Share

Chapter 9. แววตาชื่นชม    

นิ้วมือเล็ก ๆ ขยับพร่างพรมบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างชำนาญ   ชายหนุ่มหน้าตี๋ร่างสูงผมสั้นสีน้ำตาลแดงยืนมองอยู่ข้างคอมพิวเตอร์สีซีดด้วยแววตาชื่นชม   เขาเหลียวมองบรรยากาศในร้าน “หมูหยองอินเตอร์เนท” ที่เห็นจนชินตาแต่ความรู้สึกกลับสดใสมากกว่าเมื่อครั้งที่เจ้าของร้านยังอยู่       

ราวกับว่าร้านเนทเล็ก ๆ ที่มีคอมพิวเตอร์ให้บริการอยู่ประมาณสิบสองเครื่องได้รับความดูแลอย่างดี พื้นห้องก็สะอาด  ถังขยะที่ไม่มีขยะล้นให้รำคาญลูกตา  ประตูกระจกก็ใสสว่างไม่มีคราบฝุ่น หรือเป็นเพราะพนักงานดูแลร้านคนใหม่ที่เพิ่งประจำการได้เพียงอาทิตย์เศษคนนี้

            “เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ตั้ม”

            “อ้อ!”

            ตั้มหันมาตามเสียงเรียกของเด็กสาวที่ยิ้มหน้าแป้นอยู่หน้าคอมพ์เธอหมุนเก้าอี้เลื่อนมารอรับกระดาษที่ไหลออกมาจากเครื่องปริ๊ตเตอร์

            “ใบเสนอราคาค่ะ ค่าปริ๊ตแผ่นละห้าบาท ส่วนค่าบริการเอาเป็นซามูไรเบอร์เกอร์ชิ้นหนึ่งนะคะ”  

            “โหนี่เหรอราคากันเอง งั้นพี่ขอราคาปกติดีกว่ามั้ง”    ชายหนุ่มหัวเราะจนตาหยี

 “เอ่อ…แล้วที่พี่ให้หาข้อมูลประกวดยังดีไซด์เนอร์อะไรนั่นละ”

“พรุ่งนี้ได้ไหมค่ะ  โซดาsaveมาแล้วแต่มันต้องทำเป็นwordก่อนถึงจะปริ๊ตได้นะคะ”

 ยังไม่ทันที่โซดาจะพูดจบประโยคเสียงโทรศัพท์มือถือของตั้มก็ดังขึ้น  หนุ่มตาหยีก็หมุนตัวไปคุยโทรศัพท์อยู่มุมร้าน ภาพของเพื่อนพี่ชายคนนี้จะดูเหมือนชอบปะทะคารมกับสาวมั่นนามน้ำหวานทุกฉากทุกตอน  แต่ไม่มีอะไรเลยที่ชายหนุ่มจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องราวของอีกฝ่าย รวมทั้งสิ่งที่เป็นความใฝ่ฝันของเธอคนนั้นอีกด้วย      โซดาระบายยิ้มน้อย ๆ  นึกอยากมีใครสักคนที่มาค่อยดูแลและห่วงใยแบบที่ตั้มทำให้น้ำหวานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย   จู่ ๆ ผีหนุ่มร่างโปร่งใสก็ก้าวทะลุประตูกระจกของร้านเนทเข้ามาสบตากับโซดา     ที่นั่งใจลอยอยู่ใกล้ประตูแล้วโบกมือบกไม้ทักทาย

“ฮ่วย!”    โซดาสะดุ้ง  “นายวุ่นวาย! อย่าจู่ ๆ ก็โผล่มาอย่างนี้ซิ”

สาวโซดาเผลอตะคอกเสียงดัง จนลูกค้าที่อยู่ในร้านสามคนสะดุ้งรวมทั้งเพื่อนพี่ชายที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หันมามองอย่างตกใจ 

“เอ่อ...โซดาซ้อมร้องเพลงค่ะ เพลงใหม่โหลดจากเนทค่ะ...จู่ ๆ เธอก็มาโผล่ในหัวใจฉัน…เย้...เย่”

            “จะเป็นนักร้องหรือนักเขียนกันแน่”  

 ตั้มหัวเราะไม่จริงตัง โซดาแสร้งยิ้มหัวเราะตามแต่หันไปทำหน้าดุใส่คุณวิญญาณเร่ร่อน   คนถูกดุก้มศีรษะขอโทษก่อนจะเดินมานั่งใกล้ ๆ สาวโซดาโดยที่ไม่มีใครในร้านรู้สึกถึงการมาเยือนของเขาเลย

            “เอ๊ะ พี่ตั้มเปลี่ยนมือถือใหม่อีกแล้วเหรอค่ะ”    เด็กสาวถามพลางยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ

            “ฮืม อันนี้ถ่ายรูปได้นะ ว่าแต่ทำไมเราไม่มีสักเครื่องละ ไอ้เบียร์ขี้เหนียวขนาดนี้เลยเหรอ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้น พี่เบียร์บอกว่ารอเงินเดือนออกก่อนนะค่ะ อีกอย่างโซดาก็ไม่ได้จำเป็นต้องใช้อะไรด้วย”

            “นั่นนะซิ...งั้นพี่ขอลองมือถือหน่อยละกัน”   ตั้มยกโทรศัพท์เครื่องเท่ห์ถ่ายรูปน้องสาวเพื่อนทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายเก๊กหน้า

            “พี่ตั้มอ่ะ จะถ่ายรูปก็บอกก่อนซิ ไหนดู ไม่เห็นสวยเลยหลับตาด้วย ถ่ายใหม่เดี๋ยวนี้นะ” 

            “ได้ขอรับคุณหนู”

            ตั้มทำเสียงล้อเลียน โซดาเสยผมที่รุยร่ายขึ้นเธอมักจะรวบผมยาวเคลียบ่าขึ้นเป็นหางม้าดูทะมัดทะแมง  เสี้ยววินาทีหนึ่ง   เธอฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้จึงหันไปทางที่วิญญาณหนุ่มนั่งยิ้มหน้าจืดอยู่ไม่ห่างกันนัก

            “เปลี่ยนมุมบ้างซิ ถ่ายตรง ๆ หน้าบานเป็นจานดาวเทียมแน่เลย”  

            “ครับ-ครับคุณหนู”

            เด็กสาวขยับตัวลากเก้าอี้ไปใกล้เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง ไม่มีใครเห็นว่ามีร่างชายหนุ่มสวมแว่นตาทรงกลมนั่งอยู่           เธอเอียงคอเล็กน้อยทำท่าเก๋ แต่ใบหน้าไร้เครื่องสำอางเกือบชิดแก้มของอีกฝ่าย  คุณผีวุ่นวายเหลียวมองอย่างตกใจ            แต่ยังไม่ทันเบี่ยงตัวออก ชายหนุ่มหน้าตาหยีก็ยกนิ้วทำท่าโอเค

            “สวยพอไหมครับคุณหนู”

            ตั้มยืนโทรศัพท์มือถือให้ดูรูปภาพในจอเล็ก ๆ  รอยยิ้มบนใบหน้าหวานสดใสกลับเลือนหายไปทันทีเมื่อในรูปนั้นมีเพียงเธอคนเดียว

            “ขออีกรูปได้ไหมคะ เอาแบบเห็นวิวข้าง ๆ ด้วย อย่าถ่ายหน้าโซดาใกล้ ๆ เดี๋ยวเห็นเม็ดสิว”

            “ครับ ได้ครับคุณหนู เอ้า! หนึ่ง สองสาม”

            คราวนี้ภาพที่ได้มาก็ไม่ต่างจากเดิม แม้จะเป็นภาพถ่ายมุมกว้าง สีหน้าของโซดาไม่อาจซ่อนรอยเศร้าได้หมด      ทำให้เพื่อนพี่ชายรู้สึกกังวลไปด้วยแม้จะไม่รู้สาเหตุก็ตาม

            “ไม่มีอะไรหรอก เอ่อ...โซดาคิดพล็อตนิยายอยู่ แบบว่านางเอกอยากถ่ายรูปผีที่ชอบทำตัววุ่นวายนะค่ะ”    ไม่พูดเปล่าแต่ส่งสายตาประชดประชันไปยังผีหนุ่มที่ยืนตัวลีบอยู่ไม่ห่างนัก

            “เฮ้ย! ถ้าถ่ายรูปผีติดก็มีแต่ชัตเตอร์กดติดวิญญาณแล้ว เออ...เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อน  ที่อู่ไม่มีคนดูแล ขอบใจนะสำหรับใบเสนอราคาเนี่ย”

            เด็กสาวโบกมือให้แทนคำลา   เธอหันกลับมาสนใจคุณผีเร่ร่อนที่ชอบหน้าตาบ้องแบ๊วเหมือนลูกแมวหลงทาง  เขาขยับเข้ามานั่งที่หน้าคอมพ์ใกล้ประตูทางเข้า-ออกร้าน  ซึ่งเป็นที่ประจำของว่าที่นักเขียนดาวรุ่งที่มีความมุ่งมั่นแต่ยังเขียนนิยายไม่จบสักเรื่อง

            “ฉันนึกว่าถ่ายรูปนายติดจะได้เอาไปประกาศหาคนหายได้”

            “ผมอาจมีพลังงานในตัวเองไม่มากพอที่จะแสดงรูปร่างให้ใครเห็นมั่งครับ”   เขาลังเลว่าจะบอกเธอดีไหมว่าเขาไม่ใช่คน เอ่อ วิญญาณในยุคนนี้  

            “นั่นนะซิ...เพราะนอกจากนายแล้วฉันก็ไม่เคยผีที่ไหนเลย”

            “แต่ผมว่าตอนนี้มีคนมองคุณอยู่นะ”

            โซดาหันไปทางที่นายวุ่นวายบุ้ยปากให้  ลูกค้าในร้านหันมามองอย่างงง ๆ เหมือนเห็นเธอสติไม่เต็ม

            “เอ่อ...ซ้อมบทสนทนาที่จะใช้เขียนนิยายนะค่ะ แหะๆ”

            เด็กสาวได้แต่ทำหน้างอรู้สึกอับอายครั้งแล้วครั้งเล่าที่เธอเผลอพูดคุยกับนายวุ่นวายต่อหน้าคนอื่นจนใครต่อใครคิดว่าเธอเริ่มมีอาการเพี้ยนเพราะอยากเป็นนักเขียน

กว่าสัปดาห์หนึ่งแล้วที่ชีวิตที่แสนธรรมดา   ของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดผู้เดินทางมาจากขอนแก่นเริ่มไม่ธรรมดาจนกลายเป็น “คนเพี้ยน”ในสายตาคนทั่วไป ก็ตั้งแต่มีวิญญาณเร่ร่อนที่แสนอาภัพจำไม่ได้แม้แต่ชื่อของตนเอง    หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรคืบหน้ากับการตามหาร่องรอยของนายวุ่นวายเลย

โซดาก็เริ่มทำงานพิเศษที่ร้าน “หมูหยองอินเตอร์เนท” ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าของร้านกำลังจะแต่งงานและย้ายไปอยู่กับว่าที่ภรรยาช่วยกันทำกิจการหมูแผ่นแสนอร่อย  แต่ตอนนี้ยังหาคนมาเซ็งกิจการต่อไม่ได้ เลยอยากได้พนักงานมาดูแลร้านที่มีคอมพิวเตอร์อยู่สิบสองเครื่องสักคนไปพลาง ๆ ก่อน            ก็พอดีกับที่โซดาย้ายมาอยู่กับเบียร์ และกำลังหาหาพิเศษทำก่อนเปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายน  

 ร้านเล็ก ๆ ไม่ได้มีอะไรต้องดูแลยุ่งยากนัก แถมเจ้าของร้านก็ไม่แวบไม่ตรวจงานเลย  ทำให้โซดาเหมือนเจ้าของร้านไปทุกที แอบปิดร้านครึ่งวันหนีไปอยู่ร้านหนังสือก็ไม่มีใครว่าเพียงแค่ช่วงนี้ปิดเทอมจึงมีเด็ก ๆ มาเล่นเกมออนไลน์มากขึ้นกว่าปกติ    เปิดร้านสิบโมงเช้าปิดร้านสองทุ่มเดินจากบ้านมาที่ร้านแค่สิบห้านาที  พี่ชายจะทำข้าวกล่องไว้ให้ทุกเช้าก่อนไปทำงาน              เรียกได้ว่าเธอแทบไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายใด ๆ  แต่งตัวยังไงก็ได้ตามแต่ความพอใจ             บางวันก็มีลูกค้าเอางานมาจ้างปริ๊ต แต่เธอไม่รับพิมพ์รายงานหรือเอกสาร เพราะไม่ชอบทำงานแข่งกับเวลา ยกเว้นบางอย่างที่จำเป็น เจ้าของร้านก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร   แค่เธอทำบัญชีรายรับ-จ่ายในร้านและโอนเงินเข้าตามหมายเลขธนาคารที่เจ้าของร้านให้ไว้ก็หมดหน้าที่ของเธอแล้ว   อะไรมันจะสบายไปกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว

            แต่เรื่องที่มันยุ่งยากกว่านะคือจะจัดการยังไงกับเจ้าผีความจำเสื่อมตัว เอ๊ย คนนี้..ดีนะ

            “ท่าทางคุณตั้มใส่ใจคุณน้ำหวานมากจังนะครับ”

เสียงคุณผีความจำเสื่อมเอ่ยขึ้นเบา ๆ  โซดาเดินไปล๊อกประตูก่อนเดินกลับมานั่งนับเงินในลิ้นชักโต๊ะ  นาฬิกาที่อยู่ข้างคอมพิวเตอร์บอกเวลาสองทุ่มเศษแล้ว  

Related chapter

Latest chapter

DMCA.com Protection Status