สองวันต่อมาก็ถึงเวลาไปขายของวันแรกแล้ว ทุกคนตื่นพร้อมกันลู่ชิงกับฟางซินช่วยกันหมักเนื้อหมูและน่องไก่ ส่วนลู่เวินกับบุตรชายก็ช่วยกันยกเตาและอุปกรณ์ที่ใช้ทอดทุกอย่าง ขึ้นบนรถเข็นรออยู่นอกบ้านลู่ชิงได้ตั้งกฎกับครอบครัวเอาไว้ว่า จะขายของหกวันและหยุดพักหนึ่งวัน เพราะไม่อยากให้ทุกคนเอาแต่คิดเรื่องทำงานหา
กลับมาถึงบ้านก็เกือบถึงยามซื่อแล้ว มื้อเช้าทุกคนก็อาศัยกินข้าวเหนียวกับหมูทอดกัน เพราะตื่นเต้นกับการขายของวันแรก จึงลืมเตรียมมื้อเช้าไปกินด้วย ลู่ชิงจึงคิดว่าคืนนี้จะทำกับข้าวง่าย ๆ ใส่กล่องไว้ในมิติตอนเช้าจะได้ไม่ลืมอีก เมื่อเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว ลู่ชิงก็ชวนทุกคนมานั่งที่โต๊ะอาหาร เพื่อทำการนับเ
วันที่สองของการค้าขายก็ยังดีเหมือนเมื่อวาน เพราะมีลูกค้ามายืนรอบริเวณหน้าร้านหลายคนแล้ว และวันนี้ก่อนออกจากบ้านพวกเราทานข้าวผัดหมูเป็นมื้อเช้ามาเรียบร้อย ตอนนี้กำลังช่วยกันตั้งร้านใกล้จะเสร็จ หน้าที่ทอดหมูและไก่ ก็ยังคงเป็นท่านพ่อกับพี่ใหญ่พี่รองเช่นเดิม เข้าสู่ปลายยามเหม่าอาหารก็พร้อมขาย ลูกค้าหน้า
ผ่านมาได้สองอาทิตย์ การค้าของครอบครัวสวีเป็นไปด้วยดี ลูกค้าประจำมีมากขึ้น ขนาดพ่อบ้านของจวนนายอำเภอ ยังมาต่อแถวซื้อไปให้เจ้านายได้ลิ้มลอง วันนี้เป็นวันหยุดของครอบครัว ลู่ชิงอยากจะปรึกษาบิดาเกี่ยวกับผู้คนในหมู่บ้านอันผิง ว่าพวกเขาเหล่านี้มีนิสัยใจคออย่างไร คนเห็นแก่ตัวหรือขี้อิจฉา ย่อมมีอยู่ทุกที่เหม
“น้องเล็กของพี่รองคนนี้ช่างฉลาดยิ่งนัก สหายของพวกพี่พวกเขาทำงานเหล่านี้เป็น เพราะช่วยพ่อแม่สานตะกร้าไว้ไปขนฟืนจากบนภูเขา” ลู่เสียนเริ่มนึกภาพตามที่ลู่ชิงได้บอกเล่าออกมา เนื่องจากสหายของตนทำงานเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก“น้องเล็ก เจ้าให้ชาวบ้านทำของพวกนี้ แล้วจะเอาไปทำอะไรต่อรึ” ส่วนลู่จื้อเขายังคงมีข้อสง
เช้าวันถัดมาการตั้งร้านขายอาหารทอด ก็ยังคงมีลูกค้ามาต่อแถวอย่างคึกคักเช่นเดิม ในช่วงปลายยามเฉินท่านพ่อและพี่ชาย กำลังช่วยกันเก็บของอยู่ทางด้านหลัง เพราะของที่ขายก็เหลือน้อยแล้ว ลู่ชิงจึงบอกกับท่านแม่ว่าแถมเนื้อหมูให้ลูกค้าสักหน่อย จะได้เก็บของกลับบ้านส่วนนางกับท่านพ่อจะไปติดต่อเจ้าหน้าที่ เรื่องซื้อ
ลู่เวินเห็นชุดเครื่องประดับ ที่บุตรสาวนำออกมาขายก็ตะลึงไม่แพ้เถ้าแก่เช่นกัน เขาเห็นด้วยกับเถ้าแก่ที่ว่าไม่อยากขายเพราะมันสวยมาก“เถ้าแก่อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ของซื้อของขายถึงยังไงข้าก็จะพยายามหาเครื่องประดับสวย ๆ มาขายให้กับท่านอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่บ่อยนะเจ้าคะถ้าเป็นชุดเช่นครั้งนี้ เถ้าแก่จะว่าอ
เมื่อออกจากร้านเครื่องประดับของเถ้าแก่หง สองคนพ่อลูกก็เดินไปยังที่ว่าการของตำบลหย่งฝู เพื่อสอบถามเรื่องร้านค้า หากวันนี้สามารถซื้อได้เลยจะเป็นการดีมาก“น้องชายไม่ทราบว่าใต้เท้าอยู่หรือไม่ พอดีข้ากับบุตรสาวจะมาสอบถามเกี่ยวกับ การซื้อร้านค้าที่ติดป้ายประกาศขายน่ะ”“ท่านมาติดต่อซื้อร้านค้าเช่นนั้นหรือ
เมื่อญาติผู้น้องเชื่อมั่นว่าทุกอย่างสามารถรับมือได้ รัชทายาทย่อมมีความมั่นใจในการทำงานเช่นกัน “ข้าขอเอ่ยคำสาบาในฐานะรัชทายาทของแคว้นฉู่ ข้าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง การสร้างเรือรบครั้งนี้จะต้องสำเร็จ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจขัดขวางความยิ่งใหญ่นี้ได้”“อีกไม่กี่วันเมื่อไปถึงเมืองหย่งชุน ก็จะทรงรู้ว่าแม่
“ว่าอย่างไรท่านจอมยุทธทั้งสอง ยังจะสู้ต่อหรือไม่ข้ามีเวลาไม่มาก ไม่ว่างเล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้าหรอกนะ ลูกน้องที่พามาด้วยด้านหลัง ก็เข้ามาพร้อมกันทีเดียวเถิดจะได้จบ ๆ กันไปเสียที” เซียวหนิงหลงเอ่ยท้าท้ายฝ่ายตรงข้ามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ท่านพูดเองนะซื่อจื่อ แล้วอย่าได้กล่าวโทษกันทีหลัง พวกเจ้าบุกเข้าไปพร้
“เอาไว้ข้าจะไปฝึกใช้มันกับพวกเจ้า ในเมื่อเสร็จเรื่องแล้วพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อเถิด ยังมีศัตรูรออยู่อีกไม่น้อยกระมัง ที่เฝ้ารอการไปถึงของพวกเรา”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”และการเดินทางต่อไปแดนใต้ คนที่มีความสุขคงมีเพียงคนเดียว รัชทายาทถึงกับรู้สึกหมั่นไส้ญาติผู้น้องคนนี้ยิ่งนัก และได้คิดเอาไว้ในใจแล้
เช้าวันถัดมาทุกคนช่วยกันเก็บกระโจมที่พักอย่างรวดเร็ว จากนั้นผลัดเปลี่ยนกันไปทำธุระส่วนตัว จึงจะได้มาทานมื้อเช้าร่วมกันก่อนจะเดินทางต่อ หลังมื้อเช้าใกล้จะเริ่มขบวน ทุกคนหันไปสนใจเสียงวิ่งของม้า ที่ตรงมายังจุดที่พักแห่งนี้อย่างรีบร้อน เมื่อหยุดม้าได้ผู้รับหน้าที่ส่งของอย่างเร่งด่วนในกล่องใบนี้ ลงจากหล
เซียวหนิงหลงตอบรัชทายาทอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ และยังเป็นยาพิษที่ร้ายแรงพอสมควร หากดื่มเข้าไปไม่เกินสองชั่วยามคงถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”ปัง!! “บังอาจนัก พวกเจ้ากล้ามากที่คิดวางยาญาติผู้น้องของเปิ่นไท่จื่อ มิหนำซ้ำยังวางยาปลุกกำหนัดอีก พูด!! พวกเจ้าลงมือด้วยตนเองหรือมีใครบงการอยู
“หม่อมฉันไม่ทราบว่ารัชทายาทชอบอาหารแบบใด จึงทำทุกอย่างสุดความสามารถ หวังว่าจะพอถูกพระทัยบ้างนะเพคะ”“จิ้นฝาน ตันเจียง พวกเจ้าสองคนก็นั่งลง ทานมื้อเย็นพร้อมกันซะไม่ต้องหิ้วท้องรอให้เสียเวลา”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” จิ้นฝานเดินเข้าไปนั่งขวามือรัชทายาท ส่วนตันเจียงนั่งด้านซ้ายเซียวหนิงหลง“อะ เอ่อ แบบน
“กระหม่อมทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ด่านแรกผ่านพ้นไปด้วยดี รัชทายาทและเซียวหนิงหลงคาดว่า จากนี้เป็นต้นไปคงเจอะเจอการขัดขวางในทุกรูปแบบ ที่พวกเยี่ยเกาจงจะทำได้และหนึ่งในนั้นก็คือฉุนจิ้งหาน ที่ยังคงโกรธแค้นเซียวหนิงหลง จนยากจะทำใจเรื่องขององค์ชายรอง ที่ต้องถูกฮ่องเต้รับสั่งกักขังไว้ในตำหนัก ห้ามใครเข้าออกนอกจ
ในที่สุดก็มาถึงยังจุดที่จิ้นฝานและตันเจียง ได้มาสำรวจและบอกถึงสิ่งที่ผิดปกติ ยามนี้เป็นยามเซินเข้าไปแล้ว เหล่าโจรป่าที่ได้รับจดหมายจากผู้หวังดี บอกถึงขบวนเดินทางขนาดใหญ่ ที่มีหีบจำนวนมากในนั้นล้วนเป็นตำลึงทอง มีหรือพวกเขาจะไม่อยากได้เพื่อนำมาปรนเปรอตนเอง เมื่อขบวนของรัชทายาทเข้าสู่ในระยะสายตาและบริเ
ขบวนการเดินทางไปแดนใต้ภายใต้การนำขององค์รัชทายาท ทำให้ชาวบ้านและชาวเมืองหลวง ได้ชื่นชมบารมีของฮ่องเต้เซียวถิงเฟิง รวมถึงเชื้อพระวงศ์คนอื่น ๆ ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางครั้งนี้ ชินอ๋องกับพระชายาก็มาร่วมส่งเช่นกัน เซียวหนิงหลงที่ไม่ไว้ใจพวกของเยี่ยเกาจง ได้อาสาเดินทางไปกับขบวนนี้ด้วยหลังจากที่ได้รั