนกำแพงจนพังเป็นแน่พวกเขาลองขับแล้วหลายรอบ รถไถนาก็ขยับไม่ได้คิดว่าตนทำรถไถนาเสียหาย วันนี้จึงมากล่าวขอโทษกับจ้านเฉิงอิ้นอย่างรอไม่ไหวและขอให้ท่านเทพส่งมาเพิ่มอีกหนึ่งคันของชิ้นใหญ่มหึมาเช่นนี้ ราคาต้องไม่ถูกแน่จ้านเฉิงอิ้นจะกล้าเปิดปากเอ่ยขออย่างไรรถไถนา เป็นของที่ท่านเทพมอบให้พลเมืองทั้งเมืองใช้ไถนา ปรากฏว่าถูกพวกเขาเล่นไม่ระวังจนเสียหายเขาไปตรวจดูในตอนเช้า หากเป็นตามที่วิดีโอกล่าวมา~รถน้ำมันหมดต้องเติมน้ำมัน!ท่านเทพส่งกระดาษข้อความมาตอนเช้า กล่าวว่าน้ำมันดีเซลมาถึงแล้วเขากล่าว “รถไถนาไม่ได้เสีย แต่เพราะไม่มีน
เฉินขุยกล่าวอย่างตื่นเต้น “ท่านแม่ทัพ เมื่อมีอุปกรณ์ติดตัวชุดนี้ พวกเราสามารถจู่โจมศัตรูตอนกลางคืนได้แล้ว”จ้านเฉิงอิ้นกล่าวอีก “ท่านเทพจะส่งน้ำมันดีเซลมาให้เร็ว ๆ นี้ จำไว้ น้ำมันดีเซลติดไฟง่ายมาก จงจัดเก็บด้วยความระมัดระวัง!”นายทหารสองสามคน มองจ้านเฉิงอิ้นด้วยแววตาแวววับ!เฉินอู่กระตือรือร้นอยากลอง “ท่านแม่ทัพ ติดไฟง่ายกว่าสุราปลอมจริงหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คืนนี้ข้าจะไปเผาค่ายพักกับรถกระทุ้งกำแพงเมืองของกองทัพทหารฉู่กับกองทัพทหารฉี!”พวกเขาต่างสนใจในน้ำมันดีเซลเป็นอย่างมากจึงไปที่โกดังทั้งกลุ่ม ครั้นวางแจกันเข้าไปไม่นาน น้ำมันเป็นถัง ๆ ก็ร่วงมาจากฟ้าถังน้ำมันมีขนาดใหญ่มาก สูงเท่าครึ่งหนึ่งตัวคน พื้นผิวถังเหล็กสีดำเคลือบคราบน้ำมันไว้หนึ่งชั้นเฉินขุยเอามือสัมผัส มันเยิ้มและสกปรกเล็กน้อย หนำซ้ำยังมีกลิ่นเหม็นอันยากจะอธิบายสุราปลอมกลิ่นฉุนจมูกกลิ่นน้ำมันดีเซลไม่ฉุนขนาดนั้น แต่ก็ไม่คุ้นชินเมื่อได้กลิ่นเฉินขุยเก็บแผ่นไม้อันหนึ่งบนพื้นขึ้นมา แต้มคราบน้ำมันบนพื้นผิวเดินออกไปไกล ๆ แล้วจุดตะบันไฟไฟลุกลามแผ่นไม้เปื้อนน้ำมันอย่างรวดเร็ว ไฟนั้นทั้งรุนแรงและเร็ว ไฟไหม้ใหญ่
“มา เสี่ยวซินกล่าวขอโทษมู่มู่เร็วเข้า ลูกพี่ลูกน้องอย่างแก เอาแต่รังแกน้องสาวได้ยังไง”มีเสียงหงุดหงิดของเย่ซินดังเข้ามาในโทรศัพท์“แม่จะให้ผมขอโทษเธอ เธอมีสิทธิ์อะไร ครั้งก่อนเธอทำให้ผมถูกกักขังครึ่งเดือน ผมยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลย”“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยึดครองทรัพย์สินของผม ตอนนี้ผมคงแต่งงานมีภรรยา แม่เองคงได้อุ้มหลานแล้วด้วย”“ผมไม่มีทางพูดขอโทษเธอแน่นอน!”อาเล็กงี่เง่าไม่มีเหตุผล แย่งมือถือพร้อมพูดเกลี้ยกล่อม“มู่มู่จ้ะ อากับพี่ใหญ่ปรึกษากันแล้ว พวกเราจะไม่ทะเลาะกับหนูแล้ว”“อาเพิ่งออกมาจากสถานีตำรวจ ถูกคนไล่ตามต่อว่าตลอดทาง”“ตอนนี้ในโลกออนไลน์รู้เรื่องนี้กันหมด ล้วนต่อว่าพวกเราโลภมากไม่รู้จักพอ พูดว่าพวกเราขโมยเงินลูกหลานใช้ พวกเราไม่ได้หมายความแบบนั้นจริง ๆ”“พวกอะไรนะ บ้านกับรถถ้าขายแล้วเราจะเพิ่มให้ครบจำนวน เธออย่าฟ้องอีกเลยนะ อาไม่อยากติดคุกจริง ๆ!”เย่มู่มู่เข้าใจสีหน้าและฝีปากของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างดีพวกเขาได้รับสิ่งกระตุ้นอะไร ถึงได้เปลี่ยนใจกะทันหัน!เพราะตำรวจให้การศึกษาเชิงความคิดกับพวกเขา?หรือเพราะได้สัมผัสความลำบากข้างในสถานที่คุมขังผู้ต้องสงสัย และไม่อยา
“กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว
คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว
“ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ
เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู
การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข
เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา
บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน
ครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงซ่งตั๋วประกาศคำสั่ง กองทัพธงเหลืองทั้งหมดต่างพากันทิ้งอาวุธและยอมจำนนทหารกว่าสิบหมื่นนาย นอกจากผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบแล้ว!ที่เหลือล้วนแต่ยอมจำนน!พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ชูอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ก้มหน้าลงต่ำด้วยความพ่ายแพ้ ตามธรรมเนียมของสงครามที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจะมีเพียงสองทางเลือกถูกสังหารในที่นั้น หรือกลายเป็นทาส ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยเหมือนตายทั้งเป็นแต่พวกเขาอยากเสี่ยงเดิมพัน!พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวบ้านผู้หิวโหยที่ไม่มีทางรอด จึงมาสมัครเป็นทหารของกองทัพธงเหลืองเพราะรู้ว่าที่นี่มีเสบียงให้กิน พวกเขาจึงเข้าร่วมหากยังพอมีอาหารให้ประทังชีวิต แม้ไม่ใช่ทาส แม้ต้องลงเหมืองทำงานหนัก พวกเขาก็ยอม!ขอเพียงได้รับค่าตอบแทนตามกำหนด ได้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวพวกเขายอมทำทุกอย่าง!ซ่งตั๋วสั่งให้ทหารผ่านศึกเข้ายึดอาวุธจากผู้ที่ยอมจำนนให้คนที่ยอมจำนนยืนเข้าแถวทีละคน เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับจำนวนจ้านเฉิงอิ้นยืนอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม ซากศพเกลื่อนกลาดทั่วทุกหนแห่ง~ชนะแล้ว!พวกเขาชนะแล้ว!เดิมที คิดว่า
ความมุ่งมั่นในการต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะสลายไปหมดแล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะเดินมาถึงจุดนี้!ไม่ยินยอมยิ่งนัก!ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงไม่ยอมจำนน คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่...”ด้านหลังของเขา ซ่งตั๋วรังเกียจที่เขาส่งเสียงดัง จึงใช้ดาบในมือฟาดเขาจนสลบ“ยุ่งยากเสียจริง!”หลีชิงกับสวีจู้กล่าวว่า “ชื่อเสียงของคนผู้นี้ไม่ได้แย่นัก เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไยมู่ฉีซิวถึงได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ให้กับเขา!”ซ่งตั๋วกล่าวว่า “ด้วยความภักดีของเขา สามารถรับตำแหน่งที่สำคัญของมู่ฉีซิวได้ ก็ไม่น่าประหลาดใจอันใด!”ในตอนนี้ ซ่งตั๋วขึ้นไปบนรถคันเล็กของมั่วฝาน นำลำโพงที่อยู่ตรงเบาะหลังของเขา ย้ายไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถทั้งหมดหลังจากนั้นก็ขับรถไล่ตามไปยังทิศทางที่ทหารของกองทัพธงเหลืองหลบหนีไปไล่ตามไปด้วย ตะโกนใส่ลำโพงประกาศเสียงขนาดใหญ่ไปด้วย“ผู้ที่ยอมจำนน และมอบอาวุธจะไม่ถูกสังหาร!”“ผู้ที่หันมาพึ่งพิงกองทัพตระกูลจ้านและสร้างผลงาน ไม่มีตำแหน่งขุนนางชั้นสูง ไม่มีที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งพันหมู่ให้!”“ทหารกองทัพตระกูลจ้านมีอาหารวันละส