"ยัยพิ้ง?" ฉันหรี่ตามองตรงไปที่น้องสาวที่กำลังนั่งมาสก์หน้าด้วยโคลนสีเขียว ๆ และหันมาโบกมือทักทายฉันด้วยหน้าระรื่น
"มาได้ไงเนี่ย..แล้วเรามีกุญแจห้องพี่ได้ไง?" ฉันแอบตกใจอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่พิ้งเคยมาที่ห้องฉัน แต่ไม่คิดว่าพิ้งจะมีกุญแจเปิดเข้ามารอก่อนแบบนี้
"พอดีพิ้งเข้าไปขอยืมของในห้องพี่พิมพ์น่ะ ก็เลยบังเอิญเจอกุญแจสำรอง..บวกกับคิดถึงพี่พิมพ์มาก ๆ เลยนั่งรถแท็กซี่มาหา" พิ้งกี้เดินเข้ามาสวมกอดฉัน ซึ่งฉันก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรไปเพราะห้องนอนที่บ้าน ยัยพิ้งก็มักจะเข้ามายืมเสื้อผ้าของใช้อยู่บ่อย ๆ อยู่แล้ว
เพราะความจริงเราสองคนก็ไม่ได้อายุต่างกันมาก ฉันยี่สิบเอ็ดปี ส่วนยัยพิ้งก็สิบเก้าปี
"แล้วได้คุณพ่อกับแม่รึยังว่าจะมาหาพี่" ฉันเดินไปวางกระเป๋าลงก่อนจะถอดเสื้อช็อปออกแขวนเอาไว้
"พี่พิมพ์! พิ้งอายุสิบเก้าปีจะยี่สิบแล้วนะ..จะไปไหนทำอะไรไม่จำเป็นต้องรายงานพ่อกับแม่แล้วไหมอะ?" พิ้งถอนหายใจออกมาก่อนจะเถียงกลับทันที
"พิ้งโตมากแล้ว พี่พิมพ์เองก็เหมือนกัน..เลิกทำเหมือนพิ้งเป็นเด็ก ๆ สักทีน่า" เธอพูดก่อนจะเดินสะบัดตูดเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างที่มาส์กหน้าอยู่ออก
โทรศัพท์ของพิ้งพราว ยังคงสั่นไม่หยุด ซึ่งพอฉันเหลือบไปมองชื่อคนที่โทรเข้ามาก็คือคุณพ่อ ซึ่งเหมือนว่าท่านจะโทรมาหลายสิบสายแล้วด้วย
ฉันตั้งใจจะรับสายท่านแทน เพื่อที่จะบอกให้ท่านสบายว่าพิ้งอยู่กับฉัน แต่มือยังไม่ทันจะเอื้อมไปถึงโทรศัพท์ เจ้าตัวก็เดินตรงเข้ามาแย่งโทรศัพท์ไปและปิดเครื่องไปในทันที
"อย่ายุ่งกับโทรศัพท์ของพิ้ง!" น้องสาวหันมาว่าฉันเสียงดังลั่น
"โอเค ๆ พี่ก็แค่อยากรับสายแทน เพราะเห็นเป็นเบอร์คุณพ่อน่ะ..พี่ว่าพวกท่านจะกังวลเอาได้นะถ้าพิ้งกลับดึก" ฉันพยายามอธิบายเหตุและผล และใจเย็นกับน้องสาวให้มากที่สุด
"แล้วใครว่าพิ้งจะกลับ?"
"หอพี่พิมพ์ไกลจากบ้านจะตายไป นั่งรถไป ๆ มา ๆ ก็เกือบสองชั่วโมงแล้ว..คืนนี้พิ้งจะนอนที่นี่" พิ้งพราวยืนบ่น ๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาและน้ำตาซึม ๆ
"เรื่องนอนที่นี่น่ะ พี่ไม่ว่าหรอก..แต่ยังไงก็ต้องโทรไปบอกที่บ้านเขาก่อน" ฉันเดินไปหยิบโทรศัพท์ตัวเองมาเตรียมจะส่งข้อความไปบอกกับแม่ไว้ก่อนว่านอนอยู่ที่นี่
"ถ้าพี่พิมพ์ไม่รู้ว่าพิ้งเจออะไรมา ก็อย่าพูดดีกว่า" พิ้งพราวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะปาดน้ำตาแบบลวก ๆ
"นี่เรา..ทะเลาะกับคุณพ่อมาใช่ไหม?" ฉันถอนหายใจเบา ๆ และมองที่น้องสาวอย่างพอเดาออกเลย เพราะทุกครั้งที่พิ้งมีปัญหาเธอมักจะมาหาฉันทุกครั้ง
"พ่อบ่นพิ้งเรื่องที่พิ้งยังไม่มีที่เรียนน่ะสิ" พิ้งพราวระบายออกมาทั้งน้ำตา
"แต่พิ้งก็พยายามแบบสุด ๆ แล้ว!" พิ้งพราวเดินกระแทกเท้าไปทั่วห้องของฉัน
"ปีที่แล้วพอพิ้งติดมหาลัยไกล ๆ จังหวัดอื่น พ่อก็บอกไกลไปไม่อยากให้ไปเรียนไกลบ้าน" คนตัวเล็กเดินไปหยิบครีมทาผิวมาทาอย่างบำรุงทุก ๆ สัดส่วนของร่างกาย พร้อมกับยืนแต่งหน้าไปเล่าไป
"พอมาปีนี้พิ้งก็ไปเรียนพิเศษตามที่พ่อต้องการแล้ว... อ่านหนังสือจนสมองจะระเบิดอะ... แต่มันก็สอบไม่ติด ไม่ติด ๆ ๆ พี่พิมพ์ได้ยินไหม? " พิ้งพราวทึ้งผมตัวเองและดึงแรง ๆ เหมือนเก็บกด
"พิ้งไม่เอาน่า ..ใจเย็น ๆ ก่อนสิ"
"พิ้งเกลียดที่พ่อชอบเอาพิ้งไปเปรียบเทียบกับพี่พิมพ์อยู่ได้"
"พิ้ง~" ฉันเองก็รู้สึกไม่สบายใจที่ได้ยินน้องสาวพูดมาแบบนั้น
"ใข่ พิ้งมันโง่ พิ้งมันทำแบบพี่พิมพ์ไม่ได้..พิ้งสอบเข้ามหาลัยดัง ๆ ไม่ได้!!"
"พิ้งสอบชิงทุนมหาลัยแบบอเธน่าหรือที่ไหนก็ไม่ได้" พิ้งพราวเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ที่ส่องผ่านเห็นตึกสูงสไตล์ยุโรปและอาณาจักรความเป็นอเธน่า เธอจ้องมองอยู่แบบนั้นพักใหญ่
"บางทีพิ้งก็เบื่อเหมือนกันนะ ที่จะต้องมาทำอะไรตามรอยพี่พิมพ์ทุกเรื่อง" พิ้งหันกลับมาและพยายามปรับอารมณ์ให้ปกติ และเริ่มแต่งหน้าแต่งตัวต่อ
"…" ฉันทำได้แค่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เพราะถึงพูดอะไรไปตอนนี้น้องก็คงไม่รับฟังอยู่ดี
"แต่ช่างเถอะ มันไม่ใช่ความผิดของพี่พิมพ์หรอก พิ้งเข้าใจ" พิ้งยิ้มออกมาและสะบัดหัวซ้ำ ๆ เหมือนไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่ออีก เธอเดินไปค้นหาเสื้อผ้า และหยิบข้าวของฉันออกมาใช้โดยไม่ได่เอ่ยขอ ซึ่งมันก็เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะมีอะไรเราก็มักจะแบ่ง ๆ กันใช้เสมอ
…..
…….
"ว่าแต่..เราจะแต่งตัวไปไหนเหรอ?" ฉันขมวดคิ้วมองไปที่พิ้งที่กำลังยืนเลือกเสื้อผ้าของฉันจากในตู้
"ก็หาไปข้าวกินไง พิ้งจะหิวจะแย่แล้ว" พิ้งหันมาตอบพร้อมกับลูบหน้าท้องของตัวเองเบา ๆ
"พิ้งขอยืมเดรสตัวใหม่น่ะ" พิ้งมองไปยังเดรสตัวใหม่ที่ยังมีป้ายติดอยู่ ซึ่งมันเป็นเสื้อที่ไอ้อาร์เดลซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีก่อน ๆ แต่ฉันแทบไม่เคยใส่กระโปรงเลยก็เลยๆม่หยิบออกมาใส่เลยสักครั้ง
"ได้สิ .. ถ้าชอบเอาไปเลยก็ได้นะ" ฉันเดินไปจัดเก็บของต่าง ๆ ที่พิ้งรื้อค้นออกมา โดยไม่ได้บ่นใด ๆ เพราะนาน ๆ ทีจะได้มีเวลาอยู่กับน้องสาวแบบนี้
ตั้งแต่เธอโตเป็นวัยรุ่นเราสองคนก็เจอกันน้อยลงทุกที
"พี่พิมพ์เนี่ย น่ารักที่สุดเลย" เธอยิ้มกว้างและรีบถอดชุดเก่า สวมชุดใหม่ทับไปทันที
"เอ่อ..งั้นพิ้งรอพี่อาบน้ำแป๊บหนึ่งแล้วกัน เดี๋ยวพี่พาไปกินร้านชายสี่หมี่ (พิมพ์ตะวัน) / ไม่เป็นไรพี่พิมพ์ พอดีพิ้งนัดกับเพื่อนไว้แล้วนะ...พี่พิมพ์เพิ่งเลิกเรียนมาเหนื่อย ๆ นั่งพักเถอะ (พิ้งพราว) "
"เพื่อน? ..เพื่อนที่อเธน่า น่ะเหรอ?" ฉันขมวดคิ้วถามไปอย่างข้องใจ
"ก็เพื่อนเก่าสมัยม.ปลายไง..เพื่อนพิ้งมาเรียนต่อปีหนึ่งที่อเธน่า" พิ้งพราวเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมกับเม้มปากเพื่อเกลี่ยลิปสติกสีชมพูอ่อน ๆ ให้ทั่วผิวปากของตัวเอง
"แล้วเพื่อนเรียนคณะอะไรเหรอพิ้ง..พี่รู้จักไหม" ฉันเอ่ยถามไปด้วยความเป็นห่วง
"โอ๊ยๆๆ พี่พิมพ์เลิกถามซอกแซกเหมือนพ่อสักทีได้ไหม..พิ้งโตแล้วนะ" พิ้งพราวบีบไหล่ของฉันและเขย่าเบา ๆ
"โอเค ๆ งั้นตอบตามตรงแล้วกันนะ คนที่จะไปกินข้าวเป็นผู้ชายค่ะ... และพิ้งก็คุยกับเขามาสักพักแล้ว" เธอกดเปิดโทรศัพท์ก่อนจะสะพายกระเป๋าถือและเตรียมจะเดินออกไปจากห้อง
"จบนะ" พิ้งพราวสาวใส่รองเท้าคู่ใหม่เอี่ยมของเธอ ก่อนจะโบกมือลาฉันไปพลาง ๆ
"แล้วที่สำคัญพิ้งโตมากพอที่จะมีแฟนแล้ว....ก็เหมือนพี่พิมพ์นั่นแหละที่แอบพาผู้ชายมาห้องแล้วเหมือนกัน" พิ้งพราวหรี่ตามองฉันและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"ห๊ะ?" ฉันแอบงุนงงกับคำพูดของน้องสาวตัวเองเหมือนกัน
"ก็รองเท้าผ้าใบในห้องน้ำที่แช่ไว้ไง....ไม่ต้องมาทำหน้ามึนหรอกน่า"
"ไปกันใหญ่แล้ว พี่ไม่เคยพาใครขึ้นมานอนค้างที่นี่" ฉันยังไม่ทันจะอธิบายเรื่องรองเท้า แต่พิ้งราวก็เปิดประตูห้องออกไปก่อนแล้ว
"ชีวิตหอพักเนี่ย..อิสระดีจริง ๆ พิ้งชักเริ่มอยากจะเรียนมหาลัยไกล ๆ บ้านเหมือนพี่พิมพ์บ้างแล้วเหมือนกัน" เธอไม่ลืมที่จะโน้มตัวเข้ามาสวมกอดฉันแน่น
"แล้วคืนนี้จะกลับกี่โมง.." ฉันคว้าข้อมือของน้องสาวไว้และถามอย่างอดห่วงไม่ได้จริง ๆ ในสายตาของฉันพิ้งพราวยังเด็กมาก ๆ และเธอก็ดื้อมากซะด้วย
"…" พิ้งถอนหายใจและหันมามองหน้าฉันแบบไม่ค่อยพอใจ
"พี่หมายถึงเผื่อพี่ไม่อยู่ห้องน่ะ แล้วก็เผื่อว่าถ้าพิ้งไม่มีรถกลับพี่จะได้แวะรับ" ฉันเลยพูดไปแบบอ้อม ๆ เพื่อให้เธอยอมบอกเวลากลับ
"อ๋อ..แหม ๆ แสดงว่าพี่พิมพ์เองก็จะกลับดึกเหมือนกันอะดิ"
"พิ้งน่าจะกลับสามสี่ทุ่มน่ะ แค่ไปกินข้าว ดูหนังเสร็จก็กลับ"
"แล้วก็..ไม่ต้องรับหรอกน่า ผู้ชายที่พิ้งคุยเขามีรถ"
"อีกอย่าง..เลิกหวงเลิกห่วงน้องสักที..เพราะพิ้งรู้ตัวดีว่าพิ้งทำอะไรอยู่" เธอตอบกลับมาเพียงเท่านั้นและปิดประตูใส่หน้าของฉันทันที
"ให้มันได้อย่างงี้สิ" ฉันทำได้แค่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะรีบกดโทรศัพท์ไปบอกแม่ก่อนว่า น้องสาวมาหาฉันที่หอพัก ไม่งั้นทางบ้านคงจะเครียดกันใหญ่
พอกลับมาถึงห้อง ฉันก็สาละวน กับการซักผ้า รี๊ดผ้า และก็เตรียมหางานพาร์ทไทม์แถว ๆ มหาลัยทำไปพลาง ๆ
ปัง ๆ ๆๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง
"คนที่เคาะเหี้ย ๆ แบบนี้ มีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้น" ฉันถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องด้วยใบหน้าเซ็ง ๆ
แอ๊ด!!
"มึงช่วยเคาะเบา ๆ แบบคนมีมารยาทหน่อยได้ไหม?" ฉันกระชากประตูเปิดออกมาพร้อมกับสวนคำด่าไปในทันที
"กูกลัวมึงไม่ได้ยินไง" ไอ้ออโต้ที่แต่งตัวแบบเต็มยศ พร้อมกับฉีดน้ำหอมฟุ้งจนฉันแทบจามจมูกจะหลุดออกมา
"แล้ว..ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก?" ไอ้ออโต้เอ่ยถามเมื่อเห็นสภาพของฉันในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาว เตรียมนอน
"แต่งตัวไปไหน?" ฉันเกาหัวถามไปอย่างงง ๆ
"บลูมูนบาร์ไง?" ไอ้โยที่เดินตามหลังมาก็พูดแทรกขึ้นมาทันควัน
"นี่พวกมึงยังจะไปอีกเหรอ..ทั้ง ๆ ที่คนเหมาร้านไม่ถูกกับเราเนี่ยนะ" ฉันส่ายหน้าและยืนกรานจะไม่ไป
"ไอ้พิมพ์ เหล้าฟรี เบียร์ฟรี..ไม่ไปก็โง่แล้วมั้ย?" ไอ้ออโต้พูดเห็นแก่ของฟรีพูดขึ้นทันที
"ไม่เอาอะ อะไรที่ได้มาจากไอ้เพอร์ซุสอะไรนั้น..กูไม่รับเด็ดขาด" ฉันยังคงยื่นคำขาดไป
"และเชื่อเถอะไม่มีใครจากวิศวะไปหรอก" ฉันพูดขึ้นด้วยความมั่นใจก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้ามาในห้อง และเหลือบมองไปทางรองเท้าผ้าใบของเขาที่วางตากไว้ที่ระเบียง...ซึ่งเป็นตามที่คิดเลยคือรอยหมึกซึมมันซักไม่ออกจริง ๆ
ไอ้โยเดินตามมาหยุดตรงหน้าของฉันพร้อมกับหยิบ โทรศัพท์เปิดภาพบลูมูนบาร์ที่เต็มไปด้วยเด็กจากวิศวะ
"ไม่ไปห่าอะไร บาร์เต็มจนแทบจะยกโต๊ะเลยมาขอบถนนแล้ว" เขาชี้ปลายนิ้วไปที่รุ่นพี่ปีสี่โฆษกของคณะที่เพิ่งจะบาดหมางกับเพอร์ซุสไป ตอนนี้ยืนถือแก้วเบียร์อยู่โต๊ะหน้า ๆ เลยด้วย
"ฟังนะเว้ย ต่อให้มันจะเหมาร้านเพื่ออะไรก็ตาม..แต่บาร์นี้มันถิ่นเรา ถ้าเราไม่ไป มันก็เหมือนกับว่าเราโดนแย่งที่ปะ?" ไอ้ออโต้พูดเสริมพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องของฉันและหยิบเสื้อผ้าเที่ยวชุดเดิม ๆ โยนใส่หน้าของฉันทันที
"เออ ๆ แต่กูกลับสามทุ่มนะ" ฉันหันไปตกลงกับพวกเพื่อน ๆ ก่อนไป
"ก็ถ้าจะกลับไว ก็รีบไปเปลี่ยนชุดสิครับ" ไอ้โยว่าแดกดันพร้อมกับเดินไปเปิดประตูห้องน้ำ และผ่ายมือเชิญ
"ถ้ามึงไม่เปลี่ยนชุด กูกับไอ้โยจะจับมึงแต่งตัวเองนะ" ไอ้ออโต้ทำหน้าหื่น ๆ แบบแกล้งหยอกล้อใส่ฉัน
"ก็ลองดูดิ ถ้าพวกมึงอยากคางแตกอ่ะ" ฉันกำหมัดแน่นและหันไปขู่พวกมัน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ
"เออ..แล้วก็อย่าทำหน้าแบบนี้อีกนะ" ฉันแง้มประตูห้องน้ำออกมาพร้อมกับชี้หน้าไอ้ออโต้อย่างจริงจัง
"ทำไม..หรือว่ามึงเริ่มหวั่นไหวกับเพื่อนสนิทอย่างกู" ไอ้ออโต้ทำท่าปาดทรงผมสุดเท่ของมันขึ้นราวกับพระเอกหนังไทยโบราณ
"เปล่า..หน้ามึงเหมือนลิงหิวกล้วยอะ"
"กูตลก!!"
10ไม่ซ้ำหน้า@บลูมูนบาร์(หนึ่งในบาร์ชื่อดังหลังมหาลัยอเธน่า)บลูมูนบาร์จะมีสระว่ายน้ำอยู่กลางบาร์ และมีวงดนตรีสดเล่นตลอดทั้งคืน สลับกับการเป็นเพลงแนว EDM ทุก ๆ เที่ยงคืนจะกิจกรรมโยนเหล้าราคาลงไปในสระว่ายน้ำ หากลูกค้าคนไหนที่กระโดดลงไปในสระแล้วงมเหล้าขึ้นมาได้ ก็จะได้เหล้าขวดแพงนั้นไปในทันทีและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือบาร์แห่งนี้เป็นการถือหุ้นรวมกันระหว่างศิษย์เก่าจากคณะวิศวะล้วน ๆ จึงไม่แปลกเลยที่พวกเราจะนับว่า บลูมูนบาร์คือถิ่นฐาน แต่ก็ไม่ใช่บาร์จะไม่รับคนจากคณะอื่น ๆ เลย เพราะถ้ามีแต่วิศวะมาเที่ยวคงไม่มีสาว ๆ สวย ๆ เต็มบาร์แบบทุกวันนี้แน่"เข้างานมาก็เจอภาพบาดตาบาดใจเลยวะ..พี่มีนาหักอกกูซ้ำแล้วซ้ำเล่า" ไอ้ออโต้คล้องคอของฉันเหมือนคนที่ยืนไม่ไหว มันจับที่อกตัวเอง พลางบีบน้ำตา เมื่อเห็นพี่มีนาของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเพอร์ซุสทั้งสองโยกย้ายไปตามเสียงเพลง ก่อนจะโน้มหน้าจูบนัวกันไปโดยไม่แคร์สายตาของคนรอบ ๆ ที่ซุบซิบนินทากันให้แซด"มึงอย่าเวอร์ได้ไหม..มึงกับพี่เขายังไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ กูเห็นมึงน่ะคุยแต่กับรูปโปสเตอร์หน้าตึกของเขา" ฉันถอนหายใจและมองไปทางเพื่อนตัวเองแบบเอื้อม ๆ"จริง ๆ ม
1เซ็กส์ออนเดอะบีทส์(มีภาพประกอบ)บรื้นน..บรื้น..เสียงมอเตอร์ไซค์สีดำสนิทบิดทะยานฝ่าสายลมกระโชกไปตามเส้นทาง มุ่งหน้าตรงไปยังเมืองพัทยาดวงตาคมกริบเหลือบมองที่นาฬิกาข้อมือของเธอ ก่อนจะบิดเร่งความเร็วเร่งแซงรถยนต์เกือบทุกคันที่จอดติดอยู่เกือบทั้งหมดบรื้น....บะบรื้นนนนนนน!! เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มกลบทุกเสียงบนท้องถนนข้อมือเล็กบิดแฮนด์เร่งเครื่องจนเกือบสุด…หน้าจอดิจิตอลเข็มไมล์ของรถค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ตามแรงบิดเร่งเครื่องของเธอ สายตาของเธอมองตรงไปยังถนนเส้นทางตรงที่ไกลออกไปจาก 90 ทะยานไปถึง 100 และ 120 จนเกือบ ๆ มิด..140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ความเร็วและแรงของรถทำให้ผมสีน้ำตาลแดงของเธอปลิวไปตามแรงลมชุดสีดำรัดรูปทำให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างเพรียวบางของพิมพ์ตะวันสะกดทุกสายตาของรถยนต์โดนรอบที่เธอเพิ่งจะขับแซงผ่านมือเล็กกำจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ใบหน้าของเธอมองตรงขณะที่สายตาจดจ่ออยู่กับท้องถนนบรื้น ๆ ๆ ความเร็วค่อย ๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้นแข่งกับเวลา และ เท้ายังคงสับเเปลี่ยนเกียร์ พลางงัดครัชขึ้นเป็นระยะ ๆด้วยความคล่องแคล่วของรถและความชำนาญในการขับขี่ของเธอทำให้เธอสามารถเดินทางมาถึงยันเมือ
2ลูกค้าวีไอพี(มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน)(ไอ้ฝรั่งโรคจิตเอ๊ย) ฉันทำได้แค่นึกด่าคนตรงหน้าไปผ่านทางสายตา แต่ก็ยังคงเลือกที่จะยิ้มตอบกลับไป เพราะยังไงหมอนี้ก็คือลูกค้าวีไอพีของที่นี่ ซึ่งคงไม่มีคนปกติที่ไหนจะจองโต๊ะละ ห้าหมื่นกว่า ๆ มานั่งจิบค็อกเทลชิล ๆ ได้ ถ้าไม่ใช่พวกลูกคนรวย ที่เหลือกินเหลือใช้เต็มทน"Anything else? (รับอะไรดีไหม?) " ฉันเลือกที่จะไม่ใส่ใจในพูดเชิงสองแง่สองง่ามของไอ้หัวทองตรงหน้า และยืนก้มหน้าก้มตาจดรับออเดอร์ต่อไป.."Um..later (อืม..ทีหลังแล้วกัน) " ร่างสูงเสยผมขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อยืดของเขาออกต่อหน้าต่อตาของฉันเต็ม ๆ"ฉันก็เอา..เซ็กส์ออนเดอะบีสเหมือนกัน" นางแบบสาวที่พอมีชื่อคนนั้นกระแทกเมนูปิดลงและยื่นส่งให้กับฉันแทบจะฟาดใส่หน้า"ได้..ค่ะ" ฉันกัดฟันรับเมนูกลับมาและรีบหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปที่บาร์ แต่ทว่า.."ดะ..เดี๋ยวสิ!" เสียงของไอ้ฝรั่งหัวทองนั้นซึ่งดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นลูกครึ่งมากกว่าเพราะเขาดูพูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ค่อยชัดก็ตาม"ต้องการอะไร..อีกงั้นเหรอคะ" ฉันหันกลับไปมาตอบเขาเสียงแข็ง ๆ แต่ก็ต้องเติมหางเสียงไปด้วยเพราะยังไงเขาก็คือลูกค้า แทบยัง เป็น VIP อีกต่
3พิมพ์ตะวัน(มีภาพประกอบ) (END : พิมพ์ตะวัน)สิ่งที่ทำให้พิมพ์ตะวันตกใจไม่ใช่เพราะถูกกระชากคอเสื้อ แต่ที่เธอชะงักไปการที่คือ ใบหน้าของเขามันใกล้กับเธอมากจนเกินไป ใกล้ในแบบที่เรียกว่าแลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกันเลยก็ว่าได้พิมพ์ตะวันตั้งสติเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ปรับสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ แล้วค่อย ๆ จับมือหนาของเขาออกจากคอเสื้อของตัวเองอย่างช้า ๆ ซึ่งเพอร์ซุสเองก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของเธอ พร้อมกับยิ้มเยาะอย่างสะใจที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าเสียได้ เล็กน้อยพิมพ์ตะวันค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองลำท่อนใต้กางเกงว่ายน้ำสีแดงของเขาแบบชัด ๆ อย่างพินิจพิจารณาอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้าอีกครั้ง"ขอโทษนะ...พอดีว่าฉันไม่ชอบหยิบของสกปรก ๆ เข้าปากน่ะ" พิมพ์ตะวันจ้องหน้าของเขาอย่างไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง เพราะสุดจะทนกับลูกค้าไร้มารยาทและวิตถารคนนี้แล้วจริง ๆ"หึ หึ" เพอร์ซุสไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรเลยกับคำตอบของสาวเสิร์ฟปากร้ายตรงหน้าของเขา" PIM TA WAN " เพอร์ซุสหรี่ตามองและอ่านป้ายชื่อของเธอพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง"ถ้าไม่อะไรแล้ว..ขอตัว
4ขออย่าให้เจอกันอีกเลย!!(มีภาพประกอบ) หญิงสาวพยายามกดปลายเท้าให้แตะถึงขอบสระและพยายามดีดตัวเองให้พ้นขึ้นมาหายใจ แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำได้มีเพียงแค่มือทั้งสองข้างของเธอเพียงเท่านั้น"ชะช่วยด้วย" พิมพ์ตะวันพึมพำ ๆ ใต้น้ำ"พะ..พ่อขา~" หญิงสาวที่แข็งแกร่งหลับตาลงและนึกถึงแต่หน้าของผู้เป็นพ่อของเธอ..พ่อคนที่เธอไม่มีวันได้พบเจอท่านอีกแล้วในชีวิตนี้และในเสี้ยววินาทีที่ลมหายใจของเธอใกล้จะหมดลงเต็มที ภาพในอดีตมันก็ย้อนกลับมาจนเธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ใต้น้ำสีฟ้าและแสงไฟจากด้านบนที่ริบหรี่ลงช้า ๆเธอมองเห็นมือของใครบางคนที่ยื่นลงมาจากด้านบน แต่มือเล็ก ๆ ของเธอมันเอื้อมไปไม่ถึงแล้วจริง ๆ ฟองอากาศที่มีค่อย ๆ พ่นออกจากจมูกของเธอร่างบางค่อย ๆ จมลงไปจนเกือบถึงขอบสระที่ลึกเกือบ ๆ สองเมตร ขาทั้งสองข้างของเธอที่ดีดไปมาเริ่มเกร็งและแข็งกร้าวคล้ายเป็นตะคริว มือของเธอพยายามจะแหวกว่ายขึ้นไปแต่มันช่างไกลเหลือเกิน...น้ำคลอรีนทำให้ตาของเธอแสบพร่าจนต้องหลับตาลงและปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ก้นสระว่ายน้ำใจกลางบาร์สุดหรูแห่งนี้และ...ฟุ่บ!!! มือหนาของใครบางคนกระชากเข้าที่ข้อมือและกระชากเธอขึ้นมาพร้อ
5เปิดเทอม (มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน) วันต่อมา"อ้าว..เปิดเทอมแล้วเหรอลูก?" สามีของแม่เอ่ยทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขาเองก็กำลังเตรียมตัวจะออกไปทำงานเช่นค่ะ"ใช่ค่ะคุณพ่อ" ฉันพยักหน้ารับก่อนจะสวมเสื้อแจ็กเกตทับชุดนักศึกษาอีกที"อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนมั้ยลูก มื้อเช้าเนี่ยสำคัญนะพิมพ์" ท่านเดินเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้าที่ดูปกติดีทุกอย่าง ราวกับคนละคนกับคนเมื่อคืนเลย"ไม่เป็นไรค่ะ พอดีมหาลัยอยู่ไกลนะคะ..อีกอย่างพิมพ์ต้องรีบจ่ายค่าเช่าหอพักก่อน" ฉันรีบยกมือไหว้คุณพ่อ และหันไปไหว้แม่ของตัวเองที่กำลังเดินจูงมือน้องชายตัวแสบลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านพอดี"พี่พิมพ์ครับ"พัตเตอร์น้องชายตัวเล็กตะโกนเรียกหาฉันลั่น พร้อมกับวิ่งเข้ามาสวมกอดฉันไว้ทันที"พัตเตอร์ไม่อยากให้พี่พิมพ์ไปเรียนเลย...เพราะกว่าพี่พิมพ์จะกลับบ้านก็สองสามอาทิตย์ทีหนึ่งเลย พัตเตอร์เบื่อไม่มีใครสอนทำการบ้านเลย" เจ้าตัวเล็กกระทืบเท้าเบา ๆ และงอแงทันทีที่เห็นฉันใส่ชุดนักศึกษา ซึ่งก็งอแงงแบบนี้มาตั้งแต่ตอนที่ฉันเริ่มเข้ามหาลัยแล้วล่ะ"งั้นถ้าพัตมีอะไรที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ก็โทรมาหาพี่สิ เดี๋ยวพี่สอนทางโทรศัพท์ก็ได้" ฉันย่อตัวลงลูบหัวน
6นักศึกษา (วิศวะ) ใหม่"โอ๊ย!! ไอ้พิมพ์หัวกู" ออโต้กุมหัวตัวเองก่อนจะเอื้อมมือมาดึงผมฉันคืนแต่ไม่ได้ดึงแรงมาก เหมือนแค่แกล้งกันเล่น"โขกแรง ๆ เนี่ยแหละ มึงจะได้ตื่น!" ฉันกระชากผมมันแล้วดึงซ้ำ ๆ"เฮ ๆ ๆ พวกคุณปีสามกันแล้วนะ!!" อาจารย์วิลเลี่ยมตวาดขึ้นลั่น ทำให้เราสองคนจำต้องหยุดการอาฆาตแค้นต่อกันเพียงเท่านี้"เล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ " ท่านตำหนิก่อนจะหันไปคุยกับนักเรียนใหม่ รวมถึงหัวหน้าจากฝ่ายทะเบียนอีกคนในตอนแรกอาจารย์ก็คุยกับนักเรียนใหม่เป็นภาษาอังกฤษ แต่พอมีฝ่ายทะเบียนเข้ามาด้วย ท่านก็เลยสนทนาเป็นภาษาไทยแทน ซึ่งอีกฝ่ายก็พูดไทยได้เช่นกัน"เอาจริงวิชาของปีหนึ่งปีสอง เทียบโอนได้หมด แต่วิชาของคณะวิศวะบางตัว ก็ยังมีต้องเก็บอีก" อาจารย์วิลเลี่ยมพูดพร้อมกับเปิดเอกสารการเรียนของนักศึกษาคนนั้นไปพลาง ๆ ซึ่งร่างสูงก็หันหลังให้กับพวกเรา แต่หันหน้าคุยกับอาจารย์ด้วยที่เคร่งเครียด"แต่ที่น่าทึ้งคือ..เรียนบริหารมา แต่ดันทำข้อสอบของคณะวิศวะภาคเหมืองแร่และปิโตรเลียมได้เกือบเต็ม""เพราะขนาดเด็กในคณะวิศวะ ยังสอบผ่านมาได้แค่ ห้าคนเอง" อาจารย์วิลเลี่ยมเม้มปากอย่างช่างใจ เพราะปกติแล้วการย้ายคณะเป็นเรื่องที่ไ
7ความซวยมาเยื่อนถึงที่(มีภาพประกอบ)(เลิกคลาส)"โอเค เดี๋ยวครูจะให้เลิกคลาสก่อนเวลาสามสิบนาทีนะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเงยหน้าขึ้นถามทุกคนอีกครั้ง"เพราะวันนี้คณะวิศวะเรามีนัดรวมตัวกันที่ลานกิจกรรม เรื่องการรับน้องปีหนึ่ง" อาจารย์วิลเลี่ยมปิดหนังสือลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเราทั้งห้าคน"ถ้าจะเข้าวิศวะแค่ย้ายหน่วยกิจอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องรับรุ่นด้วย" อาจารย์พูดขึ้นกับเพอร์ซุสก่อนจะกดปิดจอโปรเจคเตอร์ด้วยรีโมท"ทุกคนกลับได้เลย ยกเว้นพิมพ์ตะวัน ครูจะคุยเรื่องงานเด็กทุนปีนี้น่ะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมารอ"งั้นเจอกันหน้าลานรับน้องนะ พวกกูไปดูดบุหรี่ก่อน" อาร์เดลหันมาบอกกับฉัน และใช้หางตามองทางเพอร์ซุสเล็กน้อยก่อนที่พวกมันทั้งสี่คนจะลุกจากโต๊ะ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินนำออกจากห้องไปจนหมด เหลือแค่เพอร์ซุสที่ยังคงนั่งเปิดชีทเรียนอ่านไปคร่าว ๆ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าและเดินออกไปเป็นคนสุดท้ายฟุ่บ! แผ่นกระดาษตารางชั่งโมงทุนที่ฉันต้องทำให้กับทางมหาลัย ซึ่งก็จะเป็นพวกกิจกรรมแทบจะทุกกิจกรรมของมหาลัยเลย ไม่ว่าจะจัดเตรียมงานประชุม รับน้อง หรือกีฬาสี เด็
10ไม่ซ้ำหน้า@บลูมูนบาร์(หนึ่งในบาร์ชื่อดังหลังมหาลัยอเธน่า)บลูมูนบาร์จะมีสระว่ายน้ำอยู่กลางบาร์ และมีวงดนตรีสดเล่นตลอดทั้งคืน สลับกับการเป็นเพลงแนว EDM ทุก ๆ เที่ยงคืนจะกิจกรรมโยนเหล้าราคาลงไปในสระว่ายน้ำ หากลูกค้าคนไหนที่กระโดดลงไปในสระแล้วงมเหล้าขึ้นมาได้ ก็จะได้เหล้าขวดแพงนั้นไปในทันทีและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือบาร์แห่งนี้เป็นการถือหุ้นรวมกันระหว่างศิษย์เก่าจากคณะวิศวะล้วน ๆ จึงไม่แปลกเลยที่พวกเราจะนับว่า บลูมูนบาร์คือถิ่นฐาน แต่ก็ไม่ใช่บาร์จะไม่รับคนจากคณะอื่น ๆ เลย เพราะถ้ามีแต่วิศวะมาเที่ยวคงไม่มีสาว ๆ สวย ๆ เต็มบาร์แบบทุกวันนี้แน่"เข้างานมาก็เจอภาพบาดตาบาดใจเลยวะ..พี่มีนาหักอกกูซ้ำแล้วซ้ำเล่า" ไอ้ออโต้คล้องคอของฉันเหมือนคนที่ยืนไม่ไหว มันจับที่อกตัวเอง พลางบีบน้ำตา เมื่อเห็นพี่มีนาของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเพอร์ซุสทั้งสองโยกย้ายไปตามเสียงเพลง ก่อนจะโน้มหน้าจูบนัวกันไปโดยไม่แคร์สายตาของคนรอบ ๆ ที่ซุบซิบนินทากันให้แซด"มึงอย่าเวอร์ได้ไหม..มึงกับพี่เขายังไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ กูเห็นมึงน่ะคุยแต่กับรูปโปสเตอร์หน้าตึกของเขา" ฉันถอนหายใจและมองไปทางเพื่อนตัวเองแบบเอื้อม ๆ"จริง ๆ ม
9เซอร์ไพรส์(พิมพ์ตะวัน) "ยัยพิ้ง?" ฉันหรี่ตามองตรงไปที่น้องสาวที่กำลังนั่งมาสก์หน้าด้วยโคลนสีเขียว ๆ และหันมาโบกมือทักทายฉันด้วยหน้าระรื่น"มาได้ไงเนี่ย..แล้วเรามีกุญแจห้องพี่ได้ไง?" ฉันแอบตกใจอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่พิ้งเคยมาที่ห้องฉัน แต่ไม่คิดว่าพิ้งจะมีกุญแจเปิดเข้ามารอก่อนแบบนี้"พอดีพิ้งเข้าไปขอยืมของในห้องพี่พิมพ์น่ะ ก็เลยบังเอิญเจอกุญแจสำรอง..บวกกับคิดถึงพี่พิมพ์มาก ๆ เลยนั่งรถแท็กซี่มาหา" พิ้งกี้เดินเข้ามาสวมกอดฉัน ซึ่งฉันก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรไปเพราะห้องนอนที่บ้าน ยัยพิ้งก็มักจะเข้ามายืมเสื้อผ้าของใช้อยู่บ่อย ๆ อยู่แล้วเพราะความจริงเราสองคนก็ไม่ได้อายุต่างกันมาก ฉันยี่สิบเอ็ดปี ส่วนยัยพิ้งก็สิบเก้าปี"แล้วได้คุณพ่อกับแม่รึยังว่าจะมาหาพี่" ฉันเดินไปวางกระเป๋าลงก่อนจะถอดเสื้อช็อปออกแขวนเอาไว้"พี่พิมพ์! พิ้งอายุสิบเก้าปีจะยี่สิบแล้วนะ..จะไปไหนทำอะไรไม่จำเป็นต้องรายงานพ่อกับแม่แล้วไหมอะ?" พิ้งถอนหายใจออกมาก่อนจะเถียงกลับทันที"พิ้งโตมากแล้ว พี่พิมพ์เองก็เหมือนกัน..เลิกทำเหมือนพิ้งเป็นเด็ก ๆ สักทีน่า" เธอพูดก่อนจะเดินสะบัดตูดเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างที่มาส์กหน้าอยู่ออกโทรศัพท์
8ทุ่มหมดตัวและหัวใจ(END : พิมพ์ตะวัน) การรวมพลกันของชาววิศวะ ทั้งปีหนึ่ง สอง สามและสี่ผ่านไปได้ด้วยดี รุ่นพี่ก็บอกถึงกำหนดการต่าง ๆ แบบคร่าว ๆ ไปว่าเดือนไหนจะมีกิจกรรมอะไร และหลังจากสอบเสร็จเราจะมีค่ายรับน้อง (โหด) ที่พวกน้อง ๆ ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะหากใครไม่เข้าร่วม ก็จะไม่ได้รับเกียร์รุ่น(เกียร์ = สัญลักษณ์ตัวแทนของวิศวะ)หลังจากที่รุ่นพี่ได้บอกกฎเกรณ์ประจำคณะของเรา ข้อปฏิบัติต่าง ๆ รวมไปถึงการเข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขันสำคัญ ๆ ของคณะ เสร็จก็ได้แจกกลุ่มไลน์ใหญ่ของทั้งคณะ เพื่อที่เวลามีกิจกรรมอะไรจะมีการแจ้งผ่านไลน์เป็นหลักและอย่างที่รู้กันดีว่า ทุกคณะจะมีการแข่งขันกีฬาภายในมหาลัย ซึ่งทุกคณะจริงจังกันเอามาก ๆ และก็มีเรื่องต่อยตีกันแทบจะทุกปี และน้อยคนมากที่จะย้ายคณะกลางคันแบบเพอร์ซุสแต่ดูเหมือนเขาไม่ได้มีท่าทีกังวลใจอะไรเลย แถมยังเข้าได้ดีกับพวกสาว ๆ คนอื่นในคณะอีกด้วย"ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ให้ความร่วมมือมาชมนุมกันอย่างครบถ้วนในวันนี้" รุ่นพี่ปีสี่เริ่ม ๆ เข้าแถวเรียวกระดาน เป็นอันจบพิธีชุมนุมรุ่นพี่รุ่นน้องในวันแรก"แรดเหลือเกินพ่อคุณ" พิมพ์ตะวันมองไปที่เขาและทำได้แค่ย
7ความซวยมาเยื่อนถึงที่(มีภาพประกอบ)(เลิกคลาส)"โอเค เดี๋ยวครูจะให้เลิกคลาสก่อนเวลาสามสิบนาทีนะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเงยหน้าขึ้นถามทุกคนอีกครั้ง"เพราะวันนี้คณะวิศวะเรามีนัดรวมตัวกันที่ลานกิจกรรม เรื่องการรับน้องปีหนึ่ง" อาจารย์วิลเลี่ยมปิดหนังสือลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเราทั้งห้าคน"ถ้าจะเข้าวิศวะแค่ย้ายหน่วยกิจอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องรับรุ่นด้วย" อาจารย์พูดขึ้นกับเพอร์ซุสก่อนจะกดปิดจอโปรเจคเตอร์ด้วยรีโมท"ทุกคนกลับได้เลย ยกเว้นพิมพ์ตะวัน ครูจะคุยเรื่องงานเด็กทุนปีนี้น่ะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมารอ"งั้นเจอกันหน้าลานรับน้องนะ พวกกูไปดูดบุหรี่ก่อน" อาร์เดลหันมาบอกกับฉัน และใช้หางตามองทางเพอร์ซุสเล็กน้อยก่อนที่พวกมันทั้งสี่คนจะลุกจากโต๊ะ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินนำออกจากห้องไปจนหมด เหลือแค่เพอร์ซุสที่ยังคงนั่งเปิดชีทเรียนอ่านไปคร่าว ๆ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าและเดินออกไปเป็นคนสุดท้ายฟุ่บ! แผ่นกระดาษตารางชั่งโมงทุนที่ฉันต้องทำให้กับทางมหาลัย ซึ่งก็จะเป็นพวกกิจกรรมแทบจะทุกกิจกรรมของมหาลัยเลย ไม่ว่าจะจัดเตรียมงานประชุม รับน้อง หรือกีฬาสี เด็
6นักศึกษา (วิศวะ) ใหม่"โอ๊ย!! ไอ้พิมพ์หัวกู" ออโต้กุมหัวตัวเองก่อนจะเอื้อมมือมาดึงผมฉันคืนแต่ไม่ได้ดึงแรงมาก เหมือนแค่แกล้งกันเล่น"โขกแรง ๆ เนี่ยแหละ มึงจะได้ตื่น!" ฉันกระชากผมมันแล้วดึงซ้ำ ๆ"เฮ ๆ ๆ พวกคุณปีสามกันแล้วนะ!!" อาจารย์วิลเลี่ยมตวาดขึ้นลั่น ทำให้เราสองคนจำต้องหยุดการอาฆาตแค้นต่อกันเพียงเท่านี้"เล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ " ท่านตำหนิก่อนจะหันไปคุยกับนักเรียนใหม่ รวมถึงหัวหน้าจากฝ่ายทะเบียนอีกคนในตอนแรกอาจารย์ก็คุยกับนักเรียนใหม่เป็นภาษาอังกฤษ แต่พอมีฝ่ายทะเบียนเข้ามาด้วย ท่านก็เลยสนทนาเป็นภาษาไทยแทน ซึ่งอีกฝ่ายก็พูดไทยได้เช่นกัน"เอาจริงวิชาของปีหนึ่งปีสอง เทียบโอนได้หมด แต่วิชาของคณะวิศวะบางตัว ก็ยังมีต้องเก็บอีก" อาจารย์วิลเลี่ยมพูดพร้อมกับเปิดเอกสารการเรียนของนักศึกษาคนนั้นไปพลาง ๆ ซึ่งร่างสูงก็หันหลังให้กับพวกเรา แต่หันหน้าคุยกับอาจารย์ด้วยที่เคร่งเครียด"แต่ที่น่าทึ้งคือ..เรียนบริหารมา แต่ดันทำข้อสอบของคณะวิศวะภาคเหมืองแร่และปิโตรเลียมได้เกือบเต็ม""เพราะขนาดเด็กในคณะวิศวะ ยังสอบผ่านมาได้แค่ ห้าคนเอง" อาจารย์วิลเลี่ยมเม้มปากอย่างช่างใจ เพราะปกติแล้วการย้ายคณะเป็นเรื่องที่ไ
5เปิดเทอม (มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน) วันต่อมา"อ้าว..เปิดเทอมแล้วเหรอลูก?" สามีของแม่เอ่ยทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขาเองก็กำลังเตรียมตัวจะออกไปทำงานเช่นค่ะ"ใช่ค่ะคุณพ่อ" ฉันพยักหน้ารับก่อนจะสวมเสื้อแจ็กเกตทับชุดนักศึกษาอีกที"อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนมั้ยลูก มื้อเช้าเนี่ยสำคัญนะพิมพ์" ท่านเดินเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้าที่ดูปกติดีทุกอย่าง ราวกับคนละคนกับคนเมื่อคืนเลย"ไม่เป็นไรค่ะ พอดีมหาลัยอยู่ไกลนะคะ..อีกอย่างพิมพ์ต้องรีบจ่ายค่าเช่าหอพักก่อน" ฉันรีบยกมือไหว้คุณพ่อ และหันไปไหว้แม่ของตัวเองที่กำลังเดินจูงมือน้องชายตัวแสบลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านพอดี"พี่พิมพ์ครับ"พัตเตอร์น้องชายตัวเล็กตะโกนเรียกหาฉันลั่น พร้อมกับวิ่งเข้ามาสวมกอดฉันไว้ทันที"พัตเตอร์ไม่อยากให้พี่พิมพ์ไปเรียนเลย...เพราะกว่าพี่พิมพ์จะกลับบ้านก็สองสามอาทิตย์ทีหนึ่งเลย พัตเตอร์เบื่อไม่มีใครสอนทำการบ้านเลย" เจ้าตัวเล็กกระทืบเท้าเบา ๆ และงอแงทันทีที่เห็นฉันใส่ชุดนักศึกษา ซึ่งก็งอแงงแบบนี้มาตั้งแต่ตอนที่ฉันเริ่มเข้ามหาลัยแล้วล่ะ"งั้นถ้าพัตมีอะไรที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ก็โทรมาหาพี่สิ เดี๋ยวพี่สอนทางโทรศัพท์ก็ได้" ฉันย่อตัวลงลูบหัวน
4ขออย่าให้เจอกันอีกเลย!!(มีภาพประกอบ) หญิงสาวพยายามกดปลายเท้าให้แตะถึงขอบสระและพยายามดีดตัวเองให้พ้นขึ้นมาหายใจ แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำได้มีเพียงแค่มือทั้งสองข้างของเธอเพียงเท่านั้น"ชะช่วยด้วย" พิมพ์ตะวันพึมพำ ๆ ใต้น้ำ"พะ..พ่อขา~" หญิงสาวที่แข็งแกร่งหลับตาลงและนึกถึงแต่หน้าของผู้เป็นพ่อของเธอ..พ่อคนที่เธอไม่มีวันได้พบเจอท่านอีกแล้วในชีวิตนี้และในเสี้ยววินาทีที่ลมหายใจของเธอใกล้จะหมดลงเต็มที ภาพในอดีตมันก็ย้อนกลับมาจนเธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ใต้น้ำสีฟ้าและแสงไฟจากด้านบนที่ริบหรี่ลงช้า ๆเธอมองเห็นมือของใครบางคนที่ยื่นลงมาจากด้านบน แต่มือเล็ก ๆ ของเธอมันเอื้อมไปไม่ถึงแล้วจริง ๆ ฟองอากาศที่มีค่อย ๆ พ่นออกจากจมูกของเธอร่างบางค่อย ๆ จมลงไปจนเกือบถึงขอบสระที่ลึกเกือบ ๆ สองเมตร ขาทั้งสองข้างของเธอที่ดีดไปมาเริ่มเกร็งและแข็งกร้าวคล้ายเป็นตะคริว มือของเธอพยายามจะแหวกว่ายขึ้นไปแต่มันช่างไกลเหลือเกิน...น้ำคลอรีนทำให้ตาของเธอแสบพร่าจนต้องหลับตาลงและปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ก้นสระว่ายน้ำใจกลางบาร์สุดหรูแห่งนี้และ...ฟุ่บ!!! มือหนาของใครบางคนกระชากเข้าที่ข้อมือและกระชากเธอขึ้นมาพร้อ
3พิมพ์ตะวัน(มีภาพประกอบ) (END : พิมพ์ตะวัน)สิ่งที่ทำให้พิมพ์ตะวันตกใจไม่ใช่เพราะถูกกระชากคอเสื้อ แต่ที่เธอชะงักไปการที่คือ ใบหน้าของเขามันใกล้กับเธอมากจนเกินไป ใกล้ในแบบที่เรียกว่าแลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกันเลยก็ว่าได้พิมพ์ตะวันตั้งสติเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ปรับสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ แล้วค่อย ๆ จับมือหนาของเขาออกจากคอเสื้อของตัวเองอย่างช้า ๆ ซึ่งเพอร์ซุสเองก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของเธอ พร้อมกับยิ้มเยาะอย่างสะใจที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าเสียได้ เล็กน้อยพิมพ์ตะวันค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองลำท่อนใต้กางเกงว่ายน้ำสีแดงของเขาแบบชัด ๆ อย่างพินิจพิจารณาอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้าอีกครั้ง"ขอโทษนะ...พอดีว่าฉันไม่ชอบหยิบของสกปรก ๆ เข้าปากน่ะ" พิมพ์ตะวันจ้องหน้าของเขาอย่างไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง เพราะสุดจะทนกับลูกค้าไร้มารยาทและวิตถารคนนี้แล้วจริง ๆ"หึ หึ" เพอร์ซุสไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรเลยกับคำตอบของสาวเสิร์ฟปากร้ายตรงหน้าของเขา" PIM TA WAN " เพอร์ซุสหรี่ตามองและอ่านป้ายชื่อของเธอพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง"ถ้าไม่อะไรแล้ว..ขอตัว
2ลูกค้าวีไอพี(มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน)(ไอ้ฝรั่งโรคจิตเอ๊ย) ฉันทำได้แค่นึกด่าคนตรงหน้าไปผ่านทางสายตา แต่ก็ยังคงเลือกที่จะยิ้มตอบกลับไป เพราะยังไงหมอนี้ก็คือลูกค้าวีไอพีของที่นี่ ซึ่งคงไม่มีคนปกติที่ไหนจะจองโต๊ะละ ห้าหมื่นกว่า ๆ มานั่งจิบค็อกเทลชิล ๆ ได้ ถ้าไม่ใช่พวกลูกคนรวย ที่เหลือกินเหลือใช้เต็มทน"Anything else? (รับอะไรดีไหม?) " ฉันเลือกที่จะไม่ใส่ใจในพูดเชิงสองแง่สองง่ามของไอ้หัวทองตรงหน้า และยืนก้มหน้าก้มตาจดรับออเดอร์ต่อไป.."Um..later (อืม..ทีหลังแล้วกัน) " ร่างสูงเสยผมขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อยืดของเขาออกต่อหน้าต่อตาของฉันเต็ม ๆ"ฉันก็เอา..เซ็กส์ออนเดอะบีสเหมือนกัน" นางแบบสาวที่พอมีชื่อคนนั้นกระแทกเมนูปิดลงและยื่นส่งให้กับฉันแทบจะฟาดใส่หน้า"ได้..ค่ะ" ฉันกัดฟันรับเมนูกลับมาและรีบหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปที่บาร์ แต่ทว่า.."ดะ..เดี๋ยวสิ!" เสียงของไอ้ฝรั่งหัวทองนั้นซึ่งดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นลูกครึ่งมากกว่าเพราะเขาดูพูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ค่อยชัดก็ตาม"ต้องการอะไร..อีกงั้นเหรอคะ" ฉันหันกลับไปมาตอบเขาเสียงแข็ง ๆ แต่ก็ต้องเติมหางเสียงไปด้วยเพราะยังไงเขาก็คือลูกค้า แทบยัง เป็น VIP อีกต่