10. ไกลแค่ไหน…คือใกล้Sun talksสองวันที่แล้ว…..ขณะที่ผมตรวจ OPD เสร็จ ผมออกมายืนสูดบรรยากาศที่หน้าโรงพยาบาล มุมนี้มองเห็นร้าน C'est très bon ได้อย่างชัดเจน ร้านกรุด้วยผนังกระจกรอบด้าน สามารถมองเห็นภายในร้าน ที่หน้าร้านผู้ชายตัวสูง มองจากระยะไกลยังรู้ว่าหน้าตาดี แทนที่ผมจะเอาเวลาพักไปซื้อขนมปังง่ายๆ ทานเป็นอาหารเย็น แล้วแอบงีบเหมือนที่เคย ก่อนที่เข้าเวรห้อง ER ผมกลับเดินตรงไปที่ร้านขนมแสนอร่อย ที่เจ้าของร้านชอบบอกว่าตัวเองแซ่บที่สุดในร้าน พริมสวมเดรสสีชมพูลายดอกไม้ข้างนอกสวมผ้ากันเปื้อนระบายลูกไม้สีขาว น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงที่แต่งชุดคอสเพลย์เมด เธอนั่งตรงข้ามกับผู้ชายที่มองจากมุมไหนก็ดูดีและหล่อมากทีเดียว ผมรู้สึกไม่พอใจ ในใจรุ่มร้อนไปหมด ผมเคยบอกกับตัวเองว่าผมจะไม่เริ่มความสัมพันธ์กับใคร อย่างผมจะไปดูแลใครได้ก็เท่าที่เห็น เวลานอนยังไม่มีจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลแฟน“หมอซัน รับอะไรดีคะ เนี่ยในร้านเหลือชีสเค้กนมฮอกไกโดทานกับบลูเบอร์รี่พายชิ้นเดียว สนใจไหมคะ” เสียงใสๆของเจ้าของร้านเอ่ยถาม ใบหน้าขาวเนียนแก้มกลมๆ ยื่นมาใกล้ๆจนผมได้กลิ่นขนมหอมๆหวานๆ จากตัวของเธอ “ผมจองไว้แล้ว ขอนมสดคาราเ
11. ชอร์ตเบรดแมกคาเดเมียฉันตั้งใจทำชอร์ตเบรดแมกคาเดเมียตั้งแต่เช้าตรู่ ชอร์ตเบรดหอมๆ บรรจุในขวดโหลใส ฉันมองผลงานแล้วยิ้ม เป็น ชอร์ตเบรด ที่สมบูรณ์แบบมาก หมอซันต้องดีใจมากที่ฉันทำของโปรดให้ทาน อาจจะดีใจจนขอฉันแต่งงานก็เป็นได้Primrose : วันนี้พริมทำของโปรดหมอด้วยนะ ว่างตอนไหนคะ?รออยู่นานจนสามสิบนาทีหมอถึงตอบกลับฉันRungsiman’s Sun : หมอราววอร์ดเช้า เที่ยงกว่าๆ หมอจะไปหาที่ร้านนะ ว่าแต่ของโปรดหมอจริงเหรอ พริมรู้ได้ไงPrimrose : ไม่บอกค่ะ อิอิ เจอกันนะคะฉันรอเวลาที่หมอซันจะมา รอแล้วรออีกเที่ยงกว่าก็แล้ว ฉันนั่งรอ นั่งมองขวดโหลขนม จนร้านปิด หมอก็ยังไม่มา ไม่สิยายพริม อย่าน้อยใจหมอไม่ได้มีเวลาว่างที่จะมาหาได้ตลอด หมอซันคงติดเคสผ่าตัดหรือติดเคสสำคัญๆ พรุ่งนี้ค่อยเอาให้หมอก็ได้ ขณะที่ตัดสินใจขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อน เสียงโปรแกรมแชทสีเขียวดังขึ้นRungsiman’s Sun : หมอติดเคสผ่าตัดเพิ่งว่างอ่ะ อีกห้านาทีหมอจะไปถึงร้านนะPrimrose : โอเคค่ะพริมจะรอนะคะฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงและเดินไปเปิดประตูกระจก หัวใจที่ห่อเหี่ยวเมื่อตะกี้ชุ่มชื่นขึ้นมา ยิ่งร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์แขนสั้นเดินใกล้เข้ามา ใจฉันก็เต้นแ
12. มือปริศนาฉันนั่งมองขวดโหลขนมชอร์ตเบรดแมคคาเดเมียอย่างภูมิใจ เพอร์เฟคทุกชิ้นเลย มันช่างเป็นขนมนำโชคของฉันจริงๆ ก็เมื่อคืนหมอซันจูบฉัน หลังจากกินขนมนี่แล้ว พูดแล้วเขิน ฮือ…“ชอร์ตเบรดของแม่..” ฉันเอาขวดโหลบรรจุลงในถุงกระดาษ พร้อมนำส่งให้เจ้าของสุดหล่อ พี่จิ๋วบอกพิกัดที่หมอซันต้องไปราวน์วอร์ด ขณะที่กำลังจะข้ามถนน รถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็ว ฉันเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วเป็นผลให้ล้มไปกองที่พื้น ถุงกระดาษในมือหล่นลงพื้นอย่างแรง ฉันได้ยินเสียงแก้วแตก ไม่นะ..ชอร์ตเบรดของฉัน ฉันลุกไม่ไหวค่อยๆ ขยับตัวไปที่ขวดโหลขนมที่แตกภายในถุงกระดาษ ขนมแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำตาแทบร่วงเพราะฉันใช้เวลาทำนานพอสมควร..“คุณหนู เป็นอะไรคะทำไมนั่งอยู่ตรงนั้น” ป้าแก้วร้องด้วยความตกใจ เพราะมัวแต่ห่วงขนม ฉันเลยไม่ได้สนใจว่าตัวเองเป็นยังไง ฉันนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่หน้าร้าน ตามข้อศอกมีรอยถลอกและมีเลือดซึมในบางจุด พอเห็นเลือดแล้วแทบจะเป็นลม..“เจ้าเดียร์เจ้ามิก ออกมาช่วยคุณหนูเร็วๆ” น้องๆทั้งสองหน้าตาตื่น หิ้วปีกฉันคนละข้าง เข้าไปในร้าน“พี่พริมเป็นอะไรคะ ล้มเหรอ?” สภาพฉันก็คงเป็นแบบที่น้องเดียร์ว่า
13. ตัวจริง…ยิ่งเจ็บ“พี่สาวคนสวยคะ น้องมิ้นท์ทำถูกไหมคะ” เสียงใสๆของน้องมิ้นท์เรียกสติของฉัน ที่กำลังเหม่อลอยไปไกล มือน้อยๆของน้องมิ้นท์กำลังนวดแป้ง เพื่อทำขนมปังไส้ครีมแบบง่ายๆ ฉันหันมายิ้มและพยักหน้าให้เด็กน้อย ระหว่างที่กำลังอบตัวแป้งขนมปัง เราก็เตรียมทำไส้ครีมชีส การทำขนมทำให้จิตใจของฉันสงบได้มากขึ้น หลังจากที่แยกกับอาจารย์คิน ป้าแก้วก็ไปรับน้องมิ้นท์มาที่ร้าน ฉันสอนน้องมิ้นท์ทำขนมตามสัญญา พอทำขนมเสร็จพี่จิ๋วก็มาถึง“แม่จิ๋ว น้องมิ้นท์ทำขนมเองเลยนะคะ น้องมิ้นท์เก่งไหม” เด็กน้อยยกขนมปังไส้ครีมชีสอุ่นๆจากเตามาเสิร์ฟผู้เป็นแม่“เก่งมากเลยจ้ะ” พี่จิ๋วลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก“น้องมิ้นท์ได้เวลาอาบน้ำแล้ว มากับยายทางนี้ดีกว่า” ป้าแก้วพาน้องมิ้นท์ไปอาบน้ำก่อนกลับบ้าน เพราะเย็นมากแล้วกลัวว่าน้องมิ้นท์จะไม่สบาย“วันนี้เค้าลือกันใหญ่เลย..” พี่จิ๋วมองหน้าฉัน..“เค้าว่ายังไงบ้างคะ”“เค้าบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกับหมอแพร ตบตีกันแย่งหมอซัน ตอนนี้หมอซันโดนผู้อำนวยการเรียกไปตักเตือน” บางทีข่าวลือก็ถูกเอาไปพูดต่อจนทำให้แทบจะไม่เหลือข้อเท็จจริง..“หมอซัน แทบจะเป็นซอมบี้เดินได้เข้าเวรติดกัน ตอนนี้เข้า
14. คำว่าเพื่อน..นั้นมีความหมายฉันตื่นมาด้วยอาการระบมแทบจะทั่วทั้งตัว หลังจากผ่านวันชงมาได้ ฉันรับรู้ได้ว่ามีแต่เรื่องดีๆ เข้ามา ฉันปรับความเข้าใจกับแพร ฝันร้ายในอดีตจะไม่มีวันย้อนมาทำร้ายฉันอีกต่อไปแล้ว ฉันเตรียมข้าวต้มทรงเครื่อง ชีสเค้กและชาเขียวร้อน นำทุกอย่างใส่ภาชนะ เพื่อจะไปเยี่ยมแพร แพรทำเพื่อฉันมามากต่อไปฉันจะทำเพื่อแพรบ้าง“คุณหนูยังเจ็บอยู่นะคะ ให้ป้าไปเยี่ยมคุณหนูแพรแทนไหมคะ” ป้าแก้วร้องห้าม เรื่องเมื่อคืนฉันเก็บเป็นความลับการที่หมออ้ายโดนจับก็ทำแบบเงียบๆ และให้ทุกคนคิดว่าเขาลาออกจากที่นี่“พริมโอเคแล้วค่ะ” ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่ก็ยังเดินได้ไม่ถนัดนักมือข้างหนึ่งถือของ มืออีกข้างหนึ่งคว้าราวระเบียง ดูทุลักทุเล“ให้หมอช่วยนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มของหมอซัน เขาฉวยเอาของในมือฉันมาถือไว้ แล้วยังใช้มือที่ว่างโอบเอวประคองฉัน ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบ คนที่เดินผ่านไปโดยเฉพาะพยาบาลสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมามองแล้วอมยิ้ม“หมอ..พริมอายคนอื่นนะ”“ก็พริมเดินไม่ถนัด หมอไม่อายใครหรอกนะ ทีพริมมาจีบหมอก็ไม่เห็นจะอายใครเลยหนิ อยู่ดีๆก็จะมาหน้าบางซะงั้น” หมอซันพูดหน้าตาเฉย ฉันอ้าปากพะงาบๆ พูดอะไรไม่ออ
15. ตาต่อตา..ใจต่อใจอาจารย์คินมาที่ร้านราวๆห้าโมง ร่างสูงในชุดเสื้อสีเชิร์ตสีฟ้ากับกางสแลคสุภาพ เดินเข้ามานั่งที่นั่งประจำ เขาจะชอบเอาคอมพิวเตอร์มานั่งทำงานเงียบๆ และที่มักจะมาในช่วงเวลานี้ น่าจะเพราะตอนฉันใกล้ปิดร้านจะไม่ค่อยมีลูกค้า“คิน รับอะไรดีคะ” ฉันเรียกชื่อเขาเฉยๆ แสดงความสนิทขึ้นมานิดนึง“ขอลาเต้เย็นหวานน้อยครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้ม และกลับไปจดจ้องไปที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม ราวๆ หกโมง เขาก็กลับซึ่งได้เวลาปิดร้านของฉันพอดี อยู่ร่างสูงก็ทรุดลงที่หน้าร้าน ด้วยอารามตกใจฉันรีบวิ่งไปประคอง พร้อมกับไหว้วานลุงวินมอเตอร์ไซด์ หิ้วปีกเขาคนละข้าง ข้ามถนนไปยังห้องฉุกเฉิน และหมอเวรคือ…“หมอซัน คินอยู่ๆก็เป็นลมหน้าร้านพริมค่ะ”“ทำไมเรียกแต่ชื่อสนิทกันกับเขาเหรอครับ” หมอซันพูดเสียงเรียบเจือความไม่พอใจเล็กน้อยแต่พูดเสียงเบาๆ อาจเพราะมีพยาบาลอยู่ใกล้ๆ“ก็คุยๆกันมากขึ้น พริมก็เลยเรียกชื่อเขา” ฉันพูดตามตรง“ไปคุยกับมันตอนไหน” หมอซันเริ่มไม่มีสติในการพูด ฉันกลัวพยาบาลจะมองหมอไม่ดี“หมอ พยาบาลอยู่ข้างหลังนะ” ฉันพูดเสียงเบาๆ ราวกับกระซิบ“พริม ผมอยู่ไหน” อาจารย์คินลืมตาขึ้นกรอกตามองไปรอบๆ หมอซั
16. หึง? (1)“ชะนี นั่นชุดอะไรของแก” สไมล์ทักฉัน นางแวะมากินอาหารเช้าก่อนไปสอน“ชุดของแบรนด์แชนนอล สปริงคอลเลคชั่นไง แกเอาท์นะเนี่ย” ชุดที่ว่านั้นก็คือเสื้อแขนกุดพันทับด้วยผ้าพันคอ ทั้งๆที่อุณหภูมิประเทศไทยตอนนี้ สามสิบห้าองศาเซลเซียส ร้อนจนตับแล่บ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะอีตาหมอลามกนั่นไง มาทำรอยคิสมาสค์สีกุหลาบไว้ ตอนแรกฉันไม่รู้ว่าคอเป็นรอย จนกระทั่งอาบน้ำเท่านั้นแหละถึงมองเห็นรอยแดงชัดเจนที่คอ“ร้อนจะยังกะอยู่ทะเลทรายซาฮาร่า ยังจะใส่ผ้าพันคอ แฟชั่นพิลึกอะไรของแก” นางไม่พูดเปล่าดึงผ้าพันคอของฉันออก ฉันแทบจะเผลอกรี๊ดด้วยความตกใจ นางอ้าปากค้าง“หมอซัน รุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ?” สไมล์ทำตาล้อเลียน ฉันรีบเอาผ้าพันคอมาพันไว้เหมือนเดิม พลางหลบสายตาอยากรู้อยากเห็นของนาง กระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊ง ชายหนุ่มผิวขาว หน้าตาไปทางชาวจีน สวมเสื้อเชิร์ตสีขาวกางเกงยีนส์สีเข้ม สายตาสอดส่ายเพื่อมองหาใครบางคน นะ..นั่นมัน ฉันส่ายหน้าไปมากลัวว่ามันจะเป็นภาพลวงตา “เชฟมาร์ค” ฉันเดินเข้าไปหาผู้มาใหม่อย่างดีใจ“นี่พริมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?” ฉันยิ้มกว้าง เชฟมาร์คคือเพื่อนที่เคยเรียนอาหารด้วยกันที่ฝรั่งเศส เป็นเหมือนเพ
17. หึง? (2)“ชะนี ไปทำอะไรมา แกยังกะแพนด้าอดนอนมาสามชาติ แถมตาก็ยังบวมจนเหมือนพะยูนตายมาห้าวันแล้วขึ้นอืด” เมื่อคืนฉันร้องไห้จนเช้า เสียใจที่อีตาหมอบ้า ไม่ยอมฟังอะไรฉันเลย ดีเหมือนกันเลิกๆ กันไปจะได้ไม่ชอบเขาไปมากกว่านี้“อกหัก ฉันเลิกกันกับหมอแล้ว”“เค้าเรียกว่าอกหักได้เหรอ? เค้ายังไม่ขอเป็นแฟนเลยหนิ”“จะย้ำทำไมล่ะ นกคือนกป่ะ” ฉันสวมแว่นตาดำเพื่อปกปิดร่องรอยของการร้องไห้จนตาบวม เชฟมาร์คให้ฉันทบทวนอีกครั้งเขาจะรอฟังคำตอบ วันนี้เขาจะกลับกรุงเทพฯแล้ว ฉันต้องไปส่งเชฟมาร์คที่สนามบิน คำตอบฉันคิดไว้แล้ว ฉันจะไม่กลับไปเรียนอีกแล้ว ฉันจะอยู่เปิดร้านทำขนมที่ฉันรักอยู่ที่นี่ต่อไปSun talksถึงผมจะบอกให้พริมไป แต่ใจผมกลับไม่มีความสุขเลย มันจะสุขได้ไง ในเมื่อผมทิ้งคนที่ผมรักไป ถ้าไม่มีผมสักคนเธอคงตัดสินใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น ส่วนผมก็ใช้ชีวิตของผมต่อไป หลังจากตรวจ OPD เสร็จผมเดินเข้ามาในห้องพักแพทย์ แพรกำลังกินขนมปังเนยสดดูท่าทางน่ากิน“ซัน กินด้วยกันไหม? พริมเอามาให้แพรตั้งหลายชิ้น” แพรเชื้อเชิญให้ผมกินด้วย แต่พริมไม่ได้เอามาฝากผม ผมจะไปหน้าด้านกินได้ยังไง“ซันยังไม่หิวขอบคุณนะแพร”“พริมตัดสินใจจะไ
31. น้องพั้นซ์ สาวน้อยมหัศจรรย์ฉันตื่นมาด้วยอาการปวดหน่วงท้องน้อย ท้องแข็งเกร็งเหมือนลูกในท้องกำลังโก่งตัว ช่วงนี้ตอนกลางคืนแทบไม่ได้นอนเพราะปวดฉี่บ่อยมากแทบจะทุกสองชั่วโมง เมื่อคืนเลยเผลอนอนยาวและกลั้นปัสสาวะพอลุกไปเข้าห้องน้ำก็เหมือนฉี่ไม่สุดแสบไปหมด พอใช้ทิชชู่ซับเลือดสีแดงจาง ๆ ติดมากับกระดาษชำระ ฉันตกใจจนมือสั่นคนท้องไม่สมควรมีเลือดออกไม่ว่ากรณีใดๆ ตอนนี้อายุครรภ์เพิ่งจะเจ็ดเดือนครึ่งหรือแค่ยี่สิบเก้าสัปดาห์ ฉันใช้มือลูบท้องลูกยังดิ้นปกติ ฉันโทรหาซันทันทีแต่เขาไม่รับน่าจะกำลังราวน์วอร์ดอยู่ ฉันจึงโทรหาแพรเป็นสายที่สอง แพรรับสายทันที[ ว่าไงพริม ] “แพร ฉันไปฉี่ในห้องน้ำแล้วมีเลือดออก” เสียงของฉันสั่นมาก กลัว..กลัวลูกจะเป็นอะไรไป อีกตั้งสิบเอ็ดสัปดาห์หรือเกือบสามเดือนถึงจะครบกำหนดคลอด ถ้าคลอดตอนนี้น้ำหนักจากผลอัลตร้าซาวน์ครั้งก่อนของลูกในท้องแค่พันกรัมนิดๆ ฉันแทบไม่อยากคิดถึงสภาพเด็กที่คลอดกำหนด มีภาวะเสี่ยงมากมายรออยู่ หัวใจพิการแต่กำเนิด อาจจะถึงขั้นตาบอด หูหนวก เพราะอวัยวะภายในยังไม่สมบูรณ์ ตัวฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นและโชคดีที่รอดมาได้ ขออย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย..[ แกอย่าเพิ่งลุกน
30. เก่งมาจากไหน..ก็แพ้ (ท้อง) หัวใจอย่างเธอSun talksผมมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียนมาสองวันแล้ว ช่วงเช้าที่กำลังจะราวน์วอร์ด พยาบาลเจนถือชาร์ตคนไข้เดินตามมา อยู่ ๆ ผมก็เกิดอาการคลื่นไส้“พยาบาลเจนหมอขอตัวสักครู่” ผมวิ่งไปห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด อ้วกทุกอย่างที่กินมาตอนเช้าจนหมด พอเดินออกมาจากห้องน้ำห้องพักแพทย์ แพรเดินมาถามอย่างเป็นห่วง“ซัน ไหวไหมหน้าซีดๆนะ”“พออ้วกก็โอเคแล้วล่ะ” ผมฝืนยิ้มอาการมึนหัวยังมีอยู่ จำเป็นต้องไปปฏิบัติหน้าที่ราวน์วอร์ดในตอนเช้าจนเสร็จสิ้น ตอนพักเที่ยงผมกับแพรปรึกษาหารือเรื่องอาการคนไข้ หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระ“ซัน ไปตรวจร่างกายบ้างนะ แพรว่าอาการของซันอาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของโรคบางอย่างก็ได้นะ”“ซันก็ว่างั้นล่ะ แต่แปลกนะเวลาที่อยู่บ้านกับพริม ไม่มีอาการอะไรเลยนะ ส่วนใหญ่จะมาเป็นที่โรงพยาบาล” ตอนอยู่ที่บ้านไม่มีอาการเวียนหัว อาเจียนเลย พอมาทำงานเท่านั้นแหละอาการทุกอย่างมาเต็ม“ก็แปลกเนอะ ลองตรวจเลือด ตรวจร่างกายแบบละเอียด นี่เป็นห่วงกลัวไม่ได้เลี้ยงหลาน” พูดถึงลูกช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนการผลิต ผมกับพริมแต่งงานกันได้ห้าเดือนแล้ว เดือนแรกที่ผมคิดว่
29. คำยินดี....Prae talksหกปีที่แล้ว...ฉันไม่ชอบการที่จะต้องอยู่กับคนเยอะๆ ต้องห้อยป้ายแขวนคอชื่อตัวเองตัวเท่าบ้าน โดนรุ่นพี่แกล้งให้ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำและไม่เคยทำ มันช่างน่าเบื่อจริงๆ สิ่งเดียวที่ฉันชอบคือการอยู่กับพริม คุยเรื่องไร้สาระ กินอาหารที่พริมทำ ดูหนังตลกๆแล้วหัวเราะกันเสียงดัง ที่พูดมาทั้งหมดคงไม่มีโอกาสได้ทำแล้ว พริมไปเรียนที่ฝรั่งเศสและไม่รู้จะกลับมาไทยเมื่อไหร่ ที่สำคัญเรายังจากกันด้วยไม่ดีเท่าไหร่“น้องแพร เอาแป้งทาน้องซัน ทาลิปสติกให้ด้วยดูน้องซันยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่” พี่ก้อยรุ่นพี่ปีสามบอก..ฉันเดินไปหาผู้ชายที่ชื่อซัน ใบหน้าขาวเนียนแบบผู้หญิงยังอาย โครงหน้าได้รูป คิ้วเข้ม ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน เด็กปีหนึ่งคือเด็กมอหกหัวเกรียนที่เพิ่งจะเป็นหนุ่มน้อยแต่กับซันเขาเป็นหนุ่มที่สมบูรณ์แบบทั้งความสามารถแค่เข้าคณะแพทย์ได้ก็ถือว่าเป็นหัวกะทิแล้วแถมยังหน้าตาดีอีกด้วย“ทาเต็มที่เลยนะแพร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่งั้นรุ่นพี่ไม่ให้ผ่านแน่” ซันยังเป็นคนสุภาพให้เกียรติผู้หญิงอีกด้วย ฉันค่อยๆทาลิปสติกสีแดงให้ซัน ดวงตาสีเข้มจ้องฉันตาไม่กระพริบเป็นฉันเองที่อายจนต้องหลบสายตา..จากนั้นเราไ
28. แต่งกับงาน...“พริม ถ้าสักวันหนึ่งซันทำอะไรที่ผิดต่อพริม พริมรู้ไว้นะคนที่ซันรักที่สุดก็คือพริมคนเดียว” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของหมอซัน..จากนั้นเขาก็หายไปติดต่อไม่ได้สองวันเต็มๆ ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขาจะขาดการติดต่อแต่ฉันก็รู้ว่าเขาอยู่ที่โรงพยาบาล แวะเอาข้าวเอาขนมไปให้เขาก็อยู่ตามวอร์ดต่างๆ ห้องพักแพทย์หรือห้องฉุกเฉิน แต่ครั้งนี้เขาหายไปแบบไร้ร่องรอย..แพรยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งส่งให้ฉัน ข่าวการล้มละลายของผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดัง นายแพทย์รังสรรค์ ตันติเวชไพศาล นามสกุลนี้มัน..เหมือนนามสกุลหมอซัน“ทำใจดีๆนะพริม บ้านซันเกิดปัญหาแล้วเค้าต้อง..เอ่อ..แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของบริษัทเพื่อกอบกู้กิจการ ฉันรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เค้าก็ต้องทำ” แพรหยิบเอาซองสีชมพูในกระเป๋าส่งให้ฉัน หน้าซองปรากฏชื่อฉันชัดเจน ขอเชิญเป็นเกียรติในงานมงคลสมรส นายแพทย์รังสิมันต์ ตันติเวชไพศาล และ นางสาวมิรันตี โอภาสถาวรสกุล ตอนนั้นสมองของฉันมันชาไปหมด น้ำตาไหลจนตาพร่าแทบมองไม่เห็นข้อความอื่นๆบนการ์ดสีชมพูหวานใบนั้น..คำนิยามของคำว่า “อกหัก” มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ฉันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำขาดอากาศหายใจ ไม่มีแรงจะทำอะไรอยากจะ
27. ความจริงในใจ..“อีพริม นี่ตกลงหล่อนไปหาพ่อแม่สามีหรือไปฮันนีมูนวะ” สไมล์ถามขึ้น แพรเพิ่งจะไปรับฉันกับหมอซันที่สนามบินในตอนเช้า หมอซันไปราวน์วอร์ดที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง ส่วนฉันวันนี้ให้น้องๆปิดร้านเพราะฉันก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกัน“ทำไมว่างั้นอ่าแก” ตอนนี้ฉันรู้สึกง่วงสุดๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาขึ้นเครื่องตั้งแต่ตีสี่“ก็ชุดสปริงซัมเมอร์คอลเลคชั่นแกอ่ะดิ” นางเบ้ปาก มองเสื้อแขนกุดที่พันทับด้วยผ้าพันคอจนหนาปิดต้นคอใช่แล้ว! ฉันปกปิดร่องรอยที่คอเองแหละ“แล้วไงวะ ก็จะแซวทำไมนักหนาเนี่ย” แซวบ่อยก็เขินเหมือนกันนะยะ“แกคนเดียวไม่พอ แต่หมอซันมาในเสื้อคอเต่าด้วยอ่ะดิ ร้ายเหมือนกันนะหล่อน” คืนที่ฉันเมาจนจำอะไรไม่ค่อยได้ ตื่นขึ้นมาเจอรอยคิสมาสท์ที่คอก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะอีตาหมอหื่นก็ทำรอยไว้ประจำอยู่แล้ว แต่คอของหมอซันก็มีเหมือนกันเนี่ยสิ! ตอนฉันเมานี่ก็น่ากลัวเหมือนกัน..คงกลายร่างเป็นแม่เสือสาวแน่ๆ“เออ คนเราก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างตามสัญชาตญาณ”“สงสารหมอซัน วันนี้อากาศร้อนที่สุดในรอบสิบปี ต้องใส่เสื้อคอเต่าจนดึก ฮือ..วงวารว่ะ” สไมล์เบะปากทำทีเหมือนนางงามได้ตำแหน่งแล้วเหมือนจะยิ้มและร้อ
26. Huahin in love (2)Sun talks“คุณช่อเอื้องครับ จริงๆแฟนผมบอกว่าเธอไม่อยากให้ผมมาที่นี่ แต่ผมบอกเธอว่าผมต้องมาเพราะผมเป็นหมอ คนไข้รอการรักษาจากผมอยู่” ผมโมโหมากที่ถูกผู้หญิงสองคนนี้หลอกและยังทะเลาะกับแฟนเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก“คุณหมอคิดถูกแล้วค่ะที่มาเราก็ได้สนุกกันวินวินทั้งสองฝ่ายนะคะ แฟนคุณหมอจืดชืดขนาดนั้น” ผมโกรธที่เธอว่าพริมแบบนั้นใครว่าพริมจืดชืด เวลาเธอเมานี่ฮอตจะตาย..“ตอนนี้ผมเสียใจมากที่ต้องทะเลาะกับเธอเพราะผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างพวกคุณสองคน” ผมลุกขึ้นนึกเสียดายเวลาที่มาที่นี่แทนที่จะอยู่กับพริม...“คุณหมอจะต้องเสียใจที่พูดกับเอื้องแบบนี้”“ครับ ผมเสียใจมาก” ช่อเอื้องยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่ผมพูดว่าเสียใจ“เสียใจที่เอาเวลาที่มีค่ามาอยู่ที่นี่” ช่อเอื้องร้องกรี๊ดเสียงดังผมไม่สนใจ คนที่ผมสนใจคงกำลังโกรธผมอยู่ ผมเดินออกมาเจอก้านหลิวเพื่อนของช่อเอื้องที่หน้าห้อง“คุณหมอเสร็จเร็วจัง ถ้าพอจะมีเวลาหลิวขอดูแลต่อได้ไหมคะ” ก้านหลิวยิ้มหวานใช้มือแตะแขนผมเบาๆ ผมเบี่ยงตัวหลบ“ไปดูแลเพื่อนคุณเถอะครับ อย่ามายุ่งกับผมเลย ในสายตาของผมไม่เคยมองใครนอกจากแฟนของผม” ผมพูดเสร็จก็รีบเดิ
25. Huahin in love (1)วันสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับ หมอซันพาฉันไปหัวหินเราค้างที่นั่นหนึ่งคืน ก่อนที่พรุ่งนี้เช้าจะขึ้นเครื่องกลับ วันนี้เขาใช้รถเฟอร์รารี่สีขาว ซึ่งเป็นรถหรูในหลายๆคันที่จอดในโรงรถที่บ้านของเขา หมอซันสวมแว่นกันแดดแบรนด์ดัง ผิวขาวเนียนตัดกับแว่นสีดำดูเท่ห์มากเหมือนอปป้าดาราเกาหลี ยิ่งรอยยิ้มนี่แทบใจละลาย...ฉันคงทำบุญมาดีตั้งแต่ชาติปางก่อนถึงได้มีเป็นแฟนหมอหล่อล่ำน่าปล้ำขนาดนี้..เราใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆก็เดินทางมาถึงหัวหิน เมื่อคืนฉันเห็นเขาจองทุกอย่างไว้ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร เขาเลี้ยวรถเข้าที่พักสุดหรูริมทะเล ชื่อซีซัน บลูลากูน บริเวณรอบๆโรงแรมเป็นสระว่ายน้ำ หมอซันลากกระเป๋าของฉันเข้ามาในล๊อบบี้ ส่วนของเขามีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียว ขณะที่เรากำลังเชคอินเข้าที่พัก หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาคุยกันเสียงดัง อยู่ๆเจ้าหล่อนก็เดินเข้ามาหาหมอซัน“นี่บัตรของคุณใช่ไหมคะ? โห! เป็นหมอด้วยเก่งจังเลยค่ะ” หนึ่งในนั้นยื่นบัตรประจำตัวแพทย์ให้เขาซึ่งคงทำตกตอนเขาล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมา เจ้าหล่อนส่งสายตาชื่นชมอย่างเปิดเผย..เสื้อซีทรูด้านในสวมเสื้อชั้นในสีดำมองเห็นหน้าอกคัพซีรำไร แถมยังยื่นอ
24. Hello Bangkok (3)“พ่อแม่ซันชอบทานอะไรเหรอ? พริมว่าจะทำอาหารเย็นให้พวกท่านทาน” หลังจากที่นั่งเกร็งเพราะเครียดที่จะต้องเจอครอบครัวของหมอซัน ฉันก็นึกอะไรดีๆออก ฝีมือการทำอาหารคงเป็นข้อดีที่สุดของฉัน ต้องมัดใจพ่อแม่ว่าที่สามีด้วยอาหารอร่อยๆ หมอซันนิ่งคิดสักพัก“อาหารที่พ่อแม่ซันชอบเหรอ? อืม..แม่ซันชอบทานอาหารอิตาเลี่ยนเป็นพิเศษ เรามีร้านประจำของครอบครัวเราด้วยนะ”“ร้านที่ไหนเหรอ? พริมอยากไปลองชิมจะได้รู้รสชาติเอาไปทำให้ท่านทาน”“มิลาน” หืมมมมม อิตาลี.. นั่นมันอาหารอิตาเลี่ยนแบบต้นตำหรับเลยนะนั่น..แต่ไม่เป็นไรฉันจะทำอาหารอิตาเลี่ยนในรูปแบบของฉันเอง“เราไปซื้อของสดทำอาหารก่อนเนอะ ค่อยเข้าบ้านซัน”“พริมไม่ต้องยุ่งยากก็ได้นะ พ่อแม่ซันท่านไม่ค่อยทานอาหารเย็น ซันเห็นอาหารเหลือเต็มโต๊ะประจำเลย”“ไม่เป็นไรซัน ให้พริมทำเถอะ พริมอยากให้ท่านเห็นว่าอย่างน้อยพริมก็ยังมีดีบ้าง บอกตรงๆนะพริมเครียดมากกลัวพ่อแม่ซันจะไม่ชอบพริม” ฉันถอนหายใจแรงๆ ซันหันมาลูบศรีษะฉันเบาๆ“พ่อแม่ซันก็ต้องชอบพริมเหมือนซันนี่แหละ พริมอย่าคิดมากนะ ถ้าพริมอยากจะทำอาหารเดี๋ยวเราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตกัน” รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นมองฉัน
22. Hello Bangkok (1)วันหนึ่งในขณะที่ฉันกับหมอซันกำลังทานอาหารเย็นในร้านของฉัน“สามวันนี้ซันจะอัดเวรนะ คงไม่ได้เจอกัน”“ค่ะ” ฉันตอบรับอย่างเคยชินบางทีสี่วันติดกันที่ฉันกับหมอซันไม่ได้เจอกัน เป็นเรื่องธรรมดามากๆ หลังๆฉันพอจะเข้าใจระบบการทำงานของเขาแล้ว ซึ่งมันไม่ได้มีเวลาตายตัว บางทีบอกว่าจะเลิกสี่โมงเย็นแต่กลับมาอีกทีห้าทุ่มก็มี“ซันจะลาสามวัน พาพริมไปกรุงเทพฯ” ฉันลืมนึกไปว่าหมอซันเป็นคนกรุงเทพฯ คงจะไปกลับไปเยี่ยมบ้าน“ไปหาพ่อแม่ซันใช่ไหม?” ฉันถามอย่างตื่นเต้น หมอซันเจอพ่อของฉันแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลาที่ฉันต้องไปพบว่าที่พ่อแม่สามีสินะ“ก็ว่าอย่างนั้นแหละ อยากพาพริมไปเที่ยวด้วย ไว้เราไปเที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯละกันนะ”“พริมต้องพาพ่อไปด้วยไหม? ตื่นเต้นจัง”“ทำไมต้องพาพ่อพริมไปด้วยอ่ะ” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆอย่างสงสัย“อ้าว! ก็ซันจะพาพริมไปเจอพ่อแม่เพื่อหาฤกษ์แต่งงานไม่ใช่เหรอ?” ฉันยิ้มกว้างจินตนาการไปถึงวันแต่งงาน ฉันสวมชุดเจ้าสาวสีขาวจับมือหมอซันที่สวมทักซิโด้สีเดียวกัน ยืนต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ แต่ฝันก็แทบสลายเมื่อหมอซันพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจ“ห๊ะ!!! แต่งงานเลยเหรอ? เราเพิ่งจะคบกันเอง