Home / LGBTQ+ / คชาอากร / บทที่ 2 ทานตะวัน 1

Share

บทที่ 2 ทานตะวัน 1

last update Last Updated: 2025-02-24 02:36:31

Part ทานตะวัน

11 ปีผ่านไป

[ฮาโหล เจ้]

[ใครเจ้แก ฉันไม่ได้มีเชื้อจีน ต้องเรียกฉันว่าพี่สิยะ]

[เอาน่า ติดปากแล้ว ขอนะ]

ผมมักเรียกพี่ดาวเรืองว่า ‘เจ้’ จนติดปาก ถึงแม้ว่าตัวจริงของนางจะโคตรแมนก็ตามที 

สวัสดีครับ ผมชื่อทานตะวัน จะเรียกว่าตะวันเฉย ๆ ก็ได้ครับ ผมเพิ่งพบกับพ่อแม่และเจ้ดาวเรืองล่าสุดเมื่อ 5 วันก่อน ที่จริงมันเป็นวันที่พิเศษสุดของผมวันหนึ่ง

วันอะไรเหรอ?

วันรับพระราชทานปริญญาบัตรไงครับ ผมเรียนจบปริญญาตรีเรียบร้อยแล้ว ตามที่ได้คุยกับทางบ้านไว้ว่า เมื่อเรียบจบผมจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด

แต่ที่วันนี้ยังเอ้อระเหยโทรศัพท์คุยกับเจ้ดาวเรืองอยู่นี่ ก็เพราะเพื่อน ๆ ที่คณะขอให้อยู่ต่ออย่าเพิ่งกลับ ผมจึงขอพ่ออยู่ต่ออีก 5 วัน

ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนะครับ บ้านที่กรุงเทพฯ ผมก็ยังไป ๆ มา ๆ ได้อยู่ คุณลุงใจดีกับผมมาก ท่านรักผมเหมือนลูก เพราะลุงไม่มีลูกเนอะ

ผมอยู่ที่กรุงเทพฯ กับลุงตั้งแต่เริ่มชั้นมัธยมต้น ในทีแรกก็มีเหงาบ้าง แต่ลุงมักชวนผมทำกิจกรรมมากมายทั้งที่ชอบและไม่ชอบ จนเราสนิทกัน คุณน้าหลินก็ใจดีมากจนแทบจะเป็นแม่ผมอีกคนแล้ว

หลังจากร่ำลากับเพื่อนในคณะ และบอกพวกมันว่าสามารถแวะไปเที่ยวที่ไร่ได้หากมีโอกาส ซึ่งผมคิดว่าแรก ๆ คงไม่มีใครไปหาผมหรอก เพราะว่ามันค่อนข้างไปยาก แม้จะไม่ได้ไกลจากกรุงเทพฯ ระดับ 500-600 กิโลเมตร แต่จังหวัดที่ผมอยู่ก็ยังถือว่าเป็นจังหวัดที่ไกลจากกรุงเทพฯ หลักเกือบ 200 กิโลเมตร ไม่ได้อยู่อำเภอเมือ จะไปแต่ละทีต้องนั่งรถสองแถวเข้าไป แถมรถสองแถวที่ว่ายังมีแค่วันละไม่กี่เที่ยวเอง กันดารบ้านนอกก็ยอมรับว่าจริงครับ

ผมกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่าย กระเป๋าถูกแพ็กไว้เรียบร้อยแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ของผมยังอยู่ที่นี่ส่วนหนึ่ง น้ากับน้าหลินบังคับให้ผมลงมาหาที่กรุงเทพฯ ฯ 2 - 3 เดือนครั้ง ซึ่งผมยินดีรับปาก แต่มีข้อแม้ว่า หากผมงานยุ่ง ลุงกับป้าก็ต้องเป็นฝ่ายขึ้นไปหาผมบ้าง ทั้ง 2 ท่านยินดี

 ป้าร้องไห้เมื่อผมเข้าไปกราบลาที่ตัก ส่วนลุงใจแข็ง ก็ผู้ชายนี่นะ

“ไปก่อนนะครับ รักป้านะ จุ๊บ จุ๊บ” ผมโผเข้ากอดและหอมแก้มป้าลุงหัวเราะกับความอ้อนของผม

“ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวถึงทางโน้นไม่ปาไปตีหนึ่งตีสองเหรอ บอกให้ไปเช้าก็ไม่เอา” น้าแสร้งบ่นขณะที่ช่วยลากกระเป๋าเดินทางของผมไปใส่ท้ายรถให้

“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าจะค้างที่บ้านย่าในเมืองก่อน”

ใช่แล้วครับ ผมกะจะแวะพักที่บ้านในเมือง บ้านอีกหลังของผม ก็บ้านย่านั่นแหละ

“เอาเลย พ่อคนบ้านเยอะ” น้าแซวก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้านเพื่อเตรียมนำรถออก

“ฝากปิดประตูด้วยนะคุณ” น้าส่งเสียงบอกน้าหลิน

“จ้า ไปกันเถอะ เดี๋ยวแม่ปิดประตูเอง” น้าหลินรับคำ พร้อมโบกมือส่งท้ายก่อนที่รถจะเลี้ยวออกจากบ้านไป

ผมมาถึงหมอชิตในเวลาเฉียดฉิว อันที่จริงนั้น รถทัวร์สายที่ผ่านบ้านผมมีเยอะแยะมาก แทบไม่ต้องจองตั๋วด้วยซ้ำหากไม่เลือกลักษณะรถที่จะนั่ง แต่ผมขอเลือกที่นอนหลับสบาย ๆ อย่างน้อยการเดินทางสองชั่วโมงกว่า ๆ ของผม ก็ควรให้ผมได้งีบสักหน่อยนะครับ

งีบอะไรล่ะ รถยังไม่ทันออก โทรศัพท์มือถือก็สั่นพรืดขึ้นมา!

[ฮาโหล]

[กลับวันนี้ใช่ไหม]

[ใช่แล้ว]

[แล้วจะมายังไงที่บ้านเนี่ยะ]

[พรุ่งนี้เช้าเจ้มารับที่บ้านย่าหน่อยดิ]

[ว่าละ เออ ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ขับรถเข้าไปรับ]

ไงล่ะ มีพี่สาวเก่งแบบนี้ก็ดีไปอย่างครับ ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่เลย นางสปอยผมมาตั้งแต่เด็กยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ น่ารักที่สุด

รถทัวร์ออกจากขนส่งสายเหนือไม่นานผมก็หลับ!...

มาสะดุ้งตื่นอีกทีก็คือเหลืออยู่ในรถแค่ไม่ถึงหกคน ใช่แล้ว ผมเดินทางมาถึงสถานีขนส่งปลายทางโดยสวัสดิภาพ ผมลงไปรับสัมภาระอันมีกระเป๋าลากสองใบ ส่วนเป้สะพายผมนำขึ้นไปด้วยบนรถตั้งแต่แรก

อยากจะบอกว่าอากาศที่บ้านผมตอนนี้

‘โคตรร้อน’ แถมตอนนี้หิวน้ำอีกต่างหาก ผมมองซ้ายมองขวา แลไปเป็นร้านสะดวกซื้ออยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมอยู่ หิวแล้วทำไม รออะไรล่ะครับ คนเดียวกระเป๋าสามใบฝากใครไม่ได้ ก็ลากมันไปแบบนี้ล่ะครับ

“ลำบากเนอะ”

ผมหันขวับไปตามเสียงที่คุ้นเคย

“เจ้ดาวเรือง!”

“ย่ะ ฉันเอง”

ผมโผเข้าไปกอดพี่สาวด้วยความดีใจ เธอหัวเราะด้วยความตลกของผม หรืออาจจะเขินที่มีชายหนุ่มรูปหล่อ (มาก) โผเข้ากอด ใช่ไหม

“แกก็เว่อร์ละ เพิ่งเจอกันได้ห้าวันป่ะล่ะ” พี่สาวทวนความจำให้ผม

“เออจริง” นึกขึ้นได้

“แล้วมาไง ก็บอกว่าจะไปนอนบ้านย่าไง”

ผมปากเบ้ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเคยบอกเรื่องที่จะมานอนค้างบ้านย่าก่อนแล้วเช้าค่อยเข้าไปที่ไร่

Related chapters

  • คชาอากร   บทที่ 2 ทานตะวัน 2

    “ไม่มีใครอยู่ แกไม่เช็คก่อนมานี่ ย่าไปทอดผ้าป่ากะพวกญาติ ๆ ไม่มีใครอยู่หรอก”ผมได้ยินดังนั้นก็หน้าเหวอ จริงอย่างที่เจ้บอก ผมไม่ได้คอนเฟิร์มว่าจะเข้าไปนอนที่บ้านย่า เลยไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนแผนกันไปทอดผ้าป่าเป็นที่เรียบร้อย นี่ถ้าเจ้ดาวเรืองไม่ออกมารอรับ ผมคงต้องหาโรงแรมแถวนี้พักก่อนแน่ ๆ“เออ ขอบคุณเจ้ งั้นก็กลับบ้านเลย”“ก็ต้องงั้น”เจ้ดาวเรืองช่วยผมลากกระเป๋าไปใส่ท้ายรถเอสยูวีคันสูงที่จอดอยู่ไกลออกไปจากชานชาลารถ เวลานี้ พอมองไปรอบ ๆ ก็แอบวังเวงอยู่ไม่น้อย ผู้คนต่างพากันหายไปไหนหมดแล้ว เมื่อสักครู่ตอนลงจากรถยังเดินกันเต็มไปหมด“หิวไหม เอ้าน้ำเปล่า วางอยู่ในช่องด้านข้าง ประทังไปก่อน เดี๋ยวถึงบ้านค่อยว่ากัน” พี่สาวของผมรอบคอบเสมอ เธอส่งขวดน้ำขนาด ห้าร้อยมิลฯ มาให้ ผมคว้าโดยไม่รีรอ เปิดฝาได้ก็กระดก อึก อึก“เบาแก เดี๋ยวสำลักตาย”“หิวอ่ะ ขอบใจเจ้ว่ะ”ผมปิดฝาแล้วหันไปยิ้มหล่อให้หนึ่งที เจ้ส่ายหน้าก่อนออกรถมุ่งหน้าสู่ไร่กรุณาธร ไร่อันเป็นบ้านเกิดของผม ไร่ที่มีพ่อกับแม่รอผมอยู่ใช้เวลาเดินทางสามสิบนาที รถของเจ้ก็เลี้ยวเข้าสู่ไร่กรุณาธร ผมชะเง้อมองดูความเปลี่ยนแปลงสิบเอ็ดปีที่ผมไปจากที่นี่ ตอ

    Last Updated : 2025-02-24
  • คชาอากร   บทที่ 3 เพื่อนเก่าที่ทำให้...ใจสั่น 1

    ก๊อก ก๊อก“แก! ตื่นได้แล้ว เสียงไก่ของไร่เรามันไม่ดังพอใช่ไม๊” เจ้ดาวเรืองแหวใส่ประตูห้องผมแหม ผมเพิ่งจะกลับมา ขอพักสักวันสองวันไม่ได้รึไง อีกอย่างวันนี้ก็คิดว่าจะขอยืมรถเข้าเมืองไปดูอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาติดตั้งในบ้าน รวมถึงสำรวจร้านคอมพิวเตอร์ในตัวอำเภอว่าพอจะดิวไว้เป็นเพื่อนเป็นซัพพลายให้ได้ไหม ซึ่งร้านเหล่านี้ไม่ได้เปิดเช้าซะหน่อย“ตื่นแล้วจ้า เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จจะรีบลงไปนะที่รัก”ผมตะโกนกลับพร้อมดีดตัวเองจากเตียงที่แสนนุ่มสบาย อากาศยามเช้าที่นี่ค่อนข้างเย็น เครื่องปรับอากาศที่เมื่อคืนช่วยคลายร้อน ตอนนี้กลับร้อนกว่าอากาศข้างนอก ปิดเพื่อประหยัดไฟ เป็นทางเลือกที่ดีผมปิดเครื่องปรับอากาศแล้วเดินไปเปิดม่าน ยกหน้าต่างขึ้นด้านบน“สดชื่นสุด ๆ ฮิ้วว” ผมโห่ร้องเมื่ออากาศแรกของภายนอกสัมผัสถูกหน้าของตัวเองความชุ่มชื่น อากาศปลอดโปร่งโล่งสบาย หายใจทั่วท้อง เป็นเอกลักษณ์ที่ไร่ของผมรวมถึงหมู่บ้านแถบนี้มีไว้ให้ฟรีโดยไม่คิดค่าบริการผมรีบอาบน้ำ เปลี่ยนชุดลำลองก่อนจะลงมาที่ห้องครัว“สวัสดีครับพ่อแม่” ผมยกมือไหว้เมื่อเจอท่านทั้งสองที่กำลังดำเนินกิจกรรมประจำวันของตัวท่านเองอยู่พ่อที่อยู่ในชุดเตรียมลงไ

    Last Updated : 2025-02-24
  • คชาอากร   บทที่ 3 เพื่อนเก่าที่ทำให้...ใจสั่น 2

    “ไม่ไปได้ไหมเจ้” ผมอุทธรณ์“ไม่ได้ ฉันรับปากไปแล้ว” เจ้ดาวเรืองแหวใส่ผมแม่มองเจ้ดาวเรืองอย่างตำหนิ“ทำไมไม่ถามน้องก่อน”“แหมแม่ ก็คุ้นเคยกันอยู่แล้ว หายไปแค่สิบกว่าปี ไม่น่าจะมีผลนี่นา ทีเมื่อก่อน วิ่งเข้าไปถึงห้องนอนน้าสมชายก็ทำมาแล้วนี่แก”ประโยคหลัง ทำให้พ่อแม่หันมามองผมเป็นตาเดียว คือเอาจริงนะครับ เรื่องนี้มันก็นานมาแล้วตั้งแต่เด็ก เอามาเผาทำไมนี่เจ้“ลูกไปเล่นถึงในห้องนอนเขาเลยเหรอ” แม่เฟื่องฟ้าของผมเริ่มไม่สบอารมณ์“คุณ เด็ก ๆ มันเล่นกันใช่ไหม?” พ่อมงคลของผม เห็นนิ่ง ๆ แบบนี้ ช่วยผมตลอดแหละครับผมทำหน้าแหย มันเป็นเรื่องเก่ามาก ๆ จนผมเองยังแทบจะจำได้ไม่ได้ เจ้ดาวเรืองนี่“โอเคครับ ผมไปก็ได้ เย็นนี้นะ” ผมตัดบท เพราะดูท่าแม่ผมจะเริ่มไม่ชอบใจเท่าไร แม่เป็นคนที่ไม่ชอบให้คนในบ้านไปยุ่มย่ามอะไรในที่ของคนอื่น ไปเล่นไปคุยไปกินข้าวได้ แต่การเข้าไปถึงห้องนอน แม่ไม่ชอบครับแพลนของที่วางไว้หลังจากกลับมาบ้านคืออยากเข้าเมืองไปเซอร์เวย์ร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไป จนถึงร้านแบรนด์ดัง ซึ่งแพลนนั้นคือวันนี้นี่แหละผมไปขอยืมกุญแจรถของพ่อ ซึ่งพ่อบอกว่าให้ไปขอแม่ เพราะ แม่เป็นผู้ดูแลรถทั้งหมด ผมยังไม่อยากข

    Last Updated : 2025-02-24
  • คชาอากร   บทที่ 1 ไร่ของเราอยู่ติดกัน 1

    บทที่ 1ไร่ของเราอยู่ติดกัน…แดดอ่อนทอแสงแรกผ่านม่านเขาสูง ส่งกระทบหยาดน้ำค้างที่พร่างพราวบนยอดหญ้า ความชุ่มชื้นจากพื้นที่อุ้มน้ำฝนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เริ่มคลายตัวออกเนื่องจากแสงแดดที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บรรดาสัตว์ตามธรรมชาติน้อยใหญ่ ต่างดำรงชีวิตกันไปตาม วัฏจักรแห่งชีวิตบนพื้นที่ไร่ทั้งสองนี้บ้านไร่จินตราและไร่กรุณาธรเป็นไร่ผลไม้ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มกลางหุบเขา ไร่ทั้งสองนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน กล่าวคือ มีภูเขายืนตระหง่านอยู่ด้านหลัง มีลำธารเล็ก ๆ จากทิวเขาด้านหลังไหลผ่าน ลำธารแห่งนี้มีสายน้ำไหลไม่เคยขาดแม้ว่าจะเป็นฤดูแล้งก็ตาม ในอดีตไร่ทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง เกิดจากเพื่อนรักสองเกลอ ที่เข้ามาบุกเบิกทำไร่ผลไม้ โดยเลือกที่จะปลูกให้เหมาะสมตามสภาพอากาศที่เป็นอยู่ และได้ขยายพื้นที่ออกไปจนสุดเชิงเขาทั้งสองด้าน สุดลูกหูลูกตาเป็นคำกล่าวของชาวบ้านในหมู่บ้านเล็ก ๆ เชิงเขาด้านหลังที่อยู่ถัดจากไร่ทั้งสองไปไม่ไกลนักเพื่อนรักทั้งสองต่างมีครอบครัว ดำเนินการของตนเองให้อยู่รอดมาจนถึงรุ่นลูก และกำลังจะส่งต่อให้กับรุ่นหลานของพวกเขาหลังจากเจเนอเรชันคุณปู่คุณตาผู้บุกเบิกผ่านพ้นไป

    Last Updated : 2025-02-24
  • คชาอากร   บทที่ 1 ไร่ของเราอยู่ติดกัน 2

    เด็กชายทั้งสองถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาลในตัวอำเภอซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่มากนักทั้งคู่ไป - กลับบ้านด้วยกันโดยรถรับส่งของโรงเรียน มีเพียงแค่เวลาเรียนที่พวกเขาจะเรียนคนละห้องกันเท่านั้น เมื่อขึ้นชั้นประถมทั้งสอง ยังคงอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ไม่ได้เรียนห้องเดียวกันอีกเช่นเคย สาเหตุเป็นเพราะทานตะวันค่อนข้างมีผลการเรียนที่ดีกว่าออโต้ โดยเฉพาะวิชาคำนวณเมื่อกลับบ้านทั้งสองผลัดกันสอนการบ้านโดยไม่ต้องให้ดาวเรืองมา สอนอีก ออโต้มักจะขอความช่วยเหลือหากทำการบ้านวิชาคณิต ศาสตร์ไม่ได้ในขณะเดียวกันออโต้จะช่วยทานตะวันทำงานประดิษฐ์ หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ฝีมือ จนกระทั่งจบชั้นประถม ความเปลี่ยนแปลงจึงเริ่มเกิดขึ้น “ตะวัน แม่เราบอกว่าตะวันจะไปเรียนกรุงเทพฯ เหรอ” ออโต้ถามทานตะวันขณะที่กำลังเดินเล่นในไร่องุ่นของบ้านไร่จินตรา ทานตะวันชะงัก เขาหันมามองหน้าออโต้“อืม ใช่ พ่อกับแม่ตะวันจะให้ไปเรียนที่กรุงเทพฯ ”“แล้วไปนานไหม” ออโต้ถามด้วยความอยากรู้ ในความคิดของเขา ทานตะวันคงไปเรียนแค่ช่วงเปิดเทอม พอปิดเทอมก็คงกลับมา แต่“พ่อบอกว่าจะให้ย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพฯ จนกว่าจะเรียนจบ แล้วค่อยว่ากันอีกที”ทานตะวันบ

    Last Updated : 2025-02-24

Latest chapter

  • คชาอากร   บทที่ 3 เพื่อนเก่าที่ทำให้...ใจสั่น 2

    “ไม่ไปได้ไหมเจ้” ผมอุทธรณ์“ไม่ได้ ฉันรับปากไปแล้ว” เจ้ดาวเรืองแหวใส่ผมแม่มองเจ้ดาวเรืองอย่างตำหนิ“ทำไมไม่ถามน้องก่อน”“แหมแม่ ก็คุ้นเคยกันอยู่แล้ว หายไปแค่สิบกว่าปี ไม่น่าจะมีผลนี่นา ทีเมื่อก่อน วิ่งเข้าไปถึงห้องนอนน้าสมชายก็ทำมาแล้วนี่แก”ประโยคหลัง ทำให้พ่อแม่หันมามองผมเป็นตาเดียว คือเอาจริงนะครับ เรื่องนี้มันก็นานมาแล้วตั้งแต่เด็ก เอามาเผาทำไมนี่เจ้“ลูกไปเล่นถึงในห้องนอนเขาเลยเหรอ” แม่เฟื่องฟ้าของผมเริ่มไม่สบอารมณ์“คุณ เด็ก ๆ มันเล่นกันใช่ไหม?” พ่อมงคลของผม เห็นนิ่ง ๆ แบบนี้ ช่วยผมตลอดแหละครับผมทำหน้าแหย มันเป็นเรื่องเก่ามาก ๆ จนผมเองยังแทบจะจำได้ไม่ได้ เจ้ดาวเรืองนี่“โอเคครับ ผมไปก็ได้ เย็นนี้นะ” ผมตัดบท เพราะดูท่าแม่ผมจะเริ่มไม่ชอบใจเท่าไร แม่เป็นคนที่ไม่ชอบให้คนในบ้านไปยุ่มย่ามอะไรในที่ของคนอื่น ไปเล่นไปคุยไปกินข้าวได้ แต่การเข้าไปถึงห้องนอน แม่ไม่ชอบครับแพลนของที่วางไว้หลังจากกลับมาบ้านคืออยากเข้าเมืองไปเซอร์เวย์ร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไป จนถึงร้านแบรนด์ดัง ซึ่งแพลนนั้นคือวันนี้นี่แหละผมไปขอยืมกุญแจรถของพ่อ ซึ่งพ่อบอกว่าให้ไปขอแม่ เพราะ แม่เป็นผู้ดูแลรถทั้งหมด ผมยังไม่อยากข

  • คชาอากร   บทที่ 3 เพื่อนเก่าที่ทำให้...ใจสั่น 1

    ก๊อก ก๊อก“แก! ตื่นได้แล้ว เสียงไก่ของไร่เรามันไม่ดังพอใช่ไม๊” เจ้ดาวเรืองแหวใส่ประตูห้องผมแหม ผมเพิ่งจะกลับมา ขอพักสักวันสองวันไม่ได้รึไง อีกอย่างวันนี้ก็คิดว่าจะขอยืมรถเข้าเมืองไปดูอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาติดตั้งในบ้าน รวมถึงสำรวจร้านคอมพิวเตอร์ในตัวอำเภอว่าพอจะดิวไว้เป็นเพื่อนเป็นซัพพลายให้ได้ไหม ซึ่งร้านเหล่านี้ไม่ได้เปิดเช้าซะหน่อย“ตื่นแล้วจ้า เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จจะรีบลงไปนะที่รัก”ผมตะโกนกลับพร้อมดีดตัวเองจากเตียงที่แสนนุ่มสบาย อากาศยามเช้าที่นี่ค่อนข้างเย็น เครื่องปรับอากาศที่เมื่อคืนช่วยคลายร้อน ตอนนี้กลับร้อนกว่าอากาศข้างนอก ปิดเพื่อประหยัดไฟ เป็นทางเลือกที่ดีผมปิดเครื่องปรับอากาศแล้วเดินไปเปิดม่าน ยกหน้าต่างขึ้นด้านบน“สดชื่นสุด ๆ ฮิ้วว” ผมโห่ร้องเมื่ออากาศแรกของภายนอกสัมผัสถูกหน้าของตัวเองความชุ่มชื่น อากาศปลอดโปร่งโล่งสบาย หายใจทั่วท้อง เป็นเอกลักษณ์ที่ไร่ของผมรวมถึงหมู่บ้านแถบนี้มีไว้ให้ฟรีโดยไม่คิดค่าบริการผมรีบอาบน้ำ เปลี่ยนชุดลำลองก่อนจะลงมาที่ห้องครัว“สวัสดีครับพ่อแม่” ผมยกมือไหว้เมื่อเจอท่านทั้งสองที่กำลังดำเนินกิจกรรมประจำวันของตัวท่านเองอยู่พ่อที่อยู่ในชุดเตรียมลงไ

  • คชาอากร   บทที่ 2 ทานตะวัน 2

    “ไม่มีใครอยู่ แกไม่เช็คก่อนมานี่ ย่าไปทอดผ้าป่ากะพวกญาติ ๆ ไม่มีใครอยู่หรอก”ผมได้ยินดังนั้นก็หน้าเหวอ จริงอย่างที่เจ้บอก ผมไม่ได้คอนเฟิร์มว่าจะเข้าไปนอนที่บ้านย่า เลยไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนแผนกันไปทอดผ้าป่าเป็นที่เรียบร้อย นี่ถ้าเจ้ดาวเรืองไม่ออกมารอรับ ผมคงต้องหาโรงแรมแถวนี้พักก่อนแน่ ๆ“เออ ขอบคุณเจ้ งั้นก็กลับบ้านเลย”“ก็ต้องงั้น”เจ้ดาวเรืองช่วยผมลากกระเป๋าไปใส่ท้ายรถเอสยูวีคันสูงที่จอดอยู่ไกลออกไปจากชานชาลารถ เวลานี้ พอมองไปรอบ ๆ ก็แอบวังเวงอยู่ไม่น้อย ผู้คนต่างพากันหายไปไหนหมดแล้ว เมื่อสักครู่ตอนลงจากรถยังเดินกันเต็มไปหมด“หิวไหม เอ้าน้ำเปล่า วางอยู่ในช่องด้านข้าง ประทังไปก่อน เดี๋ยวถึงบ้านค่อยว่ากัน” พี่สาวของผมรอบคอบเสมอ เธอส่งขวดน้ำขนาด ห้าร้อยมิลฯ มาให้ ผมคว้าโดยไม่รีรอ เปิดฝาได้ก็กระดก อึก อึก“เบาแก เดี๋ยวสำลักตาย”“หิวอ่ะ ขอบใจเจ้ว่ะ”ผมปิดฝาแล้วหันไปยิ้มหล่อให้หนึ่งที เจ้ส่ายหน้าก่อนออกรถมุ่งหน้าสู่ไร่กรุณาธร ไร่อันเป็นบ้านเกิดของผม ไร่ที่มีพ่อกับแม่รอผมอยู่ใช้เวลาเดินทางสามสิบนาที รถของเจ้ก็เลี้ยวเข้าสู่ไร่กรุณาธร ผมชะเง้อมองดูความเปลี่ยนแปลงสิบเอ็ดปีที่ผมไปจากที่นี่ ตอ

  • คชาอากร   บทที่ 2 ทานตะวัน 1

    Part ทานตะวัน11 ปีผ่านไป[ฮาโหล เจ้][ใครเจ้แก ฉันไม่ได้มีเชื้อจีน ต้องเรียกฉันว่าพี่สิยะ][เอาน่า ติดปากแล้ว ขอนะ]ผมมักเรียกพี่ดาวเรืองว่า ‘เจ้’ จนติดปาก ถึงแม้ว่าตัวจริงของนางจะโคตรแมนก็ตามที สวัสดีครับ ผมชื่อทานตะวัน จะเรียกว่าตะวันเฉย ๆ ก็ได้ครับ ผมเพิ่งพบกับพ่อแม่และเจ้ดาวเรืองล่าสุดเมื่อ 5 วันก่อน ที่จริงมันเป็นวันที่พิเศษสุดของผมวันหนึ่งวันอะไรเหรอ?วันรับพระราชทานปริญญาบัตรไงครับ ผมเรียนจบปริญญาตรีเรียบร้อยแล้ว ตามที่ได้คุยกับทางบ้านไว้ว่า เมื่อเรียบจบผมจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดแต่ที่วันนี้ยังเอ้อระเหยโทรศัพท์คุยกับเจ้ดาวเรืองอยู่นี่ ก็เพราะเพื่อน ๆ ที่คณะขอให้อยู่ต่ออย่าเพิ่งกลับ ผมจึงขอพ่ออยู่ต่ออีก 5 วันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนะครับ บ้านที่กรุงเทพฯ ผมก็ยังไป ๆ มา ๆ ได้อยู่ คุณลุงใจดีกับผมมาก ท่านรักผมเหมือนลูก เพราะลุงไม่มีลูกเนอะผมอยู่ที่กรุงเทพฯ กับลุงตั้งแต่เริ่มชั้นมัธยมต้น ในทีแรกก็มีเหงาบ้าง แต่ลุงมักชวนผมทำกิจกรรมมากมายทั้งที่ชอบและไม่ชอบ จนเราสนิทกัน คุณน้าหลินก็ใจดีมากจนแทบจะเป็นแม่ผมอีกคนแล้วหลังจากร่ำลากับเพื่อนในคณะ และบอกพวกมันว่าสามารถแวะไปเที่ยวท

  • คชาอากร   บทที่ 1 ไร่ของเราอยู่ติดกัน 2

    เด็กชายทั้งสองถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาลในตัวอำเภอซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่มากนักทั้งคู่ไป - กลับบ้านด้วยกันโดยรถรับส่งของโรงเรียน มีเพียงแค่เวลาเรียนที่พวกเขาจะเรียนคนละห้องกันเท่านั้น เมื่อขึ้นชั้นประถมทั้งสอง ยังคงอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ไม่ได้เรียนห้องเดียวกันอีกเช่นเคย สาเหตุเป็นเพราะทานตะวันค่อนข้างมีผลการเรียนที่ดีกว่าออโต้ โดยเฉพาะวิชาคำนวณเมื่อกลับบ้านทั้งสองผลัดกันสอนการบ้านโดยไม่ต้องให้ดาวเรืองมา สอนอีก ออโต้มักจะขอความช่วยเหลือหากทำการบ้านวิชาคณิต ศาสตร์ไม่ได้ในขณะเดียวกันออโต้จะช่วยทานตะวันทำงานประดิษฐ์ หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ฝีมือ จนกระทั่งจบชั้นประถม ความเปลี่ยนแปลงจึงเริ่มเกิดขึ้น “ตะวัน แม่เราบอกว่าตะวันจะไปเรียนกรุงเทพฯ เหรอ” ออโต้ถามทานตะวันขณะที่กำลังเดินเล่นในไร่องุ่นของบ้านไร่จินตรา ทานตะวันชะงัก เขาหันมามองหน้าออโต้“อืม ใช่ พ่อกับแม่ตะวันจะให้ไปเรียนที่กรุงเทพฯ ”“แล้วไปนานไหม” ออโต้ถามด้วยความอยากรู้ ในความคิดของเขา ทานตะวันคงไปเรียนแค่ช่วงเปิดเทอม พอปิดเทอมก็คงกลับมา แต่“พ่อบอกว่าจะให้ย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพฯ จนกว่าจะเรียนจบ แล้วค่อยว่ากันอีกที”ทานตะวันบ

  • คชาอากร   บทที่ 1 ไร่ของเราอยู่ติดกัน 1

    บทที่ 1ไร่ของเราอยู่ติดกัน…แดดอ่อนทอแสงแรกผ่านม่านเขาสูง ส่งกระทบหยาดน้ำค้างที่พร่างพราวบนยอดหญ้า ความชุ่มชื้นจากพื้นที่อุ้มน้ำฝนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เริ่มคลายตัวออกเนื่องจากแสงแดดที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บรรดาสัตว์ตามธรรมชาติน้อยใหญ่ ต่างดำรงชีวิตกันไปตาม วัฏจักรแห่งชีวิตบนพื้นที่ไร่ทั้งสองนี้บ้านไร่จินตราและไร่กรุณาธรเป็นไร่ผลไม้ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มกลางหุบเขา ไร่ทั้งสองนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน กล่าวคือ มีภูเขายืนตระหง่านอยู่ด้านหลัง มีลำธารเล็ก ๆ จากทิวเขาด้านหลังไหลผ่าน ลำธารแห่งนี้มีสายน้ำไหลไม่เคยขาดแม้ว่าจะเป็นฤดูแล้งก็ตาม ในอดีตไร่ทั้งสองนี้มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง เกิดจากเพื่อนรักสองเกลอ ที่เข้ามาบุกเบิกทำไร่ผลไม้ โดยเลือกที่จะปลูกให้เหมาะสมตามสภาพอากาศที่เป็นอยู่ และได้ขยายพื้นที่ออกไปจนสุดเชิงเขาทั้งสองด้าน สุดลูกหูลูกตาเป็นคำกล่าวของชาวบ้านในหมู่บ้านเล็ก ๆ เชิงเขาด้านหลังที่อยู่ถัดจากไร่ทั้งสองไปไม่ไกลนักเพื่อนรักทั้งสองต่างมีครอบครัว ดำเนินการของตนเองให้อยู่รอดมาจนถึงรุ่นลูก และกำลังจะส่งต่อให้กับรุ่นหลานของพวกเขาหลังจากเจเนอเรชันคุณปู่คุณตาผู้บุกเบิกผ่านพ้นไป

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status