เวลาห้าทุ่มครึ่ง ขณะที่ฉันกำลังจะนอน ตริ๊ง!!! เสียงเตือนจากโปรแกรมแชทสีเขียว ทำให้หน้าจอโทรศัพท์ฉันสว่างวาบ จากที่กำลังจะนอน ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นะ..นี่..มัน
Rungsiman’s Sun : พริมนอนรึยังครับ
ฉันแทบจะตอบกลับทันที
Primrose : ยังไม่นอนค่ะ
ยังไม่นอนบ้าอะไร เกือบจะไปเฝ้าพระอินทร์ตั้งหลายหน
Rungsiman’s Sun : ผมเข้าเวรอยู่ห้องฉุกเฉิน อยากดื่มมอคค่าเหมือนวันนั้นอ่ะครับ ตอนนี้ง่วงมาก จะรบกวน
พริมเกินไปไหม
Primrose : รบกวนอะไรกันคะ รอสักยี่สิบนาทีนะคะ เดี๋ยวไปส่งถึงที่
ในยี่สิบนาทีนั้น ฉันเสียเวลาสิบนาทีแต่งหน้าบางๆ เทรนด์เหมือนไม่ได้แต่ง สิบนาทีหลังฉันรีบชงมอคค่าเย็นหวานน้อยด้วยความเร็วสูง นึกได้ว่าหมออาจจะยังไม่ทานอะไรทั้งวัน จึงเอาบะหมี่เส้นโฮลวีทที่ฉันทำเองไปเวฟอยากให้หมอซันทานอะไรร้อนๆ พอจัดเตรียมเสบียงเสร็จสรรพ ฉันก็ข้ามถนน เดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พอไปถึงหน้าห้อง ฉันก็ไลน์หาคุณหมอทันที
Primrose : เสบียงมาเสิร์ฟถึงที่แล้วค่ะ มารับได้เลย
Rungsiman’s Sun : โอเคครับ
หมอซันเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ใบหน้าขาวเนียนมีออร่า มีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มทอประกาย หมอซันสวมเครื่องแบบสีขาวกับกางเกงสแลคสีดำ ร่างสูงโปร่งบิดขี้เกียจเล็กน้อย
“วันนี้เหนื่อยมากครับ ตาจะปิดแล้ว” หมอซันเดินนำฉันมานั่งด้านข้างประตูห้องฉุกเฉิน ฉันทรุดนั่งลงข้างๆ
“ทานอะไรรึยังคะ พริมเอาบะหมี่เส้นโฮลวีททำเองมาด้วย น้ำซุปพริมก็เคี่ยวเองนะคะ หมอซันทานบะหมี่ก่อนนะ” ฉันเอาถ้วยเก็บความร้อนพร้อมช้อนส้อมส่งให้หมอ หมอซันยิ้มตาหยี ไม่เสียแรงที่อดนอนมาหา ได้เห็นรอยยิ้มนี้ ใจบางอีกแล้ว ฮือ...
“ขอบคุณมากนะครับ” หมอทานบะหมี่เงียบๆ วันนี้โชคดีที่ไม่มีเคสฉุกเฉิน ฉันเลยได้นั่งคุยกับหมอนานหน่อย
“ดูแลคนอื่นก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะหมอ ไม่งั้นก็ปล่อยให้คนอื่นดูแล”
“ใครจะมาดูแลหมอล่ะครับ” หมอซันถามยิ้มๆ
“ก็คนข้างๆ ไงคะหมอ เค้าพร้อมจะดูแล แค่หมอบอก เห็นมั้ยแค่บอกว่าหมออยากดื่มมอคค่า เค้าก็มา หมอจะไม่รับเค้าไว้พิจารณาหน่อยเหรอคะ” นอกจากฉันจะชงกาแฟเก่ง ฉันยังชงตัวเองเก่งด้วย หมอซันเงียบไป เจอลูกหยอดเข้าไปเป็นไงล่ะ
“หมอกลัวเค้าเสียเปรียบน่ะสิ เค้าคงจะได้ดูแลหมอฝ่ายเดียว มันคงไม่ยุติธรรมอ่ะเนาะ” หมอซันหัวเราะ โอ้ย เกลียดการหัวเราะกลบเกลื่อนของอีตาหมอคนนี้เหลือเกิน ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
“กาแฟค่ะหมอ” หลังจากที่หมอทานบะหมี่หมดถ้วย น้ำก็ไม่เหลือ ท่าจะหิวจริง
“พริมชงเองเหรอ เก่งเนาะ ทำอาหารก็เก่ง เครื่องดื่มก็ทำได้ แถมยังทำขนมอร่อยอีก น่าอิจฉาแฟนพริมอ่ะคงได้กินแต่ของอร่อยๆ” ฉันยิ้มที่หมอชม แต่ประโยคหลังเนี่ยสิ หมอพูดทำไม ทั้งก็รู้ว่าฉันโสดแถมยังซิง วันนั้นเล่นบอกหมอไปหมดเลย
“หมอไม่ต้องอิจฉาตัวเองหรอกค่ะ”
“ยังไง หมอไม่เข้าใจ” อีตาหมอยังตีมึน ฉันรู้หรอกน่า หมอรับรู้แหละว่าฉันชอบ แต่ทำเฉยเนียนมาก
“ก็หมอจะมาเป็นว่าที่แฟนพริมไงคะ หมอก็ได้กินแต่ของอร่อยๆ ดีไหมคะ” เมื่อหมอทำเนียน ฉันก็ทำหน้ามึนหยอดหมอต่อไป แล้วไง น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน ฉันเชื่อทฤษฎีของสไมล์ หมอซันจะใจแข็งแค่ไหนเชียว..
“พริมล้อหมอเล่นรึเปล่า ฮ่าๆ ขอบคุณที่มานะ เดี๋ยวหมอไปก่อน พยาบาลตามแล้ว” หมอซันยืดตัวเต็มความสูง ก่อนจะเดินเข้าห้องฉุกเฉิน หมอหันมายิ้มให้อีกครั้ง ดวงตาสีเข้มของเขาสบตากับฉันชั่วขณะ หัวใจฉันเต้นไม่เป็นส่ำ หมอยกยิ้มก่อนจะโบกมือลา และไม่รู้ว่าหมอจะว่างอีกตอนไหน แต่ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ค่อยถามพยาบาลจิ๋ว ตอนเช้าฉันลากร่างเดินลงมาจากชั้นบน แทบจะหลับตาเดิน เมื่อคืนหลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลก็นอนไม่หลับ มัวแต่คิดถึงรอยยิ้มของหมอซัน พอกำลังจะหลับก็เช้าซะแล้ว มิกกับเดียร์กำลังเตรียมตัวเปิดร้าน ป้าแก้วสาละวนอยู่กับการจัดอาหารเช้าเหมือนเคย
“คุณหนู ทำไมใต้ตาคล้ำขนาดนั้น เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอคะ” สภาพของฉันยังกะหมีแพนด้าอดนอน ไม่แปลกที่ป้าแก้วจะทัก
“พริมนอนไม่ค่อยหลับ พอจะหลับก็เช้าแล้วค่ะ ต้องรีบตื่นทำขนม” ฉันอ้าปากหาวหวอดๆ นี่อดนอนแค่วันเดียวยังขนาดนี้ ถ้าต้องอดนอนเป็นกิจวัตรอย่างหมอซัน ฉันคงสติหลุดไม่แรงทำอะไร คนเป็นหมอนอกจากเก่งแล้วยังต้องเสียสละอดทนเพื่อมวลมนุษย์จริงๆ เพราะฉะนั้นฉันเกิดมาเพื่อดูแลหมอถูกต้องแล้ว อิอิ
“ทานข้าวเช้าก่อนนะคะ เจ้ามิกเจ้าเดียร์ป้าทำมาเผื่อด้วยนะ เดี๋ยวมาทานด้วยกัน” ป้าแก้วเอาอาหารเช้าจากบ้านใหญ่มาให้ฉันและยังเอามาเผื่อ น้องๆสองคนของฉันด้วย
“ขอบคุณค่ะป้า ตอนเดียร์เอาอาหารฝีมือป้ากลับบ้าน แม่ชมตลอดเลย รสมือป้าแก้วจัดว่าเด็ด” ป้าแก้วยิ้มหน้าบาน
“ตอนเย็นป้าจะทำแกงส้มชะอมไข่ทอด เจ้ามิกเจ้าเดียร์อย่าลืมเอากลับบ้านนะ”
“ขอบคุณครับป้าแก้ว ผมอยากทานขนมจีนน้ำเงี้ยว ทานที่ไหนก็ไม่สู้ฝีมือป้าแก้ว”
“เจ้ามิก หลอกชมป้ารึเปล่า เจ้าเดียร์ตอนเย็นไปตลาดเป็นเพื่อนป้าด้วย พรุ่งนี้ป้าว่าจะทำขนมจีนน้ำเงี้ยวพอดี”
“พีมิก ขวัญใจป้าแก้ว ได้กินขนมจีนน้ำเงี๊ยวสมใจแล้ว” น้องเดียร์ล้อ
“ขอบคุณครับป้าแก้ว มิกจะทานให้อร่อยเลย” น้องมิกก้มตัวลงมาเอาหัวถูไหล่ป้าแก้วอย่างประจบประแจง เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูดังขึ้น ร่างสูงโปร่งคุ้นตากำลังเดินเข้ามาในร้าน วันนี้เราเปิดร้านเร็ว จะมีเครื่องดื่มขายก่อน ส่วนขนมจะสายสักหน่อย ถึงจะเริ่มขาย
“พะ...พี่มิก คุณหมอใหม่เหรอโคตรหล่อเลย ผิวขาวออร่าหล่อเด้งมาแต่ไกลถ้าบอกว่าเป็นดาราก็เชื่อนะ” น้องเดียร์กระซิบกับน้องมิกทั้งคู่ยืนประจำที่ตัวเอง พร้อมเปิดร้าน
“หมอซัน เพิ่งออกเวรเหรอคะ” ฉันทัก สภาพของหมอตอนนี้ พอๆ กันกับฉัน แต่หมอซันดูอิดโรยและเหมือนซอมบี้เดินได้มากกว่าฉัน
“ครับ ว่าจะหาอะไรกินแล้วกลับไปอาบน้ำ เตรียมราววอร์ดตอนเจ็ดโมงครึ่ง” หมอซันปิดปากหาว เขาทรุดนั่งลงที่นั่งติดกับกระจกด้านหน้าร้าน
“หมอรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวพริมจะอุ่นครัวซองต์ให้ทาน มิกชงมอคค่าร้อนหวานน้อยให้คุณหมอด้วยนะ” ฉันเดินเข้าไปในครัว และอุ่นครัวซองต์แช่แข็งในเตาไมโครเวฟ ตอนเดินออกมากาแฟร้อนๆหอมกรุ่น ก็เสิร์ฟพร้อมครัวซองต์เนยสด ป้าแก้วขอตัวไปทำความสะอาดห้องฉันเหมือนเคย น้องมิกกับน้องเดียร์ต่างเตรียมของทำหน้าที่ตัวเองเงียบๆ แต่ฉันดูออกว่า น้องๆทั้งสองตั้งใจฟังฉันคุยกับหมอซันอย่างใครรู้ หมอซันจิบกาแฟ และใช้ส้อมเล็กกับมีดค่อยๆหั่นครัวซองต์เป็นชิ้นพอคำเข้าปาก
“พริมดูเนือยๆนะ นอนไม่หลับเหรอครับ”
“นิดหน่อยค่ะ พอจะนอนก็เช้าพอดี หมอล่ะไหวมั้ยเนี่ย ยังกะซอมบี้เดินได้” ฉันหัวเราะ สภาพของหมอยิ่งกว่าฉันอีก คนอดนอนสะสมก็เป็นงี้แหละ
“ไหวครับ สบายมาก หมอได้อาบน้ำก็สดชื่นแล้วครับ” หมอซันชูสองนิ้ว แต่ตาแทบจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ฉันกลั้นยิ้ม โอ้ย ขนาดนี้ยังบอกว่าไหวอีกคนเหล็ก 2020
“พริมขำอะไรหมอ” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆ อย่างสงสัย ใบหน้าขาวเนียนเปล่งประกาย ยื่นมาใกล้ๆ ฉันแอบได้กลิ่นจางของน้ำหอมผู้ชาย เผลอสูดเข้าไปเต็มปอด คนอะไรทำไมหล่อใสขนาดนี้ ฉันกรีดร้องในใจ
“หมอ ไม่ไหวก็บอกไม่ไหวสิ ทำเป็นเก่งเนาะ ตอนกลับให้พริมเดินไปส่งไหม พริมกลัวหมอเดินหลับแล้วเดินชนเสาไฟฟ้า”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ บ้านพักหมออยู่ใกล้แค่นี้เอง เดินห้านาทีก็ถึงแล้ว” หมอซันชี้ไปที่บ้านหลังคาสีเขียวที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล
“พริมกลัวหมอเป็นอะไร แล้วพริมจะเป็นม่ายครองความโสดน่ะสิคะ” ฉันเอียงหน้าเข้าไปใกล้สบตาสีเข้มอย่างยั่วเย้า หมอซันไม่มีทีท่าจะหลบสายตา เจ้าตัวยิ้ม สายตาสีเข้มทอประกาย เหมือนลูกศรปักกลางใจ หมออย่ายิ้มเรี่ยราดได้ไหม แอบหึงที่หมอยิ้มแบบนี้ให้ทุกคน แม้จะเป็นคุณยายแก่ๆ ก็เหอะ ฉันหวงนะเว้ย
“ขอบคุณนะพริมสำหรับอาหารเช้า เท่าไหร่ครับ หมอต้องขอตัวเดี๋ยวไม่ทันราววอร์ดเช้า” ฉันส่ายหน้า
“ไม่คิดเงินค่ะ ขอแค่....” ฉันหยุดพูดและอมยิ้ม
“อะไรครับ” หมอซันยิ้ม ตาสีเข้มสบตาฉัน เขามองลึกเข้าไปในแววตาฉันจนฉันเป็นฝ่ายหลบสายตาเขา คนบ้าอะไร เอะอะก็ยิ้ม จะน่ารักเกินไปแล้ว ฮึ่ยยย!!
“หัวใจของหมอไง ให้พริมดูแลได้ไหม” ฉันพูดเบาๆ แอบเขินเหมือนกันนะ น้องๆในร้านทำทีไม่สนใจแต่หูนั้นบานเท่าจานดาวเทียม
“พริมแซวหมออีกแล้วนะ ฮ่าๆ หมอไปก่อนนะ” หมอซันหัวเราะกลบเกลื่อน ไม่มีทีว่าเขินอายกับมุกเสี่ยวๆของฉันเลย เฮ้อ ชักจะท้อใจ ไม่ได้ๆ ฉันต้องไม่แพ้ยัยแพร หยอดวันนิดจิตแจ่มใส พอหมอซันออกจากร้าน ป้าแก้ว น้องมิกและน้องเดียร์ ต่างรุมซักไซ้ไล่เลียงฉัน
“ใครอ่าพี่พริมแฟนพี่พริมเหรอ” น้องเดียร์ได้คิวแรกเลยได้ถามก่อน
“ว่าที่สามีค่ะ”
“อุ้ย!!! แรงอ่า คุณหนูเป็นสาวเป็นนาง” ป้าแก้วตีแขนฉันเบาๆ
“ก็พริมชอบหมอซันนี่คะ ผู้ชายสุภาพ ใจดี อ่อนโยนอย่างหมอ จะหาได้ที่ไหน คุณสมบัติว่าที่พ่อของลูกชัดๆ ยิ่งมองยิ่งน่ารัก ใจบางแล้ว ฮือ...”
“เดียร์เห็นด้วยค่ะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้หล่อ ออร่ากระจาย เดียร์ไม่แย่งพี่พริมหรอกนะขอมองไกลๆ”
“ไม่เห็นจะหล่อเลย สู้พี่ก็ไม่ได้เดียร์ตาถั่ว” น้องมิกไม่พอใจที่น้องเดียร์ทำท่าปลื้มคุณหมอจนออกนอกหน้า
“ถ้าพี่มิกหล่อ โลกนี้ไม่มีใครหล่ออ่า”
“ดี เย็นนี้กลับเองนะ ไม่ไปส่ง” น้องมิกทำท่างอนและเดินกลับไปหลังบาร์เครื่องดื่ม
“โอ้ย พี่มิกของเดียร์หล่อที่สุดในสามโลก” น้องเดียร์ตามไปง้อ น้องมิกกลั้นยิ้ม สองคนนี้ชอบกันตอนไหนเนี่ย ความใกล้ชิดสินะ แล้วแบบนี้ฉันจะสู้ยัยแพรได้ไหม ยัยแพรได้อยู่ใกล้หมอซันมากกว่าฉันทั้งคู่เรียนด้วยกันตั้งหกปี แถมที่ทำงานก็เจอกันทุกวัน ฉันอดหวั่นๆไม่ได้ แต่ทำยังไงได้ชอบไปแล้วนี่ ต้องเดินหน้ารุกต่อไป สู้โว้ย!!
วันนี้ฟ้าครึ้มฝนมีทีท่าว่าจะตก ฉันกำลังจะปิดร้าน พลางบอกน้องมิกน้องเดียร์กลับบ้านได้เลย น้องๆไม่มีรถยนต์ กลัวน้องจะตากฝนกลับบ้านจนไม่สบาย“ผมช่วยก่อนก็ได้ครับ พี่พริม” น้องมิกพูดอย่างเกรงใจ“กลับเลย เดียร์ต้องรีบไปดูแลคุณยาย ป้าแก้วเตรียมอาหารเย็นให้ อย่าลืมเอากลับไปด้วยนะ”ฉันชี้ไปที่กล่องข้าวที่ป้าแก้วจัดสรรเป็นสองที่ สำหรับน้องมิกน้องเดียร์ ส่วนป้าแก้วขึ้นไปปิดหน้าต่างที่ชั้นบน ด้านนอกลมพัดแรง พายุกำลังจะมา พอน้องๆ กลับไปแล้ว ฝนก็ตกหนักทันที ฉันกำลังจะเดินไปล๊อกประตูกระจก เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆในชุดนักเรียนนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ข้างๆ ประตูหน้าร้าน“หนู เข้ามาข้างในสิ” หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมา เนื้อตัวเปียกปอน ฉันประคองตัวน้องและช่วยถือกระเป๋า พามานั่งในร้าน ป้าแก้วกำลังเดินลงมาจากชั้นบน“คุณหนู เด็กที่ไหนคะ”“พริมเห็นน้องตากฝนยืนอยู่หน้าร้านค่ะ รบกวนป้าเอาผ้าเช็ดตัว เสื้อยืดและกางเกงสามส่วนของพริมให้น้องด้วยนะคะ” ผู้หญิงไซส์มินิอย่างฉัน เสื้อผ้าก็มีแต่ตัวสั้นๆ เด็กประถมก็ใส่ได้ อาจจะหลวมหน่อย ฉันไม่ใช่สาวร่างน้อยผอมเพรียวปลิวลมตามสมัยนิยม ค่อนข้างมีเนื้อหนังแต่ไม่ถึงกับอ้วนเผละจนน่าเกลียด
6. จีบวันละนิด..“พี่พริม ใครอ่ะ? มากับพี่ดิน หล่อมากเลย” น้องเดียร์พูดเสียงเบาๆ แทบจะกระซิบ คงกลัวว่าถ้าพี่มิกได้ยินคงจะงอนนางอีก สไมล์ในสายตาคนทั่วไปคือผู้ชาย นางเปลี่ยนชื่อจากสมหมายเป็นนฤบดินทร์ ชื่อเล่น ดิน คือชื่อในวงการผู้ชายของนาง ส่วนชื่อสไมล์เราเรียกกันเฉพาะเวลาที่เราอยู่สองคนเท่านั้น ฉันเพิ่งจะอบขนมเสร็จ สวมผ้ากันเปื้อนสีขาว ข้างในสวมชุดเดรสลายดอกไม้หวานแหวว สไมล์นั่งที่โต๊ะประจำที่ฉันชอบเม้ามอยกับนาง มีชายหนุ่มสวมเสื้อเชิร์ตสีฟ้ากางเกงสแลคสีดำดูสุภาพนั่งตรงข้ามกับนาง“ไม่รู้สิ เพื่อนมั้งจ้ะ” ฉันเดา และเดินไปหาเพื่อนรัก“อาจารย์คิน นี่พริมเพื่อนผมครับ เป็นเจ้าของร้าน C'est très bon”“อาจารย์ดินมีเพื่อนน่ารักขนาดนี้เลยเหรอครับไม่เห็นบอกเลย เชิญนั่งด้วยกันก่อนไหมครับ” อาจารย์คินยืนขึ้นเต็มความสูง เลื่อนเก้าอี้ให้ฉันนั่ง ฉันมองหน้าเขาอย่างพิจารณา เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีทีเดียว คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดูมีเสน่ห์ ชีวิตฉันช่วงนี้เจอแต่ชายหนุ่มหน้าดี ต้องเป็นผลบุญที่ฉันทำมาตลอดชีวิตแน่ๆ ทำไมดูเจริญหูเจริญตาดีจัง ไม่สิยายพริม จะมาใจอ่อนกับหนุ่มหล่อๆ ได้ไง เป้าหมายข
7. นกไม่กลัว..กลัวไม่นกฉันให้น้องมิกกับน้องเดียร์กลับบ้านตอนสี่โมงครึ่ง ส่วนป้าแก้วต้องไปเตรียมอาหารเย็นที่บ้านใหญ่ ราวๆสี่โมงเย็นพี่เชิดคนขับรถของที่บ้านจะมารับเป็นประจำ ฉันเปิดร้านต่ออีกชั่วโมงกว่าๆ ก็ปิดร้าน ช่วงนี้จะไม่ค่อยมีลูกค้า ฉันสามารถทำเครื่องดื่มคนเดียวได้ ส่วนขนมจะทำแค่ช่วงเช้า ขายหมดก็หมดเลยไม่ได้ทำเพิ่ม เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นดังขึ้นเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิร์ตสีขาวและกางเกงสแลคสุภาพของอาจารย์คินเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีตอนเย็นครับ” เขาทรุดนั่งลงตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ“ค่ะ รับอะไรดีคะ วันนี้มีชีสเค้กนมฮอกไกโดทานกับบลูเบอร์รี่พาย ลองดูไหมคะ ขายดีมากเหลือชิ้นเดียว” วิญญาณแม่ค้าเข้าสิง ฉันพรีเซนท์ขนม ทั้งร้านตอนนี้เหลือแค่ชิ้นเดียวและฉันกำลังจะปิดร้านแล้ว นึกเสียดายจะต้องทิ้ง ภาวนาให้ขายออก “จริงๆ ผมไม่ชอบทานอะไรหวานๆน่ะครับ เพราะผมเป็นคนหวานอยู่แล้ว” อาจารย์คินไม่พูดเปล่าส่งสายตาหวานซึ้ง แถมยักคิ้วข้างนึงให้ฉัน“เป็นผู้ชายหวานๆ เนี่ยพริมนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งสมัยไปเที่ยวที่นาของพ่อเลยค่ะ”“เค้าเป็นใครเหรอครับ”“ผู
8. ความพยายามอยู่ที่ไหน...พญานกอยู่ที่นั่นฉันตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ทำขนม เพื่อเอาไปฝากหมอซันทำคะแนนซะหน่อย กลัวหายไปนานหมอจะลืมหน้า เผื่อมีคนไข้สาวๆ สวยๆ มาจีบ ฉันจะได้แสดงตัวว่าเป็นว่าที่คนสำคัญของหมอซัน เรื่องยายแพรกับหมอซัน ฉันไม่เก็บมาใส่ใจ ก็แล้วยังไงถ้ามันจะใช่เค้าก็คงคบกันไปแล้ว ไม่ปล่อยเวลาล่วงเลยมาตั้งหกปี เพราะฉะนั้นฉันไม่ถอดใจหรอก ฉันไลน์ไปหาพี่จิ๋วPrimrose : พี่จิ๋วว่างไหมคะJew Aunchalee : ว่างค่ะน้องพริม เดี๋ยวพี่โทรหา พอดีพี่พิมพ์ช้าJew Aunchalee is Calling…. “สวัสดีค่ะพี่จิ๋ว ตอนนี้หมอซันอยู่ไหนคะ พริมว่าจะเอาขนมไปฝาก”[หมอซันเพิ่งมาถึงค่ะ อยู่ในห้องพักแพทย์] “ขอบคุณพี่จิ๋วมากๆ นะคะ”[ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ จริงๆ พี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย น้องพริมซะอีกช่วยดูแลน้องมิ้นท์ พี่ล่ะเกรงใจจริงๆ เมื่อวานน้องมิ้นท์คุยใหญ่เลย ว่าพี่คนสวยพาทำโดนัทแถมเอามาฝากยายด้วย] “พี่จิ๋วเป็นญาติป้าแก้วก็เหมือนเป็นญาติพริม พริมยินดีค่ะ” ฉันวางสายพลางถือขนมและเครื่องดื่ม มุ่งตรงไปที่โรงพยาบาล ฉันยิ้มให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไข้ ญาติคนไข้ แม้กระทั่งพี่ยามที่ป้อมหน้าโรงพยาบาล ด้วยหัวใจที่เบิกบาน หมอซันจ
9. เข็นนกขึ้นภูเขาหมอซันนั่งลงบนเตียงข้างๆ ฉัน ฉันใช้กระดาษทิชชูซับหน้า ตอนนี้ฉันหยุดร้องไห้แล้ว เขานั่งเงียบๆ สักครู่ ก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยขึ้น“หมออ้ายบอกว่าพริมร้องไห้ เพราะหมอรึเปล่า”“เปล่านะคะ พริมแค่…ฮึก…ดีใจกับหมอ” บ้าเอ้ย ! น้ำตาไหลอีกจนได้“ดีใจกับหมอ..เรื่อง?” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆ ด้วยความสงสัยดวงตาสีเดียวกันมองฉันอย่างตั้งใจคำถาม“ก็หมอกับแพรจะคบกัน”“ว่าไงนะ?” หมอซันหลุดขำ ฉันมองหน้าหมอซันอย่างไม่เข้าใจ นี่คนกำลังเสียใจจะมาหัวเราะทำไม หัวเราะเยาะฉัน ก็ไม่น่าใช่ หมอซันไม่ใช่คนแบบนั้น“ทำไมพริมคิดแบบนั้นล่ะครับ ไหนลองบอกหมอซิ” หมอซันค่อยๆ ใช้นิ้วชี้ เกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าฉัน ดวงตาสีเข้มมองหน้าฉันแทบไม่กระพริบตา หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบทะลุออกมาข้างนอก ไม่สิ หมอซันกำลังจะคบกับหมอแพร ท่องไว้พริมอย่าหวั่นไหวท่องไว้..ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ“ก็พริมได้ยินว่าหมอบอกให้แพรรอ อีกไม่นานหมอจะรู้ใจตัวเอง” ฉันแทบจะท่องบทสนทนาที่ทั้งสองคุยกันได้ หมอซันยิ้ม รอยยิ้มชัดแบบโฟร์เค ห่างใบหน้าฉันประมาณสิบเซนติเมตร“ได้ยินด้วยเหรอ?” หมอซันพูดเหมือนมันไม่มีอะไร ทั้งที่คนฟังอย่างฉันเจ็บปวดแทบขาดใจ“ได้ยินช
10. ไกลแค่ไหน…คือใกล้Sun talksสองวันที่แล้ว…..ขณะที่ผมตรวจ OPD เสร็จ ผมออกมายืนสูดบรรยากาศที่หน้าโรงพยาบาล มุมนี้มองเห็นร้าน C'est très bon ได้อย่างชัดเจน ร้านกรุด้วยผนังกระจกรอบด้าน สามารถมองเห็นภายในร้าน ที่หน้าร้านผู้ชายตัวสูง มองจากระยะไกลยังรู้ว่าหน้าตาดี แทนที่ผมจะเอาเวลาพักไปซื้อขนมปังง่ายๆ ทานเป็นอาหารเย็น แล้วแอบงีบเหมือนที่เคย ก่อนที่เข้าเวรห้อง ER ผมกลับเดินตรงไปที่ร้านขนมแสนอร่อย ที่เจ้าของร้านชอบบอกว่าตัวเองแซ่บที่สุดในร้าน พริมสวมเดรสสีชมพูลายดอกไม้ข้างนอกสวมผ้ากันเปื้อนระบายลูกไม้สีขาว น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงที่แต่งชุดคอสเพลย์เมด เธอนั่งตรงข้ามกับผู้ชายที่มองจากมุมไหนก็ดูดีและหล่อมากทีเดียว ผมรู้สึกไม่พอใจ ในใจรุ่มร้อนไปหมด ผมเคยบอกกับตัวเองว่าผมจะไม่เริ่มความสัมพันธ์กับใคร อย่างผมจะไปดูแลใครได้ก็เท่าที่เห็น เวลานอนยังไม่มีจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลแฟน“หมอซัน รับอะไรดีคะ เนี่ยในร้านเหลือชีสเค้กนมฮอกไกโดทานกับบลูเบอร์รี่พายชิ้นเดียว สนใจไหมคะ” เสียงใสๆของเจ้าของร้านเอ่ยถาม ใบหน้าขาวเนียนแก้มกลมๆ ยื่นมาใกล้ๆจนผมได้กลิ่นขนมหอมๆหวานๆ จากตัวของเธอ “ผมจองไว้แล้ว ขอนมสดคาราเ
11. ชอร์ตเบรดแมกคาเดเมียฉันตั้งใจทำชอร์ตเบรดแมกคาเดเมียตั้งแต่เช้าตรู่ ชอร์ตเบรดหอมๆ บรรจุในขวดโหลใส ฉันมองผลงานแล้วยิ้ม เป็น ชอร์ตเบรด ที่สมบูรณ์แบบมาก หมอซันต้องดีใจมากที่ฉันทำของโปรดให้ทาน อาจจะดีใจจนขอฉันแต่งงานก็เป็นได้Primrose : วันนี้พริมทำของโปรดหมอด้วยนะ ว่างตอนไหนคะ?รออยู่นานจนสามสิบนาทีหมอถึงตอบกลับฉันRungsiman’s Sun : หมอราววอร์ดเช้า เที่ยงกว่าๆ หมอจะไปหาที่ร้านนะ ว่าแต่ของโปรดหมอจริงเหรอ พริมรู้ได้ไงPrimrose : ไม่บอกค่ะ อิอิ เจอกันนะคะฉันรอเวลาที่หมอซันจะมา รอแล้วรออีกเที่ยงกว่าก็แล้ว ฉันนั่งรอ นั่งมองขวดโหลขนม จนร้านปิด หมอก็ยังไม่มา ไม่สิยายพริม อย่าน้อยใจหมอไม่ได้มีเวลาว่างที่จะมาหาได้ตลอด หมอซันคงติดเคสผ่าตัดหรือติดเคสสำคัญๆ พรุ่งนี้ค่อยเอาให้หมอก็ได้ ขณะที่ตัดสินใจขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อน เสียงโปรแกรมแชทสีเขียวดังขึ้นRungsiman’s Sun : หมอติดเคสผ่าตัดเพิ่งว่างอ่ะ อีกห้านาทีหมอจะไปถึงร้านนะPrimrose : โอเคค่ะพริมจะรอนะคะฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงและเดินไปเปิดประตูกระจก หัวใจที่ห่อเหี่ยวเมื่อตะกี้ชุ่มชื่นขึ้นมา ยิ่งร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์แขนสั้นเดินใกล้เข้ามา ใจฉันก็เต้นแ
12. มือปริศนาฉันนั่งมองขวดโหลขนมชอร์ตเบรดแมคคาเดเมียอย่างภูมิใจ เพอร์เฟคทุกชิ้นเลย มันช่างเป็นขนมนำโชคของฉันจริงๆ ก็เมื่อคืนหมอซันจูบฉัน หลังจากกินขนมนี่แล้ว พูดแล้วเขิน ฮือ…“ชอร์ตเบรดของแม่..” ฉันเอาขวดโหลบรรจุลงในถุงกระดาษ พร้อมนำส่งให้เจ้าของสุดหล่อ พี่จิ๋วบอกพิกัดที่หมอซันต้องไปราวน์วอร์ด ขณะที่กำลังจะข้ามถนน รถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็ว ฉันเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วเป็นผลให้ล้มไปกองที่พื้น ถุงกระดาษในมือหล่นลงพื้นอย่างแรง ฉันได้ยินเสียงแก้วแตก ไม่นะ..ชอร์ตเบรดของฉัน ฉันลุกไม่ไหวค่อยๆ ขยับตัวไปที่ขวดโหลขนมที่แตกภายในถุงกระดาษ ขนมแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำตาแทบร่วงเพราะฉันใช้เวลาทำนานพอสมควร..“คุณหนู เป็นอะไรคะทำไมนั่งอยู่ตรงนั้น” ป้าแก้วร้องด้วยความตกใจ เพราะมัวแต่ห่วงขนม ฉันเลยไม่ได้สนใจว่าตัวเองเป็นยังไง ฉันนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่หน้าร้าน ตามข้อศอกมีรอยถลอกและมีเลือดซึมในบางจุด พอเห็นเลือดแล้วแทบจะเป็นลม..“เจ้าเดียร์เจ้ามิก ออกมาช่วยคุณหนูเร็วๆ” น้องๆทั้งสองหน้าตาตื่น หิ้วปีกฉันคนละข้าง เข้าไปในร้าน“พี่พริมเป็นอะไรคะ ล้มเหรอ?” สภาพฉันก็คงเป็นแบบที่น้องเดียร์ว่า
31. น้องพั้นซ์ สาวน้อยมหัศจรรย์ฉันตื่นมาด้วยอาการปวดหน่วงท้องน้อย ท้องแข็งเกร็งเหมือนลูกในท้องกำลังโก่งตัว ช่วงนี้ตอนกลางคืนแทบไม่ได้นอนเพราะปวดฉี่บ่อยมากแทบจะทุกสองชั่วโมง เมื่อคืนเลยเผลอนอนยาวและกลั้นปัสสาวะพอลุกไปเข้าห้องน้ำก็เหมือนฉี่ไม่สุดแสบไปหมด พอใช้ทิชชู่ซับเลือดสีแดงจาง ๆ ติดมากับกระดาษชำระ ฉันตกใจจนมือสั่นคนท้องไม่สมควรมีเลือดออกไม่ว่ากรณีใดๆ ตอนนี้อายุครรภ์เพิ่งจะเจ็ดเดือนครึ่งหรือแค่ยี่สิบเก้าสัปดาห์ ฉันใช้มือลูบท้องลูกยังดิ้นปกติ ฉันโทรหาซันทันทีแต่เขาไม่รับน่าจะกำลังราวน์วอร์ดอยู่ ฉันจึงโทรหาแพรเป็นสายที่สอง แพรรับสายทันที[ ว่าไงพริม ] “แพร ฉันไปฉี่ในห้องน้ำแล้วมีเลือดออก” เสียงของฉันสั่นมาก กลัว..กลัวลูกจะเป็นอะไรไป อีกตั้งสิบเอ็ดสัปดาห์หรือเกือบสามเดือนถึงจะครบกำหนดคลอด ถ้าคลอดตอนนี้น้ำหนักจากผลอัลตร้าซาวน์ครั้งก่อนของลูกในท้องแค่พันกรัมนิดๆ ฉันแทบไม่อยากคิดถึงสภาพเด็กที่คลอดกำหนด มีภาวะเสี่ยงมากมายรออยู่ หัวใจพิการแต่กำเนิด อาจจะถึงขั้นตาบอด หูหนวก เพราะอวัยวะภายในยังไม่สมบูรณ์ ตัวฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นและโชคดีที่รอดมาได้ ขออย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย..[ แกอย่าเพิ่งลุกน
30. เก่งมาจากไหน..ก็แพ้ (ท้อง) หัวใจอย่างเธอSun talksผมมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียนมาสองวันแล้ว ช่วงเช้าที่กำลังจะราวน์วอร์ด พยาบาลเจนถือชาร์ตคนไข้เดินตามมา อยู่ ๆ ผมก็เกิดอาการคลื่นไส้“พยาบาลเจนหมอขอตัวสักครู่” ผมวิ่งไปห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด อ้วกทุกอย่างที่กินมาตอนเช้าจนหมด พอเดินออกมาจากห้องน้ำห้องพักแพทย์ แพรเดินมาถามอย่างเป็นห่วง“ซัน ไหวไหมหน้าซีดๆนะ”“พออ้วกก็โอเคแล้วล่ะ” ผมฝืนยิ้มอาการมึนหัวยังมีอยู่ จำเป็นต้องไปปฏิบัติหน้าที่ราวน์วอร์ดในตอนเช้าจนเสร็จสิ้น ตอนพักเที่ยงผมกับแพรปรึกษาหารือเรื่องอาการคนไข้ หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระ“ซัน ไปตรวจร่างกายบ้างนะ แพรว่าอาการของซันอาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของโรคบางอย่างก็ได้นะ”“ซันก็ว่างั้นล่ะ แต่แปลกนะเวลาที่อยู่บ้านกับพริม ไม่มีอาการอะไรเลยนะ ส่วนใหญ่จะมาเป็นที่โรงพยาบาล” ตอนอยู่ที่บ้านไม่มีอาการเวียนหัว อาเจียนเลย พอมาทำงานเท่านั้นแหละอาการทุกอย่างมาเต็ม“ก็แปลกเนอะ ลองตรวจเลือด ตรวจร่างกายแบบละเอียด นี่เป็นห่วงกลัวไม่ได้เลี้ยงหลาน” พูดถึงลูกช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนการผลิต ผมกับพริมแต่งงานกันได้ห้าเดือนแล้ว เดือนแรกที่ผมคิดว่
29. คำยินดี....Prae talksหกปีที่แล้ว...ฉันไม่ชอบการที่จะต้องอยู่กับคนเยอะๆ ต้องห้อยป้ายแขวนคอชื่อตัวเองตัวเท่าบ้าน โดนรุ่นพี่แกล้งให้ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำและไม่เคยทำ มันช่างน่าเบื่อจริงๆ สิ่งเดียวที่ฉันชอบคือการอยู่กับพริม คุยเรื่องไร้สาระ กินอาหารที่พริมทำ ดูหนังตลกๆแล้วหัวเราะกันเสียงดัง ที่พูดมาทั้งหมดคงไม่มีโอกาสได้ทำแล้ว พริมไปเรียนที่ฝรั่งเศสและไม่รู้จะกลับมาไทยเมื่อไหร่ ที่สำคัญเรายังจากกันด้วยไม่ดีเท่าไหร่“น้องแพร เอาแป้งทาน้องซัน ทาลิปสติกให้ด้วยดูน้องซันยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่” พี่ก้อยรุ่นพี่ปีสามบอก..ฉันเดินไปหาผู้ชายที่ชื่อซัน ใบหน้าขาวเนียนแบบผู้หญิงยังอาย โครงหน้าได้รูป คิ้วเข้ม ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน เด็กปีหนึ่งคือเด็กมอหกหัวเกรียนที่เพิ่งจะเป็นหนุ่มน้อยแต่กับซันเขาเป็นหนุ่มที่สมบูรณ์แบบทั้งความสามารถแค่เข้าคณะแพทย์ได้ก็ถือว่าเป็นหัวกะทิแล้วแถมยังหน้าตาดีอีกด้วย“ทาเต็มที่เลยนะแพร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่งั้นรุ่นพี่ไม่ให้ผ่านแน่” ซันยังเป็นคนสุภาพให้เกียรติผู้หญิงอีกด้วย ฉันค่อยๆทาลิปสติกสีแดงให้ซัน ดวงตาสีเข้มจ้องฉันตาไม่กระพริบเป็นฉันเองที่อายจนต้องหลบสายตา..จากนั้นเราไ
28. แต่งกับงาน...“พริม ถ้าสักวันหนึ่งซันทำอะไรที่ผิดต่อพริม พริมรู้ไว้นะคนที่ซันรักที่สุดก็คือพริมคนเดียว” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของหมอซัน..จากนั้นเขาก็หายไปติดต่อไม่ได้สองวันเต็มๆ ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขาจะขาดการติดต่อแต่ฉันก็รู้ว่าเขาอยู่ที่โรงพยาบาล แวะเอาข้าวเอาขนมไปให้เขาก็อยู่ตามวอร์ดต่างๆ ห้องพักแพทย์หรือห้องฉุกเฉิน แต่ครั้งนี้เขาหายไปแบบไร้ร่องรอย..แพรยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งส่งให้ฉัน ข่าวการล้มละลายของผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดัง นายแพทย์รังสรรค์ ตันติเวชไพศาล นามสกุลนี้มัน..เหมือนนามสกุลหมอซัน“ทำใจดีๆนะพริม บ้านซันเกิดปัญหาแล้วเค้าต้อง..เอ่อ..แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของบริษัทเพื่อกอบกู้กิจการ ฉันรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เค้าก็ต้องทำ” แพรหยิบเอาซองสีชมพูในกระเป๋าส่งให้ฉัน หน้าซองปรากฏชื่อฉันชัดเจน ขอเชิญเป็นเกียรติในงานมงคลสมรส นายแพทย์รังสิมันต์ ตันติเวชไพศาล และ นางสาวมิรันตี โอภาสถาวรสกุล ตอนนั้นสมองของฉันมันชาไปหมด น้ำตาไหลจนตาพร่าแทบมองไม่เห็นข้อความอื่นๆบนการ์ดสีชมพูหวานใบนั้น..คำนิยามของคำว่า “อกหัก” มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ฉันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำขาดอากาศหายใจ ไม่มีแรงจะทำอะไรอยากจะ
27. ความจริงในใจ..“อีพริม นี่ตกลงหล่อนไปหาพ่อแม่สามีหรือไปฮันนีมูนวะ” สไมล์ถามขึ้น แพรเพิ่งจะไปรับฉันกับหมอซันที่สนามบินในตอนเช้า หมอซันไปราวน์วอร์ดที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง ส่วนฉันวันนี้ให้น้องๆปิดร้านเพราะฉันก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกัน“ทำไมว่างั้นอ่าแก” ตอนนี้ฉันรู้สึกง่วงสุดๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาขึ้นเครื่องตั้งแต่ตีสี่“ก็ชุดสปริงซัมเมอร์คอลเลคชั่นแกอ่ะดิ” นางเบ้ปาก มองเสื้อแขนกุดที่พันทับด้วยผ้าพันคอจนหนาปิดต้นคอใช่แล้ว! ฉันปกปิดร่องรอยที่คอเองแหละ“แล้วไงวะ ก็จะแซวทำไมนักหนาเนี่ย” แซวบ่อยก็เขินเหมือนกันนะยะ“แกคนเดียวไม่พอ แต่หมอซันมาในเสื้อคอเต่าด้วยอ่ะดิ ร้ายเหมือนกันนะหล่อน” คืนที่ฉันเมาจนจำอะไรไม่ค่อยได้ ตื่นขึ้นมาเจอรอยคิสมาสท์ที่คอก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะอีตาหมอหื่นก็ทำรอยไว้ประจำอยู่แล้ว แต่คอของหมอซันก็มีเหมือนกันเนี่ยสิ! ตอนฉันเมานี่ก็น่ากลัวเหมือนกัน..คงกลายร่างเป็นแม่เสือสาวแน่ๆ“เออ คนเราก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างตามสัญชาตญาณ”“สงสารหมอซัน วันนี้อากาศร้อนที่สุดในรอบสิบปี ต้องใส่เสื้อคอเต่าจนดึก ฮือ..วงวารว่ะ” สไมล์เบะปากทำทีเหมือนนางงามได้ตำแหน่งแล้วเหมือนจะยิ้มและร้อ
26. Huahin in love (2)Sun talks“คุณช่อเอื้องครับ จริงๆแฟนผมบอกว่าเธอไม่อยากให้ผมมาที่นี่ แต่ผมบอกเธอว่าผมต้องมาเพราะผมเป็นหมอ คนไข้รอการรักษาจากผมอยู่” ผมโมโหมากที่ถูกผู้หญิงสองคนนี้หลอกและยังทะเลาะกับแฟนเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก“คุณหมอคิดถูกแล้วค่ะที่มาเราก็ได้สนุกกันวินวินทั้งสองฝ่ายนะคะ แฟนคุณหมอจืดชืดขนาดนั้น” ผมโกรธที่เธอว่าพริมแบบนั้นใครว่าพริมจืดชืด เวลาเธอเมานี่ฮอตจะตาย..“ตอนนี้ผมเสียใจมากที่ต้องทะเลาะกับเธอเพราะผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างพวกคุณสองคน” ผมลุกขึ้นนึกเสียดายเวลาที่มาที่นี่แทนที่จะอยู่กับพริม...“คุณหมอจะต้องเสียใจที่พูดกับเอื้องแบบนี้”“ครับ ผมเสียใจมาก” ช่อเอื้องยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่ผมพูดว่าเสียใจ“เสียใจที่เอาเวลาที่มีค่ามาอยู่ที่นี่” ช่อเอื้องร้องกรี๊ดเสียงดังผมไม่สนใจ คนที่ผมสนใจคงกำลังโกรธผมอยู่ ผมเดินออกมาเจอก้านหลิวเพื่อนของช่อเอื้องที่หน้าห้อง“คุณหมอเสร็จเร็วจัง ถ้าพอจะมีเวลาหลิวขอดูแลต่อได้ไหมคะ” ก้านหลิวยิ้มหวานใช้มือแตะแขนผมเบาๆ ผมเบี่ยงตัวหลบ“ไปดูแลเพื่อนคุณเถอะครับ อย่ามายุ่งกับผมเลย ในสายตาของผมไม่เคยมองใครนอกจากแฟนของผม” ผมพูดเสร็จก็รีบเดิ
25. Huahin in love (1)วันสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับ หมอซันพาฉันไปหัวหินเราค้างที่นั่นหนึ่งคืน ก่อนที่พรุ่งนี้เช้าจะขึ้นเครื่องกลับ วันนี้เขาใช้รถเฟอร์รารี่สีขาว ซึ่งเป็นรถหรูในหลายๆคันที่จอดในโรงรถที่บ้านของเขา หมอซันสวมแว่นกันแดดแบรนด์ดัง ผิวขาวเนียนตัดกับแว่นสีดำดูเท่ห์มากเหมือนอปป้าดาราเกาหลี ยิ่งรอยยิ้มนี่แทบใจละลาย...ฉันคงทำบุญมาดีตั้งแต่ชาติปางก่อนถึงได้มีเป็นแฟนหมอหล่อล่ำน่าปล้ำขนาดนี้..เราใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆก็เดินทางมาถึงหัวหิน เมื่อคืนฉันเห็นเขาจองทุกอย่างไว้ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร เขาเลี้ยวรถเข้าที่พักสุดหรูริมทะเล ชื่อซีซัน บลูลากูน บริเวณรอบๆโรงแรมเป็นสระว่ายน้ำ หมอซันลากกระเป๋าของฉันเข้ามาในล๊อบบี้ ส่วนของเขามีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียว ขณะที่เรากำลังเชคอินเข้าที่พัก หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาคุยกันเสียงดัง อยู่ๆเจ้าหล่อนก็เดินเข้ามาหาหมอซัน“นี่บัตรของคุณใช่ไหมคะ? โห! เป็นหมอด้วยเก่งจังเลยค่ะ” หนึ่งในนั้นยื่นบัตรประจำตัวแพทย์ให้เขาซึ่งคงทำตกตอนเขาล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมา เจ้าหล่อนส่งสายตาชื่นชมอย่างเปิดเผย..เสื้อซีทรูด้านในสวมเสื้อชั้นในสีดำมองเห็นหน้าอกคัพซีรำไร แถมยังยื่นอ
24. Hello Bangkok (3)“พ่อแม่ซันชอบทานอะไรเหรอ? พริมว่าจะทำอาหารเย็นให้พวกท่านทาน” หลังจากที่นั่งเกร็งเพราะเครียดที่จะต้องเจอครอบครัวของหมอซัน ฉันก็นึกอะไรดีๆออก ฝีมือการทำอาหารคงเป็นข้อดีที่สุดของฉัน ต้องมัดใจพ่อแม่ว่าที่สามีด้วยอาหารอร่อยๆ หมอซันนิ่งคิดสักพัก“อาหารที่พ่อแม่ซันชอบเหรอ? อืม..แม่ซันชอบทานอาหารอิตาเลี่ยนเป็นพิเศษ เรามีร้านประจำของครอบครัวเราด้วยนะ”“ร้านที่ไหนเหรอ? พริมอยากไปลองชิมจะได้รู้รสชาติเอาไปทำให้ท่านทาน”“มิลาน” หืมมมมม อิตาลี.. นั่นมันอาหารอิตาเลี่ยนแบบต้นตำหรับเลยนะนั่น..แต่ไม่เป็นไรฉันจะทำอาหารอิตาเลี่ยนในรูปแบบของฉันเอง“เราไปซื้อของสดทำอาหารก่อนเนอะ ค่อยเข้าบ้านซัน”“พริมไม่ต้องยุ่งยากก็ได้นะ พ่อแม่ซันท่านไม่ค่อยทานอาหารเย็น ซันเห็นอาหารเหลือเต็มโต๊ะประจำเลย”“ไม่เป็นไรซัน ให้พริมทำเถอะ พริมอยากให้ท่านเห็นว่าอย่างน้อยพริมก็ยังมีดีบ้าง บอกตรงๆนะพริมเครียดมากกลัวพ่อแม่ซันจะไม่ชอบพริม” ฉันถอนหายใจแรงๆ ซันหันมาลูบศรีษะฉันเบาๆ“พ่อแม่ซันก็ต้องชอบพริมเหมือนซันนี่แหละ พริมอย่าคิดมากนะ ถ้าพริมอยากจะทำอาหารเดี๋ยวเราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตกัน” รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นมองฉัน
22. Hello Bangkok (1)วันหนึ่งในขณะที่ฉันกับหมอซันกำลังทานอาหารเย็นในร้านของฉัน“สามวันนี้ซันจะอัดเวรนะ คงไม่ได้เจอกัน”“ค่ะ” ฉันตอบรับอย่างเคยชินบางทีสี่วันติดกันที่ฉันกับหมอซันไม่ได้เจอกัน เป็นเรื่องธรรมดามากๆ หลังๆฉันพอจะเข้าใจระบบการทำงานของเขาแล้ว ซึ่งมันไม่ได้มีเวลาตายตัว บางทีบอกว่าจะเลิกสี่โมงเย็นแต่กลับมาอีกทีห้าทุ่มก็มี“ซันจะลาสามวัน พาพริมไปกรุงเทพฯ” ฉันลืมนึกไปว่าหมอซันเป็นคนกรุงเทพฯ คงจะไปกลับไปเยี่ยมบ้าน“ไปหาพ่อแม่ซันใช่ไหม?” ฉันถามอย่างตื่นเต้น หมอซันเจอพ่อของฉันแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลาที่ฉันต้องไปพบว่าที่พ่อแม่สามีสินะ“ก็ว่าอย่างนั้นแหละ อยากพาพริมไปเที่ยวด้วย ไว้เราไปเที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯละกันนะ”“พริมต้องพาพ่อไปด้วยไหม? ตื่นเต้นจัง”“ทำไมต้องพาพ่อพริมไปด้วยอ่ะ” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆอย่างสงสัย“อ้าว! ก็ซันจะพาพริมไปเจอพ่อแม่เพื่อหาฤกษ์แต่งงานไม่ใช่เหรอ?” ฉันยิ้มกว้างจินตนาการไปถึงวันแต่งงาน ฉันสวมชุดเจ้าสาวสีขาวจับมือหมอซันที่สวมทักซิโด้สีเดียวกัน ยืนต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ แต่ฝันก็แทบสลายเมื่อหมอซันพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจ“ห๊ะ!!! แต่งงานเลยเหรอ? เราเพิ่งจะคบกันเอง