Share

บทที่ 0005

last update Last Updated: 2025-01-12 02:29:54

สามวันที่ผ่านมาท่านพ่อและพี่ชาย ก็ขึ้นเขาไปวางกับดักสัตว์และหาของป่าอย่างอื่นตามปกติ พอจะเอาไปขายที่ตำบลลู่ชิงก็จะขอตามไปด้วยทุกครั้ง ไปถึงตำบลก็ให้ท่านพ่อไปขายเนื้อสัตว์ ที่วางกับดักมาได้ที่เหลาอาหาร ซึ่งเมื่อก่อนท่านพ่อมักจะนำมาขายเป็นประจำ รวมสามวันได้เงินมาสามร้อยเก้าสิบอีแปะ

ส่วนตัวลู่ชิงเดินไปร้านเครื่องประดับ เพื่อเอากำไลข้อมือหยกที่ไม่ใช่หยกเนื้อดีมากนักหนึ่งวง สร้อยคอเงินพร้อมจี้หยกลายหยดน้ำหนึ่งเส้น และต่างหูไข่มุกหนึ่งคู่ออกมาขาย เถ้าแก่ร้านให้ราคาชิ้นละสามพันตำลึงเงิน ถึงจะไม่สวยมากแต่ขายได้ราคานี้ถือว่าสูงมากแล้ว

รวมแล้วตอนนี้มีเงินอยู่ทั้งหมด เก้าพันสิบสามตำลึงกับอีกสามร้อยเก้าสิบอีแปะ คงต้องแบ่งเงินไปซ่อมหลังคาบ้านสักหน่อย รอให้ทำการค้าไปสักระยะหนึ่ง ค่อยสร้างบ้านใหม่ที่แข็งแรงกว่านี้ หรือจะซื้อบ้านอยู่ในตำบลก็คงจะดีกว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางทุกคนจะได้มีเวลาพักผ่อนเพิ่มอีกสักหน่อย

ยามอู่วันนี้ลู่ชิงคิดว่าจะทำหมูทอด สามชั้นทอดและน่องไก่ทอด ให้กับทุกคนได้ลองชิมดูก่อนที่จะทำไปขาย ซึ่งลู่ชิงได้นำเนื้อทั้งสามอย่างออกมาจากมิติ และเตรียมหมักก่อนนำไปทอด เริ่มจากทำการหมักเนื้อหมูกับสามชั้น โดยหั่นให้มีขนาดหนึ่งชุ่นใส่ชามขนาดกลางแยกกันไว้

จากนั้นก็ตามด้วยส่วนผสมในการหมัก นำสามเกลอได้แก่พริกไทย กระเทียมและรากผักชีไปโขลกให้ละเอียด แบ่งใส่ทั้งสองชามและปรุงด้วยซอสถั่วเหลือง ผงปรุงรส น้ำตาลทรายและพริกไทยป่น หมักทิ้งไว้ประมาณสองเค่อ ขั้นตอนต่อมาก็นำแป้งทอดกรอบผสมกับน้ำเย็นเมื่อแป้งละลายแล้ว ก็นำเนื้อหมูที่หมักไว้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนจะนำลงไปทอดในกระทะโดยใช้ไฟร้อนกลาง ๆ ในการทอดจนเนื้อหมูมีสีเหลืองกรอบ ก็ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันจัดใส่จานยกไปทานได้

ลำดับต่อมาก็หมักไก่ทอด ต้องใช้มีดปลายแหลมด้ามเล็ก จิ้มให้ทั่วเพื่อให้น้ำหมักซึมเข้าไปในเนื้อไก่ เครื่องปรุงในการหมักประกอบด้วย แป้งข้าวจ้าวและแป้งทอดกรอบอย่างละครึ่ง สามเกลอ เกลือ น้ำตาลทรายและพริกไทย ผสมในน้ำเปล่าให้พอข้นและนำไปคลุกเคล้ากับเนื้อไก่ให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณสองเค่อเช่นเดียวกับเนื้อหมู ตั้งกระทะให้ร้อนใช้ไฟกลาง นำเนื้อไก่มาชุบแป้งทอด แล้วนำไก่ลงไปทอดทีละชิ้น ทอดไว้สักครู่ค่อยกลับด้าน รอให้ไก่สุกทั่วทั้งชิ้นตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันเท่านี้ก็เรียบร้อย

ลู่ชิงกลัวว่ากินของทอดจะทำให้ฝืดคอ จึงทำต้มจืดเต้าหู้หมูสับใส่ผักกาดขาวอีกอย่าง เริ่มจากนำหมูสับหมักกับใส่ซีอิ้วขาว พริกไทยป่นและน้ำปลาเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ ต่อด้วยต้มน้ำเปล่าใส่กระเทียมสับ ซุปหมูก้อน

พอน้ำเดือดก็ปั้นหมูสับเป็นก้อนพอดีคำลงไป ต้มพอสุกตามด้วยเกลือเล็กน้อย คอยช้อนฟองออกให้น้ำซุปมีความใส จากนั้นใส่ผักกาดขาว เต้าหู้ไข่และขึ้นฉ่าย รอไม่ถึงหนึ่งจิบชาก็ตักใส่ชาม โรยด้วยพริกไทยป่นก็เป็นอันเสร็จ

เมื่อเตรียมมื้อกลางวันเสร็จแล้ว ยังไม่ทันได้ยกออกไปด้านนอก คนแรกที่ตามกลิ่นหอมของอาหารมา ก็ยังคงเป็นพี่รองคนดีคนเดิมที่ส่งเสียงมาก่อนตัวจะถึงห้องครัวเสียอีก

“น้องเล็กกกกก!! เจ้าทำอาหารที่บอกพวกเรา ว่าจะเอาไปขายที่ตลาดในตำบลใช่หรือไม่ กลิ่นมันหอมลอยทะลุกำแพงบ้าน จนบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ คงจะทรมานกระเพาะน่าดูเชียวล่ะ” ลู่เสียนกล่าวชมฝีมือการทำอาหารของน้องสาวตน

“พี่รองก็พูดเกินไปเจ้าค่ะ รบกวนพี่รองช่วยไปตามท่านพ่อท่านแม่ แล้วก็พี่ใหญ่ให้ไปล้างมือกันก่อน ค่อยมาทานมื้อกลางวันนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะยกออกไปวางที่โต๊ะอาหารรอเจ้าค่ะ” ลู่ชิงฉวยโอกาสใช้พี่ชายคนรองไปตามทุกคนมาทานมื้อกลางวัน

“พี่รองจะไปตามทุกคนเดี๋ยวนี้ เจ้ายกคนเดียวไหวหรือไม่ ให้พี่รองช่วยยกออกไปก่อนดีกว่านะ” เขาไม่อยากให้น้องสาวต้องยกอาหารหลายรอบ จึงช่วยนางยกอาหารออกไปบางส่วน โดยเฉพาะถ้วยต้มจืดที่ร้อนเอามาก ๆ หากโดนลวกเข้ามีหวังปวดแสบปวดร้อนไปหลายวันแน่

“ก็ได้เจ้าค่ะพี่รองยกถาดหมูทอด กับต้มจืดออกไปให้ข้าก็แล้วกัน ประเดี๋ยวข้าจะยกชามข้าวตามออกไปทีหลัง ระวังชามต้มจืดลวกมือด้วยนะเจ้าคะ”

“พี่รองจะยกอย่างระมัดระวัง น้องเล็กไม่ต้องห่วง”

เมื่อพี่รองออกไปแล้ว ลู่ชิงก็ยกอาหารที่เหลือตามหลังไป ทันได้ยินเสียงพี่รองเรียกทุกคน ด้วยเสียงที่ดังไม่ใช่เล่นเลย

ไม่นานครอบครัวสวีก็มานั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร และรอให้ท่านพ่อหยิบตะเกียบขึ้นก่อนเป็นคนแรก ถือว่าเป็นมารยาทของคนยุคโบราณที่ต้องให้หัวหน้าครอบครัว เป็นคนเริ่มคีบอาหารเสียก่อน คนอื่น ๆ ถึงจะเริ่มลงมือทานอาหารได้

“ท่านพ่อลองชิมดูเจ้าค่ะ ว่ารสชาติแบบนี้พอจะขายได้หรือไม่” ลู่ชิงบอกกับลู่เวินให้ลองชิมเป็นคนแรก

“ท่านพ่อชิมสิขอรับข้าเองก็อยากชิมจะแย่แล้ว” ลู่เสียนที่เห็นบิดาไม่หยิบตะเกียบเสียที จึงพูดกระตุ้นเพราะตนนั้นอยากจะชิมบ้างเช่นกัน

ลู่เวินเห็นอาการของบุตรชายคนรองแล้ว ก็ได้แต่ส่ายหน้าจึงไม่รอช้าอีก เขาคีบหมูทอดเข้าปากไป พอลิ้นได้สัมผัสกับรสชาติของเนื้อหมูทอด ก็ถึงกับตะลึงตาค้างทันที คนอื่นที่เห็นอาการนี้ของหัวหน้าครอบครัวก็ทำตาม พวกเขาคีบอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว และอาการก็ไม่ต่างจากลู่เวินแม้แต่น้อย

“ชิงเอ๋อร์!! หมูทอดของเจ้ารสชาติอร่อยมาก กรอบนอกนุ่มในแม่ไม่เคยเห็นการหมักเนื้อเช่นนี้มาก่อนเลย” ฟางซินแทบไม่อยากเชื่อว่าอาหารทอดฝีมือลู่ชิงจะอร่อยถึงเพียงนี้

“น้องเล็กอาหารจานเนื้อนี้อร่อยมากเลย ไหนจะต้มจืดนี่อีกซดแล้วคล่องคอยิ่งนัก ฝีมือการทำอาหารของเจ้า น่าจะเหนือกว่าพ่อครัวที่อยู่ตามเหลาอาหารเสียอีกนะ” ลู่จื้อลองชิมตามบ้าง

“ใช่แล้วชิงเอ๋อร์ ฝีมือการทำอาหารของเจ้า พ่อคิดว่าเก่งกาจกว่าพ่อครัวในเหลาอาหาร อย่างที่พี่ใหญ่ของเจ้าพูด แม้แต่เหลาอาหารในเมืองหลวงก็ทำไม่ได้แบบเจ้าแน่ ๆ” ลู่เวินมีโอกาสไปที่เหลาอาหาร ยามต้องไปเจรจาการค้าแต่ก็ไม่บ่อยมากนัก

“อี้อองอ้าอนอ้องอื๊ออนอำอ๋ายไอ้อันแอ้แอ้เอย (พี่รองว่าคนต้องซื้อจนทำขายไม่ทันแน่ ๆ เลย)” ลู่เสียนพูดทั้งที่ยังมีอาหารอยู่ในปาก ทำเอาฟางซินผู้เป็นมารดาทนไม่ไหวต้องเอ่ยตักเตือนกันเล็กน้อย

“เสียนเอ๋อร์อย่าเสียมารยาท เจ้าควรเคี้ยวอาหารให้เสร็จก่อนค่อยพูด อาหารเต็มปากเช่นนั้นใครจะฟังเจ้ารู้เรื่องกัน หากยังมีครั้งหน้าแม่จะลงโทษเจ้า” ฟางซินถลึงตาดุบุตรชายคนรองและได้คาดโทษเอาไว้

“อึก ขออภัยขอรับท่านแม่ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก แต่อาหารที่น้องเล็กทำอร่อยทุกอย่างจริง ๆ นะขอรับ ข้าอยากจะไปเปิดแผงขายอาหารเสียเดี๋ยวนี้” ลู่เสียนทำหน้าดั่งคนกำลังฝันกลางวัน

“พ่อคิดว่าคนต้องชอบอาหารชนิดนี้แน่นอน ยิ่งเวลาทอดกลิ่นหอมของมันลอยไปไกล ย่อมเรียกลูกค้าให้ตามมาได้ไม่ยาก” ลู่เวินคิดว่าอาหารของบุตรสาวอร่อยแบบนี้ต้องขายดีมากแน่ ๆ

“ถ้าเช่นนั้นอีกสองวัน พวกเราก็เริ่มทำขายกันดีไหมเจ้าคะ พรุ่งนี้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ไปจองพื้นที่สำหรับขายของไว้ก่อน ส่วนท่านแม่พี่รองและข้าอยู่ช่วยกัน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมจะได้ไม่ฉุกละหุกเจ้าค่ะ”

ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน และตั้งหน้าตั้งตาทานข้าวมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย แม้แต่ต้มจืดก็ไม่เหลือน้ำซุปให้เห็นสักหยด แบบนี้คนทำก็มีกำลังใจขึ้นเยอะทีเดียว ภารกิจแรกในการหาเงินได้เริ่มขึ้นแล้ว

วันถัดมาลู่เวินกับลู่จื้อ เดินทางเข้าไปในตำบลหย่งฝู เพื่อจับจองพื้นที่สำหรับขายอาหาร กับเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการประจำตำบล พวกเขาจองไว้เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพราะดูแล้วน่าจะประหยัดกว่าที่จะต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ทุกวัน

มีชาวบ้านบางคนเห็นลู่เวิน มาจับจองที่ทางในตลาดก็อยากรู้อยากเห็นเสียเหลือเกิน ทำเป็นเดินผ่านไปใกล้ ๆ และพูดทักทายคล้ายบังเอิญว่าเพิ่งจะมองเห็นคน ซึ่งในความเป็นจริงแค่อยากเผือกเรื่องผู้อื่น จะได้มีเรื่องเอาไปนินทากับเหล่าสหายของตนเท่านั้น

“อ้าวลู่เวิน เจ้ากับลูกชายมาทำอะไรกันที่นี่เล่า วันนี้ไม่ขึ้นเขาไปวางกับดักสัตว์กันแล้วหรือ”

“อ้อ ครอบครัวของข้าจะหยุดล่าสัตว์ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเพราะจะลองเปลี่ยนอาชีพทำอาหารมาขายที่นี่ จึงมาจับจองสถานที่ไว้ก่อนน่ะ”

“งั้นรึ พวกเจ้าจะทำอาหารอะไรมาขายเล่า ว่าก็ว่าเถิดนะลู่เวิน ภรรยาของเจ้าทำอาหารพอทานได้ ไม่ได้อร่อยอะไรมากมาย จากที่เคยชิมตอนเจ้าย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้าน ถ้าทำอาหารมาขายจะไม่เสียของหรอกรึ ข้าแค่หวังดีเท่านั้นไม่อยากให้พวกเจ้า ต้องขาดทุนกับการค้าแบบนี้ลูกสาวเจ้าก็เพิ่งจะหายป่วย เก็บเงินไว้รักษานางไม่ดีกว่าหรือ คิ คิ”

“ขอบคุณท่านป้าทั้งหลายที่หวังดี แต่ถ้าความหวังดีที่แฝงด้วยความสมเพช พวกท่านเก็บมันกลับไปด้วยเถิด อย่าพูดทิ้งขว้างไว้แถวนี้ ไม่มีใครอยากได้ความหวังดีเช่นนี้หรอกขอรับ” ลู่จื้อที่ไม่ชอบป้าข้างบ้านพวกนี้ตอบกลับไปอย่างเจ็บแสบ

“นี่!!! เป็นเด็กแต่พูดกับผู้อาวุโสเช่นนี้ได้อย่างไร ใครสั่งใครสอนเจ้ากัน ฮึ่ย ลู่เวินดูลูกชายของเจ้านะ การพูดจาเช่นนี้ไม่มีความนับถือผู้อาวุโสต่อไปจะเจริญได้หรือ”

“นั่นมันก็เรื่องของครอบครัวข้า เกี่ยวอะไรกับพวกท่านป้ากันยุ่งเรื่องคนอื่นไปทั่วจริง ๆ รีบกลับไปเตรียมอาหารให้สามีท่านป้าเถิด” ลู่จื้อเองก็ไม่เคยคิดจะยอมให้คนพวกนี้เช่นกัน ไม่สนิทชิดเชื้อฐานะตนเองก็มิได้ต่างจากพวกตน แต่มักนินทาคนในหมู่บ้านลับหลังเป็นประจำ

“จะ จะ เจ้า กรี๊ดดดด ข้าจะคอยดูก็แล้วกัน ว่าการค้าของพวกเจ้ามันจะขายดีสักแค่ไหนเชียว เชอะ!!”

“ขอบคุณที่อวยพรขอรับ เชิญพวกท่านตามสบาย รอดูต่อไปเถิดว่าการค้าขายของครอบครัวข้าจะดีหรือแย่ อีกไม่กี่วันจากนี้หูของพวกท่านจะได้ยินแต่เรื่องกิจการของพวกเรา” ลู่จื้อไม่วายตะโกนตามหลังพวกนางอย่างไม่ยอมลดละ

“เจ้านี่ก็นะอาจื้อ ไปพูดจากวนอารมณ์พวกนางทำไม คนแก่อายุมากเช่นนั้นอารมณ์ยิ่งไม่คงที่ เดี๋ยวก็หาเรื่องพูดจากระทบกระเทียบ ตอนที่พวกเราสองคนกลับบ้านอีกแน่ ๆ” ลู่เวินบ่นกับบุตรชายคนโตที่ไม่ยอมคนสักเท่าใดนัก

“ช่างคนพวกนั้นเถิดขอรับ คนแบบนี้ไม่น่ากลัวเลยท่านพ่อ ถึงเวลาคนอื่นเอาจริงขึ้นมาก็กลัวหัวหดทุกที พวกเราไม่ควรอยู่เฉย ๆ อีกนะขอรับ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะยิ่งได้ใจพูดจาดูถูกไม่หยุดอีก” เพราะอดทนมามากจนเกินพอ ลู่จื้อจึงทนไม่ไหวในครั้งนี้

“ถ้าไม่รุนแรงหรือมีผลกระทบกับพวกเรา ก็ปล่อยไปก่อนเถิด ตอนนี้เตรียมพื้นที่ร้านให้เสร็จก่อน จะได้กลับไปช่วยแม่ของเจ้ากับน้อง ๆ จัดของที่จะนำมาวันพรุ่งนี้กัน” ลู่เวินตัดบทเรื่องของป้าข้างบ้านทั้งหลาย เพื่อทำงานตรงหน้าเสียก่อน

“ขอรับท่านพ่อ”

ลู่เวินเข้าใจบุตรชายดีว่า มีบางคนในหมู่บ้านไม่ชอบครอบครัวของตน หรืออาจจะไม่ชอบตั้งแต่มารดาของลู่เวิน อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ตัวลู่เวินก็อดทนมองข้ามคนเหล่านี้ไป หากไม่ทำให้ครอบครัวตนเดือดร้อน

ครั้งนี้ถ้าตนทำการค้าได้ดี คงจะหาเรื่องมาประชดประชันอีกแน่ ถ้ายังไม่หยุดคงต้องให้ท่านอาหลิ่ว ช่วยจัดการพวกนางบ้าง จะได้สงบปากสงบคำลงเสียที เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ลู่เวินกับลู่จื้อเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตน
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Related chapters

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0006

    สองวันต่อมาก็ถึงเวลาไปขายของวันแรกแล้ว ทุกคนตื่นพร้อมกันลู่ชิงกับฟางซินช่วยกันหมักเนื้อหมูและน่องไก่ ส่วนลู่เวินกับบุตรชายก็ช่วยกันยกเตาและอุปกรณ์ที่ใช้ทอดทุกอย่าง ขึ้นบนรถเข็นรออยู่นอกบ้านลู่ชิงได้ตั้งกฎกับครอบครัวเอาไว้ว่า จะขายของหกวันและหยุดพักหนึ่งวัน เพราะไม่อยากให้ทุกคนเอาแต่คิดเรื่องทำงานหา

    Last Updated : 2025-01-12
  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0007

    กลับมาถึงบ้านก็เกือบถึงยามซื่อแล้ว มื้อเช้าทุกคนก็อาศัยกินข้าวเหนียวกับหมูทอดกัน เพราะตื่นเต้นกับการขายของวันแรก จึงลืมเตรียมมื้อเช้าไปกินด้วย ลู่ชิงจึงคิดว่าคืนนี้จะทำกับข้าวง่าย ๆ ใส่กล่องไว้ในมิติตอนเช้าจะได้ไม่ลืมอีก เมื่อเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว ลู่ชิงก็ชวนทุกคนมานั่งที่โต๊ะอาหาร เพื่อทำการนับเ

    Last Updated : 2025-01-13
  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0008

    วันที่สองของการค้าขายก็ยังดีเหมือนเมื่อวาน เพราะมีลูกค้ามายืนรอบริเวณหน้าร้านหลายคนแล้ว และวันนี้ก่อนออกจากบ้านพวกเราทานข้าวผัดหมูเป็นมื้อเช้ามาเรียบร้อย ตอนนี้กำลังช่วยกันตั้งร้านใกล้จะเสร็จ หน้าที่ทอดหมูและไก่ ก็ยังคงเป็นท่านพ่อกับพี่ใหญ่พี่รองเช่นเดิม เข้าสู่ปลายยามเหม่าอาหารก็พร้อมขาย ลูกค้าหน้า

    Last Updated : 2025-01-13
  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0009

    ผ่านมาได้สองอาทิตย์ การค้าของครอบครัวสวีเป็นไปด้วยดี ลูกค้าประจำมีมากขึ้น ขนาดพ่อบ้านของจวนนายอำเภอ ยังมาต่อแถวซื้อไปให้เจ้านายได้ลิ้มลอง วันนี้เป็นวันหยุดของครอบครัว ลู่ชิงอยากจะปรึกษาบิดาเกี่ยวกับผู้คนในหมู่บ้านอันผิง ว่าพวกเขาเหล่านี้มีนิสัยใจคออย่างไร คนเห็นแก่ตัวหรือขี้อิจฉา ย่อมมีอยู่ทุกที่เหม

    Last Updated : 2025-01-13
  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0010

    “น้องเล็กของพี่รองคนนี้ช่างฉลาดยิ่งนัก สหายของพวกพี่พวกเขาทำงานเหล่านี้เป็น เพราะช่วยพ่อแม่สานตะกร้าไว้ไปขนฟืนจากบนภูเขา” ลู่เสียนเริ่มนึกภาพตามที่ลู่ชิงได้บอกเล่าออกมา เนื่องจากสหายของตนทำงานเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก“น้องเล็ก เจ้าให้ชาวบ้านทำของพวกนี้ แล้วจะเอาไปทำอะไรต่อรึ” ส่วนลู่จื้อเขายังคงมีข้อสง

    Last Updated : 2025-01-13
  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0011

    เช้าวันถัดมาการตั้งร้านขายอาหารทอด ก็ยังคงมีลูกค้ามาต่อแถวอย่างคึกคักเช่นเดิม ในช่วงปลายยามเฉินท่านพ่อและพี่ชาย กำลังช่วยกันเก็บของอยู่ทางด้านหลัง เพราะของที่ขายก็เหลือน้อยแล้ว ลู่ชิงจึงบอกกับท่านแม่ว่าแถมเนื้อหมูให้ลูกค้าสักหน่อย จะได้เก็บของกลับบ้านส่วนนางกับท่านพ่อจะไปติดต่อเจ้าหน้าที่ เรื่องซื้อ

    Last Updated : 2025-01-13
  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0012

    ลู่เวินเห็นชุดเครื่องประดับ ที่บุตรสาวนำออกมาขายก็ตะลึงไม่แพ้เถ้าแก่เช่นกัน เขาเห็นด้วยกับเถ้าแก่ที่ว่าไม่อยากขายเพราะมันสวยมาก“เถ้าแก่อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ของซื้อของขายถึงยังไงข้าก็จะพยายามหาเครื่องประดับสวย ๆ มาขายให้กับท่านอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่บ่อยนะเจ้าคะถ้าเป็นชุดเช่นครั้งนี้ เถ้าแก่จะว่าอ

    Last Updated : 2025-01-13
  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 0013

    เมื่อออกจากร้านเครื่องประดับของเถ้าแก่หง สองคนพ่อลูกก็เดินไปยังที่ว่าการของตำบลหย่งฝู เพื่อสอบถามเรื่องร้านค้า หากวันนี้สามารถซื้อได้เลยจะเป็นการดีมาก“น้องชายไม่ทราบว่าใต้เท้าอยู่หรือไม่ พอดีข้ากับบุตรสาวจะมาสอบถามเกี่ยวกับ การซื้อร้านค้าที่ติดป้ายประกาศขายน่ะ”“ท่านมาติดต่อซื้อร้านค้าเช่นนั้นหรือ

    Last Updated : 2025-01-13

Latest chapter

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 558

    เมื่อญาติผู้น้องเชื่อมั่นว่าทุกอย่างสามารถรับมือได้ รัชทายาทย่อมมีความมั่นใจในการทำงานเช่นกัน “ข้าขอเอ่ยคำสาบาในฐานะรัชทายาทของแคว้นฉู่ ข้าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง การสร้างเรือรบครั้งนี้จะต้องสำเร็จ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจขัดขวางความยิ่งใหญ่นี้ได้”“อีกไม่กี่วันเมื่อไปถึงเมืองหย่งชุน ก็จะทรงรู้ว่าแม่

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 557

    “ว่าอย่างไรท่านจอมยุทธทั้งสอง ยังจะสู้ต่อหรือไม่ข้ามีเวลาไม่มาก ไม่ว่างเล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้าหรอกนะ ลูกน้องที่พามาด้วยด้านหลัง ก็เข้ามาพร้อมกันทีเดียวเถิดจะได้จบ ๆ กันไปเสียที” เซียวหนิงหลงเอ่ยท้าท้ายฝ่ายตรงข้ามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ท่านพูดเองนะซื่อจื่อ แล้วอย่าได้กล่าวโทษกันทีหลัง พวกเจ้าบุกเข้าไปพร้

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 556

    “เอาไว้ข้าจะไปฝึกใช้มันกับพวกเจ้า ในเมื่อเสร็จเรื่องแล้วพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อเถิด ยังมีศัตรูรออยู่อีกไม่น้อยกระมัง ที่เฝ้ารอการไปถึงของพวกเรา”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”และการเดินทางต่อไปแดนใต้ คนที่มีความสุขคงมีเพียงคนเดียว รัชทายาทถึงกับรู้สึกหมั่นไส้ญาติผู้น้องคนนี้ยิ่งนัก และได้คิดเอาไว้ในใจแล้

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 555

    เช้าวันถัดมาทุกคนช่วยกันเก็บกระโจมที่พักอย่างรวดเร็ว จากนั้นผลัดเปลี่ยนกันไปทำธุระส่วนตัว จึงจะได้มาทานมื้อเช้าร่วมกันก่อนจะเดินทางต่อ หลังมื้อเช้าใกล้จะเริ่มขบวน ทุกคนหันไปสนใจเสียงวิ่งของม้า ที่ตรงมายังจุดที่พักแห่งนี้อย่างรีบร้อน เมื่อหยุดม้าได้ผู้รับหน้าที่ส่งของอย่างเร่งด่วนในกล่องใบนี้ ลงจากหล

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 554

    เซียวหนิงหลงตอบรัชทายาทอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ และยังเป็นยาพิษที่ร้ายแรงพอสมควร หากดื่มเข้าไปไม่เกินสองชั่วยามคงถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”ปัง!! “บังอาจนัก พวกเจ้ากล้ามากที่คิดวางยาญาติผู้น้องของเปิ่นไท่จื่อ มิหนำซ้ำยังวางยาปลุกกำหนัดอีก พูด!! พวกเจ้าลงมือด้วยตนเองหรือมีใครบงการอยู

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 553

    “หม่อมฉันไม่ทราบว่ารัชทายาทชอบอาหารแบบใด จึงทำทุกอย่างสุดความสามารถ หวังว่าจะพอถูกพระทัยบ้างนะเพคะ”“จิ้นฝาน ตันเจียง พวกเจ้าสองคนก็นั่งลง ทานมื้อเย็นพร้อมกันซะไม่ต้องหิ้วท้องรอให้เสียเวลา”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” จิ้นฝานเดินเข้าไปนั่งขวามือรัชทายาท ส่วนตันเจียงนั่งด้านซ้ายเซียวหนิงหลง“อะ เอ่อ แบบน

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 552

    “กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ด่านแรกผ่านพ้นไปด้วยดี รัชทายาทและเซียวหนิงหลงคาดว่า จากนี้เป็นต้นไปคงเจอะเจอการขัดขวางในทุกรูปแบบ ที่พวกเยี่ยเกาจงจะทำได้และหนึ่งในนั้นก็คือฉุนจิ้งหาน ที่ยังคงโกรธแค้นเซียวหนิงหลง จนยากจะทำใจเรื่องขององค์ชายรอง ที่ต้องถูกฮ่องเต้รับสั่งกักขังไว้ในตำหนัก ห้ามใครเข้าออกนอกจ

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 551

    ในที่สุดก็มาถึงยังจุดที่จิ้นฝานและตันเจียง ได้มาสำรวจและบอกถึงสิ่งที่ผิดปกติ ยามนี้เป็นยามเซินเข้าไปแล้ว เหล่าโจรป่าที่ได้รับจดหมายจากผู้หวังดี บอกถึงขบวนเดินทางขนาดใหญ่ ที่มีหีบจำนวนมากในนั้นล้วนเป็นตำลึงทอง มีหรือพวกเขาจะไม่อยากได้เพื่อนำมาปรนเปรอตนเอง เมื่อขบวนของรัชทายาทเข้าสู่ในระยะสายตาและบริเ

  • ข้าจะพาครอบครัวใหม่ไปสู่ความร่ำรวย   บทที่ 550

    ขบวนการเดินทางไปแดนใต้ภายใต้การนำขององค์รัชทายาท ทำให้ชาวบ้านและชาวเมืองหลวง ได้ชื่นชมบารมีของฮ่องเต้เซียวถิงเฟิง รวมถึงเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางครั้งนี้ ชินอ๋องกับพระชายาก็มาร่วมส่งเช่นกัน เซียวหนิงหลงที่ไม่ไว้ใจพวกของเยี่ยเกาจง ได้อาสาเดินทางไปกับขบวนนี้ด้วยหลังจากที่ได้รั

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status