แม้จะรู้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงของตนเป็นเช่นไร นางก็คิดจะเก็บงำเอาไว้ เพราะคิดว่าคนที่นางพึงใจนั้นไม่มีค่ามากพอที่จะเอาความสุขทั้งชีวิตไปแลกมา นางไม่อยากกลายเป็นสตรีร้ายกาจต้องการเศษเสี้ยวความเมตตาจากเขาที่เพียงแค่เขาปรายตาหันมามองก็หัวใจเต้นระรัวไปหลายวัน
“เข่อชิง เจ้าไม่รักข้าแล้วก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าปิดกั้นข้าจะได้หรือไม่ ให้ข้าได้พิสูจน์ตนเองได้หรือไม่” สีหน้าอ้อนวอนของเขาทำให้นางใจเต้นระรัว
“ท่านทำถึงเช่นนี้เพื่ออันใด มันไม่ดีต่อตัวท่านเองเลยแม้แต่น้อย”
“เพราะข้ารักเจ้า รักมากกว่าทุกสิ่ง ข้ายินยอมที่จะแลกทุกสิ่งเพื่อมีเจ้าเคียงข้าง เรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำร้ายจิตใจเจ้า เคยทำให้เจ้าลำบากทั้งที่ตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ข้าขอโทษ ให้โอกาสข้าได้หรือไม่” กล่าวจบบุรุษสูงศักดิ์ก็คุกเข่าลงกับพื้น ยอมละทิ้งซึ่งศักด
15 ปิ่นที่มีความหมายซ่อนอยู่ งานหมั้นขององค์รัชทายาทกับคุณหนูเจิ้งถูกจัดขึ้นใหญ่โต บรรดาขุนนางและคหบดีทั่วแคว้นต่างมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นงานหมั้นย่อมยิ่งใหญ่ไม่เท่ากับงานอภิเษกสมรส ชิงหนี่ว์ยืนมองสหายที่ต้อนรับแขกเหรื่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาหงส์เปล่งประกาย ความสุขฉายชัดบ่งบอกได้ว่าคุณหนูเจิ้งยินดีกับการหมั้นหมายครั้งนี้ ‘ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน เรื่องราวเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้’ ในฐานะสหาย นางก็ได้แต่หวังว่าเรื่องราวของเจิ้งเข่อชิงจะแตกต่างไปจากนิยายที่นางเคยอ่าน “ชิงหนี่ว์ ข้าไปหาอะไรกินก่อนนะ” “อืม ไปเถิด” เมื่อนางเอ่ยปากสหายก็เดินจากไป “เห็นสหายหมั้นหมายแล้ว เจ้าไม่อยากจะมีความสุขเช่นนางบ้างหรือ” ท่านราชครูที่เดินเข้ามาหาหลานสาวเอ่ยถาม “หากนางมีความสุขเช่นนี้ตลอดไปคงดีไม่น้อยเจ้าค่ะ” อยู่เหนือสตรีอื่นแล้วอย่างไรในเมื่อสุดท้ายก็ต้
“ยังเลยเจ้าค่ะ” เมื่อได้เจอกันบ่อยครั้งขึ้น จางชิงหนี่ว์ไม่รู้ตนเองเลยว่านางได้ลดท่าทีอยากถอยห่างจากเขา การสนทนาหรือก็ลื่นไหลขึ้น “เช่นนั้นหรือ ช่างน่าเสียดายมันถูกกินไปหมดแล้ว” “ข้าพลาดไปได้อย่างไร” สหายของนางที่ชื่นชอบการกินไม่น่าจะมองข้าม เหตุใดถึงไม่ทราบว่ามีขนมกุ้ยฮวาด้วย “พี่ล้อเจ้าเล่น แม้ขนมจะหมดไปแล้ว แต่ทว่าพี่ได้ยินมาว่าเจ้าชอบ จึงเก็บเอาไว้ให้” กล่าวจบก็ยื่นมือออกไปรับจานขนมที่อยู่ในมือของบ่าวรับใช้ ‘มันจะไปมีได้อย่างไร นอกเสียจากว่าเจ้าศิษย์หน้าเหม็นเตรียมมาเอง’ ท่านราชครูคิด ‘ได้ยินฮ่องเต้กล่าวว่าบุตรชายข้าหลงใหลสตรีผู้หนึ่งเข้าจนต้องยืมพ่อครัวหลวงมาเพื่อจะหัดทำข
“แต่บุรุษที่จะแต่งกับสตรีตระกูลจางมิอาจรับสตรีเข้าเรือนหลังเพิ่มได้” “เรื่องนั้นข้ายินดีขอรับ” “อันฉี เราเป็นเชื้อพระวงศ์ มิอาจแต่งสตรีได้เพียงคนเดียว” “ข้าทำได้ขอรับ ข้าสาบานกับท่านแม่ไว้แล้ว ว่าจะแต่งกับสตรีที่ตนพึงใจเพียงคนเดียว” โจวอันฉีตอบผู้เป็นอาจารย์โดยไม่คิดจะสนใจบิดา เรื่องที่บิดาทำไม่ได้ ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้เช่นเดียวกัน ดูอย่างองค์รัชทายาทยังต่อรองกับฮ่องเต้ได้ “เป็นเช่นนั้นหรือ” ชินอ๋องนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ดูแล้วนางคงผูกใจเจ็บเรื่องนี้ไม่น้อยมิเช่นนั้นคงไม่ให้บุตรชายสาบานเช่นนั้น&nb
หลังจากผ่านพ้นงานหมั้นขององค์รัชทายาท พี่ใหญ่ของนางก็ทำงานหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะนอกจากจะมีพิธีอภิเษกสมรสแล้วฮ่องเต้จะทำการสละบัลลังก์จึงมีบัญชาให้มีการแต่งตั้งฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เรียกได้ว่าสหายของนางแต่งเป็นพระชายาได้เพียงไม่กี่ชั่วยามก็ต้องกลายเป็นมารดาของแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้นางจึงมีเวลามากมายที่จะเดินทางไปเตรียมการจัดงานประชันบุรุษที่ร้านขายภาพซือซือ “พี่สาวหยุนซือไม่อยู่หรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนที่เดินไปมาในร้านเป็นหลานชายของพี่สาว “นางออกไปตลาดประเดี๋ยวกลับมา” “เช่นนั้นเอาไว้ข้าจะมาใหม่อีกครั้ง” ไปร้านผ้าก่อนก็ไม่เสียหาย “น
1เกือบไปแล้ว ผ่านมาเกือบเจ็ดปีแล้วที่พี่ชายผู้นี้ทำหน้าที่เป็นทั้งบิดาและมารดาให้นางเพราะตั้งแต่มารดาตาย บิดาจึงอาสาไปออกรบเกือบสามปีกว่าจะสิ้นลมในสนามรบ และก็เป็นเวลาสิบสี่ปีที่นางได้มาเกิดใหม่ในโลกแห่งนี้ซึ่งตามความเข้าใจของนางมันคือโลกนิยาย ทั้งยังเป็นหนึ่งในนิยายที่นางได้อ่านก่อนจะตายเพราะเดินข้ามทางม้าลายแล้วถูกรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไร้จิตสำนึกชนล้มหัวกระแทกฟุตบาทตายอนาถ แม้จะงุนงงอยู่สักเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็ได้มาเกิดใหม่ในที่แห่งนี้ แต่ก็คิดเข้าข้างตนเองว่าคงเป็นเพราะก่อนตายเพียงสองวันนางได้บริจาคเงินหนึ่งร้อยหยวนให้กับวัดที่เดินผ่านทุกวัน ด้วยผลบุญนั้นจึงนำพาให้นางได้มาเกิดใหม่โดยไม่ต้องไปเดินเล่นในนรกก่อน ใช่แล้ว การมาที่โลกแห่งนี้ของนางไม่ได้ทะลุมิติหรือตายแล้วมาเข้าร่างผู้อื่นเช่นนางเอกนิยายที่เคยอ่าน แต่เป็นการที่นางตายจากแล้วเกิดใหม่โดยเริ่มตั้งแต่เป็นทารก ผ่านร้อนผ่านหนาวกว่าจะกลายเป็นแม่นางน้อยวัยใกล้ปักปิ่นผู้นี้ “พี่ใหญ่ข้าขอไปร่วมงานจิบชาชมดอกไม้ที่จวนหลิวมิได้หรือเจ้าคะ” จางชิงหนี่ว์ส่งสายตาออดอ้อนพี่ชาย “มิได้
เขาไม่มีทางยกน้องสาวให้บุรุษน่าตายผู้นั้นหรอก... “พี่ชายเห็นข้าเป็นสตรีเช่นไรเจ้าคะ ข้าไม่ได้ถูกล่อลวงง่ายดายเช่นนั้น ให้ข้าไปร่วมงานที่จวนหลิวเถิดนะเจ้าคะ” หากนางไปล่อลวงบุรุษอื่นเข้าจวนน่ะก็ไม่แน่ “เจ้าอยากไปจริงๆ หรือ” “ข้าอยากไปจริงๆ เจ้าค่ะ” นางอยากเห็นฉากที่พระเอกนางเอกเจอกันครั้งแรก อยากเห็นภาพที่บรรยายว่า ‘เพียงได้พบหน้าสบตาทุกอย่างรอบตัวก็ราวกับหยุดหมุน’ “เช่นนั้นก็ได้ เจ้าต้องอยู่ข้างๆ ไม่ห่างจากพี่เข้าใจหรือไม่” จุดประสงค์ของงานชมดอกไม้คือต้องการให้บุรุษสตรีได้พบเจอพูดคุยกันหวังสานสัมพันธ์ ซึ่งน้องเล็กยังไม่ถึงเวลาที่ต้องทำเช่นนั้น “เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ของข้าน่ารักที่สุด” นางยิ้มดีใจก่อนจะโผเข้าไปกอดพี่ชาย ซึ่งคนเป็นพี่ก็ได้แต่ลูบหัวอย่างอ่อนโยน ปีหน้านางก็คงโผกอดเขาเช่นนี้มิได้แล้ว เพราะคำว่า ‘เหมาะสม’ ในสายตาผู้อื่นเพียงคำเดียว แม้จะเป็นพี่น้องที่รักใคร่กัน แต่หากเติบโตถึงวัยออกเรือนก็จะสนิทสนมกันดังเช่นแต่ก่อนไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้คุณชายใหญ่จางไม่ชอบใจอยู่มาก “วันนี้เจ้า
แม้ในจวนของอดีตแม่ทัพประจิมที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นจวนท่านราชเลขาฯ แล้วจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองเพราะยังมีท่านราชครูจางคอยเกื้อหนุน แต่คุณหนูของเขาก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพบุรุษขายเพื่อหาเงิน เนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ที่จางชิงหนี่ว์วาดภาพสลับกับลอบมองบุรุษในลานฝึกวรยุทธ์ผ่านพุ่มไม้ แปะ แปะ แรงสะกิดของใครบางคนดึงความสนใจของนาง แต่เพราะคิดว่าคนที่สะกิดคือผู้คุ้มกันของตน นางจึงตอบกลับไปสั้นๆ โดยไม่ได้หันไปมอง “หากรูปนี้เสร็จข้าก็จะกลับแล้ว” แปะ แปะ คนที่อยู่ด้านหลังก็ยังใช้ปลายนิ้วแตะลงบนไหล่นาง&
“ปล่อยข้า” บุรุษสวมหน้ากากกล่าวแล้วพยายามดึงขาออกจากการเกาะกุม มือใหญ่สองข้างดึงรั้งตัวสตรีแปลกหน้าให้ออกห่าง “ข้าเพียงแค่เข้ามาวาดรูปบุรุษเพื่อเอาไปขายหาเงินเลี้ยงชีพเพียงเท่านั้น ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายอันใดเลยนะเจ้าคะ ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิดเจ้าค่ะ ท่านจะให้ข้าทำอันใดก็ได้ทั้งนั้นขอแค่อย่าได้เอาชีวิตข้าเลย” “ข้าบอกให้ปล่อยขาข้าอย่างไรเล่า” น้ำเสียงของบุรุษสวมหน้ากากเริ่มแสดงออกถึงโทสะ ก่อนที่เขาจะกระชากอย่างแรงทำให้สตรีผู้นั้นกระเด็นไปอีกทาง “โอ๊ย!” เจ็บชะมัด ใช่สิ! ข้ามันไม่ใช่โฉมสะคราญเหมือนนางเอกที่จะมีบุรุษมาพึงใจตั้งแต่แรกเห็น “เจ้า!&rdq
หลังจากผ่านพ้นงานหมั้นขององค์รัชทายาท พี่ใหญ่ของนางก็ทำงานหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะนอกจากจะมีพิธีอภิเษกสมรสแล้วฮ่องเต้จะทำการสละบัลลังก์จึงมีบัญชาให้มีการแต่งตั้งฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เรียกได้ว่าสหายของนางแต่งเป็นพระชายาได้เพียงไม่กี่ชั่วยามก็ต้องกลายเป็นมารดาของแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้นางจึงมีเวลามากมายที่จะเดินทางไปเตรียมการจัดงานประชันบุรุษที่ร้านขายภาพซือซือ “พี่สาวหยุนซือไม่อยู่หรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนที่เดินไปมาในร้านเป็นหลานชายของพี่สาว “นางออกไปตลาดประเดี๋ยวกลับมา” “เช่นนั้นเอาไว้ข้าจะมาใหม่อีกครั้ง” ไปร้านผ้าก่อนก็ไม่เสียหาย “น
“แต่บุรุษที่จะแต่งกับสตรีตระกูลจางมิอาจรับสตรีเข้าเรือนหลังเพิ่มได้” “เรื่องนั้นข้ายินดีขอรับ” “อันฉี เราเป็นเชื้อพระวงศ์ มิอาจแต่งสตรีได้เพียงคนเดียว” “ข้าทำได้ขอรับ ข้าสาบานกับท่านแม่ไว้แล้ว ว่าจะแต่งกับสตรีที่ตนพึงใจเพียงคนเดียว” โจวอันฉีตอบผู้เป็นอาจารย์โดยไม่คิดจะสนใจบิดา เรื่องที่บิดาทำไม่ได้ ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้เช่นเดียวกัน ดูอย่างองค์รัชทายาทยังต่อรองกับฮ่องเต้ได้ “เป็นเช่นนั้นหรือ” ชินอ๋องนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ดูแล้วนางคงผูกใจเจ็บเรื่องนี้ไม่น้อยมิเช่นนั้นคงไม่ให้บุตรชายสาบานเช่นนั้น&nb
“ยังเลยเจ้าค่ะ” เมื่อได้เจอกันบ่อยครั้งขึ้น จางชิงหนี่ว์ไม่รู้ตนเองเลยว่านางได้ลดท่าทีอยากถอยห่างจากเขา การสนทนาหรือก็ลื่นไหลขึ้น “เช่นนั้นหรือ ช่างน่าเสียดายมันถูกกินไปหมดแล้ว” “ข้าพลาดไปได้อย่างไร” สหายของนางที่ชื่นชอบการกินไม่น่าจะมองข้าม เหตุใดถึงไม่ทราบว่ามีขนมกุ้ยฮวาด้วย “พี่ล้อเจ้าเล่น แม้ขนมจะหมดไปแล้ว แต่ทว่าพี่ได้ยินมาว่าเจ้าชอบ จึงเก็บเอาไว้ให้” กล่าวจบก็ยื่นมือออกไปรับจานขนมที่อยู่ในมือของบ่าวรับใช้ ‘มันจะไปมีได้อย่างไร นอกเสียจากว่าเจ้าศิษย์หน้าเหม็นเตรียมมาเอง’ ท่านราชครูคิด ‘ได้ยินฮ่องเต้กล่าวว่าบุตรชายข้าหลงใหลสตรีผู้หนึ่งเข้าจนต้องยืมพ่อครัวหลวงมาเพื่อจะหัดทำข
15 ปิ่นที่มีความหมายซ่อนอยู่ งานหมั้นขององค์รัชทายาทกับคุณหนูเจิ้งถูกจัดขึ้นใหญ่โต บรรดาขุนนางและคหบดีทั่วแคว้นต่างมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นงานหมั้นย่อมยิ่งใหญ่ไม่เท่ากับงานอภิเษกสมรส ชิงหนี่ว์ยืนมองสหายที่ต้อนรับแขกเหรื่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดวงตาหงส์เปล่งประกาย ความสุขฉายชัดบ่งบอกได้ว่าคุณหนูเจิ้งยินดีกับการหมั้นหมายครั้งนี้ ‘ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน เรื่องราวเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้’ ในฐานะสหาย นางก็ได้แต่หวังว่าเรื่องราวของเจิ้งเข่อชิงจะแตกต่างไปจากนิยายที่นางเคยอ่าน “ชิงหนี่ว์ ข้าไปหาอะไรกินก่อนนะ” “อืม ไปเถิด” เมื่อนางเอ่ยปากสหายก็เดินจากไป “เห็นสหายหมั้นหมายแล้ว เจ้าไม่อยากจะมีความสุขเช่นนางบ้างหรือ” ท่านราชครูที่เดินเข้ามาหาหลานสาวเอ่ยถาม “หากนางมีความสุขเช่นนี้ตลอดไปคงดีไม่น้อยเจ้าค่ะ” อยู่เหนือสตรีอื่นแล้วอย่างไรในเมื่อสุดท้ายก็ต้
แม้จะรู้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงของตนเป็นเช่นไร นางก็คิดจะเก็บงำเอาไว้ เพราะคิดว่าคนที่นางพึงใจนั้นไม่มีค่ามากพอที่จะเอาความสุขทั้งชีวิตไปแลกมา นางไม่อยากกลายเป็นสตรีร้ายกาจต้องการเศษเสี้ยวความเมตตาจากเขาที่เพียงแค่เขาปรายตาหันมามองก็หัวใจเต้นระรัวไปหลายวัน “เข่อชิง เจ้าไม่รักข้าแล้วก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่าปิดกั้นข้าจะได้หรือไม่ ให้ข้าได้พิสูจน์ตนเองได้หรือไม่” สีหน้าอ้อนวอนของเขาทำให้นางใจเต้นระรัว “ท่านทำถึงเช่นนี้เพื่ออันใด มันไม่ดีต่อตัวท่านเองเลยแม้แต่น้อย” “เพราะข้ารักเจ้า รักมากกว่าทุกสิ่ง ข้ายินยอมที่จะแลกทุกสิ่งเพื่อมีเจ้าเคียงข้าง เรื่องราวในกาลก่อนที่ข้าเคยทำร้ายจิตใจเจ้า เคยทำให้เจ้าลำบากทั้งที่ตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ข้าขอโทษ ให้โอกาสข้าได้หรือไม่” กล่าวจบบุรุษสูงศักดิ์ก็คุกเข่าลงกับพื้น ยอมละทิ้งซึ่งศักด
“นี่คิดจะโกงตั้งแต่อาหญิงเจ้ายังไม่ได้เริ่มจัดงานเลยหรือ” “องครักษ์ของข้าก็หน้าตาดีไม่น้อย อย่างไรท่านก็ได้กำไร” “กล่าวเช่นนี้เจ้ารู้รายละเอียดของการประกวดหรือไม่” หลานชายนางคงยังไม่ทราบว่าการประชันบุรุษรูปงามที่คุณหนูจางกล่าวถึงคือการให้บุรุษที่เข้าร่วมประชันถอดอาภรณ์ด้านบน หรือเรียกง่ายๆ ว่าเปลือยอก “รู้แล้วอย่างไร ไม่รู้แล้วอย่างไร” องครักษ์มีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่งของเขา มิอาจขัดขืนได้ “เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า บุรุษที่เข้าร่วมแข่งขัน ขอที่รูปงามหน่อยก็แล้วกัน” “ได้ขอรับ ท่านอาหญิงดูดีใจมากนะขอรับที่จะได้เป็นป้าสะใภ้ของนาง” 
“คือข้ากลับไปคิดดูว่าหากเถ้าแก่หอชายงามไม่ยินยอมให้เรานำชายงามเหล่านั้นมาประชันแข่งขัน ข้าจึงคิดว่าหรือเราจะมองหาบัณฑิตรูปงามแต่ทว่ายากจนมาแข่งขันแทน หากใครได้อันดับหนึ่งเราก็ตอบแทนด้วยการมอบตำลึงให้จำนวนหนึ่งพร้อมกับภาพวาดของปรมาจารย์ลู่ซือ ที่ชื่อความดีใจ” “ภาพวาดปรมาจารย์ลู่ซือหรือ ความดีใจวาดเสร็จแล้วหรือ” “แท้จริงเสร็จนานแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ภาพความอาวรณ์เพิ่งปล่อยขายไปเมื่อสองปีก่อน ข้าจึงอยากให้ทิ้งระยะห่างสักนิด” “แต่ภาพวาดของปรมาจารย์ลู่ซือนั้น พี่ว่ามันสูงค่าเกินกว่าจะนำมามอบให้เป็นรางวัลของผู้ชนะ” “พวกบัณฑิตนั้นถือศักดิ์ศรีเป็นสำคัญหากรางวัลของผู้ชนะไม่สูงค่าพอ เกรงว่าจะไม่มีใครยอมเข้าแข่งขัน”&n
“ดีขึ้นหรือไม่เจ้าคะ มองเห็นข้าชัดหรือไม่” สตรีที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นผงถ่านดูมอมแมม โบกมือไปมาตรงหน้าพลางจับจ้องเขาด้วยแววตาห่วงใย “...” “แย่แล้ว หรือเขาจะมองไม่เห็นข้าจึงไม่ตอบอันใด ไม่ได้การแล้วต้องรีบตามหมอ” จางชิงหนี่ว์เริ่มร้อนรนเมื่อเห็นการตอบสนองของอีกฝ่ายไม่ค่อยน่าไว้ใจ “ช้าก่อน ข้ามองเห็นเจ้าแล้ว” “เห็นแล้วเหตุใดไม่ตอบข้า ทำเอาข้าใจคอไม่ดี” “ข้านึกว่าเสี่ยวมาวตกโคลน จึงตกใจชั่วครู่” “หน้าข้าเป
14 เงื่อนไขการเป็นพระชายา ช่างเป็นโชคดีของนางจริงๆ พี่ใหญ่ได้รับราชโองการให้เป็นตัวแทนฮ่องเต้ กำกับดูแลกรมพิธีการที่เป็นผู้จัดพิธีหมั้นหมายขององค์รัชทายาท รวมทั้งเตรียมงานอภิเษกสมรสที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จางชิงเทียนจึงต้องออกจากจวนตั้งแต่เช้าตรู่และกลับจวนกลางดึก นางจึงรอดพ้นจา