“คุณพาฉันมาที่ไหน”
“แวะมาเอาของนิดหน่อยน่ะ”
อีกฝ่ายยังใส่แว่นดำ เธอมองไม่เห็นแววตาเขา ทว่าใบหน้ารกครึ้มของเขาไม่ได้ยิ้ม จะว่าไปก็นับแต่ที่เจอกันตรงทางออกสนามบินคนขับรถคนนี้ก็ตีหน้านิ่งแม้ในเวลาช่วยเธอยกกระเป๋า
นิชาดาพยักหน้ารับ และเขาก็ไม่ได้เดินมาท้ายรถ เพียงบอกเธอแล้วเดินไปยังประตูบ้านหลังนั้น ความไม่แน่ใจทำให้เธอดึงมือถือออกจากไม้เซลฟี่แล้วมาพิมพ์เสิร์ชหาไร่ชาดิฐวัฒน์ อยากรู้ว่าตนยังอยู่ในเส้นทางที่จะไปไร่หรือไม่
จากแผนที่บอกว่าเธออยู่ในพื้นที่ไร่ทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น ทว่านับแต่เห็นไร่ชาอยู่ไกลๆ แล้วเธอก็ยังไม่เห็นอีก แต่หากที่นี่เป็นบ้านคนขับรถก็เท่ากับว่าบ้านของเขาอยู่ใกล้ไร่มากหรือไม่อาจจะอยู่ในไร่ อาจเป็นบ้านสวัสดิการพนักงานก็เป็นได้
“โทษทีที่ทำให้คุณเสียเวลา”
ร่างอรชรสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงเข้มเอ่ยขึ้น ไม่ทันรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกลับมาแล้ว เขากำลังเดินมาใกล้รถเธอจึงส่ายหน้าพร้อมยิ้มบาง
“ไม่เป็นไรค่ะ”
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรอีก เขากลับขึ้นไปประจำที่นั่งคนขับอีกครั้ง
นิชาดาพยายามใจเย็นคิดว่าตนน่าจะไปถึงไร่ในเวลาไม่นาน ทว่าเสียงสตาร์ตรถซ้ำสี่ห้าครั้งแต่เครื่องกลับไม่ติด ใจหญิงสาวกลับมาเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อีกครั้ง ตอนขับมายังดีๆ ไม่มีปัญหาแล้วอยู่ๆ รถกลับไม่ติดขึ้นมาน่ะหรือ
“โธ่เว้ย!”
ได้ยินเสียงคนขับสบถ ขณะที่นิชาดาใส่มือถือในกระเป๋ากระโปรงของตน แล้วจับหูลากของกระเป๋าเดินทางมาใกล้ตัวอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นว่าร่างสูงใหญ่ลงจากรถ
“อยู่ๆ ไอ้แก่ก็เครื่องดับซะงั้น คุณรอหน่อยแล้วกันนะ คงต้องดูสักหน่อย”
บอกแล้วเขาก็เดินไปเปิดกระโปรงรถด้านหน้า ทว่านิชาดากลับรู้สึกไม่ชอบมาพากลอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายเธอตัดสินใจใส่หมวก ดึงกระเป๋าใบโตของตน พยายามเอาลงจากรถให้ได้ แม้จะพยายามทำทุกอย่างให้เกิดเสียงน้อยที่สุด แต่เมื่อเธอลงและตามด้วยกระเป๋าที่ท้ายรถแรงสะเทือนก็ส่งผลกับรถทั้งคันให้คนด้านหน้ารับรู้ อีกฝ่ายเดินอ้อมมา เธอก็รีบถอยห่างจากรถเช่นกัน
“จะไปไหนน่ะ”
เสียงเข้มถามราวติดจะดุ
“ฉันเห็นว่าเข้าเขตไร่แล้ว ฉันเดินไปต่อเองก็ได้ค่ะ คุณดูรถเถอะ ขอบคุณมากๆ นะคะ”
เธอพยายามยิ้มหากก็รู้ว่าตนดูฝืนมาก และการไม่เห็นแววตาภายใต้แว่นดำนั้นก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ หญิงสาวค่อยๆ ถอยหลังเมื่ออีกฝ่ายก้าวมาหา
“ไร่ไม่ใช่เล็กๆ นะ คุณเดินไม่ไหวหรอก”
“ฉันเดินได้ค่ะ”
นิชาดายืนยัน รู้สึกว่าเจ้าของร่างสูงใหญ่ก้าวขายาวขึ้นพร้อมทั้งเร่งจังหวะให้เร็วเธอก็หันหลังลากกระเป๋ากึ่งวิ่งเท่าที่ตนจะสามารถทำได้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“เฮ้ย คุณ...”
เสียงเข้มดังตามหลังมาไม่ห่างนัก
หญิงสาวพยายามจะยกกระเป๋าของตนแต่ก็หนักเหลือเกิน เธอจะวิ่งให้เร็วก็ต้องทิ้งกระเป๋า แต่นิชาดายังไม่อยากทิ้งของของตน แต่แล้วก็ต้องกรีดร้องสะบัดมือที่หิ้วกระเป๋าเพราะถูกจับข้อมือเข้าให้
“กรี๊ด...”
ร่างอรชรสะดุ้งทั้งตัว ปัดมืออีกฝ่าย ลนลานวิ่งต่อโดยไม่หันมองกระเป๋าตนอีก
“จะวิ่งไปไหนคุณ”
เธอรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายยังไล่ตามมา นิชาดาเร่งฝีเท้าเต็มกำลังเท่าที่จะสามารถทำได้ หมวกปลิวหล่นไปก็ไม่สนใจ
“แค่จะบอกว่าช่วยหิ้วกระเป๋าไปส่งให้ก็ได้”
เสียงเข้มตะโกนบอกตามหลังมา
หญิงสาววิ่งไม่ลืมหูลืมตามาไกลรู้สึกเหมือนถูกไล่กวดมาติดๆ กระทั่งเป็นทางแยกสามทาง แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงลั่นเพราะร่างสูงใหญ่โผล่พรวดมาขวางหน้าจากทางหนึ่ง
“ว้าย!”
นิชาดาตกใจผงะจนล้มก้นกระแทก ในมือยังมีไม้เซลฟี่อยู่จึงยกขึ้นป้องกันตัว
“อย่าเข้ามานะ”
“คิดว่าจะหนีรอดเหรอ”
ชายหนุ่มพูดพร้อมย่างสามขุมเดินเข้ามา
“นายคิดไม่ดีกับฉันจริงๆ ด้วย”
เธอพยายามถอยพลางดันตัวเองลุกขึ้นเพื่อจะหนีให้ได้ และเห็นปากภายใต้หนวดเครากระตุกยิ้ม หัวใจดวงน้อยเต้นแรงด้วยความตระหนก ไม่กล้าละสายตาเพราะกลัวอีกฝ่ายจะกระโจนเข้าใส่ เมื่อลุกขึ้นได้ก็ยิ่งถอยกรูดเพราะคนตัวโตยังก้าวมาหาไม่ลดละ
“รู้ใจอย่างนี้ คุณก็คิดเรื่องเดียวกันอยู่สินะ”
“ฉันไม่ได้คิดอะไร”
“น่า ใจตรงกันจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากทำไม ทำๆ ให้มันจบๆ ไป มันๆ สนุกๆ ทั้งคู่”
“บ้าน่ะสิ อย่ามายุ่งกับฉันนะ”
นิชาดาทำเสียงแข็งสู้ ทั้งที่ในใจกำลังหวาดกลัวอย่างที่สุดจนเสียงสั่น พร้อมเหวี่ยงไม้เซลฟี่ไปมาไม่ต้องการให้ร่างสูงใหญ่เข้าใกล้ตนได้
“หึ โวยวายกลบเกลื่อนหรือเปล่า อยากเหมือนกันก็ยอมรับมาเถอะน่า”
“ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาไง”
เธอตะโกนสวนทั้งยังตวัดไม้เซลฟี่อย่างแรง พยายามจ้องผ่านแว่นดำของอีกฝ่ายให้รู้ว่าตนพร้อมสู้ ทว่าชายหนุ่มกลับยิ้มหยันพลางเดินมาจนเกือบถึงรัศมีของไม้อย่างไม่รู้สึกว่ามันอันตราย
ขณะนั้นเหมือนมีเสียงมอเตอร์ไซค์เคลื่อนที่ดังเข้ามา นิชาดาได้โอกาสร้องขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง
“ช่วยด้วย!! ช่วยด้วยค่ะ มีคนจะทำร้ายฉัน”
ร่างสูงใหญ่หยุดเท้า พร้อมเสียงใครคนหนึ่งตะโกนมา
“เสียงใครน่ะ”
เป็นเสียงผู้หญิงทำให้นิชาดาอุ่นใจขึ้น หากก็ยังไม่แน่ใจว่าคนมาใหม่จะสามารถช่วยตนได้หรือไม่ แต่เธอผวาวิ่งไปยังทางนั้นทันที
“ทางนี้ค่ะ ช่วยด้วยค่ะ”
เธอกลัวชายผู้คุกคามตนจะตามมาฉุดเข้าข้างทางที่มีป่ารกอยู่ด้านหนึ่ง จึงพยายามวิ่งสุดกำลังเท้าของตนโดยไม่เหลียวหลังกระทั่งเห็นรถมอเตอร์ไซค์และผู้ขี่ก็รีบโบกมือ
“ช่วยฉันด้วย”
อีกฝ่ายขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดใกล้ๆ มองเธอด้วยสีหน้างุนงง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคุณ”
“ผู้ชายคนนั้นจะทำร้ายฉัน”
นิชาดารีบเข้าไปจับแขนของอีกฝ่ายขณะมือสั่นตัวสั่นพร้อมทั้งหอบด้วยความเหนื่อย สายตาของผู้มาใหม่มองผ่านเธอไปแล้วมองเธออีกครั้ง
“ไม่เห็นมีใครนี่”
เธอหันกลับไปมองด้านหลังอย่างแปลกใจเพราะคิดว่าผู้ชายคนนั้นไล่ตามตนมา ทว่าทุกอย่างว่างเปล่า
นายหนวดคนเถื่อนหายไปแล้ว...
นายหนวดคนเถื่อนหายไปแล้ว...
“เขาโผล่มาจากทางนั้น จริงๆ นะ”
ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังเส้นทางที่เจ้าของร่างสูงใหญ่โผล่ออกมาดักหน้าตนอย่างต้องการยืนยันคำพูดของตัวเอง
“น่าแปลก ที่นี่ไม่เคยมีเรื่องอะไรแบบนี้”
หญิงสาวผู้มาใหม่เอ่ย แม้จะยังงงอยู่ แต่ก็เห็นว่าผู้หญิงตรงหน้า หน้าซีดเผือด เหงื่อท่วมตัว ท่าทางดูกลัวจริงๆ
“ว่าแต่คุณมาอยู่แถวนี้ได้ยังไง หรือมาเที่ยวไร่แล้วหลงทาง”
“ฉันมาสมัครทำงานที่ไร่น่ะค่ะ”
“อ๋อ แล้วมายังไงล่ะ ทำไมมาอยู่ท้ายไร่ได้ แล้ว...”
“เอ่อ เราไปจากที่นี่กันก่อนได้ไหม”
นิชาดาไม่อยากให้ตรงนี้อีกแล้ว เธอรู้สึกขนท้ายทอยลุกอย่างบอกไม่ถูก ราวกำลังถูกจับตามองอยู่ อาจเป็นไปได้ที่ผู้ชายคนนั้นแอบซ่อนและมองมาจากที่ใดที่หนึ่งในป่า
“ได้สิ ขึ้นซ้อนท้ายได้เลยคุณ”
เจ้าของร่างอรชรรีบขึ้นนั่งแล้วรวบกระโปรงยาวพลิ้วของตนให้เรียบร้อย ในมือยังไม่ทิ้งไม้เซลฟี่ ทั้งที่นึกห่วงกระเป๋าแต่ก็ไม่กล้าขอให้อีกฝ่ายช่วยพากลับไปทางที่ตนเพิ่งหนีมา เพราะอย่างไรก็เป็นผู้หญิงสองคน คิดว่าหากได้เจอคนในไร่เพิ่มขึ้นอาจพอจะขอความช่วยเหลือได้ ยังดีที่มือถือยังอยู่ แต่ในกระเป๋าเดินทางก็มีเครื่องมือทำมาหากินซึ่งเป็นเหมือนทุกอย่างของเธอเช่นกัน
======
มาถึงก็เจอเรื่องแบบนี้ ตกลงพี่ชายส่งหมอกมาที่ปลอดภัยจริงหรือเปล่า? ^^"
ก้าวเข้ามาในสำนักงานของไร่ชาดิฐวัฒน์นิชาดาก็ชะงักเท้ากับสิ่งที่เห็น พร้อมกับเสียงพนักงานต้อนรับเอ่ยทักทาย เธอจึงยิ้มบางและตอบกลับ ก่อนก้าวเข้าไปจับกระเป๋าเดินทางใบโตพลิกหมุนไปมาดูก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นของตน“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ผู้หญิงที่พาเธอมาส่งหน้าสำนักงานแล้วก็รีบขี่ต่อไปยังส่วนที่ทำงานอยู่หลังพักกลางวัน นิชาดาได้แต่ขอบคุณจนลืมถามชื่อเอาไว้ หากก็คิดว่าเจอกันอีกครั้งคงต้องขอบคุณซ้ำเพราะเจ้าตัวช่วยเหลือให้เธอหลุดรอดจากอันตรายมาได้“คุณนิชาดาใช่ไหมคะ”พนักงานสาวเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ“ฉันได้รับแจ้งไว้แล้วว่าคุณจะเข้ามายื่นใบสมัครงานวันนี้ เชิญนั่งก่อนค่ะ”“ใครเป็นคนเอากระเป๋าฉันมาไว้ที่นี่คะ”เธอนั่งลงพร้อมถาม ขณะอีกฝ่ายเดินกลับไปหลังเคาน์เตอร์ กระเป๋าถูกวางไว้ใกล้โซฟาตัวยาวหลบมุมเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ถึงกับทิ้งไว้อย่างไม่ใส่ใจ ไม่อย่างนั้นคงถูกโยนไว้หน้าสำนักงานหรือไม่ก็ทางเข้าไร่เสียมากกว่า แต่นั่นยิ่งน่าแปลก“เห็นคนงานบอกว่าผู้จัดการไร่สั่งให้ไปเอามาจากท้ายไร่น่ะค่ะ พอเห็นท่าทางคุณฉันก็เลยมั่นใจ”อีกฝ่ายบอกราวไม่เห็นว่าเป็นเรื่องน่าสงสัยแต่อย่างใด ขณะเอกสารใบสมัครงานถูกวางล
วันแรกของการทำงานนิชาดาซ้อนมอเตอร์ไซค์ของกัญญามา และก็ได้พบกับมธุรินเลขารวมถึงผู้ดูแลบัญชีทั้งหมดภายในไร่ เป็นหัวหน้าของเธอกลายๆ เมื่อวานอีกฝ่ายออกไปจัดการธุระที่ธนาคารเธอจึงไม่ได้พบ“หน้าที่รับผิดชอบของเธอคือแอดมินหน้าเว็บกับเพจเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ก็จะมีฉันกับกุ๊กช่วยกันดูอยู่ ส่วนเช้านี้เธอก็ดูว่าเว็บของไร่ควรจะมีอะไรอีก หรืออยากนำเสนออะไรเพิ่มก็แล้วกัน ประชุมตอนบ่ายจะได้คุยพร้อมกัน”นิชาดารับคำพลางจดรายละเอียดบางส่วนเอาไว้ในไอแพดเพื่อใช้ประกอบงานของตน เธอถนัดทั้งเขียนจากปากกาและพิมพ์ในคีย์บอร์ดที่ซื้ออุปกรณ์มาครบพร้อมตั้งแต่ตอนที่ยังทำงานประจำในบริษัทโฆษณา แต่จำเป็นต้องออกเมื่อหกเดือนก่อนเพราะบริษัทปรับลดพนักงานด้วยพิษเศรษฐกิจ เธออยู่ในทีมครีเอทีฟ ทำได้ทั้งเขียนคอลัมน์แนะนำประชาสัมพันธ์ รวมทั้งถ่ายวิดีโอและตัดต่อจากนั้นอีกฝ่ายก็ลุกจากโต๊ะประชุมเดินไปยังโต๊ะทำงานพลางเอ่ย“อันนี้ของเธอ”นิชาดาก้าวตาม เห็นมธุรินยกกล่องไม่ใหญ่และไม่เล็กมากขึ้นมาจึงรีบวางไอแพดบนโต๊ะของตนแล้วเข้าไปหา“แมกบุ๊ก”เธอชะงักเล็กน้อยเพราะสายตาก็เห็นพอดีว่าเป็นอะไร“ซื้อเครื่องใหม่เลยเหรอคะ”อดถามอย่างเกรงใจไม่
“นายหนวด! นายเข้ามาได้ยังไง”นิชาดาอุทานเสียงดังทันทีพร้อมถอยหลังพัลวันเพราะอีกฝ่ายก้าวมาด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยหากก็น่ากลัวสำหรับเธอ“กุ๊ก คุณวัช พี่ริน ทุกคนไปไหนกันหมดคะ”เธอตะโกนหาคนอื่นอย่างหวาดหวั่น แล้วกัญญาก็เปิดประตูก้าวพรวดเข้ามา“กุ๊กเรียกคุณวัชเร็วเข้า บอกให้มาจับตัวนายคนขับรถเถื่อน”“เอ่อ อะไรนะ”เพื่อนร่วมห้องสาวมีสีหน้าแปลกใจ เธอไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อวานให้อีกฝ่ายฟังรวมถึงมธุรินด้วย เพราะคิดว่าอาจทำให้ทั้งสองคนกังวลเหมือนเช่นตน“เร็วซี่...”เธอไม่ตอบแต่ย้ำ ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงเข้มของวัชพลดังหน้าประตู“มีอะไร เสียงดังอะไรกันเหรอกุ๊ก”“คุณวัชคะ ช่วยด้วยค่ะ”นิชาดาตะโกนอีกครั้ง ขณะจ้องร่างสูงใหญ่ที่ยืนล้วงกระเป๋าเฉยด้วยท่าทางไม่ยี่หระอย่างหวาดระแวงกัญญาขยับเข้ามาด้านในด้วยท่าทางอึกอัก แล้ววัชพลกับมธุรินก็เข้ามา เธอจึงรีบบอก“นี่ไงคะ คนขับรถเถื่อนที่ฉันเล่าให้คุณวัชฟังเมื่อวาน”ผู้จัดการกับเลขาสาวมองเธอ แล้วมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก่อนจะหันมองหน้ากัน และก็เป็นวัชพลที่เอ่ยขึ้น“หมอกคงเข้าใจผิดน่ะ นี่นาย...”นิชาดาตัวแข็งทื่อ รู้สึกตัวเย็นเฉียบทั้งใบหน้าจรดปลายเท้า และถอยหลังอีก
“เอาเลย ด่าให้เต็มที่ แต่ตอนฉันคิดบัญชีคืนอย่าร้องไห้คร่ำครวญก็แล้วกัน”บอกแล้วเขาก็ปล่อยคางเล็กที่ทิ้งจนดวงหน้าเรียวมนถึงกับหัน ซ้ำยังปิดประตูดังโครม นิชาดารีบจับที่เปิดดึงทว่าชายหนุ่มกดล็อกจากรีโมตเสียก่อน เธอมองตามร่างสูงใหญ่เห็นเขาเดินอ้อมด้านหน้ารถพลางจ้องเธอไปด้วยอย่างไม่ละสายตา แต่นิชาดาก็รีบปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย สองมือจับที่เปิดเตรียมเปิดในเวลาเดียวกับที่อีกฝ่ายปลดล็อก เมื่อได้ยินเสียงปุ๊บเธอก็ดึงทันทีทั้งยังก้าวขาเพื่อจะพุ่งตัวออกจากรถให้เร็วที่สุด“โอ๊ย...ปล่อยนะ”เอวบางถูกคว้าได้ก่อนสะโพกจะหล่นจากเบาะรถ เพราะเป็นรถหรูคันโตแบบโฟร์วิลเธอจึงขึ้นลงลำบากและทำได้ช้า แล้วร่างสูงใหญ่ก็โน้มมากดไหล่เธอกระแทกเบาะพร้อมรวบขากลับขึ้นมาก่อนดึงประตูปิด นิชาดาผลักดันอีกฝ่ายแต่ก็เหมือนเขาจะไม่สะดุ้งสะเทือน“นายเอาตัวฉันมาทำไม จะพาฉันไปไหน”ชายหนุ่มคาดเข็มขัดของเธออีกครั้งอย่างกระแทกกระทั้นแล้วรีบล็อกรถเพราะเห็นเธอพยายามจะเปิดประตู“ปลดล็อกเดี๋ยวนี้นะ นายไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน บอกให้เปิด!”เธอดึงที่จับเปิดไม่หยุดขณะที่อีกฝ่ายสตาร์ตเครื่องอย่างไม่พูดไม่จาแล้วออกรถอย่างแรงจนร่างอรชรผงะติดเบาะ“น
“อะไรนะ”เสียงหวานเบาจนแทบไม่ได้ยิน ทั้งมึนงงและเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน“ไอ้เมฆส่งเธอมาที่นี่แลกกับเงินสิบล้านพร้อมเงื่อนไขให้รับเธอเข้าทำงานและเธอต้องเป็นเมียฉัน”“เมีย...”ใบหน้าขาวซีดพร้อมสีหน้าตระหนกทำให้ธีรดนย์ส่ายหน้าพลางส่งเสียงในลำคอ“ตีหน้าซื่อได้เก่งดีนะ”“ฉันไม่รู้...”“ไม่รู้แล้วเธอถามหาฉันทำไม ไม่รู้แล้วทำไมยังอยู่ที่นี่ทั้งที่ถูกฉันในฐานะคนขับรถไล่ปล้ำเมื่อวาน เป็นคนอื่นเขาหนีเปิดแนบไปแล้ว แต่เธอยังอยู่เพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าตัวเองจะมาเป็นเมียเจ้าของไร่”เขาลองใจผู้หญิงตรงหน้าไปเมื่อวานก็เห็นชัดแล้วว่าเจ้าตัวรู้ดีแก่ใจถึงได้ยังอยู่ต่อ“ฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ”นิชาดาได้แต่พึมพำ นภนต์ส่งเธอมาที่นี่เพราะเจ้านายของเขาเอ่ยปากว่าสนใจเธอในฐานะเมียเก็บ ทั้งยังบอกว่ามาอยู่ที่นี่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยห่างไกลจากสายตาเจ้านายตนแน่นอน“ทำไมพี่เมฆต้องขอเงินนาย”เธอถามอย่างสงสัยเพราะเชื่อใจพี่ชายที่มีกันเพียงสองคนในชีวิตมากที่สุด เขาไม่มีวันทำร้ายเธอ‘พี่อยากให้หมอกมีความสุข มีชีวิตที่ดี พี่จะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้หมอก จะไม่ยอมให้หมอกลำบาก’พี่ชายบอกกับเธออย่างนี้เสมอนับแต่ต้องใช
‘ไอ้ห่า...’เสียงสบถด่าขาดหายเพราะธีรดนย์ตัดสายแล้วโยนมือถือทิ้งบนโต๊ะเตี้ยใกล้ๆทำพูดแสลงหูทั้งหมดทำให้นิชาดาโมโหและรังเกียจคนตรงหน้านัก ทว่าไม่ส่งเสียงใดๆ เพราะไม่อยากให้พี่ชายไม่สบายใจ อย่างไรอีกฝ่ายก็เหมือนเป็นตัวแทนของพ่อกับแม่สำหรับเธอ ทว่ามือที่แกะมือหนานั้นทั้งจิกและข่วนอย่างแรง“โธ่เว้ย!”ธีรดนย์รำคาญอาการแสบๆ คันๆ ที่ก่อเกิดจากปลายเล็บเล็กจนไม่มีอารมณ์คุยต่อ คิดว่าเขาพูดชัดเจนแล้ว และตอนนี้ก็ต้องจัดการสาวเจ้าที่แรงเท่ามดแต่ไม่ประเมินฤทธิ์ตัวเองมากัดราชสีห์อย่างเขาชายหนุ่มจับมือบางสองข้างกดลงบนโซฟาพร้อมโถมกายลงไปหา“หมดธุระกับพี่ชายเธอแล้ว ได้เวลาทดลองงานเสียที”นิชาดาขนลุกซู่ สายตาคมเข้มที่จ้องเธอนั้นดุดันน่ากลัวราวกับกำลังมองเหยื่ออันโอชะ“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง”แม้ดูเหมือนจะไร้ทางรอด ทว่าเธอก็ยังไม่ถอดใจ ปลายังดิ้นรนหาทางรอดเมื่อปราศจากน้ำ เธอก็ต้องพยายามเช่นกัน“นายเป็นเพื่อนกับพี่เมฆ ฉันก็เป็นหมือนน้อง...”“หึ...”เสียงหยันดังในลำคอหนา พร้อมมุมปากได้รูปกระตุก ใบหน้าคมเข้มด้วยหนวดเคราโน้มลงมาชิดจนเธอต้องเอียงหน้าหนี“หน้าตาฉันดูโง่นักหรือไง”ลมร้อนจัดเป่าชิดใบหูพา
คำว่า ‘อีตัว’ ราวกับตบหน้าเธอ นิชาดาขอบตาร้อนผ่าว หากก็กัดริมฝีปากสะกดทุกความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ทั้งอับอายทั้งโกรธคนที่อุ้มตนมาดื้อๆ ราวคนยุคหินแม้จะคิดว่าหากอยู่ในมุมของตัวเองก็จะไม่มีใครสนใจ ทว่าไม่ใช่ เพราะอึดใจต่อมาก็ต้องผวาเมื่อมีคนเดินเข้าใกล้พร้อมเสียงที่แว้ดขึ้น“นี่หล่อน ค่าตัวเท่าไร เดี๋ยวฉันให้คนของฉันโอนให้แล้วก็รีบออกไปจากที่นี่ซะ”นิชาดายิ่งก้มหน้าหันหลบแทนที่จะหันมอง ถูกเข้าใจผิดอย่างนี้เธอยิ่งไม่อยากพบหน้ากับใคร“เอ้า บอกมาสิ ก้มหน้าก้มตาอยู่ได้ ทีอาชีพอย่างว่ายังทำจะอายทำไม ฉันเข้าใจคนทำมาหากินอยู่หรอก...แม่ภัทร เตรียมโอนเงิน”หญิงมีอายุที่ดูคล่องแคล่วหันไปบอกผู้ช่วยส่วนตัวของตน ซึ่งเป็นหญิงสาวอายุราวสามสิบกว่า รูปร่างสะโอดสะองได้รูปสวย หน้าตาถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เจ้าตัวล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบโตเตรียมจัดการตามคำสั่ง“ว่าไงยะหล่อน”คนถูกถามย้ำชักขุ่นใจ หากเธอยังเงียบคงถูกเข้าใจผิดไปตลอด เธอต้องปกป้องเกียรติของตัวเอง ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องอายนิชาดารวบรวมความกล้าหันไปเผชิญหน้าพร้อมลุกขึ้นยืนขณะที่มือจับเสื้อตนไว้แน่นปกปิดร่างกายที่ถูกคุกคาม“ฉัน
“จะบ้าเหรอ ใครจะแต่งกับนาย”“ไม่แต่งก็ได้จ้ะ ยังไงก็เป็นเมียอยู่แล้ว”ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาพูดจนชิดแก้มทำให้เธอต้องเอียงหนี แม้คำพูดจะดูหวาน ทว่ากลับเต็มไปด้วยความกดดัน นิชาดาโมโหคนปั้นเรื่องเก่งจนต้องทุบไหล่หนา“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายทั้งนั้น”“นี่หมายความว่าเราจะแต่งงานกับแม่นี่เหรอ”เหมือนหญิงสูงวัยจะไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เธอทันเห็นว่าดวงตาคู่คมเข้มกลอกไปมาเพราะเขาก้มลงหาเธอ ราวตัดสินใจเพียงเสี้ยวอึดใจก่อนหน้าเงยหน้าขึ้นตอบ“ครับ ก็ยายอยากให้ผมแต่งไม่ใช่เหรอ”“ยายหมายถึงแต่งกับ...”ผู้เป็นยายเหลือบไปทางผู้ช่วยตน และเห็นชัดว่าคนที่ยืนเงียบมีหน้าที่ฟังตั้งแต่มาถึงกำลังเม้มปาก แต่ก็เผยยิ้มบางเมื่อนายตนเอื้อมมือมาจับอย่างเห็นใจราวปลอบใจไปด้วย“คนที่ยายเห็นว่าเหมาะสม”“ผมมีหมอกอยู่แล้ว”เหมือนชายหนุ่มต้องการตัดบท“แล้วก็จะแต่งกันเร็วๆ นี้ ยายจะได้สบายใจว่าผมไม่ได้พาผู้หญิงมากกในไร่ให้น่าเกลียด แต่ผมกกเมียผม”“ตาดนย์”“ฉะ...”“จุ๊บ”คำพูดของเธอหยุดลงเพราะปากได้รูปที่หนวดเครารกครึ้มกดลงมาหนักๆ อย่างรวดเร็ว“ฮึ่ย! หลานคนนี้ อยากทำอะไรก็ตามใจ อยากให้ตบแต่งกับคนดีๆ ก็ไม่ฟัง ยายไม่ยุ่งด้วยแล
ปลายนิ้วแกร่งไล้แผ่วผิวตรงข้างเอวสูงขึ้นมาวนเวียนปลายยอดอกแล้วขยำเบาๆ ทำเอานิชาดาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นกลางดึก พร้อมกับที่ริมฝีปากอุ่นพรมไต่จากต้นแขนมายังไหล่มน ซอกคอจนถึงใบหูก่อนกระซิบ“หมอกจ๋า รักกันนะจ๊ะ”“คุณดนย์ นี่บ้านใหญ่นะคะ ลูกก็อยู่ด้วย”เธองัวเงียห้ามเสียงเบาเพราะเกรงจะทำให้ลูกชายตื่นและตนเองก็พึ่งหลับไปไม่นานหลังจากป้อนนมหนูน้อยจึงยังเพลียอยู่ ทั้งนอนไม่ค่อยเต็มอิ่มนักอยู่แล้ว ยังดีที่เวลากลางวันมีคุณนายแสงหล้ากับเหมยช่วยดูลูกพอให้ได้งีบบ้าง“น่านะ รับรองเบ๊าเบา ลูกไม่ตื่นแน่”สามียังกระซิบเสียงทุ้มนุ่ม มือก็เคล้าคลึงทรวงอกที่อวบอัดขึ้นของตนทำเอานิชาดาอกใจสั่นไหวไม่น้อย จะว่าไปตนก็คิดถึงสัมผัสจากชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน หากก็ยังกังวล“ได้ด้วยเหรอคะ”“เดี๋ยวทำให้ดู”พร้อมพูดชายหนุ่มก็เชยคางให้เธอหันกลับไปรับจูบนุ่มนวลก่อนจะค่อยเพิ่มแรงจูบเม้มและกัดกลีบปากอิ่มด้านล่างให้เธอเผยอรับลิ้นร้อน นิชาดาขยับตัวพลิกมาโอบรอบลำคอหนาตอบรับจูบลึกซึ้งอย่างไม่ยอมน้อยหน้าร่างสองสองขยับเสียดสีเบาๆ ในสัดส่วนที่แตกต่างหากสอดรับกันอย่างลงตัว ลูกชายตัวน้อยนั้นนอนในเปลสี่เหลี่ยมไม่ต้องเกรงว่าแรงเคลื่อ
“คุณดนย์คะ”กลางดึกคืนหนึ่งหลังจากมาพักโรงแรมได้สองวันนิชาดาก็รู้สึกปวดท้องแล้วเหมือนมีบางอย่างไหลออกมา หญิงสาวพึมพำเรียก ชายหนุ่ม เพียงแตะแขนอีกฝ่ายก็รู้สึกตัวแล้วขยับนั่งเปิดโคมไฟทันที“เจ็บท้องเหรอหมอก”“ค่ะ...น่าจะน้ำเดินแล้ว”เธอพูดจนแทบไม่มีเสียงเพราะเจ็บ“งั้นหมอกอยู่นิ่งๆ ก่อนนะ แป๊บเดียว”ร่างสูงใหญ่รีบลุกขึ้นใส่เสื้อโดยเร็วแล้วคว้ากระเป๋าที่เตรียมเอาไว้ก่อนมาประคองร่างที่อุ้ยอ้ายขึ้นของภรรยา“เดินพอไหวไหม”“ค่ะ”นิชาดายังพอไหวจึงกัดฟันค่อยๆ เดินไปพร้อมกับที่ชายหนุ่มพยุง ธีรดนย์ตั้งใจเลือกห้องพักใกล้ลิฟต์จึงไม่ต้องเดินไกลมากหญิงสาวนอนรอเพื่อให้ปากมดลูกเปิดและปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสามีอยู่ข้างๆ เป็นทั้งคนปลอบใจให้กำลังใจและที่ระบายของตนเพราะบ่อยครั้งที่เธอมักจะจิกเล็บลงบนหลังมือหนาที่กุมมือตนไว้“อื้อ เจ็บจังค่ะ”ยิ่งเห็นดวงหน้าสวยซีดเผือด เหงื่อผุดพราย ทรมานด้วยความเจ็บปวดชายหนุ่มก็ทุรนทุรายตาม เพราะหญิงสาวนอนอยู่แบบนี้มาสามชั่วโมงแล้ว ก้มลงไปจูบหน้าผากมนเช็ดเหงื่อให้ก่อนจะกระซิบ“ฉันจะตามพยาบาลอีกรอบนะ”นิชาดาปล่อยให้ชายหนุ่มไปโดยไม่แย้ง เธอรู้สึกทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่น
ไร่ชาดิฐวัฒน์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์แห่งขุนเขา นอนในบ้านท่ามกลางไร่ชาเขียวชอุ่ม มองเห็นเมฆลอยต่ำปกคลุมยอดเขา การเก็บชาก็ได้รับความนิยม มีคนจองคิวเต็มจำนวนในทุกวันนิชาดาที่ออกมาเก็บภาพบรรยากาศวันหยุดเพื่อโพสต์ในเว็บและโซเชียลต่างๆ ของไร่ยืนมองผู้คนที่มีความสุขกับการได้มาไร่นี้อย่างภูมิใจ ตอนนี้นอกจากเพจแล้วเธอเปิดแอคเคาต์โซเชียลของไร่เพิ่มขึ้นจนครบถ้วน เพราะโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในยุคสมัยนี้“ชอบไหมเจ้า”ส้มที่เป็นคนถ่ายภาพให้เธอเปิดกล้องให้ดู ขณะที่นิชาดามากับมธุรินซึ่งยืนเป็นเพื่อนและคอยดูแลเธอที่ท้องแก่ใกล้คลอด ความจริงธีรดนย์ไม่อยากให้หญิงสาวมาทำงานแต่นิชาดาไม่อยากอยู่เฉยๆ การได้ขยับตัวเดินไปเดินมาจะช่วยให้เธอคลอดธรรมชาติได้ง่ายขึ้น หากก็ต้องดูว่าเด็กกลับหัวด้วยหรือไม่เหมือนกัน“อืม ชอบจ้ะ ไปเก็บภาพมุมโน้น ให้เห็นคาเฟ่กับร้านอาหารด้วยนะจ๊ะ”“เจ้า”“พี่ไปกับส้มเองก็ได้ หมอกเข้าไปนั่งพักในคาเฟ่ดีกว่า”มธุรินเอ่ยปากเพราะดูท่าเหมือนภรรยาเจ้าของไร่จะเดินไปอีกไกลกับส้ม“ถ้าอย่างนั้นฝากพี่รินด้วยนะคะ แล้ว
“พอใจหรือยังเมียจ๋า”“อะไรคะ”“ก็รู้แล้วว่าฉันไม่ได้พลาดพลั้งเสียท่าคุณภัทร ฉันเป็นของหมอกคนเดียวมาตั้งแต่จดทะเบียนแล้วไงล่ะ”พร้อมกับถามใบหน้าคมเข้มก็ขยับมาชิด หน้าผากจรดแนบหน้าผากเธอ ส่งสายตาออดอ้อนก่อนจะดันตัวเธอให้ค่อยๆ ถอยไปชิดเตียง แต่เขาทิ้งตัวเองลงหงายหลังแล้วรั้งเธอให้นอนลงไปบนร่างแกร่งนิชาดายิ้มหวาน ไม่ได้ฝืนตัวเพราะตัวเองก็ไม่ได้ขุ่นเคืองอะไร เพียงแค่สงสัยเพราะธีรดนย์ไม่ได้กลับบ้านดึกนัก ยกเว้นช่วงก่อนจัดงานแต่ง“พอใจค่ะ”เธอตอบเสียงเบาชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก“ผัวเป็นคนดี ไม่วอกแวก รักเมียคนเดียว เมียไม่ให้รางวัลหน่อยเหรอจ๊ะ”คนใต้ร่างอ้อนเสียงทุ้ม แววในดวงตาคู่คมเข้มนั้นหวานฉ่ำจนนิชาดารู้สึกว่าหัวใจตนกำลังละลายไปกับความหวานที่ส่งมาให้“อืม”ปลายนิ้วเรียวไล้วนเหนืออกกว้างพลางทำท่าทีราวครุ่นคิด“อยากได้รางวัลเล็กหรือรางวัลใหญ่คะ”“ชุดใหญ่สิจ๊ะเมียจ๋า”นิชาดาไม่ตอบรับทว่ามือบางเปลี่ยนเป็นลูบแผงอกหนาของคนไม่ใส่เสื้อ แล้วเห็นชายหนุ่มสูดหายใจลึก ยิ่งมือเธอลากลงต่ำ อีกฝ่ายก็ถึงกับกลืนน้ำลายมือนุ่มไม่ได้ต่ำลงไปอย่างที่เขาคาดหวังหากไล้แผ่วเพียงตรงช่วงเอว แต่ชายหนุ่มก็พอใจเพราะร่างหอ
ร่างอรชรออกมายืนหน้าระเบียง มองพระจันทร์ดวงโตผ่านแมกไม้แล้วก็เอาโทรศัพท์ถ่ายก่อนจะอัปโซเชียล ก็มีคนทักและพิมพ์คอมเม้นต์ว่าคิดถึงหลายคน ปกตินิชาดาอัปเดตบ่อยทว่านับแต่มาอยู่ที่นี่ก็ห่างหายเพราะปัญหาต่างๆ ที่รบกวนจิตใจและทุ่มเทความตั้งใจกับงานใหม่ของตน ทั้งยังไม่ได้ตัดวิดีโอที่ถ่ายขณะเดินทางมาไร่ดิฐวัฒน์ด้วย ช่องของเธอพร้อมโซเชียลหยุดเคลื่อนไหวมาสามเดือนแล้ว มานึกขึ้นได้ในตอนนี้ คิดว่าน่าจะพอมีเวลาทำงานตัวเองในวันหยุดได้ เพราะตอนนี้งานในไร่ลงตัวและมีกำหนดปล่อยคลิป Vlog เดือนละครั้ง“จะว่าไป เราไม่เคยชมจันทร์ด้วยกันเลยนะ ออกมาก็น่าจะรอฉันก่อน”เสียงเข้มดังขึ้นและผ้าคลุมที่มาพร้อมการโอบกอดจากด้านหลัง ธีรดนย์คุยงานกับวัชพลนิชาดาก็แวบไปอาบน้ำก่อนแล้วจำได้ว่าเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงซึ่งตนเองยังไม่เคยได้มองดูอย่างจริงจังว่าจะสวยดวงโตแค่ไหน ทั้งยังมีเรื่องให้คิดอยากให้ธรรมชาติยามค่ำคืนช่วยบำบัดความตึงเครียด จึงออกมาหน้าระเบียงในตอนชายหนุ่มอาบน้ำธีรดนย์วางคางบนบ่าเธอ กรุ่นกลิ่นครีมอาบน้ำอบอวลพร้อมไออุ่นจากร่างสูงใหญ่โอบล้อมทำให้หญิงสาวเอนอิงอีกฝ่ายราวต้องการความอบอุ่น“ก็เพราะเอะอะคุณดนย์ก็อุ้มเ
“ฉันเปล่า....”ภัทรดาส่ายหน้าพลางถอยหลังเสียงสั่นมากขึ้น“กลัวทุกคนจะรู้ว่าคุณมาถึงไร่หลังฉันเกิดอุบัติเหตุใช่ไหมคะ”นิชาดาจะไม่ไล่บี้อีกฝ่ายเลยหากเจ้าตัวไม่บอกว่าเธอใส่ร้าย“เธอเกิดเรื่องเมื่อไรฉันก็ไม่รู้ ฉันแค่มาทำงาน ไม่รู้อะไรทั้งนั้น”“ไม่เป็นไร ดูกล้องก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะผมจำเวลาที่หมอกเกิดเรื่องได้ ถ้าคุณไม่รู้อะไรจริงก็รอให้การณ์กับตำรวจ”“คุณดนย์”คนที่หน้าซีดอยู่แล้วยิ่งตาโต พึมพำพลางถอยหลังช้าๆ“ภัทรไม่ได้ทำนะคะคุณดนย์ ไม่ใช่ภัทรนะ เมียคุณใส่ร้ายภัทร”“ถ้าไม่ได้ทำคุณก็ไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ต้องห่วงไปหรอก ตำรวจก็แค่สอบถามเท่านั้น”ยิ่งธีรดนย์เอ่ยถึงตำรวจซ้ำอีกภัทรดายิ่งหวาดกลัวมากขึ้น หญิงสาวรีบหันหลังจะกลับไปขึ้นรถ“ไม่ ภัทรไม่ผิด ภัทรไม่ได้ทำอะไร อย่ามายุ่งกับภัทร”ภัทรดาเหมือนสติหลุดขยับพรวดออกไปราวต้องการหนี ขณะนั้นมีรถคันหนึ่งขึ้นเนินมา ซึ่งก่อนหน้านี้แต่ละคนก็ไม่ทันได้สังเกตสิ่งอื่นเช่นกันเพราะรถของภัทรดาจอดบังทางที่จะเห็นได้ และต่างก็กำลังสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่พอเห็นรถทั้งหมดก็ตะโกนรั้ง“คุณภัทร!”“กรี๊ดดด!”เอี๊ยด!!เสียงรถเบรกดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าภัทรดาก็ถูกเ
“จะฆ่าหมอกหรือไง!”เสียงของธีรดนย์ดังสนั่นไร่ชา ยังดีแถบนี้เป็นจุดที่ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา จะมีก็เพียงคนทำงานอยู่ทางด้านโฮมสเตย์นิชาดารีบหันไปทางรถกระบะคันนั้นทันใด เธอยังใจสั่นและขาสั่นอยู่เลย หากไม่มีสามีประคองให้ลุกขึ้นคงยืนไม่ไหว แต่เมื่อได้รู้ว่าเจ้าของรถเป็นใครเธอก็อึ้งไปเลยทีเดียวเสียงเปิดปิดประตูรถก่อนร่างโปร่งของภัทรดาจะค่อยๆ เดินมาด้านหน้ารถ สีหน้าอีกฝ่ายซีดเผือด มือไม้สั่น“ภะ...ภัทรขอโทษค่ะ”ภัทรดามองธีรดนย์กับนิชาดาด้วยความรู้สึกผิดจากใจ“ภัทรไม่ทันเห็นน่ะค่ะ เพราะขึ้นเนินมาก็เลยเร่งเครื่องเต็มที่”นิชาดาฟังคำพูดอีกฝ่ายพร้อมจ้องอย่างสังเกตแววตากับสีหน้ามากกว่าเดิมเมื่อสติตนเองค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง ขณะมีแขนกำยำตระกองกอดไว้อย่างปกป้องปลอบโยน“ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะคะคุณหมอก”“ถ้าฉันมาไม่ทันหมอกจะเป็นยังไง ขับรถในไร่ถึงจะขึ้นเนินก็ไม่ควรเร่งความเร็วขนาดนี้สิ มันอันตรายมากนะ”“ภัทรเสียใจ ภัทรไม่ได้ตั้งใจ เพิ่งเห็นคุณหมอกในระยะประชิดแล้วจริงๆ ค่ะ”เพราะเธอย่อตัวลงค่อยๆ ย่องพยายามให้ผีเสื้อไม่รู้สึกว่ามีบางอย่างเข้ามาใกล้ อาจเป็นไปได้ที่รถซึ่งขับขึ้นเนินมาจะไม่เห็น และ
“โธ่ ไอ้เราก็กลัวว่าเรื่องคุณพีรพลจะทำให้นายกับเธอผิดใจกัน ที่ไหนได้ หวานจนท้องเสียอย่างนั้น”กัญญาแอบมากระแซะแล้วกระแทกไหล่เบาๆ กระเซ้าเธอในตอนบ่าย เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องครัวออฟฟิศ นิชาดาไม่ดื่มชากาแฟเมื่อรู้ว่าตนท้อง แล้วดื่มนมบ่อยขึ้นธีรดนย์จึงซื้อมาใส่ตู้เย็นไว้ให้ ขณะที่เพื่อนสาวเข้ามาชงกาแฟไว้เผื่อสำหรับทุกคนเช่นทุกวัน เพราะตอนเช้าหมดไปแล้ว“กุ๊กก็...ใครจะท้องแค่วันสองวัน”นิชาดาบ่นเพื่อนเสียงอุบอิบอย่างเขินอายข่าวภรรยาของนายท้องค่อยๆ กระจายออกไปทั่วไร่ภายในไม่กี่วัน แม้เธอจะไม่ได้บอกกัญญาตรงๆ เจ้าตัวก็รับรู้ แม้แต่วัชพลกับมธุรินก็ยังมาแสดงความยินดี“ว่าแต่เรื่องคุณพี นายไม่โกรธแล้วใช่ไหม”“อื้อ”นิชาดาพยักหน้ารับ“เพราะข้อความของเธอนั่นแหละ คุณดนย์เห็นก็เลยรู้ว่าเขาเข้าใจผิด”กัญญาตาโต ก่อนจะถาม“อย่าบอกนะว่าที่มีคนอ่านแล้วไม่ตอบน่ะเป็นนาย ฉันเข้าใจว่าหน้าจอเธอแตกเห็นไม่ชัด ก็เลยยังไม่ตอบเสียอีก”หญิงสาวยิ้มกับสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของเพื่อนสาว“ใช่น่ะสิจ๊ะ ฉันต้องขอบใจเธอ เพราะถึงฉันพูดอะไรไปคุณดนย์ก็คงยังโกรธอยู่นั่นแหละ มีข้อความของเธอช่วยยืนยันปัญหาก็เลยจบ”เธอยิ้มให้แต่
“ฉันทั้งหลงใหลและหลงรักเธอนะหมอก ถึงจะไม่เคยพูดแต่ฉันก็ไม่เคยอยากเอาใจใครเหมือนเธอ ฉันไปหาซื้อกล้องเอาไว้ง้อตั้งแต่เธอนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ทำร้ายร่างกายไปแล้วเห็นเธอทรมานฉันก็ทำอีกไม่ลง ทำโทรศัพท์ของเธอพังก็รีบแวบเอาไปซ่อมที่ร้านในกรุงเทพฯ”ธีรดนย์สารภาพอย่างหมดเปลือก แม้รู้สึกเสียศักดิ์ศรีหน่อยๆ ที่เป็นฝ่ายพูดก่อน แต่เก็บไว้ก็จะทำให้ภรรยาสาวน้อยเนื้อต่ำใจทั้งยังวิตกกังวลอยู่ตลอดว่าเขาไม่ไยดีเจ้าตัว อีกฝ่ายกำลังท้องสุขภาพจิตควรดีเพื่อลูกน้อย“ฉันพูดหวานไม่เป็น แต่ก็พยายามเอาอกเอาใจ ง้อเธอในแบบของฉัน”ริมฝีปากอิ่มสวยค่อยๆ ระบายยิ้มหวานออกมาพร้อมน้ำตาซึม ได้ฟังคำบอกเล่าจากปากชายหนุ่มที่เหนือความคาดหมายของตนเอง นิชาดากลับรู้สึกว่าเขาดูน่ารักขึ้นเป็นกอง“หมอกเข้าใจแล้วค่ะ”นิชาดาพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ ยกแขนเรียวขึ้นคล้องคอแกร่งแล้วเคลื่อนหน้าไปหอมแก้มสากเบาๆ“จูบปากสิจ๊ะ เดี๋ยวนี้จูบเก่งแล้วนี่นา”ธีรดนย์ส่งสายตาหวานฉ่ำพร้อมอ้อนเสียงทุ้มนุ่ม ทว่า หญิงสาวส่ายหน้า ปลายนิ้วเรียวแตะปากได้รูปปราม“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวคุณดนย์เลยเถิด”“งั้นก็กินข้าวให้อิ่ม แล้วมาออกกำลังก่อนนอนกัน”“เฮ้อ...”หญ