แชร์

บทที่ 301

ผู้เขียน: ฮวาฮวาตีลังกาแปล
ใต้เท้าสวีกลัวซูจิ่งสิงลงมือต่อ ไม่กล้าเสแสร้งแกล้งทำอีก ลากกล่องออกมาอย่างว่าง่าย

กู้หว่านเยว่รีบเปิดกล่องออก ตกตะลึงเหม่อลอยในทันใด

มองเห็นภายในใส่เครื่องทองและตั๋วเงินเต็มๆ หนึ่งกล่องใหญ่

ประเมินภาพรวมดูแล้ว ตั๋วเงินเหล่านี้มีนับหนึ่งแสนตำลึงเลยทีเดียว

กู้หว่านเยว่กวาดเงินทั้งหมดจนเกลี้ยงอย่างไม่เกรงใจ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันก่อนหน้านี้ สายตาตกลงบนตัวขุนนางชั่วสวี

นางไม่คิดปล่อยอีกฝ่ายไปเช่นนี้

“ท่านพี่ ท่านอุดปากเขาไว้ ใช้เชือกมัดให้ดี พวกเราไปตลาดสดกัน”

“อือ อืออืออือ!” ใต้เท้าสวีอุทานออกมาอย่างตกตะลึง

สองคนนี้ไร้คุณธรรม!

ได้เงินแล้วถึงขั้นไม่ปล่อยเขาไป!

“จะทำเช่นไรกับนาง?” ซูจิ่งสิงชี้ไปทางนางหลิวที่กำลังนอนหมดสติบนตียง ขมวดคิ้วแน่น

“ไม่ต้องสนใจนาง” นางหลิวทำผิดพลาดชวนให้คนดูแคลน กระนั้นก็เป็นหญิงต้องเลี้ยงดูลูกคนหนึ่ง กู้หว่านเยว่ไม่อยากสร้างความลำบากให้นาง

ทั้งสองคนอุดปากใต้เท้าสวีเอาไว้ มัดตัวแน่นหนา ขนไปที่ตลาดสด

หาเสาไม้ที่ใจกลางตลาดสด กู้หว่านเยว่หยิบเชือกแข็งแรงออกมาหนึ่งเส้น มัดใต้เท้าสวีกับเสาไม้

“ท่านยังมีคำใดต้องการพูดอีกหรือไม่” กู้หว่านเยว่
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 302

    “คืนนี้ข้าไม่นอนแล้ว จะอยู่เฝ้าเจ้าที่ข้างเตียงนี่ล่ะ”“ทำเช่นนั้นไม่ได้ หากไม่นอนจะเหนื่อยมากเพียงใด ท่านมานอนพร้อมข้าเถอะ” กู้หว่านเยว่เปลื้องเสื้อคลุมตัวนอกออก มักคิดว่าเอวนางหนาขึ้นกว่าก่อนไม่น้อยนางคงมิได้ตั้งครรภ์จริงหรอกกระมัง?เพียงความคิดนี้โผล่ขึ้นมา กู้หว่านเยว่ก็ส่ายหน้าแล้วครั้งเดียวเท่านั้น ไฉนเลยจะยิงร้อยครั้งถูกร้อยครั้งได้ จะต้องเป็นเพราะระยะนี้เจริญอาหารเกินไปแน่นอน“ข้าพิงขอบเตียงนอนก็แล้วกัน” ซูจิ่งสิงไม่กล้าพูดว่าเขาขึ้นเตียงนอนแล้วกลับเหนื่อยยิ่งกว่า ต้องเกร็งเครียดร่างกายตลอดทั้งคืน“ก็ได้” กู้หว่านเยว่จู๋ปาก มิได้ลูบกล้ามท้อง เสียใจจริงเชียวเช้าวันต่อมา เพียงทั้งสองออกจากห้องก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างอารมณ์ดีของคนทางด้านล่างแล้ว“ได้ยินแล้วหรือไม่ ใต้เท้าสวีสวีเสี้ยนเฉิงแห่งจวนผู้ว่าการอำเภอถึงขั้นถูกคนแก้ผ้าล่อนจ้อน โยนทิ้งไว้ที่ตลาดสด!”“น่าตื่นเต้นเพียงนี้เชียวรึ? รีบไปดูเร็วเข้า”คนในโรงเตี๊ยมวิ่งไปที่ตลาดสดบรรยากาศยามค่ำคืนของเจดีย์หนิงกู่หนาวเหน็บ อุณหภูมิติดลบนับสิบกว่าองศาขุนนางชั่วสวีนอนหมดสติอยู่บนพื้น กลายเป็นน้ำแข็งย้อย หูสองข้างเองก็ถู

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 303

    “ข้าชี้แนะเจ้าให้รีบไปเร็วหน่อย ช้ากว่านี้ ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ทันการ” กู้หว่านเยว่เอ่ยเตือนอย่างหวังดี“เจ้าหมายความว่ากระไร?”หัวหน้าหมู่บ้านเฉินเห็นใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของกู้หว่านเยว่ เกิดลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นภายในใจ รีบขับลาเทียมเกวียนเข้าเมืองเพียงเข้ามาก็ได้ยินข่าวลือไปทั่วว่าเกิดเรื่องขึ้นกับใต้เท้าสวีแล้ว“ตกลงเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”สีหน้าหัวหน้าหมู่บ้านเฉินตกตะลึงว้าวุ่น รีบขับรถมาจนถึงประตูเรือนสกุลสวีผลลัพธ์คือทั่วทั้งสกุลสวีเละเป็นโจ๊กหนึ่งหม้อ ไม่มีใครสนใจพวกเขาแล้วยังเป็นขอทานหน้าประตูบอกพวกเขาอย่างหวังดี เมื่อคืนถึงขั้นมีคนร้ายสองคนบุกเข้าจวนสกุลสวี!ไม่เพียงปล้นสมบัติทั้งหมดของสกุลสวี ยังจับใต้เท้าสวีแก้ผ้าล่อนจ้อนไปทิ้งไว้ที่ตลาดสดใต้เท้าสวีถูกแช่แข็งตลอดคืน ร่างกายม่วงคล้ำ หมดสติไม่รู้สึกตัวบัดนี้หมอมีชื่อเสียงสิบกว่าคนกำลังร่วมมือกันช่วยเหลือ ก็แค่อาการถูกความเย็นจัดของใต้เท้าสวีหนักมากเกินไป ต่อให้ช่วยชีวิตกลับมาได้ ก็ไม่ต่างอันใดจากคนพิการ“ข้าว่านะ จวนสวีจบสิ้นแล้วล่ะ” ขอทานกลับดูมีความสุขในคราวเคราะห์ของผู้อื่นหัวหน้าหมู่บ้านเฉินสองพ่อ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 304

    ต้นไม้ใหญ่เฉกเช่นใต้เท้าสวีล้มลงไปแล้ว เขาต้องคิดหาหนทางรับมือกับคนต่างถิ่นกลุ่มนี้ให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข นั่นเป็นไปไม่ได้!คนหัวแข็งอย่างกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิง ภายภาคหน้ามีเพียงกดขี่ข่มเหงเขาแล้วแต่ไหนแต่ไรมาหัวหน้าหมู่บ้านเฉินเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิ์ออกความเห็นภายในหมู่บ้านสือหานแห่งนี้ ไฉนเลยจะสามารถอดทนได้?!แววตาหัวหน้าหมู่บ้านเฉินมืดมน ทันใดนั้นเกิดความคิดชั่วร้ายอย่างหนึ่งขึ้นภายในสมองอีกด้านหนึ่งกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงขับรถม้ากลับมาถึงหมู่บ้านสือหานแล้วก่อนเข้าหมู่บ้าน กู้หว่านเยว่ตั้งใจหยิบอาหารปรุงสุกดีแล้วออกจากมิติวิเศษโดยเฉพาะ จากนั้นวางลงบนรถม้าเพียงซูจิ่นเอ๋อร์และคนอื่นออกมาก็มองเห็นของกินบนรถม้าทั้งสองคัน กลิ่นอาหารหอมฉุยชำแรกจมูก ทันใดนั้นอุทานออกมาอย่างตกตะลึง“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ พวกท่านไปซื้อของในเมืองมาอีกแล้วหรือ? มิหนำซ้ำยังซื้อกลับมามากเพียงนี้อีกด้วย!”“พวกเราอยู่ไกลจากเมืองตู้เปียน ซื้อมาหน่อยก็ไม่ต้องไปบ่อยๆ แล้ว”“จื่อชิงเสี่ยวอันเสี่ยวหรง มาขนอาหาร” กู้หว่านเยว่ตะโกนเรียกสองสามคนนั้นออกมาทั้งสามคนรีบวิ่งออกมาจากภายใน แม้แต่หลี่อวิ๋นอว

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 305

    ขณะผ่านเข้ามิติวิเศษ กู้หว่านเยว่ใช้เข็มเงินทำให้นางหยางเข้าสู่ห้วงนิทราต่อมาเปิดการใช้งานเครื่องมือของหอแห่งโอสถ ตรวจร่างกายอย่างเต็มรูปแบบหลังตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว กู้หว่านเยว่พบว่าภายในสมองของนางหยางถึงขั้นมีลิ่มเลือดหนึ่งก้อนใหญ่เว้นเสียแต่สิ่งนี้ ร่างกายก็ไม่มีปัญหาอื่นดูท่าแล้วสาเหตุที่ทำให้นางโง่งมก็เพราะลิ่มเลือดนี้กู้หว่านเยว่พาคนออกจากมิติวิเศษ“หว่านเยว่ ท่านแม่เป็นเช่นไร?” ซูจิ่งสิงขยับขึ้นมารับนางหยางไว้ วางลงบนเตียงเตาเบาๆ“ท่านแม่ไม่เป็นไร ลิ่มเลือดนั้นไม่สามารถผ่าตัดออกมาได้ ทำได้เพียงกินยาละลายเท่านั้น”ซูจิ่งสิงไม่เข้าใจว่าผ่าตัดมีความหมายเยี่ยงไร แต่เห็นว่ามิใช่เวลาสมควรถาม ดังนั้นจึงเอ่ยปาก“ต้องกินยาอะไร?”พูดถึงเรื่องนี้ กู้หว่านเยว่เผยสีหน้าขมปร่า “ยาชนิดนี้หายากมาก”“เจ้าพูด”ขอเพียงสามารถรักษานางหยางให้หายดีได้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใดเขาก็ยอม“หญ้าทารกกำสรวล” ยาสมุนไพรชนิดนี้ล้ำค่าราคาแพงมาก ต่อให้เป็นกู้หว่านเยว่ก็ทำได้เพียงอ่านผ่านตำราโบราณเท่านั้นบนแพลตฟอร์มซื้อขายมีแต่สมุนไพรพบเห็นได้ทั่วไปเหล่านั้นหากหาสมุนไพรไม่พบ เช่นนั้นลิ่มเลือดภาย

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 306

    “ชาวบ้านมิใช่พูดว่าเด็กที่ตายภายในหมู่บ้านล้วนไม่สามารถฝังได้ นี่ถึงใช้หญ้าห่อพวกเขาและโยนทิ้งที่หลังเขา ใช่หรือไม่ว่า...”“เสียงร้องไห้เสียดหูล้วนเป็นเสียงของเด็กที่ตายไปแล้วเหล่านั้น?”“อ๊าอ๊าอ๊า!” สองสามคนเดาไร้สาระมากขึ้นเรื่อยๆ กอดกันร้องตะโกนโวยวายดังลั่นซูจิ่งสิงรังเกียจจนเบือนหน้าหนี ไม่มองอีกดวงตากู้กว่านเยว่กลับทอประกาย ดึงซูจิ่งสิงมาที่ฝั่งหนึ่ง “ท่านพี่ ท่านจำเรื่องที่พวกเราเพิ่งพูดกันได้หรือไม่ เสียงของหญ้าทารกกำสรวลคล้ายเสียงร้องไห้ของเด็กมาก”“เจ้ากำลังจะบอกว่าเสียงร้องไห้ที่พวกเขาได้ยินเป็นเสียงของหญ้าทารกกำสรวลรึ?”“ตอนนี้ข้ายังไม่กล้ายืนยัน คืนนี้พวกเราอย่านอนเลย ลองฟังดูว่ามีเสียงร้องไห้หรือไม่”ฤดูหนาวฟ้ามืดเร็ว เพียงอาทิตย์อัสดง ท้องฟ้าก็มืดสนิท ภายในอากาศยังมีเกล็ดหิมะลอยละล่องเด็กสองสามคนนอนตัวสั่นๆ บนเตียงเตา สายตากวาดมองทุกสารทิศตกดึกเสียงเด็กร้องไห้ก็เริ่มดังออกมาเป็นห้วงๆซูจิ่นเอ๋อร์ตกใจมุดศีรษะเข้าใต้ผ้าห่ม“พี่หญิงจิ่นเอ๋อร์ พวกเราอยากนอนกับท่าน” หลี่เฉินอันและเสี่ยวหรงกอดผ้าห่มย้ายไปอยู่ฝั่งข้างนางหยาง“คนขี้ขลาด” เมี่ยชิงหว่านเติบโตในภูเข

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 307

    “ไม่รู้”กู้หว่านเยว่กวาดตามองรอบกายแวบหนึ่ง สายตาตกลงบนสมุนไพรสีเขียวมรกตสองต้นที่ใต้หน้าผา“อาจเกี่ยวข้องกับสมุนไพรนี้” กู้หว่านเยว่ดึงสมุนไพรหนึ่งนั้นออกมาผ่านถุงมือรูม่านตาหดลงในทันใด“ท่านพี่ท่านรีบมาดูนี่เร็วเข้า สมุนไพรนี้คล้ายหญ้าทารกกำสรวลมาก”“จริงหรือ?” ซูจิ่งสิงก้าวเท้าฉับไวเข้ามาแล้วกู้หว่านเยว่รีบหยิบตำราเกี่ยวข้องกับหญ้าทารกกำสรวลออกมาจากมิติวิเศษ ทั้งสองเปรียบเทียบภาพวาดในตำราใบสีเขียวมรกต ผลกลมสีแดง รากคล้ายใบหน้าเหี่ยวย่นอัปลักษณ์ของผู้ชรา...“ตรงทั้งหมดเลย!” สายตาซูจิ่งสิงสั่นไหว ยื่นมือออกไปต้องการดึงหญ้าทารกกำสรวลลงมา“ระวัง อย่าแตะโดนหญ้าทารกกำสรวลเป็นอันขาด อาจมีพิษ”กู้หว่านเยว่รีบหยิบกล่องหยกออกจากมิติวิเศษ ใส่หญ้าทารกกำสรวลทั้งสองต้นลงไปอย่างระมัดระวังผ่านถุงมือกู้หว่านเยว่หาหญ้าทารกกำสรวลพบแล้วก็ดีใจมากเป็นพิเศษ ยิ้มจนมองไม่เห็นตา“ช่างได้มาโดยไม่เสียแรงโดยแท้ โรคโง่งมของท่านแม่มีทางรักษาแล้ว”ซูจิ่งสิงเองก็อารมณ์ดีไม่น้อย สายตาตกลงบนผู้เฒ่าทั้งสองไม่มองก็ไม่รู้ เพียงมองเห็นก็ตกตะลึงพรึงเพริด“หว่านเยว่ ผู้เฒ่าผมขาวท่านนี้คล้ายเป็นหมอเทวดา

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 308

    “ขายหน้า ขายหน้าเกินไปแล้ว!”กู้หว่านเยว่มองอย่างแปลกใจ “ท่านร่วมเดินทางกับปรมาจารย์แพทย์ ถึงขั้นไม่รู้ว่าเมือกของหญ้าทารกกำสรวลมีพิษหรือ?”“เขาหลอกข้า!”พริบตาต่อมาหมอเทวดาหวงเบิกตากว้างอย่างโมโห “เขาจงใจให้ข้าแตะหญ้าทารกกำสรวลก่อน ทำให้ข้าโดนพิษ!”แต่เขาไม่ยอมก็ใช้ได้แล้ว ครั้นรู้สึกไม่ชอบมาพากลก็แตะเมือกลงบนตัวปรมาจารย์แพทย์ใครรู้ปรมาจารย์แพทย์รู้เพียงว่าเมือกของหญ้าทารกกำสรวลมีพิษ กลับไม่มียาถอนพิษดังนั้นทั้งสองคนจึงเสียสติไปพร้อมกัน...“พวกท่านทั้งสองยอมตายไปพร้อมกันนี่เอง” มุมปากกู้หว่านเยว่กระตุกริกใครคาดคิดเล่าว่าผู้เฒ่าทั้งสองเอาแต่ใจเหมือนเด็กเพียงนี้หากนางและซูจิ่งสิงไม่มา พวกเขาทั้งสองก็ต้องแข็งตายทั้งเป็นที่ใต้หน้าผานี้แล้ว“ใช่แล้ว หญ้าทารกกำสรวลเล่า?” หมอเทวดาหวงมองพื้นหิมะสีขาวว่างเปล่า“อยู่กับข้าที่นี่ ผู้อาวุโสต้องการหรือ?” โชคดีเด็ดมามากอีกหนึ่งต้น“ข้าต้องการๆ!” ดวงตาหมอเทวดาหวงทอประกาย เจตนาร้ายสายหนึ่งกลับสะท้อนภายในก้นบึ้งของสายตากู้หว่านเยว่คิดว่าตนเองมองผิดไปแล้ว หยิบหญ้าทารกกำสรวลออกมามองเห็นปรมาจารย์แพทย์ไม่อยู่นิ่งเป็นศพอีก ผุดลุกขึ้นมาอ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 309

    ปรมาจารย์แพทย์เบ้ปากกลับไม่พูดอะไร เขาและยัยเด็กตัวเหม็นคนนี้มีความแค้นต่อกัน ผลแพ้ชนะในวันนี้ถูกกำหนดไว้แล้วกู้หว่านเยว่เองก็ปวดหัวมาก นางต้องเก็บหญ้าทารกกำสรวลไว้หนึ่งต้น ส่วนที่เหลือยกให้ใครกลับยังตัดสินใจไม่ได้“มิสู้ผู้อาวุโสทั้งสองท่านแข่งขันกันเพื่อความยุติธรรมดีหรือไม่?ใครสามารถแย่งหญ้าทารกกำสรวลไปจากมือข้าได้ก่อน ก็เป็นของคนนั้น”ดวงตาปรมาจารย์แพทย์ทอประกาย ยื่นมือออกไปแล้วระหว่างกำลังประชันขันแข่งกันอยู่นั้น หวงเหล่าช้าไปหนึ่งก้าว กล่องหยกตกอยู่ในมือปรมาจารย์แพทย์หวงแล้ว“วะฮ่าๆ ข้าชนะแล้วๆ!” ปรมาจารย์แพทย์ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นหวงเหล่าส่ายหน้าอย่างนึกเสียดาย ภายในก้นบึ้งของสายตาสะท้อนอารมณ์ตามใจวูบหนึ่ง“โกงแล้วๆ เจ้าลงมือเร็วกว่าข้า”“ฮึ แพ้ก็คือแพ้ รีบเรียกข้าว่าท่านพ่อสามครั้งเร็วเข้า”“ไม่เรียกๆ” “นี่ เหตุใดพูดไม่เป็นคำพูดเล่า?”ทั้งสองคนอยู่บนพื้นหิมะนานราวสองวันแล้ว มือเท้าล้วนถูกความเย็นกัด ปรึกษากันดีแล้วก็ตัดสินใจไปขอความอบอุ่นที่บ้านกู้หว่านเยว่พวกเขาเพิ่งลงเขา กู้หว่านเยว่ก็ได้กลิ่นไม่ชอบมาพากลฝีเท้าช้าลง หันหน้าส่งสายตากล่าวเตือนซูจิ่งสิง

บทล่าสุด

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1408

    นางอยากเปิดบาดแผลของฮั่วจี๋ให้พวกเขาดู แต่มือสองข้างถูกมัดไว้“คุณชายถูกยิงที่อก ลูกธนูยังอยู่ข้างในเจ้าค่ะ!”หนานหยางอ๋องเลื่อนคบเพลิงเข้าใกล้อกของฮั่วจี๋ได้เห็นลูกธนูที่บาดแผลบนอกของเขาไม่ผิดไปดังคาด ถูกเกราะบังไว้ เห็นได้ไม่ชัดนัก“พระชายา ต้องรบกวนเจ้าแล้ว”หนานหยางอ๋องมองทางกู้หว่านเยว่ ครั้งนี้พวกเขาออกมาเป็นหน่วยจู่โจมสายฟ้าแลบ ข้างกายมิได้พาหมอทหารมาด้วย“ไม่เป็นไร”กู้หว่านเยว่พกกระเป๋ายาติดมาด้วย ก็เพื่อรับมือในยามจำเป็นแผลถูกธนูยิงนี้สำหรับนางกลับเป็นเรื่องเล็ก“วางคนนอนราบก่อน ข้าจะดูอาการของเขา”หวังปี้รีบขยับขึ้นไป “ข้าเอง”เขามือเท้าคล่องแคล่วว่องไว แก้มัดเชือกบนตัวฮั่วจี๋ออก จากนั้นจับคนนอนราบ“เอาคบเพลิงมาอีกสองอัน ส่องสว่างให้ข้า”เพื่อป้องกันมิให้มีแสงไฟ ทำให้คนสังเกตเห็นเบาะแสดังนั้นภายในหน่วยจึงจุดคบเพลิงเพียงหนึ่งถึงสองอันหนานหยางอ๋องนำคบเพลิงสองอันมา สั่งให้คนย่อตัวถือคบเพลิงข้างกายกู้หว่านเยว่ ส่องแสงให้นางขั้นตอนการดึงธนูออกมีเลือดเล็กน้อยกู้หว่านเยว่สวมถุงมือ การกระทำเป็นขั้นเป็นตอน คีบลูกธนูที่หักออกมาก่อน ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ โรยผงยาแก

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1407

    หากชายคนนี้เป็นทหารเมืองเหยาจริง เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจสถานการณ์เมืองเหยาได้ว่าตกลงเป็นเช่นไรกันแน่“พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ พานางกลับไปก่อนเถอะ”กู้หว่านเยว่ขมวดคิ้วมุ่น หญิงคนนี้ปากแข็งมากต้องการถามอะไรจากปากนางให้ได้ในทันที เกรงว่าคงยากนักเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกหนานหยางอ๋องรอจนร้อนใจ มิสู้พาคนทั้งสองกลับไป จากนั้นค่อยถามอย่างละเอียด“ได้!”หวังปี้พยักหน้า หยิบเชือกป่านจากทางด้านหลัง ขยับขึ้นไปมัดทั้งสองคนไว้แล้ว“ปล่อย ปล่อยพวกเรานะ!”เพราะฝ่ายชายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป หวังปี้จึงมัดเขาได้อย่างง่ายดายส่วนเจียงม่าน นางไม่รู้วิทยายุทธ์ ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหวังปี้“ปล่อยเขา”เจียงม่านดิ้น“ข้าจะให้เงินพวกเจ้า บนตัวข้ามีเครื่องประดับ”นางเป็นห่วงชายคนนี้มาก ไม่อาจหักใจให้เขาได้รับบาดเจ็บหวังปี้ชี้เข้าที่เกราะบนตัว “เจ้าดูข้าคล้ายคนมาปล้นเงินหรือ? ข้ามาออกรบ หุบปากก่อนเถอะ รอพบแม่ทัพผู้เฒ่าของข้าเจ้าค่อยพูด”พูดจบ หันหลังมองทางกู้หว่านเยว่อย่างเคารพนบอบ“พระชายา พวกเราไป?”“ไปเถอะ”กู้หว่านเยว่กวาดตามองรอบด้าน ในละแวกนี้นอกจากสองคนนี้ ก็ไม่มีคนอื่น

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1406

    หากเกิดอะไรขึ้นกับกู้หว่านเยว่ หลังกลับไปแล้วซูจิ่งสิงจะยังไม่แล่เนื้อเถือหนังเขาอีกหรือ?“ใช่ ข้าจะส่งคนสองสามคนไปดู”แม่ทัพหลี่เองก็ทำตามคำพูดของหนานหยางอ๋องกู้หว่านเยว่ส่ายหน้า แต่ไหนแต่ไรมานางไม่ชอบรอคนอยู่ที่เดิม ยิ่งไปกว่านั้นนางเองก็แปลกใจมากว่า เหตุใดในป่าทึบถึงมีเสียงร้องไห้ดังออกมาได้?“หวังปี้ ท่านไปกับข้าเถอะ”กู้หว่านเยว่มองทางหวังปี้ สุ้มเสียงหนักแน่นคนอื่นเห็นสถานการณ์แล้วก็หันหน้าสบตากันแวบหนึ่ง พากันพยักหน้าอย่างจนใจ“ไป”หวังปี้พยักหน้า รีบตามหลังกู้หว่านเยว่ไปหนานหยางอ๋องกลับยกมือให้กองทัพใหญ่หยุดรอฟังคำสั่งอยู่กับที่ ดูว่าตกลงสถานการณ์ข้างหน้าเป็นเช่นไรกู้หว่านเยว่พาหวังปี้เดินผ่านป่าไป ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงร้องไห้ดังขึ้นมา“ระบบเจ้าเองก็อย่าอยู่เฉย ช่วยข้าดูว่าสถานการณ์ข้างหน้าเป็นเช่นไรกันแน่”กู้หว่านเยว่พูดกับระบบภายในมิติระบบอ้าปากหาว “สแกนพบว่าข้างหน้าคล้ายมีหญิงคนหนึ่งกำลังกอดชายคนหนึ่งร้องไห้”กู้หว่านเยว่พยักหน้า ถัดจากเสียงของระบบ ภาพด้านหน้าก็ปรากฏต่อหน้าทั้งคู่เป็นอย่างที่ระบบพูดไม่มีผิดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1405

    “ได้”กู้หว่านเยว่พยักหน้าแล้วเดินจากไปเปี๊ยะอัดแท่งนี้ พวกทหารที่ไม่เคยกินมาก่อน ได้กินแล้วก็รู้สึกเอร็ดอร่อย แต่กู้หว่านเยว่กลับกินไม่ลงนางหยิบช็อคโกแลตออกจากมิติใส่เข้าปากไปหนึ่งชิ้นเพื่อเพิ่มพลังงานอย่างไรเสียก็มืดแล้ว ไม่มีใครมองเห็นหลังกินช็อคโกแลตแล้ว กู้หว่านเยว่ก็หาที่พักผ่อนแห่งหนึ่งย่อมไม่สามารถนอนหลับจนฟ้าสว่างได้กองทัพเร่งเดินทางโดยอาศัยความเร็ว หาไม่แล้วจะเรียกว่าโจมตีสายฟ้าแลบได้เยี่ยงไร?หลังพักผ่อนไปแล้วสองชั่วยาม เห็นแสงที่ขอบฟ้า กองทัพใหญ่ก็ออกเดินทางอีกครั้งเพื่อป้องกันมิให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น ทุกคนจึงไม่กล้าจุดไฟระหว่างเดินทางทั้งหมดล้วนอาศัยไม้เท้าเดินขึ้นไปข้างหน้ากู้หว่านเยว่และหนานหยางอ๋องเดินอยู่ด้านหน้าสุด“ระบบ ช่วยข้าระวังด้วยว่าพุ่มไม้รอบข้างมีงูหรือไม่”กู้หว่านเยว่ออกคำสั่ง“หากมีงู จัดการในทันที”“นายหญิง ระบบก็ต้องพักผ่อนนะ”ระบบร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา เหตุใดให้คนทำงานทั้งวันทั้งคืนกันเล่า?“ข้าผู้ซึ่งเป็นนายหญิงของเจ้ายังไม่ได้พักผ่อน เจ้าจะพักผ่อนอะไรกัน? เร็วๆ ลุกขึ้นมาทำงาน”กู้หว่านเยว่เร่ง ระบบซับน้ำตาให้ตนเอง เปิดเ

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1404

    เมื่อเห็นว่าดวงจันทร์ลอยอยู่กลางท้องฟ้า รอบกายมืดมิดลมแรง บนพื้นเองก็มองได้ไม่ชัดเจนกู้หว่านเยว่มองเข้าไปในมิติแวบหนึ่ง บัดนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว“หนานหยางอ๋อง ฟ้ามืดเกินไป เหล่าทหารเร่งเดินทางย่อมไม่สะดวกเจ้าค่ะ”เร่งเดินทางยามฟ้ามืดย่อมพลาดพลั้งได้อย่างง่ายดายในเวลานี้ ภายในป่าลึกยังมีอสรพิษมากมายนัก“มิสู้พวกเราหาที่แห่งหนึ่ง พักผ่อนสักสองชั่วยามเถอะ”รอพักผ่อนเอาแรงดีแล้วค่อยเดินทางต่อก็ไม่สายหนานหยางอ๋องพยักหน้าหลังกองทัพใหญ่ออกเดินทางจากแม่น้ำมู่ตานก็ไม่ได้พักผ่อนอีกเลยอาศัยช่วงฟ้ามืด พักผ่อนสองสามชั่วยามก็ไม่เป็นไร“ให้กองทัพใหญ่หยุด พักผ่อนอยู่กับที่ แจกจ่ายเสบียงอาหาร!”หนานหยางอ๋องออกคำสั่งกับขุนพลหลี่เหล่าหลี่ร้องตะโกนเสียงแหบ “ทหารทุกนายพักผ่อนอยู่กับที่ ดื่มน้ำ กินเสบียงอาหาร!”“ขอรับ!”ทุกคนทำตามคำสั่งของหนานหยางอ๋อง นั่งลงพักผ่อนเพื่อความสะดวก ทหารทุกคนล้วนพกอาหารแห้งและถุงน้ำแขวนไว้ข้างเอวหลังนั่งลงไปแล้ว ทุกคนก็หยิบอาหารแห้งออกจากใต้วงแขน เปิดถุงน้ำ เริ่มเพิ่มพลังงานทว่าอาหารแห้งที่พวกเขากิน มิใช่อาหารแห้งแข็งๆ อีกแต่เป็นเปี๊ยะอัดแท่งที่กู้ห

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1403

    เดิมทีกองทัพเจดีย์หนิงกู่ก็มีคนไม่มาก ตระหนักถึงปัจจัยรอบด้าน ซูจิ่งสิงจึงให้กองทัพใหญ่อยู่ที่สมรภูมิหลักหนานหยางอ๋องและกู้หว่านเยว่นำทหารชั้นยอดไปเพียงหนึ่งพันนายทหารชั้นยอดหนึ่งพันนายนี้ เป็นกองกำลังเฝ้าระวังอยู่ที่ชายแดนกับหนานหยางอ๋องในปีนั้นกู้หว่านเยว่เปลี่ยนชุดเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด หอกดาบไม่ทะลุให้กับพวกเขา จับคู่กับหอกยาวที่แหลมคมที่สุดขี่ม้ากำยำแข็งแรงที่สุดของสกุลกงซุนคนกลุ่มนี้เน้นการโจมตีแบบสายฟ้าแลบ วางแผนทำให้เมืองเหยาไม่ทันตั้งตัวหนานหยางอ๋องหยิบแผนที่ออกมา ชี้ไปยังคูเมืองสองสามแห่งข้างบน“พระชายา เจ้าดูนี่กึ่งกลางระหว่างพวกเราและเมืองเหยา ยังมีคูเมืองสองแห่งอยู่พวกเราสามารถอ้อมเข้าภูเขาเหยา โจมตีเมืองเหยาก่อนได้จากนั้นย้อนกลับมาโจมตีคูเมืองสองด้านพร้อมท่านอ๋อง”แท้จริงแล้ว ต่อให้ไม่ใช่เพื่อสกุลหลินไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องมาโจมตีเมืองเหยาแห่งนี้เมืองเหยาเป็นจุดยุทธศาสตร์ นับเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างตงเป่ยและหัวเป่ย“หากโจมตีเมืองเหยา ข้ามด่านก็คือที่ราบกว้างใหญ่ของหัวเป่ยแล้ว”หาไม่แล้วเหตุใดกองโจรพเนจรกลุ่มนั้นถึงไม่โจมตีคูเมือง แต่ลงมือกับเม

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1402

    “ไม่ได้”ซูจิ่งสิงคัดค้านในทันทีทันใด เขาส่งผู้นำที่เหมาะสมไปแล้ว“เจ้าจงอยู่กับข้าที่นี่”ในสนามรบดาบกระบี่ไม่มีตา ก่อนหน้านี้ไปตามหาองค์หญิงใหญ่ยังไม่เท่าไร แต่หากเป็นแนวหน้าก็อาจได้รับบาดเจ็บทุกเมื่อ“ข้ารู้ว่าเจ้ามีความสามารถมาก แต่สถานการณ์ในสนามรบเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา หากเจ้าได้รับบาดเจ็บ หลบเข้ามิติไม่ทัน”ซูจิ่งสิงไม่หวังให้กู้หว่านเยว่ได้รับบาดเจ็บ“ไม่เป็นไร ท่านยังไม่รู้ความสามารถของข้าอีกหรือ?”กู้หว่านเยว่จับมือเขาไว้อย่างจริงจัง“ยิ่งไปกว่านั้น ข้ารับปากกท่านตาท่านยายแล้วว่าจะพาญาติผู้พี่กลับมาอย่างปลอดภัยตอนพวกเราถูกเนรเทศ พวกเขาเคยยื่นมือเข้าช่วย มอบความช่วยเหลือยามทุกข์ยากข้าไม่อยากติดค้างพวกเขาเจ้าค่ะ”แต่ไหนแต่ไรมากู้หว่านเยว่เป็นคนมีบุญคุณต้องตอบแทนหากนางติดตามไป ก็ย่อมมีความหวังในการตามหาหลินเพียวเพียวมากยิ่งขึ้นเห็นว่าซูจิ่งสิงยังคิดปฏิเสธ กู้หว่านเยว่จึงปรึกษากับเขาอีกครั้ง“ญาติผู้พี่กำลังตั้งครรภ์ ต่อให้ตามหาเบาะแสของนางพบ แต่การเดินทางลำบากมาก ยากจะรับรองได้ว่านางจะไม่เป็นไรหากข้าติดตามไปด้วย หลังพบนางแล้ว ข้าก็สามารถทำให้นางหมดสติแล

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1401

    กู้หว่านเยว่เข้าใจในทันใด มิน่าเล่าคนเหล่านี้ท้องร้องโครกคราก ท่าทางอิดโรย ที่แท้ก็เกิดเรื่องกับสกุลหลินนี่เอง“สกุลหลินเกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ขึ้น ข้ากลับไม่รู้เรื่อง ต้องขออภัยด้วย”“เรื่องนี้จะโทษเจ้าไม่ได้ ฉูโจวและเจดีย์หนิงกู่อยู่ห่างกันมากเพียงนี้ จะส่งจดหมายมาก็เป็นเรื่องยาก”ยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุที่เกิดเรื่องกับสกุลหลิน ยังไม่ใช่เพราะราชสำนักโง่เขลาไร้ขอบเขตอีกหรือ ต่อให้บอกกู้หว่านเยว่เรื่องนี้ ยังจะมีประโยชน์อันใดอีกเล่า?“กินข้าวก่อนเถอะเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่ไม่รู้ว่าสมควรเริ่มปลอบจากที่ใด ยังดีรับคนสกุลหลินมาแล้ว“ท่านตาท่านยาย แนวหน้าอันตราย รอพวกท่านพักผ่อนสักสองวันแล้ว ข้าจะให้คนพาพวกท่านไปส่งที่เมืองอวี้ไปถึงเมืองอวี้ย่อมมีคนจัดแจงที่พักให้พวกท่านส่วนทางฝั่งญาติผู้พี่ รอข้าได้รับข่าวของนางแล้ว ค่อยให้คนกลับไปแจ้งพวกท่าน”กู้หว่านเยว่บอกความคิดของตนให้คนเหล่านี้ฟังนายท่านผู้เฒ่าหลินในฐานะผู้นำตระกูลใหญ่ เอ่ยปากก่อนเป็นคนแรก “หว่านเยว่ ทั้งหมดล้วนฟังเจ้า ขอเพียงไม่สร้างปัญหาให้เจ้าก็พอ”กู้หว่านเยว่พยักหน้าคนสกุลหลินล้วนคิดเพื่อหลานสาวอย่างนางคนนี้มาโดยตล

  • ชายาแพทย์พลิกชะตา   บทที่ 1400

    “ดูเจ้าสิ พูดเรื่องนี้กับหว่านเยว่เพื่ออะไร?”หลินรู่ไห่ดึงนางเก๋อไว้ ในใจเขาก็รู้สึกกังวลเช่นกัน แต่เขารู้ว่าการบอกเรื่องนี้กับกู้หว่านเยว่นั้นไม่มีประโยชน์เมืองเหยาอยู่ไกลจากที่นี่ กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงก็กำลังยุ่งอยู่กับการต่อสู้กับฮ่องเต้ จะเอาเวลาที่ไหนไปตามหาคนที่เมืองเหยา?พวกเขาไม่อยากให้กู้หว่านเยว่ต้องลำบากใจ“ท่านน้า ต้องขอบคุณน้าสะใภ้ที่บอกข้า เรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ทำไมพวกท่านไม่พูดทันทีที่เข้ามา?”กู้หว่านเยว่ยังจำหลินเพียวเพียวได้ สาวน้อยที่สงบเสงี่ยมมาก เวลาพูดขึ้นมาก็ดูคงแก่เรียนเมื่อคนสกุลหลินไปที่โรงเตี๊ยมเตียงนอนรวมเพื่อส่งเงินให้นาง หลินเพียวเพียวก็มาด้วย แล้วยังปลอบประโลมนางอย่างนุ่มนวล“หว่านเยว่ พวกเราไม่อยากให้เจ้าเป็นกังวล”ประเด็นคือพวกเขาไม่เคยคิดว่ากู้หว่านเยว่จะสามารถช่วยหลินเพียวเพียวกลับมาได้และพวกเขาก็เป็นห่วงว่าซูจิ่งสิงจะรู้สึกว่าสกุลหลินของพวกเขาเป็นปัญหา ถึงตอนนั้นจะทำให้กู้หว่านเยว่เดือดร้อนไปด้วยกู้หว่านเยว่จำพวกเขาได้ จึงขอให้ซูจิ่งสิงส่งคนไปรับพวกเขาที่ฉูโจว พวกเขาก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว จะเสนอเงื่อนไขอะไรได้อย่างไร?“พวกท่าน”กู้หว

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status