“อะไรนะ”
เสียงหวานเบาจนแทบไม่ได้ยิน ทั้งมึนงงและเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
“ไอ้เมฆส่งเธอมาที่นี่แลกกับเงินสิบล้านพร้อมเงื่อนไขให้รับเธอเข้าทำงานและเธอต้องเป็นเมียฉัน”
“เมีย...”
ใบหน้าขาวซีดพร้อมสีหน้าตระหนกทำให้ธีรดนย์ส่ายหน้าพลางส่งเสียงในลำคอ
“ตีหน้าซื่อได้เก่งดีนะ”
“ฉันไม่รู้...”
“ไม่รู้แล้วเธอถามหาฉันทำไม ไม่รู้แล้วทำไมยังอยู่ที่นี่ทั้งที่ถูกฉันในฐานะคนขับรถไล่ปล้ำเมื่อวาน เป็นคนอื่นเขาหนีเปิดแนบไปแล้ว แต่เธอยังอยู่เพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าตัวเองจะมาเป็นเมียเจ้าของไร่”
เขาลองใจผู้หญิงตรงหน้าไปเมื่อวานก็เห็นชัดแล้วว่าเจ้าตัวรู้ดีแก่ใจถึงได้ยังอยู่ต่อ
“ฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ”
นิชาดาได้แต่พึมพำ นภนต์ส่งเธอมาที่นี่เพราะเจ้านายของเขาเอ่ยปากว่าสนใจเธอในฐานะเมียเก็บ ทั้งยังบอกว่ามาอยู่ที่นี่มั่นใจได้ว่าปลอดภัยห่างไกลจากสายตาเจ้านายตนแน่นอน
“ทำไมพี่เมฆต้องขอเงินนาย”
เธอถามอย่างสงสัยเพราะเชื่อใจพี่ชายที่มีกันเพียงสองคนในชีวิตมากที่สุด เขาไม่มีวันทำร้ายเธอ
‘พี่อยากให้หมอกมีความสุข มีชีวิตที่ดี พี่จะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้หมอก จะไม่ยอมให้หมอกลำบาก’
พี่ชายบอกกับเธออย่างนี้เสมอนับแต่ต้องใช้ชีวิตลำพังสองคนหลังจากสูญเสียยายที่เลี้ยงดูทั้งคู่มา มารดาทั้งสองจากไปด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่นภนต์อยู่ประถมหก ยายกับมารดาไม่มีใครเอ่ยถึงบิดาทั้งสองก็ไม่เคยถาม พี่ชายเธอทำงานพาร์ททาร์มตั้งแต่เรียนมัธยมปลายยาวจนมหาวิทยาลัย ไม่เคยยอมให้เธอทำทั้งที่เอ่ยขอ เธอไม่เคยต้องลำบากเพราะมีพี่ชายดูแลอย่างดี
“ไอ้เมฆมันติดหนี้พนัน มันก็เล่นเหมือนที่นายมันเล่น พอเสียนายมันก็ให้ยืม สะสมจนไม่มีปัญญาคืน แล้วยังหน้าด้านมาขอร้องคนที่มันเคยหักหลังอย่างฉัน”
ธีรดนย์บอกพลางยิ้มมุมปากอย่างเหยียดหยัน
“เพราะงั้น ฉันเป็นเจ้าหนี้...อ้อ จะพูดให้ถูกคือเป็นเจ้าของเธอมากกว่า เพราะยังไงมันก็ไม่มีปัญหาเงินมาคืนฉันได้ ไอ้เมฆมันเลยขายเธอให้ฉัน”
ริมฝีปากอิ่มเผยอค้าง แต่ก็ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ อีกฝ่ายมองนิ่งก่อนจะหยิบมือถือของเขาขึ้นมา ส่วนของเธอใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลังบ่งบอกว่าจะไม่คืนโดยง่าย
ชายหนุ่มไล่หาเบอร์ตามวันที่โทรพูดคุยกันตอนตนไปธุระที่กรุงเทพฯ ก่อนจะโทรกลับแล้วก็เมื่อมีคนรับเขาก็พูดขึ้น
“มึงเคลียร์กับน้องมึงให้เข้าใจ มาถึงก็แหกปากโวยวาย หาว่ากูบ้ากูเถื่อน ไหนบอกยกให้กูแล้วไง มาทำหน้าซื่อไร้เดียงสา กูรำคาญ”
พูดแล้วก็โยนมือถือเครื่องบางมาใส่เธอ นิชาดารับไว้ไม่ทัน แต่เครื่องหล่นลงไปบนเบาะโซฟาจึงไม่เสียหาย มือบางสั่นเทาแต่ก็หยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นเบอร์ของพี่ชายเธอจริงแม้จะไม่มีชื่อ
“พี่เมฆ”
นิชาดาเอ่ยเสียงเครือหลังจากยกมาแนบหู
‘ไอ้ดนย์มันทำอะไรหมอก’
น้ำเสียงพี่ชายค่อนข้างเครียด ทำให้เธอขอบตาร้อนจนต้องกะพริบตาถี่ไล่น้ำที่เอ่อขึ้นมา
“ทำไมคะ”
เธอไม่ได้ตอบแต่ถามแทน คิดว่าพี่ชายต้องรู้สถานการณ์เพียงได้ยินเสียงสั่นเครือของตน
‘หมอก พี่ขอโทษ’
ดวงตาคู่สวยวาวด้วยน้ำตาคลอหน่วยจ้องเขาราวเป็นผู้ร้ายขณะคุยกับพี่ชาย แต่ธีรดนย์มองเฉยอย่างไม่แยแส หมอนั่นมันหวังให้เขายกย่องน้องของมันเป็นเมีย เป็นนายหญิงไร่ดิฐวัฒน์ แต่มันก็ไม่ต่างจากขายน้องตัวเองอยู่ดี และเขาไม่ได้โง่ ยอมให้ใครมาย้อมแมวขายง่ายๆ
‘อยากให้เป็นเมียก็จะเอา แต่ไม่แต่งเสียอย่าง ไอ้เมฆมันจะทำอะไรได้’
ธีรดนย์คิดในใจพลางยิ้มเยาะออกมาเมื่อเห็นว่าดวงหน้าสวยใสมีเครื่องสำอางบางเบายิ่งซีดลงไปอีก
‘หมอกฟังพี่นะ ถ้าไอ้ดนย์มันทำอะไรหมอก อย่าก้าวออกจากไร่นั้นเด็ดขาดนะ มันต้องรับผิดชอบหมอก พี่สัญญา พี่จะไม่ยอมให้หมอกลำบาก ไอ้ดนย์มันมีเงิน หมอกจะไม่ลำบากแน่’
สิ่งที่พี่ชายพูดตอกย้ำให้หญิงสาวปวดใจ ภายในอกอัดแน่นรู้สึกราวหายใจไม่ออก
“พี่ทำแบบนี้กับหมอกได้ยังไง”
นิชาดาอยากร้องไห้แต่เธอกลั้นไว้เต็มที่ ไม่อยากเสียน้ำตาต่อหน้าผู้ชายป่าเถื่อนที่จ้องตะครุบตัวเอง
‘ผู้ชายยังไงก็ต้องแพ้มารยาหญิง หมอกไม่ต้องกลัวนะ เข้มแข็งเข้าไว้...’
ร่างอรชรห่อตัวราวหมดเรี่ยวแรง แล้วเจ้าของมือถือก็คว้ากลับคืนไป ทว่ามือหนาอีกข้างยังกดไหล่เธอชิดพนักโซฟาจนนิชาดาร้องขึ้นอย่างตกใจ
“เอ๊ะ อย่ามาแตะตัวฉันนะ”
‘ไอ้ดนย์ มึงทำอะไรน้องกู’
เหมือนคนที่อยู่ในสายจะได้ยิน เพราะพอธีรดนย์มือถือหยิบมาเพื่อจะพูดก็ได้ยินเสียงอีกฝ่าย
“มึงส่งน้องมึงมาสังเวยกูเองไม่ใช่หรือไง”
‘กูบอกว่ามึงต้องแต่งกับหมอก ต้องดูแลหมอกให้ดี’
“ลูกหนี้มีสิทธิ์ต่อรองด้วยเหรอ”
‘ไอ้ดนย์ มึงรับปากว่าจะดูแลหมอก มึงทำร้ายหมอกไม่ได้นะ’
“มันต่างกันตรงไหน ยังไงก็ฟันเหมือนกัน”
นิชาดาที่ได้ยินคำนั้นถึงกับสะดุ้งเฮือก ผงะถอยแต่ต้นแขนถูกจับไว้แน่นจนเจ็บ เธอจึงพยายามแกะมือหนา
‘ไอ้ดนย์!’
“ทำไม แน่จริงมึงก็มาเอาน้องมึงกลับไปสิ แต่มาพร้อมกับเงินที่กูโอนไปใช้หนี้ให้มึงแบบเสียเปล่านะ”
ริมฝีปากอิ่มสวยถูกขบอย่างแรง ทว่านิชาดาไม่รู้สึกใดเพราะความเจ็บปวดเสียใจเกาะกินไปทั้งหัวใจ ไม่คิดว่าพี่ชายจะทำกับตัวเองอย่างนี้ หากก็สงสารอีกฝ่ายระคนกันจนอยากโกรธก็ไม่อาจทำได้
‘พี่ยอมเหนื่อยคนเดียว หมอกตั้งใจเรียนก็พอ’
เธอมีพี่ชายเลี้ยงดูมา ไม่เคยต้องทำงาน ได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียน มีทุกอย่างในแบบที่นักเรียนนักศึกษาควรมีโดยไม่อัตคัดเพราะพี่ชาย
‘มึงต้องแต่งกับหมอก’
“ของแบบนี้มันต้องทำลองงานก่อนสิวะ ถึงจะใส่ตะกร้าล้างน้ำมาแล้ว ก็ต้องดูว่าเด็ดถูกใจไหม”
‘ไอ้ปากหมา น้องกู...’
“เลิกพล่ามได้แล้ว มึงเองก็รู้แก่ใจดีว่าที่ส่งน้องมาให้กู เพราะคิดว่าเป็นเมียกูดีกว่าเป็นเมียน้อยของลุงกู เพราะงั้นกูจะทำอะไรกับน้องมึงก็ได้ ถ้าไม่พอใจก็เอาเงินสิบล้านมาที่ไร่ แต่เร็วหน่อยนะ ก่อนที่น้องมึงจะพรุนจนขายต่อยาก”
======
พี่ชายยกหมอกให้เพื่อนแลกเงินจริงๆ ด้วย ฮือ… T^T
‘ไอ้ห่า...’เสียงสบถด่าขาดหายเพราะธีรดนย์ตัดสายแล้วโยนมือถือทิ้งบนโต๊ะเตี้ยใกล้ๆทำพูดแสลงหูทั้งหมดทำให้นิชาดาโมโหและรังเกียจคนตรงหน้านัก ทว่าไม่ส่งเสียงใดๆ เพราะไม่อยากให้พี่ชายไม่สบายใจ อย่างไรอีกฝ่ายก็เหมือนเป็นตัวแทนของพ่อกับแม่สำหรับเธอ ทว่ามือที่แกะมือหนานั้นทั้งจิกและข่วนอย่างแรง“โธ่เว้ย!”ธีรดนย์รำคาญอาการแสบๆ คันๆ ที่ก่อเกิดจากปลายเล็บเล็กจนไม่มีอารมณ์คุยต่อ คิดว่าเขาพูดชัดเจนแล้ว และตอนนี้ก็ต้องจัดการสาวเจ้าที่แรงเท่ามดแต่ไม่ประเมินฤทธิ์ตัวเองมากัดราชสีห์อย่างเขาชายหนุ่มจับมือบางสองข้างกดลงบนโซฟาพร้อมโถมกายลงไปหา“หมดธุระกับพี่ชายเธอแล้ว ได้เวลาทดลองงานเสียที”นิชาดาขนลุกซู่ สายตาคมเข้มที่จ้องเธอนั้นดุดันน่ากลัวราวกับกำลังมองเหยื่ออันโอชะ“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง”แม้ดูเหมือนจะไร้ทางรอด ทว่าเธอก็ยังไม่ถอดใจ ปลายังดิ้นรนหาทางรอดเมื่อปราศจากน้ำ เธอก็ต้องพยายามเช่นกัน“นายเป็นเพื่อนกับพี่เมฆ ฉันก็เป็นหมือนน้อง...”“หึ...”เสียงหยันดังในลำคอหนา พร้อมมุมปากได้รูปกระตุก ใบหน้าคมเข้มด้วยหนวดเคราโน้มลงมาชิดจนเธอต้องเอียงหน้าหนี“หน้าตาฉันดูโง่นักหรือไง”ลมร้อนจัดเป่าชิดใบหูพา
คำว่า ‘อีตัว’ ราวกับตบหน้าเธอ นิชาดาขอบตาร้อนผ่าว หากก็กัดริมฝีปากสะกดทุกความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ทั้งอับอายทั้งโกรธคนที่อุ้มตนมาดื้อๆ ราวคนยุคหินแม้จะคิดว่าหากอยู่ในมุมของตัวเองก็จะไม่มีใครสนใจ ทว่าไม่ใช่ เพราะอึดใจต่อมาก็ต้องผวาเมื่อมีคนเดินเข้าใกล้พร้อมเสียงที่แว้ดขึ้น“นี่หล่อน ค่าตัวเท่าไร เดี๋ยวฉันให้คนของฉันโอนให้แล้วก็รีบออกไปจากที่นี่ซะ”นิชาดายิ่งก้มหน้าหันหลบแทนที่จะหันมอง ถูกเข้าใจผิดอย่างนี้เธอยิ่งไม่อยากพบหน้ากับใคร“เอ้า บอกมาสิ ก้มหน้าก้มตาอยู่ได้ ทีอาชีพอย่างว่ายังทำจะอายทำไม ฉันเข้าใจคนทำมาหากินอยู่หรอก...แม่ภัทร เตรียมโอนเงิน”หญิงมีอายุที่ดูคล่องแคล่วหันไปบอกผู้ช่วยส่วนตัวของตน ซึ่งเป็นหญิงสาวอายุราวสามสิบกว่า รูปร่างสะโอดสะองได้รูปสวย หน้าตาถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เจ้าตัวล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบโตเตรียมจัดการตามคำสั่ง“ว่าไงยะหล่อน”คนถูกถามย้ำชักขุ่นใจ หากเธอยังเงียบคงถูกเข้าใจผิดไปตลอด เธอต้องปกป้องเกียรติของตัวเอง ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องอายนิชาดารวบรวมความกล้าหันไปเผชิญหน้าพร้อมลุกขึ้นยืนขณะที่มือจับเสื้อตนไว้แน่นปกปิดร่างกายที่ถูกคุกคาม“ฉัน
“จะบ้าเหรอ ใครจะแต่งกับนาย”“ไม่แต่งก็ได้จ้ะ ยังไงก็เป็นเมียอยู่แล้ว”ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาพูดจนชิดแก้มทำให้เธอต้องเอียงหนี แม้คำพูดจะดูหวาน ทว่ากลับเต็มไปด้วยความกดดัน นิชาดาโมโหคนปั้นเรื่องเก่งจนต้องทุบไหล่หนา“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายทั้งนั้น”“นี่หมายความว่าเราจะแต่งงานกับแม่นี่เหรอ”เหมือนหญิงสูงวัยจะไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เธอทันเห็นว่าดวงตาคู่คมเข้มกลอกไปมาเพราะเขาก้มลงหาเธอ ราวตัดสินใจเพียงเสี้ยวอึดใจก่อนหน้าเงยหน้าขึ้นตอบ“ครับ ก็ยายอยากให้ผมแต่งไม่ใช่เหรอ”“ยายหมายถึงแต่งกับ...”ผู้เป็นยายเหลือบไปทางผู้ช่วยตน และเห็นชัดว่าคนที่ยืนเงียบมีหน้าที่ฟังตั้งแต่มาถึงกำลังเม้มปาก แต่ก็เผยยิ้มบางเมื่อนายตนเอื้อมมือมาจับอย่างเห็นใจราวปลอบใจไปด้วย“คนที่ยายเห็นว่าเหมาะสม”“ผมมีหมอกอยู่แล้ว”เหมือนชายหนุ่มต้องการตัดบท“แล้วก็จะแต่งกันเร็วๆ นี้ ยายจะได้สบายใจว่าผมไม่ได้พาผู้หญิงมากกในไร่ให้น่าเกลียด แต่ผมกกเมียผม”“ตาดนย์”“ฉะ...”“จุ๊บ”คำพูดของเธอหยุดลงเพราะปากได้รูปที่หนวดเครารกครึ้มกดลงมาหนักๆ อย่างรวดเร็ว“ฮึ่ย! หลานคนนี้ อยากทำอะไรก็ตามใจ อยากให้ตบแต่งกับคนดีๆ ก็ไม่ฟัง ยายไม่ยุ่งด้วยแล
“นายจะไปไหนน่ะ”เมื่อขึ้นรถมาแล้วคนตัวเล็กที่นั่งหน้างอกอดอกบอกบุญไม่รับก็ถามเสียงแข็ง“สำนักงาน”“ฉันจะไปบ้านพัก”“ไปทำไม”“จะให้ฉันไปทำงานสภาพนี้หรือไง”นิชาดาขึ้นเสียง แล้วก็ได้รับแววดุดันจากดวงตาคู่คมปลาบมองแวบหนึ่งก่อนจะกลับไปทางข้างหน้า“ก็มีเสื้อฉันแล้ว”“นายจะให้ฉันใส่เสื้อตัวนี้เข้าสำนักงานน่ะเหรอ คนเขาจะคิดกันยังไง”“พวกนั้นก็ฉันจูบเธอเต็มสองตา รู้ว่าเธอเป็นคนของฉันอยู่แล้ว จะเรื่องมากทำไม”“โอ๊ย คนบ้า”เธอหงุดหงิดจนอดไม่ได้แล้วจริงๆ“น้อยๆ หน่อย เห็นว่าฉันขับรถก็เลยทำอะไรเธอไม่ได้หรือไง อย่าลืมว่าฉันจอดรถได้นะ”นิชาดาพยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังปรี๊ดแตกของตัวเอง สองมือที่กอดอกลดลงกำแน่น การใช้อารมณ์ไม่มีประโยชน์ เธอต้องใจเย็นและมีสติ ไม่อย่างนั้นคงต่อกรกับคนป่าเถื่อนถือตัวเองเป็นใหญ่ยาก เห็นแล้วว่าแม้แต่ยายของเขาก็ยังตามใจแม้จะดุทว่าสุดท้ายก็ไม่ขัดชายหนุ่ม“นายทำขนาดนี้แล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ ถึงฉันเป็นลูกหนี้แต่ต้องทำให้อับอายด้วยหรือไง แค่ไปส่งที่บ้านพักก็พอ นายจะไปทำงานหรือมีธุระก็ไปได้เลย ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะหาทางไปสำนักงานเอง”เธอบอกด้วยเสียงอ่อนลงกึ่งขอร้องกลายๆ ทว่าร
“ว่าไง อยากได้ไม่ใช่เหรอ”นิชาดานิ่งงันนานครู่หนึ่งอย่างชั่งใจ แม้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ในเมื่อตนถูกบังคับจูบจากผู้ชายป่าเถื่อนไปแล้ว แต่ก็หยิ่งในศักดิ์ศรีของตน หญิงสาวเมินหน้าหนีอย่างไม่สนใจ จะเปิดประตูแต่คนตัวโตกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วมาดึงไว้พร้อมกดตัวเธอติดเบาะ“บอกว่าให้จูบหวานๆ”จบคำย้ำใบหน้ารกครึ้มก็แนบลงมา ปากได้รูปประทับปิดปากเธอ นิชาดารีบเองหน้าหนีแต่มือหนาก็ล็อกไว้“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”เอ่ยชิดจมูกเธออย่างเอาแต่ใจแล้วก็บดเบียดริมฝีปากลงมาอีกครั้งแต่กลับนิ่งเฉยเหมือนรอให้เธอเป็นผู้มอบจูบครั้งนี้ มาถึงตอนนี้ก็นับเป็นเสียจูบไปแล้ว หากเขาไม่พอใจไม่คืนมือถือให้เธอก็เสียเปรียบไปเปล่าๆ คิดแล้วก็กลั้นใจกดริมฝีปากหลับหูหลับตาขยับเบาเคล้าคลึงบนแกร่งกว่าบางเบาชั่วอึดใจ แต่พอจะถอยท้ายทอยก็ถูกกดไว้ ปากอุ่นบดลงมาหนักกว่าที่เธอเพิ่งจูบไป ทั้งยังรู้สึกได้ถึงปลายลิ้นที่ไล้เลาะทว่านิชาดาไม่ยอมเปิดรับ หากชายหนุ่มก็ยิ่งเบียดปากแนบแน่นเหนือกลีบปากเธอยิ่งขึ้น เม้มกลีบปากย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอรู้สึกราวเห่อร้อนด้วยแรงขยับพร้อมไรเคราเสียดสีนานจนพอใจธีรดนย์จึงยอมให้อิสระกับเจ้าของปากนุ่มละมุนหอมหวาน“ไ
เปิดประตูออฟฟิศสำนักงานเข้าไปในตอนบ่ายหลังพักกลางวัน นิชาดาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั่งก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารอยู่ที่โต๊ะของเธอ เหมือนเขาจะรู้ว่ามีคนเข้ามาจึงเงยหน้ามามอง ดวงตาคู่กลมโตสบตาตาคู่คมเข้มชั่วอึดใจแล้วหญิงสาวก็คิดได้ว่าหากเข้าห้องตอนนี้ตนจะอยู่ตามลำพังกับอีกฝ่าย เพราะมธุรินออกไปข้างนอกกับวัชพลยังไม่กลับมาร่างอรชรถอยกรูดหมุนตัวทว่ายังไม่ทันพ้นประตู ข้อมือก็ถูกคว้าดึงกลับ“อุ๊ย”ตัวเธอถูกหมุนกลับไปดันชิดผนังพร้อมประตูดันปิด และร่างสูงใหญ่ก็โถมมาประชิด นิชาดาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเร็วอย่างนี้ เขากระโดดมาหรืออย่างไรจึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงตัวเธอ แล้วก็ต้องรีบหันหน้าหนีเพราะใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราโน้มมาชิด แต่แน่นอนว่าเมื่ออีกฝ่ายต้องการเธอก็ยากจะหลบพ้น ปลายนิ้วแกร่งล็อกดันปลายคางเธอให้ยอมจำนนต่อริมฝีปากได้รูปชายหนุ่มรุกรานอย่างเอาแต่ใจ เม้มซับกลีบปากอิ่มน่าจูบทั้งบนล่างแม้เจ้าตัวจะพยายามฝืนต้าน เขาก็จูบย้ำราวกับต้องการจะกลืนกินปากสีหวานจนเต็มอิ่ม“โทษฐานที่เห็นฉันแล้วเดินหนี”นิชาดากัดริมฝีปากของตนทันทีที่อีกฝ่ายผละห่าง รู้สึกถึงความชอกช้ำทั้งปากและภายในใจจนขอบตาร้อน หา
จะยังไงก็ยอมรับแหละ ขอให้ได้เอาคืนนายคนเถื่อนนี่บ้างก็พอ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิดเพราะเขากลับไม่พูดเรื่องกาแฟ“เล่ามาได้เลย”“คือ...ฉันอยากให้เพิ่มคอลัมน์ประมาณเที่ยวไร่ดิฐวัฒน์น่ะค่ะ”เธอจำต้องเข้าเรื่องงานตาม และชายหนุ่มก็ยกกาแฟจิบซ้ำแล้วดูไม่ชอบใจนัก หากก็เอนหลังพิงเก้าอี้กอดอกมองรอฟังด้วยสีหน้าจริงจัง“ตอนนี้ยังคิดชื่อแบบน่าสนใจ หรือเรียกแขกไม่ออก แต่ฉันจะคิดให้ทันก่อนคนเขียนเว็บจะเพิ่มช่องด้านหน้า แล้วก็หน้าที่กดเข้าไปอ่านแน่นอนค่ะ”“แล้วเธอคิดว่าควรอยู่ตรงไหน”เขาถามพร้อมดันแมกบุ๊กมาให้ นิชาดาจึงเอื้อมมือไปจับเมาส์ชี้บอก“คิดว่าน่าจะเป็นส่วนแรก หรือส่วนที่สอง แล้วก็กว้างเท่ากับคัฟเวอร์เว็บค่ะ อาจแบ่งเป็นภาพหัวข้อกับคลิปส่วนละครึ่ง หรือคลิปข้างบนภาพสวยๆ ประกอบข้างล่างเลื่อนไปสักสามถึงห้าภาพก็น่าจะดีค่ะ”“อืม ได้”“เอ่อ...”นิดาชาแปลกใจที่นายของไร่คุยและตัดสินใจโดยไม่มีทีท่าว่าจะรอโปรแกรมเมอร์“เห็นคุณวัชบอกว่าบ่ายนี้ฉันต้องคุยกับโปรแกรมเมอร์ เราไม่ต้องรอเขาเหรอคะ”“ก็คุยอยู่นี่ไง”หญิงสาวเผยอปากค้างอย่างไม่ทันตั้งตัวกับคำตอบง่ายๆ ก่อนชายหนุ่มจะยกกาแฟดื่มจนหมดแก้วด้วยท่าทางไม่
ร่างอรชรนั่งนิ่งไม่ไหวติง ไม่มีทีท่าจะก้าวลงจากรถ แม้ว่าชายหนุ่มจะลงไปก่อนแล้ว เหมือนเขาจะรู้สึกได้จึงหันกลับมามองและเดินอ้อมมายังฝั่งที่เธอนั่งก่อนจะเปิดประตู“อุ๊ย...ทำอะไร ปล่อย”นิชาดายังอ่อนแรงด้วยความกลัววิตกกังวลที่ครอบคลุมจิตใจจนไม่อยากขยับ จึงถูกอุ้มลงจากรถอย่างง่ายดาย ปัดป้องไม่ทัน“นึกว่าอยากให้อุ้มเหมือนเจ้าสาวเสียอีก”“จะบ้าเหรอ ไม่ต้อง ปล่อยฉัน”หญิงสาวดิ้นรนแต่อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อย เขาไขกุญแจบ้านอย่างง่ายดายทั้งที่ช้อนอุ้มเธออยู่ เปิดประตูได้ก็ตรงไปทางห้องนอนทันใด“ดะ...เดี๋ยวสิ...”เธอรีบห้ามเมื่ออีกฝ่ายใช้ไหล่ดันประตูห้อง“สนุกกันก่อนแล้วค่อยพักกินอะไรสักหน่อย แล้วค่อยมาต่อรอบดึกยาว”“อะไรนะ!”เสียงหวานแว้ดใส่หูทำเอาธีรดนย์สบถ“วะ จะเสียงดังทำไม หูจะแตก”พร้อมกับพูดก็วางร่างที่เบาหวิวสำหรับตนลงบนเตียง ทว่าไม่ได้เป็นไปอย่างทะนุถนอม แม้จะเห็นอีกฝ่ายถอยกรูด เขาก็ถอดเสื้อตนออกด้วยท่าทางไม่ใส่ใจนักร่างสูงใหญ่ที่เปลือยท่อนบนขยับเข่าขึ้นมาบนเตียงพร้อมใบหน้ารกครึ้มอันน่าหวาดหวั่น หากไม่ได้เป็นนายของไร่ เธอก็คิดว่าเขาไม่ต่างจากโจรเลยแม้แต่น้อย ยิ่งท่าทางคุกคามและแววตากระหายขณะเคล
ปลายนิ้วแกร่งไล้แผ่วผิวตรงข้างเอวสูงขึ้นมาวนเวียนปลายยอดอกแล้วขยำเบาๆ ทำเอานิชาดาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นกลางดึก พร้อมกับที่ริมฝีปากอุ่นพรมไต่จากต้นแขนมายังไหล่มน ซอกคอจนถึงใบหูก่อนกระซิบ“หมอกจ๋า รักกันนะจ๊ะ”“คุณดนย์ นี่บ้านใหญ่นะคะ ลูกก็อยู่ด้วย”เธองัวเงียห้ามเสียงเบาเพราะเกรงจะทำให้ลูกชายตื่นและตนเองก็พึ่งหลับไปไม่นานหลังจากป้อนนมหนูน้อยจึงยังเพลียอยู่ ทั้งนอนไม่ค่อยเต็มอิ่มนักอยู่แล้ว ยังดีที่เวลากลางวันมีคุณนายแสงหล้ากับเหมยช่วยดูลูกพอให้ได้งีบบ้าง“น่านะ รับรองเบ๊าเบา ลูกไม่ตื่นแน่”สามียังกระซิบเสียงทุ้มนุ่ม มือก็เคล้าคลึงทรวงอกที่อวบอัดขึ้นของตนทำเอานิชาดาอกใจสั่นไหวไม่น้อย จะว่าไปตนก็คิดถึงสัมผัสจากชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน หากก็ยังกังวล“ได้ด้วยเหรอคะ”“เดี๋ยวทำให้ดู”พร้อมพูดชายหนุ่มก็เชยคางให้เธอหันกลับไปรับจูบนุ่มนวลก่อนจะค่อยเพิ่มแรงจูบเม้มและกัดกลีบปากอิ่มด้านล่างให้เธอเผยอรับลิ้นร้อน นิชาดาขยับตัวพลิกมาโอบรอบลำคอหนาตอบรับจูบลึกซึ้งอย่างไม่ยอมน้อยหน้าร่างสองสองขยับเสียดสีเบาๆ ในสัดส่วนที่แตกต่างหากสอดรับกันอย่างลงตัว ลูกชายตัวน้อยนั้นนอนในเปลสี่เหลี่ยมไม่ต้องเกรงว่าแรงเคลื่อ
“คุณดนย์คะ”กลางดึกคืนหนึ่งหลังจากมาพักโรงแรมได้สองวันนิชาดาก็รู้สึกปวดท้องแล้วเหมือนมีบางอย่างไหลออกมา หญิงสาวพึมพำเรียก ชายหนุ่ม เพียงแตะแขนอีกฝ่ายก็รู้สึกตัวแล้วขยับนั่งเปิดโคมไฟทันที“เจ็บท้องเหรอหมอก”“ค่ะ...น่าจะน้ำเดินแล้ว”เธอพูดจนแทบไม่มีเสียงเพราะเจ็บ“งั้นหมอกอยู่นิ่งๆ ก่อนนะ แป๊บเดียว”ร่างสูงใหญ่รีบลุกขึ้นใส่เสื้อโดยเร็วแล้วคว้ากระเป๋าที่เตรียมเอาไว้ก่อนมาประคองร่างที่อุ้ยอ้ายขึ้นของภรรยา“เดินพอไหวไหม”“ค่ะ”นิชาดายังพอไหวจึงกัดฟันค่อยๆ เดินไปพร้อมกับที่ชายหนุ่มพยุง ธีรดนย์ตั้งใจเลือกห้องพักใกล้ลิฟต์จึงไม่ต้องเดินไกลมากหญิงสาวนอนรอเพื่อให้ปากมดลูกเปิดและปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสามีอยู่ข้างๆ เป็นทั้งคนปลอบใจให้กำลังใจและที่ระบายของตนเพราะบ่อยครั้งที่เธอมักจะจิกเล็บลงบนหลังมือหนาที่กุมมือตนไว้“อื้อ เจ็บจังค่ะ”ยิ่งเห็นดวงหน้าสวยซีดเผือด เหงื่อผุดพราย ทรมานด้วยความเจ็บปวดชายหนุ่มก็ทุรนทุรายตาม เพราะหญิงสาวนอนอยู่แบบนี้มาสามชั่วโมงแล้ว ก้มลงไปจูบหน้าผากมนเช็ดเหงื่อให้ก่อนจะกระซิบ“ฉันจะตามพยาบาลอีกรอบนะ”นิชาดาปล่อยให้ชายหนุ่มไปโดยไม่แย้ง เธอรู้สึกทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่น
ไร่ชาดิฐวัฒน์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์แห่งขุนเขา นอนในบ้านท่ามกลางไร่ชาเขียวชอุ่ม มองเห็นเมฆลอยต่ำปกคลุมยอดเขา การเก็บชาก็ได้รับความนิยม มีคนจองคิวเต็มจำนวนในทุกวันนิชาดาที่ออกมาเก็บภาพบรรยากาศวันหยุดเพื่อโพสต์ในเว็บและโซเชียลต่างๆ ของไร่ยืนมองผู้คนที่มีความสุขกับการได้มาไร่นี้อย่างภูมิใจ ตอนนี้นอกจากเพจแล้วเธอเปิดแอคเคาต์โซเชียลของไร่เพิ่มขึ้นจนครบถ้วน เพราะโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในยุคสมัยนี้“ชอบไหมเจ้า”ส้มที่เป็นคนถ่ายภาพให้เธอเปิดกล้องให้ดู ขณะที่นิชาดามากับมธุรินซึ่งยืนเป็นเพื่อนและคอยดูแลเธอที่ท้องแก่ใกล้คลอด ความจริงธีรดนย์ไม่อยากให้หญิงสาวมาทำงานแต่นิชาดาไม่อยากอยู่เฉยๆ การได้ขยับตัวเดินไปเดินมาจะช่วยให้เธอคลอดธรรมชาติได้ง่ายขึ้น หากก็ต้องดูว่าเด็กกลับหัวด้วยหรือไม่เหมือนกัน“อืม ชอบจ้ะ ไปเก็บภาพมุมโน้น ให้เห็นคาเฟ่กับร้านอาหารด้วยนะจ๊ะ”“เจ้า”“พี่ไปกับส้มเองก็ได้ หมอกเข้าไปนั่งพักในคาเฟ่ดีกว่า”มธุรินเอ่ยปากเพราะดูท่าเหมือนภรรยาเจ้าของไร่จะเดินไปอีกไกลกับส้ม“ถ้าอย่างนั้นฝากพี่รินด้วยนะคะ แล้ว
“พอใจหรือยังเมียจ๋า”“อะไรคะ”“ก็รู้แล้วว่าฉันไม่ได้พลาดพลั้งเสียท่าคุณภัทร ฉันเป็นของหมอกคนเดียวมาตั้งแต่จดทะเบียนแล้วไงล่ะ”พร้อมกับถามใบหน้าคมเข้มก็ขยับมาชิด หน้าผากจรดแนบหน้าผากเธอ ส่งสายตาออดอ้อนก่อนจะดันตัวเธอให้ค่อยๆ ถอยไปชิดเตียง แต่เขาทิ้งตัวเองลงหงายหลังแล้วรั้งเธอให้นอนลงไปบนร่างแกร่งนิชาดายิ้มหวาน ไม่ได้ฝืนตัวเพราะตัวเองก็ไม่ได้ขุ่นเคืองอะไร เพียงแค่สงสัยเพราะธีรดนย์ไม่ได้กลับบ้านดึกนัก ยกเว้นช่วงก่อนจัดงานแต่ง“พอใจค่ะ”เธอตอบเสียงเบาชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก“ผัวเป็นคนดี ไม่วอกแวก รักเมียคนเดียว เมียไม่ให้รางวัลหน่อยเหรอจ๊ะ”คนใต้ร่างอ้อนเสียงทุ้ม แววในดวงตาคู่คมเข้มนั้นหวานฉ่ำจนนิชาดารู้สึกว่าหัวใจตนกำลังละลายไปกับความหวานที่ส่งมาให้“อืม”ปลายนิ้วเรียวไล้วนเหนืออกกว้างพลางทำท่าทีราวครุ่นคิด“อยากได้รางวัลเล็กหรือรางวัลใหญ่คะ”“ชุดใหญ่สิจ๊ะเมียจ๋า”นิชาดาไม่ตอบรับทว่ามือบางเปลี่ยนเป็นลูบแผงอกหนาของคนไม่ใส่เสื้อ แล้วเห็นชายหนุ่มสูดหายใจลึก ยิ่งมือเธอลากลงต่ำ อีกฝ่ายก็ถึงกับกลืนน้ำลายมือนุ่มไม่ได้ต่ำลงไปอย่างที่เขาคาดหวังหากไล้แผ่วเพียงตรงช่วงเอว แต่ชายหนุ่มก็พอใจเพราะร่างหอ
ร่างอรชรออกมายืนหน้าระเบียง มองพระจันทร์ดวงโตผ่านแมกไม้แล้วก็เอาโทรศัพท์ถ่ายก่อนจะอัปโซเชียล ก็มีคนทักและพิมพ์คอมเม้นต์ว่าคิดถึงหลายคน ปกตินิชาดาอัปเดตบ่อยทว่านับแต่มาอยู่ที่นี่ก็ห่างหายเพราะปัญหาต่างๆ ที่รบกวนจิตใจและทุ่มเทความตั้งใจกับงานใหม่ของตน ทั้งยังไม่ได้ตัดวิดีโอที่ถ่ายขณะเดินทางมาไร่ดิฐวัฒน์ด้วย ช่องของเธอพร้อมโซเชียลหยุดเคลื่อนไหวมาสามเดือนแล้ว มานึกขึ้นได้ในตอนนี้ คิดว่าน่าจะพอมีเวลาทำงานตัวเองในวันหยุดได้ เพราะตอนนี้งานในไร่ลงตัวและมีกำหนดปล่อยคลิป Vlog เดือนละครั้ง“จะว่าไป เราไม่เคยชมจันทร์ด้วยกันเลยนะ ออกมาก็น่าจะรอฉันก่อน”เสียงเข้มดังขึ้นและผ้าคลุมที่มาพร้อมการโอบกอดจากด้านหลัง ธีรดนย์คุยงานกับวัชพลนิชาดาก็แวบไปอาบน้ำก่อนแล้วจำได้ว่าเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงซึ่งตนเองยังไม่เคยได้มองดูอย่างจริงจังว่าจะสวยดวงโตแค่ไหน ทั้งยังมีเรื่องให้คิดอยากให้ธรรมชาติยามค่ำคืนช่วยบำบัดความตึงเครียด จึงออกมาหน้าระเบียงในตอนชายหนุ่มอาบน้ำธีรดนย์วางคางบนบ่าเธอ กรุ่นกลิ่นครีมอาบน้ำอบอวลพร้อมไออุ่นจากร่างสูงใหญ่โอบล้อมทำให้หญิงสาวเอนอิงอีกฝ่ายราวต้องการความอบอุ่น“ก็เพราะเอะอะคุณดนย์ก็อุ้มเ
“ฉันเปล่า....”ภัทรดาส่ายหน้าพลางถอยหลังเสียงสั่นมากขึ้น“กลัวทุกคนจะรู้ว่าคุณมาถึงไร่หลังฉันเกิดอุบัติเหตุใช่ไหมคะ”นิชาดาจะไม่ไล่บี้อีกฝ่ายเลยหากเจ้าตัวไม่บอกว่าเธอใส่ร้าย“เธอเกิดเรื่องเมื่อไรฉันก็ไม่รู้ ฉันแค่มาทำงาน ไม่รู้อะไรทั้งนั้น”“ไม่เป็นไร ดูกล้องก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะผมจำเวลาที่หมอกเกิดเรื่องได้ ถ้าคุณไม่รู้อะไรจริงก็รอให้การณ์กับตำรวจ”“คุณดนย์”คนที่หน้าซีดอยู่แล้วยิ่งตาโต พึมพำพลางถอยหลังช้าๆ“ภัทรไม่ได้ทำนะคะคุณดนย์ ไม่ใช่ภัทรนะ เมียคุณใส่ร้ายภัทร”“ถ้าไม่ได้ทำคุณก็ไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ต้องห่วงไปหรอก ตำรวจก็แค่สอบถามเท่านั้น”ยิ่งธีรดนย์เอ่ยถึงตำรวจซ้ำอีกภัทรดายิ่งหวาดกลัวมากขึ้น หญิงสาวรีบหันหลังจะกลับไปขึ้นรถ“ไม่ ภัทรไม่ผิด ภัทรไม่ได้ทำอะไร อย่ามายุ่งกับภัทร”ภัทรดาเหมือนสติหลุดขยับพรวดออกไปราวต้องการหนี ขณะนั้นมีรถคันหนึ่งขึ้นเนินมา ซึ่งก่อนหน้านี้แต่ละคนก็ไม่ทันได้สังเกตสิ่งอื่นเช่นกันเพราะรถของภัทรดาจอดบังทางที่จะเห็นได้ และต่างก็กำลังสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่พอเห็นรถทั้งหมดก็ตะโกนรั้ง“คุณภัทร!”“กรี๊ดดด!”เอี๊ยด!!เสียงรถเบรกดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าภัทรดาก็ถูกเ
“จะฆ่าหมอกหรือไง!”เสียงของธีรดนย์ดังสนั่นไร่ชา ยังดีแถบนี้เป็นจุดที่ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา จะมีก็เพียงคนทำงานอยู่ทางด้านโฮมสเตย์นิชาดารีบหันไปทางรถกระบะคันนั้นทันใด เธอยังใจสั่นและขาสั่นอยู่เลย หากไม่มีสามีประคองให้ลุกขึ้นคงยืนไม่ไหว แต่เมื่อได้รู้ว่าเจ้าของรถเป็นใครเธอก็อึ้งไปเลยทีเดียวเสียงเปิดปิดประตูรถก่อนร่างโปร่งของภัทรดาจะค่อยๆ เดินมาด้านหน้ารถ สีหน้าอีกฝ่ายซีดเผือด มือไม้สั่น“ภะ...ภัทรขอโทษค่ะ”ภัทรดามองธีรดนย์กับนิชาดาด้วยความรู้สึกผิดจากใจ“ภัทรไม่ทันเห็นน่ะค่ะ เพราะขึ้นเนินมาก็เลยเร่งเครื่องเต็มที่”นิชาดาฟังคำพูดอีกฝ่ายพร้อมจ้องอย่างสังเกตแววตากับสีหน้ามากกว่าเดิมเมื่อสติตนเองค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง ขณะมีแขนกำยำตระกองกอดไว้อย่างปกป้องปลอบโยน“ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะคะคุณหมอก”“ถ้าฉันมาไม่ทันหมอกจะเป็นยังไง ขับรถในไร่ถึงจะขึ้นเนินก็ไม่ควรเร่งความเร็วขนาดนี้สิ มันอันตรายมากนะ”“ภัทรเสียใจ ภัทรไม่ได้ตั้งใจ เพิ่งเห็นคุณหมอกในระยะประชิดแล้วจริงๆ ค่ะ”เพราะเธอย่อตัวลงค่อยๆ ย่องพยายามให้ผีเสื้อไม่รู้สึกว่ามีบางอย่างเข้ามาใกล้ อาจเป็นไปได้ที่รถซึ่งขับขึ้นเนินมาจะไม่เห็น และ
“โธ่ ไอ้เราก็กลัวว่าเรื่องคุณพีรพลจะทำให้นายกับเธอผิดใจกัน ที่ไหนได้ หวานจนท้องเสียอย่างนั้น”กัญญาแอบมากระแซะแล้วกระแทกไหล่เบาๆ กระเซ้าเธอในตอนบ่าย เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องครัวออฟฟิศ นิชาดาไม่ดื่มชากาแฟเมื่อรู้ว่าตนท้อง แล้วดื่มนมบ่อยขึ้นธีรดนย์จึงซื้อมาใส่ตู้เย็นไว้ให้ ขณะที่เพื่อนสาวเข้ามาชงกาแฟไว้เผื่อสำหรับทุกคนเช่นทุกวัน เพราะตอนเช้าหมดไปแล้ว“กุ๊กก็...ใครจะท้องแค่วันสองวัน”นิชาดาบ่นเพื่อนเสียงอุบอิบอย่างเขินอายข่าวภรรยาของนายท้องค่อยๆ กระจายออกไปทั่วไร่ภายในไม่กี่วัน แม้เธอจะไม่ได้บอกกัญญาตรงๆ เจ้าตัวก็รับรู้ แม้แต่วัชพลกับมธุรินก็ยังมาแสดงความยินดี“ว่าแต่เรื่องคุณพี นายไม่โกรธแล้วใช่ไหม”“อื้อ”นิชาดาพยักหน้ารับ“เพราะข้อความของเธอนั่นแหละ คุณดนย์เห็นก็เลยรู้ว่าเขาเข้าใจผิด”กัญญาตาโต ก่อนจะถาม“อย่าบอกนะว่าที่มีคนอ่านแล้วไม่ตอบน่ะเป็นนาย ฉันเข้าใจว่าหน้าจอเธอแตกเห็นไม่ชัด ก็เลยยังไม่ตอบเสียอีก”หญิงสาวยิ้มกับสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของเพื่อนสาว“ใช่น่ะสิจ๊ะ ฉันต้องขอบใจเธอ เพราะถึงฉันพูดอะไรไปคุณดนย์ก็คงยังโกรธอยู่นั่นแหละ มีข้อความของเธอช่วยยืนยันปัญหาก็เลยจบ”เธอยิ้มให้แต่
“ฉันทั้งหลงใหลและหลงรักเธอนะหมอก ถึงจะไม่เคยพูดแต่ฉันก็ไม่เคยอยากเอาใจใครเหมือนเธอ ฉันไปหาซื้อกล้องเอาไว้ง้อตั้งแต่เธอนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ทำร้ายร่างกายไปแล้วเห็นเธอทรมานฉันก็ทำอีกไม่ลง ทำโทรศัพท์ของเธอพังก็รีบแวบเอาไปซ่อมที่ร้านในกรุงเทพฯ”ธีรดนย์สารภาพอย่างหมดเปลือก แม้รู้สึกเสียศักดิ์ศรีหน่อยๆ ที่เป็นฝ่ายพูดก่อน แต่เก็บไว้ก็จะทำให้ภรรยาสาวน้อยเนื้อต่ำใจทั้งยังวิตกกังวลอยู่ตลอดว่าเขาไม่ไยดีเจ้าตัว อีกฝ่ายกำลังท้องสุขภาพจิตควรดีเพื่อลูกน้อย“ฉันพูดหวานไม่เป็น แต่ก็พยายามเอาอกเอาใจ ง้อเธอในแบบของฉัน”ริมฝีปากอิ่มสวยค่อยๆ ระบายยิ้มหวานออกมาพร้อมน้ำตาซึม ได้ฟังคำบอกเล่าจากปากชายหนุ่มที่เหนือความคาดหมายของตนเอง นิชาดากลับรู้สึกว่าเขาดูน่ารักขึ้นเป็นกอง“หมอกเข้าใจแล้วค่ะ”นิชาดาพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ ยกแขนเรียวขึ้นคล้องคอแกร่งแล้วเคลื่อนหน้าไปหอมแก้มสากเบาๆ“จูบปากสิจ๊ะ เดี๋ยวนี้จูบเก่งแล้วนี่นา”ธีรดนย์ส่งสายตาหวานฉ่ำพร้อมอ้อนเสียงทุ้มนุ่ม ทว่า หญิงสาวส่ายหน้า ปลายนิ้วเรียวแตะปากได้รูปปราม“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวคุณดนย์เลยเถิด”“งั้นก็กินข้าวให้อิ่ม แล้วมาออกกำลังก่อนนอนกัน”“เฮ้อ...”หญ