‘ไอ้ห่า...’
เสียงสบถด่าขาดหายเพราะธีรดนย์ตัดสายแล้วโยนมือถือทิ้งบนโต๊ะเตี้ยใกล้ๆ
ทำพูดแสลงหูทั้งหมดทำให้นิชาดาโมโหและรังเกียจคนตรงหน้านัก ทว่าไม่ส่งเสียงใดๆ เพราะไม่อยากให้พี่ชายไม่สบายใจ อย่างไรอีกฝ่ายก็เหมือนเป็นตัวแทนของพ่อกับแม่สำหรับเธอ ทว่ามือที่แกะมือหนานั้นทั้งจิกและข่วนอย่างแรง
“โธ่เว้ย!”
ธีรดนย์รำคาญอาการแสบๆ คันๆ ที่ก่อเกิดจากปลายเล็บเล็กจนไม่มีอารมณ์คุยต่อ คิดว่าเขาพูดชัดเจนแล้ว และตอนนี้ก็ต้องจัดการสาวเจ้าที่แรงเท่ามดแต่ไม่ประเมินฤทธิ์ตัวเองมากัดราชสีห์อย่างเขา
ชายหนุ่มจับมือบางสองข้างกดลงบนโซฟาพร้อมโถมกายลงไปหา
“หมดธุระกับพี่ชายเธอแล้ว ได้เวลาทดลองงานเสียที”
นิชาดาขนลุกซู่ สายตาคมเข้มที่จ้องเธอนั้นดุดันน่ากลัวราวกับกำลังมองเหยื่ออันโอชะ
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง”
แม้ดูเหมือนจะไร้ทางรอด ทว่าเธอก็ยังไม่ถอดใจ ปลายังดิ้นรนหาทางรอดเมื่อปราศจากน้ำ เธอก็ต้องพยายามเช่นกัน
“นายเป็นเพื่อนกับพี่เมฆ ฉันก็เป็นหมือนน้อง...”
“หึ...”
เสียงหยันดังในลำคอหนา พร้อมมุมปากได้รูปกระตุก ใบหน้าคมเข้มด้วยหนวดเคราโน้มลงมาชิดจนเธอต้องเอียงหน้าหนี
“หน้าตาฉันดูโง่นักหรือไง”
ลมร้อนจัดเป่าชิดใบหูพาให้ขนลุกซู่ นิชาดาหลับตาปี๋ แทบจะซุกหน้าแนบโซฟาแต่ก็หลบอีกฝ่ายไม่พ้น
“มีนางบำเรอมาคอยปรนเปรอถึงไร่ใครจะไม่เอา เธอเองนั่นแหละ ทำตัวให้สมกับหน้าที่หน่อย มีกลเม็ดเด็ดพรายอะไรก็ควรขุดมาใช้เสียตั้งแต่ครั้งนี้ เพราะเกิดฉันไม่พอใจไม่สนุก อาจจะส่งกลับพร้อมทวงเงินจากพี่ชายเธอ”
ถ้อยคำเรียกของอีกฝ่ายทำเอานิชาดาอยากตะโกนต่อว่าเขาที่หยาบคายนัก ทว่าเพียงขยับปากริมฝีปากได้รูปที่มีเคราครึ้มก็บดเบียดลงมา สิ่งที่ทิ่มตำให้ความรู้สึกแย่แทบไม่อาจจินตนาการได้ กลีบปากอิ่มถูกเคล้าคลึงจนแสบร้อนทั้งลิ้นอุกอาจยังเซาะไล้อย่างพยายามจะกล้ำกรายสอดแทรก
“อื้อ...”
ความขยะแขยงแผ่ซ่านทว่ามือเธอถูกกดจนขยับไม่ได้ ร่างหนาหนักโถมลงมาชิด หญิงสาวกลั้นหายใจตั้งแต่ถูกบังคับจูบตามสัญชาตญาณทั้งพยายามเม้มกัดริมฝีปากด้านในไว้ ทว่ากลับต้านไม่อยู่เพราะชายหนุ่มปล่อยมือข้างหนึ่งมาบีบปลายคางจนเธอเจ็บให้เผยอเปิดปาก และก็เป็นโอกาสของผู้รอคอย ปลายลิ้นอุ่นรุกล้ำเข้ามาก่อกวนให้ยิ่งขนลุกขนพอง ทว่านิชาดาทำได้เพียงส่งเสียงอึกอัก ขณะที่อีกฝ่ายไล่ต้อนกวาดลิ้นเธอรวบรัดดุดันราวรีดน้ำหวาน
มือบางผลักอกกว้างเมื่อสามารถทำได้ แต่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะขยับห่าง ใบหน้าสวยพยายามเคลื่อนไหวไม่ยอมจำนนโดยง่าย และเหมือนสร้างความรำคาญให้ชายหนุ่มไม่น้อยเพราะเขาถอนจูบแล้วสบถอย่างขัดใจ
“จูบไม่เป็นหรือไงวะ”
นิชาดาเม้มริมฝีปากไม่ตอบคำคนหยาบคาย
“หรือว่าไม่อยากจูบกับฉัน”
ดวงตาคู่คมเข้มวาววับ ทว่าก็เอ่ยต่ออย่างไม่แยแส
“ช่างเหอะ ก็ดีเหมือน ไม่ต้องเร้าอารมณ์ ทำเลย”
“กรี๊ด...”
พร้อมพูดมือหนาก็ดึงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของเธอจนกระดุมหลุดสองเม็ด หากนิชาดาไม่รีบคว้าไว้คงขาดทั้งหมด
เพียะ!
มือบางตวัดฉับกระทบใบหน้าเข้มอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ถึงกับหน้าหันทว่าธีรดนย์ก็กัดฟันกรอด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนตบหน้าเขามาก่อน หากเตะต่อยตามประสาลูกผู้ชาย ปากแตกเขายังไม่รู้สึกเจ็บ แต่เมื่อถูกคนตัวเล็กกว่าตนทำร้ายชายหนุ่มกลับเจ็บ
เจ็บที่ใจเพราะต่อยคืนไม่ได้ แต่ก็ทำอย่างอื่นได้
ราวหน้ามืดธีรดนย์ยิ่งดึงทึ้งเสื้ออีกฝ่ายออกจากเอวกางเกง พร้อมร่างสูงใหญ่คร่อมขาทับเรียวขาเล็กให้ไม่สามารถขยับดิ้นได้ เสื้อด้านหน้าถูกรั้งอย่างแรง
“ว้าย!”
แม้มือบางจะปัดป้องก็ไม่สำเร็จ และทรวงอวบขาวที่มีเสื้อชั้นในสีครีมเกาะปกป้องสองเต้ากลมกลึงก็ปรากฏต่อสายตาคมปลาบหน้าท้องแบนราบเนียนลออน่าซุกไซ้ทั้งบนล่าง พร้อมความคิดชายหนุ่มฝังหน้าตนลงหาอกคู่สวย
“อี๋...ไอ้บ้า ออกไปนะ”
นิชาดาผลักใบหน้ารกอย่างแรง ทว่าเขาไม่ขยับเขยื้อน ยังกดหน้าลงมาจนปากร้อนผ่าวแนบเหนือเนินอกตน ริมฝีปากได้รูปไซ้พร้อมไรเคราทำเอาสะดุ้งทั้งตัวด้วยความสยิวน่ารังเกียจ
“อย่า...”
เสียงหวานสั่นพร้อมกับความกลัวที่เข้าครอบงำมากยิ่งขึ้น ทุกสิ่งอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางชวนตระหนกขึ้นเรื่อยๆ และผู้ชายตัวโตคนนี้ไม่ได้มีทีท่าจะหยุดการกระทำแสนป่าเถื่อนของเขาแม้แต่น้อย พร้อมแรงบดพลางจูบซับ มือหนาลูบไล้ไปทั่วหน้าท้องของเธอทั้งยังสอดไปด้านหลังโดยที่นิชาดาคว้าจับไม่ทัน เพียงชั่วอึดใจก็รู้สึกได้ว่าตะขอเสื้อชั้นในของตนถูกปลด อีกฝ่ายดูมีความชำนาญอย่างมาก
นิชาดารีบกอดตัวเองกดเสื้อชั้นในไม่ไห้หลุด ขณะที่สัมผัสร้อนพร้อมการเสียดสียุบยิบก็ทำให้เธอตัวสั่น
“ได้โปรดหยุดเถอะ ฉันไม่เต็มใจคุณทำอะไรไปก็ไม่รู้สึกดีหรอก”
คนที่กำลังกดริมฝีปากจูบซับเพื่อหาทางไต่ไปกลืนกินอกอวบอิ่มหยุดชะงัก มันก็จริงที่เขาชอบผู้หญิงให้ความร่วมมือและเร่าร้อนเก่งกาจ แบบนั้นมันทั้งสนุกและโลดโผนได้อย่างเต็มที่
ธีรดนย์ไม่ชอบจูบของหญิงสาวใต้ร่างตนเอาเสียเลย มันจืดชืดอย่างบอกไม่ถูก เอาแต่เอียงหน้าหนี ไม่ยอมพัวพันรัดรึงโต้ตอบ ทว่าต้องยอมรับว่าเขาพอใจกลิ่นผิวเนื้อของเจ้าตัวที่มีน้ำหอมอ่อนบางเบา ไม่ฉุนกึกทำลายโสตประสาทจมูกเหมือนสาวๆ ที่ตนร่วมสนุกด้วย
ใบหน้าคมเข้มเหลือบขึ้นมามองเธอนิ่งราวกำลังตัดสินใจบางอย่าง ทว่าแว่วเสียงรถมาจอดด้านนอกทำให้ชายหนุ่มหันไปมอง แต่เพียงเล็กน้อยก็หันกลับมาจ้องเธอตาดุ
“ห่วยแตกฉิบหาย จูบกับเธอห่วยที่สุดเท่าที่ฉันเคยจูบมาเลยให้ตายสิ”
นิชาดาทำหน้าไม่ถูกแต่ก็แย้งออกไป
“นายบังคับฉัน ฉันไม่ได้จูบด้วยสักหน่อย โอ๊ะ”
ปลายคางเล็กถูกบีบอีกครั้งอย่างไม่ปรานีจนหญิงสาวหลุดร้องเบาๆ
“เธอไม่มีสิทธิ์เถียงฉัน หน้าที่ของเธอคือทำให้ฉันพอใจ ไม่งั้นคนที่จะซวยคือพี่ชายเธอ มันต้องหาเงินมาคืนฉัน ถ้าฉันไม่พิศวาสเธอ”
ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวเสียงเข้มใส่หน้าก่อนจะปล่อยมือจากคางเธออย่างแรงเพราะเสียงคนเรียกดังขึ้น
“ตาดนย์ อยู่ที่นี่ใช่ไหมเราน่ะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ”
เป็นเสียงของผู้หญิงที่ดูมีอายุ
ร่างสูงใหญ่ลุกจากตัวเธอยืนเต็มความสูง ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วเดินไปยังประตู
นิชาดารีบรวบเสื้อตัวเอง แต่ก็นึกได้ว่าควรติดตะขอเสื้อชั้นในก่อนจึงพยายามเอื้อมมือไปด้านหลัง และหันตัวหนีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเปิดประตูอย่างไม่สนใจว่าเธออยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่
‘คนเถื่อนเอ๊ย’
หญิงสาวแอบสบถในใจแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งกับเสียงแหลมที่ดังขึ้น
“ต๊าย!! กลางวันแสกๆ งานการไม่ทำ มาทำเรื่องประเจิดประเจ้อน่าเกลียดจริงๆ พ่อตัวดี”
เธอได้ยินเสียงตีเผียะ แต่ไม่ได้หันไปมอง ได้แต่จับเสื้อตัวเองเข้าหากันแน่นพลางก้มหน้างุดอย่างอับอาย ทว่าประโยคต่อมาของผู้มาใหม่ก็ทำเอาถึงกับหน้าชา
“นี่พาอีตัวที่ไหนมากกกกันถึงในไร่ ไม่เห็นแก่หัวหงอกๆ ของยายแล้วใช่ไหม”
======
นายดนย์คนเถื่อน ยังไงหมอกก็ต้องอยู่ที่ไร่นี้ หนีไม่ได้สินะ T^T
คำว่า ‘อีตัว’ ราวกับตบหน้าเธอ นิชาดาขอบตาร้อนผ่าว หากก็กัดริมฝีปากสะกดทุกความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ทั้งอับอายทั้งโกรธคนที่อุ้มตนมาดื้อๆ ราวคนยุคหินแม้จะคิดว่าหากอยู่ในมุมของตัวเองก็จะไม่มีใครสนใจ ทว่าไม่ใช่ เพราะอึดใจต่อมาก็ต้องผวาเมื่อมีคนเดินเข้าใกล้พร้อมเสียงที่แว้ดขึ้น“นี่หล่อน ค่าตัวเท่าไร เดี๋ยวฉันให้คนของฉันโอนให้แล้วก็รีบออกไปจากที่นี่ซะ”นิชาดายิ่งก้มหน้าหันหลบแทนที่จะหันมอง ถูกเข้าใจผิดอย่างนี้เธอยิ่งไม่อยากพบหน้ากับใคร“เอ้า บอกมาสิ ก้มหน้าก้มตาอยู่ได้ ทีอาชีพอย่างว่ายังทำจะอายทำไม ฉันเข้าใจคนทำมาหากินอยู่หรอก...แม่ภัทร เตรียมโอนเงิน”หญิงมีอายุที่ดูคล่องแคล่วหันไปบอกผู้ช่วยส่วนตัวของตน ซึ่งเป็นหญิงสาวอายุราวสามสิบกว่า รูปร่างสะโอดสะองได้รูปสวย หน้าตาถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เจ้าตัวล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบโตเตรียมจัดการตามคำสั่ง“ว่าไงยะหล่อน”คนถูกถามย้ำชักขุ่นใจ หากเธอยังเงียบคงถูกเข้าใจผิดไปตลอด เธอต้องปกป้องเกียรติของตัวเอง ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องอายนิชาดารวบรวมความกล้าหันไปเผชิญหน้าพร้อมลุกขึ้นยืนขณะที่มือจับเสื้อตนไว้แน่นปกปิดร่างกายที่ถูกคุกคาม“ฉัน
“จะบ้าเหรอ ใครจะแต่งกับนาย”“ไม่แต่งก็ได้จ้ะ ยังไงก็เป็นเมียอยู่แล้ว”ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาพูดจนชิดแก้มทำให้เธอต้องเอียงหนี แม้คำพูดจะดูหวาน ทว่ากลับเต็มไปด้วยความกดดัน นิชาดาโมโหคนปั้นเรื่องเก่งจนต้องทุบไหล่หนา“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายทั้งนั้น”“นี่หมายความว่าเราจะแต่งงานกับแม่นี่เหรอ”เหมือนหญิงสูงวัยจะไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เธอทันเห็นว่าดวงตาคู่คมเข้มกลอกไปมาเพราะเขาก้มลงหาเธอ ราวตัดสินใจเพียงเสี้ยวอึดใจก่อนหน้าเงยหน้าขึ้นตอบ“ครับ ก็ยายอยากให้ผมแต่งไม่ใช่เหรอ”“ยายหมายถึงแต่งกับ...”ผู้เป็นยายเหลือบไปทางผู้ช่วยตน และเห็นชัดว่าคนที่ยืนเงียบมีหน้าที่ฟังตั้งแต่มาถึงกำลังเม้มปาก แต่ก็เผยยิ้มบางเมื่อนายตนเอื้อมมือมาจับอย่างเห็นใจราวปลอบใจไปด้วย“คนที่ยายเห็นว่าเหมาะสม”“ผมมีหมอกอยู่แล้ว”เหมือนชายหนุ่มต้องการตัดบท“แล้วก็จะแต่งกันเร็วๆ นี้ ยายจะได้สบายใจว่าผมไม่ได้พาผู้หญิงมากกในไร่ให้น่าเกลียด แต่ผมกกเมียผม”“ตาดนย์”“ฉะ...”“จุ๊บ”คำพูดของเธอหยุดลงเพราะปากได้รูปที่หนวดเครารกครึ้มกดลงมาหนักๆ อย่างรวดเร็ว“ฮึ่ย! หลานคนนี้ อยากทำอะไรก็ตามใจ อยากให้ตบแต่งกับคนดีๆ ก็ไม่ฟัง ยายไม่ยุ่งด้วยแล
“นายจะไปไหนน่ะ”เมื่อขึ้นรถมาแล้วคนตัวเล็กที่นั่งหน้างอกอดอกบอกบุญไม่รับก็ถามเสียงแข็ง“สำนักงาน”“ฉันจะไปบ้านพัก”“ไปทำไม”“จะให้ฉันไปทำงานสภาพนี้หรือไง”นิชาดาขึ้นเสียง แล้วก็ได้รับแววดุดันจากดวงตาคู่คมปลาบมองแวบหนึ่งก่อนจะกลับไปทางข้างหน้า“ก็มีเสื้อฉันแล้ว”“นายจะให้ฉันใส่เสื้อตัวนี้เข้าสำนักงานน่ะเหรอ คนเขาจะคิดกันยังไง”“พวกนั้นก็ฉันจูบเธอเต็มสองตา รู้ว่าเธอเป็นคนของฉันอยู่แล้ว จะเรื่องมากทำไม”“โอ๊ย คนบ้า”เธอหงุดหงิดจนอดไม่ได้แล้วจริงๆ“น้อยๆ หน่อย เห็นว่าฉันขับรถก็เลยทำอะไรเธอไม่ได้หรือไง อย่าลืมว่าฉันจอดรถได้นะ”นิชาดาพยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังปรี๊ดแตกของตัวเอง สองมือที่กอดอกลดลงกำแน่น การใช้อารมณ์ไม่มีประโยชน์ เธอต้องใจเย็นและมีสติ ไม่อย่างนั้นคงต่อกรกับคนป่าเถื่อนถือตัวเองเป็นใหญ่ยาก เห็นแล้วว่าแม้แต่ยายของเขาก็ยังตามใจแม้จะดุทว่าสุดท้ายก็ไม่ขัดชายหนุ่ม“นายทำขนาดนี้แล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ ถึงฉันเป็นลูกหนี้แต่ต้องทำให้อับอายด้วยหรือไง แค่ไปส่งที่บ้านพักก็พอ นายจะไปทำงานหรือมีธุระก็ไปได้เลย ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะหาทางไปสำนักงานเอง”เธอบอกด้วยเสียงอ่อนลงกึ่งขอร้องกลายๆ ทว่าร
“ว่าไง อยากได้ไม่ใช่เหรอ”นิชาดานิ่งงันนานครู่หนึ่งอย่างชั่งใจ แม้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ในเมื่อตนถูกบังคับจูบจากผู้ชายป่าเถื่อนไปแล้ว แต่ก็หยิ่งในศักดิ์ศรีของตน หญิงสาวเมินหน้าหนีอย่างไม่สนใจ จะเปิดประตูแต่คนตัวโตกลับเคลื่อนไหวรวดเร็วมาดึงไว้พร้อมกดตัวเธอติดเบาะ“บอกว่าให้จูบหวานๆ”จบคำย้ำใบหน้ารกครึ้มก็แนบลงมา ปากได้รูปประทับปิดปากเธอ นิชาดารีบเองหน้าหนีแต่มือหนาก็ล็อกไว้“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”เอ่ยชิดจมูกเธออย่างเอาแต่ใจแล้วก็บดเบียดริมฝีปากลงมาอีกครั้งแต่กลับนิ่งเฉยเหมือนรอให้เธอเป็นผู้มอบจูบครั้งนี้ มาถึงตอนนี้ก็นับเป็นเสียจูบไปแล้ว หากเขาไม่พอใจไม่คืนมือถือให้เธอก็เสียเปรียบไปเปล่าๆ คิดแล้วก็กลั้นใจกดริมฝีปากหลับหูหลับตาขยับเบาเคล้าคลึงบนแกร่งกว่าบางเบาชั่วอึดใจ แต่พอจะถอยท้ายทอยก็ถูกกดไว้ ปากอุ่นบดลงมาหนักกว่าที่เธอเพิ่งจูบไป ทั้งยังรู้สึกได้ถึงปลายลิ้นที่ไล้เลาะทว่านิชาดาไม่ยอมเปิดรับ หากชายหนุ่มก็ยิ่งเบียดปากแนบแน่นเหนือกลีบปากเธอยิ่งขึ้น เม้มกลีบปากย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอรู้สึกราวเห่อร้อนด้วยแรงขยับพร้อมไรเคราเสียดสีนานจนพอใจธีรดนย์จึงยอมให้อิสระกับเจ้าของปากนุ่มละมุนหอมหวาน“ไ
เปิดประตูออฟฟิศสำนักงานเข้าไปในตอนบ่ายหลังพักกลางวัน นิชาดาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั่งก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารอยู่ที่โต๊ะของเธอ เหมือนเขาจะรู้ว่ามีคนเข้ามาจึงเงยหน้ามามอง ดวงตาคู่กลมโตสบตาตาคู่คมเข้มชั่วอึดใจแล้วหญิงสาวก็คิดได้ว่าหากเข้าห้องตอนนี้ตนจะอยู่ตามลำพังกับอีกฝ่าย เพราะมธุรินออกไปข้างนอกกับวัชพลยังไม่กลับมาร่างอรชรถอยกรูดหมุนตัวทว่ายังไม่ทันพ้นประตู ข้อมือก็ถูกคว้าดึงกลับ“อุ๊ย”ตัวเธอถูกหมุนกลับไปดันชิดผนังพร้อมประตูดันปิด และร่างสูงใหญ่ก็โถมมาประชิด นิชาดาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเร็วอย่างนี้ เขากระโดดมาหรืออย่างไรจึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงตัวเธอ แล้วก็ต้องรีบหันหน้าหนีเพราะใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราโน้มมาชิด แต่แน่นอนว่าเมื่ออีกฝ่ายต้องการเธอก็ยากจะหลบพ้น ปลายนิ้วแกร่งล็อกดันปลายคางเธอให้ยอมจำนนต่อริมฝีปากได้รูปชายหนุ่มรุกรานอย่างเอาแต่ใจ เม้มซับกลีบปากอิ่มน่าจูบทั้งบนล่างแม้เจ้าตัวจะพยายามฝืนต้าน เขาก็จูบย้ำราวกับต้องการจะกลืนกินปากสีหวานจนเต็มอิ่ม“โทษฐานที่เห็นฉันแล้วเดินหนี”นิชาดากัดริมฝีปากของตนทันทีที่อีกฝ่ายผละห่าง รู้สึกถึงความชอกช้ำทั้งปากและภายในใจจนขอบตาร้อน หา
จะยังไงก็ยอมรับแหละ ขอให้ได้เอาคืนนายคนเถื่อนนี่บ้างก็พอ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิดเพราะเขากลับไม่พูดเรื่องกาแฟ“เล่ามาได้เลย”“คือ...ฉันอยากให้เพิ่มคอลัมน์ประมาณเที่ยวไร่ดิฐวัฒน์น่ะค่ะ”เธอจำต้องเข้าเรื่องงานตาม และชายหนุ่มก็ยกกาแฟจิบซ้ำแล้วดูไม่ชอบใจนัก หากก็เอนหลังพิงเก้าอี้กอดอกมองรอฟังด้วยสีหน้าจริงจัง“ตอนนี้ยังคิดชื่อแบบน่าสนใจ หรือเรียกแขกไม่ออก แต่ฉันจะคิดให้ทันก่อนคนเขียนเว็บจะเพิ่มช่องด้านหน้า แล้วก็หน้าที่กดเข้าไปอ่านแน่นอนค่ะ”“แล้วเธอคิดว่าควรอยู่ตรงไหน”เขาถามพร้อมดันแมกบุ๊กมาให้ นิชาดาจึงเอื้อมมือไปจับเมาส์ชี้บอก“คิดว่าน่าจะเป็นส่วนแรก หรือส่วนที่สอง แล้วก็กว้างเท่ากับคัฟเวอร์เว็บค่ะ อาจแบ่งเป็นภาพหัวข้อกับคลิปส่วนละครึ่ง หรือคลิปข้างบนภาพสวยๆ ประกอบข้างล่างเลื่อนไปสักสามถึงห้าภาพก็น่าจะดีค่ะ”“อืม ได้”“เอ่อ...”นิดาชาแปลกใจที่นายของไร่คุยและตัดสินใจโดยไม่มีทีท่าว่าจะรอโปรแกรมเมอร์“เห็นคุณวัชบอกว่าบ่ายนี้ฉันต้องคุยกับโปรแกรมเมอร์ เราไม่ต้องรอเขาเหรอคะ”“ก็คุยอยู่นี่ไง”หญิงสาวเผยอปากค้างอย่างไม่ทันตั้งตัวกับคำตอบง่ายๆ ก่อนชายหนุ่มจะยกกาแฟดื่มจนหมดแก้วด้วยท่าทางไม่
ร่างอรชรนั่งนิ่งไม่ไหวติง ไม่มีทีท่าจะก้าวลงจากรถ แม้ว่าชายหนุ่มจะลงไปก่อนแล้ว เหมือนเขาจะรู้สึกได้จึงหันกลับมามองและเดินอ้อมมายังฝั่งที่เธอนั่งก่อนจะเปิดประตู“อุ๊ย...ทำอะไร ปล่อย”นิชาดายังอ่อนแรงด้วยความกลัววิตกกังวลที่ครอบคลุมจิตใจจนไม่อยากขยับ จึงถูกอุ้มลงจากรถอย่างง่ายดาย ปัดป้องไม่ทัน“นึกว่าอยากให้อุ้มเหมือนเจ้าสาวเสียอีก”“จะบ้าเหรอ ไม่ต้อง ปล่อยฉัน”หญิงสาวดิ้นรนแต่อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อย เขาไขกุญแจบ้านอย่างง่ายดายทั้งที่ช้อนอุ้มเธออยู่ เปิดประตูได้ก็ตรงไปทางห้องนอนทันใด“ดะ...เดี๋ยวสิ...”เธอรีบห้ามเมื่ออีกฝ่ายใช้ไหล่ดันประตูห้อง“สนุกกันก่อนแล้วค่อยพักกินอะไรสักหน่อย แล้วค่อยมาต่อรอบดึกยาว”“อะไรนะ!”เสียงหวานแว้ดใส่หูทำเอาธีรดนย์สบถ“วะ จะเสียงดังทำไม หูจะแตก”พร้อมกับพูดก็วางร่างที่เบาหวิวสำหรับตนลงบนเตียง ทว่าไม่ได้เป็นไปอย่างทะนุถนอม แม้จะเห็นอีกฝ่ายถอยกรูด เขาก็ถอดเสื้อตนออกด้วยท่าทางไม่ใส่ใจนักร่างสูงใหญ่ที่เปลือยท่อนบนขยับเข่าขึ้นมาบนเตียงพร้อมใบหน้ารกครึ้มอันน่าหวาดหวั่น หากไม่ได้เป็นนายของไร่ เธอก็คิดว่าเขาไม่ต่างจากโจรเลยแม้แต่น้อย ยิ่งท่าทางคุกคามและแววตากระหายขณะเคล
“อยากครางก็คราง จะกลั้นไว้ทำไม ฉันไม่ชอบความเงียบ มันไม่เร้าใจ ถ้าเธอไม่ครางอย่าหาว่าฉันรุนแรงก็แล้วกัน”ธีรดนย์บอกเสียงเข้มต่ำ เขาไม่ชอบใจนักที่อีกฝ่ายดูไม่มีอารมณ์ร่วม ไม่เคยมีสาวไหนเมินเขาอย่างนี้ พวกเธอเต็มอกเต็มใจกระโดดร่วมวงและยังเป็นฝ่ายปลุกอารมณ์เขาก่อนด้วยซ้ำทรวงอวบเต่งตึงถูกเคล้นอย่างไม่เบามือ ตั้งใจกระตุ้นเร้าอารมณ์สาว ทั้งมืออีกข้างยังไล้ไปทั่วหน้าท้อง ต่ำลงไปแถวท้องน้อยแต่มือบางก็ตามมาปัดออกอย่างน่าหงุดหงิด และนั่นก็ทำให้เขายิ่งฉุนจัดร่างสูงใหญ่ขยับขึ้นปลดกางเกงของคนใต้ร่าง เจ้าตัวก็จิกข่วนมือเขาพัลวันอย่างไม่ยอม“ให้ตายสิ จะดีดดิ้นให้เสียเวลาไปทำไม มาสนุกด้วยกันดีกว่า รับรองฉันจะทำให้เธอลืมทุกคนที่เคยผ่านมาเลย”“ฉันยังไม่...ว้าย!”ยังไม่ทันแย้งจบกางเกงของเธอก็ถูกดึงหลุดจากสะโพก นิชาดารีบจับผ้าห่มมาคลุมตัวเองแทบไม่ทัน พร้อมกับที่กางเกงพ้นปลายเท้า เธอทั้งงอขาทั้งถอยหนีพร้อมกันนั้นก็เห็นอีกฝ่ายจัดการกับกางเกงของเขาจนต้องรีบหันหน้าไปทางอื่น“อะไรอีก ตกลงจะเอาไง”เหมือนชายหนุ่มจะหงุดหงิดที่เธอมีท่าทางไม่เต็มใจและไม่ให้ความร่วมมือใดๆ“ไม่เต็มใจหรือไง”“นายก็รู้อยู่แล้วยังจะถ
ปลายนิ้วแกร่งไล้แผ่วผิวตรงข้างเอวสูงขึ้นมาวนเวียนปลายยอดอกแล้วขยำเบาๆ ทำเอานิชาดาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นกลางดึก พร้อมกับที่ริมฝีปากอุ่นพรมไต่จากต้นแขนมายังไหล่มน ซอกคอจนถึงใบหูก่อนกระซิบ“หมอกจ๋า รักกันนะจ๊ะ”“คุณดนย์ นี่บ้านใหญ่นะคะ ลูกก็อยู่ด้วย”เธองัวเงียห้ามเสียงเบาเพราะเกรงจะทำให้ลูกชายตื่นและตนเองก็พึ่งหลับไปไม่นานหลังจากป้อนนมหนูน้อยจึงยังเพลียอยู่ ทั้งนอนไม่ค่อยเต็มอิ่มนักอยู่แล้ว ยังดีที่เวลากลางวันมีคุณนายแสงหล้ากับเหมยช่วยดูลูกพอให้ได้งีบบ้าง“น่านะ รับรองเบ๊าเบา ลูกไม่ตื่นแน่”สามียังกระซิบเสียงทุ้มนุ่ม มือก็เคล้าคลึงทรวงอกที่อวบอัดขึ้นของตนทำเอานิชาดาอกใจสั่นไหวไม่น้อย จะว่าไปตนก็คิดถึงสัมผัสจากชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน หากก็ยังกังวล“ได้ด้วยเหรอคะ”“เดี๋ยวทำให้ดู”พร้อมพูดชายหนุ่มก็เชยคางให้เธอหันกลับไปรับจูบนุ่มนวลก่อนจะค่อยเพิ่มแรงจูบเม้มและกัดกลีบปากอิ่มด้านล่างให้เธอเผยอรับลิ้นร้อน นิชาดาขยับตัวพลิกมาโอบรอบลำคอหนาตอบรับจูบลึกซึ้งอย่างไม่ยอมน้อยหน้าร่างสองสองขยับเสียดสีเบาๆ ในสัดส่วนที่แตกต่างหากสอดรับกันอย่างลงตัว ลูกชายตัวน้อยนั้นนอนในเปลสี่เหลี่ยมไม่ต้องเกรงว่าแรงเคลื่อ
“คุณดนย์คะ”กลางดึกคืนหนึ่งหลังจากมาพักโรงแรมได้สองวันนิชาดาก็รู้สึกปวดท้องแล้วเหมือนมีบางอย่างไหลออกมา หญิงสาวพึมพำเรียก ชายหนุ่ม เพียงแตะแขนอีกฝ่ายก็รู้สึกตัวแล้วขยับนั่งเปิดโคมไฟทันที“เจ็บท้องเหรอหมอก”“ค่ะ...น่าจะน้ำเดินแล้ว”เธอพูดจนแทบไม่มีเสียงเพราะเจ็บ“งั้นหมอกอยู่นิ่งๆ ก่อนนะ แป๊บเดียว”ร่างสูงใหญ่รีบลุกขึ้นใส่เสื้อโดยเร็วแล้วคว้ากระเป๋าที่เตรียมเอาไว้ก่อนมาประคองร่างที่อุ้ยอ้ายขึ้นของภรรยา“เดินพอไหวไหม”“ค่ะ”นิชาดายังพอไหวจึงกัดฟันค่อยๆ เดินไปพร้อมกับที่ชายหนุ่มพยุง ธีรดนย์ตั้งใจเลือกห้องพักใกล้ลิฟต์จึงไม่ต้องเดินไกลมากหญิงสาวนอนรอเพื่อให้ปากมดลูกเปิดและปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสามีอยู่ข้างๆ เป็นทั้งคนปลอบใจให้กำลังใจและที่ระบายของตนเพราะบ่อยครั้งที่เธอมักจะจิกเล็บลงบนหลังมือหนาที่กุมมือตนไว้“อื้อ เจ็บจังค่ะ”ยิ่งเห็นดวงหน้าสวยซีดเผือด เหงื่อผุดพราย ทรมานด้วยความเจ็บปวดชายหนุ่มก็ทุรนทุรายตาม เพราะหญิงสาวนอนอยู่แบบนี้มาสามชั่วโมงแล้ว ก้มลงไปจูบหน้าผากมนเช็ดเหงื่อให้ก่อนจะกระซิบ“ฉันจะตามพยาบาลอีกรอบนะ”นิชาดาปล่อยให้ชายหนุ่มไปโดยไม่แย้ง เธอรู้สึกทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่น
ไร่ชาดิฐวัฒน์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์แห่งขุนเขา นอนในบ้านท่ามกลางไร่ชาเขียวชอุ่ม มองเห็นเมฆลอยต่ำปกคลุมยอดเขา การเก็บชาก็ได้รับความนิยม มีคนจองคิวเต็มจำนวนในทุกวันนิชาดาที่ออกมาเก็บภาพบรรยากาศวันหยุดเพื่อโพสต์ในเว็บและโซเชียลต่างๆ ของไร่ยืนมองผู้คนที่มีความสุขกับการได้มาไร่นี้อย่างภูมิใจ ตอนนี้นอกจากเพจแล้วเธอเปิดแอคเคาต์โซเชียลของไร่เพิ่มขึ้นจนครบถ้วน เพราะโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในยุคสมัยนี้“ชอบไหมเจ้า”ส้มที่เป็นคนถ่ายภาพให้เธอเปิดกล้องให้ดู ขณะที่นิชาดามากับมธุรินซึ่งยืนเป็นเพื่อนและคอยดูแลเธอที่ท้องแก่ใกล้คลอด ความจริงธีรดนย์ไม่อยากให้หญิงสาวมาทำงานแต่นิชาดาไม่อยากอยู่เฉยๆ การได้ขยับตัวเดินไปเดินมาจะช่วยให้เธอคลอดธรรมชาติได้ง่ายขึ้น หากก็ต้องดูว่าเด็กกลับหัวด้วยหรือไม่เหมือนกัน“อืม ชอบจ้ะ ไปเก็บภาพมุมโน้น ให้เห็นคาเฟ่กับร้านอาหารด้วยนะจ๊ะ”“เจ้า”“พี่ไปกับส้มเองก็ได้ หมอกเข้าไปนั่งพักในคาเฟ่ดีกว่า”มธุรินเอ่ยปากเพราะดูท่าเหมือนภรรยาเจ้าของไร่จะเดินไปอีกไกลกับส้ม“ถ้าอย่างนั้นฝากพี่รินด้วยนะคะ แล้ว
“พอใจหรือยังเมียจ๋า”“อะไรคะ”“ก็รู้แล้วว่าฉันไม่ได้พลาดพลั้งเสียท่าคุณภัทร ฉันเป็นของหมอกคนเดียวมาตั้งแต่จดทะเบียนแล้วไงล่ะ”พร้อมกับถามใบหน้าคมเข้มก็ขยับมาชิด หน้าผากจรดแนบหน้าผากเธอ ส่งสายตาออดอ้อนก่อนจะดันตัวเธอให้ค่อยๆ ถอยไปชิดเตียง แต่เขาทิ้งตัวเองลงหงายหลังแล้วรั้งเธอให้นอนลงไปบนร่างแกร่งนิชาดายิ้มหวาน ไม่ได้ฝืนตัวเพราะตัวเองก็ไม่ได้ขุ่นเคืองอะไร เพียงแค่สงสัยเพราะธีรดนย์ไม่ได้กลับบ้านดึกนัก ยกเว้นช่วงก่อนจัดงานแต่ง“พอใจค่ะ”เธอตอบเสียงเบาชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก“ผัวเป็นคนดี ไม่วอกแวก รักเมียคนเดียว เมียไม่ให้รางวัลหน่อยเหรอจ๊ะ”คนใต้ร่างอ้อนเสียงทุ้ม แววในดวงตาคู่คมเข้มนั้นหวานฉ่ำจนนิชาดารู้สึกว่าหัวใจตนกำลังละลายไปกับความหวานที่ส่งมาให้“อืม”ปลายนิ้วเรียวไล้วนเหนืออกกว้างพลางทำท่าทีราวครุ่นคิด“อยากได้รางวัลเล็กหรือรางวัลใหญ่คะ”“ชุดใหญ่สิจ๊ะเมียจ๋า”นิชาดาไม่ตอบรับทว่ามือบางเปลี่ยนเป็นลูบแผงอกหนาของคนไม่ใส่เสื้อ แล้วเห็นชายหนุ่มสูดหายใจลึก ยิ่งมือเธอลากลงต่ำ อีกฝ่ายก็ถึงกับกลืนน้ำลายมือนุ่มไม่ได้ต่ำลงไปอย่างที่เขาคาดหวังหากไล้แผ่วเพียงตรงช่วงเอว แต่ชายหนุ่มก็พอใจเพราะร่างหอ
ร่างอรชรออกมายืนหน้าระเบียง มองพระจันทร์ดวงโตผ่านแมกไม้แล้วก็เอาโทรศัพท์ถ่ายก่อนจะอัปโซเชียล ก็มีคนทักและพิมพ์คอมเม้นต์ว่าคิดถึงหลายคน ปกตินิชาดาอัปเดตบ่อยทว่านับแต่มาอยู่ที่นี่ก็ห่างหายเพราะปัญหาต่างๆ ที่รบกวนจิตใจและทุ่มเทความตั้งใจกับงานใหม่ของตน ทั้งยังไม่ได้ตัดวิดีโอที่ถ่ายขณะเดินทางมาไร่ดิฐวัฒน์ด้วย ช่องของเธอพร้อมโซเชียลหยุดเคลื่อนไหวมาสามเดือนแล้ว มานึกขึ้นได้ในตอนนี้ คิดว่าน่าจะพอมีเวลาทำงานตัวเองในวันหยุดได้ เพราะตอนนี้งานในไร่ลงตัวและมีกำหนดปล่อยคลิป Vlog เดือนละครั้ง“จะว่าไป เราไม่เคยชมจันทร์ด้วยกันเลยนะ ออกมาก็น่าจะรอฉันก่อน”เสียงเข้มดังขึ้นและผ้าคลุมที่มาพร้อมการโอบกอดจากด้านหลัง ธีรดนย์คุยงานกับวัชพลนิชาดาก็แวบไปอาบน้ำก่อนแล้วจำได้ว่าเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงซึ่งตนเองยังไม่เคยได้มองดูอย่างจริงจังว่าจะสวยดวงโตแค่ไหน ทั้งยังมีเรื่องให้คิดอยากให้ธรรมชาติยามค่ำคืนช่วยบำบัดความตึงเครียด จึงออกมาหน้าระเบียงในตอนชายหนุ่มอาบน้ำธีรดนย์วางคางบนบ่าเธอ กรุ่นกลิ่นครีมอาบน้ำอบอวลพร้อมไออุ่นจากร่างสูงใหญ่โอบล้อมทำให้หญิงสาวเอนอิงอีกฝ่ายราวต้องการความอบอุ่น“ก็เพราะเอะอะคุณดนย์ก็อุ้มเ
“ฉันเปล่า....”ภัทรดาส่ายหน้าพลางถอยหลังเสียงสั่นมากขึ้น“กลัวทุกคนจะรู้ว่าคุณมาถึงไร่หลังฉันเกิดอุบัติเหตุใช่ไหมคะ”นิชาดาจะไม่ไล่บี้อีกฝ่ายเลยหากเจ้าตัวไม่บอกว่าเธอใส่ร้าย“เธอเกิดเรื่องเมื่อไรฉันก็ไม่รู้ ฉันแค่มาทำงาน ไม่รู้อะไรทั้งนั้น”“ไม่เป็นไร ดูกล้องก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะผมจำเวลาที่หมอกเกิดเรื่องได้ ถ้าคุณไม่รู้อะไรจริงก็รอให้การณ์กับตำรวจ”“คุณดนย์”คนที่หน้าซีดอยู่แล้วยิ่งตาโต พึมพำพลางถอยหลังช้าๆ“ภัทรไม่ได้ทำนะคะคุณดนย์ ไม่ใช่ภัทรนะ เมียคุณใส่ร้ายภัทร”“ถ้าไม่ได้ทำคุณก็ไม่ต้องกลัวอะไร ไม่ต้องห่วงไปหรอก ตำรวจก็แค่สอบถามเท่านั้น”ยิ่งธีรดนย์เอ่ยถึงตำรวจซ้ำอีกภัทรดายิ่งหวาดกลัวมากขึ้น หญิงสาวรีบหันหลังจะกลับไปขึ้นรถ“ไม่ ภัทรไม่ผิด ภัทรไม่ได้ทำอะไร อย่ามายุ่งกับภัทร”ภัทรดาเหมือนสติหลุดขยับพรวดออกไปราวต้องการหนี ขณะนั้นมีรถคันหนึ่งขึ้นเนินมา ซึ่งก่อนหน้านี้แต่ละคนก็ไม่ทันได้สังเกตสิ่งอื่นเช่นกันเพราะรถของภัทรดาจอดบังทางที่จะเห็นได้ และต่างก็กำลังสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่พอเห็นรถทั้งหมดก็ตะโกนรั้ง“คุณภัทร!”“กรี๊ดดด!”เอี๊ยด!!เสียงรถเบรกดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าภัทรดาก็ถูกเ
“จะฆ่าหมอกหรือไง!”เสียงของธีรดนย์ดังสนั่นไร่ชา ยังดีแถบนี้เป็นจุดที่ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา จะมีก็เพียงคนทำงานอยู่ทางด้านโฮมสเตย์นิชาดารีบหันไปทางรถกระบะคันนั้นทันใด เธอยังใจสั่นและขาสั่นอยู่เลย หากไม่มีสามีประคองให้ลุกขึ้นคงยืนไม่ไหว แต่เมื่อได้รู้ว่าเจ้าของรถเป็นใครเธอก็อึ้งไปเลยทีเดียวเสียงเปิดปิดประตูรถก่อนร่างโปร่งของภัทรดาจะค่อยๆ เดินมาด้านหน้ารถ สีหน้าอีกฝ่ายซีดเผือด มือไม้สั่น“ภะ...ภัทรขอโทษค่ะ”ภัทรดามองธีรดนย์กับนิชาดาด้วยความรู้สึกผิดจากใจ“ภัทรไม่ทันเห็นน่ะค่ะ เพราะขึ้นเนินมาก็เลยเร่งเครื่องเต็มที่”นิชาดาฟังคำพูดอีกฝ่ายพร้อมจ้องอย่างสังเกตแววตากับสีหน้ามากกว่าเดิมเมื่อสติตนเองค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง ขณะมีแขนกำยำตระกองกอดไว้อย่างปกป้องปลอบโยน“ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะคะคุณหมอก”“ถ้าฉันมาไม่ทันหมอกจะเป็นยังไง ขับรถในไร่ถึงจะขึ้นเนินก็ไม่ควรเร่งความเร็วขนาดนี้สิ มันอันตรายมากนะ”“ภัทรเสียใจ ภัทรไม่ได้ตั้งใจ เพิ่งเห็นคุณหมอกในระยะประชิดแล้วจริงๆ ค่ะ”เพราะเธอย่อตัวลงค่อยๆ ย่องพยายามให้ผีเสื้อไม่รู้สึกว่ามีบางอย่างเข้ามาใกล้ อาจเป็นไปได้ที่รถซึ่งขับขึ้นเนินมาจะไม่เห็น และ
“โธ่ ไอ้เราก็กลัวว่าเรื่องคุณพีรพลจะทำให้นายกับเธอผิดใจกัน ที่ไหนได้ หวานจนท้องเสียอย่างนั้น”กัญญาแอบมากระแซะแล้วกระแทกไหล่เบาๆ กระเซ้าเธอในตอนบ่าย เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องครัวออฟฟิศ นิชาดาไม่ดื่มชากาแฟเมื่อรู้ว่าตนท้อง แล้วดื่มนมบ่อยขึ้นธีรดนย์จึงซื้อมาใส่ตู้เย็นไว้ให้ ขณะที่เพื่อนสาวเข้ามาชงกาแฟไว้เผื่อสำหรับทุกคนเช่นทุกวัน เพราะตอนเช้าหมดไปแล้ว“กุ๊กก็...ใครจะท้องแค่วันสองวัน”นิชาดาบ่นเพื่อนเสียงอุบอิบอย่างเขินอายข่าวภรรยาของนายท้องค่อยๆ กระจายออกไปทั่วไร่ภายในไม่กี่วัน แม้เธอจะไม่ได้บอกกัญญาตรงๆ เจ้าตัวก็รับรู้ แม้แต่วัชพลกับมธุรินก็ยังมาแสดงความยินดี“ว่าแต่เรื่องคุณพี นายไม่โกรธแล้วใช่ไหม”“อื้อ”นิชาดาพยักหน้ารับ“เพราะข้อความของเธอนั่นแหละ คุณดนย์เห็นก็เลยรู้ว่าเขาเข้าใจผิด”กัญญาตาโต ก่อนจะถาม“อย่าบอกนะว่าที่มีคนอ่านแล้วไม่ตอบน่ะเป็นนาย ฉันเข้าใจว่าหน้าจอเธอแตกเห็นไม่ชัด ก็เลยยังไม่ตอบเสียอีก”หญิงสาวยิ้มกับสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของเพื่อนสาว“ใช่น่ะสิจ๊ะ ฉันต้องขอบใจเธอ เพราะถึงฉันพูดอะไรไปคุณดนย์ก็คงยังโกรธอยู่นั่นแหละ มีข้อความของเธอช่วยยืนยันปัญหาก็เลยจบ”เธอยิ้มให้แต่
“ฉันทั้งหลงใหลและหลงรักเธอนะหมอก ถึงจะไม่เคยพูดแต่ฉันก็ไม่เคยอยากเอาใจใครเหมือนเธอ ฉันไปหาซื้อกล้องเอาไว้ง้อตั้งแต่เธอนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ทำร้ายร่างกายไปแล้วเห็นเธอทรมานฉันก็ทำอีกไม่ลง ทำโทรศัพท์ของเธอพังก็รีบแวบเอาไปซ่อมที่ร้านในกรุงเทพฯ”ธีรดนย์สารภาพอย่างหมดเปลือก แม้รู้สึกเสียศักดิ์ศรีหน่อยๆ ที่เป็นฝ่ายพูดก่อน แต่เก็บไว้ก็จะทำให้ภรรยาสาวน้อยเนื้อต่ำใจทั้งยังวิตกกังวลอยู่ตลอดว่าเขาไม่ไยดีเจ้าตัว อีกฝ่ายกำลังท้องสุขภาพจิตควรดีเพื่อลูกน้อย“ฉันพูดหวานไม่เป็น แต่ก็พยายามเอาอกเอาใจ ง้อเธอในแบบของฉัน”ริมฝีปากอิ่มสวยค่อยๆ ระบายยิ้มหวานออกมาพร้อมน้ำตาซึม ได้ฟังคำบอกเล่าจากปากชายหนุ่มที่เหนือความคาดหมายของตนเอง นิชาดากลับรู้สึกว่าเขาดูน่ารักขึ้นเป็นกอง“หมอกเข้าใจแล้วค่ะ”นิชาดาพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ ยกแขนเรียวขึ้นคล้องคอแกร่งแล้วเคลื่อนหน้าไปหอมแก้มสากเบาๆ“จูบปากสิจ๊ะ เดี๋ยวนี้จูบเก่งแล้วนี่นา”ธีรดนย์ส่งสายตาหวานฉ่ำพร้อมอ้อนเสียงทุ้มนุ่ม ทว่า หญิงสาวส่ายหน้า ปลายนิ้วเรียวแตะปากได้รูปปราม“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวคุณดนย์เลยเถิด”“งั้นก็กินข้าวให้อิ่ม แล้วมาออกกำลังก่อนนอนกัน”“เฮ้อ...”หญ