กิจการของร้านอวิ๋นหย่านับวันยิ่งคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆพวกซ่งรั่วเจินสามคนนั่งอยู่ไม่ไกลนัก ฟังสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน“ความสามารถของคุณชายฉินดีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?” อวิ๋นเนี่ยนชูรู้สึกประหลาดใจอวิ๋นเฉิงเจ๋อขมวดคิ้ว “เรียงความนี้ไม่น่าจะเป็นฝีมือของฉินเซี่ยงเหิง แต่กลับเหมือนลักษณะการเขียนของ...สหายอี้อัน”ซ่งรั่วเจินย่อมรู้ดีว่านี่คือผลงานของพี่ชายคนรองของตน เดิมทีคิดว่าฉินเซี่ยงเหิงต้องการสร้างชื่อเสียงในการสอบฤดูใบไม้ผลิ แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะอดทนไม่ไหวถึงเพียงนี้เห็นท่าทางยโสโอหังเช่นนั้น ก็เป็นบุคลิกของเขาอย่างแท้จริงนางหวังให้ฉินเซี่ยงเหิงทำตัวหยิ่งผยองมากกว่านี้อีกสักหน่อย ตอนนี้ยิ่งเขายโสโอหังมากเท่าไร วันที่ความจริงถูกเปิดเผยก็จะยิ่งตกต่ำลงมากเท่านั้น“พี่หญิง ท่านมาทำอะไรที่นี่ หรือว่าถูกความสามารถของคุณชายฉินดึงดูดใจเสียแล้ว?”ดวงหน้าเล็กของอวิ๋นซีหว่านฉายแววประหลาดใจ นางยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้ขึ้น เมื่อสายตาของนางตกอยู่บนตัวอวิ๋นเฉิงเจ๋อ แววตาลึกซึ้งพลันปรากฏขึ้น“ข้าได้ยินท่านพ่อบอกว่า แม่ใหญ่มีความคิดที่จะให้ท่านแต่งกับคุณชายฉิน ตอนแรกข้าก็ไม่เชื่อ แต่ตอนน
“ข้า...ข้าเพียงแค่บังเอิญมาที่ร้านอวิ๋นหย่าแล้วพบเข้าพอดีเท่านั้นเอง พี่หญิงต้องกล่าวคำให้แสลงใจถึงเพียงนี้ด้วยหรือ?”อวิ๋นซีหว่านเม้มริมฝีปาก พลางเบนสายตาไปหาอวิ๋นเฉิงเจ๋อ “พี่เฉิงเจ๋อ ท่านดูพี่หญิงสิ เหตุใดนางจึงคิดร้ายต่อข้าเช่นนี้?”อวิ๋นเฉิงเจ๋อวางถ้วยชาในมือลง สายตาเย็นชา “แล้วเจ้าพูดจาดีงั้นหรือ?”อวิ๋นซีหว่าน “...!”“ข้าเห็นว่าข้างกายพี่ฉินของเจ้านั้นเหมือนจะมีสตรีอื่นอยู่ด้วยนะ เจ้าจะไม่รีบไปดูหน่อยหรือ หากโดนผู้อื่นแย่งไปจะทำอย่างไร?”ซ่งรั่วเจินยิ้มน้อย ๆ สายตาจับจ้องไปยังจ้าวซูหว่านที่อยู่ไม่ไกล น่าสนุกจริง ๆ เลยเชียว!อวิ๋นซีหว่านหันมอง เมื่อเห็นจ้าวซูหว่านก็ขมวดคิ้วโดยพลัน สตรีนางนี้มาอีกแล้วหรือ?“ในเมื่อพี่หญิงไม่ชอบข้า เช่นนั้นข้าก็ขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ”อวิ๋นซีหว่านทิ้งคำพูดเสียดสีก่อนจะรีบจากไป ดูแล้วราวกับได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างไรอย่างนั้น อวิ๋นเนี่ยนชูหน้าตาบึ้งตึง ในใจหวนนึกถึงแววตาที่อวิ๋นซีหว่านมองญาติผู้พี่ของตน หรือว่านางจะมีใจให้ญาติผู้พี่เช่นกัน?นางคิดว่าควรกลับไปคุยกับมารดาเรื่องให้อวิ๋นซีหว่านแต่งกับฉินเซี่ยงเหิงเสียเลย ต่อไปจะได้ไม่ต้องเ
เขาได้กำชับไว้แล้วว่า ก่อนการสอบใหญ่ในฤดูใบไม้ผลิ ห้ามไม่ให้นางมาพัวพันใด ๆ กับเขาเด็ดขาด หากชื่อเสียงของเขาถูกทำลาย ย่อมส่งผลกระทบต่อเส้นทางขุนนางของเขาเป็นแน่“คุณหนูจ้าว เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?” ฉินเซี่ยงเหิงถามด้วยท่าทีแสร้งทำเป็นประหลาดใจสีหน้าของจ้าวซูหว่านเปลี่ยนไปทันที เขาถึงกับเรียกนางว่า ‘คุณหนูจ้าว’ งั้นหรือ?อวิ๋นซีหว่านเห็นท่าทีเย็นชาของฉินเซี่ยงเหิง นางจึงได้รู้สึกโล่งอก รอยยิ้มของนางจึงดูอ่อนหวานและเย้ายวนมากขึ้น“พี่ฉิน ข้าคิดว่าคุณหนูจ้าวเพียงบังเอิญผ่านมาเท่านั้น รีบอ่านบทกวีที่ท่านแต่งให้พวกข้าฟังเถิด ข้ารอคอยมานานมากแล้ว”“ใช่แล้ว ๆ สหายฉิน รีบอ่านให้พวกเราฟังเถิด” เฉียนเหว่ยกล่าวพลางยิ้มเมื่อได้ยินคำชมเหล่านั้น ฉินเซี่ยงเหิงก็ละความสนใจจากจ้าวซูหว่านไปในทันที เขายื่นบทกวีในมือตนให้ผู้อื่นดูอีกครั้งด้วยความลำพองใจ ซึ่งก็ได้รับคำชมเชยอย่างมากมายอีกคราจนกระทั่งเขาไปเข้าห้องน้ำ ก็ถูกจ้าวซูหว่านดึงไปคุยอีกด้านหนึ่ง“พี่เซี่ยงเหิง ไยท่านจึงทำกับข้าเช่นนี้?”ฉินเซี่ยงเหิงหัวเราะเบา ๆ “ดูจิตใจคับแคบของเจ้าเถิด หึงข้าหรือ?”“ท่านกับอวิ๋นซีหว่านมีความสัมพันธ์เช่
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นเนี่ยนชูปลอดภัยดี อวิ๋นเฉิงเจ๋อจึงตระหนักได้ว่าตนเองทำเกินขอบเขตไป“ขออภัย”เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว พร้อมกลับไปปั้นหน้าเย็นชาและทำท่าทีห่างเหินเช่นเดิม“เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เดินระวังหน่อย”อวิ๋นเนี่ยนชูพยักหน้าแล้วมองไปที่ซ่งรั่วเจินด้วยความซาบซึ้งใจ “โชคดีที่รั่วเจินช่วยข้าไว้ ไม่เช่นนั้นข้าคงแย่แน่...”“พี่ชาย ข้าเจ็บเหลือเกิน ทั้งใบหน้าและมือของข้าก็เจ็บไปหมด...” อวิ๋นซีหว่านพูดทั้งน้ำตาอวิ๋นเฉิงเจ๋อเดินผ่านอวิ๋นเนี่ยนชูไปยังข้างกายอวิ๋นซีหว่าน เขามองไปยังสาวใช้ของอวิ๋นซีหว่านและพูดว่า “พยุงคุณหนูรองไปที่รถม้า”“เจ้าค่ะ คุณชาย”“เจ้ารีบเชิญหมอไปที่จวน อย่าได้ล่าช้า” อวิ๋นเฉิงเจ๋อหันไปสั่งบ่าวรับใช้ข้างกายผู้จัดการร้านอวิ๋นหย่ารีบวิ่งมาก่อนจะตวาดใส่เสี่ยวเอ้อร์ว่า “เจ้าตาไม่ดีหรือไร กล้าทำน้ำแกงร้อนหกใส่คุณหนูอวิ๋น จะหาเรื่องตายหรืออย่างไร!”เสี่ยวเอ้อร์ที่ถูกน้ำแกงร้อนลวกจนแดงไปทั้งตัว แก้ตัวอย่างน้อยใจว่า “ผู้จัดการ ไม่ใช่ว่าข้าน้อยพลาดเสียหน่อย นางต่างหากที่ชนข้า...”“เจ้ายังกล้าเถียงอีกหรือ!” ผู้จัดการร้านหน้าถมึงทึง ยกมือขึ้นตบไปหนึ่งฉาด แล้วหันไป
“นางใช้เล่ห์กลของตัวเอง มีหน้ามาถามเอาความจากข้าด้วยหรือ?” ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว “ยิ่งไปกว่านั้น...ข้าดูเหมือนคนที่จะกลัวนางหรือ?”เฉินเซียงอึ้งไปครู่หนึ่ง “คุณหนู ก่อนหน้านี้ท่านมิได้พูดว่าวิญญูชนมิควรทำให้ตนเองอยู่ในภัยอันตรายหรอกหรือเจ้าคะ?”“ใช่” ซ่งรั่วเจินพยักหน้า “แต่ตัวข้านั้นหาใช่วิญญูชน ข้าเป็นสตรี”ฉู่จวินถิงที่กำลังนั่งจิบชาอยู่บนชั้นสองได้ยินคำพูดของหญิงสาวก็อดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอไม่ได้สมกับเป็นนิสัยของนางโดยแท้“ช่างบังเอิญนัก มาดื่มชาก็ยังเจอเหตุการณ์เช่นนี้ได้?” ฉู่อวิ๋นกุยอุทานด้วยความประหลาดใจเขาจงใจชวนพี่สามออกมาเพื่อดูว่าแม่นางซ่งจะมาเที่ยวชมทะเลสาบหรือไม่ แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลยต่อมาได้ยินว่าฉินเซี่ยงเหิงเขียนเรียงความใหม่อันยอดเยี่ยมออกมา และกำลังอ่านอยู่ที่ร้านอวิ๋นหย่า พวกเขาจึงได้มาดื่มชาที่โรงน้ำชาข้าง ๆ กัน คิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นเหตุการณ์นี้เข้า“ได้ยินว่าสกุลอวิ๋นตั้งใจจะหมั้นหมายกับสกุลฉิน คนที่กำหนดไว้คืออวิ๋นเนี่ยนชู แต่อวิ๋นซีหว่านกลับได้รับบาดเจ็บ นี่นางก่อเรื่องเองรับกรรมเองหรือ?”ฉู่อวิ๋นกุยส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ แม้ว่าตัวเขาจะเป็นบุรุษ แต
“เจ้าค่ะ เป็นข้าเอง” ซ่งรั่วเจินพยักหน้าเบา ๆ“ก่อนหน้านี้ข้าเกรงว่าท่านแม่จะกังวล จึงมิได้บอกอะไร คิดว่าจะรอจนรักษาหายแล้วค่อยแจ้งข่าวดีแก่ท่าน”นี่ไม่ใช่ความคิดของนางคนเดียว แต่ยังเป็นความคิดของพี่ชายทั้งสองด้วยเมื่อเริ่มการรักษา ไม่ว่าจะเป็นซ่งอี้อันหรือซ่งจืออวี้ ต่างก็ไม่เชื่อในความสามารถทางการแพทย์ของนาง พวกเขาตอบตกลงเพียงเพราะคิดเอาใจน้องสาวเท่านั้น“นี่...นี่เจ้าก็เรียนรู้ด้วยหลังจากที่หมดสติไปงั้นหรือ?” หลิ่วหรูเยียนอดถามไม่ได้“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” ซ่งรั่วเจินตอบอย่างไม่ลังเลอย่างไรเสียคำอธิบายนี้ก็ยังฟังดูง่ายกว่าการบอกว่าจิตวิญญาณของนางมาเข้าสู่ร่างนี้หลิ่วหรูเยียนเช็ดหยาดน้ำสีใสที่หางตา จับมือนางขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นบุตรีที่คุ้นเคย ก็รู้สึกโล่งใจ“เจินเอ๋อร์ โชคดีที่มีเจ้า มิฉะนั้นพี่รองของเจ้าคง...”ซ่งรั่วเจินกุมมือของผู้เป็นมารดา “ท่านแม่ ตระกูลซ่งของพวกเราจะไม่ล้มลงง่าย ๆ เด็ดขาดเจ้าค่ะ ตอนนี้พี่รองกลับมามองเห็นแล้ว รอเพียงผลการสอบฤดูใบไม้ผลิออกมาอย่างดีเยี่ยม แล้วใครจะกล้ามาดูแคลนเราอีกเล่าเจ้าคะ”ซ่งรั่วเจินเห็นความยากลำบากของหลิ่ว
ที่หน้าประตูห้อง บ่าวชายและหญิงใช้ต่างพากันตะโกนเรียกด้วยความร้อนใจ แต่ประตูด้านในถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาไม่ว่าจะผลักอย่างไร ประตูก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย และด้านในก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ๆ“คุณชาย ท่านอย่าทำให้พวกบ่าวตกใจกันเลย รีบเปิดประตูเถิดเจ้าค่ะ!”ซ่งรั่วเจินรู้สึกได้ทันทีว่าภายในห้องมีกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านไปทั่ว คิ้วเรียวของนางขมวดเข้าหากัน ทั้งที่เมื่อวานยังไม่เป็นเช่นนี้ เพียงแค่ข้ามคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?“ปัง!”ประตูใหญ่ถูกถีบเปิดออกอย่างกะทันหัน!ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นคุณหนูห้าผู้ที่เคยอ่อนแอ บัดนี้กลับยกเท้าขึ้นถีบประตูที่ลงกลอนอย่างแน่นหนาจนเปิดออก ตัวกลอนหลุดออกจากบานประตูร่วงลงมากองที่พื้น แยกออกเป็นสองท่อน…คุณหนูห้าแข็งแกร่งเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?แต่บัดนี้ ไม่มีใครใส่ใจเรื่องอื่นใดอีกแล้ว ทุกคนต่างพากันรีบวิ่งเข้าไปในห้อง พบว่าซ่งเยี่ยนโจวนอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเผือด ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย“คุณชาย ท่านอย่าทำให้กวนเหยียนตกใจเช่นนี้นะขอรับ” คนรับใช้คนสนิทอย่างกวนเหยียนคุกเข่าลงข้างเตียง มือสั่นเทาเอื้อมไปตรวจดูการหายใจ เมื่อพบว่ายังมีลมหายใจ เขาก็ปล
“ท่านหมอ นี่เป็นพิษอะไรกันแน่?” ซ่งอี้อันถามด้วยเสียงเคร่งขรึม“นี่คือพิษหมื่นบุปผา”ทันทีที่ทุกคนได้ยินชื่อพิษนี้ สีหน้าของผู้คนในห้องต่างก็เปลี่ยนไปทันใดพิษหมื่นบุปผานั้นเป็นพิษร้ายแรง ทุกคนล้วนเคยได้ยินชื่อของมัน แต่ไม่คาดฝันว่าจะมีวันหนึ่งที่มันจะปรากฏขึ้นในจวนของพวกเขา“พิษนี้จะเข้าสู่ร่างกายทางปาก จากอาการของคุณชายใหญ่ที่แสดงให้เห็นในตอนนี้ คาดว่าน่าจะได้รับพิษในช่วงเที่ยงวัน”ซ่งรั่วเจินฟังคำวิเคราะห์ของท่านหมอหยาง ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของนางทุกประการ ทำให้นางเห็นว่าท่านหมอหยางเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ และฝีมือทางการแพทย์ก็ไม่เลวเลยทีเดียว“รีบไปสืบหาเดี๋ยวนี้ว่าใครมันบังอาจวางยาพิษเยี่ยนโจว!”ใบหน้าของหลิ่วหรูเยียนเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ นางมั่นใจว่าจะต้องมีคนซื้อตัวบ่าวไพร่ให้ลงมือวางยาพิษเป็นแน่หากมิอาจหาตัวคนร้ายออกมาได้ เกรงว่าคงไม่ใช่เพียงเยี่ยนโจวผู้เดียวที่ตกอยู่ในอันตราย แต่ทุกคนในจวนก็คงต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกันซ่งจืออวี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไว้ล่วงหน้าแล้ว ขณะที่ซ่งอี้อันกับหลิ่วหรูเยียนร่วมกันสอบสวนอย่างละเอียด พวกเขาจะต้องจับตัวคนร้ายให้สำเร็จ
“อะไรกัน? คงไม่ได้ร้อนตัวจึงไม่กล้าหรอกนะ?” ฉู่อวิ๋นกุยพูดเสียดสี“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเขาจงใจให้ร้ายข้า พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขาพูดนะเจ้าคะ”เฉียนหย่าหลินมองไปทางนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนด้วยความร้อนใจ ทว่าชั่วขณะนี้ หัวใจของนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนล้วนเย็นเฉียบไปหมดแล้วแม้นางจะไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ท่าทีในเวลานี้ของนางก็บ่งบอกทุกอย่างแล้วนางกำลังร้อนตัวและหวาดกลัว“หย่าหลิน เหมียวเหมียวเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเจ้า ตอนนั้นเจ้าอายุแค่สิบขวบ ทำเรื่องโหดร้ายอำมหิตเช่นนั้นลงไปได้อย่างไร?”แววตานายท่านเฉียนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขารู้ว่าเฉียนหย่าหลินมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ สิ่งเหล่านี้ในสายตาเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ขอแค่พวกเขาให้อภัยและอดทนอดกลั้นหน่อยก็พอแล้วแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่านางจะสามารถลงมือโหดเหี้ยมต่อน้องสาวแท้ๆ ได้เช่นนี้!“ไม่ ข้าเปล่านะ” เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าไปมาซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว “มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไม่ยอมพูดความจริงอีก เห็นทีคงได้แต่ใช้มาตรการเล็กน้อยเสียแล้ว”ทันใดนั้นก็เห็นซ่งรั่วเจินเขียนยันตร์แผ่นหนึ่งออกมากลางอากาศ จุดแต้มรัศมีสีทองพลันปราก
“วันนั้นข้าเห็นกับตาตัวเองว่าเฉียนหย่าหลินปรากฏตัวขึ้นบริเวณใกล้ๆ นางวิ่งหนีไปอย่างลนลาน ตอนนั้นข้าพูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ” เฉิงเฉินกล่าว“พวกเจ้าพูดเหลวไหล!” เฉียนหย่าหลินร้อนใจเสียแล้ว หันไปพูดกับบิดามารดาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขานะเจ้าคะ พวกเขาอยากปัดความรับผิดชอบจึงจงใจพูดเช่นนี้!”เฉิงเฉินกลับมีสีหน้าจริงจัง “เรื่องในปีนั้น ทางการก็สืบสวนแล้ว ตอนนั้นข้าพูดถึงเรื่องนี้ในคำให้การ พวกท่านสามารถไปหาคำให้การในปีนั้นที่ศาลาว่าการได้ เพียงอ่านก็จะทราบเอง!”เขาจำเรื่องในตอนนั้นได้อย่างชัดเจน ตอนพูดออกมายังถูกคนในครอบครัวตำหนิเอายกหนึ่ง บอกว่าเขาพูดจาเหลวไหล ดังนั้นต่อมาเขาจึงไม่ได้พูดถึงอีกเมื่อครู่ได้ยินท่านป้าจ้าวบอกว่าเฉียนหย่าหลินเคยทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นมาตั้งแต่สมัยเด็ก เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าตอนนั้นตนเองไม่ได้ดูผิด ผู้ร้ายสังหารคนก็คือเฉียนหย่าหลิน!“หย่าหลิน เจ้าไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้ใช่หรือไม่?” นายหญิงเฉียนพุ่งไปตรงหน้าเฉียนหย่าหลิน ในดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรน นางไม่เชื่อว่าลูกสาวจะทำเรื่องพรรค์นี้เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าติดต่อกัน สีหน้าแลดูบริสุทธิ์ยิ่ง “แน่นอนส
นายหญิงจ้าวถ่มน้ำลาย พวกเขาช่างอับโชคโดยแท้ ถึงขั้นถูกพวกสวะเหล่านี้ตามรังควานอยู่ได้!นายท่านเฉียนได้ยินถ้อยคำนี้ก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “คำนี้ของพวกเจ้าหมายความว่าอันใด?”“ปีนั้นคนที่ทำร้ายเหมียวเหมียวจนตายเป็นลูกสาวตัวดีของพวกเจ้า!” นายท่านจ้าวพูดด้วยสีหน้าแข็งทื่อดุจเหล็ก“ลูกสาวของพวกเรา?” นายหญิงเฉียนอึ้งงัน จากนั้นสบถด่าออกมา “พวกเจ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่หรือไม่? เพื่อปัดความรับผิดชอบ แม้แต่ถ้อยคำเช่นนี้ก็พูดออกมาได้!”สายตานายหญิงจ้าวเปี่ยมความเย้ยหยัน “เฉียนหย่าหลินอุปนิสัยเยี่ยงไรพวกเจ้าไม่รู้หรือ? ใจคอโหดร้ายตั้งแต่เด็ก แม้แต่ตอนที่เหมียวเหมียวยังอยู่ นางทำเรื่องเพราะความริษยาออกมาน้อยกระนั้นรึ?”“ที่ผ่านมาไม่ใช่เจ้าเล่าให้ข้าฟังว่าเหมียวเหมียวเพิ่งเปลี่ยนชุดกระโปรงก็สกปรกแล้ว บ้างก็ปิ่นปักผมที่เจ้ามอบให้นางหายไป”“เจ้าพูดไปทุกคำว่าสาวใช้มือเท้าไม่สะอาด แต่เจ้าเปลี่ยนสาวใช้คนแล้วคนเล่า หรือว่าเจ้าที่เป็นแม่ไม่รู้จริงๆ ว่าคนทำเรื่องพรรค์นี้เป็นใคร?”นายหญิงเฉียนหลบเลี่ยงสายตา นางย่อมรู้ว่านี่เกิดอันใดขึ้น เพียงแต่เรื่องฉาวโฉ่ภายในบ้านไม่อาจแพร่งพรายออกไป อีกทั้งยังคิดว่าตอนนั
สีหน้าเฉียนหย่าหลินแข็งทื่อดุจเหล็ก “เจ้าเป็นตัวอะไรกัน? บ่าวคนหนึ่ง ถือสิทธิ์อะไรมาขวางข้า?”จากนั้น อวิ๋นหยางเผชิญหน้ากับคำถามนี้ สายตากลับไม่เปลี่ยนไป คนที่องค์ชายของพวกเขาต้องการขวางไว้ ผู้ใดก็อย่าคิดจะจากไปได้!“นี่ไม่ใช่ชายารองเฉียนหรือ? พ่อแม่เจ้าตีกันแล้ว เป็นลูกสาวไม่ไปช่วย เหตุใดถึงคิดหนีเล่า?” ซ่งรั่วเจินพูดเย้าเสียงเรียบเฉียนหย่าหลินว้าวุ่นใจอย่างมาก ใบหน้ากลับเย่อหยิ่ง “ข้าทำเยี่ยงไรเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? ยุ่งมากเกินไปแล้วกระมัง!”สีหน้าซ่งรั่วเจินเย็นชาเรียบเฉย เฉียนหย่าหลินมีอุปนิสัยเย่อหยิ่งไม่ผิดไปดังคาด โดยเฉพาะหลังได้รู้สาเหตุการตายของเฉียนชิ่งเหมียวแล้ว ก็รู้ว่ากระดูกคนผู้นี้เน่าเฟะไปแล้ว“ไม่จำเป็นต้องมีโทสะกับคนเช่นนี้ ไม่คู่ควร” สายตาฉู่จวินถิงสะท้อนแววรังเกียจ สุ้มเสียงเรียบเฉยเฉียนหย่าหลินรู้ว่าฉู่จวินถิงดูเบานางมาโดยตลอด แต่อย่างน้อยเมื่อก่อนก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนถึงเพียงนี้ ทว่าบัดนี้เป็นเพราะซ่งรั่วเจินจึงไม่เห็นพี่สะใภ้อย่างนางอยู่ในสายตา!“ซ่งรั่วเจิน เจ้าก็แค่อาศัยฉู่อ๋องคอยหนุนหลังถึงเย่อหยิ่งโอหังเช่นนี้มิใช่หรือ? ความ
ทว่าท่าทีตอบสนองของคนผู้นี้เชื่องช้ามากอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีคนทำลาย ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจ หากตอนนี้ยังฝืนต่อไป ด้วยฝีมือระดับนั้น จะต้องกระอักโลหิตอย่างแน่นอนจู่ๆ เสียงชวนให้คนสกุลเฉียนตกตะลึงก็ดังขึ้น หันหน้าก็มองเห็นคนสกุลจ้าวที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่ยามใด“เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดไม่มีคนแจ้ง?” นายหญิงเฉียนร้อนใจแทบแย่จากนั้น นายหญิงจ้าวก็ถลันเข้าไปตบหนึ่งฉาด “เจ้า นังแพศยาคนนี้ ถึงขั้นคิดเอาชีวิตลูกชายของข้า วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้า!”เพราะก่อนหน้านี้ได้รู้ว่าคนสกุลเฉียนกำลังทำพิธี ดังนั้นตอนนายหญิงจ้าวมาจึงพาคนกลุ่มหนึ่งมาด้วย นับตั้งแต่เข้าสกุลเฉียนจึงไม่มอบโอกาสให้พวกเขาแจ้งข่าวไม่ผิดไปดังคาด เพียงเข้ามาก็ได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้ ส่วนหุ่นผู้ชายกระดาษทางด้านข้างก็เขียนเวลาตกฟากของลูกชายบ้านตนเอาไว้นางมีลูกชายเพียงคนเดียว เห็นเป็นแก้วตาดวงใจมาโดยตลอด ปรากฏว่าเฉียนฮูหยินที่ปกติมีความสัมพันธ์ไม่เลวกับนาง ลับหลังฝีมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!อีกเพียงนิดเดียว ลูกชายของนางก็จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!พวกซ่งรั่วเจินเองก็คิดไม่ถึงว่านายหญิงจ้าวจะดุดันเช่นนี้ หลังเข้ามาแล้ว
นับตั้งแต่เฉียนหย่าหลินกลับมาเมื่อวานก็กังวลใจอยู่ตลอด นางรู้ฝีมือของซ่งรั่วเจินนังแพศยาคนนั้นดีต่อให้ไม่เต็มใจยอมรับ กลับสามารถรับรู้ได้ว่าฝีมือนางไม่ธรรมดาผ่านเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงเหล่านั้น นางเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าสกุลจ้าวถึงขั้นเชิญซ่งรั่วเจินไปช่วยบัดนี้ให้เหมียวเหมียวแต่งงานกับจ้าวซวี่ไป๋ได้อย่างยากลำบาก หากถูกซ่งรั่วเจินห้ามไว้ นี่ยังจะไม่จบสิ้นอีกหรือ?“หย่าหลิน เจ้าพูดหมายความว่าอันใด?”นายหญิงเฉียนมองเฉียนหย่าหลินอย่างสงสัย สังเกตเห็นความผิดปกติเล็กน้อย “ใช่หรือไม่ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น? เจ้ารีบพูดเถอะ!”นับตั้งแต่เฉียนหย่าหลินเสียตำแหน่งพระชายาเช่ออ๋องไป ช่วงนี้ก็มักเดินทางกลับมาบ่อยๆ หนำซ้ำยังฉวยโอกาสไปสืบสถานการณ์ของสกุลจ้าว แม้แต่เรื่องแต่งงานผีเพื่อเหมียวเหมียวก็เป็นหย่าหลินเสนอออกมานางคิดว่าลูกสาวคนนี้อุปนิสัยไม่ดี ปกติมักโวยวาย แต่ยังสามารถคิดถึงน้องสาว หวังว่าน้องสาวที่ตายไปจะรู้สึกดีขึ้น อารมณ์ภายในใจเองก็ดีขึ้นมาก“เมื่อวานตอนข้าไปสกุลจ้าว บังเอิญได้พบอวิ๋นอ๋องเชิญซ่งรั่วเจินไป ดังนั้นข้าจึงกังวลจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเจ้าค่ะ”“หลายปีมานี้น้องหญิงอยู่อย่า
ทว่าเขาเองก็รับปากต่อหน้าบิดาและท่านตาแล้ว เอ่ยปากอย่างอดไม่ได้ “ท่านวางแผนพูดกับฮองเฮา?”หากทำตามที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ บอกความคิดที่แท้จริงของเขาให้ฮองเฮาฟัง น่ากลัวว่าฮองเฮาจะต้องโมโหแทบตายแน่“ยามอยู่ต่อหน้าเจ้า ข้าเคยพูดปดด้วยหรือ?”สีหน้าฉู่จวินถิงตรงไปตรงมา อันที่จริงเขาคิดไว้อย่างชัดเจนตั้งนานแล้ว ชาตินี้เขาจะมีชีวิตเพื่อตนเอง“เจ้าวางใจได้ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีเอง ไม่มีวันส่งผลกระทบต่อเจ้า อีกทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อสกุลซ่ง”คล้ายมองความกังวลของซ่งรั่วเจินออก ฉู่จวินถิงเอ่ยปากสีหน้าจริงจัง ราวกับให้คำมั่นสัญญา หากแม้แต่เรื่องนี้เขาก็จัดการได้ไม่ดี เช่นนั้นก็ไม่คู่ควรกับรั่วเจินจริงๆเห็นสถานการณ์แล้ว ซ่งรั่วเจินไม่ถามมากนัก นางรู้ความสามารถในการจัดการเรื่องนี้ของฉู่จวินถิง ในเมื่อเขาพูดเช่นนี้ เชื่อว่าไม่มีอันใดให้กังวลสกุลเฉียนพิธีกรรมลึกลับอย่างเป็นทางการกำลังดำเนินอยู่นายหญิงเฉียนมองป้ายวิญญาณของเฉียนชิ่งเหมียวตรงหน้า ร้องไห้จนตาแดงทั้งสองข้าง“เหมียวเหมียว เจ้าอย่ากลัวไปเลย รอเจ้าแต่งงานแล้วก็จะมีคนดูแลอยู่ข้างกาย ก็คือพี่ซวี่ไป๋ที่เจ้าชอบตั้งแต่เด็กอย่
จ้าวซวี่ไป๋ได้ยินถ้อยคำนี้ก็เข้าใจสาเหตุแล้ว ท่าทีตอบสนองแปลกประหลาดของเฉียนชิ่งเหมียวยามเอ่ยถึงชุดกระโปรงสีชมพูนั้น ก็เพราะนางเห็นแล้ว!นางจำได้ว่าเป็นพี่สาวแท้ๆ ของตน ทว่านางไม่กล้าเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของนาง“เป็นนาง! จะต้องเป็นนางแน่!”เฉิงเฉินได้ยินคำพูดของจ้าวซวี่ไป๋จึงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “เจ้าเองก็คิดว่าเป็นนางหรือ?”“ท่านป้า ความสัมพันธ์พี่สาวน้องสาวสกุลไป๋ไม่ดีหรือ?”ฉู่อวิ๋นกุยขมวดคิ้ว สุ้มเสียงกลับเจือความรู้สึกเหลือจะเชื่อหลายส่วน พี่ชายน้องชายสามัคคีกัน พี่สาวน้องสาวรักใคร่กลมเกลียว แต่ไหนแต่ไรมานี่คือภาพที่ทุกคนล้วนอยากเห็นเพียงแต่พี่ชายน้องชายไม่ลงรอยกัน พี่สาวน้องสาวขัดแย้งกัน เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นไม่น้อย แต่ต่อให้พี่สาวน้องสาวขัดแย้งกัน กลับฆ่าแกงกันน้อยมากยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นเฉียนชิ่งเหมียวเพิ่งอายุเท่าใด เฉียนหย่าหลินเองก็แค่สิบขวบ เหตุใดนางโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้?“เฉียนหย่าหลินใจแคบมาโดยตลอด ไม่มีเมตตา ส่วนเหมียวเหมียวว่านอนสอนง่ายรู้ความ ปีนั้นบิดามารดาสกุลเฉียนชอบเหมียวเหมียวมากกว่าจริงๆ”นายหญิงจ้าวพูดพลางย้อนนึกถึงสถานการณ์ในปีนั้น “ทว่านับตั้
จ้าวซวี่ไป๋รีบจับมือของนายหญิงจ้าว “ข้าเห็นท่าทางของนางทรมานมาก ปากพูดว่าเป็นไปไม่ได้ ข้าคิดว่านางรู้ว่าเป็นใคร แต่นางคิดว่าอีกฝ่ายไม่มีวันทำร้ายนาง ดังนั้นจึงสงสัยมาโดยตลอด”“กระโปรงสีชมพูย่อมพิสูจน์ได้ว่าเป็นสตรี ทว่าตอนนั้นข้าและพวกอวิ๋นกุยล้วนเป็นชาย เหตุใดจึงมีกระโปรงสีชมพูกันเล่า?”“อวิ๋นกุย ตอนนั้นเจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าแม่นางคนใดสวมชุดกระโปรงสีชมพู?”ฉู่อวิ๋นกุยเผยสีหน้าสับสน “ตอนนั้นเล่นด้วยกันมีเพียงพวกเราเด็กผู้ชายสองสามคน ก็เพราะเจ้าพาน้องสาวมาคนหนึ่ง ทุกคนยังรู้สึกไม่พอใจ ไฉนเลยจะมีแม่นางคนอื่นอยู่อีก?”“ไม่ จะต้องยังมีแม่นางอีกคน เพียงแต่พวกเราไม่ทันสังเกต จะต้องหาตัวคนผู้นี้ออกมาให้ได้ น้องหญิงเหมียวเหมี่ยวถึงจะได้รับความยุติธรรม!”จ้าวซวี่ไป๋ส่ายหน้า สายตามุ่งมั่น “แม่นางซ่ง เหตุที่นางติดอยู่ที่นั่นก็เพราะนางถูกคนทำร้ายแต่กลับไม่ได้รับความยุติธรรมใช่หรือไม่?”“นางตายอย่างอนาถจริงๆ ต้องช่วยนางคลายปมในใจถึงจะสามารถออกจากใต้น้ำและเกิดใหม่ได้” ซ่งรั่วเจินพูดเห็นสถานการณ์แล้ว ฉู่อวิ๋นกุยไม่เสียเวลาอีก รีบสั่งให้คนไปหาอีกสามคนที่เหลือที่เล่นด้วยกันในปีนั้นเดิมทีพวกเข