ลิบินเดินหนีฉันขึ้นห้องแล้วยังมีหน้าทิ้งให้ฉันถือกระเป๋าของเขาอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเดินหล่อไปอย่างเดียวเลยค่ะ พอถึงหน้าห้องเขาก็กระชากกระเป๋าตัวเองไปถือเฉยเลยให้ฉันถือมาได้ตั้งนานเอาไปถือตอนนี้จะทำให้ดูเป็นคนดีหรือยังไงกัน? ยังดีนะที่เรามาทันคาบแรกไม่งั้นเขาได้โวยฉันอีกเป็นรอบที่สองแน่นึกไม่ออกเลยว่าจะโดนโวยวายใส่หนักขนาดไหน
ฉันเดินตามเข้าไปนั่งข้างลิบินตามปกติแวบหนึ่งเขาแอบชำเลืองตามองฉันนิดหน่อยก่อนจะลุกออกไปนั่งข้างเฟร์ส เพื่อนสนิทของเขาที่นั่งโต๊ะถัดไปทำไมเขาชอบทำเหมือนฉันเป็นคนผิดอยู่เรื่อยเลย ฉันเองน่ะยอมรับว่าตัวเองเป็นคนเอาแต่ใจ...แต่เชื่อเถอะความเอาแต่ใจของฉันยังไม่ได้ครึ่งของลิบินเลยด้วยซ้ำ ทั้งเอาแต่ใจและเผด็จการ!
“ชิ ไปเลย”
“ฉันไปอยู่แล้ว”
“เหอะ! คิดว่าจะง้อหรือไง” ลิบินที่ย้ายไปนั่งของเฟร์สทำให้พอร์สเพื่อนร่วมห้องต้องมานั่งข้างฉันแทน เอาสิตัวเองผิดยังจะมาโทษคนอื่นอีกจะงอนไปได้นานเท่าไหร่เพราะยังไงเขาก็ยังต้องพึ่งพาฉันอยู่ดี
“นี่เป็นอะไรกันอีกเนี่ย” เฟร์สที่เห็นสีหน้าลิบินแปลกไปเลยลุกเดินมาถามถึงสาเหตุที่ลิบินหงุดหงิด เขาคงกลัวว่าจะโดนอีตาลิบินโวยวายใส่น่ะสิ เวลาเขาโมโหใครๆ ก็ไม่อยากเข้าใกล้ฉันเองก็ด้วย ถึงส่วนใหญ่ฉันจะเป็นคนทำให้เขาโมโหอ่านะ^^
“อ่อ เปล่าหรอกลิบิน แค่หงุดหงิดที่ฉันชักช้าทำให้เขาเกือบเข้าคาบแรกไม่ทันน่ะ”
“ฮ่าๆ มันหงุดหงิดเหมือนเด็กเลยวะ แล้ววันนี้แม่เธอไปต่างประเทศนิเห็นมันพูดว่าจะไปนานมาพักบ้านฉันมะ แม่ฉันก็ไม่อยู่นะ*_*”
“อย่ามาทำเจ้าชู้กับฉันนะเฟร์ส=_=”
“เธออยู่บ้านก็ไม่มีอะไรดีหรอกน่า ลิบินมันก็อยู่แบบส่วนตัวอยู่แล้วฉันเนี่ยเหงาๆ”
“เฟร์ส ตลกเหรอ...”
“...ทำไมต้องทำหน้าดุด้วยT_Tเธอนี่รู้ทันตลอด” เขานี่เจ้าชู้ได้กับทุกคนเลยจริงๆ ขนาดฉันเป็นเพื่อนยังไม่คิดจะเว้นเลยช่างเป็นผู้ชายที่น่ากลัวจริงๆ
ถ้าขืนฉันตกลงไปเขาอาจจะทำมิดีมิร้ายฉันได้ถึงจะสนิทกันแต่ฉันก็ไม่มีทางไว้ใจหรอก!
“เลิกเล่นกันได้ละ...”
“หายงอนคะน้าแล้วเหรอคุณชาย”
“พูดอะไรบ้าๆ พอร์สออกไปได้ละฉันจะนั่งแกก็ไปนั่งที่เตรียมเรียนได้แล้วเฟร์ส”
"ครับ คุณชายลิบิน”
เฟสร์ทิ้งท้ายทำเอาฉันหัวเราะเลยเขาเนี่ยนะ ชอบข่มจริงๆ สุดท้ายลิบินย้ายกลับมานั่งที่เดิมสงสัยรู้ว่าฉันนินทาเขาอยู่แน่ๆ
“เธอก็เงียบๆ แล้วเลิกมองหน้าฉันได้แล้ว”
“ยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“ตอนเที่ยงกินข้าวเสร็จเอาเสื้อไปให้ฉันเปลี่ยนที่โรงยิมด้วย”
“ทำไมล่ะ ไหนนายบอกว่าช่วงนี้นายเบื่อกีฬาแล้วทำไม..”
“วันนี้ฉันมีแข่งบาสสนุกๆ กับพวกห้องบี”
“อะไรนะ?”
“ฉันจะพูดแค่รอบเดียว” ฉันได้ยินที่เขาพูดนะแต่แค่อยากจะให้เขาพูดอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าฉันฟังไม่ผิดเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคงจะเกิดเรื่องแน่
เราอยู่ห้องเอคณะบริหาร...คณะนี้มีอยู่สามห้องแต่ละห้องมีนักเรียนไม่เกินยี่สิบห้าคนเพราะที่นี่เป็นมหาลัยเอกชนเลยแบ่งเป็นห้องเพื่อความทั่วถึง และเป็นที่รู้กันว่าห้องเอและห้องบีมักจะมีเรื่องกันบ่อยๆ จนต้องอยู่คนละตึก
แต่พวกเขาก็ยังคอยจะหาเรื่องกันอยู่ตลอดแล้วนี่ยังจะไปแข่งบาสด้วยกันอีก อยากจะบ้ามันต้องมีเลือดตกยางออกแน่นอนยิ่งลิบินเป็นคนใจร้อนจนเป็นนิสัยด้วยแล้วละก็ ต้องมีสักคนที่ได้เจ็บตัวแน่คะน้าฟันธง!
เที่ยงตรงนักเรียนหลายสิบคนมารวมตัวกันที่สนามบาสอย่างไม่ได้นัดหมายเรื่องคงเป็นข่าวออกไปแบบปากต่อปาก ฉันละเหนื่อยใจจริงๆ ดูเหมือนฝั่งนั้นจะเตรียมตัวกันมาอย่างดีพวกนั้นมองมาที่ฉันนิดหน่อยแล้วกระซิบกันอย่างสนุกปากคงรู้สินะว่าฉันเป็นเพื่อนลิบินขี้นินทากันชะมัดนิสัยไม่ดีเลยเจ้าพวกบ้า
“ช้านะ...” พอฉันเข้าไปถึงห้องแต่งตัวลิบินก็ดึงเสื้อจากมือฉันไปใส่อย่างอารมณ์ดีนี่เขาอารมณ์ดีทั้งที่ฉันกังวลจนจะเป็นบ้าแล้วเนี่ยนะ
“รีบสุดๆ ละค่ะ”
“เหอะ!”
"ลิบิน นายไปรับคำท้าพวกนั้นทำไมนายก็รู้ว่ามันต้องมีเรื่อง”
“อย่ายุ่งสักเรื่องจะได้ไหม =_=”
“ไม่! นายก็ยกเลิกก่อนสิแล้วฉันจะไม่ยุ่ง”
“อย่ามาสั่งฉันนะ”
“นายนี่มัน...”
“ทำตามที่ฉันบอกก็พอ” เขาก็เป็นแบบนี้ตลอดเวลา ดื้อเงียบ!
"พูดอะไรไม่เคยจะฟังกันบ้างเลย”
ฉันบ่นขณะยืนหันหลังให้ลิบินที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องแต่งตัวในโรงยิม ฉันละหงุดหงิดจริงๆ เวลาที่ลิบินชอบคิดจะเอาชนะจนมันกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปแล้ว ไม่ว่าใครมาท้านิดท้าหน่อยก็จะต้องรับคำท้าไปหมด
ถึงเขาจะชนะเสมอก็เถอะ แต่พวกนั้นมันลอบกัดเขาเองก็รู้ฉันไม่อยากจะเหมารวมนะแต่ผู้ชายห้องนั้นไม่ถูกกับห้องฉันทุกคน! แล้วคนที่ถูกจ้องที่สุดจากพวกนั้นคือลิบิน!
“เธอจะกังวลอะไรเธอไม่ได้เจ็บตัวสักหน่อย”
“อย่าพูดเป็นเล่นได้ไหม นายเป็นอะไรขึ้นมาฉันก็ต้องโดนด่า”
"งั้นฉันจะเป็นเยอะๆ เธอจะได้โดนด่า แล้วหายไปจากชีวิตฉันสักทียัยคนใช้”
ลิบินโยนเสื้อมาคลุมหัวฉันแล้วเดินหนีออกไป
“เอาที่สบายใจแล้วกันลิบิน”
ตั้งใจทำแบบนี้เพื่อให้ฉันหายไปจากชีวิตงั้นเหรอ ฝันไปเถอะลิบินฉันจะตามจิกตามด่าตามห้ามนายอย่างนี้ตลอดชีวิตเลยค่อยดูสิ! อย่าหวังจะแกะคะน้าคนนี้ออกได้เลย
“อย่าหวังว่าฉันจะไปง่ายๆ”
ฉันวิ่งไปกระซิบข้างๆ ตัวลิบิน
“...เหอะ”
“ชิ ฉันจะตามนายอยู่แบบนี้ตลอดไป”
“น่ารำคาญ”
“แบร่ๆ :P”
“=-=;;
” ฉันเดินออกมาข้างสนามพร้อมน้ำหนึ่งขวดและผ้าเย็นของลิบินการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดเสียงเชียร์จากผู้ชมดังกระหึ่มไปทั่วโรงยิมด้วยความตื่นเต้น ฉันแอบคิดว่าฉันเป็นเหมือนผู้จัดการส่วนตัวเขาเหมือนกันนะต้องอยู่ใกล้เขาตลอดเวลาเพื่อโดนใช้งาน=-=
บางทีฉันเองก็อยากมีแฟนอยากมีเพื่อนผู้หญิงไว้เม้ากันบ้างไปเที่ยวตอนเลิกเรียนอะไรแบบนั้น แต่สำหรับแฟนฉันว่าคงยากเพราะแทบทุกคนคิดว่าลิบิน
เป็นแฟนฉันซึ่ง มัน ไม่มี ทาง! เป็นอย่างนั้นแน่นอน คนอย่างเขาน่ะเหรอจะสนใจยัยคนใช้อย่างฉันตลกสิ้นดีอีกอย่างฉันเองก็ไม่ได้ชอบเขาด้วย เรื่องนั้นเลิกคิดไปได้เลย
“เฮ้ย!อย่าเล่นขี้โกงดิ!” เสียงลิบินแทรกขึ้นมาเรียกสติฉันให้หันไปมองภาพที่เห็นคือลิบินนั่งอยู่ที่พื้นชี้หน้าผู้ชายตัวสูงที่ยืนกอดลูกบาสหัวเราะเขาอยู่
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” ฉันรีบวิ่งลงไปในสนามเพื่อดูอาการลิบิน
เขาลุกขึ้นยืนได้แล้วแต่ดูเหมือนขาของเขาจะได้รับบาดเจ็บสีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนมันแดงขึ้นจนเห็นได้ชัดด้วยความโมโห เขากำลังแผ่รังสีอำมหิตใส่พวกนั้น
แบบนี้...แสดงว่าเขาโมโหจนเกินการควบคุมไปแล้วน่ะสิถึงพวกนั้นจะไม่ได้สนใจแถมหัวเราะอย่างสนุก แต่หารู้ไม่ลิบินเขากำลังกลายเป็นปีศาจ!!
“มีเรื่องจนได้สินะ!” เฟร์สเดินผ่านฉันเข้าไปจับตัวลิบินไว้เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเดินเข้าไปหาเรื่องอีกฝ่ายแต่พวกนั้นน่ะน่าหมั่นไส้จริงๆ นะ
“ต่อยมันไปเลยลิบิน” โอ! ไม่ใช่สิอะไรเนี่ยฉันตะโกนออกนั้นทำไมเนี่ยฉันต้องลงไปห้ามเขาสิถึงจะถูกต้อง ใช่! ฉันต้องลงไปห้ามเขา
“อะไรใครว่าฉันขี้โกงฉันเปล่านะ นายไม่ระวังเองต่างหากชนฉันแล้วกระเด็นลงพื้นไปเอง”
“เฮ้อ...พวกแกนี่มันก็เหมือนกับทุกครั้งพอรู้ว่าจะแพ้ก็หาวิธีโกงแบบต่ำๆ มาใช้... แปะๆ ขอตบมือให้เลย^_^/”
“นิแก!”
“อย่านะ!"ลิบินยั่วโมโหอีกฝ่ายด้วยคำพูดที่เหมือนจะธรรมดา แต่แฝงไปด้วยคำด่าทำเอาฝ่ายตรงข้ามโมโหตั้งท่าจะเดินเข้ามาจะต่อยเขา ณ เวลานั้นไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันลงทุนเอาตัวเองเข้าไปบังตัวลิบินก่อนที่ตาบ้านั้นจะต่อยเขาได้
พึกก! ฉันรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกที่กระทบลงมาบนหน้ามันเจ็บจนรู้สึกร้าวไปทั้งหน้าลิบินตกใจอยู่ชั่วหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วจับหน้าฉันหันไปให้เขาดูรอยนั้นชัดๆ เขาสบถอะไรสักอย่างแล้วตรงเข้าไปต่อยตานั้นจนล้มลงนอนกับพื้น ก่อนที่ตัวเขาจะตามลงไปต่อยเข้าที่หน้าผู้ชายคนนั้นอีกหลายครั้ง ไม่นะเขาจะมีเรื่องไม่ได้ถ้าเขาเกิดมีเรื่องขึ้น
มา แม่ของเขาจะต้องไม่สบายใจแน่ๆ ฉันต้อง... ฉันต้อง... ฉัน...
“ทุกคนหยุด!!!”
นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้ยิน เฮือก...เป็นลม....
พริบ พริบนิฉันเป็นลมไปเหรอเนี่ย จำได้แค่ล่าสุดฉันจะไปตามอาจารย์มาห้ามพวกเขาแล้วก็...จำอะไรไม่ได้เลย แล้วลิบินละ!ฉันเห็นเขากำลังเข้าไปต่อยพวกนั้นนิแล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนในห้องนี้ก็ไม่มีแล้ว นี่ใครนอนอยู่เตียงข้างฉันเนี่ย...หรือว่าพวกนั้นO_o ต้องใช่แน่ๆ เป็นตาบ้านั้นแน่คงโดนลิบินต่อยจนน่วมเลยมานอนอยู่ที่นี่ตอนนี้ถึงตาฉันแก้แค้นบางแล้ว!!!“หน่อยไอ้บ้า! แกเป็นใครถึงกล้ามาต่อยฉันเนี่ย!! นี่แนะฉันจะตีนายให้ตายไปเลย!”“โอ๊ยๆ เดี๋ยวๆ!” ฉันได้ทีระดมตีเข้าไปที่แขนของคนตรงหน้าจนเจ้าตัวตกใจลุกขึ้นรวบแขนทั้งสองข้างฉันไว้ก่อนจะดึงเข้าหาตัวอย่างแรง ทำให้ฉันเสไปทับตัวเขาจนเจ้าตัวร้องโอ๊ย! เดี๋ยวนะ!พอฉันมองหน้าเขาดีๆ นี่มันไม่ใช่คนที่ต่อยฉันนิแล้วเขาคือใครทำไมตัวเขามีแผลที่มุมปากแถมหน้าผากแตกอีก“นายเป็นใคร?”“ฉันเป็นคนที่ช่วยเธอออกมาไง”“โกหก! นายต้องเป็นพวกนั้นแน่!”“ฉันไม่ใช่…”“แน่ใจ?”“ครับผม”“จริงเหรอ?” ฉันถามอย่างไม่ค่อยเชื่อนักเขาอาจจะกำลังโกหกฉันอยู่ก็ได้“หลังจากเธอโดนต่อยนายลิบินกับพวกก็เข้าไปทำร้ายพวกห้องบีจนไม่มีใครเห็นว่าเธอเป็นลม ฉันเดินผ่านมาพอดีเลยเข้าไปช่วยเธอแต่ดันโดนลูกหลงนี่ไง”
ตื๊ด ตื๊ด “หืม..” “เช้าแบบนี้มีใครโทรมานะ” 095-xxxxxxx เบอร์ใครกันไม่คุ้นเลยเบอร์ใหม่ลิบินเหรอ...ไม่น่านะก็เขาอยู่ในห้องนิจะโทรหาฉันไปทำไมอีกอย่างถ้าหมอนั้นเปลี่ยนเขาก็ต้องบอกฉันก่อนสิ หรือว่าจะเป็นยูร์ ใช่แน่ๆ นอกจากลิบินกับเฟร์สแล้วฉันก็ไม่คิดว่าจะมีใครโทรหาฉันนอกจากยูร์แล้วละ =-= ฉันนี่มันไร้เพื่อนจริงๆ Y_Y ว่าแต่เขาโทรมาทำไมกันคิดว่าเขาจะโทรมาเฉพาะตอนอยู่ในโรงเรียนซะอีก “สวัสดีค่ะ” (ฉันยูร์นะ ทำอะไรอยู่เหรอคะน้า) “ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าเป็นนายยูร์ ฉันกำลังจัดโต๊ะน่ะ” (อ่อ ฉันกวนเธอหรือเปล่า...คือพอดีอยากชวนเธอไปเดินเล่นรับแอร์เย็นๆ ในห้างหน่อยน่ะ) “ได้สิ เหงาสินะ” (จะว่างั้นก็ไม่ผิดนะ) “ว่าแต่...แผลนายดีขึ้นหรือยัง” ฉันแอบรู้สึกผิดเลย เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันทั้งที่เขาจะไม่เข้ามาช่วยก็ได้แต่เขากลับเลือกที่ช่วยฉัน ซึ้งใจที่สุดในสามสี่ห้าโลกเลยนายเป็นคนดีจริงๆ T_T (ที่เธอเป็นต้นเหตุน่ะเหรอ)
: ลิบิน“นายว่าไงนะ...ออกไปเจอผู้ชายงั้นเหรอ?”“ใช่ ดูคะน้าจะมีใจ...มากๆ ด้วย”ผมแทบไม่เชื่อหูตั้งแต่ผมย้ายมาจากอเมริกาคะน้าก็ตัวติดผมตลอดจนมีข่าวลือว่าเราคบกัน แต่ทำไมอยู่ๆ คะน้าถึงได้ไปนัดเจอกับผู้ชาย เธอไปรู้จักกับไอ้นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมไม่รู้แล้วหมอนั้นอันตรายแค่ไหนกันนะหรือจะเป็นตอนที่เธอโดนต่อยแล้วอยู่ๆ ก็หายไปพอกลับมาอีกทีก็ถึงคาบเรียนแถมยังมีท่าทีโกรธผมอีกด้วย ต้องเป็นช่วงนั้นแน่ที่ผมไม่ตามไปดูเธอ ผมมัวแต่ยุ่งกับการลงโทษไอ้พวกนั้นนี่น่า พอลงโทษพวกมันเสร็จก็ต้องไปห้องปกครองผมเลยเหนื่อยสุดๆ จนต้องมานอนหลับที่ห้องไม่ได้สนใจเธอ“ไม่น่าเชื่อ ห่างฉันแค่ไม่ถึงชั่วโมง…”“แต่ฉันแอบส่งสายตาอาฆาตใส่มันแทนแกแล้วนะ ^_^v”“...ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่คะน้ามีเรื่องผู้ชาย นายให้คนสืบมาหน่อยว่ามันเป็นใครฉันไม่ไว้ใจมัน”“ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกจะพูดแบบนี้ หมอนั้นชื่อยูร์เด็กนักเรียนที่ย้ายมาใหม่ฉันไม่แน่ใจนะว่ามาจากที่ไหนแต่เห็นว่ามาจากอเมริกาเหมือนนาย นายรู้จักหรือเปล่า”“โลกไม่กลมขนาดนั้นหรอก...”“แล้
ฉันนั่งกุมขมับอยู่บนเตียง ลิบินไม่ลงมากินข้าวคงโกรธที่ฉันพูดใส่เขาแบบนั้นแน่ๆ มันเป็นครั้งแรกที่เขายุ่งเรื่องของฉันขนาดนี้ถามซักไซ้จนฉันทนไม่ไหวต้องบอกตรงๆ ว่ามันออกจะน่ารำคาญไปหน่อย ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาทำเพื่ออะไรแต่ฉันเข้าใจนะถ้าเขาจะโกรธหรือไม่พอใจกับคำพูดของฉัน เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันพูดกับเขาอย่างนี้เหมือนกันหรือนี่เป็นแผนทำให้ฉันอึดอัด“ใช่แน่ๆ เขาต้องการกำจัดฉันอยู่แล้วนิเป็นแผนที่ลึกซึ้งจริงเลยนะลิบิน”ฉันต้องทำให้เขารู้ว่าแกล้งโกรธแค่นี้มันไม่สามารถกำจัดฉันได้อย่างแน่นอน เพราะคนอย่างคะน้าจะไม่มีวันยอมให้ใครแกล้งได้ง่ายๆ หรอกฉันต้องไปบอกเรื่องนี้ให้เขารู้ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรฉันได้ หึม!ก๊อกๆ“อะไร? -*-”“นายไม่มีวันกำจัดฉันได้แน่นอนลิบิน แผนแกล้งโกรธนายไม่มีวันใช้ได้ผลกับคนอย่างฉันหรอกบอกไว้ตรงนี้เลย”“-*- ห๊ะ?”“และ...และฉันก็ไม่ได้มาง้อนายด้วยจริงๆ”“ไม่ได้มาง้อเหรอ? แล้วในมือคืออะไร”ฉันก้มมองในมือ...กะ ก็เห็นว่าเขายังไม่ได้กินข้าวนิก็เลยลงไปเอานมมาให้ก็เท่านั้นเอง แบบนี้มันไม่ใช่การง้
“คะน้าฉันขอโทษ ฉันทำไปเพราะห่วงเธอนะ คุยกับฉันหน่อยนะT_T”“...”ฉันเงียบใส่เฟร์สเขาพยายามง้อฉันตั้งแต่ฉันมาถึงมหาลัยแต่ถ้าใครเป็นฉันก็คงไม่ให้อภัยง่ายๆ หรอก เขาก็เป็นอย่างนี้เสมอชอบทำอะไรไม่คิดตลอดแล้วใครเป็นคนเสียหายละ ก็ฉันไง!“พอได้แล้วเฟร์สฉันเริ่มรำคาญแกแล้วนะ ยัยคนใช้เธอก็ให้อภัยมันไปเถอะหรือไม่ก็โกรธฉันแทนก็ได้...ถ้าเธอกล้า”“ง่า!”ลิบินหรี่ตาลงต่ำ เขากำลังบีบฉันทางคำพูดใช่ไหมเนี่ยคิดว่าฉันไม่กล้าโกรธเขาหรือไงกัน ฉันจะโกรธเขาให้ดู“ได้! ฉันให้อภัยนายเฟร์ส และ! ฉันโกรธนายแทนลิบิน! มากด้วยขอบอก”“เฮ้! เดี๋ยว”“ไม่ต้องมาเรียกฉันลิบิน”ฉันทิ้งท้ายแล้วเดินออกจากห้องมา เห็นฉันเป็นอย่างนี้ใช่ว่าฉันจะต้องยอมนายทุกเรื่องนะลิบิน ถ้าไม่ง้อฉันก็ไม่ต้องง้อฉันก็จะไม่ง้อนายแล้วลิบิน อารมณ์เสียจริงๆ เอ...นี่ก็พักเที่ยงฉันไปเดินตามหายูร์ตามต้นไม้ดีกว่าบางทีฉันก็คิดว่าการนั่งเงียบๆ ใต้ต้นไม้มันอาจจะทำให้อารมณ์ฉันตอนนี้มันดีขึ้นก็ได้“คะน้า”“อ้าว ยูร์จะไปไหน”“จะไปที่เดิมที่สงบๆ ไปด้วยกันไหม”“ไปสิ ฉันกำลังหานายอยู่พอดี”“ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม เธอกับลิบินอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็กแล้วเหรอขอโทษนะถ้า
“ไปไหนมา?”ทันทีที่ฉันเหยียบเข้าบ้านเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูก็ดังขึ้นทันทีคงมารอนานแล้วสินะ =_= เขาจะเริ่มทำตัวเจ้ากี้เจ้าการอีกแล้ว“ไปเดินแถวๆ นี่มา ^_^”“มีคนเห็นเธอถือถุงออกไป มันคืออะไรเอาออกไปให้ใคร”“แล้วนายกินข้าวหรือยังฉันหิวมากเลยไปกินกันเถอะ”ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องโดยการลากลิบินเข้ามาในครัวเพื่อกลบเกลื่อน ถ้าขืนยืนให้เขาซักไซ้มีหวังฉันได้เล่าจนหมดเปลือกแน่นอนฉันยิ่งกลัวๆ เขาอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าทำไมต้องกลัวนะแต่อยู่ใกล้เขาแล้วรู้สึกว่าร่างกายฉันมันชอบทำตามที่เขาบอกไปทุกอย่างเลยให้ตายเถอะ“อ้าว ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ”“ไม่มี...นี่คะน้า! เธอกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่กันแน่”ลิบินหรี่ตาลงต่ำพร้อมกับบีบไหล่ฉันแรงๆ ดวงตาสวยๆ คู่นั้นกำลังจ้องฉันเพื่อหาคำตอบอารมณ์ของเขาตอนนี้ขุ่นกว่าน้ำโคลนซะอีก!!“ฉันไม่ได้...”“ตอบมาอย่าให้ฉันอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ ฉันรู้นะว่าเธอไปไหนมาแล้วรู้ด้วยว่าไปทำอะไรแค่ตอนนี้ฉันอยากได้ยินจากปากเธอ!”ลิบินตะคอกใส่ฉันแรงๆ แถมบีบไหล่ฉันจนชาไปหมดแล้วนี่เขาไปรู้อะไรมาถึงได้อารมณ์ขุ่นขนาดนี้แบบนี้กับแค่ฉันไปไหนโดยไม่บอกเขาก่อนการที่เขาทำแบบนี้กับฉันมัน...ไร้เหตุผลที่สุด! เขาไม่ใ
: ลิบิน"คะน้า เปิดประตูให้ฉันหน่อย""พอเถอะลิบินเลิกทำแบบนี้สักที""เธอจะดื้อกับฉันจริงใช่ไหม!"ผมขึ้นเสียงใส่เธออย่างเหลืออด ผมทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ดื้อไม่มีที่ติไม่เคยจะยอมฟังอะไรสักอย่างเอาแต่ใจ!"กล้าดียังไงมาเดินหนีฉัน คิดว่าตัวเองโตพอแล้วใช่ไหมถึงได้ทำอะไรแบบนี้!"ปัง!เธอยอมเปิดประตูมาเผชิญหน้ากับผม เปิดมาแล้วยังทำตาขวางใส่ผมอีกอวดดีจริงๆ คงคิดทำพูดไว้เยอะแล้วน่ะสิถึงได้ยอมเปิดมาแบบนี้"นั้นมันเรื่องของฉันนายโตไปมากกว่าฉันนักหรือไงถึงได้มาสั่งสอนคนอื่นแบบนี้!""แน่นอนว่าฉันไม่ได้โตไปกว่าเธอเลย! แต่ฉันรู้จักคิดมากกว่าเธอ! คนที่ไว้ใจใครง่ายๆ อย่างเธอมันจะใช้ชีวิตเองได้ยังไงจะตัดสินใจเองได้ยังไง! เลิกเถียงแล้วทำตามที่ฉันบอกก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน!""ฉันไม่ทำ! ฉันไม่แคร์อยู่แล้วว่านายจะอดทนหรือไม่อดทน ขอร้องละอย่ามายุ่งกับฉันอีก!"ปัง!"อย่ามาปากดีกับฉัน!!!"คะน้านิ่งไปหลังจากผมโมโหจนต่อยประตูเข้าไปทีหนึ่ง ผมไม่รู้จะไปลงที่ไหนแล้วนอกจากประตูบ้านี่ ถึงจะเจ็บแต่มันก็ช่วยได้มากผมกระชากแขนเล็กๆ ทั้งสองข้างเข้าหาตัวอยากจะรู้นักว่าเธอต้องอะไร"ลิบิน! เจ็บ""หยุดงี่เง่าสักที! ต้องการอะไรพูดมา
: ลิบินผมตั้งใจขึ้นมาเรียกคะน้าลงไปกินข้าวเพราะนี่มันสายมากแล้วกลัวเธอหิวแล้วไม่มีใครทำอะไรให้กินเพราะวันนี้ไม่มีคนอยู่บ้านสักคน ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไปไหนหมดตื่นมาเห็นแค่อาหารบนโต๊ะกับโน้ตเล็กๆ ของแม่นมที่เขียนบอกไว้ว่าวันนี้เราต้องดูแลกันเองก๊อกๆ“คะน้า"เงียบ...ตื่นสายงั้นเหรอ?“คะน้า เปิดประตูหน่อยยังไม่ตื่นหรือไง”กึกๆอ้าว! ห้องไม่ได้ล็อกนิทำอะไรของเขาอยู่กันนะถ้าลองเข้าไปดูจะโดนโวยวายออกมาหรือเปล่า? เอาเถอะ! เรียกแล้วไม่ตอบเองนิช่วยไม่ได้“คะน้า...”ผมเดินเข้าไปยืนมองยัยดื้อที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง พอไม่มีเรียนหน่อยตื่นสายเป็นคุณนายเลยนะถ่ายรูปไว้ดูเล่นดีกว่าท่านอนน่าเกลียดเชียว ฮ่าๆแฉะ แฉะ"อืม...ฉันผิดมากเลยเหรอลิบิน”จิก!ผมรู้สึกจุกไปทั้งหัวใจเมื่ออยู่ๆ คะน้าก็ละเมอออกมาแบบนี้เธอคงกำลังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่ เมื่อคืนผมเองก็นอนคิดทั้งคืนกับเรื่องนี้ผมโมโหมากนะที่เธอไม่ยอมคิดหน้าคิดหลังอย่างนั้นผมรู้เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีแต่เธอไปหาผู้ชายตัวเดียวแบบนั้นมันอันตรายที่ห้างผมยังพอทนเพราะมีไอ้เฟร์สและเด็กของผมคอยตามดูอยู่ตลอดแต่ครั้งนี้เป็นที่บ้านเลยนะถ้ามันทำมิดีมิร้ายขึ้นมา
3 เดือน ผ่านไปฉันนั่งรอคนคนหนึ่งอยู่ที่ร้านกาแฟบรรยากาศแนวอิงธรรมชาติมีต้นไม้สีเขียวที่ดูสบายตาเต็มไปหมดทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ส่วนคนที่นัดฉันมานั้นคือยูร์ไงละ วันนี้เขาโทรมานัดฉันให้ออกมาเจอซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็นานพอสมควร อยากจะบอกว่าฉันตื่นเต้นมากๆ เขาหายไปไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหวังว่าเขาคงจะสบายดี“คะน้า”“ยูร์! นายเป็นยังไงบ้าง”ฉันดีใจจนเผลอกระโดดเขาไปกอดคนตัวสูงทันที เขายังดูเหมือนเดิมทุกอย่างดูท่าทางเขาจะสบายดีคงทำใจรับเรื่องแย่ๆ พวกนั้นได้แล้วสินะ“สบายดี แล้วแฟนเธอละ”“อ่อ ลิบินน่ะเหรอ”“หืม? ตกลงคบกันแล้วเหรอนี่ฉันถามเล่นๆ นะ”อุ้ย!ฮ่าๆ จริงด้วยเรายูร์เขาไม่รู้นี่น่าว่าฉันกับลิบินตกลงคบกันจริงจังถึงขั้นจะหมั้นกันหลังเรียนจบแล้ว ขอพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยละกันแม่ของฉันกับคุณหญิงได้ตกลงกันว่าในเมื่อฉันกับลิบินเหมือนจะใช่ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว (หมายถึงตั้งแต่อยู่บ้านเดียวกันกับคุณหญิงจนย้ายออกมาอยู่เองช่วงฝึกงาน) ก็ควรทำอะไรที่มันเหมาะสมก็คือการหมั้นไว้ก่อน ตอนแรกลิบินจะไม่ยอมท่าเดียวเพราะเขายืนยันว่ายังไงเรียนจบแล้วก็ต้องแต่งงานเลย ฉันเลยขู่ไปว่าถ้าเขาดื้
แม่พาฉันเดินหลบออกมาทางประตูด้านข้างเพื่อไม่ให้มีใครสังเกตเห็นแล้วแอบไปบอกยูร์ว่าฉันกำลังจะหนี แม่ดูร้อนใจมากคงไม่อยากจะให้ฉันเจอพ่อของยูร์และท่านก็คงเกลียดฉันจริงๆ ถึงมันจะเจ็บมากแต่ฉันคงต้องยอมรับแล้วละว่าท่านไม่ต้องการฉัน แต่ก็ขอบคุณที่อย่างน้อยแม่ยอมรับว่าท่านเป็นแม่แท้ๆ ของฉัน ไม่ว่าเพราะสาเหตุไหนก็ต้องขอบคุณมากจริงๆ แค่ฉันรู้ก็พอใจแล้ว“แม่ส่งหนูแค่นี้นะลูก แต่แม่อยากขออะไรสักอย่าง”“ถ้าขอให้หนูไม่มาที่นี่หนูสัญญาค่ะว่าจะไม่มา”“แม่ขอแค่จนกว่าแม่จะตามหาหนูเท่านั้นเองหนูสัญญากับแม่ได้ไหม...อย่ายุ่งกับยูร์อีกเลยนะ”“เรื่องยูร์...วางใจเถอะค่ะ”ถึงแม่ไม่บอกให้ฉันเลิกยุ่งกับเขาฉันเองก็คงไม่กล้ายุ่งกับผู้ชายคนนี้อีกแล้วเรียกได้ว่าไม่ขอเจอเลยจะดีกว่า ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันตายไปหมดแล้วภาพที่เขาทำกับฉันที่โรงแรมมันคงติดอยู่ในความทรงจำตลอดไป ความทรงจำร้ายๆ“แม่ว่าหนูรีบไปเถอะมันใกล้เวลาเข้ามาแล้ว”“เวลา...?”แม่ดูร้อนรนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่ายิ่งทำให้ฉันสับสนไปกันใหญ่ว่าทำไมถึงต้องกลัวขนาดนี้ความจริงถ้าฉันไม่พูดออกไปก็น่าจะไม่เสียหายอะไรแล้วนิ“ยัยตัวดีแกอยู่นี่เอง!!”“คุณ!!”ปัง!!“แม
:ลิบินผมมาถึงอเมริกาเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ความจริงผมไม่อยากจะผิดสัญญากับแม่นักหรอกเรื่องให้เวลาคะน้า แต่เพราะคำพูดของไอ้ยูร์นั้นมันทำให้ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปเพราะคนของผมกำลังตกอยู่ในอันตราย ที่ผมยอมปล่อยคะน้าให้อยู่กับมันขนาดนี้เพราะคิดว่ามันมีจิตสำนึกว่าที่ผ่านมาคะน้าดีกับมันแค่ไหนผมคิดว่ามันจะเห็นแก่ความดีที่ยัยนั้นทำให้แต่เปล่าเลย ไอ้บ้านั้นมันไร้จิตสำนึกสิ้นดีผมได้แต่หวังว่าคะน้าจะปลอดภัย“เฮ้ ทางนี้”“...”ผมพยักหน้ารับแล้วเดินตรงมาหาเพื่อนรัก ผมเพิ่งรู้ว่าไอ้เฟร์สเองก็แอบมาตามหาแม่คะน้าก็ตอนผมโทรไประบายอารมณ์เรื่องไอ้ยูร์นั้นกับมัน มันเลยยอมบอกว่าตัวมันเองก็แอบมาที่นี่แต่ยังไม่เจอคะน้า ก็ถือว่าโชคดีเพราะตอนนี้มันเองก็รู้ที่อยู่ของแม่แท้ๆ ของคะน้าแล้วเท่ากับว่าผมสามารถไปดักรอเธอที่นั่นได้“นี่ยังไม่หายอารมณ์เสียอีกเหรอว่ะ”“เป็นแกคงอารมณ์ดีได้อยู่หรอกนะ”“เออรู้ แล้วจะทำอย่างไงต่อ”“พาฉันไปดักรอที่บ้านหลังนั้น”“...จริงๆ แล้วฉันว่าครอบครัวไอ้ยูร์มีอะไรแปลกๆ”“หมายถึงอะไร...”“ดูเหมือนสิ่งที่พ่อไอ้ยูร์ทำอยู่จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายฉันเห็นพวกเขาขนอะไรสักอย่างที่ดูเป็นความลับและฉั
รถคันสีดำหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบบันไดหินอ่อนหน้าบ้านหลังใหญ่ หลังจากสงบศึกกับยูร์ได้สักพักเขาก็พาฉันมาบ้านที่ที่แม่ของฉันอาศัยอยู่เท่าที่ดูจากตัวบ้านแล้วครอบครัวยูร์คงจะมีฐานะที่ดีมากมันแต่นั้นยิ่งทำให้ฉันยิ่งกังวลใจและน้อยใจ ในเมื่อแม่มีความเป็นอยู่ที่ดีขนาดนี้แม่ไม่เคยคิดจะตามหาฉันบ้างเลยงั้นเหรอ? ถ้าจ้างคนเยอะๆ การตามหาฉันที่ประเทศไทยคงเป็นเรื่องง่ายมากจริงไหม?“ทำหน้าเศร้าตั้งแต่ยังไม่เจอแม่ ทำไมกลัวเขาไม่รักหรือไง?”“อืม...”“เผื่อใจไว้แล้วสิ”“อืม”“แม่ของเธอไม่มีวันยอมรับเธอหรอก ผู้หญิงคนนั้นมันนางมารร้ายชัดๆ”“อืม”“พูดเป็นแค่นี้เหรอ! กลัวเขาไม่ยอมรับขนาดนั้นเลยสินะสมน้ำหน้า”ใช่... ฉันกลัว ฉันกลัวว่าแม่จะไม่ยอมรับซึ่งมันมีโอกาสจะเป็นแบบนั้นได้มากกว่าครึ่ง การที่ฉันมาแสดงตัวที่นี่มันอาจจะเป็นการทำร้ายท่านแต่ในเมื่อฉันเลือกไม่ได้ ฉันก็ต้องยอมอย่างน้อยถ้าโดนไล่ออกมาฉันก็ยังได้เห็นหน้าแม่แท้ๆ ของตัวเอง“ไปกันได้แล้ว”“อืม”ปืป!“สวัสดีครับคุณชาย!”ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออกชายนับสิบท่าทางขมักเขม้นวิ่งตรงเข้ามายืนเรียงแถงกันแป็นแนวยาว นี่เป็นการต้อนรับของที่นี่งั้นเหรอ? น่ากลัว
: ยูร์“ใส่สะ”ผมพูดเสียงเรียบพร้อมกับโยนเดรสสีดำเข้มให้คนตรงหน้า สีหน้าเธอดูขัดใจมากที่ผมทำแบบนั้นแต่ใครสนละตอนนี้เธอมันก็เป็นหมากในเกมผมเท่านั้นไม่เห็นมีประโยชน์อะไรที่ผมจะต้องทำดีด้วย วันนี้แล้วสินะที่ผมจะมีโอกาสทำให้ยัยนางร้ายนั้นอกแตกตาย ผมก็แค่ต้องเก็บยัยคะน้าไว้ใกล้ตัวแล้วใช้เธอทำร้ายหน้ากากนางเอกนั้นพ่อผมก็จะกลับมารักและเข้าใจผมเหมือนเดิม แต่ใช่ว่าผมจะจัดการเธอทีเดียวสะเมื่อไหร่ของแบบนี้จะต้องค่อยเป็นค่อยไปถ้ารีบไปมันจะสนุกอะไร“ฉันไม่ใส่”“ทำไม”“ฉันไม่ชอบ”“แต่ฉันชอบ รีบใส่สะไม่อยากเจอแม่หรือยังไง”“มันสั้นเกินไป...”“ก็ดู...เซ็กซี่ดีฉันชอบ”ผมโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูขาวผมแทบไม่อยากจะยอมรับเลยว่ากลิ่นหอมของร่างกายเธอมันกำลังปั่นป่วนอารมณ์ผมไม่ใช่น้อย หอมจนผมอยากจะสูดหายใจเข้าลึกเป็นล้านๆ ครั้งน่าอิจฉาไอ้ลิบินจริงๆ“อะ ออกไป”“...ว่าไงนะ”ผมทำแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วขยับเข้าไปให้ใกล้อีกทำให้คนตรงหน้ายิ่งลุกลี้ลุกลนพยายามจะเดินออกให้ห่างผมได้ทีคว้าเข้าที่เอวบางแล้วจัดการกระชากเข้าหาตัวฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มไปหนึ่งที ยิ่งทำให้คนตัวเล็กโกรธแล้วดิ้นยกใหญ่ ผมเลยจัดการฝังจมูกล
ยูร์บอกให้ฉันรออยู่เขาอยู่ที่โรงแรมส่วนตัวเขาขอไปทำธุระ ตั้งแต่มาถึงในหัวของฉันก็เอาแต่คิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่มีหยุด มันเอาแต่ถามว่าเพราะอะไรทำไมทุกคนต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำไมฉันต้องเจอเรื่องแบบนี้แต่สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจที่สุดคือ...ทำไมลิบินเขาถึงต้องปิดบังเรื่องนี้กับฉัน...เป็นเพราะเขาห่วงความรู้สึกหรือแค่อยากจะหลอกให้ฉันอยู่กับเขาให้เป็นที่ระบายอารมณ์เป็นของเล่นของเขา มันเพราะเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของฉันควรจะเป็นการเจอหน้าแม่ ฉันไม่มีทางเชื่อว่าแม่จะไม่ต้องการฉัน ฉันไม่เชื่อว่าแม่จะไม่ต้องการฉันตืดๆ1ข้อความ‘ไม่รู้จัก'สบายดีไหม... ฉันขอโทษจริงๆ สำหรับเรื่องทั้งหมดฉันแค่ไม่อยากจะให้เธอต้องเจ็บปวดและฉันเองไม่อยากจะเสียเธอไป ฉันขาดเธอไม่ได้คะน้าฉันรู้สึกเหมือนจะตาย ช่วงนี้แม่บอกให้ฉันห่างเธอจนกว่าเธอจะได้เจอแม่แท้ๆ แต่ฉันทำไม่ได้จริงๆ ไม่มีเธอโลกทั้งใบของฉันก็มืดไปหมดฉันอยู่ไม่ได้จริงๆ คะน้ากลับมานะ ยกโทษให้ฉันนะ เรามาทำอาหารด้วยกันนอนกอดกันทุกคืนทำอะไรหลายๆ อย่างเป็นแบบที่เราเคยเป็น กลับมามีความสุขกันเหมือนเดิมนะคะน้า...ฉันรักเธอมากนะ...แปะ แปะถึงมันจะไม่ลง
: ลิบินแปะ แปะทำไมเธอไม่ฟังเหตุผลผมบ้าง ผมทำไปเพราะไม่อยากให้เธอเสียใจแล้วทำไมเธอถึงไม่เข้าใจผมบ้าง...แม้ผมจะคลุกเข่าขอโทษ แม้ผมจะรั้งเธอไว้ เธอกลับไม่แม้แต่จะถามว่าเพราะอะไรบางครั้งผมเองก็คิดว่าทำไมผมต้องยอมเธอแบบนี้คนอย่างผมไม่เคยจะก้มหัวให้ใครไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร แต่ผมกลับเสียน้ำตาให้เธอ...ผมคงรักเธอมากจริงๆ ผมไม่เคยวิ่งหนีอะไรแต่กลับเลือกที่จะวิ่งหนีเรื่องที่ไม่ควรวิ่ง คงเพราะ....ผมมันขี้ขลาด ผมมันแย่เอง“ลิบิน...ทำไมถึง”“แม่!”พริบ!ผมโผล่กอดแม่อย่างไม่อายทันทีที่เห็นแม่เดินเข้ามา ความรู้สึกมันเหมือนได้ลมหายใจกลับมาครึ่งหนึ่ง ขอบคุณนะแม่...ขอบคุณที่มาตอนนี้ แม่มองผมด้วยสายตาตื่นตระหนกแล้วเข้ามาจับไหล่ผมไว้เบาๆ“ลิบินลูกร้องไห้งั้นเหรอ...”“คะน้า...ไปแล้วครับแม่เขาหนีผมไปแล้วเขาเกลียดผมแล้ว”“ลิบิน...ลูกไม่เคยอ่อนแอ”“ผมขอโทษครับ แต่ผมเจ็บจริงๆ”“แม่เข้าใจว่าลูกเสียใจ แม่รู้ว่ามันทำใจลำบากเรื่องแม่ของคะน้าเพราะแม่เองก็อึดอัดใจและรู้สึกผิด แม่เองก็รู้สึกแย่มากเหมือนกันแต่เราต้องยอมรับการตัดสินใจของคะน้านะ”“แม่รู้แล้วเหรอ”“มีเรื่องเดียวที่ร้ายแรงพอจะทำให้คะน้า…ไป”ผมปาดน้ำตาแ
ฉันนั่งดูโทรทัศน์เป็นเพื่อนลิบินอยู่บนเตียงมาครึ่งวันได้ ความรู้สึกลึกๆ ตอนนี้คือฉันกลัวว่าอาจจะโดนด่าได้ถ้าหมอหรือพยาบาลเข้ามาเห็น เพราะเขาไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมานอนบนนี้ได้นอกจากคนไข้...แน่นอนว่าคนอย่างลิบินไม่ได้มีความรู้สึกกลัวหรือเกรงใจสถานที่เลยสักนิด“หิวน้ำ”“ก็ไปกินสิขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“หืออออ”“ก็ได้ๆ”ฉันลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาส่งให้ลิบินถึงปากตั้งแต่มาอยู่โรงพยาบาลนี่เขาเหมือนคนเป็นอัมพาตเข้าทุกทีทั้งที่ก็สบายดีทุกอย่าง น่าตีจริงๆ ฉันเลยต้องกลายเป็นคนใช้เขาอยู่แบบนี้ทั้งวันกว่าจะปลีกตัวไปทำงานได้ก็โดนรั้งเป็นชั่วโมงฉันแอบสงสัยเหมือนกันว่าแค่แขนหักกับช้ำนิดหน่อยทำไมเขาถึงต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ขนาดนี้อีกอย่างเขาก็ดูแข็งแรงดีนิน่า?“ลิบินนายไม่คิดว่าอยู่ที่นี่นานไปหน่อยเหรอ”“ไม่นะสบายดีออกแถมไม่ต้องไปทำงานด้วย”“ฉันว่าแล้ว” คิดแล้วเชียวว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ ที่แท้ก็แผนนี่เอง ตูดๆ เสียงข้อความดังทำให้ฉันต้องหันไปดู...‘ข้อความใหม่’‘ออกมาพบฉันหน่อยที่สวนชั้น1 รออยู่นะ ...ยูร์’ฉันกลืนน้ำลายเสียงดังยูร์เขามาที่นี่ทำไม ฉันหันไปมองลิบินที่กำลังสนใจดูโทรทัศน์ย่างสนุกสนาน ฉั
:ลิบินผมยืนประจันหน้ากับไอ้ยูร์ที่สนามแข่งรถ c-win ตามที่ได้รับคำท้ามาเมื่อเช้า ข้อเสนอที่ได้รับมันคุ้มกับความเสี่ยงผมเลยตัดสินใจออกมาตามนัด ถึงมันจะอันตรายเพราะอยู่ในถิ่นของศัตรูแต่ผมก็หวังว่ามันจะเล่นเกมอย่างใสสะอาด ข้อเสนอที่ผมได้รับคือถ้าผมแข่งชนะวันนี้มันจะเก็บเรื่องแม่คะน้าเป็นความลับต่อไป นี่แหละเหตุผลหลักที่ทำให้ผมมายืนอยู่ตรงนี้อย่างไม่ลังเล“รีบแข่งให้มันจบๆ ไป ฉันมีธุระต้องทำต่อ”ผมเร่งเพราะเป็นห่วงคะน้าพอสมควร ผมไม่ได้บอกเธอว่าจะออกมาเธอมีไข้สูงผมเลยให้กินยาแล้วนอนพัก หวังว่ากลับไปเธอจะยังไม่ตื่นนะ...เพราะถ้าเธอรู้เรื่องทั้งหมดที่ทำมาคงจบแน่“รีบไปไหนเล่าไม่คุยกันก่อนหรือไง น่าน้อยใจจริงๆ”ยูร์มองผมอย่างยิ้มๆ ผมละเกลียดมันเข้าไส้จริงๆ“อย่ามาลีลา...หวังว่าข้อตกลงเราจะเป็นแบบนั้นจริงๆ นะ”“แน่นอน ฉันมันลูกผู้ชายอยู่แล้ว”“งั้นก็เริ่มเลยสิ...”ตืดๆ‘คะน้า’ผมก้มมองโทรศัพท์แล้วตกใจเธอไม่ได้กำลังนอนพักผ่อนอยู่งั้นเหรอ...ผมควรจะรับดีหรือเปล่า ถ้าเกิดรับไปคะน้าอาจจะรู้ได้ว่าผมอยู่ที่ไหนเธอคงไม่สบายใจแน่และที่สำคัญผมอยากให้การแข่งครั้งนี้เป็นความลับดังนั้นขอโทษนะคะน้า...ตุด!“