:สนามบาส"ลิบิน! กรี๊ด! หล่อจังเข้ามองฉันด้วยแหละ>โอย ฉันเริ่มรำคาญยัยผู้หญิงพวกนี้แล้วนะไม่รู้ลิบินจะลากฉันมาด้วยทำไมฉันไม่ได้อยากเล่นบาสด้วยสะหน่อยร้อนก็ร้อนแล้วไหนจะพวกแฟนคลับเขานี่อีกเยอะเป็นบ้า อึดอัดจนทำอะไรไม่ถูกแถมยังโดนมองด้วยสายตาแปลกๆ อยู่ตลอดเวลาฉันสวยหรือไงถึงได้มองกันจัง!"เธอๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนของลิบินหรือเปล่า""ไม่รู้สิเธอ ใครสนกันละฉันรักเขาไม่ได้รักแฟนเขาสะหน่อย"นินทาเบาจนได้ยินเลยนะ =-= ไม่รู้จักเกรงใจกันเลย!!"อะแฮ่ม! เจ็บคอจริงๆ เลย ^_^"ฉันแกล้งไอหันไปมองผู้หญิงสองคนนั้นแล้วยิ้มออกมา นี่คือการเตือนของฉันนะ ยัยพวกนี้จะนินทาอะไรนักหนาถึงจะนินทาก็ต้องรู้ว่ามันจริงหรือเปล่าด้วยสิไม่ใช่สักแต่จะพูดฉันเป็นคนเสียหายนะไม่ใช่ลิบินของพวกเธอ ชิ! เมื่อไหร่คนพวกนี้จะหยุดพูดไปเรื่อยกันสักทีฉันเบื่อจะตายอยู่แล้วเพราะข่าวลือพวกนี้ฉันถึงไม่มีคนมาจีบสักที ชีวิตวัยรุ่นเกือบครึ่งของฉันก็เสียไปเพราะลิบิน โถ่ ชีวิตขอให้มีใครสักคนเข้ามาด้วยเถอะฉันเหงา สาธุ!"จ๊ะเอ๋! คะน้า""ว๊าย!"อุ๊บ! แม่เจ้า ฉันตกใจจนเกือบตกเก้าอี้ดีนะที่ยูร์ดึงแขนฉันไว้ได้ทันถ้าตกลงไปนี่อายแน่เลยคนเยอะด้วยเ
“ลิบินฉันขอโทรศัพท์คืนนะ”หลังจากกลับมาจากสนามบาสฉันก็ถูกลิบินห้ามออกจากบ้านเด็ดขาดแถมยังยึดโทรศัพท์ฉันอีกสามวัน! โดยที่เขาเอาข้ออ้างว่ากลัวฉันจะโทรไปฟ้องแม่เขาพอฉันบอกว่าฉันจะไม่ทำก็ไม่ยอมเชื่อ ฉันแค่อยากจะโทรไปถามยูร์เท่านั้นเองไม่รู้ตอนนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างคงโกรธมากแน่ๆ“ถ้าให้เธอไปฉันก็ซวยน่ะสิ”“ฉันสัญญาว่าจะไม่โทรไปหาคุณหญิงเด็ดขาดเพราะฉะนั้นขอนะ ^^”“มาลวงเอาเองสิ^_^”O^Oลิบินเอาโทรศัพท์ฉันใส่ในกางเกงยีนของเขาหน้าตาเฉยแล้วอย่างนี้ฉันจะลวงยังไงล่ะ ถ้าเกิดลวงไปแล้วมันไปโดนอุปุอิปิเขาละฉันคงได้บวชชีตลอดชีวิตแน่“เอ้า! ลวงสิ ^^”“ลิบิน นายก็รู้ว่าฉันไม่กล้าทำขอให้ฉันดีๆ นะ”“ถามจริงๆ นะ จะเอาไปทำอะไรกันแน่โทรหามันหรือไง =_=”“ง่า =-=”ลิบินกลอกตามองบนทันทีที่จับพิรุจฉันได้“ไปนอนได้แล้วเลิกเพ้อเจ้อ”“ก็ได้!!”ฉันไม่สนแล้วเดินหนีขึ้นห้องมาไม่ให้ก็ไม่เอานอนก็นอนไม่โทรก็ได้เบื่อจริงๆ รู้ทันไปหมดทุกเรื่อง โอ๊ย! ทำไมเขาต้องทำอย่างนี้ด้วยนะให้ตายเถอะฉันโตแล้วนะกึก!เสียงอะไร?กึกๆ!“คะน้า”ใครเรียกฉัน? เสียงมาจากที่ระเบียงหรือว่าจะเป็นยูร์! ฉันรีบล็อกประตูห้องแล้ววิ่งออกไปดูทันที เป็นเข
ฉันกำลังสับสนกับความรู้สึกตัวเองตอนนี้เหลือเกินฉันคิดมาตลอดทั้งคืนเรื่องที่ลิบินบอกฉันว่าจะมีแฟน ฉันไม่รู้ว่าเขาไปเจอเธอคนนั้นตอนไหนรู้จักกันได้ยังไงแต่ถ้าเขาพูดแบบนั้นแสดงว่าเขาชอบเธอมากในส่วนหนึ่งของใจฉันแอบคิดว่าฉันเองก็เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่มีเวลาเปิดใจรับใคร และตอนนี้คงเป็นเวลาที่ฉันควรจะออกห่างให้เขาเจอกับสิ่งใหม่ๆ ไม่ต้องมาทนฉันอีกต่อไปตลอดสองปีที่ผ่านมาฉันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราต่างก็ดูแลกันตลอดถ้าวันหนึ่งฉันไม่มีเขาฉันคงรู้สึกแปลกๆ ถ้าแต่ถ้าการที่ฉันออกจากชีวิตเขาไปตอนนี้จะทำให้เขามีความสุขฉันก็ควรตอบแทนเขาด้วยสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ?“แน่ใจแล้วเหรอที่จะให้ฉันทำแบบนี้ ทำไมฉันรู้สึกไม่ดีกับมันสักนิดเลยไอ้ลินมันจะดีใจจริงๆ งั้นเหรอ”“แน่ใจสิแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว^_^”“เธอไม่ได้ทะเลาะกับมันมาใช่ไหม”“ก็...ไม่”“แล้วทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ละอยู่คนเดียวแบบนี้ฉันเป็นห่วงนะ”เฟร์สหัวเสียเมื่อฉันยืนยันที่จะออกมาอยู่คนเดียวโดยไม่บอกลิบินถึงบอกไปเขาอาจจะไม่สนใจก็ได้...ตอนนี้เขาควรดูแลเธอคนนั้นให้มากๆ“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ แต่ฉันโตแล้วจริงๆ ^_^”“โตแล้ว? ที่เธอทำอยู่ตอนนี้มันไม่ได้เรียกว่าโ
โอ๊ยยยย! เริ่มฝึกงานนี่มันไม่ง่ายเลยเหนื่อยสุดๆ ไหนจะทำนู่นนี่เต็มไปหมดไม่ได้พักเลย แบบนี้สินะรับน้องใหม่ที่ใครๆ พูดถึง นี่ขนาดอาทิตย์แรกนะฉันยังแถบคลานกลับห้องขนาดนี้ปวดตัวไปหมดแล้วก๊อกๆหือ? ใครมาอีกนะคนยิ่งพึ่งกลับมาจากทำงานด้วยอยากพักจนจะบ้า...หรือลิบินจะรู้แล้วว่าฉันอยู่ที่นี่ก๊อกๆ ...ก๊อกๆ !O_o“เปิดประตูได้แล้วคะน้าฉันเฟร์สเอง”ฮู้ววว ฉันเปิดประตูให้เฟร์สอย่างโล่งอกไปทีนึกว่าจะเป็นลิบินสะอีก เขาเดินเข้ามาพร้อมของกินเต็มไม้เต็มมือไปหมด แบบนี้ดีจัง ตั้งแต่ออกมาจากบ้านฉันรู้สึกเหมือนตัวเองได้ใช้ชีวิตในอีกแบบที่แปลกไปไม่มีแม่นม ไม่มีแม่บ้าน ไม่มีลิบิน ทุกอย่างฉันต้องทำแล้วตัดสินใจเองทั้งหมดมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นผู้ใหญ่จริงๆ“ขอบคุณนะที่ซื้อมาให้”“อืม กินไปเถอะแล้ววันนี้ฝึกงานเป็นไงบาง”"ก็ดีแต่เหนื่อยสุดๆ เลย”“เอิ่มมม ฉันได้ฝึกที่เดียวกับไอ้ลินด้วยนะ...แต่มันไม่ได้ไปฝึกงานเพราะมัวแต่ตามหาเธออีกอย่างพี่ที่ทำงานก็ไม่พอใจมากด้วยที่มันขาดงานดื้อๆ แบบนี้” กึก! ฉันมือไม่อ่อนพูดอะไรไม่ออกเขาขาดงานเพราะตามหาฉันงั้นเหรอ ...ทำไมเขาถึงทำอย่างนั้นนะทั้งที่ตัวเขาก็รู้ดีว่าถึงเรียนเ
:บริษัทเคเอ็ก“คะน้าไปทานข้าวกับพี่ไหมพี่เลี้ยง”มาอีกแล้ว ฉันรีบเดินหนีแถบไม่ทันเมื่อพี่แซมสงเสียงทักทายมาแต่ไกลแต่ทำไมพี่แซมยังเดินตามมาอีกนะฉันแสดงออกไม่พอเหรอว่าไม่อยากยุ่งด้วยน่ะ พี่แซมเป็นพนักงานประจำของที่นี่ที่รู้สึกเหมือนจะสนใจฉันเป็นพิเศษ (ซึ่งฉันไม่อยากได้ความสนใจนั้นเลย=_=)แถมยังได้เป็นพี่เลี้ยงฉันอีกบอกตามตรงนะที่เขากำลังทำอยู่นี่เกินคำว่าพี่เลี้ยงไปมากแล้ว“ไม่ต้องหรอกค่ะ”“ทำไมละพี่เป็นพี่เลี้ยงมีหน้าที่คอยดูแลเรานะ แล้วเมื่อวานหนีกลับก่อนได้ยังไงนิสัยไม่ดีเลยพี่บอกว่าจะไปส่งไม่ใช่เหรอ”“คือ เอิ่มมม แม่คะน้ามาน่ะคะก็เลยต้องรีบกลับแฮ่ๆ ^^;”“งั้นเหรอ...งั้นมื้อนี่พี่แซมคนนี้ขอแก้มือนะ^_^”ฉันกลืนน้ำลายแทบไม่ลง ฉันยอมรับนะว่าพี่แซมหล่อเท่จนไม่อยากปฏิเสธแถมยังเป็นลูกครึ่งอีกด้วยภายนอกนี่ถือว่าเป็นผู้ชายในอุดมคติของฉันก็ว่าได้แต่นิสัยขี้เอาใจคนอื่นไปทั่วเนี่ยฉันรับไม่ได้อย่างแรง!“พี่แซมค่ะ=-=”“ครับ^_^”“พอเถอะ...”“คะน้า!”O_oระหว่างที่ฉันกำลังจะหันไปด่าพี่แซมเพราะเหลืออดเต็มทีอยู่ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังขึ้นด้านหลังพอหันไปมองก็พบว่าเป็นยูร์นั้นเองเขามาที่นี่ได้ยังไง?
:ยูร์‘เธอคือแม่ของเด็กคนนั้นจริงๆ ฉันดีใจนะที่สุดท้ายเธอก็ยอมมาคุณเรื่องนี้สักทีคะน้าคงดีใจมากแน่ๆ’‘แต่ฉันไม่...ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้เด็กนั้นตายข้างถนนไปซะละจะเก็บมาเลี้ยงทำไม’‘เธอพูดอย่างนี้ได้ยังไงเด็กคนนั้นรอที่จะพบเธอมาตลอดนะ!’‘ฉันจำไม่ได้ว่าเคยมีลูก...ทางที่ดีคุณควรบอกเธอว่าฉันจากโลกนี้ไปแล้วซะเพราะที่ผ่านมาฉันก็คิดว่าเด็กนั้นจากโลกนี้ไปแล้วเหมือนกัน ^_^’ผมยังจำทุกประโยคที่สวิณีแม่เลี้ยงของผมพูดไว้กับคุณหญิงนภัสแม่ของลิบินได้ดีเธอร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้มากเป็นแม่ที่เรียกได้ว่าแย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาผู้หญิงคนนี้แม่เลี้ยงของผม ตั้งแต่พ่อพาเธอเข้ามาในบ้านในฐานะเมียน้อยแม่ของผมก็ตรอมใจตายจากผมไปหลังจากนั้นไม่นานเธอก็พยายามจะใส่ร้ายให้พ่อเกลียดผมทุกวินาทีและเธอทำสำเร็จ!จนผมต้องหนีออกมาอยู่คนเดียวเพราะทนอยู่ร่วมกับผู้หญิงน่ารังเกียจแบบนั้นไม่ได้ ผมเองก็พยายามเตือนพ่ออยู่หลายครั้งแต่มันก็ไม่เป็นผลจนวันนั้นผมบังเอิญไปเห็นเธอคุยอยู่กับคุณหญิงนภัสซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นใครจนกระทั่งผมเริ่มสืบเรื่องคะน้าแต่ก็ต้องขอบคุณที่เธอทำให้ผมรู้ว่าควรจะทำยังไงกับยัยแม่เลี้ยงคนนี้ดี!!
ฉันกลับมาที่ห้องในช่วงเย็นลิบินไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วเขาคงจะกลับไปที่บ้านละมั้ง ก็ดีแล้วนิคะน้าทำไมเธอต้องสนใจด้วยว่าเขาอยู่ที่ไหนทำอะไรแค่เขาไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธอก็ดีเท่าไหร่แล้ว เฮ้อ...ฉันคงกินอะไรไม่ลงแล้วล่ะ ในใจฉันภาวนาขอให้ลิบินกลับเป็นคนเดิมโดยเร็ว ตอนแรกฉันคิดว่าจะลองดื้อกับเขาให้ถึงที่สุดแต่ตอนนี้ฉันควรจะเชื่อฟังเขาเพื่อให้ตัวเองไม่เจ็บตัวขืนดื้อต่อไปรอยช้ำพวกนี้คงไม่มีวันหายแน่ รวมถึง...ลอยที่คอพวกนี้ด้วย ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาทำเรื่องพวกนี้เพื่ออะไร”อยู่คนเดียวก็ดีอยู่แล้ว ^_^”ฉันยืนยิ้มให้กับเงาในกระจกเพื่อให้กำลังใจตัวเองหลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ นี่เป็นอะไรที่ฉันชอบมากที่สุดรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกฉันปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ พร้อมกับเสียงประตูห้องที่เปิดออกพอดีแอด!ฉันหน้าเหวอแล้วหรี่ตามองลิบินที่เดินเข้ามาเขามาทำไมดึกขนาดนี้ หวังว่าเขาจะไม่เห็นว่าฉันแอบมองอยู่นะ... เขาเดินมาเปิดโคมไฟที่หัวเตียงแล้วผ่านฉันเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกระเป๋าใบใหญ่?กระเป๋าอะไรของเขานะ...ผ่านไปสิบห้านาทีฉันยังคงแกล้งนอนหลับทั้งที่ตายังแอบมองเขาเดินไปเดินมาทั่วห้อง ฉันจะไม่ติดใจอะไรหรอกนะ
:ลิบินผมนอนหัวเราะคะน้าที่เธอเขินอายจนรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปนี่ผมแกล้งเธอมากไปหรือเปล่านะ? แต่ผมชอบจังเวลาที่เธอหน้าแดงแบบนั้นน่ารักดี เมื่อคืนผมกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเอื้อมมือไปกอดเธอนะ แต่เพราะผมเป็นคนติดหมอนข้างเลยทำให้อดไม่ได้ที่จะดึงอะไรใกล้ๆ ตัวมากอดแต่ต่อไปนี่บางทีหมอนข้างมันอาจจะไม่จำเป็นกับผมอีกแล้วก็ได้ผมจะกอดคะน้าแทนทุกคืนเลย ฮาๆผมตัดสินใจเก็บของมาอยู่ที่นี่กับเธอโดยไม่บอกก่อน เพราะผมกลัวผู้ชายพวกนั้นจะเข้าใกล้เธอ ดังนั้นผมจึงต้องป้องกันไว้ก่อน ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเมื่อคืนเธอแอบมองผมตั้งแต่เมื่อไหร่ วันนี้เธอเองก็คงจะเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าผมแล้วผมยังแอบหวั่นๆ ว่าเธอจะไล่ผมไปเหมือนกันนะกิกคะน้าเดินออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดนักศึกษาฝึกงานผมอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจร่างกายเล็กที่ดึงดูดนั้นเธอมีเสน่ห์ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันตืด ตืด!‘แม่’ ตืด!“ครับแม่...”(ลิบิน...คือแม่กำลังบินกลับเมืองไทยลูกช่วยออกมาทานข้าวกับแม่บ่ายนี้ได้ไหม)“ได้สิครับแม่ แม่กลับเร็วกว่ากำหนดเหรอครับ”ผมหุบยิ้มแอบแปลกใจอยู่ลึกๆ ที่อยู่ๆ แม่ก็กลับมาเมืองไทยก่อนกำหนดน้ำเสียงแม่ก็ฟังดูไม่ค่อยดีหรือธุรกิจกำลังมีปัญหา
3 เดือน ผ่านไปฉันนั่งรอคนคนหนึ่งอยู่ที่ร้านกาแฟบรรยากาศแนวอิงธรรมชาติมีต้นไม้สีเขียวที่ดูสบายตาเต็มไปหมดทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ส่วนคนที่นัดฉันมานั้นคือยูร์ไงละ วันนี้เขาโทรมานัดฉันให้ออกมาเจอซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็นานพอสมควร อยากจะบอกว่าฉันตื่นเต้นมากๆ เขาหายไปไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหวังว่าเขาคงจะสบายดี“คะน้า”“ยูร์! นายเป็นยังไงบ้าง”ฉันดีใจจนเผลอกระโดดเขาไปกอดคนตัวสูงทันที เขายังดูเหมือนเดิมทุกอย่างดูท่าทางเขาจะสบายดีคงทำใจรับเรื่องแย่ๆ พวกนั้นได้แล้วสินะ“สบายดี แล้วแฟนเธอละ”“อ่อ ลิบินน่ะเหรอ”“หืม? ตกลงคบกันแล้วเหรอนี่ฉันถามเล่นๆ นะ”อุ้ย!ฮ่าๆ จริงด้วยเรายูร์เขาไม่รู้นี่น่าว่าฉันกับลิบินตกลงคบกันจริงจังถึงขั้นจะหมั้นกันหลังเรียนจบแล้ว ขอพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยละกันแม่ของฉันกับคุณหญิงได้ตกลงกันว่าในเมื่อฉันกับลิบินเหมือนจะใช่ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว (หมายถึงตั้งแต่อยู่บ้านเดียวกันกับคุณหญิงจนย้ายออกมาอยู่เองช่วงฝึกงาน) ก็ควรทำอะไรที่มันเหมาะสมก็คือการหมั้นไว้ก่อน ตอนแรกลิบินจะไม่ยอมท่าเดียวเพราะเขายืนยันว่ายังไงเรียนจบแล้วก็ต้องแต่งงานเลย ฉันเลยขู่ไปว่าถ้าเขาดื้
แม่พาฉันเดินหลบออกมาทางประตูด้านข้างเพื่อไม่ให้มีใครสังเกตเห็นแล้วแอบไปบอกยูร์ว่าฉันกำลังจะหนี แม่ดูร้อนใจมากคงไม่อยากจะให้ฉันเจอพ่อของยูร์และท่านก็คงเกลียดฉันจริงๆ ถึงมันจะเจ็บมากแต่ฉันคงต้องยอมรับแล้วละว่าท่านไม่ต้องการฉัน แต่ก็ขอบคุณที่อย่างน้อยแม่ยอมรับว่าท่านเป็นแม่แท้ๆ ของฉัน ไม่ว่าเพราะสาเหตุไหนก็ต้องขอบคุณมากจริงๆ แค่ฉันรู้ก็พอใจแล้ว“แม่ส่งหนูแค่นี้นะลูก แต่แม่อยากขออะไรสักอย่าง”“ถ้าขอให้หนูไม่มาที่นี่หนูสัญญาค่ะว่าจะไม่มา”“แม่ขอแค่จนกว่าแม่จะตามหาหนูเท่านั้นเองหนูสัญญากับแม่ได้ไหม...อย่ายุ่งกับยูร์อีกเลยนะ”“เรื่องยูร์...วางใจเถอะค่ะ”ถึงแม่ไม่บอกให้ฉันเลิกยุ่งกับเขาฉันเองก็คงไม่กล้ายุ่งกับผู้ชายคนนี้อีกแล้วเรียกได้ว่าไม่ขอเจอเลยจะดีกว่า ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันตายไปหมดแล้วภาพที่เขาทำกับฉันที่โรงแรมมันคงติดอยู่ในความทรงจำตลอดไป ความทรงจำร้ายๆ“แม่ว่าหนูรีบไปเถอะมันใกล้เวลาเข้ามาแล้ว”“เวลา...?”แม่ดูร้อนรนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่ายิ่งทำให้ฉันสับสนไปกันใหญ่ว่าทำไมถึงต้องกลัวขนาดนี้ความจริงถ้าฉันไม่พูดออกไปก็น่าจะไม่เสียหายอะไรแล้วนิ“ยัยตัวดีแกอยู่นี่เอง!!”“คุณ!!”ปัง!!“แม
:ลิบินผมมาถึงอเมริกาเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ความจริงผมไม่อยากจะผิดสัญญากับแม่นักหรอกเรื่องให้เวลาคะน้า แต่เพราะคำพูดของไอ้ยูร์นั้นมันทำให้ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปเพราะคนของผมกำลังตกอยู่ในอันตราย ที่ผมยอมปล่อยคะน้าให้อยู่กับมันขนาดนี้เพราะคิดว่ามันมีจิตสำนึกว่าที่ผ่านมาคะน้าดีกับมันแค่ไหนผมคิดว่ามันจะเห็นแก่ความดีที่ยัยนั้นทำให้แต่เปล่าเลย ไอ้บ้านั้นมันไร้จิตสำนึกสิ้นดีผมได้แต่หวังว่าคะน้าจะปลอดภัย“เฮ้ ทางนี้”“...”ผมพยักหน้ารับแล้วเดินตรงมาหาเพื่อนรัก ผมเพิ่งรู้ว่าไอ้เฟร์สเองก็แอบมาตามหาแม่คะน้าก็ตอนผมโทรไประบายอารมณ์เรื่องไอ้ยูร์นั้นกับมัน มันเลยยอมบอกว่าตัวมันเองก็แอบมาที่นี่แต่ยังไม่เจอคะน้า ก็ถือว่าโชคดีเพราะตอนนี้มันเองก็รู้ที่อยู่ของแม่แท้ๆ ของคะน้าแล้วเท่ากับว่าผมสามารถไปดักรอเธอที่นั่นได้“นี่ยังไม่หายอารมณ์เสียอีกเหรอว่ะ”“เป็นแกคงอารมณ์ดีได้อยู่หรอกนะ”“เออรู้ แล้วจะทำอย่างไงต่อ”“พาฉันไปดักรอที่บ้านหลังนั้น”“...จริงๆ แล้วฉันว่าครอบครัวไอ้ยูร์มีอะไรแปลกๆ”“หมายถึงอะไร...”“ดูเหมือนสิ่งที่พ่อไอ้ยูร์ทำอยู่จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายฉันเห็นพวกเขาขนอะไรสักอย่างที่ดูเป็นความลับและฉั
รถคันสีดำหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบบันไดหินอ่อนหน้าบ้านหลังใหญ่ หลังจากสงบศึกกับยูร์ได้สักพักเขาก็พาฉันมาบ้านที่ที่แม่ของฉันอาศัยอยู่เท่าที่ดูจากตัวบ้านแล้วครอบครัวยูร์คงจะมีฐานะที่ดีมากมันแต่นั้นยิ่งทำให้ฉันยิ่งกังวลใจและน้อยใจ ในเมื่อแม่มีความเป็นอยู่ที่ดีขนาดนี้แม่ไม่เคยคิดจะตามหาฉันบ้างเลยงั้นเหรอ? ถ้าจ้างคนเยอะๆ การตามหาฉันที่ประเทศไทยคงเป็นเรื่องง่ายมากจริงไหม?“ทำหน้าเศร้าตั้งแต่ยังไม่เจอแม่ ทำไมกลัวเขาไม่รักหรือไง?”“อืม...”“เผื่อใจไว้แล้วสิ”“อืม”“แม่ของเธอไม่มีวันยอมรับเธอหรอก ผู้หญิงคนนั้นมันนางมารร้ายชัดๆ”“อืม”“พูดเป็นแค่นี้เหรอ! กลัวเขาไม่ยอมรับขนาดนั้นเลยสินะสมน้ำหน้า”ใช่... ฉันกลัว ฉันกลัวว่าแม่จะไม่ยอมรับซึ่งมันมีโอกาสจะเป็นแบบนั้นได้มากกว่าครึ่ง การที่ฉันมาแสดงตัวที่นี่มันอาจจะเป็นการทำร้ายท่านแต่ในเมื่อฉันเลือกไม่ได้ ฉันก็ต้องยอมอย่างน้อยถ้าโดนไล่ออกมาฉันก็ยังได้เห็นหน้าแม่แท้ๆ ของตัวเอง“ไปกันได้แล้ว”“อืม”ปืป!“สวัสดีครับคุณชาย!”ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออกชายนับสิบท่าทางขมักเขม้นวิ่งตรงเข้ามายืนเรียงแถงกันแป็นแนวยาว นี่เป็นการต้อนรับของที่นี่งั้นเหรอ? น่ากลัว
: ยูร์“ใส่สะ”ผมพูดเสียงเรียบพร้อมกับโยนเดรสสีดำเข้มให้คนตรงหน้า สีหน้าเธอดูขัดใจมากที่ผมทำแบบนั้นแต่ใครสนละตอนนี้เธอมันก็เป็นหมากในเกมผมเท่านั้นไม่เห็นมีประโยชน์อะไรที่ผมจะต้องทำดีด้วย วันนี้แล้วสินะที่ผมจะมีโอกาสทำให้ยัยนางร้ายนั้นอกแตกตาย ผมก็แค่ต้องเก็บยัยคะน้าไว้ใกล้ตัวแล้วใช้เธอทำร้ายหน้ากากนางเอกนั้นพ่อผมก็จะกลับมารักและเข้าใจผมเหมือนเดิม แต่ใช่ว่าผมจะจัดการเธอทีเดียวสะเมื่อไหร่ของแบบนี้จะต้องค่อยเป็นค่อยไปถ้ารีบไปมันจะสนุกอะไร“ฉันไม่ใส่”“ทำไม”“ฉันไม่ชอบ”“แต่ฉันชอบ รีบใส่สะไม่อยากเจอแม่หรือยังไง”“มันสั้นเกินไป...”“ก็ดู...เซ็กซี่ดีฉันชอบ”ผมโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูขาวผมแทบไม่อยากจะยอมรับเลยว่ากลิ่นหอมของร่างกายเธอมันกำลังปั่นป่วนอารมณ์ผมไม่ใช่น้อย หอมจนผมอยากจะสูดหายใจเข้าลึกเป็นล้านๆ ครั้งน่าอิจฉาไอ้ลิบินจริงๆ“อะ ออกไป”“...ว่าไงนะ”ผมทำแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วขยับเข้าไปให้ใกล้อีกทำให้คนตรงหน้ายิ่งลุกลี้ลุกลนพยายามจะเดินออกให้ห่างผมได้ทีคว้าเข้าที่เอวบางแล้วจัดการกระชากเข้าหาตัวฝังจมูกลงบนแก้มนุ่มไปหนึ่งที ยิ่งทำให้คนตัวเล็กโกรธแล้วดิ้นยกใหญ่ ผมเลยจัดการฝังจมูกล
ยูร์บอกให้ฉันรออยู่เขาอยู่ที่โรงแรมส่วนตัวเขาขอไปทำธุระ ตั้งแต่มาถึงในหัวของฉันก็เอาแต่คิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่มีหยุด มันเอาแต่ถามว่าเพราะอะไรทำไมทุกคนต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำไมฉันต้องเจอเรื่องแบบนี้แต่สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจที่สุดคือ...ทำไมลิบินเขาถึงต้องปิดบังเรื่องนี้กับฉัน...เป็นเพราะเขาห่วงความรู้สึกหรือแค่อยากจะหลอกให้ฉันอยู่กับเขาให้เป็นที่ระบายอารมณ์เป็นของเล่นของเขา มันเพราะเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของฉันควรจะเป็นการเจอหน้าแม่ ฉันไม่มีทางเชื่อว่าแม่จะไม่ต้องการฉัน ฉันไม่เชื่อว่าแม่จะไม่ต้องการฉันตืดๆ1ข้อความ‘ไม่รู้จัก'สบายดีไหม... ฉันขอโทษจริงๆ สำหรับเรื่องทั้งหมดฉันแค่ไม่อยากจะให้เธอต้องเจ็บปวดและฉันเองไม่อยากจะเสียเธอไป ฉันขาดเธอไม่ได้คะน้าฉันรู้สึกเหมือนจะตาย ช่วงนี้แม่บอกให้ฉันห่างเธอจนกว่าเธอจะได้เจอแม่แท้ๆ แต่ฉันทำไม่ได้จริงๆ ไม่มีเธอโลกทั้งใบของฉันก็มืดไปหมดฉันอยู่ไม่ได้จริงๆ คะน้ากลับมานะ ยกโทษให้ฉันนะ เรามาทำอาหารด้วยกันนอนกอดกันทุกคืนทำอะไรหลายๆ อย่างเป็นแบบที่เราเคยเป็น กลับมามีความสุขกันเหมือนเดิมนะคะน้า...ฉันรักเธอมากนะ...แปะ แปะถึงมันจะไม่ลง
: ลิบินแปะ แปะทำไมเธอไม่ฟังเหตุผลผมบ้าง ผมทำไปเพราะไม่อยากให้เธอเสียใจแล้วทำไมเธอถึงไม่เข้าใจผมบ้าง...แม้ผมจะคลุกเข่าขอโทษ แม้ผมจะรั้งเธอไว้ เธอกลับไม่แม้แต่จะถามว่าเพราะอะไรบางครั้งผมเองก็คิดว่าทำไมผมต้องยอมเธอแบบนี้คนอย่างผมไม่เคยจะก้มหัวให้ใครไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร แต่ผมกลับเสียน้ำตาให้เธอ...ผมคงรักเธอมากจริงๆ ผมไม่เคยวิ่งหนีอะไรแต่กลับเลือกที่จะวิ่งหนีเรื่องที่ไม่ควรวิ่ง คงเพราะ....ผมมันขี้ขลาด ผมมันแย่เอง“ลิบิน...ทำไมถึง”“แม่!”พริบ!ผมโผล่กอดแม่อย่างไม่อายทันทีที่เห็นแม่เดินเข้ามา ความรู้สึกมันเหมือนได้ลมหายใจกลับมาครึ่งหนึ่ง ขอบคุณนะแม่...ขอบคุณที่มาตอนนี้ แม่มองผมด้วยสายตาตื่นตระหนกแล้วเข้ามาจับไหล่ผมไว้เบาๆ“ลิบินลูกร้องไห้งั้นเหรอ...”“คะน้า...ไปแล้วครับแม่เขาหนีผมไปแล้วเขาเกลียดผมแล้ว”“ลิบิน...ลูกไม่เคยอ่อนแอ”“ผมขอโทษครับ แต่ผมเจ็บจริงๆ”“แม่เข้าใจว่าลูกเสียใจ แม่รู้ว่ามันทำใจลำบากเรื่องแม่ของคะน้าเพราะแม่เองก็อึดอัดใจและรู้สึกผิด แม่เองก็รู้สึกแย่มากเหมือนกันแต่เราต้องยอมรับการตัดสินใจของคะน้านะ”“แม่รู้แล้วเหรอ”“มีเรื่องเดียวที่ร้ายแรงพอจะทำให้คะน้า…ไป”ผมปาดน้ำตาแ
ฉันนั่งดูโทรทัศน์เป็นเพื่อนลิบินอยู่บนเตียงมาครึ่งวันได้ ความรู้สึกลึกๆ ตอนนี้คือฉันกลัวว่าอาจจะโดนด่าได้ถ้าหมอหรือพยาบาลเข้ามาเห็น เพราะเขาไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมานอนบนนี้ได้นอกจากคนไข้...แน่นอนว่าคนอย่างลิบินไม่ได้มีความรู้สึกกลัวหรือเกรงใจสถานที่เลยสักนิด“หิวน้ำ”“ก็ไปกินสิขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“หืออออ”“ก็ได้ๆ”ฉันลุกขึ้นไปหยิบน้ำมาส่งให้ลิบินถึงปากตั้งแต่มาอยู่โรงพยาบาลนี่เขาเหมือนคนเป็นอัมพาตเข้าทุกทีทั้งที่ก็สบายดีทุกอย่าง น่าตีจริงๆ ฉันเลยต้องกลายเป็นคนใช้เขาอยู่แบบนี้ทั้งวันกว่าจะปลีกตัวไปทำงานได้ก็โดนรั้งเป็นชั่วโมงฉันแอบสงสัยเหมือนกันว่าแค่แขนหักกับช้ำนิดหน่อยทำไมเขาถึงต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอาทิตย์ขนาดนี้อีกอย่างเขาก็ดูแข็งแรงดีนิน่า?“ลิบินนายไม่คิดว่าอยู่ที่นี่นานไปหน่อยเหรอ”“ไม่นะสบายดีออกแถมไม่ต้องไปทำงานด้วย”“ฉันว่าแล้ว” คิดแล้วเชียวว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ ที่แท้ก็แผนนี่เอง ตูดๆ เสียงข้อความดังทำให้ฉันต้องหันไปดู...‘ข้อความใหม่’‘ออกมาพบฉันหน่อยที่สวนชั้น1 รออยู่นะ ...ยูร์’ฉันกลืนน้ำลายเสียงดังยูร์เขามาที่นี่ทำไม ฉันหันไปมองลิบินที่กำลังสนใจดูโทรทัศน์ย่างสนุกสนาน ฉั
:ลิบินผมยืนประจันหน้ากับไอ้ยูร์ที่สนามแข่งรถ c-win ตามที่ได้รับคำท้ามาเมื่อเช้า ข้อเสนอที่ได้รับมันคุ้มกับความเสี่ยงผมเลยตัดสินใจออกมาตามนัด ถึงมันจะอันตรายเพราะอยู่ในถิ่นของศัตรูแต่ผมก็หวังว่ามันจะเล่นเกมอย่างใสสะอาด ข้อเสนอที่ผมได้รับคือถ้าผมแข่งชนะวันนี้มันจะเก็บเรื่องแม่คะน้าเป็นความลับต่อไป นี่แหละเหตุผลหลักที่ทำให้ผมมายืนอยู่ตรงนี้อย่างไม่ลังเล“รีบแข่งให้มันจบๆ ไป ฉันมีธุระต้องทำต่อ”ผมเร่งเพราะเป็นห่วงคะน้าพอสมควร ผมไม่ได้บอกเธอว่าจะออกมาเธอมีไข้สูงผมเลยให้กินยาแล้วนอนพัก หวังว่ากลับไปเธอจะยังไม่ตื่นนะ...เพราะถ้าเธอรู้เรื่องทั้งหมดที่ทำมาคงจบแน่“รีบไปไหนเล่าไม่คุยกันก่อนหรือไง น่าน้อยใจจริงๆ”ยูร์มองผมอย่างยิ้มๆ ผมละเกลียดมันเข้าไส้จริงๆ“อย่ามาลีลา...หวังว่าข้อตกลงเราจะเป็นแบบนั้นจริงๆ นะ”“แน่นอน ฉันมันลูกผู้ชายอยู่แล้ว”“งั้นก็เริ่มเลยสิ...”ตืดๆ‘คะน้า’ผมก้มมองโทรศัพท์แล้วตกใจเธอไม่ได้กำลังนอนพักผ่อนอยู่งั้นเหรอ...ผมควรจะรับดีหรือเปล่า ถ้าเกิดรับไปคะน้าอาจจะรู้ได้ว่าผมอยู่ที่ไหนเธอคงไม่สบายใจแน่และที่สำคัญผมอยากให้การแข่งครั้งนี้เป็นความลับดังนั้นขอโทษนะคะน้า...ตุด!“