“โจวเหล่า ท่านรีบนั่งเถอะ”ประคองโจวเหล่าไปนั่งดีแล้ว เขาถึงเอ่ยถาม “ท่านไม่อยู่ที่เจดีย์หนิงกู่ เหตุใดมาที่นี่เล่า?”“ท่านอ๋อง”โจวเหล่าจับแขนของซูจิ่งสิงเพื่อให้เขานั่งลงข้างกัน เปล่งเสียงชรา“ท่านอ๋อง วันที่ฮ่องเต้ต้องการยกทัพด้วยตนเอง ข้าก็เดินทางมาจากเจดีย์หนิงกู่ในวันนั้นข้าเดาว่าท่านจะต้องสามารถจับฮ่องเต้ได้แน่ท่านยังจำได้หรือไม่ ข้าเคยกำชับท่าน อย่าฆ่าฮ่องเต้เป็นอันขาดจะต้อง จะต้องทำเรื่องบางอย่างให้ชัดเจน”ซูจิ่งสิงหยั่งเดาบางอย่างได้“สาเหตุการตายของอดีตรัชทายาทและพระชายารัชทายาท จะต้องให้ฮ่องเต้ยืนยันเรื่องนี้”พูดตามสัตย์จริงมู่หรงถิงคนพรรค์นั้น เขาเป็นฮ่องเต้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตฮ่องเต้อย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม เว้นเสียแต่สืบหาสาเหตุการตายของอดีตรัชทายาทให้กระจ่าง ซูจิ่งสิงถึงจะสืบทอดบัลลังก์ได้อย่างไร้มลทิน“ท่านข้าล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ การตายของท่านพ่อท่านแม่หนีไม่พ้นฮ่องเต้ชั่ว”ซูจิ่งสิงหรี่ตาทั้งสองข้างลง“แต่จะให้เขาเอ่ยปากยอมรับ น่ากลัวว่าเป็นไปไม่ได้”ตราบใดที่มู่หรงถิงไม่ได้เสียสติ เขาก็ไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้โจวเหล่าพูดเสียงเครียด “ไม่เพ
ดวงตากู้หว่านเยว่ทอประกายระยับ จู่ๆ ก็เอ่ยปากออกมา“วิธีใด?”ซูจิ่งสิงเอ่ยถามเสียงเครียด เขาเห็นว่ามู่หรงถิงเป็นคนดื้อรั้น“ตอนนี้ยังไม่รีบ ต้องรอคนผู้หนึ่งกลับมาเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่หันมองฉู่เฟิง“เจ้าเฝ้าฮ่องเต้ดีๆ อย่าให้เขาหนีไปได้ อีกทั้งอย่าให้เขาฆ่าตัวตายเป็นอันขาด”ทว่า อิงตามความเข้าใจของกู้หว่านเยว่ที่มีต่อฮ่องเต้ชั่ว เขาเป็นคนรักชีวิตคนหนึ่ง ไม่มีวันทำเรื่องฆ่าตัวตายทำนองนี้“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”ฉู่เฟิงรีบเข้าไปในห้อง เฝ้ามู่หรงถิงอย่างใกล้ชิด“พวกเราไปกินข้าวก่อนเถอะเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่พาซูจิ่งสิงกลับห้อง ทั้งคู่เหนื่อยมาหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่ได้นอนหลับพักผ่อน อีกทั้งยังไม่ได้กินข้าวแม้แต่มื้อเดียวนางสั่งให้ห้องครัวยกโจ๊กข้าวฟ่างเข้ามาสองถ้วยซูจิ่งสิงไม่อยากอาหารกินสองคำก็วางถ้วยลงแล้ว“น้องหญิงเจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปพักผ่อนก่อนเถอะ งานที่เหลือมอบให้ข้าจัดการก็พอ”“ไม่ได้ ข้าต้องอยู่เป็นเพื่อนท่าน”เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอดีตรัชทายาท นางกังวลซูจิ่งสิงจะวู่วามนางกินโจ๊กข้าวฟ่างทีละคำๆ ตอนวางถ้วยลง เกาเจี้ยนก็กลับมาจากภายนอกแล้ว“กลับมาเร็วถึงเพียงนี้ จ
เขาทำลายทุกอย่างของข้า ยังบังคับให้ข้าเข้าวัง บังคับขืนใจข้า”หนานหลีม่านเอ่ยถึงเรื่องในอดีต ใบหน้างดงามเปี่ยมความแค้นเคือง“ข้าไม่มีวันลืมทั้งหมดที่เขาทำกับสกุลหนานหลี”จู่ๆ นางก็หันมองทางซูจิ่งสิง“เจิ้นเป่ยอ๋อง ท่านทุกข์ใจมากใช่หรือไม่?เมื่อแรกท่านถูกยึดทรัพย์เนรเทศ จะต้องทุกข์ใจมากแน่ ใช่หรือไม่?”นางพูดพึมพำ“แต่ข้าทุกข์ใจยิ่งกว่าท่าน ข้าไม่ได้ทำอันใด ก็แค่เกิดมามีรูปโฉมเช่นนี้จวนหนานหลีอ๋องของข้า ทั้งหมดหลายร้อยชีวิตสกุลหนานหลีของข้า ถูกทำลายทั้งตระกูล เหลือเพียงข้าผู้เดียว”กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงสบตากันแวบหนึ่ง ปีนั้นฮ่องเต้ชั่วทำเรื่องนี้แล้วก็เริ่มหาทางปิดปากทุกคนวันนี้ได้ยินหนานหลีม่านพูดออกมา ทั้งคู่ยังรู้สึกตกใจเพื่อสตรีคนหนึ่งก็สามารถทำเรื่องฆ่าล้างตระกูลได้ฮ่องเต้ชั่วช่างโหดเหี้ยมอำมหิตโดยแท้กู้หว่านเยว่ลอบสอดเรื่องชาวบ้านหนานหลีม่านคนนี้งดงามจริง รูปโฉมงดงามเป็นอันดับหนึ่งทว่า เพราะวาสนาได้พบหน้ากันเพียงครั้งเดียว มู่หรงถิงก็สามารถทำเรื่องบ้าคลั่งเช่นนี้ออกมาได้หรือ?“เจ้าและมู่หรงถิงมีวาสนาได้พบหน้ากันเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหรือ?”“ย่อมเป็นเ
ร่างกายร้อนผ่าวอยู่บ้างกู้หว่านเยว่ลืมตาขึ้นมา พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงแกะสลักขนาดใหญ่ มีกลิ่นอายโบราณหลังหนึ่ง ข้างเตียงมีชายสวมชุดแต่งงานนั่งอยู่หนึ่งคนนี่คงฝันไปใช่ไหม แต่เหตุใดเหมือนจริงถึงเพียงนี้?นางเบือนหน้ามองฝ่ายชายฝ่ายชายผิวพรรณขาวดุจหยก ใบหน้าหล่อเหลางดงาม มองแวบเดียวก็ทำให้คนจมดิ่งสู่ภวังค์อย่างยากจะหักห้ามใจ เพียงแต่สีหน้าของเขาเย็นชาเกินไป สุ้มเสียงเองก็ไร้อารมณ์เสียนี่กระไร“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากแต่งกับข้า พระบรมราชโองการยากจะฝ่าฝืน หากเจ้าไม่ยินยอม...”“ข้ายินยอม ข้ายินยอม!”ชายหนุ่มรูปงามหาใครเทียบได้เช่นนี้ นางครองโสดมายี่สิบกว่าปีไม่เคยได้พบพานมาก่อน ไฉนเลยจะไม่ยินยอมกันเล่า!กู้หว่านเยว่พยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง ไม่สนใจสีหน้าตกตะลึงของฝ่ายชาย ยื่นมือออกไปเกี่ยวเข็มขัดโผเข้าหาอ้อมอกของเขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง อ้า หอมยิ่งนัก กลิ่นหอมเย็นของชายหนุ่มรูปงามเห็นได้ชัดว่านี่คือครั้งแรกของฝ่ายชาย ทีแรกยังคิดปฏิเสธ แต่กลับไม่อาจต้านทานเสียงที่ดังออดอ้อนออเซาะขึ้นมาของนางได้ สติค่อยๆ เลือนรางไป ทว่า ครู่เดียวก็ทำเอากู้หว่านเยว่วิญญาณหลุดลอยทั้งสองเกี
“ฝ่าบาทมีรับสั่ง เจิ้นเป่ยอ๋องซูจิ่งสิงคิดก่อกบฏ หลักฐานชัดเจน!”“นับแต่นี้ไปปลดออกจากตำแหน่ง เป็นสามัญชน ยึดทรัพย์เนรเทศไปยังหนิงกู่ถ่า ผู้ใดกล้าฝ่าฝืน ฆ่าได้ไม่ละเว้น!”ฮูหยินผู้เฒ่าทุบอกกระทืบเท้า “สกุลซูของข้าซื่อสัตย์ภักดี ไฉนเลยจะก่อกบฏได้?”หัวหน้าหน่วยยึดทรัพย์เจียงเต๋อจื้อสบถเสียงเย็น “ฝ่าบาทมีพระกระแสรับสั่งออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์เอง เจ้ากำลังกล่าวหาว่าฝ่าบาท ทรงวินิจฉัยผิดพลาดงั้นหรือ?”ทุกคนไม่กล้าโวยวายอีก กอดกันร่ำไห้โอดครวญทหารหลวงหลั่งไหลเข้ามา ถีบเปิดประตูเรือน ทุบทำลายข้าวของทั่วทุกสารทิศคล้ายโจรก็มิปาน ไม่ว่าที่ผ่านมาเจ้ามีตำแหน่งสูงส่งเยี่ยงไร หากถูกลงโทษยึดทรัพย์ นั่นก็คือคนต่ำต้อยมองภาพวุ่นวายภายในจวนอ๋อง ฮูหยินผู้เฒ่าคิดห้าม แต่กลับถูกเจียงเต๋อจื้อผลักล้มลงกับพื้น กระดูกของหญิงชราเกือบหักถัดมา เจียงเต๋อจื้อหรี่ตามองทางญาติฝ่ายหญิงของจวนอ๋อง“เพื่อป้องกันมิให้พวกเจ้านำทรัพย์สินส่วนตัวออกไป ญาติฝ่ายหญิงทั้งหมดต้องเปลื้องผ้าตั้งแต่ใต้สะดือลงมาเพื่อตรวจสอบหนึ่งรอบ!”“ไม่ได้!”สีหน้าเหล่าญาติฝ่ายหญิงทั้งโกรธทั้งอายฮูหยินผู้เฒ่าก่นด่าออกมา “เจียงเต๋อจื
“กบฏ ไม่ตายดี!”“สมรู้ร่วมคิดกับทูเจวี๋ย คลอดลูกชายไม่สมประกอบ!”ซูจิ่งสิงนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่บนกระดานเกวียน รับก้อนหิน มูลแพะและผักเน่าที่โยนเข้ามาทุกทิศทาง...ยามรบชนะกลับมา เขาคือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ปกป้องแคว้น ราษฎรล้วนโห่ร้องแสดงความยินดีบัดนี้เขาถูกใส่ร้ายข้อหากบฏ ไม่เพียงไม่มีคนขอความเป็นธรรมแทนเขา ทุกคนยังร้องตะโกนใส่ กลายเป็นคนบาปที่ทุกคนตราหน้าหันมองไปที่คนอื่น ๆ ของสกุลซู แต่ละคนเกือบซุกหน้าลงบนบ่าแล้วฮูหยินผู้เฒ่าร้องไห้น้ำตาไหลเป็นทาง “เวรกรรม สกุลซูของข้าตกต่ำถึงขั้นนี้เชียวหรือ...”นายท่านบ้านรองซูหัวหลินอดตำหนิไม่ได้ “ล้วนต้องตำหนิจิ่งสิง อยู่ดีๆ ก็คิดไม่ตก ไปสมรู้ร่วมคิดกับกบฏขายบ้านเมือง ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า ทั้งครอบครัวล้วนต้องเดือนร้อนเพราะเขา ข้าเป็นคนรักศักดิ์ศรีที่สุด ถูกราษฎรกลุ่มนี้สบถด่า หน้าก็ไม่กล้าเงยขึ้นมาแล้ว ภายภาคหน้าจะใช้ชีวิตเยี่ยงไร!”นับตั้งแต่ยึดทรัพย์จนถึงตอนนี้ เริ่มแรกทุกคนยังงุนงง จนถึงตอนนี้แต่ละคนก็เกิดความคิดขึ้นมาแล้ว มีทั้งคนเชื่อว่าซูจิ่งสิงมิได้ก่อกบฏ และมีคนที่ไม่เชื่อ นายท่านรองเป็นคนแรกที่มิอาจอดกลั้นบ้านอื่นสบตากันแวบ
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นภายในสมอง ทำให้กู้หว่านเยว่ตกใจแทบแย่“เจ้าเป็นใคร?”“สวัสดีเจ้านาย ข้าเป็นผู้ดูแลระบบมิติ รับผิดชอบตอบปัญหาที่ท่านสงสัยโดยเฉพาะ”มิติคือพลังวิเศษที่นางมีตั้งแต่ชาติก่อน ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยได้ยินเรื่องผู้ดูแลระบบอันใด“ก่อนนี้เจ้านายอยู่ในขั้นเริ่มต้น จึงไม่ได้เปิดใช้งานฟังก์ชันของระบบ แต่อิงตามการกักตุนสินค้าเต็มพื้นที่ของท่านในวันนี้ มิติได้เปิดใช้งานผู้ดูแลระบบและอาคารทางการแพทย์ให้ท่านแล้ว”กู้หว่านเยว่หลับตาลง เพียงนึกคิดก็เข้าสู่มิติได้แล้ว ดังคาด ภายในพื้นที่กักตุนสินค้า นอกจากสิ่งของที่นางเก็บมา ก็มีอาคารทางการแพทย์เครื่องมือล้ำสมัยหลังหนึ่งทว่า เหตุใดเป็นอาคารทางการแพทย์เล่า?“ซูจิ่งสิงต้องการอาคารทางการแพทย์ เจ้าก็เปิดการใช้งานอาคารทางการแพทย์ ตกลงเจ้าของร่างคือข้าหรือซูจิ่งสิงกันแน่?”กู้หว่านเยว่ไม่สบอารมณ์อย่างมากในใจ“...” ผู้ดูแลระบบแกล้งตายไปแล้วกู้หว่านเยว่ทำเพียงสำรวจการเปลี่ยนแปลงภายในมิติ นอกจากอาคารทางการแพทย์ นางยังพบหน้าจอคล้ายศูนย์ควบคุมทำนองนั้นเพิ่มขึ้นมาในระบบอย่างหนึ่ง ข้างบนเขียนการเปิดใช้งานอาคารใหม่หลากหลายแบบอ
มีนางเป็นตัวอย่าง ทุกคนล้มเลิกความคิดแล้ว แต่ละคนกัดฟันเดินไปข้างหน้าเดินออกมาอีกราวห้าลี้ กู้หว่านเยว่เห็นนางหยางเหนื่อยจนคล้ายลาแก่ ต้องการขยับขึ้นไปช่วย แต่กลับถูกนางปฏิเสธ “หว่านเยว่ เจ้า เจ้าเหนื่อย ข้าเข็น...”“ใช่แล้วพี่สะใภ้ใหญ่ ท่านเพิ่งแต่งเข้ามาก็ต้องถูกเนรเทศไปกับพวกเรา จะยังให้ท่านลำบากอีกได้เยี่ยงไร” ซูจื่อชิงรู้ความ เรียกซูจิ่นเอ๋อร์น้องสาวมาช่วยเข็นด้วยกันใครรู้ซูจิ่นเอ๋อร์ตัวเล็กแต่อารมณ์ร้าย ใบหน้าเปี่ยมอารมณ์ไม่พอใจ “ข้าเหนื่อยจะตายแล้ว เข็นไม่ไหว ก็ควรให้กู้หว่านเยว่เข็น ใครให้นางเป็นดาวหายนะทำให้พวกเราต้องถูกเนรเทศกันเล่า”“น้องหญิง เจ้าพูดส่งเดชอันใด เรื่องนี้ตำหนิพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ได้”ซูจื่อชิงโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว เหตุใดน้องหญิงคิดเห็นเฉกเดียวกันกับบ้านเหล่านั้นได้เล่า?สีหน้าซูจิ่นเอ๋อร์กลับเปลี่ยนไปแล้ว รู้สึกเกลียดกู้หว่านเยว่เพิ่มมากขึ้นอีกหนึ่งส่วนอยู่ภายในใจกู้หว่านเยว่คร้านจะตามใจอารมณ์ของคุณหนูใหญ่ “เจ้าเองก็รู้ว่าพี่ใหญ่ของเจ้าเอ็นดูเจ้าที่สุด บัดนี้เขาหมดสติยังไม่ฟื้น ปรากฏว่าแม้แต่เข็นเกวียนของเขาสักเล็กน้อยเจ้าก็ไม่ยินดี ช่างเอ็นดูอย่างเสียเปล่า
เขาทำลายทุกอย่างของข้า ยังบังคับให้ข้าเข้าวัง บังคับขืนใจข้า”หนานหลีม่านเอ่ยถึงเรื่องในอดีต ใบหน้างดงามเปี่ยมความแค้นเคือง“ข้าไม่มีวันลืมทั้งหมดที่เขาทำกับสกุลหนานหลี”จู่ๆ นางก็หันมองทางซูจิ่งสิง“เจิ้นเป่ยอ๋อง ท่านทุกข์ใจมากใช่หรือไม่?เมื่อแรกท่านถูกยึดทรัพย์เนรเทศ จะต้องทุกข์ใจมากแน่ ใช่หรือไม่?”นางพูดพึมพำ“แต่ข้าทุกข์ใจยิ่งกว่าท่าน ข้าไม่ได้ทำอันใด ก็แค่เกิดมามีรูปโฉมเช่นนี้จวนหนานหลีอ๋องของข้า ทั้งหมดหลายร้อยชีวิตสกุลหนานหลีของข้า ถูกทำลายทั้งตระกูล เหลือเพียงข้าผู้เดียว”กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงสบตากันแวบหนึ่ง ปีนั้นฮ่องเต้ชั่วทำเรื่องนี้แล้วก็เริ่มหาทางปิดปากทุกคนวันนี้ได้ยินหนานหลีม่านพูดออกมา ทั้งคู่ยังรู้สึกตกใจเพื่อสตรีคนหนึ่งก็สามารถทำเรื่องฆ่าล้างตระกูลได้ฮ่องเต้ชั่วช่างโหดเหี้ยมอำมหิตโดยแท้กู้หว่านเยว่ลอบสอดเรื่องชาวบ้านหนานหลีม่านคนนี้งดงามจริง รูปโฉมงดงามเป็นอันดับหนึ่งทว่า เพราะวาสนาได้พบหน้ากันเพียงครั้งเดียว มู่หรงถิงก็สามารถทำเรื่องบ้าคลั่งเช่นนี้ออกมาได้หรือ?“เจ้าและมู่หรงถิงมีวาสนาได้พบหน้ากันเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหรือ?”“ย่อมเป็นเ
ดวงตากู้หว่านเยว่ทอประกายระยับ จู่ๆ ก็เอ่ยปากออกมา“วิธีใด?”ซูจิ่งสิงเอ่ยถามเสียงเครียด เขาเห็นว่ามู่หรงถิงเป็นคนดื้อรั้น“ตอนนี้ยังไม่รีบ ต้องรอคนผู้หนึ่งกลับมาเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่หันมองฉู่เฟิง“เจ้าเฝ้าฮ่องเต้ดีๆ อย่าให้เขาหนีไปได้ อีกทั้งอย่าให้เขาฆ่าตัวตายเป็นอันขาด”ทว่า อิงตามความเข้าใจของกู้หว่านเยว่ที่มีต่อฮ่องเต้ชั่ว เขาเป็นคนรักชีวิตคนหนึ่ง ไม่มีวันทำเรื่องฆ่าตัวตายทำนองนี้“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”ฉู่เฟิงรีบเข้าไปในห้อง เฝ้ามู่หรงถิงอย่างใกล้ชิด“พวกเราไปกินข้าวก่อนเถอะเจ้าค่ะ”กู้หว่านเยว่พาซูจิ่งสิงกลับห้อง ทั้งคู่เหนื่อยมาหนึ่งวันหนึ่งคืน ไม่ได้นอนหลับพักผ่อน อีกทั้งยังไม่ได้กินข้าวแม้แต่มื้อเดียวนางสั่งให้ห้องครัวยกโจ๊กข้าวฟ่างเข้ามาสองถ้วยซูจิ่งสิงไม่อยากอาหารกินสองคำก็วางถ้วยลงแล้ว“น้องหญิงเจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปพักผ่อนก่อนเถอะ งานที่เหลือมอบให้ข้าจัดการก็พอ”“ไม่ได้ ข้าต้องอยู่เป็นเพื่อนท่าน”เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอดีตรัชทายาท นางกังวลซูจิ่งสิงจะวู่วามนางกินโจ๊กข้าวฟ่างทีละคำๆ ตอนวางถ้วยลง เกาเจี้ยนก็กลับมาจากภายนอกแล้ว“กลับมาเร็วถึงเพียงนี้ จ
“โจวเหล่า ท่านรีบนั่งเถอะ”ประคองโจวเหล่าไปนั่งดีแล้ว เขาถึงเอ่ยถาม “ท่านไม่อยู่ที่เจดีย์หนิงกู่ เหตุใดมาที่นี่เล่า?”“ท่านอ๋อง”โจวเหล่าจับแขนของซูจิ่งสิงเพื่อให้เขานั่งลงข้างกัน เปล่งเสียงชรา“ท่านอ๋อง วันที่ฮ่องเต้ต้องการยกทัพด้วยตนเอง ข้าก็เดินทางมาจากเจดีย์หนิงกู่ในวันนั้นข้าเดาว่าท่านจะต้องสามารถจับฮ่องเต้ได้แน่ท่านยังจำได้หรือไม่ ข้าเคยกำชับท่าน อย่าฆ่าฮ่องเต้เป็นอันขาดจะต้อง จะต้องทำเรื่องบางอย่างให้ชัดเจน”ซูจิ่งสิงหยั่งเดาบางอย่างได้“สาเหตุการตายของอดีตรัชทายาทและพระชายารัชทายาท จะต้องให้ฮ่องเต้ยืนยันเรื่องนี้”พูดตามสัตย์จริงมู่หรงถิงคนพรรค์นั้น เขาเป็นฮ่องเต้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตฮ่องเต้อย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม เว้นเสียแต่สืบหาสาเหตุการตายของอดีตรัชทายาทให้กระจ่าง ซูจิ่งสิงถึงจะสืบทอดบัลลังก์ได้อย่างไร้มลทิน“ท่านข้าล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ การตายของท่านพ่อท่านแม่หนีไม่พ้นฮ่องเต้ชั่ว”ซูจิ่งสิงหรี่ตาทั้งสองข้างลง“แต่จะให้เขาเอ่ยปากยอมรับ น่ากลัวว่าเป็นไปไม่ได้”ตราบใดที่มู่หรงถิงไม่ได้เสียสติ เขาก็ไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้โจวเหล่าพูดเสียงเครียด “ไม่เพ
“ไป”ใบหน้าซูจิ่งสิงประดับยิ้ม นำกองทัพไปรวมตัวกับกู้หว่านเยว่“ซูจิ่งสิง เจ้ากบฏ เจ้าขวัญกล้าจับเรา คนรุ่นหลังจะวิจารณ์เจ้าเยี่ยงไร!”มู่หรงถิงสบถด่าตลอดทางไม่หยุด“เราได้รับสืบทอดบัลลังก์จากอดีตฮ่องเต้อย่างถูกต้องตามครรลองครองธรรม”“เจ้ายกทัพก่อกบฏ เจ้าทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง!”เขาด่าว่ายกใหญ่ ด่าได้หยาบคายเพียงใดก็ด่าเพียงนั้นกู้หว่านเยว่แคะหู มอบให้เขาหนึ่งหมัด “หุบปากสุนัขของท่านเสีย ยังกล้าพูดอีก ข้าจะตัดลิ้นท่าน!”มู่หรงถิงถูกต่อยจนฟันหลุดหนึ่งซี่ คนงุนงงไปสุดท้ายก็เป็นความน่ากลัวของกู้หว่านเยว่ใช้ได้ผล เขาไม่กล้าพูดอีกตามคาด“ฉวยโอกาสตอนได้รับชัยชนะ บุกโจมตีด่านหานกู่!”ภายในด่านหานกู่ หนานหลีม่านเพิ่งตื่น นางที่ได้รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์คล้ายถูกอัสนียบาตร“เก็บเด็กคนนี้ไว้ไม่ได้”หนานหลีม่านยื่นมือออกไปหมายจะทุบครรภ์ของตนนางกำนัลเสี่ยวเหอตกใจรีบห้ามนางไว้“คุณหนู ท่านจะทำร้ายตนเองไม่ได้นะเจ้าคะ”เดิมทีสุขภาพของคุณหนูก็ไม่ดีอยู่แล้ว ฝืนทำให้แท้งเช่นนี้จะต้องส่งผลเสียต่อร่างกายแน่“เจ้าอย่าห้ามข้า!”หนานหลี่ม่านตอบสนองอย่างรุนแรง“ต่อให้ตาย ข้าก็ไม่ต้องการเด็กคน
“ทุกคนในสกุลโจวล้วนเป็นขุนนางซื่อสัตย์ พวกเขาไม่มีวันยอมจำนน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็จับเป็นเขาเถอะ จำไว้ให้ดีอย่าทำร้ายแม่ทัพน้อยโจว”ขุนนางซื่อสัตย์เช่นนี้ นางไม่อยากเด็ดขาดเกินไปนัก“บ่าวเข้าใจแล้ว”ชิงเหลียนพูดหนึ่งประโยค ตอนนี้กองทัพเจดีย์หนิงกู่ทางฝั่งนี้ล้วนเคลื่อนไหวทั้งหมดแล้ว ภายในมือพวกเขาถือธนูและหน้าไม้ผู้อยู่ใต้อาณัติโจวเสี้ยนไม่ใช่คู่ต่อสู้ตั้งแต่แรก ผ่านไปเพียงครู่เดียวก็พ่ายแพ้ราบคาบมู่หรงถิงกวาดตามองรอบด้าน หาโอกาสหนีอยู่ตลอดกู้หว่านเยว่ย่อมไม่เปิดโอกาสให้เขาหนีไปได้ เห็นว่าทั้งสองฝ่ายใกล้ปะทะกันเต็มที นางเหินบินขึ้นไป“ฝ่าบาทระวัง”โจวเสี้ยนตะโกนดังลั่น ลองยับยั้งกู้หว่านเยว่กู้หว่านเยว่ยกเท้าขึ้นเตะโจวเสี้ยนออกไป ขณะเดียวกันองครักษ์จันทราทางด้านหลังก็ไล่ตามมาจับโจวเสี้ยนไว้“บังอาจ!”มู่หรงถิงฝืนรักษาศักดิ์ศรี ตะเบ็งเสียงใส่กู้หว่านเยว่“เราเป็นโอรสสวรรค์ เป็นฮ่องเต้ต้าฉี เจ้าถึงขั้นขวัญกล้าไล่ต้อนเราถึงเพียงนี้”กู้หว่านเยว่หัวเราะดูเบา“บัดนี้ท่านเป็นฮ่องเต้ต้าฉีจริง แต่ฮ่องเต้ท่านคนนี้หมดวาระแล้ว ภายภาคหน้าให้คนอื่นมาเป็นแทนเถอะ”นางลงพื้นอย่างไร้เ
กู้หว่านเยว่หัวเราะ เสียงเสนาะใสดังกังวาน “ชายาเจิ้นเป่ยอ๋อง”“อะไรนะ?”สีหน้าคนตรงหน้าเปลี่ยนไป“เจ้าคือชายาเจิ้นเป่ยอ๋อง”โจวเสี้ยนลอบตกตะลึงภายในใจมองผ่านท่าทางของกู้หว่านเยว่แล้ว คล้ายรู้ว่าพวกเขาจะหนีมาทางนี้จึงพาคนมาขวางไว้ที่นี่ตั้งแต่แรก“กู้หว่านเยว่”สีหน้ามู่หรงถิงเองก็ไม่สบอารมณ์อย่างมาก“ที่แท้เจ้าก็คือกู้หว่านเยว่!”แม้พูดว่างานแต่งของกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงเป็นเขาที่ประทานเองกับมือ ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยพบกู้หว่านเยว่ตัวจริงมาก่อน นี่เป็นการพบกันครั้งแรกครั้งนี้พบหน้าถึงรู้ว่าเป็นสตรียอดเยี่ยมถึงเพียงนี้เขานึกเสียใจภายหลังแล้ว“ใช่แล้ว ข้าก็คือกู้หว่านเยว่ยังต้องขอบคุณฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้ในตอนนั้นหาไม่แล้ว ข้าคงหาสามีหล่อเหลาเก่งกาจถึงเพียงนี้ไม่พบ”กู้หว่านเยว่พูดยั่วโมโหแทงใจดำคนมู่หรงถิงถูกทำให้โมโหไม่ผิดไปดังคาด ถึงขั้นไอออกมาสองครั้ง ชี้นิ้วไปทางนาง“เจ้า เจ้าถึงขั้นขวัญกล้าช่วยซูจิ่งสิงก่อกบฏ เจ้ารู้หรือไม่ ชีวิตของจวนกู้โหวอยู่ในมือของเราหากเจ้ายังหลงผิด เราสามารถฆ่าพวกเขาได้ทุกเมื่อ ภายในนั้นรวมถึงพ่อของเจ้าด้วย”กู้หว่านเยว่หัวเร
“อืออือ!” แม่ทัพโจวถูกทำให้โมโหจนหมดสติไปแล้วเกาเจี้ยนตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพโจวถูกจับแล้ว ทุกคนจงวางดาบกระบี่ในมือลง ผู้ยอมจำนนไม่ถูกฆ่าหากยังมีผู้ขัดขืน ฆ่าได้ไม่ละเว้น!”“ผู้ยอมจำนนไม่ถูกฆ่า ผู้ยอมจำนนไม่ถูกฆ่า!”ทหารที่อยู่ข้างหน้าร้องตะโกนกองทัพหลวงต่างหันหน้ามองกัน พวกเขาไม่ใช่คนโง่ สถานการณ์ในคืนนี้ชัดเจนแล้วหากยังดึงดันต่อไป พวกเขามีแต่ต้องตายสถานเดียวราชสำนัก พ่ายแพ้แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฮ่องเต้ยังทอดทิ้งพวกเขาและหนีไป“ยอมจำนนเถอะ” มีคนตะโกนเสียงแผ่วเบาหนึ่งประโยค ก้าวขึ้นมาวางอาวุธในมือลงก่อนมีคนนำ คนที่เหลือย่อมวางอาวุธลงตามกัน“อย่าฆ่าพวกเราเลย พวกเรายอมจำนนแล้ว”กองทัพหลวงต่างวางอาวุธในมือลงแล้ว กอดศีรษะหมอบลงบนพื้นคนยอมจำนนมีมากกว่าคนต่อต้านพวกคนที่ต่อต้านล้วนถูกกำจัดไปแล้ว“เก็บอาวุธทหารในมือทหารเหล่านี้ ให้พวกเขากอดหัวไว้ หมอบอยู่รวมกัน รอฟังคำสั่ง”เกาเจี้ยนออกคำสั่งหนึ่งประโยค“ขอรับ” กองทัพเจดีย์หนิงกู่รีบสั่งให้คนเข้าไปล้อมไว้แล้ว“ท่านอ๋อง” เกาเจี้ยนและพวกหลิวชวี่ขี่ม้ามาหยุดข้างกายซูจิ่งสิง “ฮ่องเต้ชั่วหนีไปแล้วขอรับ”พูดถึงเรื่องนี้ สายตาท
“เร็ว คบเพลิง!” ลางสังหรณ์ภายในใจของเขาทำให้รู้สึกไม่ชอบมาพากลอย่างรุนแรงแม่ทัพโจวรีบยื่นคบเพลิงให้ “ฝ่าบาท”มู่หรงถิงส่องคบเพลิงลงใต้หุบเขา“พวกเจ้าจงโยนคบเพลิงลงไปข้างล่าง”เขาแทบจะร้องตะโกนออกมา ทหารแถวหน้าที่ถือคบเพลิงได้ยินแล้ว ต่างก็โยนคบเพลิงลงไปในหุบเขายังไม่ได้ยินเสียงของคน แต่เปลวเพลิงถูกจุดขึ้นใต้หุบเขาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางแสงไฟ มู่หรงถิงชะเง้อคอมอง เขาเห็นอย่างชัดเจนแล้ว ใต้หน้าผากำลังเผาไหม้หุ่นไล่กาหุ่นไล่กาแต่ละตัวล้วนถูกมัดไว้บนหลังม้า ไม่ใช่คนจริงๆ พวกเขาถูกหลอกแล้ว!เช่นนั้นคนจริงๆ ไปอยู่ที่ใดแล้ว?แผ่นหลังมู่หรงถิงมีเหงื่อเย็นผุด จู่ๆ ทหารสายตาแหลมคมก็ร้องตะโกนทีหนึ่ง“ที่ตีนเขามีทหารขี่ม้าบุกมาแล้ว!”“สวรรค์ พวกเราถูกล้อมไว้แล้ว!”เสียงกีบเท้าม้าดังสนั่นไปทั่วทุกหนแห่งได้ยินเสียงน่ารำคาญของเจ้าคนตัวโตเกาเจี้ยนดังขึ้น “ยอมจำนนไม่ฆ่า ยอมจำนนไม่ฆ่า!”“ฝ่าบาท” แม่ทัพโจวใจสั่น “พวกเราถูกล้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เห็นได้ชัดว่าพวกเขาติดกับแล้วเดิมทีพวกเขาอยากวางกับดักฝังซูจิ่งสิงที่นี่ แต่สถานการณ์ในตอนนี้คือซูจิ่งสิงมองแผนการของพวกเขาออกตั้งแต่แรกแล้ว ถึงขั
หลิวชวี่มาหยุดข้างกายซูจิ่งสิง “ท่านอ๋อง พวกเขาคิดหนี”บัดนี้เขานับว่าเชื่อแล้ว การกระทำของคนกลุ่มนี้เหมือนในจดหมายฉบับนั้นทุกกระเบียดนิ้ว เตรียมล่อพวกเขาไปยังหุบเขา“พวกเขาหนีไปทางหุบเขาฝั่งโน้น”“ทำตามแผนเดิมที่วางไว้”ซูจิ่งสิงมองทิศทางที่กองทัพหลวงหนีไป ออกคำสั่งเสียงเย็นชาหนึ่งประโยค“ขอรับ”หลิวชวี่และเกาเจี้ยนรีบนำกำลังพลไล่ตามไป“ฝ่าบาท พวกเขาไล่ตามมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”แม่ทัพโจวพูดอย่างดีใจ คนกลุ่มนี้ติดกับไม่ผิดไปดังคาด ขอเพียงเข้าหุบเขา ก็คือวันตายของพวกเขา“ดี รีบหนีเร็วเข้า”มู่หรงถิงเปล่งเสียงเครียด จับเชือกเอาไว้แน่น นำกองทัพใหญ่เข้าหุบเขาขณะเดียวกันดวงตะวันกำลังลับฟ้า สีท้องฟ้าใกล้มืดเต็มทีสองฟากฝั่งของหุบเขาล้วนเป็นหน้าผาสูงชัน แสงสว่างแย่มากหลังกองทัพใหญ่เข้าไปแล้ว แม้ว่าไม่ถึงขั้นยื่นมือออกมามองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า แต่ในขณะเดียวกันก็ยากจะแยกแยะรูปร่างของคนได้“ออกคำสั่งผู้อยู่ใต้อาณัติให้จุดคบเพลิง อย่าปล่อยให้พวกเขาพลัดหายไป”มู่หรงถิงออกคำสั่งหนึ่งประโยคลูกกำพร้าของอดีตรัชทายาทแล้วอย่างไรเล่า?ปีนั้นแม้แต่ตัวอดีตรัชทายาทเองก็ตายในเงื้อมมือของเขา วันนี