ลู่ชิงนอนหลับสนิทอยู่สักพัก แต่กลับถูกรบกวนด้วยเสียงใครบางคน ที่พยายามเรียกตนเองให้ตื่น ทั้งที่กำลังนอนหลับสบาย จากอาการป่วยจนร่างกายไร้เรี่ยวแรงมานาน เมื่อทนการรบเร้านี้ไม่ไหว จึงได้ลืมตาตื่นมองไปรอบ ๆ ที่ยามนี้ไม่ใช่เตียงนอนเก่า ๆ อีกแล้ว แต่เป็นสถานที่หนึ่งกับชายชราผมขาว ที่ยืนถือไม้เท้าลักษณะแปล
เมื่อถึงปลายยามโหย่ว หลังจากที่ทุกคนทานมื้อเย็นเสร็จ และเก็บจานชามไปทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมารวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะทานข้าวอีกครั้ง และเป็นท่านพ่อที่เอ่ยถาม เรื่องที่ลู่ชิงอยากจะพูดคุยกับพวกเขาขึ้นมา ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ สำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างมาก เพราะเมื่อก่อนลู่ชิงจะพูดน้อยและทำต
ลู่ชิงตื่นขึ้นมายามเหม่าของอีกวัน จึงรีบเข้าไปในมิติเพื่อหยิบพวกเนื้อสัตว์และผักที่จะใช้ทำเป็นมื้อเช้าวันนี้ โดยไม่ลืมที่เดินไปหยิบเอาพวกแปรงสีฟันและยาสีฟัน เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ทำความสะอาดช่องปากลู่ชิงกลัวว่าแค่บ้วนปากด้วยเกลือมัน จะไม่สะอาดในเมื่อมีของให้ใช้ เราก็ต้องใช้จะปล่อยให้เสียของได้อย่างไร
สามวันที่ผ่านมาท่านพ่อและพี่ชาย ก็ขึ้นเขาไปวางกับดักสัตว์และหาของป่าอย่างอื่นตามปกติ พอจะเอาไปขายที่ตำบลลู่ชิงก็จะขอตามไปด้วยทุกครั้ง ไปถึงตำบลก็ให้ท่านพ่อไปขายเนื้อสัตว์ ที่วางกับดักมาได้ที่เหลาอาหาร ซึ่งเมื่อก่อนท่านพ่อมักจะนำมาขายเป็นประจำ รวมสามวันได้เงินมาสามร้อยเก้าสิบอีแปะ ส่วนตัวลู่ชิงเดินไ
สองวันต่อมาก็ถึงเวลาไปขายของวันแรกแล้ว ทุกคนตื่นพร้อมกันลู่ชิงกับฟางซินช่วยกันหมักเนื้อหมูและน่องไก่ ส่วนลู่เวินกับบุตรชายก็ช่วยกันยกเตาและอุปกรณ์ที่ใช้ทอดทุกอย่าง ขึ้นบนรถเข็นรออยู่นอกบ้านลู่ชิงได้ตั้งกฎกับครอบครัวเอาไว้ว่า จะขายของหกวันและหยุดพักหนึ่งวัน เพราะไม่อยากให้ทุกคนเอาแต่คิดเรื่องทำงานหา
กลับมาถึงบ้านก็เกือบถึงยามซื่อแล้ว มื้อเช้าทุกคนก็อาศัยกินข้าวเหนียวกับหมูทอดกัน เพราะตื่นเต้นกับการขายของวันแรก จึงลืมเตรียมมื้อเช้าไปกินด้วย ลู่ชิงจึงคิดว่าคืนนี้จะทำกับข้าวง่าย ๆ ใส่กล่องไว้ในมิติตอนเช้าจะได้ไม่ลืมอีก เมื่อเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว ลู่ชิงก็ชวนทุกคนมานั่งที่โต๊ะอาหาร เพื่อทำการนับเ
วันที่สองของการค้าขายก็ยังดีเหมือนเมื่อวาน เพราะมีลูกค้ามายืนรอบริเวณหน้าร้านหลายคนแล้ว และวันนี้ก่อนออกจากบ้านพวกเราทานข้าวผัดหมูเป็นมื้อเช้ามาเรียบร้อย ตอนนี้กำลังช่วยกันตั้งร้านใกล้จะเสร็จ หน้าที่ทอดหมูและไก่ ก็ยังคงเป็นท่านพ่อกับพี่ใหญ่พี่รองเช่นเดิม เข้าสู่ปลายยามเหม่าอาหารก็พร้อมขาย ลูกค้าหน้า
ผ่านมาได้สองอาทิตย์ การค้าของครอบครัวสวีเป็นไปด้วยดี ลูกค้าประจำมีมากขึ้น ขนาดพ่อบ้านของจวนนายอำเภอ ยังมาต่อแถวซื้อไปให้เจ้านายได้ลิ้มลอง วันนี้เป็นวันหยุดของครอบครัว ลู่ชิงอยากจะปรึกษาบิดาเกี่ยวกับผู้คนในหมู่บ้านอันผิง ว่าพวกเขาเหล่านี้มีนิสัยใจคออย่างไร คนเห็นแก่ตัวหรือขี้อิจฉา ย่อมมีอยู่ทุกที่เหม
เมื่อญาติผู้น้องเชื่อมั่นว่าทุกอย่างสามารถรับมือได้ รัชทายาทย่อมมีความมั่นใจในการทำงานเช่นกัน “ข้าขอเอ่ยคำสาบาในฐานะรัชทายาทของแคว้นฉู่ ข้าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง การสร้างเรือรบครั้งนี้จะต้องสำเร็จ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจขัดขวางความยิ่งใหญ่นี้ได้”“อีกไม่กี่วันเมื่อไปถึงเมืองหย่งชุน ก็จะทรงรู้ว่าแม่
“ว่าอย่างไรท่านจอมยุทธทั้งสอง ยังจะสู้ต่อหรือไม่ข้ามีเวลาไม่มาก ไม่ว่างเล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้าหรอกนะ ลูกน้องที่พามาด้วยด้านหลัง ก็เข้ามาพร้อมกันทีเดียวเถิดจะได้จบ ๆ กันไปเสียที” เซียวหนิงหลงเอ่ยท้าท้ายฝ่ายตรงข้ามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ท่านพูดเองนะซื่อจื่อ แล้วอย่าได้กล่าวโทษกันทีหลัง พวกเจ้าบุกเข้าไปพร้
“เอาไว้ข้าจะไปฝึกใช้มันกับพวกเจ้า ในเมื่อเสร็จเรื่องแล้วพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อเถิด ยังมีศัตรูรออยู่อีกไม่น้อยกระมัง ที่เฝ้ารอการไปถึงของพวกเรา”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”และการเดินทางต่อไปแดนใต้ คนที่มีความสุขคงมีเพียงคนเดียว รัชทายาทถึงกับรู้สึกหมั่นไส้ญาติผู้น้องคนนี้ยิ่งนัก และได้คิดเอาไว้ในใจแล้
เช้าวันถัดมาทุกคนช่วยกันเก็บกระโจมที่พักอย่างรวดเร็ว จากนั้นผลัดเปลี่ยนกันไปทำธุระส่วนตัว จึงจะได้มาทานมื้อเช้าร่วมกันก่อนจะเดินทางต่อ หลังมื้อเช้าใกล้จะเริ่มขบวน ทุกคนหันไปสนใจเสียงวิ่งของม้า ที่ตรงมายังจุดที่พักแห่งนี้อย่างรีบร้อน เมื่อหยุดม้าได้ผู้รับหน้าที่ส่งของอย่างเร่งด่วนในกล่องใบนี้ ลงจากหล
เซียวหนิงหลงตอบรัชทายาทอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ และยังเป็นยาพิษที่ร้ายแรงพอสมควร หากดื่มเข้าไปไม่เกินสองชั่วยามคงถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”ปัง!! “บังอาจนัก พวกเจ้ากล้ามากที่คิดวางยาญาติผู้น้องของเปิ่นไท่จื่อ มิหนำซ้ำยังวางยาปลุกกำหนัดอีก พูด!! พวกเจ้าลงมือด้วยตนเองหรือมีใครบงการอยู
“หม่อมฉันไม่ทราบว่ารัชทายาทชอบอาหารแบบใด จึงทำทุกอย่างสุดความสามารถ หวังว่าจะพอถูกพระทัยบ้างนะเพคะ”“จิ้นฝาน ตันเจียง พวกเจ้าสองคนก็นั่งลง ทานมื้อเย็นพร้อมกันซะไม่ต้องหิ้วท้องรอให้เสียเวลา”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” จิ้นฝานเดินเข้าไปนั่งขวามือรัชทายาท ส่วนตันเจียงนั่งด้านซ้ายเซียวหนิงหลง“อะ เอ่อ แบบน
“กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ด่านแรกผ่านพ้นไปด้วยดี รัชทายาทและเซียวหนิงหลงคาดว่า จากนี้เป็นต้นไปคงเจอะเจอการขัดขวางในทุกรูปแบบ ที่พวกเยี่ยเกาจงจะทำได้และหนึ่งในนั้นก็คือฉุนจิ้งหาน ที่ยังคงโกรธแค้นเซียวหนิงหลง จนยากจะทำใจเรื่องขององค์ชายรอง ที่ต้องถูกฮ่องเต้รับสั่งกักขังไว้ในตำหนัก ห้ามใครเข้าออกนอกจ
ในที่สุดก็มาถึงยังจุดที่จิ้นฝานและตันเจียง ได้มาสำรวจและบอกถึงสิ่งที่ผิดปกติ ยามนี้เป็นยามเซินเข้าไปแล้ว เหล่าโจรป่าที่ได้รับจดหมายจากผู้หวังดี บอกถึงขบวนเดินทางขนาดใหญ่ ที่มีหีบจำนวนมากในนั้นล้วนเป็นตำลึงทอง มีหรือพวกเขาจะไม่อยากได้เพื่อนำมาปรนเปรอตนเอง เมื่อขบวนของรัชทายาทเข้าสู่ในระยะสายตาและบริเ
ขบวนการเดินทางไปแดนใต้ภายใต้การนำขององค์รัชทายาท ทำให้ชาวบ้านและชาวเมืองหลวง ได้ชื่นชมบารมีของฮ่องเต้เซียวถิงเฟิง รวมถึงเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางครั้งนี้ ชินอ๋องกับพระชายาก็มาร่วมส่งเช่นกัน เซียวหนิงหลงที่ไม่ไว้ใจพวกของเยี่ยเกาจง ได้อาสาเดินทางไปกับขบวนนี้ด้วยหลังจากที่ได้รั