Share

บทที่ 467

Author: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
ซูจิ่งสิงไม่มีเวลามาโต้เถียงกับเขา พูดอย่างเย็นชา

“จะถึงหูฝ่าบาทหรือไม่ ก็ไม่มีผลอะไรกับข้า”

“เจ้า หรือเจ้าคิดจะก่อกบฏ?”

ทันทีที่มีการคาดเดานี้ผุดขึ้นมา มู่หรงอวี้ก็ตื่นตระหนกแล้วจริงๆ

หากซูจิ่งสิงคิดกบฏ ราชวงศ์ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ต้องเกรงกลัว

ในขณะเดียวกัน ฐานะอ๋องเองก็ไม่สามารถเป็นเครื่องรางช่วยชีวิตของเขาได้อีกต่อไป

แววตาของเขา ในที่สุดก็เต็มไปด้วยความกลัว “ซูจิ่งสิง มีเรื่องอันใดค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันเถอะ”

ซูจิ่งสิงยังคงพูดคำเดิม

“คายทุกเรื่องที่เจ้าทำกับตระกูลซูหลายปีนี้ออกมา แล้วข้าจะพิจารณาปล่อยเจ้าไป”

“ข้าพูด ข้าพูดแล้ว”

เกี่ยวกับปัญหานี้ มู่หรงอวี้ไม่มีอะไรไม่กล้าพูด รีบพูดว่า

“ข้าไม่ได้ทำอะไรกับตระกูลซูเลยจริงๆ ข้าเคยพยายามเอาชนะเจ้ามาก่อน เคยไล่ฆ่าพวกเจ้ามาตามทาง แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นความประสงค์ของฝ่าบาท ไม่เกี่ยวข้องกับข้า…”

ซูจิ่งสิงหรี่ตาลง

“ฮ่องเต้ออกคำสั่ง เหตุใดเจ้าถึงไล่ตามข้าไม่ลดละเล่า?”

“เป็นเถาเออร์!”

“นางบอกข้าว่า โลกนี้เป็นหนังสือนิยายที่นางเขียนขึ้นมาด้วยตนเอง และข้าก็ควรจะได้เป็นฮ่องเต้ตามต้นฉบับ

เหตุผลที่ข้ามาอยู่ในจุดนี้ ก็เพราะเจ้ากับกู้หว่
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 468

    “พวกเจ้าคงจะยังไม่รู้สินะว่าในตัวของหนานหยางอ๋องนั้นมียาพิษ”เรื่องที่หนานหยางอ๋องโดนวางยาพิษ กู้หว่านเยว่รู้อยู่ก่อนแล้ว เพราะนางเป็นคนถอนยาพิษนี้เองกับมือ“หากเป็นความลับนี้ ก็ต้องขอโทษด้วย มันไม่ได้มีผลกับข้า” กู้หว่านเยว่โบกมือไปมา“ว่าอย่างไรนะ? ช้าก่อน ข้ายังมีอีกเรื่อง” มู่หรงอวี้เอือมระอากับการรับมือที่ยากเย็นกับกู้หว่านเยว่เต็มทน แต่เพื่อปกป้องตัวเอง เขาจะต้องประกาศเรื่องที่ตนรู้ทั้งหมดออกมาให้จงได้“ยังมีอีกเรื่อง ข้ารู้ว่าฝ่าบาททรงทำลายหมู่บ้านโซว่หวางทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและอ๋องจินในเหอตง”“อ๋องโซว่ก็คือกงซุนจ่างเย่ เขาคอยดูแลหมู่บ้านโซว่หวางที่ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนอ๋องจินคอยดูแลเกี่ยวกับถ่านหินที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพวกเขาไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนสักเท่าไหร่”ซูจิ่งสิงคอยอธิบายอยู่ข้างหูของกู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ฮ่องเต้ที่ขึ้นครองราชย์อยู่ในตอนนี้ก็คือบุตรบุญธรรม ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ใช่สายเลือดเชื้อพระวงศ์โดยตรง ดังนั้นเขาจึงเกิดความกังวลมาตลอดว่าบัลลังก์ที่เขากำลังขึ้นครองอยู่นี้จะถูกใครคนอื่นช่วงชิงตลอ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 469

    เมื่อเห็นแขนที่ขาดยังคงคาอยู่บนมือของกู้หว่านเยว่ นางรีบทิ้งมันไปด้านข้างทันทีในขณะที่กำลังคิดจะวาบตัวตามไปนั้น นางกลับถูกซูจิ่งสิงที่ไล่ตามมาทันขวางไว้เสียก่อน“น้องหญิง อย่าเข้าไป ในนั้นมันอันตราย!”ซูจิ่งสิงขมวดคิ้วแน่น คว้านางอย่างไม่คิดชีวิตภูเขาหิมะจะถล่มลงมาเมื่อไหร่ก็ได้“หลิวจ้งชางล่ะ?”“ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว”เมื่อรู้ว่าหลิวจ้งชางตายแล้ว กู้หว่านเยว่ก็ทอดถอนใจ จากนั้นก็จ้องเขม็งไปยังทิศทางที่มู่หรงอวี้หายตัวไปด้วยสีหน้าจนปัญญา“หิมะก้อนนี้เป็นฝีมือของหลิวจ้งชาง มู่หรงอวี้ เจ้าช่างโชคดียิ่งนัก!”ปล่อยให้เขาหนีรอดไปก่อนแต่การตัดมือหนึ่งข้างของอีกฝ่าย นับว่าเป็นกำไรมหาศาลมู่หรงอวี้ที่เสียมือไปแล้วหนึ่งข้าง หากคิดจะกลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง คงยาก“เรากลับกันก่อนเถอะ”ทั้งสองคนกลับไปตามเส้นทางเดิม ทันทีที่พวกเขากลับมาถึงถ้ำก็พบว่าศพของหลิวจ้งชางและคนอื่น ๆ ถูกเผาไปจนหมดแล้วจากนั้นก็เร่งเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านสือหานเวลานี้คนของมู่หรงอวี้ยังคงสู้อยู่กับองครักษ์ลับกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงจึงต้องลงมืออีกครั้ง เก็บกวาดทุกคนจนเกลี้ยงสุดท้ายทั้งสองคนก็พานางหยางและ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 470

    นางพยักหน้าหงึกหงัก เพราะไม่อยากโต้แย้งกับซูจิ่งสิงอีก “ได้ เช่นนั้นข้าพักผ่อนอยู่ในห้องก็ได้ ท่านจงคิดไตร่ตรองให้ดี หากมีเรื่องอะไรแก้ไขไม่ได้ รีบบอกข้า”กล่าวจบ นางก็แทรกตัวเข้าไปในผ้าห่ม แต่เพียงไม่นานก็ผล็อยหลับไปซูจิ่งสิงมองใบหน้าด้านข้างของกู้หว่านเยว่ ด้วยความสงสารและรู้สึกขบขันไปพร้อมกันเขาโน้มตัวลงมาจุ๊บหน้าผากของสตรีผู้เป็นที่รักเบา ๆ น้องหญิงของข้าดูถูกเขาเกินไปจริง ๆ การเก็บงานเช่นนี้ เขาจะทำออกมาไม่ดีได้อย่างไรแต่ในขณะเดียวกันซูจิ่งสิงก็รู้ว่ากู้หว่านเยว่เป็นห่วงเขาอยู่ลึก ๆ ในใจ ถึงได้กังวลทุกรายละเอียดเช่นนี้เขามีอะไรดีนะ ถึงได้มีภรรยาที่แสนดีถึงเพียงนี้ครั้งนึกถึงคำกล่าวของมู่หรงอวี้ นัยน์ตาของซูจิ่งสิงก็อดฉายแววลึกล้ำไม่ได้ในตัวภรรยาของเขามีความลับมากมายแต่ไม่เป็นไร ต่อให้เขาไม่รู้อะไรเลย เขาก็จะปกป้องนางให้ถึงที่สุดซูจิ่งสิงทอดถอนใจอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็เหาะเหินออกไปหลังจากที่ยุ่งมาตลอดตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงคืน บุรุษได้กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาต้องย่องขึ้นเตียง และแทรกตัวเข้าไปกอดกู้หว่านเยว่เช้าวันรุ่งขึ้น กู้หว่านเยว่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยคว

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 471

    “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แสงดาบเงากระบี่เหล่านั้น ตอนที่ข้ามาถึงที่นี่ ก็ยังเห็นคราบเลือดที่เจิ่งนองอยู่บนถนน แม่นางน้อยกู้ นายท่านซู พวกเจ้าช่วยบอกความจริงกับข้าเถิด พวกเจ้ามีศัตรูมาแก้แค้นใช่หรือไม่?”ผู้ใหญ่บ้านโจวถึงกับปาดเหงื่อโชคดีที่หมู่บ้านสือหานยังมีอากาศที่หนาวเหน็บ ตกดึกจึงไม่มีชาวบ้านออกมาเพ่นพ่านมิเช่นนั้นสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็อาจจะพลาดโดนชาวบ้านบาดเจ็บไปแล้วก็ได้หากสองคนนี้ดึงดูดศัตรูเข้ามาจริง ๆ เขาคงต้องโน้มน้าวให้พวกเขาออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า“บัดนี้ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านสือหานแล้ว ข้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของชาวบ้านก่อนเสมอ เจ้าอย่าโกรธข้าเลย”กู้หว่านเยว่จะโกรธได้อย่างไร?สาเหตุที่แนะนำผู้ใหญ่บ้านโจวให้มาเป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านสือหานนั้นเพราะรู้สึกว่าเขาเป็นคนซื่อสัตย์ มีความจริงใจต่อชาวบ้านบัดนี้เขากล้ากล่าวเรื่องนี้กับกู้หว่านเยว่ นั้นก็แสดงให้เห็นว่านางมองคนไม่ผิดจริง ๆ “เมื่อคืน มีศัตรูบุกเข้ามาแก้แค้นจริง ๆ”กู้หว่านเยว่เห็นว่าผู้ใหญ่บ้านโจวถึงกับสำลักน้ำชา จึงรีบกล่าวเสริมทันทีว่า“แต่ศัตรูเห

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 472

    “ท่านพ่อ ทำไมท่านถึงออกมาเร็วเช่นนี้?”โจวลิ่วหลางที่ยืนอยู่หน้าประตูแสดงสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเดินออกมา เดิมทีตนคิดว่าผู้ใหญ่บ้านโจวจะต้องอยู่ด้านในนานกว่านี้“แม่นางกู้และคุณชายซูไม่เหมือนกับแต่ก่อนแล้ว”ผู้ใหญ่บ้านโจวปาดเหงื่อบนหน้าผาก“ต่อไปหากพวกเขาออกคำสั่ง เราแค่ทำตามก็พอ ไม่ต้องถามเรื่องอื่น”โจวลิ่วหลางอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ข้าอยากถามแม่นางกู้ อวิ๋นเหนียงตั้งครรภ์แล้ว ข้าต้องทำอย่างไร”“เรื่องนี้ยังต้องถามอะไรอีก เจ้าก็พาก็ไปหาหมอที่อำเภอสิ ไอหยา หากไม่ใช่เพราะแม่นางกู้ ภรรยาของเจ้าคงไม่ตั้งครรภ์ ข้าก็คงไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน การที่ครอบครัวของเราได้เจอกับแม่นางกู้ มันคือโชคชะตา....”ผู้ใหญ่บ้านโจวคิดว่ากู้หว่านเยว่คือเจ้าเมืองของเจดีย์หนิงกู่ เขาจึงลากตัวโจวลิ่วหลางจากไปเงียบ ๆ โดยไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเมื่อส่งผู้ใหญ่บ้านโจวแล้ว กู้หว่านเยว่ก็กินอาหารเช้า หลังจากกินเสร็จนางตั้งใจว่าจะเรียนวิธีการสร้างถนนปูซีเมนต์ดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘อยากมั่งมีก็ต้องสร้างถนนก่อน’มีเพียงพ่อค้าที่สร้างถนนเท่านั้นถึงจะติดต่อสื่อสารได้ ทำการซื้อขายได้ ทำให้กิจกา

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 473

    พระชายาหนานหยางไม่ใช่คนใจร้อน การให้เมี่ยชิงหว่านรีบมาเชิญนางเช่นนี้ กู้หว่านเยว่รู้สึกไม่ชอบมาพากล“พระชายาไม่สบายตรงไหนใช่หรือไม่เจ้าคะ?”“เล็กน้อย”เดิมทีพระชายาหนานหยางอยากตรัสเบา ๆ แต่นางกลับพยักหน้าแรงเกินไป“รู้สึกไม่สบายตัว ปวดร้าวจนทนไม่ไหว ดื่มโอสถของท่าน ถึงจะคลายความเจ็บปวดได้”นี่คือสิ่งที่กู้หว่านเยว่คาดการณ์ไว้แล้วคราวที่แล้วนางเคยตรวจอาการให้พระชายาหนานหยางแล้ว นางมั่นใจว่าไม่มีปัญหาในช่วงนี้แน่นอน จึงได้จัดยาแก้ปวดให้นาง คิดไม่ถึงว่าเพียงระยะเวลาสั้น ๆ นางจะทรุดหนักเช่นนี้อาการป่วยกำเริบเป็นเรื่องปกติ กู้หว่านเยว่ไม่ได้กังวลเพียงนั้น“พระชายานั่งลงก่อนเจ้าค่ะ ข้าจะตรวจให้ท่าน”กู้หว่านเยว่ออกคำสั่งเล็กน้อย จากนั้นก็กดท้องของพระชายาหนานหยางเพื่อตรวจอาการ“ปวดมาก”สีหน้าของพระชายาหนานหยางเริ่มเปลี่ยนไป แต่ก็พยายามซ่อนเร้นมันไว้ในระหว่างการตรวจ“หนักหน่วงเล็กน้อย เช่นนี้ละกัน ข้าจะตรวจอาการให้ท่านก่อน”สิ่งที่กู้หว่านเยว่คิดคือ ไหน ๆ นางก็มาแล้วไม่สู้ถือโอกาสนี้แสดงให้พระชายาหนานหยางเห็นว่านางก็ทำการผ่าตัดได้หรือไม่ได้หากทำได้ นางก็จะทำให้ทันทีหากทำไ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 474

    “เจ้านี่เอง”เมื่อหมุนตัวกลับไป ลั่วยางที่กำลังถือตะกร้าไม้ไผ่ไว้สำหรับตากสมุนไพรก็กำลังมองนางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ความจำของเจ้ากลับมาแล้ว”กู้หว่านเยว่ขมวดคิ้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่ตอบสนองทันทีที่เจอกับนาง“ใช่”ลั่วยางได้สติ สายตาที่ฉายแววไม่เป็นมิตรก็พลันจากหายไป โดยมีความไร้ยางอายเข้ามาแทนที่“ข้าได้ยินอาจารย์บอกว่าเจ้ากับซูจิ่งสิงคือคนที่ช่วยชีวิตข้า ห้องโอสถแห่งนี้เป็นของพวกเจ้า อีกทั้งพวกเจ้าก็ยังช่วยเหลืออาจารย์อีกด้วย”กล่าวได้ว่า บัดนี้ลั่วยางก้ได้รับการช่วยเหลือจากกู้หว่านเยว่เช่นกัน“ขอบใจเจ้ามาก”ลั่วยางหน้าแดงก่ำ“ก่อนหน้านั้นข้ายังเด็กนัก ทั้งยังถูกมู่หรงอวี้เป่าหูให้มาต่อต้านพวกเจ้า คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วพวกเจ้าก็ยังเลือกที่จะช่วยชีวิตข้าโดยไม่คำนึงถึงความแค้นในอดีต ข้าติดหนี้พวกเจ้า”“ไม่ต้องเกรงใจ มันคือสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว”กู้หว่านเยว่มองนางแวบหนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าไปหาสมุนไพรต่อเมื่อลั่วยางเห็นท่าทางเย็นชาของนาง สีหน้าของลั่วยางก็เริ่มเปลี่ยนไป นางจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะวางสมุนไพรและเดินตามเข้าไปจากนั้นก็อธิบายว่า“อาจารย์และหวงเหล่า

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 475

    กู้หว่านเยว่ชื่นชมยิ่งนัก แม้ว่าต้าฉีจะยังไม่มีแนวคิดในการผ่าตัด แต่ความคิดของปรมาจารย์แพทย์นั้นถูกต้อง สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์แพทย์“วิธีที่ข้าจะรักษาให้พระชายาหนานหยางก็คือวิธีการที่อาจารย์ของเจ้าได้กล่าวไว้ นั้นคือการผ่าตัด”ลั่วยางเบิกตากว้าง ในตอนที่อาจารย์บอกวิธีนี้กับนาง นางรู้สึกว่ามันเป็นงานที่ใหญ่เกินตัวนางมาก“ส่วนล่างเป็นส่วนที่สกปรกง่ายที่สุด หากแผลติดเชื้อขึ้นมา มีโอกาสทำให้เกิดไข้สูง และตายในทันที”ลั่วยางคิดว่าในเมื่อกู้หว่านเยว่มีทักษะการแพทย์สูงกว่านาง ดังนั้นกู้หว่านเยว่ไม่มีทางไม่รู้เหตุผลนี้“หากเป็นบุรุษที่มีร่างกายแข็งแรง อาจจะฝืนได้ แต่พระชายาหนานหยางเป็นสตรีที่มีร่างกายอ่อนแอ ย่อมทนไม่ได้”เมื่อกู้หว่านเยว่เห็นลั่วยางเกิดความสงสัย จึงไม่ได้ร้อนใจ ตรงกันข้ามกลับคลี่ยิ้มพลางกล่าว“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีสองวิธีที่สามารถหลีกเลี่ยงการติดเชื้อได้”ลั่วยางไม่รู้ นัยน์ตาของนางเปล่งประกาย และกล่าวถามอย่างร้อนใจ“วิธีอะไร?”“การฆ่าเชื้อและยาปฏิชีวนะ”กู้หว่านเยว่หยิบกระเป๋ายาออกมา จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอก “หากเจ้าอยากรู้ ก็ต้องมาเป็นลูกมือให้ข้า”ลั่วย

Latest chapter

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1420

    อาวุธของพวกโจรถูกริบไปจนหมด แต่ละคนจึงมือเปล่าพลธนูบนกำแพงเมืองที่ต้านทานการบุกเมือง ไม่มีธนูแล้ว เหลือเพียงถุงธนูที่ว่างเปล่า“แย่แล้ว มีไส้ศึก!”มีคนตะโกนเสียงดัง ประตูเมืองถูกเปิดแล้วนอกเมืองมีทหารกล้าหนึ่งพันนายของหนานหยางอ๋องที่ซุ่มอยู่แต่แรกบุกเข้ามา“บุก!”“ยึดเมืองเหยา!”“บุกเข้าไป!”ภายในเมืองเต็มไปด้วยแสงไฟ เสียงร้องดังตะโกนไปทั่วฟ้าสางแล้วสงครามก็จบลงแล้วเมืองเหยาหลังสงคราม นองเลือดเละเทะพวกโจรแพ้แล้ว กู้หว่านเยว่กับหนานหยางอ๋องพาทหารกล้าบุกเข้าไป อีกทั้งยังมีสวีซื่อฉวนร่วมมืออยู่ด้านในทำให้พวกโจรแพ้อย่างรวดเร็วทหารเจดีย์หนิงกู่ยึดเมืองเหยาได้แล้วบนกำแพงเมืองเปลี่ยนเป็นธงของเจิ้นเป่ยอ๋องคนชราเด็กสตรีถูกกู้หว่านเยว่ปล่อยตัวออกมาเหล่าหญิงสาวที่ถูกย่ำยี คุมขังอยู่ในจวนเจ้าเมือง ล้วนถูกปล่อยตัวกลับบ้านเมืองเหยาหลังสงครามต้องสร้างขึ้นใหม่กู้หว่านเยว่สั่งให้เปิดยุ้งฉาง แจกจ่ายเสบียงแก่ชาวบ้านในเมืองให้ทางการรวบรวมจำนวนคนตายและบาดเจ็บ จ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวที่ประสบภัยว่าจ้างชาวบ้านให้เข้าร่วมการก่อสร้าง ซ่อมแซมกำแพงเมือง จวน และสิ่งปลูกสร้าง

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1419

    อาจเพราะเห็นกู้หว่านเยว่เป็นสตรีเช่นกัน พวกหญิงสาวจึงไม่ได้กลัวมากนัก“จอมยุทธ์หญิง ท่าน ท่านมาช่วยพวกเราจริงหรือ?”มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ค่อนข้างใจกล้า เอ่ยถามอย่างระวัง“ถูกต้อง”กู้หว่านเยว่ปลอบประโลม“องครักษ์ข้างนอกถูกข้าฆ่าตายหมดแล้ว อีกเดี๋ยวหลังจากพวกเจ้าออกไป จงไปหาห้องมิดชิดซ่อนตัวซะจำไว้ให้ดี ห้ามออกมาเด็ดขาด รอให้ข้างนอกปลอดภัยแล้วค่อยออกมา”กู้หว่านเยว่นึกถึงบางอย่าง“ใช่สิ พวกเจ้ารู้จักหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อหวังหรานเอ๋อร์หรือไม่?”จู่ๆ นางนึกขึ้นได้ว่าจางเอ้อร์ไหว้วานให้ช่วยตามหาคนหญิงสาวที่เอ่ยขึ้นเมื่อครู่ดวงตาฉายแววแปลกใจ มองกู้หว่านเยว่อย่างตะลึง“ท่านตามหาหวังหรานเอ๋อร์ทำไมหรือ?”กู้หว่านเยว่นำป้ายหยกออกมา“ได้รับการไหว้วานจากสหาย ให้พานางกลับบ้าน”“ป้ายหยกของท่านพ่อ!”หวังหรานเอ๋อร์ทำหน้าดีใจ แล้วคว้าเอาป้ายหยกไปนางพลิกไปพลิกมาในมือ หลังจากแน่ใจว่าเป็นป้ายหยกของบิดา จึงรีบหันมองกู้หว่านเยว่“ข้าคือหวังหรานเอ๋อร์ นี่เป็นป้ายหยกของบิดาข้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”กู้หว่านเยว่สีหน้าประหลาดใจช่างบังเอิญเสียจริงนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวที่ดูองอาจตรงหน้าก็คือห

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1418

    หลังเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ทั้งหกคนเดินออกมา แล้วคารวะกู้หว่านเยว่“พวกข้าน้อยคารวะพระชายา!”“ดี!”กู้หว่านเยว่ไม่แปลกใจกับบทสรุปเช่นนี้ นางเพียงโบกมือ“รีบลุกขึ้นเถอะ ข้ายังมีธุระสำคัญต้องหารือกับพวกเจ้า”สวีซื่อฉวนรีบพาทุกคนลุกขึ้นยืนกู้หว่นเยว่สั่งงานสวีซื่อฉวนสองเรื่องเรื่องที่หนึ่ง อีกเดี๋ยว นางจะฆ่าซ่งฉิน“ข้าอยากให้เจ้าอาศัยช่วงชุลมุนควบคุมเมืองเหยา แล้วสั่งให้คนเปิดประตูเมือง”เรื่องที่สอง ห้ามทำร้ายคนชรา เด็ก สตรีภายในเมือง“หากทำร้ายคนชรา เด็ก สตรี ให้ฆ่าได้ไม่ละเว้น!”“ขอรับ!”แต่เดิมสวีซื่อฉวนไม่ใช่คนที่ทำร้ายประชาชนอยู่แล้ว คำสั่งที่สองของกู้หว่านเยว่ ตรงกับเขาพอดีเพียงแต่“ข้างกายซ่งฉินมีองครักษ์ไม่น้อย จะสังหารเขาได้อย่างไร?”“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องสนใจ”กู้หว่านเยว่มองหวังปี้ “เจ้ากลับไปส่งข่าวให้หนานหยางอ๋องเถอะ ยามจื่อให้เขาพาคนมาบุกยึดเมือง”“ขอรับ”สำหรับคำพูดของกู้หว่านเยว่ หวังปี้ไม่แคลงใจแม้แต่น้อยหลังได้รับคำสั่ง รีบจากไปทันที“พวกเจ้าเองก็รีบไปเตรียมการ ประมาณอีกหนึ่งชั่วยามให้หลัง เมื่อได้ข่าวการตายของซ่งฉิน ให้ลงมือทันที”เวลาที่กู้หว่าน

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1417

    ในเมื่อนับถือเจิ้นเป่ยอ๋อง ย่อมต้องรู้จักพระชายาของพวกเขาเป็นไปตามคาด สายตาของสวีซื่อฉวนหันมองกู้หว่านเยว่“ท่านคือพระชายาเจิ้นเป่ย?”สายตาของสวีซื่อฉวนเปลี่ยนเป็นเลื่อมใส ทำให้กู้หว่านเยว่แปลกใจไม่น้อย“หรือเจ้าเคยได้ยินชื่อข้ามาก่อน?”“ชื่อเสียงเรียงนามของพระชายาใครจะไม่เคยได้ยิน ท่านกับท่านอ๋องฝ่าฝันด้วยความรัก ไม่ทอดทิ้งท่านอ๋อง”กู้หว่านเยว่ยิ้ม แต่ไม่ตอบชื่อเสียงของสตรีในภายนอก อย่างไรก็เกิดขึ้นจากบุรุษ“สิ่งที่พระชายาของพวกเราทำได้ ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ชุดเกราะของสามเหล่าทัพ เสบียงของเจดีย์หนิงกู่ ล้วนเป็นฝีมือของพระชายา”หวังปี้ทำหน้าภาคภูมิใจ ทำให้สวีซื่อฉวนต้องหันมอง“ข้าน้อยละเลยเอง”คำพูดกู้หว่านเยว่เปลี่ยนทันใด “ในเมื่อเจ้านับถือเจิ้นเป่ยอ๋องขนาดนี้ เหตุใดไม่พาลูกน้องไปเข้าร่วมกับเขา กลับเข่นฆ่าพวกชาวบ้านในเมืองเหยา?”ใบหน้าสวีซื่อฉวนฉายแววละอายใจ“เพราะข้ามีคดีติดตัว”เดิมทีสวีซื่อฉวนก็เป็นชาวนาที่ขยันทำมาหากินเนื่องด้วยร่างกายแข็งแรงกำยำ ฝีมือไม่เลว เคยไปเป็นบ่าวในครอบครัวใหญ่อยู่ช่วงหนึ่งสรุปคุณชายใหญ่ครอบครัวนั้นเป็นคนเกกมะเหรกเกเร“มีครั้งหนึ่ง เข

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1416

    เดิมทีหญิงสาวนึกว่าตัวเองจะได้รับการช่วยเหลือ แต่ไม่คิดว่ากลับเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน“เจ้า”สวีซื่อฉวนอยากก้าวไปข้างหน้า แต่ถูกคนของถูเอ้อร์ขวางไว้“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”คนข้างหลังเขาก็ร้อนใจเช่นกัน เมื่อเห็นว่ากำลังจะตีกับถูเอ้อร์ จู่ๆ สวีซื่อฉวนเอ่ยขึ้น “ถอยให้หมด พวกเราไป”“หัวหน้ารอง...” หลายคนไม่พอใจ“ไป”สวีซื่อฉวนหันมองใบหน้าคนชั่วได้ใจของถูเอ้อร์แวบหนึ่ง แล้วกำหมัดแน่น พาคนของตัวเองจากไปอย่างเงียบเชียบ“ถุย คิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้ารองจริงๆ หรือ”ถูเอ้อร์ถุยน้ำลายใส่แผ่นหลังเขาที่จากไป แล้วลากหญิงสาวที่เหลือออกไปหลังจากพวกเขาไปหมดแล้ว บนหลังคามีคนกระโดดลงมาสองคนซึ่งก็คือกู้หว่านเยว่กับหวังปี้ที่ดูอยู่เมื่อครู่“ดูท่าภายในของโจรพวกนี้ ก็ไม่ได้สามัคคีกันมากนัก”หวังปี้กล่าวพร้อมถอนหายใจ“ก่อนหน้านี้ทุกคนอยู่บนเขา เรียกท่านพี่ใหญ่ เรียกข้าพี่รอง เรียกขานกันดุจพี่น้องตอนนี้ยึดเมืองเหยาได้แล้ว จึงคิดอยากเป็นใหญ่ จะยอมแบ่งอำนาจได้หรือ”หวังปี้บ่นพร้อมส่ายหน้า กู้หว่านเยว่เพียงเม้มปากยิ้ม“นี่ก็พอดีเลยไม่ใช่หรือ จะได้ยุยงให้พวกเขาแตกคอกัน”นางดึงหวังปี้ “ไป พวกเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1415

    ก่อนจากมา กู้หว่านเยว่ยัดเงินใส่มือของจางเอ้อร์“ตอนนี้อยู่ข้างนอก อีกทั้งท่านยังบาดเจ็บ มีเงินอยู่กับตัวดีกว่าไม่ดี รับไว้เถอะ”“แม่นางกู้ บรรพบุรุษของข้าจางเอ้อร์ทำบุญด้วยอะไร ถึงได้มารู้จักกับท่าน”จางเอ้อร์ชั่งน้ำหนักเงินที่อยู่ในมือซึ่งน้ำหนักค่อนข้างมาก น้ำเสียงสะอื้น แล้วมองทั้งสองจากไป“พระชายา เหลือเวลาไม่มากแล้ว พวกเรารีบไปเมืองเหยากันเถอะ”หวังปี้เอ่ยเตือน ในไม่ช้าทั้งสองคนมาถึงนอกเมืองเหยาขณะนี้ภายในเมืองเหยาเงียบสงัดบนถนนเต็มไปด้วยศพที่นอนเกลื่อนกลาด ในอากาศกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เลือดไหลมาบรรจบกันดุจแม่น้ำสายเล็กแล้วไหลลงสู่คูเมือง จนทำให้แม่น้ำกลายเป็นสีแดงฉานร้านรวงสองข้างทางถูกปล้นจนว่างเปล่า ถูกทำลายบ้าง ถูกเผาบ้างภายในจวนเจ้าเมือง มีหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง กอดกันร้องไห้ส่วนมากพวกนางเป็นหญิงชาวบ้านในเมืองถูกโจรจับมาไว้ในจวน เพื่อให้พวกมันย่ำยี“ข้าอยากกลับบ้าน...”“ท่านพ่อท่านแม่ตายแล้ว พี่น้องก็ตายหมดแล้ว”“พวกเรายังมีบ้านหรือ?”“ไม่มี ไม่มีบ้านแล้ว ไม่มีบ้านอีกต่อไปแล้ว...”จากนั้นเสียงร้องไห้ดังขึ้นระงมขณะนี้ นอกประตูมีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามากะทันหันแ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1414

    แต่นึกไม่ถึงว่าทำดีไม่ได้ดี ความเมตตานี้กลับถูกคนชั่วหลอกใช้หลังจากเอ้อร์คำนับเสร็จ ก็ยันตัวลุกขึ้นยืนกู้หว่านเยว่ตรวจดูอาการของเขาสักครู่“ข้ากับแม่ทัพหวังยังมีธุระต่อ เกรงว่าคงอยู่ดูแลเจ้าที่นี่ไม่ได้ ที่นี่มีเงินถึงหนึ่ง เจ้ารับไป แล้วหาที่รักษาตัวเถอะ”กู้หว่านเยว่นำก้อนเงินเล็กถุงหนึ่งยื่นให้จางเอ้อร์จางเอ้อร์เห็นถุงก้อนเงินเล็กขอบตาแดงไปหมด มองกู้หว่านเยว่ด้วยสายตาตื้นตันในยามนั้นการทำดีตอนเนรเทศ วันนี้ถือว่ามีส่วนช่วยเขาอย่างใหญ่หลวง“แม่นางกู้”แต่ว่าเขาไม่ได้ยื่นมือไปรับถุงก้อนเงินเล็กมา“พวกท่านจะไปเมืองเหยาหรือ?”กู้หว่านเยว่สบตากับหวังปี้แวบหนึ่ง เนื่องจากจางเอ้อร์ไม่ใช่คนเลว ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ปิดบัง แต่ว่าทัพใหญ่ของหนางหยางอ๋องตั้งค่ายอยู่ในภูเขาเหยา ทั้งสองไม่ได้เปิดเผยให้รู้“ถูกต้อง พวกเราสองคนต้องไปทำธุระในเมืองเหยา”“พาข้าไปด้วยได้หรือไม่?” จางเอ้อร์ถามหยั่งเชิงคราวนี้กู้หว่านเยว่ไม่ลังเล ส่ายหน้าทันที“ท่านคงยังไม่รู้สถานการณ์ในเมืองเหยา เมืองเหยาถูกพวกโจรโจมตีแล้ว ตอนนี้พวกโจรกำลังฆ่าคนไปทั่วเมือง คนทั่วไปเมื่อเข้าไปก็จะไม่ได้ออกมาอีกอีกอย่าง

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1413

    ไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอย่างไร หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังก็เหมือนคนนอนหลับ ไม่มีการตอบสนองสักนิด“จางเอ้อร์ หักห้ามใจเถอะ”หวังปี้ถอนหายใจ พร้อมเอ่ยเตือนเขาเข้าใจอาการคลุ้มคลั่งในยามนี้ของจางเอ้อร์ดี เพียงแต่ คนตายไม่อาจฟื้นคืน“ข้าผิดคำพูดแล้ว”ในใจจางเอ้อร์เสียใจอย่างที่สุดเขาเคยรับปากหัวหน้าสำนักคุ้มภัยหวังว่าจะช่วยเขา“ข้าจะทำแผลให้ท่านก่อน”กู้หว่านเยว่นำขวดยาและผ้าพันแผลที่ติดตัวมา ทำแผลให้จางเอ้อร์“ขอบคุณแม่นางกู้”จางเอ้อร์น้ำตาร่วงต่อให้ในใจจะเสียใจเพียงใด เขาก็รู้ว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงบาดแผลบนตัวจางเอ้อร์ค่อนข้างลึก กู้หว่านเยว่ทำแผลได้เพียงเบื้องต้น เพื่อไม่ให้บาดแผลอักเสบ“ท่านลุกขึ้นยืนได้หรือไม่?”หลังทำแผลเสร็จ กู้หว่านเยว่สอบถามนางและหวังปี้ต้องเข้าไปสืบข่าวในเมืองเหยา จึงดูแลจางเอ้อร์เป็นเวลานานไม่ได้“ข้า ข้าพอยืนได้”หลังกินยาของกู้หว่านเยว่เข้าไป เรี่ยวแรงของจางเอ้อร์ฟื้นฟูขึ้นมาบ้าง“ยืนได้ก็ดีแล้ว ใช่สิ สำนักคุ้มภัยของพวกท่านพบเจอเรื่องใดหรือ ถึงได้ล้มตายกันหมดเช่นนี้?”กู้หว่านเยว่สอบถาม เมื่อครู่ระหว่างทำแผลให้จางเอ้อร์ นางมองสำรวจโดยรอบพ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1412

    เขาโกรธจนกำหมัดแน่นเพื่อให้ทหารระบายความแค้น ก่อนและหลังโจมตีเมือง บางกองทัพจะฆ่าล้างบางชาวบ้านหนึ่งเพื่อข่มขวัญผู้คนที่อยู่ในเมืองสองเพื่อให้เหล่าทหารผ่อนคลายเพียงแต่หนางหยางอ๋องและซูจิ่งสิงปกครองอย่างเข้มงวด ไม่เคยปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น“พวกเราไปก่อนเถอะ”กู้หว่านเยว่ทนดูไม่ได้อีกต่อไป จึงเก็บสายตากลับมาเงียบๆตั้งแต่โบราณผู้ที่ทุกข์ร้อนในศึกสงครามก็คือชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ขณะที่ทั้งสองเตรียมจากไป จู่ๆ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแผ่วเบามาจากถนนสายเล็กด้านข้าง“ทางนั้นเหมือนจะมีคน”หวังปี้รีบหันมองทันที“ไป พวกเราไปดูสักหน่อย” กู้หว่านเยว่ลากหวังปี้เข้าไปตรวจดูด้วยกัน ปรากฏว่าเห็นคนสองคนล้มอยู่ในพงหญ้าบนตัวทั้งสองคนเต็มไปด้วยเลือด บนตัวมีบาดแผลจากดาบไม่น้อย“น้องเล็ก ดูจากเสื้อผ้าของพวกเขาน่าจะเป็นคนของสำนักคุ้มภัย”หวังปี้เปลี่ยนสรรพนามอย่างระวัง กู้หว่านเยว่พยักหน้า เดินไปหาคนที่ขอความช่วยเหลือนางรู้สึกว่าเสียงของคนผู้นี้คุ้นหูอยู่บ้างพอดีกับที่ชายผู้นั้นเห็นว่ามีคนเข้ามา จึงรีบมองไปทางพวกกู้หว่านเยว่เมื่อทั้งสองสบตากัน ต่างชะงักไปทันใด กู้หว่าน

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status