ฉินเซี่ยงเหิงเห็นว่าจ้าวซูหว่านถูกคนประคองไว้ได้ ทั้งดูจะไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอันใด ในใจก็เต็มไปด้วยความเกลียดชังเขาทุ่มเทไปมากขนาดนี้ แต่กลับต้องมาพังพินาศเพราะน้ำมือสตรีผู้เดียว ต่อให้เขาสอบติดอันดับต้นๆ ในการสอบฤดูใบไม้ผลิ เรื่องนี้ก็ทำให้ชื่อเสียงเขาป่นปี้ไปหมดแล้ว!“ไม่ผิด ข้าเคยหลับนอนกับจ้าวซูหว่านจริงๆ แต่นางเป็นหญิงที่มีสัมพันธ์กับผู้ชายไม่เลือกหน้า ผู้ใดจะไปรู้ว่าเด็กในท้องนางเป็นลูกใครกันแน่?”“ท่านว่าอะไรนะ?”จ้าวซูหว่านสะบัดฝ่ามือออกไปด้วยความโมโห!ฉินเซี่ยงเหิงถูกตบไปหนึ่งฉาด แววตายิ่งแข็งกร้าวกว่าเดิม “หากเจ้าเป็นหญิงที่รักนวลสงวนตัว มีพันธะหมั้นหมายแล้วแท้ๆ ยังจะมาข้องแวะกับข้าอีกทำไม?“ตอนนี้พอเรื่องแดงออกมาก็โยนความรับผิดชอบมาให้ข้า ผู้หญิงคนอื่นไม่มีชายใดมาชมชอบหลังจากหมั้นหมายเลยเช่นนั้นหรือ? เหตุใดถึงมีแต่เจ้าที่คบชู้สู่ชายกันเล่า?”จ้าวซูหว่านโมโหจนทั้งร่างสั่นระริก สีหน้าที่เพิ่งจะมีเลือดฝาดค่อยๆ เผือดสีลงทีละนิด“เรื่องมาถึงขั้นนี้ ข้าจะบอกพวกท่านก็ได้ว่าทำไมอาภรณ์ข้าจึงไม่เรียบร้อยเช่นนี้? นั่นก็เพราะ...”“ฉินเซี่ยงเหิง ท่านหุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”จ
สายตาของซ่งรั่วเจินกวาดไปทางสวีเฮ่ออันและอวิ๋นเฉิงเจ๋อที่อยู่ข้างๆ สหายของพี่รองล้วนมีชาติสกุลดี ฉินเซี่ยงเหิงไม่ใช่คนที่โดดเด่นที่สุดในจำนวนนั้น เหตุใดจึงมีเขาคนเดียวที่ทำเรื่องแบบนี้?สองคนนี้เดิมทีก็เป็นหญิงร้ายชายเลวไม่มีใครดีสักคน วันนี้พอเรื่องถูกเปิดโปงกลับโยนความผิดให้จ้าวซูหว่านคนเดียว ช่างน่าขันนัก!คนอื่นไม่รู้ แต่นางกลับกระจ่างใจดีว่าฉินเซี่ยงเหิงเป็นคนเริ่มก่อน!แม้ว่าในนิยายสุดท้ายแล้วจ้าวซูหว่านจะได้แต่งให้ฉินเซี่ยงเหิง แต่ก็ไม่ได้มีจุดจบที่ดีแต่ฉินซวงซวงเป็นนางเอกในนิยาย มีนางคอยคิดแผนการ เป็นคนทำให้ทั้งจวนหลินโหวและสกุลฉินได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงสามารถปิดบังเรื่องสกปรกของฉินเซี่ยงเหิงเอาไว้ได้ครั้นพวกสวีเฮ่ออันคนถูกซ่งรั่วเจินมองมาก็รีบก้าวออกมาแสดงท่าที“มีแต่คนหน้าหนาไร้ยางอายอย่างเจ้าถึงทำเรื่องผิดศีลธรรมพรรค์นี้ออกมาได้!”อวิ๋นเฉิงเจ๋อตวัดสายตาไปทางเฉียนเหว่ย “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเจ้ายังยินดีเป็นสหายกับคนแบบฉินเซี่ยงเหิงอยู่อีกงั้นรึ?”พวกเฉียนเหว่ยเปลี่ยนท่าทีตั้งแต่เรื่องราวเปิดเผยออกมาแล้ว ถึงพวกเขาจะอิจฉาซ่งอี้อัน แต่ก็รังเกียจพฤติกรรมของฉินเซี่ยงเห
“คิดไม่ถึงว่าจะเกิดไฟไหม้บนเรือของพวกเขาจึงสามารถเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของสองคนนั้นได้อย่างราบรื่น ประเดี๋ยวพวกเราเรียกพี่ใหญ่กับน้องสามมาดื่มฉลองด้วยกันดีหรือไม่?”ซ่งรั่วเจินหยักมุมปากขึ้นเล็กน้อย “พี่รอง เกรงว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายดายปานนั้น...”“น้องหญิงห้า เจ้าหมายความว่า...อีกสักครู่คนสกุลฉินจะมาเยือนที่จวนหรือ?”หลังสงบลงแล้ว ซ่งอี้อันใคร่ครวญอย่างละเอียดก็ตระหนักถึงปัญหา“วันนี้เปิดโปงเรื่องงามหน้าของฉินเซี่ยงเหิงกับจ้าวซูหว่าน สกุลจ้าวคงไม่มากเรื่องนัก แต่ฉินเซี่ยงเหิงเป็นสหายร่วมสำนักกับท่าน เป็นอดีตสหายสนิท เขาทำร้ายท่านจนตาบอดสองข้าง นี่คืออาชญากรรม!”“พี่รอง ท่านยังจำได้หรือไม่ว่าวันนั้นหลังเกิดเรื่องขึ้นกับท่าน ท่านแม่ไปแจ้งความกับทางการไว้ว่าอันธพาลลอบทำร้ายจนท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส”“ยามนี้พบตัวผู้ร้ายแล้ว ทางการจะต้องมอบคำอธิบายให้พี่รองแน่นอน แต่ใกล้จะถึงการสอบฤดูใบไม้ผลิแล้ว สกุลฉินจะยอมปล่อยให้ฉินเซี่ยงเหิงพลาดโอกาสสอบรับราชการเพราะเรื่องนี้งั้นหรือ?”ประกายแห่งสติปัญญาสะท้อนอยู่ในดวงตาของซ่งรั่วเจิน หากพลาดการสอบฤดูใบไม้ผลิครานี้ไปก็ต้องรอถึงสามปีฉินเซี
ฉินเจิงเดือดดาลอยู่เป็นทุนเดิม ครั้นได้ยินวาจาของบุตรชายทั้งสองก็ยกเท้าเตะไปทางฉินเซี่ยงเหิง“เจ้าลูกสารเลว ทำไมข้าถึงมีลูกทรพีแบบเจ้าได้!”ฉินเซี่ยงเหิงถูกเตะล้มโดยไม่ทันตั้งตัว ร้องเสียงต่ำด้วยความเจ็บปวด ถึงกับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง“เหิงเอ๋อร์!” กู้อวิ๋นเวยหน้าเปลี่ยนสี รีบเข้ามาประคองฉินเซี่ยงเหิง ถามอย่างร้อนใจว่า “เจ้าไม่เป็นไรนะ? รีบไปเชิญหมอมาเร็วเข้า!”“ตามหมอมาตามทำไม? เจ้าลูกน่าขายหน้าพรรค์นี้ ปล่อยให้ตายไปทั้งอย่างนี้แหละ!”ฉินเจิงตวาดเสียงเกรี้ยว ในดวงตามีเพียงความเดือดดาล เพียงนึกถึงว่าจะต้องถูกเพื่อนร่วมงานเยาะเย้ยถากถางในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้ เขาก็แค้นใจจนอยากตัดขาดสัมพันธ์พ่อลูกเสียให้ได้!“ท่านแม่ทัพ เรื่องนี้เหิงเอ๋อร์ทำไม่ถูกจริงๆ ท่านใจเย็นลงก่อน”กู้อวิ๋นเวยรีบร้อนเอ่ยปาก ตวัดสายตาไปทางคนสองคนที่จงใจกระพือไฟ ในใจมีความโกรธที่พูดออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงอดทนอดกลั้นเอาไว้อย่างเต็มกำลังนางเป็นภรรยาที่มาทีหลัง ถึงจะไม่ชอบบุตรชายที่อดีตภรรยาเอกให้กำเนิด แต่ก็ไม่อาจได้ชื่อว่าปฏิบัติต่อลูกๆ อย่างโหดร้าย ดังนั้นจะไม่พอใจอย่างไรก็ไม่สามารถเอ่ยปากตำหนิ“ท่านแม่ทัพ
สุดท้ายจ้าวซูหว่านก็ตายไปในฤดูหนาวคราวนั้นสำหรับฉินซวงซวง จ้าวซูหว่านเป็นเพียงสตรีที่ไม่สลักสำคัญคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจผู้ใดจะคาดคิดว่าวันนี้เรื่องราวจะลุกลามบานปลายเช่นนี้ ถึงกับถูกเปิดโปงออกมา เหตุใดเหตุการณ์ต่างๆ จึงแตกต่างจากชาติก่อนมากขนาดนี้?พอฉินซวงซวงมาถึงก็รีบถามว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ เรื่องนี้จะชักช้าไม่ได้ จะต้องไปแบกกิ่งหนามยอมรับความผิด[1]ที่จวนสกุลซ่งโดยเร็วที่สุดเจ้าค่ะ!”“แบกกิ่งหนามยอมรับความผิด? สกุลฉินของพวกเรายอมขายหน้าเช่นนั้นไม่ได้หรอกนะ!”ฉินเจิงมีสีหน้าบึ้งตึงที่ผ่านมา ซ่งหลินกดหัวเขาไว้มาโดยตลอด ยามนี้ในที่สุดซ่งหลินก็ตายไปในสนามรบได้เสียที สกุลซ่งปราศจากผู้นำ พวกเขายังจะต้องไปแบกกิ่งหนามยอมรับความผิดต่อสกุลซ่งอีก จะมิกลายเป็นเรื่องน่าขำไปหรอกรึ?“อนาคตของท่านพี่จะรอช้าไม่ได้ ตอนนี้มีแต่ต้องแบกกิ่งหนามยอมรับความผิดและได้รับการให้อภัยจากสกุลซ่ง จะให้เรื่องไปถึงทางการไม่ได้เด็ดขาดเจ้าค่ะ!”ฉินซวงซวงมีสีหน้าจริงจัง นี่เป็นวิธีคลี่คลายเพียงวิธีเดียวที่นางคิดออกในตอนนี้แม้เรื่องนี้พูดขึ้นมาแล้วอาจไม่น่าฟัง แต่ก็ไม่ได้ละเมิดกฎระเบียบของราชสำนัก
“พวกเจ้ายังไม่ได้ยินงั้นรึ? ฉินเซี่ยงเหิงผู้นั้นเป็นเดรัจฉานชัดๆ ก่อนหน้านี้ไม่เพียงลักลอบมีสัมพันธ์กับคู่หมั้นของคุณชายรองซ่ง ยังถึงขั้นมีลูกด้วยกันแล้ว!”“วันนี้ตอนถูกจับได้ที่ริมทะเลสาบยังไม่ยอมรับ สุดท้ายถูกคุณชายรองซ่งเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล ผู้ร้ายที่ทำร้ายคุณชายรองซ่งจนตาบอดสองข้างในตอนนั้นก็คือเขานี่แหละ!”ผู้คนที่มองดูด้วยความสงสารในตอนแรกพอได้ยินแบบนี้ก็พลันเปลี่ยนสีหน้า “เดรัจฉานแบบนี้ถูกตีจนตายก็นับว่าสมควรแล้ว!”“ใช่แล้ว ได้ยินว่ากระทั่งเรียงความก็ยังขโมยผลงานของคุณชายรองซ่งมา คนชั่วช้าสารเลวแบบนี้จะเขียนเรียงความดีๆ ออกมาได้อย่างไรกัน?”“ข้าว่านะ ทำไมแม่ทัพฉินต้องมาตีถึงหน้าประตูจวนสกุลซ่งด้วย จัดการสั่งสอนในบ้านตัวเองก็จบแล้วไม่ใช่รึ น่ากลัวว่าคงมาแสดงละครสิท่า?”ฉินเซี่ยงเหิงถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เล็กจนโต มีมารดาคอยปกป้อง ไม่เคยถูกลงโทษด้วยกฎบ้านเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรับโทษโบยต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้!ตอนแรกนึกว่าทุกคนจะเห็นใจเขา คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินเสียงร่ำร้องสมน้ำหน้าตนเองเช่นนี้ น่าแค้นใจนักที่ไม่อาจด่าทอกลับไปได้!เขาแค่เล่นกับสตรีนางเดียวไม่ใช่หรื
“ซ่งฮูหยิน เซี่ยงเหิงสำนึกผิดแล้วจริงๆ เรื่องนี้พวกข้าเป็นฝ่ายผิดต่อพวกท่าน ขอเพียงสามารถชดใช้ความผิด ไม่ว่าพวกท่านจะให้พวกข้าทำอันใด พวกข้าล้วนยินดีทำ หวังเพียงพวกท่านคลายโทสะ” กู้อวิ๋นเวยขอร้อง“อี้อัน เจ้ากับเซี่ยงเหิงรู้จักกันมาหลายปี เป็นสหายร่วมสำนักที่ดีต่อกันมาตลอด ที่เขาทำเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ออกมาล้วนเป็นเพราะถูกจ้าวซูหว่านล่อลวง”“ยามนี้เขาสำนึกผิดแล้ว รู้สึกผิดต่อเจ้า เจ้าช่วยเห็นแก่มิตรภาพในอดีต ให้อภัยเขาสักครั้งได้หรือไม่?”ซ่งอี้อันมีสีหน้าเย็นชา “มิตรภาพในฐานะสหายร่วมสำนักระหว่างข้ากับฉินเซี่ยงเหิง จบสิ้นไปตั้งแต่ตอนที่เขาลักลอบมีสัมพันธ์กับจ้าวซูหว่านลับหลังข้าแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องให้อภัยหรือไม่ให้อภัย ต่อไปก็คงไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดต่อกันอีก”ฉินเจิงยังคงหวดแส้ไม่หยุดรอยเลือดบนแผ่นหลังฉินเซี่ยงเหิงมีมากขึ้นทุกที กระทั่งเสียงร้องก็เปลี่ยนจากเสียงโหยหวนในตอนแรกมาเป็นอ่อนแรงลงทีละนิด ราวกับกำลังจะถูกโบยจนตายกระนั้น“ในเมื่อซ่งฮูหยินกับคุณชายซ่งไม่ยินดีให้อภัย ข้าก็จะตีเจ้าลูกทรพีนี่ให้ตายเสีย!” ฉินเจิงไม่ยั้งมือเลยสักนิด แต่ดวงตาทั้งคู่กลับแดงก่ำผู้คนรอบข้
“สกุลฉินพร่ำพูดขอโทษ แต่ไม่เห็นว่ามีความจริงใจสักแค่ไหน คุณชายรองสกุลซ่งตาบอดสองข้าง อนาคตพังทลาย พวกเขาแค่โบยลูกชายตัวเองยกเดียวก็พอแล้วงั้นรึ?”“บาดแผลอาจดูสาหัส แต่รักษาไม่นานก็หายดี คุณชายรองซ่งกลับต้องมองไม่เห็นไปชั่วชีวิต”“นั่นน่ะสิ ทำร้ายคนอื่นต้องชดใช้คืนถึงจะถูก โบยแค่ยกเดียวจะมีความหมายอะไร?”ซ่งรั่วเจินสบตากับคนในหมู่คนมุงแล้วเก็บสายตากลับมาอย่างพึงพอใจในเมื่อสกุลฉินผิดต่อพี่รองก็ต้องชดใช้คืนมาอย่างสมน้ำสมเนื้อ อาศัยแค่ลมปาก จะมีเรื่องดีที่ไร้ราคาแบบนั้นได้อย่างไร?กู้อวิ๋นเวยกับฉินเจิงสบตากัน สีหน้าล้วนไม่สู้ดี พูดมาถึงขั้นนี้ พวกเขาขึ้นหลังเสือยากจะลง เกรงว่าถ้าไม่นำสิ่งของที่มีราคาสักหน่อยออกมาก็คงจะไม่ได้“ซ่งฮูหยิน เซี่ยงเหิงทำลายอนาคตคุณชายรอง ข้ารู้ว่าไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถชดเชยบาดแผลของคุณชายรองได้ แต่พวกข้าก็อยากพยายามให้ถึงที่สุด...”ว่าแล้ว กู้อวิ๋นเวยก็ยื่นโฉนดในมือออกมาอย่างสุดแสนเสียดายก่อนจะออกเดินทาง นางตั้งใจเตรียมโฉนดมาทำพอเป็นพิธีไปอย่างนั้น นางเชื่อว่าขอแค่แสดงให้ดี หลิ่วหรูเยียนจะต้องไม่กล้ารับไว้แน่นอน ใครจะคาดคิดว่าจะมาติดขัดอยู่ตรงนี้ คิ
ซ่งรั่วเจินที่ถูกด่าไปยกหนึ่งอย่างปุบปับเลิกคิ้วขึ้น “ในบรรดาคนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมด คนที่เหมาะสมกับคำว่าเดรัจฉานมากที่สุดควรเป็นชายารองของเช่ออ๋องมากกว่ากระมัง?”“เจ้าไม่สำนึกเลยสักนิดอย่างนั้นรึ?”ฉู่เทียนเช่อเห็นว่าซ่งรั่วเจินยังกล้าตีฝีปากกับตนเองอีกก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม “น้องสาม เจ้ากับซ่งรั่วเจินยังไม่แต่งงานกัน เจ้าจะให้ท้ายนางจนไม่เห็นกฎเกณฑ์อยู่ในสายตาเลยงั้นรึ?”“คนในครอบครัวชายารองของข้า จะปล่อยให้พวกเจ้ามารังแกเช่นนี้ได้อย่างไร?”“ถ้าวันนี้พวกเจ้าไม่มอบคำอธิบายที่สมเหตุสมผลให้ข้า ข้าไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ แน่!”ฉู่เทียนเช่อเดิมก็เป็นเชื้อพระวงศ์ แม้ยามปกติจะค่อนข้างสงวนท่าทียามต่อหน้าฉู่จวินถิง แต่เมื่อเดือดดาลขึ้นมาเช่นนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีอำนาจน่าเกรงขามไม่เบาเลยทีเดียวทว่าในชั่วขณะนี้สีหน้าของทุกคนในบริเวณนั้นกลับแลดูแปลกประหลาดอยู่บ้างยามนี้กำลังจ้องมองเช่ออ๋องด้วยสายตาแปลกประหลาด ตนเองควบคุมคนในบ้านไม่ได้เองจนกระทำเรื่องเหลวไหลพวกนี้ลงไป แต่กลับชิงเป็นฝ่ายตำหนิแม่นางซ่งก่อนเสียอย่างนั้น?“เสด็จพี่ ไม่ถามหาต้นสายปลายเหตุก็มาตำหนิคนเช่นนี้ คนที่ควรขอโทษคือท่านต่างหา
ครั้นเช่ออ๋องได้ยินว่าฉู่จวินถิงเชิญเขาไปที่สกุลเฉียนก็มีสีหน้ากังขา“เจ้าฟังผิดไปหรือเปล่า? ฉู่อ๋องให้ข้าไปที่สกุลเฉียน? สกุลเฉียนบ้านเฉียนหย่าหลินน่ะรึ?”“ใช่แล้ว ท่านอ๋อง ตอนนี้ฉู่อ๋องรวมถึงอวิ๋นอ๋องล้วนอยู่ที่สกุลเฉียน ส่วนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นนั้นกลับไม่กระจ่างนัก”“คนที่มาแจ้งข่าวเมื่อครู่คืออวิ๋นหยางคนสนิทข้างกายฉู่อ๋อง เพียงแจ้งว่าท่านไปแล้วก็จะทราบเอง”ฉู่เทียนเช่อขมวดคิ้วมุ่น เฉียนหย่าหลินเดิมก็เป็นตัวปัญหา เรื่องนี้เขารู้ดียิ่งแล้ว แต่เรื่องนี้เหตุใดจึงไปเกี่ยวข้องกับสกุลเฉียนด้วยเล่า?หรือว่า...เฉียนหย่าหลินจะวางอำนาจบาตรใหญ่ไปรังแกซ่งรั่วเจินอีกแล้ว?“บัดซบ นางคนชั้นต่ำนี่อยู่เฉยๆ บ้างไม่เป็นหรือไร?”ฉู่เทียนเช่อตีหน้าเย็นชา ในใจเริ่มบังเกิดความไม่พอใจต่อซ่งรั่วเจินด้วยเช่นกัน ถึงเฉียนหย่าหลินจะมีนิสัยป่าเถื่อน แต่ก็ไม่ถึงกับไปหาเรื่องซ่งรั่วเจินซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าตัวซ่งรั่วเจินเองก็คงมีปัญหาเหมือนกันวันนี้พอไปแล้ว เขาจะต้องพูดจาให้รู้เรื่องเสียหน่อยแล้ว!ระหว่างที่รอฉู่เทียนเช่อ นายหญิงเฉียนก็ขอขมาต่อคนสกุลจ้าวอย่างจริงจัง แต่เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ได้สำคัญสำหรับส
“เรื่องแบบนี้ข้าเคยได้ยินมามากแล้ว แค่ฟังก็รู้ว่านางจะต้องจงใจแน่นอน ถึงได้ถูกวิญญาณอาฆาตตามรังควานตอนกลางคืน”“นางบอกว่าถ้าข้าสามารถหาวิธีแก้ไขได้ก็จะมอบเงินก้อนโตให้ข้า ถ้าข้าแก้ไขไม่ได้ก็จะฆ่าข้า ข้าไร้ทางเลือกถึงได้เสนอให้แต่งงานกับคนตาย”“แม่นางผู้นี้ตายไปตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงาน นอกจากนี้ยังมีเพื่อนเล่นสมัยเด็กคนหนึ่ง ขอแค่แต่งงานกับคนตายสำเร็จก็คงจะไม่มารังควานนางต่อไปอีกแล้ว”“ข้า ข้าก็แค่อยากรักษาชีวิตไว้เท่านั้น! ถ้าไม่เชื่อพวกท่านดูบาดแผลบนลำคอข้าก็ได้ เป็นแผลตอนที่นางใช้มีดจ่อคอขู่ให้ข้ารับปากตอนก่อนหน้านี้”ไต้ซือรีบแหวกอาภรณ์ออก เผยให้เห็นรอยแผลตรงลำคอ นั่นเป็นบาดแผลที่ค่อนข้างสดใหม่แผลหนึ่ง“เจ้าพูดเหลวไหลใส่ร้ายข้า เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะเอาชีวิตเจ้า!”เฉียนหย่าหลินพรวดพราดเข้าไปหาราวกับเสียสติไปแล้วก็ไม่ปาน แต่กลับถูกฉู่อวิ๋นกุยถีบกระเด็น“เรื่องชั่วช้าที่ตัวเองทำเอาไว้ถูกเปิดโปงออกมาหมดแล้ว ยังมาแผลงฤทธิ์อยู่ตรงนี้อีก เจ้าว่าหลังจากเช่ออ๋องรู้เรื่องพวกนี้ที่เจ้าทำไปพวกนี้แล้ว ตำแหน่งชายารองของเจ้ายังจะรักษาไว้ได้อีกงั้นรึ?”นายท่านจ้าวมีสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้ากล้าวา
ปีนั้นเพราะเรื่องของเหมียวเหมียว ภรรยาของเขาเสียใจอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรม หลังจากนั้นก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกเลยช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเข้าใจว่านี่เป็นผลกรรมของพวกเขาสามีภรรยาที่ไม่สามารถดูแลลูกสาวให้ดี ทำให้นางต้องตายไปอย่างน่าอนาถตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขาโทษทั้งหมดนี้ว่าเป็นความผิดของสกุลจ้าว มีแต่ทำเช่นนี้จิตใจพวกเขาจึงจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ยามนี้กลับได้รู้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นการกระทำของลูกสาวคนดีที่พวกเขาเลี้ยงดูมาคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่เคยทำลงไปในตอนนี้ พวกเขาช่างโง่งมยิ่งนัก!“ไม่แปลกใจเลยที่พวกท่านเลี้ยงลูกสาวคนดีเช่นนี้ออกมาได้ ทั้งบ้านมีแต่พวกไม่แยกแยะดีชั่ว!”แววตานายหญิงจ้าวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพียงคิดว่าหลายปีที่ผ่านมาเพราะรู้สึกผิดต่อเหมียวเหมียว ไม่ว่าสกุลเฉียนจะล้ำเส้นอย่างไร พวกเขาล้วนอดทนอดกลั้นเพราะว่าหลังสูญเสียเหมียวเหมียวไป นายหญิงเฉียนก็จมอยู่ในความเศร้าเสียใจ สุดท้ายก็ทำร้ายสุขภาพจนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ส่วนนางก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลยหลังให้กำเนิดซวี่ไป๋ ทุกคนล้วนพูดกันว่าเป็นผลกรรมของพวกตนในใจนางไม่รู้ว่าเจ็บช้ำใจปานไหน แต่ก็รู้สึกว่าบางทีอาจกำลัง
“อะไรกัน? คงไม่ได้ร้อนตัวจึงไม่กล้าหรอกนะ?” ฉู่อวิ๋นกุยพูดเสียดสี“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเขาจงใจให้ร้ายข้า พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขาพูดนะเจ้าคะ”เฉียนหย่าหลินมองไปทางนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนด้วยความร้อนใจ ทว่าชั่วขณะนี้ หัวใจของนายท่านเฉียนและนายหญิงเฉียนล้วนเย็นเฉียบไปหมดแล้วแม้นางจะไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ท่าทีในเวลานี้ของนางก็บ่งบอกทุกอย่างแล้วนางกำลังร้อนตัวและหวาดกลัว“หย่าหลิน เหมียวเหมียวเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเจ้า ตอนนั้นเจ้าอายุแค่สิบขวบ ทำเรื่องโหดร้ายอำมหิตเช่นนั้นลงไปได้อย่างไร?”แววตานายท่านเฉียนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขารู้ว่าเฉียนหย่าหลินมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ สิ่งเหล่านี้ในสายตาเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ขอแค่พวกเขาให้อภัยและอดทนอดกลั้นหน่อยก็พอแล้วแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่านางจะสามารถลงมือโหดเหี้ยมต่อน้องสาวแท้ๆ ได้เช่นนี้!“ไม่ ข้าเปล่านะ” เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าไปมาซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว “มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไม่ยอมพูดความจริงอีก เห็นทีคงได้แต่ใช้มาตรการเล็กน้อยเสียแล้ว”ทันใดนั้นก็เห็นซ่งรั่วเจินเขียนยันตร์แผ่นหนึ่งออกมากลางอากาศ จุดแต้มรัศมีสีทองพลันปราก
“วันนั้นข้าเห็นกับตาตัวเองว่าเฉียนหย่าหลินปรากฏตัวขึ้นบริเวณใกล้ๆ นางวิ่งหนีไปอย่างลนลาน ตอนนั้นข้าพูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ” เฉิงเฉินกล่าว“พวกเจ้าพูดเหลวไหล!” เฉียนหย่าหลินร้อนใจเสียแล้ว หันไปพูดกับบิดามารดาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่าไปฟังพวกเขานะเจ้าคะ พวกเขาอยากปัดความรับผิดชอบจึงจงใจพูดเช่นนี้!”เฉิงเฉินกลับมีสีหน้าจริงจัง “เรื่องในปีนั้น ทางการก็สืบสวนแล้ว ตอนนั้นข้าพูดถึงเรื่องนี้ในคำให้การ พวกท่านสามารถไปหาคำให้การในปีนั้นที่ศาลาว่าการได้ เพียงอ่านก็จะทราบเอง!”เขาจำเรื่องในตอนนั้นได้อย่างชัดเจน ตอนพูดออกมายังถูกคนในครอบครัวตำหนิเอายกหนึ่ง บอกว่าเขาพูดจาเหลวไหล ดังนั้นต่อมาเขาจึงไม่ได้พูดถึงอีกเมื่อครู่ได้ยินท่านป้าจ้าวบอกว่าเฉียนหย่าหลินเคยทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นมาตั้งแต่สมัยเด็ก เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าตอนนั้นตนเองไม่ได้ดูผิด ผู้ร้ายสังหารคนก็คือเฉียนหย่าหลิน!“หย่าหลิน เจ้าไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้ใช่หรือไม่?” นายหญิงเฉียนพุ่งไปตรงหน้าเฉียนหย่าหลิน ในดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนรน นางไม่เชื่อว่าลูกสาวจะทำเรื่องพรรค์นี้เฉียนหย่าหลินส่ายหน้าติดต่อกัน สีหน้าแลดูบริสุทธิ์ยิ่ง “แน่นอนส
นายหญิงจ้าวถ่มน้ำลาย พวกเขาช่างอับโชคโดยแท้ ถึงขั้นถูกพวกสวะเหล่านี้ตามรังควานอยู่ได้!นายท่านเฉียนได้ยินถ้อยคำนี้ก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “คำนี้ของพวกเจ้าหมายความว่าอันใด?”“ปีนั้นคนที่ทำร้ายเหมียวเหมียวจนตายเป็นลูกสาวตัวดีของพวกเจ้า!” นายท่านจ้าวพูดด้วยสีหน้าแข็งทื่อดุจเหล็ก“ลูกสาวของพวกเรา?” นายหญิงเฉียนอึ้งงัน จากนั้นสบถด่าออกมา “พวกเจ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่หรือไม่? เพื่อปัดความรับผิดชอบ แม้แต่ถ้อยคำเช่นนี้ก็พูดออกมาได้!”สายตานายหญิงจ้าวเปี่ยมความเย้ยหยัน “เฉียนหย่าหลินอุปนิสัยเยี่ยงไรพวกเจ้าไม่รู้หรือ? ใจคอโหดร้ายตั้งแต่เด็ก แม้แต่ตอนที่เหมียวเหมียวยังอยู่ นางทำเรื่องเพราะความริษยาออกมาน้อยกระนั้นรึ?”“ที่ผ่านมาไม่ใช่เจ้าเล่าให้ข้าฟังว่าเหมียวเหมียวเพิ่งเปลี่ยนชุดกระโปรงก็สกปรกแล้ว บ้างก็ปิ่นปักผมที่เจ้ามอบให้นางหายไป”“เจ้าพูดไปทุกคำว่าสาวใช้มือเท้าไม่สะอาด แต่เจ้าเปลี่ยนสาวใช้คนแล้วคนเล่า หรือว่าเจ้าที่เป็นแม่ไม่รู้จริงๆ ว่าคนทำเรื่องพรรค์นี้เป็นใคร?”นายหญิงเฉียนหลบเลี่ยงสายตา นางย่อมรู้ว่านี่เกิดอันใดขึ้น เพียงแต่เรื่องฉาวโฉ่ภายในบ้านไม่อาจแพร่งพรายออกไป อีกทั้งยังคิดว่าตอนนั
สีหน้าเฉียนหย่าหลินแข็งทื่อดุจเหล็ก “เจ้าเป็นตัวอะไรกัน? บ่าวคนหนึ่ง ถือสิทธิ์อะไรมาขวางข้า?”จากนั้น อวิ๋นหยางเผชิญหน้ากับคำถามนี้ สายตากลับไม่เปลี่ยนไป คนที่องค์ชายของพวกเขาต้องการขวางไว้ ผู้ใดก็อย่าคิดจะจากไปได้!“นี่ไม่ใช่ชายารองเฉียนหรือ? พ่อแม่เจ้าตีกันแล้ว เป็นลูกสาวไม่ไปช่วย เหตุใดถึงคิดหนีเล่า?” ซ่งรั่วเจินพูดเย้าเสียงเรียบเฉียนหย่าหลินว้าวุ่นใจอย่างมาก ใบหน้ากลับเย่อหยิ่ง “ข้าทำเยี่ยงไรเกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? ยุ่งมากเกินไปแล้วกระมัง!”สีหน้าซ่งรั่วเจินเย็นชาเรียบเฉย เฉียนหย่าหลินมีอุปนิสัยเย่อหยิ่งไม่ผิดไปดังคาด โดยเฉพาะหลังได้รู้สาเหตุการตายของเฉียนชิ่งเหมียวแล้ว ก็รู้ว่ากระดูกคนผู้นี้เน่าเฟะไปแล้ว“ไม่จำเป็นต้องมีโทสะกับคนเช่นนี้ ไม่คู่ควร” สายตาฉู่จวินถิงสะท้อนแววรังเกียจ สุ้มเสียงเรียบเฉยเฉียนหย่าหลินรู้ว่าฉู่จวินถิงดูเบานางมาโดยตลอด แต่อย่างน้อยเมื่อก่อนก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนถึงเพียงนี้ ทว่าบัดนี้เป็นเพราะซ่งรั่วเจินจึงไม่เห็นพี่สะใภ้อย่างนางอยู่ในสายตา!“ซ่งรั่วเจิน เจ้าก็แค่อาศัยฉู่อ๋องคอยหนุนหลังถึงเย่อหยิ่งโอหังเช่นนี้มิใช่หรือ? ความ
ทว่าท่าทีตอบสนองของคนผู้นี้เชื่องช้ามากอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีคนทำลาย ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจ หากตอนนี้ยังฝืนต่อไป ด้วยฝีมือระดับนั้น จะต้องกระอักโลหิตอย่างแน่นอนจู่ๆ เสียงชวนให้คนสกุลเฉียนตกตะลึงก็ดังขึ้น หันหน้าก็มองเห็นคนสกุลจ้าวที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่ยามใด“เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดไม่มีคนแจ้ง?” นายหญิงเฉียนร้อนใจแทบแย่จากนั้น นายหญิงจ้าวก็ถลันเข้าไปตบหนึ่งฉาด “เจ้า นังแพศยาคนนี้ ถึงขั้นคิดเอาชีวิตลูกชายของข้า วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้า!”เพราะก่อนหน้านี้ได้รู้ว่าคนสกุลเฉียนกำลังทำพิธี ดังนั้นตอนนายหญิงจ้าวมาจึงพาคนกลุ่มหนึ่งมาด้วย นับตั้งแต่เข้าสกุลเฉียนจึงไม่มอบโอกาสให้พวกเขาแจ้งข่าวไม่ผิดไปดังคาด เพียงเข้ามาก็ได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้ ส่วนหุ่นผู้ชายกระดาษทางด้านข้างก็เขียนเวลาตกฟากของลูกชายบ้านตนเอาไว้นางมีลูกชายเพียงคนเดียว เห็นเป็นแก้วตาดวงใจมาโดยตลอด ปรากฏว่าเฉียนฮูหยินที่ปกติมีความสัมพันธ์ไม่เลวกับนาง ลับหลังฝีมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!อีกเพียงนิดเดียว ลูกชายของนางก็จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!พวกซ่งรั่วเจินเองก็คิดไม่ถึงว่านายหญิงจ้าวจะดุดันเช่นนี้ หลังเข้ามาแล้ว