เสียงร้องโอดโอย ของเตียงคนไข้เตียงถัดไป ทำให้ฉันที่กำลังจะเผลอหลับตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ป้าแก้วพาฉันมาโรงพยาบาลกลางดึก เนื่องจากฉันไข้ขึ้นสูง ฉันมีอาการปวดหัวตั้งแต่ช่วงเย็นแล้ว ไม่คิดว่าตอนดึกจะตัวร้อนจัด ขณะนี้เวลาเที่ยงคืนครึ่งและฉันยังอยู่ห้องฉุกเฉิน ร่างสูงของชายหนุ่มสวมเสื้อกาวน์แขนสั้นสีขาว ตามมาด้วยพยาบาลหนึ่งคน
“เตียงนี้เป็นอะไรมาครับ” เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังดังขึ้นข้างๆเตียงของฉัน ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก รู้สึกปวดหัว ตุบตุบ ลมหายใจร้อนจัด
“คนไข้ ท้อง 12 วีคค่ะ มีเลือดออกบริเวณช่องคลอด”
“ถ้าอย่างนั้น หมอจะตรวจภายในนะครับ คุณพยาบาลช่วยเตรียมให้ด้วย” พยาบาลค่อยๆ ถอดกางเกงชั้นในของฉันอย่างช้า ๆ ฉันไม่มีแรงจะห้ามพวกเขา สมองกำลังมึนงง พยาบาลเลื่อนผ้าม่านสีเขียวมาปิด
“คนไข้ช่วยชันเข่าด้วยนะคะ พร้อมแล้วค่ะคุณหมอ” พยาบาลเอาหมอนแข็งๆ สอดเข้าไปใต้สะโพกของฉัน ชายหนุ่มร่างสูงเปิดผ้าม่านเข้ามาเขากำลังสวมถุงมือยางสีขาว
“อย่าเกร็งนะครับ หมอจะดูว่าปากมดลูกเปิดหรือยังปิดอยู่ ไม่ต้องกังวลคุณอาจจะแค่แท้งคุกคาม” เสียงหวานๆของคุณหมอดังขึ้น ฉันที่กำลังจะเคลิ้ม เดี๋ยวนะ!!! ฉันไม่ได้ท้อง แค่เป็นไข้ จะมาตรวจภายในอะไรกัน บ้าไปแล้ว ฉันคือหญิงสาวที่บริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยต้องมือชาย จะให้ชายแปลกหน้าทะลวงเข้ามาแบบนี้ ฉันยอมไม่ได้ถึงจะแอบเคลิบเคลิ้มกับเสียงหวานนั่นก็เหอะ คุณหมอกำลังจะล้วงเข้ามาในน้องสาวฉัน ฉันรวบรวมแรงฮึดที่มีอยู่เฮือกสุดท้าย ลุกขึ้นและเหยียดขาตรงด้วยความอับอาย แต่คงไม่ทันเพราะเมื่อกี้หมอคงเห็นถึงไหนต่อไหนแล้ว ฮือ...แม่จ๋า
“เดี๋ยวค่ะหมอ”
“คนไข้อย่ารีบลุกนะครับ ต้องนอนนิ่งๆ ไม่งั้นเลือดอาจจะออกเพิ่ม หมอจะตรวจภายในแป๊บเดียวไม่เจ็บครับ” หมอยังพูดปลอบโยนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ซึ่งฉันเกือบจะเคลิ้มวินาทีนั้นฉันหันไปสบตาสีเข้มของหมอหนุ่มที่กำลังจะล่วงล้ำอธิปไตยของฉัน คิ้วเข้มๆของคุณหมอเลิกขึ้นอย่างสงสัยที่ฉันเอาแต่จ้องหน้าเขา ผิวขาวเนียนยิ่งกว่าผิวผู้หญิง จมูกโด่งเป็นสัน ปากบางสีกุหลาบ นี่หมอหรือดารากันเนี่ย ทำไม หล่อขนาดนี้ ฉันกรีดร้องในใจ ที่สำคัญเขาเห็นอะไรที่ไม่ควรมีใครเห็นของฉันซะด้วยสิ ฉันรู้สึกอายแทบจะแทรกแผ่นดิน ขอแท่งขุดเจาะน้ำมันแบบที่ใช้ที่อ่าวไทยได้รึเปล่า ฉันอยากจะหนีไปจากที่นี่
“หมอคะ ฉันยังไม่ได้ท้องค่ะ แค่เป็นไข้ หมอจะมาเปิดบริสุทธิ์ฉันแบบนี้ไม่ได้นะคะ” ถึงหมอจะหล่อแต่ฉันก็ใช่ว่าจะใจอ่อนให้หมอล้วงง่ายๆนะ
“อะไรนะครับ..เปิดบริสุทธิ์” คุณหมอกลั้นยิ้มแทบจะหลุดขำ ก็ใช่ไง ฉันยังครองความบริสุทธิ์จนอายุ 25 ปีนะเว้ย สุดยอดไหมล่ะ นี่มันไม่ใช่เวลามาภาคภูมิใจนะยายพริม
“ใช่ค่ะ ฉันยังบริสุทธิ์และไม่ได้ท้อง ที่สำคัญยังโสด แฟนไม่มี สามีก็ไม่มี” ฉันกอดอกอย่างมั่นใจ เน้นคำว่าโสดชัดเจน เป็นการบอกหมอนัยๆ
“พยาบาลจิ๋วครับ นี่อะไรยังไง ทำไมประวัติคนไข้ถึงไม่ถูกต้อง” คุณหมอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย พยาบาลวัยราวๆ สามสิบหน้าเจื่อนเปิดม่านออก หันไปมองเตียงข้างๆแล้วตกใจ คนท้องตัวจริงนอนหลับอยู่ข้างๆ เตียงฉัน
“หมอคะ พี่ขอโทษ พอดีตอนที่เจ้าหน้าที่เอาคนไข้มาส่ง คงจะแทรกเตียงตรงที่ว่างนี้ พี่เลยสลับชาร์ทคนไข้” ฉันอยากจะลากพยาบาลจิ๋วเอาไปกินในน้ำ เอ่อ ! แรงไป ฉันไม่ใช่ตัวเงินตัวทอง และคนที่นางควรขอโทษคือฉัน
ถึงหมอจะหล่อแต่ฉันไม่ง่ายนะยะ หุหุ
“ผมขอโทษด้วยนะครับคุณ....” คุณหมอรูปหล่อยกมือไหว้ ฉันแทบจะห้ามไม่ทัน หมอคะถามอายุก่อนดีไหม สภาพฉันตอนมาหาหมอคงจะดูยายเพิ้งมาก อาจจะดูแก่กว่าอายุจริง เอ! แต่ว่าหมออาจจะมีมารยาทไหว้คนไข้ทุกคนก็เป็นได้ยกเว้นเด็กสามขวบอ่านะ ฉันจับผมทัดหูอย่างเอียงอายแอบส่งตาบลิ้งๆ จนนางพยาบาลค้อน ขวับ!
“ชื่อ พริมค่ะ คุณหมอรังสิมันต์” ฉันอ่านชื่อจริงคุณหมอที่ปักไว้บนเสื้อกาวน์ คุณหมอยิ้มและเกาแก้ม คงกำลังเขินฉันแน่ๆ ทำไมถึงดูน่ารักขนาดนี้นะ หรือว่าเขินที่ฉันเรียกชื่อจริงก็ไม่รู้ รู้งี้เรียกทั้งชื่อนามสกุลดีกว่า หมอคงได้อายจนม้วนตัวไปเลย
“เรียกหมอซันก็ได้ครับ”
“คุณหมอคะ เดี๋ยวไปตรวจเตียงโน้นก่อนนะคะ” พยาบาลจิ๋วคนเดิมคนดีพูดขัดจังหวะ นี่พยาบาลหรือเจ้ากรรมนายเวรฉันเนี่ย! ฉันกำลังเต๊าะคุณหมออยู่ไม่เห็นรึไง ในห้องฉุกเฉินวันนี้ดูไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนที่ฉันจินตนาการไว้ นอกจากฉันแล้วก็มีหญิงที่มีภาวะเลือดออกในขณะตั้งครรภ์และเด็กวัยรุ่นผู้ชายที่ขี่มอเตอร์ไซด์ล้มเท่านั้นเอง คุณหมอจะต้องตรวจคนที่มีอาการหนักกว่า ซึ่งพยาบาลได้มาตรวจอาการฉันเบื้องต้น ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจดูว่าฉันเป็นไข้เลือดออกหรือไข้หวัดใหญ่ไปแล้ว ไม่นานนักคุณหมอซันสุดหล่อคนเดิมเดินกลับมาอีกครั้ง ใบหน้าเขาดูอิดโรยเหมือนคนไม่ได้นอน แต่ก็ยังส่งรอยยิ้มหวานๆ ละลายใจให้คนไข้อย่างฉัน
“คุณพริม เดี๋ยวรับยาก็กลับบ้านได้นะครับ ผลตรวจเลือดไม่ได้เป็นไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออก”
“ขอนอนโรงพยาบาลสักคืนก็ไม่ได้เหรอคะ พริมว่าพริมไม่ไหวอ่ะค่ะ แค่กๆ ” ฉันทำท่าทางอ่อนทำทีไอ เผื่อหมอจะเห็นใจ ก็อยากอยู่กะหมอต่ออีกนิด
“เตียงคนไข้ไว้ให้ผู้ป่วยหนักกว่าคุณนอนค่ะ เชิญรับยาแล้วกลับบ้านได้เลยค่ะ เดี๋ยวพี่แจ้งญาติที่ด้านนอกมารับเลยนะคะ” พยาบาลจิ๋วกันท่าฉันสุดๆ จะเก็บหมอไว้กินเองใช่ไหม ฮึ่ยยย นางไม่พูดเปล่าเดินออกไปเรียกญาติของฉันด้านนอก
“หมอต้องขออภัยอีกครั้งนะครับ หมอไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงเกิน” คุณหมอยิ้มจนตาหยี หัวใจฉันเต้นรัว อยู่มาจนอายุ 25 ปี เห็นผู้ชายหน้าตาดีก็เยอะ แต่ไม่มีใครเป็นแบบหมอเลย สุภาพ ใจดี ที่สำคัญหล่อมาก กอไก่ล้านตัว คนหล่อฟ้าประทาน ใจฉันแทบละลาย หมอจะดูอีกก็ได้นะคะ ไม่ใช่ละ นี่มันไม่ใช่เวลาจะมาอ่อยหมอไหม ฉันควรจะอายนี่นา..
“ไม่เป็นไรค่ะ หมอจะตรวจอีกไหมคะ จะได้ถอดอีก” ฉันยังหยอดคุณหมอไม่เลิก ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ สาบานได้ คุณหมอน่ารักน่าหยอดซะขนาดนี้
“นี่คุณ กลับไปเถอะ คุณหมอยังไม่ได้พักเลย ช่วงคนไข้น้อยๆ ให้คุณหมองีบบ้าง คุณหมอเข้าเวรดึกมาสองวันติดกันแล้วนะ” พยาบาลจิ๋ว จิ๊ปากทำตาดุ ฉันเชิดหน้าอย่างไม่ใส่ใจ จิกไปก็จิกกลับนะคะ
“งั้นผมของีบนิดนึงนะครับ มีอะไรเรียกผมได้เลยนะครับพยาบาลจิ๋ว” ร่างสูงกำลังเดินเข้าไปในห้องพักแพทย์ ใบหน้าเขาอิดโรยราวกับซอมบี้เดินได้ ถ้าเกิดว่าเดินหลับตาได้คุณหมอคงทำไปแล้ว เพราะท่าทางของคุณหมอเหมือนคนไม่ได้นอนมาเป็นปี ฉันมองตามแผ่นหลังแกร่งของคุณหมอด้วยแววตาละห้อยจนกระทั่งเขาเดินลับตา วินาทีนั้น ฉันมีเป้าหมายใหม่ชีวิตทันที นอกจากการที่อยากมีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์แล้ว ฉันยังอยากเป็น ว่าที่ภรรยาคุณหมอซัน ฉันวาดฝันไว้ว่าตื่นนอนตอนเช้า จะเอาอาหารมาส่งทำหน้าที่ภรรยาคุณหมอที่ดี เวลาที่คุณหมอเหนื่อยจะเตรียมน้ำอุ่นผสมกลิ่นส้มยูซุและกุหลาบฮอกไกโดให้คุณหมออาบและเราจะแช่น้ำอุ่นด้วยกัน ฉันจินตนาการไปถึงผิวขาวๆ เนียนๆ กำลังแช่น้ำภายใต้แสงเทียน หน้าฉันแดงจัดเลือดดำเดาแทบพุ่ง แต่เสียงที่ดังมาจากสวรรค์หรือนรกก็สุดจะรู้ดึงฉันลงมาจากฟ้าสู่หุบเหวลึกอันมืดมิด
“นี่เธอ คุณหมอน่ะเค้าก็สุภาพแบบนี้กับทุกคน เตือนไว้ก่อน อย่ามาเต๊าะซะให้ยาก อย่ามาทำให้หมอปวดหัวเลย”
“โทษนะคะ พี่เป็นพยาบาลใช่ไหมคะ”
“ขนาดนี้แล้วคงเป็นแอร์โฮสเตสแหละจ้ะ” สายตาอำมหิตแผ่รังสีออกมา
“นึกว่าเป็นเมียหมออ่ะค่ะ ขอบคุณที่เตือนนะคะ แต่ฉันเกิดมาเพื่อเป็นเนื้อคู่คุณหมออ่ะค่ะ” ฉันยกยิ้มพลางใช้มือทัดผมอย่างมั่นอกมั่นใจแถมมั่นหน้าหมั่นโหนก คิดว่าตัวเองเป็นใครภรรยาหมอก็ไม่ใช่ ทำมาเป็นเตือนให้เลิกยุ่งกะหมอ จะเก็บหมอไว้เต๊าะเองอ่ะดิ ฉันรู้ทันหรอก
“คุณหนูคะ ป้าให้นายเชิดมารับเดี๋ยวกลับกันเลยนะคะ” ป้าแก้วเดินมาช่วยประคองฉันลงจากเตียง
“น้าแก้ว” คุณพยาบาลเจ้ากรรมนายเวรของฉันเอง นางเดินมายกมือไหว้พร้อมเขย่ามือป้าแก้วด้วยความดีใจ
“นังจิ๋ว เป็นพยาบาลที่นี่เหรอ บังเอิญจัง น้าไม่ได้ไปเยี่ยมแม่แกเลย”
“ฉันย้ายมาอยู่ในตัวจังหวัดกับน้องมิ้นท์ เดี๋ยวออกเวรฉันจะไปหาน้านะ”
“ฉันมาช่วยงานคุณหนูพริมเปิดร้านขนมที่หน้าโรงพยาบาล” ป้าแก้วชี้ไปที่ร้านขนม C'est très bon (เซ แทร บง) ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าอร่อยมาก ใช่ค่ะการตั้งชื่อร้านก็ยังหลงตัวเอง แน่ล่ะทุกอย่างในร้านของฉันอร่อยทุกอย่าง
ขอบอก
“แม่เคยบอกฉันว่าน้าไปทำงานกับท่านนายกเทศมนตรี คุณหนูพริมที่น้าพูดถึงคือคนนี้เหรอ” นางโบ้ยหน้ามาทางฉัน ซึ่งกำลังยิ้มหวานบาดใจให้พยาบาลจิ๋ว ฉันยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ลืมฉากที่ฉะกันเมื่อครู่นี้ไปก่อน อยากจีบหมอต้องเข้าทางพยาบาล และที่สำคัญเธอคนนี้เป็นญาติสนิทป้าแก้วซะด้วย เรือล่มในหนองคุณหมอจะไปไหนเสีย
“สวัสดีค่ะ คุณพยาบาลจิ๋ว ไม่สินะคะ ถ้าเป็นญาติป้าแก้วที่พริมเคารพต้องเรียกว่า พี่จิ๋ว คนกันเองทั้งนั้น”ฉันป้องปากหัวเราะเบาๆ พยาบาลจิ๋วก็รับไหว้และดูเหมือนเล่นตามน้ำกับฉัน นางคงไม่อยากจะมีปัญหากับป้าแก้วญาติสนิทของนาง
“มาค่ะคุณหนูพริม พี่ช่วยประคองนะคะ” เหตุการณ์เมื่อครู่พลิกจากหลังมือเป็นหลังเท้า
“ขอบคุณนะคะพี่จิ๋วที่ดูแลพริม ป้าแก้วคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พริมจะเอาขนมมาฝากพี่จิ๋วนะคะ อ้อ ฝากคุณหมอซันด้วย พริมต้องรบกวนพี่จิ๋วแล้วล่ะค่ะ” เมื่อตะกี้พยาบาลจิ๋วยังตีหน้ายักษ์ใส่ฉันแถมยังใส่ชาร์ทคนไข้ผิดเตียงจนฉันเกือบโดนคุณหมอสุดหล่อล้วงทะลวงน้องสาว แต่ฉันจะให้อภัยเพราะฉันต้องขอความช่วยเหลือจากเธออยู่
“พี่ยินดีค่ะคุณหนูพริม”
“ไม่ต้องเรียกคุณหนูหรอกค่ะ เรียกพริมเฉยๆ คนกันเอง ป้าแก้วก็อีกคน บอกให้เรียกพริมเฉยๆ” ฉันทำทีบ่นและกอดแขนป้าแก้วอย่างออดอ้อน
“ก็ป้าไม่ชินนี่คะ เรียกคุณหนูตั้งแต่เด็ก อย่าห้ามป้าเลยค่ะ” ฉันรู้ป้าแก้วคงรู้สึกเจียมตัว เธอมักยกย่องอุ้มชูฉันเหมือนเป็นคุณหนูตัวน้อยๆของป้าแก้วเสมอ ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะโตจนแต่งงานออกเรือนได้แล้วก็ตาม
“พี่จิ๋วคะ พริมขอแลกไลน์หน่อยค่ะ พรุ่งนี้พริมจะเอาขนมไปฝาก”
“ได้ค่ะ คุณหนูพริม เอ้ย! น้องพริม” พยาบาลจิ๋วส่งคิวอาร์โค้ดให้ฉันแอดไลน์ ฉันแอบยิ้มในใจ เยส!!!! สำเร็จแล้ว ฉันสามารถถามความเคลื่อนไหวของหมอซันได้ตลอดเวลา
“ท่านนายกสวัสดีครับ” ญาติผู้ป่วยที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉินยกมือไหว้คุณพ่อของฉัน ชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่เดินมาประคองฉันต่อจากพยาบาลจิ๋ว
“พริม เป็นยังไงบ้างลูก แล้วนี่ทำไมแก้ว ไม่พาไปโรงพยาบาลเอกชน” คุณพ่อหันมาตำหนิป้าแก้ว ป้าแก้วยกมือไหว้ขอโทษสีหน้าซีดเผือด คุณพ่อคงเข้าใจระบบโรงพยาบาลรัฐจะมีคนไข้เยอะและได้รับการรักษาช้า ซึ่งพ่อคงกลัวว่าฉันจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
“พ่อคะ ป้าแก้วตกใจมากแล้วโรงพยาบาลรัฐอยู่ใกล้แค่ข้ามถนนแค่นี้เอง ตอนนี้น้องพริมดีขึ้นมากแล้วค่ะ” ฉันรีบปกป้องป้าแก้ว คุณพ่อถอนหายใจ
“ต่อไปรีบโทรหาฉันนะแก้ว” คุณพ่อพูดเสียงเข้ม
“ค่ะคุณท่าน” ป้าแก้วคงหนาวๆร้อนๆ เพราะเวลาที่คุณพ่อดุสีหน้าแววตาท่านจะดูจริงจัง ใครๆก็ไม่อยากเข้าใกล้แต่ยกเว้น ฉันไงล่ะ ตระกูลเราเป็นตระกูลเก่าแก่ในจังหวัดและเป็นนายกเทศมนตรีหลายชั่วอายุคน คนในจังหวัดจึงให้ความเคารพยำเกรงบารมีของพ่อฉันมาก
“คุณพ่อคะ น้องพริมอยากกอดคุณพ่อ” ถ้าฉันแทนตัวว่าน้องพริมเมื่อไหร่คุณพ่อแทบจะหาดาวหาเดือนให้หากฉันต้องการ ฉันซบเข้ากับไหล่ของพ่อเอาหน้าถูไปมา คุณพ่อลูบหัวฉันเบาๆ
“พรุ่งนี้ไม่ต้องเปิดร้านนะลูก พักผ่อนเยอะๆ”
“น้องพริมกินยาแล้วดีขึ้นมากเลยค่ะ พรุ่งนี้เปิดร้านสายๆแล้วกันเนอะป้าแก้ว” พรุ่งนี้ฉันต้องเอาขนมไปฝากคุณหมอ ห้ามป่วยห้ามตายห้ามหยุดพักรักหมอ สโลแกนฉันเอง
2. รับผิดชอบฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่น นี่แหละน้าเค้าบอกว่าจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว แค่รู้ว่าจะได้ไปเจอคุณหมอ หัวใจมันก็รู้สึกชุ่มชื่นอย่างบอกไม่ถูก ฉันอาบน้ำแต่งตัวแต่งตัว แต่งหน้าอย่างพิถีพิถันจะได้ไปเจอคุณหมอทั้งที ฉันต้องสวยจากภายนอกสู่ภายใน สวยทั้งกายและใจ จนคุณหมอซันสุดหล่อไม่กล้ามองใครที่ไหน ฉันเดินลงมาจากชั้นบนซึ่งทำเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่นซึ่งมีจอทีวีขนาดใหญ่และชุดมินิโฮมเทียเตอร์ไว้สำหรับดูหนังโดยเฉพาะ ห้องน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีอ่างจากุชชี่เพราะฉันชอบนอนแช่น้ำอุ่น จุดเทียนหอม ฟังเพลงชิลๆ หลังปิดร้าน“คุณหนูตื่นเช้าจังเป็นยังไงบ้างคะ” ป้าแก้วเปิดประตูเข้ามา ในมือถือปิ่นโตอาหารมาด้วย ป้าแก้วจะมาช่วยงานที่ร้านในตอนกลางวัน พอปิดร้านก็กลับไปบ้านใหญ่ ซึ่งคุณพ่อของฉันพักอยู่ที่นั่น ส่วนฉันขอพักอยู่ที่ร้านเพราะเวลาที่ฉันคิดสูตรขนมหรืออาหารใหม่ๆได้ ก็จะลงมาที่ห้องครัวขนาดใหญ่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารราคาแพง และมีทุกอย่างครบครัน แรกๆ พ่อก็เป็นห่วงที่ฉันอยู่ที่นี่คนเดียว แต่ที่นี่อยู่ศูนย์กลางความเจริญในจังหวัดโรงพยาบาลรัฐก็อยู่ตรงข้าม ที่สำคัญกล้องวงจรปิดหน้าร้านเชื่อมต่อกับที่บ้า
ขณะที่ฉันกำลังจะเดินออกจากตึกสูตินรีเวช หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวจัด ผมของเธอยาวตรงสวย สวมชุดเสื้อกาวน์แขนสั้นกระโปรงสีดำ เดินตรงเข้ามาในวอร์ด เราทั้งสองมองหน้ากันประมาณเกือบนาที ถ้าการที่เจอยัยเจนทำให้ฉันจิตตก การที่เจอกับผู้หญิงคนนี้ทำให้รู้สึกหน่วงๆ อย่างบอกไม่ถูกและรู้สึกแย่มากกว่า ฉันหายใจเข้าเต็มปอด“แพร” เสียงของฉันเบาและสั่นนิดๆ“เธอมาทำอะไรที่นี่” แพทย์หญิงแพรไหม เพื่อนสมัยมัธยมอีกคนของฉันทักทาย แววตาเย่อหยิ่งและมั่นใจ“ฉันมาก็มาหาหมอซันไง เมื่อคืนหมอช่วยฉันไว้ ฉันแวะเอาขนมมาฝากหมอ”“งั้นเหรอ ได้ยินว่าหมอซันมีสาวสวยเจ้าของร้านขนมมาหา นึกว่าใครเธอเองเหรอ” แพรไหมยกยิ้มและมองฉันด้วยสายตาที่ฉันอ่านความรู้สึกไม่ออก“ใช่ ฉันเอง แล้วยังไงล่ะ” ฉันไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ“ฉันจะบอกอะไรให้นะพริม หมอซันน่ะ เค้าสุภาพ ใจดีกับทุกคนแหละ ใครๆก็ชอบเค้า”“เธอตั้งใจจะพูดอะไร” ฉันถามตรงๆ ไม่อยากเล่นสงครามประสาทกับอดีตเพื่อนคนนี้“ฉันกับหมอซันเราใกล้ชิด เรียนด้วยกันมาตั้งหกปี นี่ก็คงเป็นโชคชะตาที่เราจับฉลากมาใช้ทุนที่โรงพยาบาลเดียวกัน เธอไม่มีทางมาแทรกความสัมพันธ์ของเราได้หรอก รู้ไว้ซะ” แพรไหมหัวเร
เวลาห้าทุ่มครึ่ง ขณะที่ฉันกำลังจะนอน ตริ๊ง!!! เสียงเตือนจากโปรแกรมแชทสีเขียว ทำให้หน้าจอโทรศัพท์ฉันสว่างวาบ จากที่กำลังจะนอน ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นะ..นี่..มันRungsiman’s Sun : พริมนอนรึยังครับฉันแทบจะตอบกลับทันทีPrimrose : ยังไม่นอนค่ะยังไม่นอนบ้าอะไร เกือบจะไปเฝ้าพระอินทร์ตั้งหลายหนRungsiman’s Sun : ผมเข้าเวรอยู่ห้องฉุกเฉิน อยากดื่มมอคค่าเหมือนวันนั้นอ่ะครับ ตอนนี้ง่วงมาก จะรบกวนพริมเกินไปไหม Primrose : รบกวนอะไรกันคะ รอสักยี่สิบนาทีนะคะ เดี๋ยวไปส่งถึงที่ในยี่สิบนาทีนั้น ฉันเสียเวลาสิบนาทีแต่งหน้าบางๆ เทรนด์เหมือนไม่ได้แต่ง สิบนาทีหลังฉันรีบชงมอคค่าเย็นหวานน้อยด้วยความเร็วสูง นึกได้ว่าหมออาจจะยังไม่ทานอะไรทั้งวัน จึงเอาบะหมี่เส้นโฮลวีทที่ฉันทำเองไปเวฟอยากให้หมอซันทานอะไรร้อนๆ พอจัดเตรียมเสบียงเสร็จสรรพ ฉันก็ข้ามถนน เดินลัดเลาะไปตามทางเพื่อไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พอไปถึงหน้าห้อง ฉันก็ไลน์หาคุณหมอทันทีPrimrose : เสบียงมาเสิร์ฟถึงที่แล้วค่ะ มารับได้เลยRungsiman’s Sun : โอเคครับหมอซันเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ใบหน้าขาวเนียนมีออร่า มีรอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มทอประกาย
วันนี้ฟ้าครึ้มฝนมีทีท่าว่าจะตก ฉันกำลังจะปิดร้าน พลางบอกน้องมิกน้องเดียร์กลับบ้านได้เลย น้องๆไม่มีรถยนต์ กลัวน้องจะตากฝนกลับบ้านจนไม่สบาย“ผมช่วยก่อนก็ได้ครับ พี่พริม” น้องมิกพูดอย่างเกรงใจ“กลับเลย เดียร์ต้องรีบไปดูแลคุณยาย ป้าแก้วเตรียมอาหารเย็นให้ อย่าลืมเอากลับไปด้วยนะ”ฉันชี้ไปที่กล่องข้าวที่ป้าแก้วจัดสรรเป็นสองที่ สำหรับน้องมิกน้องเดียร์ ส่วนป้าแก้วขึ้นไปปิดหน้าต่างที่ชั้นบน ด้านนอกลมพัดแรง พายุกำลังจะมา พอน้องๆ กลับไปแล้ว ฝนก็ตกหนักทันที ฉันกำลังจะเดินไปล๊อกประตูกระจก เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆในชุดนักเรียนนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ข้างๆ ประตูหน้าร้าน“หนู เข้ามาข้างในสิ” หนูน้อยเงยหน้าขึ้นมา เนื้อตัวเปียกปอน ฉันประคองตัวน้องและช่วยถือกระเป๋า พามานั่งในร้าน ป้าแก้วกำลังเดินลงมาจากชั้นบน“คุณหนู เด็กที่ไหนคะ”“พริมเห็นน้องตากฝนยืนอยู่หน้าร้านค่ะ รบกวนป้าเอาผ้าเช็ดตัว เสื้อยืดและกางเกงสามส่วนของพริมให้น้องด้วยนะคะ” ผู้หญิงไซส์มินิอย่างฉัน เสื้อผ้าก็มีแต่ตัวสั้นๆ เด็กประถมก็ใส่ได้ อาจจะหลวมหน่อย ฉันไม่ใช่สาวร่างน้อยผอมเพรียวปลิวลมตามสมัยนิยม ค่อนข้างมีเนื้อหนังแต่ไม่ถึงกับอ้วนเผละจนน่าเกลียด
6. จีบวันละนิด..“พี่พริม ใครอ่ะ? มากับพี่ดิน หล่อมากเลย” น้องเดียร์พูดเสียงเบาๆ แทบจะกระซิบ คงกลัวว่าถ้าพี่มิกได้ยินคงจะงอนนางอีก สไมล์ในสายตาคนทั่วไปคือผู้ชาย นางเปลี่ยนชื่อจากสมหมายเป็นนฤบดินทร์ ชื่อเล่น ดิน คือชื่อในวงการผู้ชายของนาง ส่วนชื่อสไมล์เราเรียกกันเฉพาะเวลาที่เราอยู่สองคนเท่านั้น ฉันเพิ่งจะอบขนมเสร็จ สวมผ้ากันเปื้อนสีขาว ข้างในสวมชุดเดรสลายดอกไม้หวานแหวว สไมล์นั่งที่โต๊ะประจำที่ฉันชอบเม้ามอยกับนาง มีชายหนุ่มสวมเสื้อเชิร์ตสีฟ้ากางเกงสแลคสีดำดูสุภาพนั่งตรงข้ามกับนาง“ไม่รู้สิ เพื่อนมั้งจ้ะ” ฉันเดา และเดินไปหาเพื่อนรัก“อาจารย์คิน นี่พริมเพื่อนผมครับ เป็นเจ้าของร้าน C'est très bon”“อาจารย์ดินมีเพื่อนน่ารักขนาดนี้เลยเหรอครับไม่เห็นบอกเลย เชิญนั่งด้วยกันก่อนไหมครับ” อาจารย์คินยืนขึ้นเต็มความสูง เลื่อนเก้าอี้ให้ฉันนั่ง ฉันมองหน้าเขาอย่างพิจารณา เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีทีเดียว คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดูมีเสน่ห์ ชีวิตฉันช่วงนี้เจอแต่ชายหนุ่มหน้าดี ต้องเป็นผลบุญที่ฉันทำมาตลอดชีวิตแน่ๆ ทำไมดูเจริญหูเจริญตาดีจัง ไม่สิยายพริม จะมาใจอ่อนกับหนุ่มหล่อๆ ได้ไง เป้าหมายข
7. นกไม่กลัว..กลัวไม่นกฉันให้น้องมิกกับน้องเดียร์กลับบ้านตอนสี่โมงครึ่ง ส่วนป้าแก้วต้องไปเตรียมอาหารเย็นที่บ้านใหญ่ ราวๆสี่โมงเย็นพี่เชิดคนขับรถของที่บ้านจะมารับเป็นประจำ ฉันเปิดร้านต่ออีกชั่วโมงกว่าๆ ก็ปิดร้าน ช่วงนี้จะไม่ค่อยมีลูกค้า ฉันสามารถทำเครื่องดื่มคนเดียวได้ ส่วนขนมจะทำแค่ช่วงเช้า ขายหมดก็หมดเลยไม่ได้ทำเพิ่ม เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นดังขึ้นเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิร์ตสีขาวและกางเกงสแลคสุภาพของอาจารย์คินเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม“สวัสดีตอนเย็นครับ” เขาทรุดนั่งลงตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ“ค่ะ รับอะไรดีคะ วันนี้มีชีสเค้กนมฮอกไกโดทานกับบลูเบอร์รี่พาย ลองดูไหมคะ ขายดีมากเหลือชิ้นเดียว” วิญญาณแม่ค้าเข้าสิง ฉันพรีเซนท์ขนม ทั้งร้านตอนนี้เหลือแค่ชิ้นเดียวและฉันกำลังจะปิดร้านแล้ว นึกเสียดายจะต้องทิ้ง ภาวนาให้ขายออก “จริงๆ ผมไม่ชอบทานอะไรหวานๆน่ะครับ เพราะผมเป็นคนหวานอยู่แล้ว” อาจารย์คินไม่พูดเปล่าส่งสายตาหวานซึ้ง แถมยักคิ้วข้างนึงให้ฉัน“เป็นผู้ชายหวานๆ เนี่ยพริมนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งสมัยไปเที่ยวที่นาของพ่อเลยค่ะ”“เค้าเป็นใครเหรอครับ”“ผู
8. ความพยายามอยู่ที่ไหน...พญานกอยู่ที่นั่นฉันตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ทำขนม เพื่อเอาไปฝากหมอซันทำคะแนนซะหน่อย กลัวหายไปนานหมอจะลืมหน้า เผื่อมีคนไข้สาวๆ สวยๆ มาจีบ ฉันจะได้แสดงตัวว่าเป็นว่าที่คนสำคัญของหมอซัน เรื่องยายแพรกับหมอซัน ฉันไม่เก็บมาใส่ใจ ก็แล้วยังไงถ้ามันจะใช่เค้าก็คงคบกันไปแล้ว ไม่ปล่อยเวลาล่วงเลยมาตั้งหกปี เพราะฉะนั้นฉันไม่ถอดใจหรอก ฉันไลน์ไปหาพี่จิ๋วPrimrose : พี่จิ๋วว่างไหมคะJew Aunchalee : ว่างค่ะน้องพริม เดี๋ยวพี่โทรหา พอดีพี่พิมพ์ช้าJew Aunchalee is Calling…. “สวัสดีค่ะพี่จิ๋ว ตอนนี้หมอซันอยู่ไหนคะ พริมว่าจะเอาขนมไปฝาก”[หมอซันเพิ่งมาถึงค่ะ อยู่ในห้องพักแพทย์] “ขอบคุณพี่จิ๋วมากๆ นะคะ”[ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ จริงๆ พี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย น้องพริมซะอีกช่วยดูแลน้องมิ้นท์ พี่ล่ะเกรงใจจริงๆ เมื่อวานน้องมิ้นท์คุยใหญ่เลย ว่าพี่คนสวยพาทำโดนัทแถมเอามาฝากยายด้วย] “พี่จิ๋วเป็นญาติป้าแก้วก็เหมือนเป็นญาติพริม พริมยินดีค่ะ” ฉันวางสายพลางถือขนมและเครื่องดื่ม มุ่งตรงไปที่โรงพยาบาล ฉันยิ้มให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไข้ ญาติคนไข้ แม้กระทั่งพี่ยามที่ป้อมหน้าโรงพยาบาล ด้วยหัวใจที่เบิกบาน หมอซันจ
9. เข็นนกขึ้นภูเขาหมอซันนั่งลงบนเตียงข้างๆ ฉัน ฉันใช้กระดาษทิชชูซับหน้า ตอนนี้ฉันหยุดร้องไห้แล้ว เขานั่งเงียบๆ สักครู่ ก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยขึ้น“หมออ้ายบอกว่าพริมร้องไห้ เพราะหมอรึเปล่า”“เปล่านะคะ พริมแค่…ฮึก…ดีใจกับหมอ” บ้าเอ้ย ! น้ำตาไหลอีกจนได้“ดีใจกับหมอ..เรื่อง?” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆ ด้วยความสงสัยดวงตาสีเดียวกันมองฉันอย่างตั้งใจคำถาม“ก็หมอกับแพรจะคบกัน”“ว่าไงนะ?” หมอซันหลุดขำ ฉันมองหน้าหมอซันอย่างไม่เข้าใจ นี่คนกำลังเสียใจจะมาหัวเราะทำไม หัวเราะเยาะฉัน ก็ไม่น่าใช่ หมอซันไม่ใช่คนแบบนั้น“ทำไมพริมคิดแบบนั้นล่ะครับ ไหนลองบอกหมอซิ” หมอซันค่อยๆ ใช้นิ้วชี้ เกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าฉัน ดวงตาสีเข้มมองหน้าฉันแทบไม่กระพริบตา หัวใจฉันเต้นรัวจนแทบทะลุออกมาข้างนอก ไม่สิ หมอซันกำลังจะคบกับหมอแพร ท่องไว้พริมอย่าหวั่นไหวท่องไว้..ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ“ก็พริมได้ยินว่าหมอบอกให้แพรรอ อีกไม่นานหมอจะรู้ใจตัวเอง” ฉันแทบจะท่องบทสนทนาที่ทั้งสองคุยกันได้ หมอซันยิ้ม รอยยิ้มชัดแบบโฟร์เค ห่างใบหน้าฉันประมาณสิบเซนติเมตร“ได้ยินด้วยเหรอ?” หมอซันพูดเหมือนมันไม่มีอะไร ทั้งที่คนฟังอย่างฉันเจ็บปวดแทบขาดใจ“ได้ยินช
31. น้องพั้นซ์ สาวน้อยมหัศจรรย์ฉันตื่นมาด้วยอาการปวดหน่วงท้องน้อย ท้องแข็งเกร็งเหมือนลูกในท้องกำลังโก่งตัว ช่วงนี้ตอนกลางคืนแทบไม่ได้นอนเพราะปวดฉี่บ่อยมากแทบจะทุกสองชั่วโมง เมื่อคืนเลยเผลอนอนยาวและกลั้นปัสสาวะพอลุกไปเข้าห้องน้ำก็เหมือนฉี่ไม่สุดแสบไปหมด พอใช้ทิชชู่ซับเลือดสีแดงจาง ๆ ติดมากับกระดาษชำระ ฉันตกใจจนมือสั่นคนท้องไม่สมควรมีเลือดออกไม่ว่ากรณีใดๆ ตอนนี้อายุครรภ์เพิ่งจะเจ็ดเดือนครึ่งหรือแค่ยี่สิบเก้าสัปดาห์ ฉันใช้มือลูบท้องลูกยังดิ้นปกติ ฉันโทรหาซันทันทีแต่เขาไม่รับน่าจะกำลังราวน์วอร์ดอยู่ ฉันจึงโทรหาแพรเป็นสายที่สอง แพรรับสายทันที[ ว่าไงพริม ] “แพร ฉันไปฉี่ในห้องน้ำแล้วมีเลือดออก” เสียงของฉันสั่นมาก กลัว..กลัวลูกจะเป็นอะไรไป อีกตั้งสิบเอ็ดสัปดาห์หรือเกือบสามเดือนถึงจะครบกำหนดคลอด ถ้าคลอดตอนนี้น้ำหนักจากผลอัลตร้าซาวน์ครั้งก่อนของลูกในท้องแค่พันกรัมนิดๆ ฉันแทบไม่อยากคิดถึงสภาพเด็กที่คลอดกำหนด มีภาวะเสี่ยงมากมายรออยู่ หัวใจพิการแต่กำเนิด อาจจะถึงขั้นตาบอด หูหนวก เพราะอวัยวะภายในยังไม่สมบูรณ์ ตัวฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นและโชคดีที่รอดมาได้ ขออย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย..[ แกอย่าเพิ่งลุกน
30. เก่งมาจากไหน..ก็แพ้ (ท้อง) หัวใจอย่างเธอSun talksผมมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียนมาสองวันแล้ว ช่วงเช้าที่กำลังจะราวน์วอร์ด พยาบาลเจนถือชาร์ตคนไข้เดินตามมา อยู่ ๆ ผมก็เกิดอาการคลื่นไส้“พยาบาลเจนหมอขอตัวสักครู่” ผมวิ่งไปห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด อ้วกทุกอย่างที่กินมาตอนเช้าจนหมด พอเดินออกมาจากห้องน้ำห้องพักแพทย์ แพรเดินมาถามอย่างเป็นห่วง“ซัน ไหวไหมหน้าซีดๆนะ”“พออ้วกก็โอเคแล้วล่ะ” ผมฝืนยิ้มอาการมึนหัวยังมีอยู่ จำเป็นต้องไปปฏิบัติหน้าที่ราวน์วอร์ดในตอนเช้าจนเสร็จสิ้น ตอนพักเที่ยงผมกับแพรปรึกษาหารือเรื่องอาการคนไข้ หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่องสัพเพเหระ“ซัน ไปตรวจร่างกายบ้างนะ แพรว่าอาการของซันอาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของโรคบางอย่างก็ได้นะ”“ซันก็ว่างั้นล่ะ แต่แปลกนะเวลาที่อยู่บ้านกับพริม ไม่มีอาการอะไรเลยนะ ส่วนใหญ่จะมาเป็นที่โรงพยาบาล” ตอนอยู่ที่บ้านไม่มีอาการเวียนหัว อาเจียนเลย พอมาทำงานเท่านั้นแหละอาการทุกอย่างมาเต็ม“ก็แปลกเนอะ ลองตรวจเลือด ตรวจร่างกายแบบละเอียด นี่เป็นห่วงกลัวไม่ได้เลี้ยงหลาน” พูดถึงลูกช่วงนี้อยู่ในขั้นตอนการผลิต ผมกับพริมแต่งงานกันได้ห้าเดือนแล้ว เดือนแรกที่ผมคิดว่
29. คำยินดี....Prae talksหกปีที่แล้ว...ฉันไม่ชอบการที่จะต้องอยู่กับคนเยอะๆ ต้องห้อยป้ายแขวนคอชื่อตัวเองตัวเท่าบ้าน โดนรุ่นพี่แกล้งให้ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำและไม่เคยทำ มันช่างน่าเบื่อจริงๆ สิ่งเดียวที่ฉันชอบคือการอยู่กับพริม คุยเรื่องไร้สาระ กินอาหารที่พริมทำ ดูหนังตลกๆแล้วหัวเราะกันเสียงดัง ที่พูดมาทั้งหมดคงไม่มีโอกาสได้ทำแล้ว พริมไปเรียนที่ฝรั่งเศสและไม่รู้จะกลับมาไทยเมื่อไหร่ ที่สำคัญเรายังจากกันด้วยไม่ดีเท่าไหร่“น้องแพร เอาแป้งทาน้องซัน ทาลิปสติกให้ด้วยดูน้องซันยังไม่ค่อยสวยเท่าไหร่” พี่ก้อยรุ่นพี่ปีสามบอก..ฉันเดินไปหาผู้ชายที่ชื่อซัน ใบหน้าขาวเนียนแบบผู้หญิงยังอาย โครงหน้าได้รูป คิ้วเข้ม ดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสัน เด็กปีหนึ่งคือเด็กมอหกหัวเกรียนที่เพิ่งจะเป็นหนุ่มน้อยแต่กับซันเขาเป็นหนุ่มที่สมบูรณ์แบบทั้งความสามารถแค่เข้าคณะแพทย์ได้ก็ถือว่าเป็นหัวกะทิแล้วแถมยังหน้าตาดีอีกด้วย“ทาเต็มที่เลยนะแพร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่งั้นรุ่นพี่ไม่ให้ผ่านแน่” ซันยังเป็นคนสุภาพให้เกียรติผู้หญิงอีกด้วย ฉันค่อยๆทาลิปสติกสีแดงให้ซัน ดวงตาสีเข้มจ้องฉันตาไม่กระพริบเป็นฉันเองที่อายจนต้องหลบสายตา..จากนั้นเราไ
28. แต่งกับงาน...“พริม ถ้าสักวันหนึ่งซันทำอะไรที่ผิดต่อพริม พริมรู้ไว้นะคนที่ซันรักที่สุดก็คือพริมคนเดียว” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของหมอซัน..จากนั้นเขาก็หายไปติดต่อไม่ได้สองวันเต็มๆ ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขาจะขาดการติดต่อแต่ฉันก็รู้ว่าเขาอยู่ที่โรงพยาบาล แวะเอาข้าวเอาขนมไปให้เขาก็อยู่ตามวอร์ดต่างๆ ห้องพักแพทย์หรือห้องฉุกเฉิน แต่ครั้งนี้เขาหายไปแบบไร้ร่องรอย..แพรยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งส่งให้ฉัน ข่าวการล้มละลายของผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดัง นายแพทย์รังสรรค์ ตันติเวชไพศาล นามสกุลนี้มัน..เหมือนนามสกุลหมอซัน“ทำใจดีๆนะพริม บ้านซันเกิดปัญหาแล้วเค้าต้อง..เอ่อ..แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของบริษัทเพื่อกอบกู้กิจการ ฉันรู้ว่ามันน้ำเน่าแต่เค้าก็ต้องทำ” แพรหยิบเอาซองสีชมพูในกระเป๋าส่งให้ฉัน หน้าซองปรากฏชื่อฉันชัดเจน ขอเชิญเป็นเกียรติในงานมงคลสมรส นายแพทย์รังสิมันต์ ตันติเวชไพศาล และ นางสาวมิรันตี โอภาสถาวรสกุล ตอนนั้นสมองของฉันมันชาไปหมด น้ำตาไหลจนตาพร่าแทบมองไม่เห็นข้อความอื่นๆบนการ์ดสีชมพูหวานใบนั้น..คำนิยามของคำว่า “อกหัก” มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ฉันเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำขาดอากาศหายใจ ไม่มีแรงจะทำอะไรอยากจะ
27. ความจริงในใจ..“อีพริม นี่ตกลงหล่อนไปหาพ่อแม่สามีหรือไปฮันนีมูนวะ” สไมล์ถามขึ้น แพรเพิ่งจะไปรับฉันกับหมอซันที่สนามบินในตอนเช้า หมอซันไปราวน์วอร์ดที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง ส่วนฉันวันนี้ให้น้องๆปิดร้านเพราะฉันก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกัน“ทำไมว่างั้นอ่าแก” ตอนนี้ฉันรู้สึกง่วงสุดๆ เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาขึ้นเครื่องตั้งแต่ตีสี่“ก็ชุดสปริงซัมเมอร์คอลเลคชั่นแกอ่ะดิ” นางเบ้ปาก มองเสื้อแขนกุดที่พันทับด้วยผ้าพันคอจนหนาปิดต้นคอใช่แล้ว! ฉันปกปิดร่องรอยที่คอเองแหละ“แล้วไงวะ ก็จะแซวทำไมนักหนาเนี่ย” แซวบ่อยก็เขินเหมือนกันนะยะ“แกคนเดียวไม่พอ แต่หมอซันมาในเสื้อคอเต่าด้วยอ่ะดิ ร้ายเหมือนกันนะหล่อน” คืนที่ฉันเมาจนจำอะไรไม่ค่อยได้ ตื่นขึ้นมาเจอรอยคิสมาสท์ที่คอก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะอีตาหมอหื่นก็ทำรอยไว้ประจำอยู่แล้ว แต่คอของหมอซันก็มีเหมือนกันเนี่ยสิ! ตอนฉันเมานี่ก็น่ากลัวเหมือนกัน..คงกลายร่างเป็นแม่เสือสาวแน่ๆ“เออ คนเราก็ต้องเปลี่ยนไปบ้างตามสัญชาตญาณ”“สงสารหมอซัน วันนี้อากาศร้อนที่สุดในรอบสิบปี ต้องใส่เสื้อคอเต่าจนดึก ฮือ..วงวารว่ะ” สไมล์เบะปากทำทีเหมือนนางงามได้ตำแหน่งแล้วเหมือนจะยิ้มและร้อ
26. Huahin in love (2)Sun talks“คุณช่อเอื้องครับ จริงๆแฟนผมบอกว่าเธอไม่อยากให้ผมมาที่นี่ แต่ผมบอกเธอว่าผมต้องมาเพราะผมเป็นหมอ คนไข้รอการรักษาจากผมอยู่” ผมโมโหมากที่ถูกผู้หญิงสองคนนี้หลอกและยังทะเลาะกับแฟนเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอก“คุณหมอคิดถูกแล้วค่ะที่มาเราก็ได้สนุกกันวินวินทั้งสองฝ่ายนะคะ แฟนคุณหมอจืดชืดขนาดนั้น” ผมโกรธที่เธอว่าพริมแบบนั้นใครว่าพริมจืดชืด เวลาเธอเมานี่ฮอตจะตาย..“ตอนนี้ผมเสียใจมากที่ต้องทะเลาะกับเธอเพราะผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายอย่างพวกคุณสองคน” ผมลุกขึ้นนึกเสียดายเวลาที่มาที่นี่แทนที่จะอยู่กับพริม...“คุณหมอจะต้องเสียใจที่พูดกับเอื้องแบบนี้”“ครับ ผมเสียใจมาก” ช่อเอื้องยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่ผมพูดว่าเสียใจ“เสียใจที่เอาเวลาที่มีค่ามาอยู่ที่นี่” ช่อเอื้องร้องกรี๊ดเสียงดังผมไม่สนใจ คนที่ผมสนใจคงกำลังโกรธผมอยู่ ผมเดินออกมาเจอก้านหลิวเพื่อนของช่อเอื้องที่หน้าห้อง“คุณหมอเสร็จเร็วจัง ถ้าพอจะมีเวลาหลิวขอดูแลต่อได้ไหมคะ” ก้านหลิวยิ้มหวานใช้มือแตะแขนผมเบาๆ ผมเบี่ยงตัวหลบ“ไปดูแลเพื่อนคุณเถอะครับ อย่ามายุ่งกับผมเลย ในสายตาของผมไม่เคยมองใครนอกจากแฟนของผม” ผมพูดเสร็จก็รีบเดิ
25. Huahin in love (1)วันสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับ หมอซันพาฉันไปหัวหินเราค้างที่นั่นหนึ่งคืน ก่อนที่พรุ่งนี้เช้าจะขึ้นเครื่องกลับ วันนี้เขาใช้รถเฟอร์รารี่สีขาว ซึ่งเป็นรถหรูในหลายๆคันที่จอดในโรงรถที่บ้านของเขา หมอซันสวมแว่นกันแดดแบรนด์ดัง ผิวขาวเนียนตัดกับแว่นสีดำดูเท่ห์มากเหมือนอปป้าดาราเกาหลี ยิ่งรอยยิ้มนี่แทบใจละลาย...ฉันคงทำบุญมาดีตั้งแต่ชาติปางก่อนถึงได้มีเป็นแฟนหมอหล่อล่ำน่าปล้ำขนาดนี้..เราใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆก็เดินทางมาถึงหัวหิน เมื่อคืนฉันเห็นเขาจองทุกอย่างไว้ ทั้งที่พัก ร้านอาหาร เขาเลี้ยวรถเข้าที่พักสุดหรูริมทะเล ชื่อซีซัน บลูลากูน บริเวณรอบๆโรงแรมเป็นสระว่ายน้ำ หมอซันลากกระเป๋าของฉันเข้ามาในล๊อบบี้ ส่วนของเขามีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียว ขณะที่เรากำลังเชคอินเข้าที่พัก หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาคุยกันเสียงดัง อยู่ๆเจ้าหล่อนก็เดินเข้ามาหาหมอซัน“นี่บัตรของคุณใช่ไหมคะ? โห! เป็นหมอด้วยเก่งจังเลยค่ะ” หนึ่งในนั้นยื่นบัตรประจำตัวแพทย์ให้เขาซึ่งคงทำตกตอนเขาล้วงเอากระเป๋าสตางค์ออกมา เจ้าหล่อนส่งสายตาชื่นชมอย่างเปิดเผย..เสื้อซีทรูด้านในสวมเสื้อชั้นในสีดำมองเห็นหน้าอกคัพซีรำไร แถมยังยื่นอ
24. Hello Bangkok (3)“พ่อแม่ซันชอบทานอะไรเหรอ? พริมว่าจะทำอาหารเย็นให้พวกท่านทาน” หลังจากที่นั่งเกร็งเพราะเครียดที่จะต้องเจอครอบครัวของหมอซัน ฉันก็นึกอะไรดีๆออก ฝีมือการทำอาหารคงเป็นข้อดีที่สุดของฉัน ต้องมัดใจพ่อแม่ว่าที่สามีด้วยอาหารอร่อยๆ หมอซันนิ่งคิดสักพัก“อาหารที่พ่อแม่ซันชอบเหรอ? อืม..แม่ซันชอบทานอาหารอิตาเลี่ยนเป็นพิเศษ เรามีร้านประจำของครอบครัวเราด้วยนะ”“ร้านที่ไหนเหรอ? พริมอยากไปลองชิมจะได้รู้รสชาติเอาไปทำให้ท่านทาน”“มิลาน” หืมมมมม อิตาลี.. นั่นมันอาหารอิตาเลี่ยนแบบต้นตำหรับเลยนะนั่น..แต่ไม่เป็นไรฉันจะทำอาหารอิตาเลี่ยนในรูปแบบของฉันเอง“เราไปซื้อของสดทำอาหารก่อนเนอะ ค่อยเข้าบ้านซัน”“พริมไม่ต้องยุ่งยากก็ได้นะ พ่อแม่ซันท่านไม่ค่อยทานอาหารเย็น ซันเห็นอาหารเหลือเต็มโต๊ะประจำเลย”“ไม่เป็นไรซัน ให้พริมทำเถอะ พริมอยากให้ท่านเห็นว่าอย่างน้อยพริมก็ยังมีดีบ้าง บอกตรงๆนะพริมเครียดมากกลัวพ่อแม่ซันจะไม่ชอบพริม” ฉันถอนหายใจแรงๆ ซันหันมาลูบศรีษะฉันเบาๆ“พ่อแม่ซันก็ต้องชอบพริมเหมือนซันนี่แหละ พริมอย่าคิดมากนะ ถ้าพริมอยากจะทำอาหารเดี๋ยวเราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตกัน” รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นมองฉัน
22. Hello Bangkok (1)วันหนึ่งในขณะที่ฉันกับหมอซันกำลังทานอาหารเย็นในร้านของฉัน“สามวันนี้ซันจะอัดเวรนะ คงไม่ได้เจอกัน”“ค่ะ” ฉันตอบรับอย่างเคยชินบางทีสี่วันติดกันที่ฉันกับหมอซันไม่ได้เจอกัน เป็นเรื่องธรรมดามากๆ หลังๆฉันพอจะเข้าใจระบบการทำงานของเขาแล้ว ซึ่งมันไม่ได้มีเวลาตายตัว บางทีบอกว่าจะเลิกสี่โมงเย็นแต่กลับมาอีกทีห้าทุ่มก็มี“ซันจะลาสามวัน พาพริมไปกรุงเทพฯ” ฉันลืมนึกไปว่าหมอซันเป็นคนกรุงเทพฯ คงจะไปกลับไปเยี่ยมบ้าน“ไปหาพ่อแม่ซันใช่ไหม?” ฉันถามอย่างตื่นเต้น หมอซันเจอพ่อของฉันแล้วคราวนี้ก็ถึงเวลาที่ฉันต้องไปพบว่าที่พ่อแม่สามีสินะ“ก็ว่าอย่างนั้นแหละ อยากพาพริมไปเที่ยวด้วย ไว้เราไปเที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯละกันนะ”“พริมต้องพาพ่อไปด้วยไหม? ตื่นเต้นจัง”“ทำไมต้องพาพ่อพริมไปด้วยอ่ะ” หมอซันเลิกคิ้วเข้มๆอย่างสงสัย“อ้าว! ก็ซันจะพาพริมไปเจอพ่อแม่เพื่อหาฤกษ์แต่งงานไม่ใช่เหรอ?” ฉันยิ้มกว้างจินตนาการไปถึงวันแต่งงาน ฉันสวมชุดเจ้าสาวสีขาวจับมือหมอซันที่สวมทักซิโด้สีเดียวกัน ยืนต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ แต่ฝันก็แทบสลายเมื่อหมอซันพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตกใจ“ห๊ะ!!! แต่งงานเลยเหรอ? เราเพิ่งจะคบกันเอง