2. รับผิดชอบ
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่น นี่แหละน้าเค้าบอกว่าจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว แค่รู้ว่าจะได้ไปเจอคุณหมอ หัวใจมันก็รู้สึกชุ่มชื่นอย่างบอกไม่ถูก ฉันอาบน้ำแต่งตัวแต่งตัว แต่งหน้าอย่างพิถีพิถันจะได้ไปเจอคุณหมอทั้งที ฉันต้องสวยจากภายนอกสู่ภายใน สวยทั้งกายและใจ จนคุณหมอซันสุดหล่อไม่กล้ามองใครที่ไหน ฉันเดินลงมาจากชั้นบนซึ่งทำเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่นซึ่งมีจอทีวีขนาดใหญ่และชุดมินิโฮมเทียเตอร์ไว้สำหรับดูหนังโดยเฉพาะ ห้องน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีอ่างจากุชชี่เพราะฉันชอบนอนแช่น้ำอุ่น จุดเทียนหอม ฟังเพลงชิลๆ หลังปิดร้าน
“คุณหนูตื่นเช้าจังเป็นยังไงบ้างคะ” ป้าแก้วเปิดประตูเข้ามา ในมือถือปิ่นโตอาหารมาด้วย ป้าแก้วจะมาช่วยงานที่ร้านในตอนกลางวัน พอปิดร้านก็กลับไปบ้านใหญ่ ซึ่งคุณพ่อของฉันพักอยู่ที่นั่น ส่วนฉันขอพักอยู่ที่ร้านเพราะเวลาที่ฉันคิดสูตรขนมหรืออาหารใหม่ๆได้ ก็จะลงมาที่ห้องครัวขนาดใหญ่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารราคาแพง และมีทุกอย่างครบครัน แรกๆ พ่อก็เป็นห่วงที่ฉันอยู่ที่นี่คนเดียว แต่ที่นี่อยู่ศูนย์กลางความเจริญในจังหวัดโรงพยาบาลรัฐก็อยู่ตรงข้าม ที่สำคัญกล้องวงจรปิดหน้าร้านเชื่อมต่อกับที่บ้านใหญ่หากพบอะไรผิดปกติ พี่เชิดจะสั่งลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆ ออกมาที่ร้านทันที
“ดีขึ้นแล้วค่ะป้าแก้ว นั่นมีอะไรทานบ้างคะอะไรคะเยอะแยะเลย หิวจัง” เมื่อคืนฉันเป็นคนรบเร้าให้ป้าแก้วกลับบ้านใหญ่เพราะอยากให้ป้าแก้วดูแลทางโน้นมากกว่า ป้าแก้วจะเป็นหัวหน้าแม่บ้านดูแลเรื่องอาหารการกินของคุณพ่อและความสะอาดในบ้านใหญ่ ส่วนฉันหลังจากกินยาก็ดีขึ้นมากทีเดียว ฉันเอามือกุมท้อง ฝีมือการทำอาหารไทยของป้าแก้วไม่เป็นสองรองใคร กลิ่นหอมของอาหารเรียกน้ำย่อยของฉันได้ดี
“วันนี้ป้าทำข้าวต้มทรงเครื่อง มีผัดยอดฟักแม้วหมูสับด้วยค่ะ” ป้าแก้วเดินเข้าไปเอาถ้วยชามในครัวและเตรียมอาหารเช้าให้ฉัน เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้น ฉันหันไปตามเสียง
“นั่นคุณสไมล์นี่คะ มาแต่เช้าเลย” สมหมาย หรือชื่อในวงการสไมล์ ชายหนุ่มหัวใจสาว เพื่อนรักของฉันสมัยมัธยม ตอนนี้นางเป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย จึงต้องแอ๊บแมนเพื่ออยู่ในสังคม แต่นางจะมาปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงกับฉันเท่านั้น
“เฮ้ ชะนี ได้ยินว่าป่วย เป็นไงบ้าง” สไมล์เดินเข้ามานั่งข้างๆ ฉัน
“พอดี คุณสไมล์เจอป้าที่ตลาด ป้าเลยบอกน่ะค่ะ เดี๋ยวป้าขอไปทำความสะอาดห้องคุณหนูนะคะ” ป้าแก้วบอกและเดินขึ้นไปชั้นบนปล่อยให้ฉันอยู่กับเพื่อนตามลำพัง
“ดีขึ้นแล้วแก กินข้าวเช้าด้วยกันสิ แกรีบไหม”
“ไม่รีบเท่าไหร่ วันนี้ไม่มีสอนเช้าแต่มีประชุมตอนสิบเอ็ดโมง”
“มีเรื่องเม้าท์” ฉันทำหน้าเขินๆ กัดปากอมยิ้ม สไมล์หรี่ตามองฉันอย่างสงสัย
“เรื่องผู้ล่ะสิ ร้อยวันพันปีเคยชอบใครซะทีไหน ถ้าไม่รวมไอ้ต้น” พูดถึงต้นเพื่อนชายสมัยมัธยม บุคคลที่ทำให้ชีวิตฉันมีรอยร้าว ฉันอึ้งไป เพราะแทบจะลืมชื่อนี้ออกไปจากความทรงจำแต่พอมีใครสะกิดเผลอเก่าขึ้นมาอีก มันก็รู้สึกหน่วงๆ ไม่น้อย สไมล์จึงรีบขอโทษขอโพย
“เฮ้ยๆ ขอโทษ เล่ามาสิ ใครทำให้คุณหนูลักษณ์นาราหวั่นไหวถึงขนาดนี้” นางทำแววตาใคร่รู้
“เมื่อคืนฉันตัวร้อนมาก ป้าแก้วพาฉันไปที่โรงพยาบาลแล้ว....แล้ว.....” ฉันกุมมือบิดตัวไปมา เขินจนพูดไม่ออก ราวกับสาวน้อยที่กำลังมีความรัก แต่พูดก็พูดเถอะตอนนี้อายุไม่ใช่สาวน้อยแล้ว สไมล์มองอย่างหมั่นไส้ที่ฉันมัวอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดอะไรต่อสักที
“อีบ้า! มัวบิดอยู่นั่นแหละ กว่าแกจะเล่าฉันฟังคงไปถึงมหา’ลัยแล้ว ชาตินี้จะได้ฟังไหมเนี่ย แล้วไงเจอผู้เป็นเวรเปลไรงี้เหรอ”
“อ่าวอีนี่ ไปโรงพยาบาลก็เจอหมอสิ” พวกเรามักจะคุยกันเป็นภาษาดอกไม้ (สีทอง) เพราะสนิทกันมากจนรู้ไส้รู้พุง ตอนที่ฉันไปเรียนที่สถาบันทำอาหารที่ฝรั่งเศสเราก็ติดต่อกันตลอด สไมล์จึงเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉัน
“แล้วไง หมอหล่อบอกต่อด้วยไรงี้เหรอ” นางคาดเดาซึ่งก็เป็นคำตอบที่ถูกต้อง
“ไม่ใช่หล่อธรรมดานะแก หล่อมาก คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากสีกุหลาบน่าจุ๊บ สูงโปร่ง ขาวจนทะลุหลอดไฟนีออนเลยแก โอ้ยใจบาง” ฉันหน้าแดงเมื่อนึกถึงดวงตาสีเข้มที่มองมาที่ฉัน รอยยิ้มหวานละลายใจนั่นอีกคนอะไรก็ไม่รู้น่ากินไปทั้งตัว
“ที่แกพูดนั่นคนหรือหลอดไฟแอลอีดี สูงโปร่ง ขาวออร่า” อีบ้า! พูดซะเห็นภาพหลอดไฟ หมดมู้ดเลย
“ถ้าแกเจอหมอ แกต้องคิดเหมือนฉัน คนอะไรหล่อจนต้องร้องขอชีวิต ฮือ...”
“ฉันว่าแกตัดใจเหอะ หมอไม่ได้มีเวลามาทำสวีททำซึ้งกับแกนะเว้ย เค้าขึ้นเวรแถมอาจโดนเรียกตัวตลอด แกจะทำยังไง กำลังจะจึ๊กกะดึ๋ย โดนพยาบาลโทรตาม"
“เพี้ยะ!” ฉันตีแขนเพื่อนรักอย่างแรงด้วยความเขิน มาพูดเรื่องจึ๊กกะดึ๋ย บ้าไร ฮึ่ย!!!
“อีบ้า แรงคนหรือแรงควายวะ เจ็บนะเว้ย จะเขินอะไรนักหนา เมื่อไหร่จะรู้เรื่อง โอ้ย! คนสวยเซ็ง นี่เพื่อนเตือนดีๆ นะ ถ้าชอบคนมีเวลาให้คนที่เอาใจใส่ดูแลแกได้ตลอด ตัดอาชีพหมอออกไปเลย เค้าเป็นคนของประชาชน เกิดมาเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์”
“สมหมาย แกพูดซะเค้าเป็นพาวเวอร์เรนเจอร์เลย เค้าก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการมีรักดีๆ สักคนป่ะวะ” ซึ่งคนนั้นก็คือฉันเอง
“แล้วยังไงต่อ แกเจอหมอก็ปิ๊งปั๊งเลยเหรอ”
“พยาบาลใส่ชาร์ทคนไข้ผิดเตียงฉันเกือบโดนตรวจภายในน่ะสิ โอ้ยพูดแล้วยังเขินอ่า เค้าเห็น เอ่อ! น้องสาวฉันแล้ว ฮือ..พูดแล้วยังอายไม่หาย”
“นี่ข้ามขั้น ถึงกับเห็นจิ๊โบะแกเลยเหรอ” ศัพท์แสงเรื่องใต้สะดือของนางมักจะโผล่มาเรื่อยๆ ฉันพยักหน้าเอามือปิดหน้าด้วยความเขินระดับสิบ
“เห็นมะแก เค้าเหมาะจะเป็นเนื้อคู่ฉันใช่มะ ไม่รู้หล่ะ เค้าเห็นน้องสาวฉันแล้ว ต้องรับผิดชอบ” ฉันพูดเองเออเองและมั่นใจในความคิดของตัวเองสุดๆ คุณหมอต้องรับผิดชอบโดยการเป็นสามีของฉัน
“อีบ้า ขอด่าทีนึงนะ ถ้ามีคนคิดเหมือนแกนี่ หมอคงมีร้อยเมียแหงๆ ยายแก่ๆที่มาตรวจมะเร็งปากมดลูกนั่นก็ด้วย เค้าก็ไม่ได้ตั้งใจป่ะวะ แกก็ลืมๆ มันไปเหอะ ถือว่าให้หมอดูเป็นวิทยาทานศึกษาป่าอเมซอน” ห๊ะ!! นางเปรียบเปรยน้องสาวฉันเป็นป่าอเมซอน นี่ฉันเล็มตลอดนะเว้ย
“นั่นหมอนะ ไม่ใช่ช่างภาพแนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค ฉันไม่ได้ให้มาสำรวจป่าอเมซอนฉันง่ายๆนะ”
“แล้วแกจะเอาไง จะจีบหมอว่างั้น”
“ใช่ หมอต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำกับฉัน!!!” ฉันปฏิญาณกับตัวเอง
“นี่แก เค้าแค่เกือบจะตรวจภายใน ไม่ใช่ได้กัน สติค่ะเพื่อนสติ” ถึงนางจะห้ามยังไง ก็ห้ามความรู้สึกที่ฉันมีต่อหมอไม่ได้ ฉันตั้งใจอย่างแน่วแน่
“ฉันจะเป็นภรรยาคุณหมอรังสิมันต์ ตันติเวชไพศาลให้ได้แกคอยดูเหอะ”
“เออ เพื่อนคงดึงสติแกไม่ได้ ฉันมั่นใจว่าไม่นานแกก็หมดความอดทน แล้วเพื่อนจะคอยดูนะจ้ะ กินข้าวเหอะหิวแล้ว” แล้วนางก็ตั้งใจกินข้าวเช้า เราคุยกันสักพักนางก็ขอตัวไปทำงาน ส่วนฉันเข้าครัวเพื่อทำขนมเตรียมขายวันนี้และทำครัวซองต์เนยสดสูตรพิเศษไปฝากคุณหมอสุดที่รัก พอทำเสร็จออกมาที่หน้าร้านก็เจอ น้องเดียร์และน้องมิก พนักงานเสิร์ฟและบาริสต้าของฉัน น้องมิก อายุ 22 ปี เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยและยังว่างงาน ฉันจึงสอนสูตรการทำเครื่องดื่มและเทรนด์งานให้น้องจนชำนาญ น้องมิกสามารถทำเครื่องดื่มได้ทุกอย่างในร้านและดูแลร้านให้ฉันได้เป็นอย่างดี ส่วนน้องเดียร์ อายุ 20 ปี เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ดีจึงออกมาทำงานเพื่อหาเงินเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตอนฉันรับสมัครพนักงานฉันรู้สึกถูกชะตากับน้องทั้งสอง พอได้ฟังประวัติตอนสัมภาษณ์ก็รู้สึกคิดไม่ผิดที่รับน้องทั้งสองคนเข้ามาทำงานในร้าน
“มิกทำชาเขียวเย็นหวานน้อยแล้วก็มอคค่าเย็นหวานน้อยให้พี่ด้วยสองแก้ว” น้องมิกยิ้มรับ น้องเดียร์กำลังเช็ดโต๊ะและเตรียมเปิดร้าน
“ใครสั่งแต่เช้าอ่าพี่” น้องเดียร์ถามเพราะตอนนี้เพิ่งเก้าโมง ร้านเพิ่งจะเปิด ฉันโทรบอกน้องทั้งสองว่าฉันไม่ค่อยสบายให้เปิดร้านสายๆหน่อย น้องจะได้ไม่ต้องรีบมา เพราะฉันต้องใช้เวลาทำขนมสำหรับขายวันนี้ด้วย
“พี่จะเอาไปส่งที่โรงพยาบาล” ฉันยิ้มเขิน
“ทำไมพี่หน้าแดงอ่า ยังไม่หายดีเหรอ” น้องมิกถาม พลางชงชาเขียว
“พี่สบายดีจ้า สงสัยอากาศร้อนอ่า วันนี้ร้อนแต่เช้าเลยเนอะ” ฉันยิ้มแหยๆ ห่อขนมครัวซองต์ใส่กล่องสวยงาม ฝากคุณหมอซันและพยาบาลจิ๋ว ฉันเข้าโปรแกรมไลน์ หารายชื่อพี่พยาบาลจิ๋วและส่งข้อความ
Primrose : สวัสดีค่ะพี่จิ๋ว พริมนะคะ ^_^
รอประมาณยี่สิบนาทีได้พี่จิ๋วถึงอ่านและตอบ ซึ่งน้องมิกทำเครื่องดื่มเสร็จพอดี น้องเอาแก้วพลาสติกซึ่งบรรจุเครื่องดื่มตามออเดอร์ฉันใส่พร้อมส่ง
Jew Aunchalee : ค่ะน้องพริม ว่าไงคะ?
Primrose : พริมจะเอาขนมไปฝากพี่จิ๋วค่ะ พี่จิ๋วอยู่ไหน พอจะว่างสักครู่ไหมคะ
Jew Aunchalee : พี่อยู่ตึกสูตินรีเวชค่ะ
Primrose : แล้วเจอกันนะคะ อีห้านาทีพริมไปถึงค่ะ
ฉันหอบหิ้วขนมและเครื่องดื่มเดินข้ามถนน ลัดเลาะไปตามทางเดิน ป้ายบอกทางไปตึกสูตินรีเวชให้เลี้ยวขวา ฉันใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย ช่วงเก้าโมงกว่าผู้คนเดินกันขวักไขว่ คนไข้ ญาติคนไข้ หมอและพยาบาลเดินสวนไปสวนมา ฉันขึ้นบันไดไปชั้นที่สองของแผนกที่พี่จิ๋วทำงาน สายตาสอดส่ายหาพยาบาลสาว ขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปถามพยาบาลที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ พี่จิ๋วก็เดินเข้ามาหาก่อน
“พี่จิ๋ว ทานข้าวรึยังคะ พริมเอาครัวซองต์สูตรพิเศษของร้านมาฝากมีชาเขียวเย็นหวานน้อยด้วย” ฉันส่งกล่องขนมและเครื่องดื่มเย็นๆ ที่แยกเอาไว้ให้พี่จิ๋ว
“ขอบคุณมากนะคะน้องพริม แหมทั้งสวยและใจดี” พี่พยาบาลยิ้มรับขนมมาและอวยฉัน ขุ่นพี่คะ เมื่อคืนคำพูดของเราฟาดฟันกันจนเกือบตายไปข้างนะคะ แต่ก็ช่างเถอะตอนนี้เราคือพันธมิตร เรื่องที่ผ่านมาแล้วไงใครแคร์
“ส่วนอันนี้พริมอยากให้หมอซันนะคะ อยากจะขอบคุณ คุณหมอด้วยตัวเอง ถ้าไม่ได้คุณหมอพริมต้องแย่แน่ค่ะ” ฉันพูดแล้วทำตาบลิ้งๆ ให้พยาบาลจิ๋วเห็นใจ เล่นใหญ่ไปนิดระดับรางวัลตุ๊กตาทองยังอาย
“ตอนนี้หมอซันกำลังราววอร์ด นั่นไงคะ” พยาบาลจิ๋วชี้ไปที่ ชายหนุ่มร่างสูงสวมชุดกาวน์แขนสั้น ขนาดด้านหลังยังรู้เลยว่าหล่อ ใจฉันเต้นรัว แค่เห็นไกลๆยังขนาดนี้ ถ้าหมอมายืนใกล้ๆ ฉันคงหัวใจวาย หมอกำลังใช้สเต็ตโทสโคป
ตรวจคนไข้หลังคลอดคนหนึ่ง โดยมีพยาบาลสาวคอยรายงานอาการคนไข้ ฉันยืนรอสักพักจนคุณหมอตรวจคนไข้รายนี้เสร็จ
“หมอซันคะ มาทางนี้สักครู่นะคะ” พี่จิ๋วทำหน้าที่ที่พึงกระทำ อร้ายยยย! หมอมาทางนี้แล้ว ฉันจะตบรางวัลพี่จิ๋วอย่างงาม แพคเกจทานขนมและเครื่องดื่มร้าน C'est très bon. หนึ่งปีเต็ม
“อ้าวคุณพริม หายไข้แล้วเหรอครับ” เสียงทุ้มนุ่มชวนหวั่นไหวเอ่ยถาม หมอส่งยิ้มให้
“ดีขึ้นแล้วค่ะ นี่ครัวซองต์สูตรพิเศษของร้าน แล้วนี่ก็มอคค่าเย็นหวานน้อย ดีต่อสุขภาพและดีต่อใจค่ะ” ฉันหยอดหมอไปทีนึง
“ขอบคุณมากนะครับ เกรงใจคุณพริมแย่เลย” หมอซันยังคงสุภาพและขี้เกรงใจ ปากสีกุหลาบน่าจุ๊บยังคงยิ้ม หมอรับกล่องขนมและเครื่องดื่มจากฉัน ฉันตั้งใจแอบจับมือนิดนึง มือของหมอนุ่มมากแต่หอมรึเปล่าไม่รู้ เดี๋ยวไปถึงร้านจะไม่ล้างมือเลย ปลื้มปริ่มมาก หมอซันพยายามดึงมือของเขาออกมาจากการเกาะกุมของฉัน
“อุ้ย ขอโทษค่ะ ลืมตัวไปหน่อย” ฉันป้องปากหัวเราะพองามพลางใช้มือจับผมทัดหูอย่างมีจริต
“หมอซันคะ เชิญทางนี้หน่อยค่ะ” พยาบาลสาวผู้ร่วมราววอร์ดกับหมอซัน พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ที่หมอซันไม่ยอมกลับไปราววอร์ดต่อ พอฉันกับพยาบาลสาวคนนี้สบตากัน หัวใจฉันแทบตกไปอยู่ตาตุ่ม
“ยัยพริม”
“ยัยเจน”
เจนหรือพยาบาลเจน เพื่อนสมัยมัธยมของฉัน เราไม่ได้เจอกันมาหกปี ตอนที่เรียนด้วยกันเราก็จากกันด้วยไม่ดี จะเรียกว่าไม่ถูกกันก็ได้
“เธอกลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อไหร่” ยัยเจนเลิกคิ้วถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็กลับมายังไม่ถึงเดือนหรอก ฉันเปิดร้านขนมหน้าโรงพยาบาล ถ้าเธอว่างก็ไปลองชิมได้นะ” ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่แอบสั่นเล็กน้อย ความทรงจำตอนสมัยมัธยมปลายที่ฉันพยายามจะลืม กลับจำได้อย่างเด่นชัด ยิ่งมีเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างยัยเจน
“คุณหมอคะ เดี๋ยวพริมขอตัวนะคะ ถ้าคุณหมอติดใจขนมเชิญที่ร้าน C'est très bon. หน้าโรงพยาบาลนะคะ” ฉันอยากออกไปจากตรงนี้ การได้เจอยัยเจนทำให้ฉันกลับมาสู่ความรู้สึกเดิมๆ ที่ฉันพยายามจะลืมมันไป
ขณะที่ฉันกำลังจะเดินออกจากตึกสูตินรีเวช หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวจัด ผมของเธอยาวตรงสวย สวมชุดเสื้อกาวน์แขนสั้นกระโปรงสีดำ เดินตรงเข้ามาในวอร์ด เราทั้งสองมองหน้ากันประมาณเกือบนาที ถ้าการที่เจอยัยเจนทำให้ฉันจิตตก การที่เจอกับผู้หญิงคนนี้ทำให้รู้สึกหน่วงๆ อย่างบอกไม่ถูกและรู้สึกแย่มากกว่า ฉันหายใจเข้าเต็มปอด“แพร” เสียงของฉันเบาและสั่นนิดๆ“เธอมาทำอะไรที่นี่” แพทย์หญิงแพรไหม เพื่อนสมัยมัธยมอีกคนของฉันทักทาย แววตาเย่อหยิ่งและมั่นใจ“ฉันมาก็มาหาหมอซันไง เมื่อคืนหมอช่วยฉันไว้ ฉันแวะเอาขนมมาฝากหมอ”“งั้นเหรอ ได้ยินว่าหมอซันมีสาวสวยเจ้าของร้านขนมมาหา นึกว่าใครเธอเองเหรอ” แพรไหมยกยิ้มและมองฉันด้วยสายตาที่ฉันอ่านความรู้สึกไม่ออก“ใช่ ฉันเอง แล้วยังไงล่ะ” ฉันไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ“ฉันจะบอกอะไรให้นะพริม หมอซันน่ะ เค้าสุภาพ ใจดีกับทุกคนแหละ ใครๆก็ชอบเค้า”“เธอตั้งใจจะพูดอะไร” ฉันถามตรงๆ ไม่อยากเล่นสงครามประสาทกับอดีตเพื่อนคนนี้“ฉันกับหมอซันเราใกล้ชิด เรียนด้วยกันมาตั้งหกปี นี่ก็คงเป็นโชคชะตาที่เราจับฉลากมาใช้ทุนที่โรงพยาบาลเดียวกัน เธอไม่มีทางมาแทรกความสัมพันธ์ของเราได้หรอก รู้ไว้ซะ” แพรไหมหัวเร
เวลาห้าทุ่มครึ่ง ขณะที่ฉันกำลังจะนอน ตริ๊ง!!! เสียงเตือนจากโปรแกรมแชทสีเขียว ทำให้หน้าจอโทรศัพท์ฉันสว่างวาบ จากที่กำลังจะนอน ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นะ..นี่..มันRungsiman’s Sun : พริมนอนรึยังครับฉันแทบจะตอบกลับทันทีPrimrose : ยังไม่นอนค่ะยังไม่นอนบ้าอะไร เกือบจะไปเฝ้าพระอินทร์ตั้งหลายหนRungsiman’s Sun : ผมเข้าเวรอยู่ห้องฉุกเฉิน อยากดื่มมอคค่าเหมือนวันนั้นอ่ะครับ ตอนนี้ง่วงมาก จะรบกวนพริมเกินไปไหม Primrose : รบกวนอะไรกันคะ รอสักยี่สิบนาทีนะคะ เดี๋ยวไปส่งถึงที่ในยี่สิบนาทีนั้น ฉันเสียเวลาสิบนาทีแต่งหน้าบางๆ เทรนด์เหมือนไม่ได้แต่ง สิบนาทีหลังฉันรีบชงมอคค่าเย็นหวานน้อยด้วยความเร็วสูง นึกได้ว่าหมออาจจะยังไม่ทานอะไรทั้งวัน จึงเอาบะหมี่เส้นโฮลวีทที่ฉันทำเองไปเวฟอยากให้หมอซันทานอะไรร้อนๆ พอจัดเตรียมเสบียงเสร็จสรรพ ฉันก็ข้ามถนน เดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พอไปถึงหน้าห้อง ฉันก็ไลน์หาคุณหมอทันทีPrimrose : เสบียงมาเสิร์ฟถึงที่แล้วค่ะ มารับได้เลยRungsiman’s Sun : โอเคครับหมอซันเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ใบหน้าขาวเนียนมีออร่า มีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มทอประกาย
วันนี้ฟ้าครึ้มฝนมีทีท่าว่าจะตก ฉันกำลังจะปิดร้าน พลางบอกน้องมิกน้องเดียร์กลับบ้านได้เลย น้องๆไม่มีรถยนต์ กลัวน้องจะตากฝนกลับบ้านจนไม่สบาย“ผมช่วยก่อนก็ได้ครับ พี่พริม” น้องมิกพูดอย่างเกรงใจ“กลับเลย เดียร์ต้องรีบไปดูแลคุณยาย ป้าแก้วเตรียมอาหารเย็นให้ อย่าลืมเอากลับไปด้วยนะ”ฉันชี้ไปที่กล่องข้าวที่ป้าแก้วจัดสรรเป็นสองที่ สำหรับน้องมิกน้องเดียร์ ส่วนป้าแก้วขึ้นไปปิดหน้าต่างที่ชั้นบน ด้านนอกลมพัดแรง พายุกำลังจะมา พอน้องๆ กลับไปแล้ว ฝนก็ตกหนักทันที ฉันกำลังจะเดินไปล๊อกประตูกระจก เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆในชุดนักเรียนนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ข้างๆ ประตูหน้าร้าน“หนู เข้ามาข้างในสิ” หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมา เนื้อตัวเปียกปอน ฉันประคองตัวน้องและช่วยถือกระเป๋า พามานั่งในร้าน ป้าแก้วกำลังเดินลงมาจากชั้นบน“คุณหนู เด็กที่ไหนคะ”“พริมเห็นน้องตากฝนยืนอยู่หน้าร้านค่ะ รบกวนป้าเอาผ้าเช็ดตัว เสื้อยืดและกางเกงสามส่วนของพริมให้น้องด้วยนะคะ” ผู้หญิงไซส์มินิอย่างฉัน เสื้อผ้าก็มีแต่ตัวสั้นๆ เด็กประถมก็ใส่ได้ อาจจะหลวมหน่อย ฉันไม่ใช่สาวร่างน้อยผอมเพรียวปลิวลมตามสมัยนิยม ค่อนข้างมีเนื้อหนังแต่ไม่ถึงกับอ้วนเผละจนน่าเกลียด
6. จีบวันละนิด..“พี่พริม ใครอ่ะ? มากับพี่ดิน หล่อมากเลย” น้องเดียร์พูดเสียงเบาๆ แทบจะกระซิบ คงกลัวว่าถ้าพี่มิกได้ยินคงจะงอนนางอีก สไมล์ในสายตาคนทั่วไปคือผู้ชาย นางเปลี่ยนชื่อจากสมหมายเป็นนฤบดินทร์ ชื่อเล่น ดิน คือชื่อในวงการผู้ชายของนาง ส่วนชื่อสไมล์เราเรียกกันเฉพาะเวลาที่เราอยู่สองคนเท่านั้น ฉันเพิ่งจะอบขนมเสร็จ สวมผ้ากันเปื้อนสีขาว ข้างในสวมชุดเดรสลายดอกไม้หวานแหวว สไมล์นั่งที่โต๊ะประจำที่ฉันชอบเม้ามอยกับนาง มีชายหนุ่มสวมเสื้อเชิร์ตสีฟ้ากางเกงสแลคสีดำดูสุภาพนั่งตรงข้ามกับนาง“ไม่รู้สิ เพื่อนมั้งจ้ะ” ฉันเดา และเดินไปหาเพื่อนรัก“อาจารย์คิน นี่พริมเพื่อนผมครับ เป็นเจ้าของร้าน C'est très bon”“อาจารย์ดินมีเพื่อนน่ารักขนาดนี้เลยเหรอครับไม่เห็นบอกเลย เชิญนั่งด้วยกันก่อนไหมครับ” อาจารย์คินยืนขึ้นเต็มความสูง เลื่อนเก้าอี้ให้ฉันนั่ง ฉันมองหน้าเขาอย่างพิจารณา เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีทีเดียว คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดูมีเสน่ห์ ชีวิตฉันช่วงนี้เจอแต่ชายหนุ่มหน้าดี ต้องเป็นผลบุญที่ฉันทำมาตลอดชีวิตแน่ๆ ทำไมดูเจริญหูเจริญตาดีจัง ไม่สิยายพริม จะมาใจอ่อนกับหนุ่มหล่อๆ ได้ไง เป้าหมายข
7. นกไม่กลัว..กลัวไม่นกฉันให้น้องมิกกับน้องเดียร์กลับบ้านตอนสี่โมงครึ่ง ส่วนป้าแก้วต้องไปเตรียมอาหารเย็นที่บ้านใหญ่ ราวๆสี่โมงเย็นพี่เชิดคนขับรถของที่บ้านจะมารับเป็นประจำ ฉันเปิดร้านต่ออีกชั่วโมงกว่าๆ ก็ปิดร้าน ช่วงนี้จะไม่ค่อยมีลูกค้า ฉันสามารถทำเครื่องดื่มคนเดียวได้ ส่วนขนมจะทำแค่ช่วงเช้า ขายหมดก็หมดเลยไม่ได้ทำเพิ่ม เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นดังขึ้นเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิร์ตสีขาวและกางเกงสแลคสุภาพของอาจารย์คินเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีตอนเย็นครับ” เขาทรุดนั่งลงตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ“ค่ะ รับอะไรดีคะ วันนี้มีชีสเค้กนมฮอกไกโดทานกับบลูเบอร์รี่พาย ลองดูไหมคะ ขายดีมากเหลือชิ้นเดียว” วิญญาณแม่ค้าเข้าสิง ฉันพรีเซนท์ขนม ทั้งร้านตอนนี้เหลือแค่ชิ้นเดียวและฉันกำลังจะปิดร้านแล้ว นึกเสียดายจะต้องทิ้ง ภาวนาให้ขายออก “จริงๆ ผมไม่ชอบทานอะไรหวานๆน่ะครับ เพราะผมเป็นคนหวานอยู่แล้ว” อาจารย์คินไม่พูดเปล่าส่งสายตาหวานซึ้ง แถมยักคิ้วข้างนึงให้ฉัน“เป็นผู้ชายหวานๆ เนี่ยพริมนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งสมัยไปเที่ยวที่นาของพ่อเลยค่ะ”“เค้าเป็นใครเหรอครับ”“ผู
8. ความพยายามอยู่ที่ไหน...พญานกอยู่ที่นั่นฉันตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ทำขนม เพื่อเอาไปฝากหมอซันทำคะแนนซะหน่อย กลัวหายไปนานหมอจะลืมหน้า เผื่อมีคนไข้สาวๆ สวยๆ มาจีบ ฉันจะได้แสดงตัวว่าเป็นว่าที่คนสำคัญของหมอซัน เรื่องยายแพรกับหมอซัน ฉันไม่เก็บมาใส่ใจ ก็แล้วยังไงถ้ามันจะใช่เค้าก็คงคบกันไปแล้ว ไม่ปล่อยเวลาล่วงเลยมาตั้งหกปี เพราะฉะนั้นฉันไม่ถอดใจหรอก ฉันไลน์ไปหาพี่จิ๋วPrimrose : พี่จิ๋วว่างไหมคะJew Aunchalee : ว่างค่ะน้องพริม เดี๋ยวพี่โทรหา พอดีพี่พิมพ์ช้าJew Aunchalee is Calling…. “สวัสดีค่ะพี่จิ๋ว ตอนนี้หมอซันอยู่ไหนคะ พริมว่าจะเอาขนมไปฝาก”[หมอซันเพิ่งมาถึงค่ะ อยู่ในห้องพักแพทย์] “ขอบคุณพี่จิ๋วมากๆ นะคะ”[ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ จริงๆ พี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย น้องพริมซะอีกช่วยดูแลน้องมิ้นท์ พี่ล่ะเกรงใจจริงๆ เมื่อวานน้องมิ้นท์คุยใหญ่เลย ว่าพี่คนสวยพาทำโดนัทแถมเอามาฝากยายด้วย] “พี่จิ๋วเป็นญาติป้าแก้วก็เหมือนเป็นญาติพริม พริมยินดีค่ะ” ฉันวางสายพลางถือขนมและเครื่องดื่ม มุ่งตรงไปที่โรงพยาบาล ฉันยิ้มให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไข้ ญาติคนไข้ แม้กระทั่งพี่ยามที่ป้อมหน้าโรงพยาบาล ด้วยหัวใจที่เบิกบาน หมอซันจ
9. เข็นนกขึ้นภูเขาหมอซันนั่งลงบนเตียงข้างๆ ฉัน ฉันใช้กระดาษทิชชูซับหน้า ตอนนี้ฉันหยุดร้องไห้แล้ว เขานั่งเงียบๆ สักครู่ ก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยขึ้น“หมออ้ายบอกว่าพริมร้องไห้ เพราะหมอรึเปล่า”“เปล่านะคะ พริมแค่…ฮึก…ดีใจกับหมอ” บ้าเอ้ย ! น้ำตาไหลอีกจนได้“ดีใจกับหมอ..เรื่อง?” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆ ด้วยความสงสัยดวงตาสีเดียวกันมองฉันอย่างตั้งใจคำถาม“ก็หมอกับแพรจะคบกัน”“ว่าไงนะ?” หมอซันหลุดขำ ฉันมองหน้าหมอซันอย่างไม่เข้าใจ นี่คนกำลังเสียใจจะมาหัวเราะทำไม หัวเราะเยาะฉัน ก็ไม่น่าใช่ หมอซันไม่ใช่คนแบบนั้น“ทำไมพริมคิดแบบนั้นล่ะครับ ไหนลองบอกหมอซิ” หมอซันค่อยๆ ใช้นิ้วชี้ เกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าฉัน ดวงตาสีเข้มมองหน้าฉันแทบไม่กระพริบตา หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบทะลุออกมาข้างนอก ไม่สิ หมอซันกำลังจะคบกับหมอแพร ท่องไว้พริมอย่าหวั่นไหวท่องไว้..ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ“ก็พริมได้ยินว่าหมอบอกให้แพรรอ อีกไม่นานหมอจะรู้ใจตัวเอง” ฉันแทบจะท่องบทสนทนาที่ทั้งสองคุยกันได้ หมอซันยิ้ม รอยยิ้มชัดแบบโฟร์เค ห่างใบหน้าฉันประมาณสิบเซนติเมตร“ได้ยินด้วยเหรอ?” หมอซันพูดเหมือนมันไม่มีอะไร ทั้งที่คนฟังอย่างฉันเจ็บปวดแทบขาดใจ“ได้ยินช
10. ไกลแค่ไหน…คือใกล้Sun talksสองวันที่แล้ว…..ขณะที่ผมตรวจ OPD เสร็จ ผมออกมายืนสูดบรรยากาศที่หน้าโรงพยาบาล มุมนี้มองเห็นร้าน C'est très bon ได้อย่างชัดเจน ร้านกรุด้วยผนังกระจกรอบด้าน สามารถมองเห็นภายในร้าน ที่หน้าร้านผู้ชายตัวสูง มองจากระยะไกลยังรู้ว่าหน้าตาดี แทนที่ผมจะเอาเวลาพักไปซื้อขนมปังง่ายๆ ทานเป็นอาหารเย็น แล้วแอบงีบเหมือนที่เคย ก่อนที่เข้าเวรห้อง ER ผมกลับเดินตรงไปที่ร้านขนมแสนอร่อย ที่เจ้าของร้านชอบบอกว่าตัวเองแซ่บที่สุดในร้าน พริมสวมเดรสสีชมพูลายดอกไม้ข้างนอกสวมผ้ากันเปื้อนระบายลูกไม้สีขาว น่ารักเหมือนเด็กผู้หญิงที่แต่งชุดคอสเพลย์เมด เธอนั่งตรงข้ามกับผู้ชายที่มองจากมุมไหนก็ดูดีและหล่อมากทีเดียว ผมรู้สึกไม่พอใจ ในใจรุ่มร้อนไปหมด ผมเคยบอกกับตัวเองว่าผมจะไม่เริ่มความสัมพันธ์กับใคร อย่างผมจะไปดูแลใครได้ก็เท่าที่เห็น เวลานอนยังไม่มีจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลแฟน“หมอซัน รับอะไรดีคะ เนี่ยในร้านเหลือชีสเค้กนมฮอกไกโดทานกับบลูเบอร์รี่พายชิ้นเดียว สนใจไหมคะ” เสียงใสๆของเจ้าของร้านเอ่ยถาม ใบหน้าขาวเนียนแก้มกลมๆ ยื่นมาใกล้ๆจนผมได้กลิ่นขนมหอมๆหวานๆ จากตัวของเธอ “ผมจองไว้แล้ว ขอนมสดคาราเ
31. น้องพั้นซ์ สาวน้อยมหัศจรรย์ฉันตื่นมาด้วยอาการปวดหน่วงท้องน้อย ท้องแข็งเกร็งเหมือนลูกในท้องกำลังโก่งตัว ช่วงนี้ตอนกลางคืนแทบไม่ได้นอนเพราะปวดฉี่บ่อยมากแทบจะทุกสองชั่วโมง เมื่อคืนเลยเผลอนอนยาวและกลั้นปัสสาวะพอลุกไปเข้าห้องน้ำก็เหมือนฉี่ไม่สุดแสบไปหมด พอใช้ทิชชู่ซับเลือดสีแดงจาง ๆ ติดมากับกระดาษชำระ ฉันตกใจจนมือสั่นคนท้องไม่สมควรมีเลือดออกไม่ว่ากรณีใดๆ ตอนนี้อายุครรภ์เพิ่งจะเจ็ดเดือนครึ่งหรือแค่ยี่สิบเก้าสัปดาห์ ฉันใช้มือลูบท้องลูกยังดิ้นปกติ ฉันโทรหาซันทันทีแต่เขาไม่รับน่าจะกำลังราวน์วอร์ดอยู่ ฉันจึงโทรหาแพรเป็นสายที่สอง แพรรับสายทันที[ ว่าไงพริม ] “แพร ฉันไปฉี่ในห้องน้ำแล้วมีเลือดออก” เสียงของฉันสั่นมาก กลัว..กลัวลูกจะเป็นอะไรไป อีกตั้งสิบเอ็ดสัปดาห์หรือเกือบสามเดือนถึงจะครบกำหนดคลอด ถ้าคลอดตอนนี้น้ำหนักจากผลอัลตร้าซาวน์ครั้งก่อนของลูกในท้องแค่พันกรัมนิดๆ ฉันแทบไม่อยากคิดถึงสภาพเด็กที่คลอดกำหนด มีภาวะเสี่ยงมากมายรออยู่ หัวใจพิการแต่กำเนิด อาจจะถึงขั้นตาบอด หูหนวก เพราะอวัยวะภายในยังไม่สมบูรณ์ ตัวฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นและโชคดีที่รอดมาได้ ขออย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย..[ แกอย่าเพิ่งลุกน
30. เก่งมาจากไหน..ก็แพ้ (ท้อง) หัวใจอย่างเธอSun talksผมมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียนมาสองวันแล้ว ช่วงเช้าที่กำลังจะราวน์วอร์ด พยาบาลเจนถือชาร์ตคนไข้เดินตามมา อยู่ ๆ ผมก็เกิดอาการคลื่นไส้“พยาบาลเจนหมอขอตัวสักครู่” ผมวิ่งไปห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด อ้วกทุกอย่างที่กินมาตอนเช้าจนหมด พอเดินออกมาจากห้องน้ำห้องพักแพทย์ แพรเดินมาถามอย่างเป็นห่วง“ซัน ไหวไหมหน้าซีดๆนะ”“พออ้วกก็โอเคแล้วล่ะ” ผมฝืนยิ้มอาการมึนหัวยังมีอยู่ จำเป็นต้องไปปฏิบัติหน้าที่ราวน์วอร์ดในตอนเช้าจนเสร็จสิ้น ตอนพักเที่ยงผมกับแพรปรึกษาหารือเรื่องอาการคนไข้ หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระ“ซัน ไปตรวจร่างกายบ้างนะ แพรว่าอาการของซันอาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของโรคบางอย่างก็ได้นะ”“ซันก็ว่างั้นล่ะ แต่แปลกนะเวลาที่อยู่บ้านกับพริม ไม่มีอาการอะไรเลยนะ ส่วนใหญ่จะมาเป็นที่โรงพยาบาล” ตอนอยู่ที่บ้านไม่มีอาการเวียนหัว อาเจียนเลย พอมาทำงานเท่านั้นแหละอาการทุกอย่างมาเต็ม“ก็แปลกเนอะ ลองตรวจเลือด ตรวจร่างกายแบบละเอียด นี่เป็นห่วงกลัวไม่ได้เลี้ยงหลาน” พูดถึงลูกช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนการผลิต ผมกับพริมแต่งงานกันได้ห้าเดือนแล้ว เดือนแรกที่ผมคิดว่
29. คำยินดี....Prae talksหกปีที่แล้ว...ฉันไม่ชอบการที่จะต้องอยู่กับคนเยอะๆ ต้องห้อยป้ายแขวนคอชื่อตัวเองตัวเท่าบ้าน โดนรุ่นพี่แกล้งให้ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำและไม่เคยทำ มันช่างน่าเบื่อจริงๆ สิ่งเดียวที่ฉันชอบคือการอยู่กับพริม คุยเรื่องไร้สาระ กินอาหารที่พริมทำ ดูหนังตลกๆแล้วหัวเราะกันเสียงดัง ที่พูดมาทั้งหมดคงไม่มีโอกาสได้ทำแล้ว พริมไปเรียนที่ฝรั่งเศสและไม่รู้จะกลับมาไทยเมื่อไหร่ ที่สำคัญเรายังจากกันด้วยไม่ดีเท่าไหร่“น้องแพร เอาแป้งทาน้องซัน ทาลิปสติกให้ด้วยดูน้องซันยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่” พี่ก้อยรุ่นพี่ปีสามบอก..ฉันเดินไปหาผู้ชายที่ชื่อซัน ใบหน้าขาวเนียนแบบผู้หญิงยังอาย โครงหน้าได้รูป คิ้วเข้ม ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน เด็กปีหนึ่งคือเด็กมอหกหัวเกรียนที่เพิ่งจะเป็นหนุ่มน้อยแต่กับซันเขาเป็นหนุ่มที่สมบูรณ์แบบทั้งความสามารถแค่เข้าคณะแพทย์ได้ก็ถือว่าเป็นหัวกะทิแล้วแถมยังหน้าตาดีอีกด้วย“ทาเต็มที่เลยนะแพร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่งั้นรุ่นพี่ไม่ให้ผ่านแน่” ซันยังเป็นคนสุภาพให้เกียรติผู้หญิงอีกด้วย ฉันค่อยๆทาลิปสติกสีแดงให้ซัน ดวงตาสีเข้มจ้องฉันตาไม่กระพริบเป็นฉันเองที่อายจนต้องหลบสายตา..จากนั้นเราไ
28. แต่งกับงาน...“พริม ถ้าสักวันหนึ่งซันทำอะไรที่ผิดต่อพริม พริมรู้ไว้นะคนที่ซันรักที่สุดก็คือพริมคนเดียว” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของหมอซัน..จากนั้นเขาก็หายไปติดต่อไม่ได้สองวันเต็มๆ ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขาจะขาดการติดต่อแต่ฉันก็รู้ว่าเขาอยู่ที่โรงพยาบาล แวะเอาข้าวเอาขนมไปให้เขาก็อยู่ตามวอร์ดต่างๆ ห้องพักแพทย์หรือห้องฉุกเฉิน แต่ครั้งนี้เขาหายไปแบบไร้ร่องรอย..แพรยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งส่งให้ฉัน ข่าวการล้มละลายของผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดัง นายแพทย์รังสรรค์ ตันติเวชไพศาล นามสกุลนี้มัน..เหมือนนามสกุลหมอซัน“ทำใจดีๆนะพริม บ้านซันเกิดปัญหาแล้วเค้าต้อง..เอ่อ..แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของบริษัทเพื่อกอบกู้กิจการ ฉันรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เค้าก็ต้องทำ” แพรหยิบเอาซองสีชมพูในกระเป๋าส่งให้ฉัน หน้าซองปรากฏชื่อฉันชัดเจน ขอเชิญเป็นเกียรติในงานมงคลสมรส นายแพทย์รังสิมันต์ ตันติเวชไพศาล และ นางสาวมิรันตี โอภาสถาวรสกุล ตอนนั้นสมองของฉันมันชาไปหมด น้ำตาไหลจนตาพร่าแทบมองไม่เห็นข้อความอื่นๆบนการ์ดสีชมพูหวานใบนั้น..คำนิยามของคำว่า “อกหัก” มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ฉันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำขาดอากาศหายใจ ไม่มีแรงจะทำอะไรอยากจะ
27. ความจริงในใจ..“อีพริม นี่ตกลงหล่อนไปหาพ่อแม่สามีหรือไปฮันนีมูนวะ” สไมล์ถามขึ้น แพรเพิ่งจะไปรับฉันกับหมอซันที่สนามบินในตอนเช้า หมอซันไปราวน์วอร์ดที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง ส่วนฉันวันนี้ให้น้องๆปิดร้านเพราะฉันก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกัน“ทำไมว่างั้นอ่าแก” ตอนนี้ฉันรู้สึกง่วงสุดๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาขึ้นเครื่องตั้งแต่ตีสี่“ก็ชุดสปริงซัมเมอร์คอลเลคชั่นแกอ่ะดิ” นางเบ้ปาก มองเสื้อแขนกุดที่พันทับด้วยผ้าพันคอจนหนาปิดต้นคอใช่แล้ว! ฉันปกปิดร่องรอยที่คอเองแหละ“แล้วไงวะ ก็จะแซวทำไมนักหนาเนี่ย” แซวบ่อยก็เขินเหมือนกันนะยะ“แกคนเดียวไม่พอ แต่หมอซันมาในเสื้อคอเต่าด้วยอ่ะดิ ร้ายเหมือนกันนะหล่อน” คืนที่ฉันเมาจนจำอะไรไม่ค่อยได้ ตื่นขึ้นมาเจอรอยคิสมาสท์ที่คอก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะอีตาหมอหื่นก็ทำรอยไว้ประจำอยู่แล้ว แต่คอของหมอซันก็มีเหมือนกันเนี่ยสิ! ตอนฉันเมานี่ก็น่ากลัวเหมือนกัน..คงกลายร่างเป็นแม่เสือสาวแน่ๆ“เออ คนเราก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างตามสัญชาตญาณ”“สงสารหมอซัน วันนี้อากาศร้อนที่สุดในรอบสิบปี ต้องใส่เสื้อคอเต่าจนดึก ฮือ..วงวารว่ะ” สไมล์เบะปากทำทีเหมือนนางงามได้ตำแหน่งแล้วเหมือนจะยิ้มและร้อ
26. Huahin in love (2)Sun talks“คุณช่อเอื้องครับ จริงๆแฟนผมบอกว่าเธอไม่อยากให้ผมมาที่นี่ แต่ผมบอกเธอว่าผมต้องมาเพราะผมเป็นหมอ คนไข้รอการรักษาจากผมอยู่” ผมโมโหมากที่ถูกผู้หญิงสองคนนี้หลอกและยังทะเลาะกับแฟนเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก“คุณหมอคิดถูกแล้วค่ะที่มาเราก็ได้สนุกกันวินวินทั้งสองฝ่ายนะคะ แฟนคุณหมอจืดชืดขนาดนั้น” ผมโกรธที่เธอว่าพริมแบบนั้นใครว่าพริมจืดชืด เวลาเธอเมานี่ฮอตจะตาย..“ตอนนี้ผมเสียใจมากที่ต้องทะเลาะกับเธอเพราะผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างพวกคุณสองคน” ผมลุกขึ้นนึกเสียดายเวลาที่มาที่นี่แทนที่จะอยู่กับพริม...“คุณหมอจะต้องเสียใจที่พูดกับเอื้องแบบนี้”“ครับ ผมเสียใจมาก” ช่อเอื้องยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่ผมพูดว่าเสียใจ“เสียใจที่เอาเวลาที่มีค่ามาอยู่ที่นี่” ช่อเอื้องร้องกรี๊ดเสียงดังผมไม่สนใจ คนที่ผมสนใจคงกำลังโกรธผมอยู่ ผมเดินออกมาเจอก้านหลิวเพื่อนของช่อเอื้องที่หน้าห้อง“คุณหมอเสร็จเร็วจัง ถ้าพอจะมีเวลาหลิวขอดูแลต่อได้ไหมคะ” ก้านหลิวยิ้มหวานใช้มือแตะแขนผมเบาๆ ผมเบี่ยงตัวหลบ“ไปดูแลเพื่อนคุณเถอะครับ อย่ามายุ่งกับผมเลย ในสายตาของผมไม่เคยมองใครนอกจากแฟนของผม” ผมพูดเสร็จก็รีบเดิ
25. Huahin in love (1)วันสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับ หมอซันพาฉันไปหัวหินเราค้างที่นั่นหนึ่งคืน ก่อนที่พรุ่งนี้เช้าจะขึ้นเครื่องกลับ วันนี้เขาใช้รถเฟอร์รารี่สีขาว ซึ่งเป็นรถหรูในหลายๆคันที่จอดในโรงรถที่บ้านของเขา หมอซันสวมแว่นกันแดดแบรนด์ดัง ผิวขาวเนียนตัดกับแว่นสีดำดูเท่ห์มากเหมือนอปป้าดาราเกาหลี ยิ่งรอยยิ้มนี่แทบใจละลาย...ฉันคงทำบุญมาดีตั้งแต่ชาติปางก่อนถึงได้มีเป็นแฟนหมอหล่อล่ำน่าปล้ำขนาดนี้..เราใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆก็เดินทางมาถึงหัวหิน เมื่อคืนฉันเห็นเขาจองทุกอย่างไว้ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร เขาเลี้ยวรถเข้าที่พักสุดหรูริมทะเล ชื่อซีซัน บลูลากูน บริเวณรอบๆโรงแรมเป็นสระว่ายน้ำ หมอซันลากกระเป๋าของฉันเข้ามาในล๊อบบี้ ส่วนของเขามีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียว ขณะที่เรากำลังเชคอินเข้าที่พัก หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาคุยกันเสียงดัง อยู่ๆเจ้าหล่อนก็เดินเข้ามาหาหมอซัน“นี่บัตรของคุณใช่ไหมคะ? โห! เป็นหมอด้วยเก่งจังเลยค่ะ” หนึ่งในนั้นยื่นบัตรประจำตัวแพทย์ให้เขาซึ่งคงทำตกตอนเขาล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมา เจ้าหล่อนส่งสายตาชื่นชมอย่างเปิดเผย..เสื้อซีทรูด้านในสวมเสื้อชั้นในสีดำมองเห็นหน้าอกคัพซีรำไร แถมยังยื่นอ
24. Hello Bangkok (3)“พ่อแม่ซันชอบทานอะไรเหรอ? พริมว่าจะทำอาหารเย็นให้พวกท่านทาน” หลังจากที่นั่งเกร็งเพราะเครียดที่จะต้องเจอครอบครัวของหมอซัน ฉันก็นึกอะไรดีๆออก ฝีมือการทำอาหารคงเป็นข้อดีที่สุดของฉัน ต้องมัดใจพ่อแม่ว่าที่สามีด้วยอาหารอร่อยๆ หมอซันนิ่งคิดสักพัก“อาหารที่พ่อแม่ซันชอบเหรอ? อืม..แม่ซันชอบทานอาหารอิตาเลี่ยนเป็นพิเศษ เรามีร้านประจำของครอบครัวเราด้วยนะ”“ร้านที่ไหนเหรอ? พริมอยากไปลองชิมจะได้รู้รสชาติเอาไปทำให้ท่านทาน”“มิลาน” หืมมมมม อิตาลี.. นั่นมันอาหารอิตาเลี่ยนแบบต้นตำหรับเลยนะนั่น..แต่ไม่เป็นไรฉันจะทำอาหารอิตาเลี่ยนในรูปแบบของฉันเอง“เราไปซื้อของสดทำอาหารก่อนเนอะ ค่อยเข้าบ้านซัน”“พริมไม่ต้องยุ่งยากก็ได้นะ พ่อแม่ซันท่านไม่ค่อยทานอาหารเย็น ซันเห็นอาหารเหลือเต็มโต๊ะประจำเลย”“ไม่เป็นไรซัน ให้พริมทำเถอะ พริมอยากให้ท่านเห็นว่าอย่างน้อยพริมก็ยังมีดีบ้าง บอกตรงๆนะพริมเครียดมากกลัวพ่อแม่ซันจะไม่ชอบพริม” ฉันถอนหายใจแรงๆ ซันหันมาลูบศรีษะฉันเบาๆ“พ่อแม่ซันก็ต้องชอบพริมเหมือนซันนี่แหละ พริมอย่าคิดมากนะ ถ้าพริมอยากจะทำอาหารเดี๋ยวเราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตกัน” รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นมองฉัน
22. Hello Bangkok (1)วันหนึ่งในขณะที่ฉันกับหมอซันกำลังทานอาหารเย็นในร้านของฉัน“สามวันนี้ซันจะอัดเวรนะ คงไม่ได้เจอกัน”“ค่ะ” ฉันตอบรับอย่างเคยชินบางทีสี่วันติดกันที่ฉันกับหมอซันไม่ได้เจอกัน เป็นเรื่องธรรมดามากๆ หลังๆฉันพอจะเข้าใจระบบการทำงานของเขาแล้ว ซึ่งมันไม่ได้มีเวลาตายตัว บางทีบอกว่าจะเลิกสี่โมงเย็นแต่กลับมาอีกทีห้าทุ่มก็มี“ซันจะลาสามวัน พาพริมไปกรุงเทพฯ” ฉันลืมนึกไปว่าหมอซันเป็นคนกรุงเทพฯ คงจะไปกลับไปเยี่ยมบ้าน“ไปหาพ่อแม่ซันใช่ไหม?” ฉันถามอย่างตื่นเต้น หมอซันเจอพ่อของฉันแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลาที่ฉันต้องไปพบว่าที่พ่อแม่สามีสินะ“ก็ว่าอย่างนั้นแหละ อยากพาพริมไปเที่ยวด้วย ไว้เราไปเที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯละกันนะ”“พริมต้องพาพ่อไปด้วยไหม? ตื่นเต้นจัง”“ทำไมต้องพาพ่อพริมไปด้วยอ่ะ” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆอย่างสงสัย“อ้าว! ก็ซันจะพาพริมไปเจอพ่อแม่เพื่อหาฤกษ์แต่งงานไม่ใช่เหรอ?” ฉันยิ้มกว้างจินตนาการไปถึงวันแต่งงาน ฉันสวมชุดเจ้าสาวสีขาวจับมือหมอซันที่สวมทักซิโด้สีเดียวกัน ยืนต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ แต่ฝันก็แทบสลายเมื่อหมอซันพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจ“ห๊ะ!!! แต่งงานเลยเหรอ? เราเพิ่งจะคบกันเอง