“ข้ามองเห็นท่าทีคนถ่อยลำพองใจของเฉียนเหว่ยแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าอยากจะเหยียบมันให้จมดิน!”“ท่านเป็นญาติผู้พี่ของข้า เป็นคุณชายของตระกูลอวิ๋น อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยความสามารถ การสอบประจำฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ ชื่อของท่านต้องติดอยู่ในรายชื่อผู้สอบผ่านเป็นแน่!”อวิ๋นเนี่ยนชูโกรธเกรี้ยว นางรู้ดีว่าญาติผู้พี่ของตนนั้นขยันหมั่นเพียรในการทบทวนตำราเพียงใด เทียบกับพวกที่ใช้เล่ห์กลแล้ว เขาเหนือกว่ามากนัก“ข้าเห็นกับตาว่าคุณชายฉินเป็นคนเขียนบทกวีออกมาเอง หรือว่ามีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือไม่?” อวิ๋นซีหว่านอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นนางเห็นจ้าวซูหว่านยังคงตามติดฉินเซี่ยงเหิงอยู่ไม่ห่าง ในใจรู้สึกขุ่นเคืองยิ่งนักหญิงผู้นั้นโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อที่ได้หมั้นหมายกับซ่งอี้อัน แต่บัดนี้พอเพิ่งถอนหมั้นเสร็จ ก็มาเกาะติดกับคุณชายฉินอีก คนอย่างนางก็คู่ควรงั้นหรือ?อวิ๋นเนี่ยนชูเหลือบมองอวิ๋นซีหว่านแวบหนึ่ง “เจ้าไม่ได้มีใจให้ฉินเซี่ยงเหิงหรอกหรือ? เหตุใดไม่ไปอยู่กับพวกเขา แต่กลับมานั่งกับพวกเราที่นี่เล่า?”อวิ๋นซีหว่านถึงกับพูดไม่ออก ที่จริงแล้วนางก็อยากไปอยู่เหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรได้เล่า บาดแผลบนใบหน้ายังไม่ห
“ข้าว่าตระกูลซ่งช่างโหดเหี้ยมเหลือเกิน ไม่ใช่แค่ซ่งอี้อันเท่านั้น พวกเจ้าเห็นแม่นางซ่งผู้นั้นหรือไม่?”“หลินจือเยว่เพียงต้องการแต่งงานกับแม่นางฉิน แต่นางกลับปฏิเสธหมั้นหมายทันที แถมยังไปฟ้องร้องต่อหน้าพระพักตร์ ทำให้หลินจือเยว่ต้องเสียบรรดาศักดิ์โหวไป ทั้งยังทำให้แม่นางฉินถูกขังคุกอีกด้วย”“เจ้าคิดดูสิ สตรีเช่นนี้ไม่ใช่จิตใจชั่วร้ายดั่งอสรพิษหรอกหรือ?”เหล่าคนฟังยิ่งฟังก็ยิ่งโกรธเคืองกันถ้วนหน้า “ตระกูลซ่งช่างโหดร้ายเหลือเกิน ตั้งใจจะเล่นงานครอบครัวของสหายฉินชัดๆ”“ข้าว่าคนพวกนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย ตายไปเสียยังดีกว่า”เฉียนเหว่ยยิ่งพูดยิ่งเดือดดาล ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลงและระยะห่างระหว่างเรือสองลำนั้นใกล้เข้ามา ในใจเขาก็พลันผุดแผนการบางอย่างขึ้นเฉียนเหว่ยล้วงเอาพับไฟ[1]ที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อโยนข้ามไปยังเรือลำตรงข้ามทันที“แม่นางซ่ง ฟ้ามืดแล้ว ยังยืนชมทิวทัศน์ทะเลสาบอยู่อีกหรือ?”สวีเฮ่ออันเห็นซ่งรั่วเจินยืนอยู่ด้านนอกเรือ ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนพัดผมสีดำของนางพลิ้วไหวไปมา ราวกับภาพวาดในห้วงฝันกลางรัตติกาลที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงซ่งรั่วเจินเหลือบมองไปยังผู้มาใหม่ ก่อนจะคิดใน
“อวิ๋นซีหว่าน เจ้าพูดจาเหลวไหลสิ้นดี! รั่วเจินเป็นสตรีจะให้ไปช่วยบุรุษเช่นนี้ได้อย่างไร? หากเรื่องนี้แพร่ออกไปนางจะเสียชื่อเสียงแค่ไหน เจ้าคิดบ้างหรือไม่?” อวิ๋นเนี่ยนชูเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธอวิ๋นซีหว่านรีบแก้ต่าง “ก็ญาติผู้พี่กับคุณชายสวีว่ายน้ำไม่เป็น ข้าจึงเสนอเช่นนี้”ส่วนซ่งอี้อัน ตอนนี้การช่วยเหลือตัวเองยังเป็นเรื่องลำบาก เรื่องช่วยผู้อื่นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอวิ๋นเนี่ยนชูถึงกับหมดคำพูด “ถ้าเจ้าอยากช่วยนัก เหตุใดไม่ไปช่วยเองเล่า? ไม่แน่หากเจ้าช่วยชีวิตเขาไว้ เจ้าคงได้แต่งกับฉินเซี่ยงเหิงสมใจ”ทว่าหลังนางฟังคำพูดนั้นแล้วกลับทำให้อวิ๋นซีหว่านนิ่งคิดและไตร่ตรองหากนางช่วยฉินเซี่ยงเหิงไว้ได้ นางก็จะกลายเป็นผู้มีพระคุณของเขา!ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย หากนางสามารถช่วยชีวิตฉินเซี่ยงเหิงได้ เรื่องหมั้นหมายนี้อาจเกิดขึ้นจริงก็เป็นได้!ทุกคนในเมืองหลวงต่างพากันยกย่องในความสามารถของฉินเซี่ยงเหิง อีกทั้งเมื่อการสอบในฤดูใบไม้ผลิสิ้นสุดลง ไม่แน่ว่าเขาอาจได้เป็นจอหงวน[1]ก็ได้ เช่นนั้นแล้วนางก็จะกลายเป็นฮูหยินของจอหงวนน่ะสิ!ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้สังเกต อวิ๋นซีหว่าน
“แค่กๆ”ฉินเซี่ยงเหิงสำลักน้ำออกมาเป็นจำนวนมากก่อนจะค่อย ๆ รู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อเขาลืมตาขึ้นก็เห็นสตรีสองนางกำลังตบตีกันอย่างดุเดือดราวกับแม่ค้าร้านตลาด ทำให้เขารู้สึกมึนงงอย่างมาก“คุณชายฉิน ท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว!”อวิ๋นซีหว่านเมื่อเห็นฉินเซี่ยงเหิงฟื้นคืนสติ ก็รีบผละจากการตบตีกับจ้าวซูหว่านทันที นางกล่าวด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “โชคดีที่ท่านไม่เป็นไรแล้ว ข้าเพียงตั้งใจจะช่วยชีวิตท่าน แต่จ้าวซูหว่านตบตีข้าราวกับว่าเสียสติไปแล้ว...”ใบหน้าขาวของหญิงสาวยิ่งดูซีดเผือดกว่าเดิมหลังจากถูกแช่ในน้ำเย็น ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงจากการตบตีกัน จนดูราวกับผีสาวประกอบกับสีหน้าที่ดูน่าเวทนานั่น...ยิ่งทำให้ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้“เจ้าช่วยข้าไว้หรือ?” ฉินเซี่ยงเหิงถามด้วยความสงสัย “แล้วเหตุใดพวกเจ้าจึงต้องตบตีกันเล่า?”“พี่เซี่ยงเหิง นางไม่รู้จักอาย กล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นกับท่านต่อหน้าธารกำนัล ข้าจึง...”จ้าวซูหว่านเอ่ยด้วยใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากไร้สีเลือด นางพยายามจะก้าวเข้าไปหาเขา แต่กลับถูกอวิ๋นซีหว่านผลักจนล้มลงกับพื้น“โอ๊ย!” จ้าวซูหว่านร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด“คุณชายฉิน ท่านอย่าไปฟังนา
ซ่งอี้อันยืนอยู่เงียบ ๆ ที่มุมหนึ่ง ผ้าผืนบางที่ปิดตาของเขาไม่ได้ปิดบังการมองเห็นอย่างสิ้นเชิงเขาเห็นทุกอย่างชัดเจน ตั้งแต่ฉินเซี่ยงเหิงที่แต่งกายไม่เรียบร้อย ไปจนถึงเสื้อผ้าของจ้าวซูหว่านที่ยุ่งเหยิง ซ่งอี้อันก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นคนทั้งสองนี้แอบลักลอบคบชู้กันลับหลังเขา ถึงขั้นมีบุตรด้วยกันแล้ว และยังจะนำตัวเขามาบังหน้าอีก ช่างน่าขันยิ่งนัก!“ระหว่างเรานั้นบริสุทธิ์ใจต่อกันจริง ตั้งแต่สามเดือนก่อน ข้าบอกเจ้าแล้วว่าจะตั้งใจเตรียมตัวสอบ เราก็ไม่ได้พบหน้ากันอีก” “หากเจ้าจะตั้งครรภ์จริง ๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าแม้แต่น้อย”ซ่งอี้อันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบแผ่วเบาดุจสายน้ำใสที่ไหลริน ชวนให้คนฟังรู้สึกเชื่อถือ ยิ่งไปกว่านั้น หากจ้าวซูหว่านตั้งครรภ์จริง เช่นนั้นแล้วนางย่อมไม่มีทางถอนหมั้นเป็นแน่สีหน้าของจ้าวซูหว่านแข็งค้าง ซ่งอี้อันตัดตัวเองออกจากเรื่องราวนี้อย่างชัดเจน แต่กลับไม่ได้เอ่ยคำใดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของนาง"จ้าวซูหว่าน หากเจ้าตั้งครรภ์จริง ก็จงสารภาพออกมาเถิด ข้ายังอาจช่วยรักษาเด็กในครรภ์ของเจ้าไว้ได้”“ตอนนี้เด็กยังไม่ถึงสามเดือน แต่หากเลือดออกมากเช่นน
เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งรั่วเจิน จ้าวซูหว่านแสดงอาการลังเลออกมา นางเผลอมองไปทางฉินเซี่ยงเหิงโดยไม่รู้ตัวเมื่อฉินเซี่ยงเหิงรับรู้ถึงสายตาของนาง หัวใจของเขาก็เต้นระรัว รีบส่งสายตาห้ามปรามให้แก่นางอย่างสุดชีวิตหากกล้าพูดชื่อเขาออกมา ทุกอย่างจบสิ้นแน่!“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะปิดบังอะไรได้อีก? ในเมื่อเจ้าตั้งใจจะให้เด็กคนนี้เกิดมา แล้วเจ้าไม่คิดจะแต่งงานกับเขาเลยหรือ?”ซ่งรั่วเจินที่สังเกตเห็นท่าทางของทั้งคู่ จึงเอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ “หากพลาดโอกาสวันนี้ ต่อให้กระโจนลงแม่น้ำฮวงโห เจ้าก็ชำระล้างชื่อเสียงไม่ได้แล้ว[1]”อวิ๋นเนี่ยนชูที่ดูทุกอย่างอยู่ ยิ่งแสดงอาการรังเกียจจ้าวซูหว่าน นางรู้สึกสงสารซ่งอี้อันอย่างที่สุด แต่เมื่อเห็นซ่งรั่วเจินยังคงสงบนิ่ง และเลือกพูดเตือนจ้าวซูหว่านอย่างใจเย็น ก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจไม่ด่าทอเสียให้สิ้นก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว ยังจะมาเกลี้ยกล่อมนางอีกหรือ?ซ่งรั่วเจินส่งสายตาให้สัญญาณแก่อวิ๋นเนี่ยนชู แม้จ้าวซูหว่านจะน่าชัง แต่เหตุการณ์วันนี้ที่เกิดขึ้น นางคงไม่สามารถสร้างปัญหาใดได้อีกต่อไปคนที่น่ารังเกียจที่สุดยังคงเป็นฉินเซี่ยงเหิง เขากับฉินซวงซวงเห
ซ่งอี้อันสั่นสะท้านด้วยความโกรธที่เก็บกักไว้ไม่อยู่ คำถามที่หลุดออกมาจากปากเขาแต่ละคำ ทำเอาผู้คนที่ได้ยินอดรู้สึกสงสารไม่ได้เรื่องเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็คงยากที่จะยอมรับได้ ยิ่งไปกว่านั้นซ่งอี้อันเป็นบุตรชายของท่านแม่ทัพ อีกทั้งยังเป็นผู้มากความสามารถที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในเมืองหลวงครั้งหนึ่งเขาคือบุรุษที่สตรีมากมายทั่วทั้งแคว้นหมายปอง ยามที่เขาหมั้นหมายกับจ้าวซูหว่านนั้น ไม่รู้ว่าทำให้แม่นางน้อยหัวใจสลายไปกี่คนส่วนฉินเซี่ยงเหิง เคยประกาศตนเป็นสหายที่ดีกับซ่งอี้อัน ได้ยินว่ามีครั้งหนึ่งฉินเซี่ยงเหิงร่ำสุราจนเมามายแล้วก่อเรื่อง เกือบถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิต แต่โชคดีที่ซ่งอี้อันช่วยเอาไว้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เขาไว้ใจที่สุดสองคนนี้ กลับลอบคบหากันลับหลังเขา ทั้งยังทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้สวีเฮ่ออันที่เฝ้าฟังเรื่องราวสุดฉาวระบือโลกเช่นนี้ จากเดิมที่เขาคิดว่าการที่ฉินเซี่ยงเหิงขโมยเรียงความไปก็ถือว่าน่าละอายพอแล้ว ไม่คิดเลยว่าความจริงกลับยิ่งเลวร้ายกว่าที่คิด“ไม่ควรคิดเกินเลยต่อภรรยาของสหาย ฉินเซี่ยงเหิง การกระทำของเจ้าเลวทรามจนทำให้ผู้คนขยะแขยะนัก! เกียรติของสำนักศึกษาหลวงก็เสียหายเ
เมื่อเห็นฉินเซี่ยงเหิงพยายามดึงตัวจ้าวซูหว่านอีกครั้ง สวีเฮ่ออันกับอวิ๋นเฉิงเจ๋อจึงรีบก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที“ฉินเซี่ยงเหิง เจ้าบอกเองว่าเจ้ากับคุณหนูจ้าวไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แล้วเจ้าจะมีสิทธิ์อันใดมาจัดการแทน?” สวีเฮ่ออันเอ่ยถามขณะเดียวกัน อวิ๋นเนี่ยนชูก็ฉวยโอกาสยัดยาลูกกลอนใส่มือจ้าวซูหว่าน “รีบกินเถิด!”จ้าวซูหว่านรีบกลืนยาลงไป ซ่งรั่วเจินจับชีพจรของนางอย่างรวดเร็ว และพบว่ากรณีของนางเป็นอันตรายอย่างยิ่ง จึงหยิบเข็มเงินออกมาและเริ่มลงมือรักษาทันทีซ่งอี้อันที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบ ๆ สั่งมั่วอวี่ให้ไปเชิญหมอมาในเมื่อจ้าวซูหว่านตั้งครรภ์ เรื่องนี้ก็จะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดในการยืนยันความสัมพันธ์ลับ ๆ ของพวกเขา!อวิ๋นเฉิงเจ๋อมองไปยังเฉียนเหว่ยและพรรคพวก ใบหน้าที่เย็นชาของเขาแสดงถึงความเย้ยหยันอย่างเห็นได้ชัด “นี่หรือ สหายฉินที่พวกเจ้าชื่นชมกันว่าเป็นผู้มีปณิธานสูงส่ง มีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่?”ได้ยินคำเย้ยหยันของอวิ๋นเฉิงเจ๋อ หากเป็นก่อนหน้านี้ เฉียนเหว่ยและพรรคพวกคงโต้กลับพร้อมกับเหยียดหยามเขาอย่างแน่นอนทว่าในเวลานี้ ทุกคนกลับนิ่งเงียบราวกับกลายเป็นคนบื้อใบ้ ไ
ทว่าท่าทีตอบสนองของคนผู้นี้เชื่องช้ามากอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีคนทำลาย ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจ หากตอนนี้ยังฝืนต่อไป ด้วยฝีมือระดับนั้น จะต้องกระอักโลหิตอย่างแน่นอนจู่ๆ เสียงชวนให้คนสกุลเฉียนตกตะลึงก็ดังขึ้น หันหน้าก็มองเห็นคนสกุลจ้าวที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่ยามใด“เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดไม่มีคนแจ้ง?” นายหญิงเฉียนร้อนใจแทบแย่จากนั้น นายหญิงจ้าวก็ถลันเข้าไปตบหนึ่งฉาด “เจ้า นังแพศยาคนนี้ ถึงขั้นคิดเอาชีวิตลูกชายของข้า วันนี้ข้าขอสู้กับเจ้า!”เพราะก่อนหน้านี้ได้รู้ว่าคนสกุลเฉียนกำลังทำพิธี ดังนั้นตอนนายหญิงจ้าวมาจึงพาคนกลุ่มหนึ่งมาด้วย นับตั้งแต่เข้าสกุลเฉียนจึงไม่มอบโอกาสให้พวกเขาแจ้งข่าวไม่ผิดไปดังคาด เพียงเข้ามาก็ได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้ ส่วนหุ่นผู้ชายกระดาษทางด้านข้างก็เขียนเวลาตกฟากของลูกชายบ้านตนเอาไว้นางมีลูกชายเพียงคนเดียว เห็นเป็นแก้วตาดวงใจมาโดยตลอด ปรากฏว่าเฉียนฮูหยินที่ปกติมีความสัมพันธ์ไม่เลวกับนาง ลับหลังฝีมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!อีกเพียงนิดเดียว ลูกชายของนางก็จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!พวกซ่งรั่วเจินเองก็คิดไม่ถึงว่านายหญิงจ้าวจะดุดันเช่นนี้ หลังเข้ามาแล้ว
นับตั้งแต่เฉียนหย่าหลินกลับมาเมื่อวานก็กังวลใจอยู่ตลอด นางรู้ฝีมือของซ่งรั่วเจินนังแพศยาคนนั้นดีต่อให้ไม่เต็มใจยอมรับ กลับสามารถรับรู้ได้ว่าฝีมือนางไม่ธรรมดาผ่านเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงเหล่านั้น นางเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าสกุลจ้าวถึงขั้นเชิญซ่งรั่วเจินไปช่วยบัดนี้ให้เหมียวเหมียวแต่งงานกับจ้าวซวี่ไป๋ได้อย่างยากลำบาก หากถูกซ่งรั่วเจินห้ามไว้ นี่ยังจะไม่จบสิ้นอีกหรือ?“หย่าหลิน เจ้าพูดหมายความว่าอันใด?”นายหญิงเฉียนมองเฉียนหย่าหลินอย่างสงสัย สังเกตเห็นความผิดปกติเล็กน้อย “ใช่หรือไม่ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น? เจ้ารีบพูดเถอะ!”นับตั้งแต่เฉียนหย่าหลินเสียตำแหน่งพระชายาเช่ออ๋องไป ช่วงนี้ก็มักเดินทางกลับมาบ่อยๆ หนำซ้ำยังฉวยโอกาสไปสืบสถานการณ์ของสกุลจ้าว แม้แต่เรื่องแต่งงานผีเพื่อเหมียวเหมียวก็เป็นหย่าหลินเสนอออกมานางคิดว่าลูกสาวคนนี้อุปนิสัยไม่ดี ปกติมักโวยวาย แต่ยังสามารถคิดถึงน้องสาว หวังว่าน้องสาวที่ตายไปจะรู้สึกดีขึ้น อารมณ์ภายในใจเองก็ดีขึ้นมาก“เมื่อวานตอนข้าไปสกุลจ้าว บังเอิญได้พบอวิ๋นอ๋องเชิญซ่งรั่วเจินไป ดังนั้นข้าจึงกังวลจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเจ้าค่ะ”“หลายปีมานี้น้องหญิงอยู่อย่า
ทว่าเขาเองก็รับปากต่อหน้าบิดาและท่านตาแล้ว เอ่ยปากอย่างอดไม่ได้ “ท่านวางแผนพูดกับฮองเฮา?”หากทำตามที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ บอกความคิดที่แท้จริงของเขาให้ฮองเฮาฟัง น่ากลัวว่าฮองเฮาจะต้องโมโหแทบตายแน่“ยามอยู่ต่อหน้าเจ้า ข้าเคยพูดปดด้วยหรือ?”สีหน้าฉู่จวินถิงตรงไปตรงมา อันที่จริงเขาคิดไว้อย่างชัดเจนตั้งนานแล้ว ชาตินี้เขาจะมีชีวิตเพื่อตนเอง“เจ้าวางใจได้ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีเอง ไม่มีวันส่งผลกระทบต่อเจ้า อีกทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อสกุลซ่ง”คล้ายมองความกังวลของซ่งรั่วเจินออก ฉู่จวินถิงเอ่ยปากสีหน้าจริงจัง ราวกับให้คำมั่นสัญญา หากแม้แต่เรื่องนี้เขาก็จัดการได้ไม่ดี เช่นนั้นก็ไม่คู่ควรกับรั่วเจินจริงๆเห็นสถานการณ์แล้ว ซ่งรั่วเจินไม่ถามมากนัก นางรู้ความสามารถในการจัดการเรื่องนี้ของฉู่จวินถิง ในเมื่อเขาพูดเช่นนี้ เชื่อว่าไม่มีอันใดให้กังวลสกุลเฉียนพิธีกรรมลึกลับอย่างเป็นทางการกำลังดำเนินอยู่นายหญิงเฉียนมองป้ายวิญญาณของเฉียนชิ่งเหมียวตรงหน้า ร้องไห้จนตาแดงทั้งสองข้าง“เหมียวเหมียว เจ้าอย่ากลัวไปเลย รอเจ้าแต่งงานแล้วก็จะมีคนดูแลอยู่ข้างกาย ก็คือพี่ซวี่ไป๋ที่เจ้าชอบตั้งแต่เด็กอย่
จ้าวซวี่ไป๋ได้ยินถ้อยคำนี้ก็เข้าใจสาเหตุแล้ว ท่าทีตอบสนองแปลกประหลาดของเฉียนชิ่งเหมียวยามเอ่ยถึงชุดกระโปรงสีชมพูนั้น ก็เพราะนางเห็นแล้ว!นางจำได้ว่าเป็นพี่สาวแท้ๆ ของตน ทว่านางไม่กล้าเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของนาง“เป็นนาง! จะต้องเป็นนางแน่!”เฉิงเฉินได้ยินคำพูดของจ้าวซวี่ไป๋จึงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “เจ้าเองก็คิดว่าเป็นนางหรือ?”“ท่านป้า ความสัมพันธ์พี่สาวน้องสาวสกุลไป๋ไม่ดีหรือ?”ฉู่อวิ๋นกุยขมวดคิ้ว สุ้มเสียงกลับเจือความรู้สึกเหลือจะเชื่อหลายส่วน พี่ชายน้องชายสามัคคีกัน พี่สาวน้องสาวรักใคร่กลมเกลียว แต่ไหนแต่ไรมานี่คือภาพที่ทุกคนล้วนอยากเห็นเพียงแต่พี่ชายน้องชายไม่ลงรอยกัน พี่สาวน้องสาวขัดแย้งกัน เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นไม่น้อย แต่ต่อให้พี่สาวน้องสาวขัดแย้งกัน กลับฆ่าแกงกันน้อยมากยิ่งไปกว่านั้นตอนนั้นเฉียนชิ่งเหมียวเพิ่งอายุเท่าใด เฉียนหย่าหลินเองก็แค่สิบขวบ เหตุใดนางโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้?“เฉียนหย่าหลินใจแคบมาโดยตลอด ไม่มีเมตตา ส่วนเหมียวเหมียวว่านอนสอนง่ายรู้ความ ปีนั้นบิดามารดาสกุลเฉียนชอบเหมียวเหมียวมากกว่าจริงๆ”นายหญิงจ้าวพูดพลางย้อนนึกถึงสถานการณ์ในปีนั้น “ทว่านับตั้
จ้าวซวี่ไป๋รีบจับมือของนายหญิงจ้าว “ข้าเห็นท่าทางของนางทรมานมาก ปากพูดว่าเป็นไปไม่ได้ ข้าคิดว่านางรู้ว่าเป็นใคร แต่นางคิดว่าอีกฝ่ายไม่มีวันทำร้ายนาง ดังนั้นจึงสงสัยมาโดยตลอด”“กระโปรงสีชมพูย่อมพิสูจน์ได้ว่าเป็นสตรี ทว่าตอนนั้นข้าและพวกอวิ๋นกุยล้วนเป็นชาย เหตุใดจึงมีกระโปรงสีชมพูกันเล่า?”“อวิ๋นกุย ตอนนั้นเจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าแม่นางคนใดสวมชุดกระโปรงสีชมพู?”ฉู่อวิ๋นกุยเผยสีหน้าสับสน “ตอนนั้นเล่นด้วยกันมีเพียงพวกเราเด็กผู้ชายสองสามคน ก็เพราะเจ้าพาน้องสาวมาคนหนึ่ง ทุกคนยังรู้สึกไม่พอใจ ไฉนเลยจะมีแม่นางคนอื่นอยู่อีก?”“ไม่ จะต้องยังมีแม่นางอีกคน เพียงแต่พวกเราไม่ทันสังเกต จะต้องหาตัวคนผู้นี้ออกมาให้ได้ น้องหญิงเหมียวเหมี่ยวถึงจะได้รับความยุติธรรม!”จ้าวซวี่ไป๋ส่ายหน้า สายตามุ่งมั่น “แม่นางซ่ง เหตุที่นางติดอยู่ที่นั่นก็เพราะนางถูกคนทำร้ายแต่กลับไม่ได้รับความยุติธรรมใช่หรือไม่?”“นางตายอย่างอนาถจริงๆ ต้องช่วยนางคลายปมในใจถึงจะสามารถออกจากใต้น้ำและเกิดใหม่ได้” ซ่งรั่วเจินพูดเห็นสถานการณ์แล้ว ฉู่อวิ๋นกุยไม่เสียเวลาอีก รีบสั่งให้คนไปหาอีกสามคนที่เหลือที่เล่นด้วยกันในปีนั้นเดิมทีพวกเข
นายหญิงจ้าวนึกถึงเฉียนหย่าหลินที่เมื่อวานตั้งใจมาทำลายโดยเฉพาะ น่ากลัวว่าเดิมทีก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว กังวลซ่งรั่วเจินจะทำลายแผนของพวกเขาจึงขัดขวางไว้ซ่งรั่วเจินจิกนิ้วทำนาย สายตาสะท้อนแววรังเกียจ “ชายารองเช่ออ๋องนี้ ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ”ชั่วขณะฉู่จวินถิงได้ยินถ้อยคำนี้ คล้ายเข้าใจบางอย่างในทันใด สายตาเย็นชาลง “ดูท่าแล้ว พวกเราประเมินนางต่ำเกินไป”ในเวลาเดียวกัน จ้าวซวี่ไป๋ได้พบเฉียนชิ่งเหมียวอีกครั้งเพียงแต่แตกต่างจากรูปร่างบิดเบี้ยวก่อนหน้านี้ เฉียนชิ่งเหมียวกลับมามีรูปร่างเหมือนตอนพลัดตกน้ำอีกครั้ง“พี่ซวี่ไป๋ ท่านมาหาข้าหรือ?” แม่นางน้อยเอ่ยปาก ใบหน้าเล็กน่ารักเจือความอ่อนเยาว์จ้าวซวี่ไป๋รู้สึกเพียงอาการปวดแสบแผ่ออกจากหัวใจสู่ปลายจมูก จากนั้นก็กลายเป็นน้ำตา ขอบตาแดงโดยไม่รู้ตัว“น้องหญิงเหมียวเหมียว เป็นข้าทำผิดต่อเจ้า!”“ขอโทษ ขอโทษจริงๆ”เฉียนชิ่งเหมียวเดินมาหยุดต่อหน้าจ้าวซวี่ไป ยื่นมือออกมาจับมือของเขา กลับพบว่าชั่วขณะจะสัมผัสกันนั้น แสงสายหนึ่งสว่างขึ้นมา คล้ายแสงสายนั้นขวางกั้นไม่ให้นางแตะต้องเขาได้นางมองมือของตน คล้ายเข้าใจความแตกต่างระหว่างคนกับวิญญาณ พูดว่า “พ
ซ่งรั่วเจินหยิบยันต์ออกมาหนึ่งใบ ติดไว้ที่หัวเตียงดังเดิมแล้วพูดว่า “อีกเดี๋ยวเจอนางก็ไม่ต้องกลัว นางทำร้ายท่านไม่ได้”“ขอบคุณแม่นางซ่งมาก”จ้าวซวี่ไป๋นึกถึงแสงสีทองที่ได้เห็นก่อนหน้านี้ก็รู้ความยอดเยี่ยมของยันต์ใบนี้แล้ว เทียบกับยันต์ใบก่อนและยันต์ใบนี้ สีของมันจางกว่ามากมองเห็นจ้าวซวี่ไป๋นอนหลับ ทุกคนล้วนตึงเครียดขึ้นมาฉู่จวินถิงมองแม่นางข้างกาย “ใช่หรือไม่ว่ายังมีเรื่องอื่นที่พวกเราไม่รู้?”“ท่านมองออกได้เยี่ยงไร?” ซ่งรั่วเจินตกตะลึงอย่างอดไม่ได้ นางไม่ได้พูดอะไรเสียหน่อยฉู่จวินถิงเลิกคิ้วคม “ข้าย่อมไม่รู้เรื่องศาสตร์ลี้ลับ แต่ข้ารู้จักเจ้า”หรือพูดอีกอย่างคือเขามองออกผ่านท่าทีตอบสนองของซ่งรั่วเจินซ่งรั่วเจิน “???”ฉู่อวิ๋นกุยกลับไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เสด็จพี่เชี่ยวชาญการสังเกตสีหน้าที่สุด มีประโยชน์อย่างยิ่งตอนตัดสินคดี หาไม่แล้วคงไม่มีคนมากมายไม่อาจหลุดรอดสายตาของเสด็จพี่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดว่าบัดนี้สายตาของเสด็จพี่เต็มไปด้วยพี่สะใภ้ ย่อมสังเกตออก“พี่ แม่นางซ่ง เจ้าพูดเถอะเรื่องอื่นนั้นหมายความว่าอันใด?”ฉู่อวิ๋นกุยจะเรียกพี่สะใภ้ แต่สังเกตเห็นว่ายังมีคนนอกอยู่จึงรี
เสียงซ่งรั่วเจินเพิ่งเงียบลง สายตาทุกคนล้วนตกอยู่บนตัวนาง หรือว่าภายในนี้ยังมีเงื่อนงำ?“ปีนั้นพวกท่านแน่ใจได้อย่างไรว่านางพลัดตกน้ำตาย?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถามนายหญิงจ้าวพูดอย่างสงสัย “ปีนั้นพวกเขาเด็กสองสามคนไปเล่นด้วยกัน อันที่จริงบริเวณใกล้เคียงก็มีคนอยู่ เพียงแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด แม่นมสาวใช้ล้วนไม่ทันสังเกตเห็น อีกทั้งยังไม่รู้ว่านางพลัดตกน้ำได้อย่างไรรอจนไปพบ คนก็หมดลมหายใจแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงคิดว่าพลัดตกน้ำ จึงไม่ได้คิดมาก”“อันที่จริงในสายของข้า แต่ไหนแต่ไรมาเหมียวเหมี่ยวเด็กคนนี้ใจเซาะมาก นางไม่มีวันเล่นสนุกถึงขั้นกระโดดลงน้ำ บางทีอาจไม่ทันระวังจึงตกลงไป หรือบางที...”ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว “หรือบางทีอาจถูกคนผลักตกลงไป?”สีหน้านายหญิงจ้าวเปลี่ยนไป “ข้าเองก็ไม่กล้าพูดเรื่องนี้ ไม่มีหลักฐานอันใด อีกทั้งยังหาไม่พบว่าตกลงเป็นใครมีเป้าหมายเช่นนี้ ถึงขั้นทำร้ายเด็กเล็กคนหนึ่งตาย”สายตาลุ่มลึกของฉู่จวินถิงสะท้อนแววใคร่ครวญและพูดว่า “เช่นนั้นเรื่องนี้ก็แปลกเกินไปแล้ว ยามคุณชายและคุณหนูแต่ละบ้านออกนอกบ้าน ข้างกายจะต้องมีแม่นมสาวใช้เฝ้าอยู่ โดยทั่วไปไม่สามารถเกิดเรื่องเช่นนี้ได้”“ปี
“ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ”ฉู่อวิ๋นกุยตบมือของเขา “ปีนั้นข้าเองก็อยู่ด้วย ตกลงเรื่องราวเป็นเช่นไร ทุกคนล้วนรู้ดี พูดขึ้นมาแล้ว อันที่จริงพวกเราก็ไม่สามารถหนีความรับผิดชอบทั้งหมดพ้น”ปีนั้นอายุยังน้อยไม่รู้ความ หลังเอะอะโวยวายแล้วก็จากไป ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น พวกเขาเองก็ต้องรับผิดชอบจริงๆเป็นความผิดของพวกเขาตอนนี้เอง จ้าวซวี่ไป๋มองเห็นซ่งรั่วเจนจึงรีบเอ่ยถาม “แม่นางซ่ง เหตุใดเหมียวเหมี่ยวจึงกลายเป็นเช่นนี้? ข้าได้ยินมาว่าคนตายไปแล้วจะได้เกิดใหม่ เหตุใดนางจึงยังอยู่ในแม่น้ำเย็นยะเยือกนั้นอยู่ตลอดเล่า?”แม้ว่าตอนนั้นเฉียนชิ่งเหมียวยังพูดไม่จบ แต่เขาได้ยินนางพูดว่าในน้ำหนาวมากปีนั้นนางยังเด็กก็ต้องสำลักน้ำเย็นยะเยือกในแม่น้ำตายไป ชนิดที่ว่าผ่านมานานหลายปีถึงเพียงนี้ก็ยังถูกสภาพแวดล้อมเย็นยะเยือกโอบล้อมไว้...ทีแรกเขาคิดจริงว่าเฉียนชิ่งเหมียวน่ากลัว แต่ตอนนี้คิดตกแล้ว เดิมทีทั้งหมดก็เป็นความผิดของเขา“เพราะนางมีความยึดติด” ซ่งรั่วเจินพูดตามตรงผีตายในน้ำสำลักน้ำจนตาย แม้อนาถมาก แต่สามารถเกิดใหม่ได้ ทว่านางยังอยู่ที่นั่นไม่ยอมจากไป คาดว่ามีความยึดติดจึงยังอยู่ที่นั่น“เช่