(มีภาพประกอบ)
(เลิกคลาส)
"โอเค เดี๋ยวครูจะให้เลิกคลาสก่อนเวลาสามสิบนาทีนะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเงยหน้าขึ้นถามทุกคนอีกครั้ง
"เพราะวันนี้คณะวิศวะเรามีนัดรวมตัวกันที่ลานกิจกรรม เรื่องการรับน้องปีหนึ่ง" อาจารย์วิลเลี่ยมปิดหนังสือลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเราทั้งห้าคน
"ถ้าจะเข้าวิศวะแค่ย้ายหน่วยกิจอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องรับรุ่นด้วย" อาจารย์พูดขึ้นกับเพอร์ซุสก่อนจะกดปิดจอโปรเจคเตอร์ด้วยรีโมท
"ทุกคนกลับได้เลย ยกเว้นพิมพ์ตะวัน ครูจะคุยเรื่องงานเด็กทุนปีนี้น่ะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมารอ
"งั้นเจอกันหน้าลานรับน้องนะ พวกกูไปดูดบุหรี่ก่อน" อาร์เดลหันมาบอกกับฉัน และใช้หางตามองทางเพอร์ซุสเล็กน้อย
ก่อนที่พวกมันทั้งสี่คนจะลุกจากโต๊ะ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินนำออกจากห้องไปจนหมด เหลือแค่เพอร์ซุสที่ยังคงนั่งเปิดชีทเรียนอ่านไปคร่าว ๆ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าและเดินออกไปเป็นคนสุดท้าย
ฟุ่บ! แผ่นกระดาษตารางชั่งโมงทุนที่ฉันต้องทำให้กับทางมหาลัย ซึ่งก็จะเป็นพวกกิจกรรมแทบจะทุกกิจกรรมของมหาลัยเลย ไม่ว่าจะจัดเตรียมงานประชุม รับน้อง หรือกีฬาสี เด็กทุนล้วนแต่ต้องรับผิดชอบทั้งหมด
(อย่างที่รู้กันดี..โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี ๆ)
(ค่าเทอมปีละห้าถึงหกแสน แค่ทำงานง่าย ๆ แบบนี้ถือว่าคุ้มมากแล้วจริง ๆ สำหรับเด็กทุนเรียนเต็มจำนวนเช่นฉัน)
"อันนี้คือตารางชั่วโมงทุนอัปเดตจากห้องทะเบียนนะ ชั่วโมงทุนปีนี้กับเวลาเรียนค่อนข้างคาบเกี่ยวกันเยอะเลยนะ"
"ปีนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย" อาจารย์วิลเลี่ยมพูดขึ้นเพราะท่านคือคนที่เซ็นชื่อลงบนใบก่อนจะยื่นให้ฉัน
"ขอบคุณค่ะอาจารย์ หนูจะตั้งใจทำอย่างเต็มที่" ฉันยกมือไหว้อาจารย์วิลเลี่ยมไป ถึงแม้ท่านจะดุแต่ในความดุ ความเนี๊ยบก็ล้วนแต่มีความหวังดีมอบให้นักศึกษาทุกคนเสมอจริง ๆ
หลังจากคุยเรื่องชั่วโมงทุนเสร็จ ฉันก็เดินสะพายกระเป๋าออกมาจากห้อง เตรียมจะเดินตรงไปลานกิจกรรม
ฟุ่บ!! ทันทีที่ปิดประตูห้องเลคเซอร์ หัวใจก็แทบจะวายเลยจริง ๆ เพราะ..
"ชะเชี้ยยย!!" ฉันเอามือลูบอกตัวเองด้วยความตกใจ เมื่อเจอเพอร์ซุสยืนกอดอก รออยู่ก่อนแล้ว
"คนเถื่อน ๆ อย่างเธอเนี่ย..ไม่น่าตกใจอะไรง่าย ๆ เลยนะ" เขาพูดขึ้นพร้อมกับก้าวขาเดินตรงหน้าของฉัน
"มีอะไรกับฉันอีกละ?" ฉันเลิกคิ้วถามกลับไปอย่างหัวเสีย
"ห๊ะ??" ไอ้ฝรั่งหัวทองเบิกตาโตขึ้นมาทันที
"มีอะไรกับเธออะนะ?" ร่างสูงมองฉัน พร้อมกับประสานมือเข้าด้วยกันและทำท่าทางแปลก ๆ แบบประสานและเอาส้นมือชนกันเน้น ๆ
"อะ..ไอ้บ้า!!" ฉันรีบดึงมือของไอ้เสาไฟฟ้าลงทันที เพราะกลัวคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมาจะเข้าใจผิดเอา
"โอ๊ย!! มันไม่ได้หมายความแบบนั้นโว้ย หมายถึง...มีปัญหา มีธุระ .แบบนายน่ะ....มี...ห่าอะไรกับฉันอีก?" ฉันเกาหัวตัวเองซ้ำ ๆ ก่อนจะรีบพูดแก้ไปทันควัน
(นี่เขาไม่เข้าใจภาษาไทย หรือฉันที่พูดภาษาไทยไม่ถูกต้องวะ)
ฟุ่บ!! ร่างสูงยกรองเท้าที่เต็มไปด้วยคราบโคลนจากรอยเท้าเปื้อน ๆ ของฉัน ไม่รวมกับรอยหมึกซึมที่เลอะเต็มรองเท้าสีขาวล้วนแบรนด์ดังที่ราคาเกือบเจ็ดหมื่นจริง ๆ เท่าที่เสิร์ชหาจากในเน็ตมากับไอ้ออโต้
(รองเท้าบ้าอะไรวะเจ็ดหมื่น ไม่ต้องขายไต ชดใช้เลยเหรอไง) ฉันหน้าเสียเล็กน้อย และทำได้แค่พึมพำในใจ
"แล้วไง?" ก่อนจะปากเก่งสู้ไปก่อน แม้ว่าใจจะเต้นตุบ ๆ ๆ แทบจะหลุดออกมาเลย
"เธอจะ..ชดใช้ยังไง?" เขาเลิกคิ้วถามกลับมาเสียงกวน ๆ ก่อนจะยื่นรองเท้ามาแทบจะฟาดใส่หน้าของฉันอยู่แล้ว
"ทำไมฉันต้องรับผิดชอบด้วย ก็นายยื่นเท้ามาเอง..ฉันไม่เห็นก็เลยเหยียบไป" ฉันข่มความกลัวไว้ในใจและเงยหน้าตอบกลับอย่างสู้สายตา
"เอางี้..อะ..ฉันให้นายทำคืนก็ได้" ฉันยื่นรองเท้าผ้าใบสีขาวของตัวเอง ที่ใส่มาสามปีแถมซักจนขาวสะอาดชนิดที่ยี่ห้อหลุดไปเป็นชาติไปตรงหน้าของเขา
"เหยียบสิ..หรืออยากจะละเลงปากกาอะไรก็เชิญเลย" ฉันยื่นปลายเท้าของตัวเองไปตรงหน้าของเขา
"นี่! ฉันไม่มีเวลาเล่นกับเธอหรอกนะ" เขาจ้องหน้าฉันอย่างเอาเรื่อง
ฟุ่บบบ!! พร้อมกับยัดรองเท้าผ้าใบของตัวเองให้กับฉัน
"ถ้าเธอไม่มีจ่ายคืน ก็เอาไปซักให้สะอาดซะ"
"แต่ถ้าทำไม่ได้ก็..เอาเงินมาเจ็ดหมื่น"
"กะ..ก็ได้..แหมรอยแค่นี้เองทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต!" ฉันรีบตอบกลับไปทันที
แม้รู้ดีว่ามันแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลยเพราะหมึกซึมมันซึมลึกเข้าไปในเนื้อของผ้าใบแล้วจริง ๆ
(งื้อ ๆ ๆ พระเจ้าช่วยด้วย ๆ)
"มีธุระแค่นี้ใช่ไหม? เดี๋ยวฉันจะได้รีบเอากลับไปซักมาคืนให้!" ฉันตอบไปแบบเสียงแข็ง ๆ ก่อนจะเดินหันหลังเตรียมจะไปหาที่ซักรองเท้าให้หมอนี่ ก่อนที่คราบจะฝั่งลึกไปกว่านี้
หมับ!! ยังไม่ทันที่ฉันจะเดินไปไหนได้ มือหนาของเขาก็คว้าไหล่ของฉันเอาไว้อีกครั้ง
"เดี๋ยว"
"อะไรอีก?" ฉันขมวดคิ้วหันไปถามด้วยเสียงเอื้อม ๆ
"..ถอดรองเท้าของเธอมา" เขาเหลือบตามองลงไปที่รองเท้าของฉัน
"อะไรนะ?" ฉันยิ่งงงหนักกว่าเดิม
"เธอนี่หูหนวกรึไง..ฉันบอกว่าถอดรองเท้าเธอมา ฉันจะใส่" ร่างสูงโน้มตัวเข้ามาดึงหูของฉันไปพูดใกล้ ๆ
"นายจะบ้ารึไง เท้าฉันเล็กกว่าเธอเป็นเท่าเลย ถ้านายมาใส่รองเท้าฉัน..รองเท้าฉันก็พังพอดี?" ฉันส่ายหน้าอย่างไม่เอาด้วยแน่ ๆ
"แล้วเธอจะให้ฉันเดินเท้าเปล่า ไปรับน้องรึไง?" เขาเอียงคอถามด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนกดดันฉันไปในตัว
"…เออ ๆ ๆ ...เอาไป" ฉันทำได้แค่ยืนกำหมัดแน่น ก่อนจะก้มลงถอดรองเท้าตัวเองให้กับเขาไป
เพอร์ซุสยิ้มออกมาและสอดเท้าของเขาเข้าไปในรองเท้าคู่เล็กของฉัน ซึ่งแม้ว่ามันจะเข้าไปได้แค่ครึ่งเท้าแต่เขาก็ยิ้มออกมาอย่างหน้าระรื่น เหมือนดีใจที่ได้แกล้งฉันคืน
"ไอ้.." ฉันแทบอยากจะปารองเท้าใส่หัวหมอนี่จริง ๆ แต่คดีเก่าที่ยังไม่เคลียร์มันเยอะมากซะจนกลัวจะโดนทวงค่าเสียหายอยู่เหมือนกัน
"ตั้งสติหน่อย ๆ พิมพ์ตะวัน ๆ เธอไม่ได้รวย ๆ " ฉันพยายามหายใจเข้าและออกเพื่อข่มความโกรธเอาไว้ ไม่ให้พลั้งพลาดทำอะไรที่ขาดสติอีก
ฉันก้มมองนาฬิกาก่อนจะรีบบิดมอเตอร์ไซต์กลับไปที่หอพักนักศึกษา ที่อยู่ติดกับมหาลัย เพื่อแช่รองเท้าของไอ้ฝรั่งจอมหื่นลงในกะละมังซักผ้าก่อน
พร้อมกับเทผงซักฟอกแทบจะเกือบทั้งถุง ทั้งขยี้ รวมถึงนั่งภาวนาให้คราบหมึกมันหลุดออกมา
แต่นั่งซักขยี้ ๆ ๆ ซ้ำจนมือแทบหัก คราบปากกามันก็ไม่ยอมหลุดออกเลยจริง ๆ
"ซวยแน่ ๆ ๆ " ฉันทำได้แค่นั่งทุบหัวตัวเองซ้ำ ๆ
อื้อ ๆ ๆ (เสียงโทรศัพท์)
((ออโต้) )
"ฮัลโหลมึง.." ฉันกดรับสายมันไปทันที
(ไอ้พิมพ์ มึงอยู่ไหนเนี่ย..รับน้องจะเริ่มแล้ว)
"เออ ๆ อีกห้านาทีกูไป" ฉันรีบเปิดน้ำล้างมือและแช่รองเท้าของเขาไว้ แต่คิดแล้วว่ายังไงก็คงซักให้ขาวสะอาดตามเดิมไม่ได้แน่ ๆ
"เฮ่อ! ซื้อของก็อปให้แทนได้ไหมวะ?" ฉันนั่งคิดมาตลอดทางที่บิดมอเตอร์ไซต์กลับมาที่มหาลัย
ลานกิจกรรม
มหาลัย อเธน่า
"คณะเราอยู่กันแบบพี่แบบน้อง ในวันที่คุณก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิศวะ" รุ่นพี่ปีสี่โฆษกประจำคณะประกาศออกไมค์ ขณะที่พวกรุ่นน้องทุกคนนั่งเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบ
"โปรดจงรู้เอาไว้ว่าเราคือครอบครัว"
"มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน"
"และต่อให้พวกคุณจะผ่านการเข้าค่ายรับน้องของทางมหาลัย ไม่ได้หมายความว่าพวกผมจะรับคุณเข้ารุ่น"
"ทำเนียบรุ่นของเรา ใครก็รู้ว่าโหดมากแค่ไหน..ดังนั้นผมขอถามอีกครั้งว่ามีใครจะถอดใจไหม?"
"ไม่มี!!" รุ่นน้องทุกคนตะโกนตอบ
"มีไหม..ไม่ได้ยิน??" รุ่นพี่ปีสี่เอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง
"ไม่มี!!" รุ่นน้องก็ตะเบิดตอบกลับอย่างสุดเสียง
"แจกผ้าพันคอ!" รุ่นพี่ปีสี่คนเดิมหันมาบอกกับทางพวกปีสาม ซึ่งเราก็เอาผ้าพันคอคำว่า โซตัส
"โซตัส SOTUS" รุ่นพี่ปีสี่พูดขึ้นพร้อมกับสั่งให้ ปีสามเดินเข้าไปช่วยกันผูกผ้าพันคอให้กับรุ่นน้องปีหนึ่ง เหมือนเป็นการต้อนรับพวกเขาเข้าสู่คณะ
ซึ่งคณะของเราจะให้ความเคารพในลำดับชั้นปี มาก ๆ ดังนั้นพี่ปีสี่สั่งอะไรรุ่นน้องก็ต้องทำตาม
การผูกผ้าพันคอเป็นหน้าที่ของรุ่นพี่ปีสาม แต่การมอลเกียร์รุ่นถึงจะเป็นหน้าที่ของพี่ปีสี่ หรือชั้นปีที่สูงที่สุด
"Seniority ให้ความเคารพต่อรุ่นพี่ ผู้ที่อาวุโสกว่า"
"Order เคารพในคำสั่ง และกฎระเบียบวินัย"
"Tradition สืบสานประเพณีที่ส่งต่อ ๆ กันมา"
"Unity ความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว"
"Spirit จิตวิญญาณ และความเห็นใจ มีน้ำใจ ช่วยเหลือกันและกัน"
"กูจองน้องคนนั้น" ไอ้ออโต้รีบเดินไปหยุดตรงหน้าแถวของสาวน้อยหน้าใสวัยคนหนึ่งทันที
"หน้าหมอซะจริง" ฉันยังไม่ได้ด่ามันก็วิ่งจู๊ดตรงไปหาน้องเขาแล้ว
วิศวะเราก็มีผู้หญิงเรียนอยู่เหมือนกันนะ แต่แค่มีน้อยมาก ๆ เท่านั้นเอง ปีละไม่ถึงสิบคน จากทั้งคณะที่มีเกือบ ๆ ร้อยคนได้
ในตอนที่ฉันกำลังเลือกหาน้องปีหนึ่งที่ว่าง ๆ เผื่อจะเดินไปผูกผ้าพันคอให้ แว๊บหนึ่งฉันก็นึกสงสัยขึ้นมาเหมือนกันว่าคนอย่างเพอร์ซุส จะมาร่วมกิจกรรมแบบนี้มั้ยนะ เพราะยังไงซะเขาก็ถือเป็นรุ่นพี่ปีสี่ แถมยังมาจากคณะที่เป็นอริกับเราอีกด้วย
"มองหาฉันเหรอ?" แต่แล้วร่างสูงเป็นฝ่ายเดินตรงเข้ามาหาฉันแทน
(เจอหน้าหมอนี่ทีไร..มีแต่เรื่องซวย ๆ ทุกทีจริง ๆ )
"ฉันจะมองหานายทำไมไม่ทราบ?" ฉันเงยหน้าถามกลับไปอย่างกวน ๆ
"ผูกผ้าผัดคอให้ฉัน" ร่างสูงเดินมาหยุดตรงหน้าของฉัน
"ทำไมฉันต้องผูกให้นายด้วยไม่ทราบฮะ?" ฉันกอดอกถามกลับอย่างถือไพ่เหนือกว่า
"เพราะฉันไม่รู้จักใครเลย นอกจากเธอ" เขาก้มหน้าลงมองฉันอย่างกดดัน
"หึ..งั้นก็ฝันไปเถอะฉันจะเก็บผ้าพันคอนี้ไว้ ผูกให้กับรุ่นน้องปีนะ.. (หนึ่ง)
"ก็ได้..งั้นฉันจะเดินไปบอกเพื่อนทั้งสี่ตัวของเธอ ว่าเราเคยจูบ"
ฟุ่บ! ฉันรีบกระชากคอเสื้อของเขาก้มลงมาใกล้ ๆ และจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง
"ถ้านายพูดเรื่องนั้นกับใครละก็....ฉันจะทำทุกทางให้นายเรียนคณะนี้ไม่ได้เลยคอยดู"
"น่ากลัวจัง.." เขาตอบกลับอย่างหน้าตาย
"บอกเลยว่าจะเป็นวิศวะ ไม่ง่ายหรอกนะ..ยิ่งย้ายมาจากบริหารแล้วเนี่ย ฝันไปเถอะว่าคนในคณะจะต้อนรับนาย"
ฉันก็รีบผูกผ้าพันคอให้ไปแบบลวก ๆ
8ทุ่มหมดตัวและหัวใจ(END : พิมพ์ตะวัน) การรวมพลกันของชาววิศวะ ทั้งปีหนึ่ง สอง สามและสี่ผ่านไปได้ด้วยดี รุ่นพี่ก็บอกถึงกำหนดการต่าง ๆ แบบคร่าว ๆ ไปว่าเดือนไหนจะมีกิจกรรมอะไร และหลังจากสอบเสร็จเราจะมีค่ายรับน้อง (โหด) ที่พวกน้อง ๆ ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะหากใครไม่เข้าร่วม ก็จะไม่ได้รับเกียร์รุ่น(เกียร์ = สัญลักษณ์ตัวแทนของวิศวะ)หลังจากที่รุ่นพี่ได้บอกกฎเกรณ์ประจำคณะของเรา ข้อปฏิบัติต่าง ๆ รวมไปถึงการเข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขันสำคัญ ๆ ของคณะ เสร็จก็ได้แจกกลุ่มไลน์ใหญ่ของทั้งคณะ เพื่อที่เวลามีกิจกรรมอะไรจะมีการแจ้งผ่านไลน์เป็นหลักและอย่างที่รู้กันดีว่า ทุกคณะจะมีการแข่งขันกีฬาภายในมหาลัย ซึ่งทุกคณะจริงจังกันเอามาก ๆ และก็มีเรื่องต่อยตีกันแทบจะทุกปี และน้อยคนมากที่จะย้ายคณะกลางคันแบบเพอร์ซุสแต่ดูเหมือนเขาไม่ได้มีท่าทีกังวลใจอะไรเลย แถมยังเข้าได้ดีกับพวกสาว ๆ คนอื่นในคณะอีกด้วย"ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ให้ความร่วมมือมาชมนุมกันอย่างครบถ้วนในวันนี้" รุ่นพี่ปีสี่เริ่ม ๆ เข้าแถวเรียวกระดาน เป็นอันจบพิธีชุมนุมรุ่นพี่รุ่นน้องในวันแรก"แรดเหลือเกินพ่อคุณ" พิมพ์ตะวันมองไปที่เขาและทำได้แค่ย
9เซอร์ไพรส์(พิมพ์ตะวัน) "ยัยพิ้ง?" ฉันหรี่ตามองตรงไปที่น้องสาวที่กำลังนั่งมาสก์หน้าด้วยโคลนสีเขียว ๆ และหันมาโบกมือทักทายฉันด้วยหน้าระรื่น"มาได้ไงเนี่ย..แล้วเรามีกุญแจห้องพี่ได้ไง?" ฉันแอบตกใจอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่พิ้งเคยมาที่ห้องฉัน แต่ไม่คิดว่าพิ้งจะมีกุญแจเปิดเข้ามารอก่อนแบบนี้"พอดีพิ้งเข้าไปขอยืมของในห้องพี่พิมพ์น่ะ ก็เลยบังเอิญเจอกุญแจสำรอง..บวกกับคิดถึงพี่พิมพ์มาก ๆ เลยนั่งรถแท็กซี่มาหา" พิ้งกี้เดินเข้ามาสวมกอดฉัน ซึ่งฉันก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรไปเพราะห้องนอนที่บ้าน ยัยพิ้งก็มักจะเข้ามายืมเสื้อผ้าของใช้อยู่บ่อย ๆ อยู่แล้วเพราะความจริงเราสองคนก็ไม่ได้อายุต่างกันมาก ฉันยี่สิบเอ็ดปี ส่วนยัยพิ้งก็สิบเก้าปี"แล้วได้คุณพ่อกับแม่รึยังว่าจะมาหาพี่" ฉันเดินไปวางกระเป๋าลงก่อนจะถอดเสื้อช็อปออกแขวนเอาไว้"พี่พิมพ์! พิ้งอายุสิบเก้าปีจะยี่สิบแล้วนะ..จะไปไหนทำอะไรไม่จำเป็นต้องรายงานพ่อกับแม่แล้วไหมอะ?" พิ้งถอนหายใจออกมาก่อนจะเถียงกลับทันที"พิ้งโตมากแล้ว พี่พิมพ์เองก็เหมือนกัน..เลิกทำเหมือนพิ้งเป็นเด็ก ๆ สักทีน่า" เธอพูดก่อนจะเดินสะบัดตูดเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างที่มาส์กหน้าอยู่ออกโทรศัพท์
10ไม่ซ้ำหน้า@บลูมูนบาร์(หนึ่งในบาร์ชื่อดังหลังมหาลัยอเธน่า)บลูมูนบาร์จะมีสระว่ายน้ำอยู่กลางบาร์ และมีวงดนตรีสดเล่นตลอดทั้งคืน สลับกับการเป็นเพลงแนว EDM ทุก ๆ เที่ยงคืนจะกิจกรรมโยนเหล้าราคาลงไปในสระว่ายน้ำ หากลูกค้าคนไหนที่กระโดดลงไปในสระแล้วงมเหล้าขึ้นมาได้ ก็จะได้เหล้าขวดแพงนั้นไปในทันทีและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือบาร์แห่งนี้เป็นการถือหุ้นรวมกันระหว่างศิษย์เก่าจากคณะวิศวะล้วน ๆ จึงไม่แปลกเลยที่พวกเราจะนับว่า บลูมูนบาร์คือถิ่นฐาน แต่ก็ไม่ใช่บาร์จะไม่รับคนจากคณะอื่น ๆ เลย เพราะถ้ามีแต่วิศวะมาเที่ยวคงไม่มีสาว ๆ สวย ๆ เต็มบาร์แบบทุกวันนี้แน่"เข้างานมาก็เจอภาพบาดตาบาดใจเลยวะ..พี่มีนาหักอกกูซ้ำแล้วซ้ำเล่า" ไอ้ออโต้คล้องคอของฉันเหมือนคนที่ยืนไม่ไหว มันจับที่อกตัวเอง พลางบีบน้ำตา เมื่อเห็นพี่มีนาของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเพอร์ซุสทั้งสองโยกย้ายไปตามเสียงเพลง ก่อนจะโน้มหน้าจูบนัวกันไปโดยไม่แคร์สายตาของคนรอบ ๆ ที่ซุบซิบนินทากันให้แซด"มึงอย่าเวอร์ได้ไหม..มึงกับพี่เขายังไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ กูเห็นมึงน่ะคุยแต่กับรูปโปสเตอร์หน้าตึกของเขา" ฉันถอนหายใจและมองไปทางเพื่อนตัวเองแบบเอื้อม ๆ"จริง ๆ ม
1เซ็กส์ออนเดอะบีทส์(มีภาพประกอบ)บรื้นน..บรื้น..เสียงมอเตอร์ไซค์สีดำสนิทบิดทะยานฝ่าสายลมกระโชกไปตามเส้นทาง มุ่งหน้าตรงไปยังเมืองพัทยาดวงตาคมกริบเหลือบมองที่นาฬิกาข้อมือของเธอ ก่อนจะบิดเร่งความเร็วเร่งแซงรถยนต์เกือบทุกคันที่จอดติดอยู่เกือบทั้งหมดบรื้น....บะบรื้นนนนนนน!! เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มกลบทุกเสียงบนท้องถนนข้อมือเล็กบิดแฮนด์เร่งเครื่องจนเกือบสุด…หน้าจอดิจิตอลเข็มไมล์ของรถค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ตามแรงบิดเร่งเครื่องของเธอ สายตาของเธอมองตรงไปยังถนนเส้นทางตรงที่ไกลออกไปจาก 90 ทะยานไปถึง 100 และ 120 จนเกือบ ๆ มิด..140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ ความเร็วและแรงของรถทำให้ผมสีน้ำตาลแดงของเธอปลิวไปตามแรงลมชุดสีดำรัดรูปทำให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างเพรียวบางของพิมพ์ตะวันสะกดทุกสายตาของรถยนต์โดนรอบที่เธอเพิ่งจะขับแซงผ่านมือเล็กกำจับแฮนด์มอเตอร์ไซค์ ใบหน้าของเธอมองตรงขณะที่สายตาจดจ่ออยู่กับท้องถนนบรื้น ๆ ๆ ความเร็วค่อย ๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้นแข่งกับเวลา และ เท้ายังคงสับเเปลี่ยนเกียร์ พลางงัดครัชขึ้นเป็นระยะ ๆด้วยความคล่องแคล่วของรถและความชำนาญในการขับขี่ของเธอทำให้เธอสามารถเดินทางมาถึงยันเมือ
2ลูกค้าวีไอพี(มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน)(ไอ้ฝรั่งโรคจิตเอ๊ย) ฉันทำได้แค่นึกด่าคนตรงหน้าไปผ่านทางสายตา แต่ก็ยังคงเลือกที่จะยิ้มตอบกลับไป เพราะยังไงหมอนี้ก็คือลูกค้าวีไอพีของที่นี่ ซึ่งคงไม่มีคนปกติที่ไหนจะจองโต๊ะละ ห้าหมื่นกว่า ๆ มานั่งจิบค็อกเทลชิล ๆ ได้ ถ้าไม่ใช่พวกลูกคนรวย ที่เหลือกินเหลือใช้เต็มทน"Anything else? (รับอะไรดีไหม?) " ฉันเลือกที่จะไม่ใส่ใจในพูดเชิงสองแง่สองง่ามของไอ้หัวทองตรงหน้า และยืนก้มหน้าก้มตาจดรับออเดอร์ต่อไป.."Um..later (อืม..ทีหลังแล้วกัน) " ร่างสูงเสยผมขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อยืดของเขาออกต่อหน้าต่อตาของฉันเต็ม ๆ"ฉันก็เอา..เซ็กส์ออนเดอะบีสเหมือนกัน" นางแบบสาวที่พอมีชื่อคนนั้นกระแทกเมนูปิดลงและยื่นส่งให้กับฉันแทบจะฟาดใส่หน้า"ได้..ค่ะ" ฉันกัดฟันรับเมนูกลับมาและรีบหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปที่บาร์ แต่ทว่า.."ดะ..เดี๋ยวสิ!" เสียงของไอ้ฝรั่งหัวทองนั้นซึ่งดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นลูกครึ่งมากกว่าเพราะเขาดูพูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ค่อยชัดก็ตาม"ต้องการอะไร..อีกงั้นเหรอคะ" ฉันหันกลับไปมาตอบเขาเสียงแข็ง ๆ แต่ก็ต้องเติมหางเสียงไปด้วยเพราะยังไงเขาก็คือลูกค้า แทบยัง เป็น VIP อีกต่
3พิมพ์ตะวัน(มีภาพประกอบ) (END : พิมพ์ตะวัน)สิ่งที่ทำให้พิมพ์ตะวันตกใจไม่ใช่เพราะถูกกระชากคอเสื้อ แต่ที่เธอชะงักไปการที่คือ ใบหน้าของเขามันใกล้กับเธอมากจนเกินไป ใกล้ในแบบที่เรียกว่าแลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกันเลยก็ว่าได้พิมพ์ตะวันตั้งสติเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ปรับสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ แล้วค่อย ๆ จับมือหนาของเขาออกจากคอเสื้อของตัวเองอย่างช้า ๆ ซึ่งเพอร์ซุสเองก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของเธอ พร้อมกับยิ้มเยาะอย่างสะใจที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าเสียได้ เล็กน้อยพิมพ์ตะวันค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองลำท่อนใต้กางเกงว่ายน้ำสีแดงของเขาแบบชัด ๆ อย่างพินิจพิจารณาอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้าอีกครั้ง"ขอโทษนะ...พอดีว่าฉันไม่ชอบหยิบของสกปรก ๆ เข้าปากน่ะ" พิมพ์ตะวันจ้องหน้าของเขาอย่างไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง เพราะสุดจะทนกับลูกค้าไร้มารยาทและวิตถารคนนี้แล้วจริง ๆ"หึ หึ" เพอร์ซุสไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรเลยกับคำตอบของสาวเสิร์ฟปากร้ายตรงหน้าของเขา" PIM TA WAN " เพอร์ซุสหรี่ตามองและอ่านป้ายชื่อของเธอพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง"ถ้าไม่อะไรแล้ว..ขอตัว
4ขออย่าให้เจอกันอีกเลย!!(มีภาพประกอบ) หญิงสาวพยายามกดปลายเท้าให้แตะถึงขอบสระและพยายามดีดตัวเองให้พ้นขึ้นมาหายใจ แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำได้มีเพียงแค่มือทั้งสองข้างของเธอเพียงเท่านั้น"ชะช่วยด้วย" พิมพ์ตะวันพึมพำ ๆ ใต้น้ำ"พะ..พ่อขา~" หญิงสาวที่แข็งแกร่งหลับตาลงและนึกถึงแต่หน้าของผู้เป็นพ่อของเธอ..พ่อคนที่เธอไม่มีวันได้พบเจอท่านอีกแล้วในชีวิตนี้และในเสี้ยววินาทีที่ลมหายใจของเธอใกล้จะหมดลงเต็มที ภาพในอดีตมันก็ย้อนกลับมาจนเธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ใต้น้ำสีฟ้าและแสงไฟจากด้านบนที่ริบหรี่ลงช้า ๆเธอมองเห็นมือของใครบางคนที่ยื่นลงมาจากด้านบน แต่มือเล็ก ๆ ของเธอมันเอื้อมไปไม่ถึงแล้วจริง ๆ ฟองอากาศที่มีค่อย ๆ พ่นออกจากจมูกของเธอร่างบางค่อย ๆ จมลงไปจนเกือบถึงขอบสระที่ลึกเกือบ ๆ สองเมตร ขาทั้งสองข้างของเธอที่ดีดไปมาเริ่มเกร็งและแข็งกร้าวคล้ายเป็นตะคริว มือของเธอพยายามจะแหวกว่ายขึ้นไปแต่มันช่างไกลเหลือเกิน...น้ำคลอรีนทำให้ตาของเธอแสบพร่าจนต้องหลับตาลงและปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ก้นสระว่ายน้ำใจกลางบาร์สุดหรูแห่งนี้และ...ฟุ่บ!!! มือหนาของใครบางคนกระชากเข้าที่ข้อมือและกระชากเธอขึ้นมาพร้อ
5เปิดเทอม (มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน) วันต่อมา"อ้าว..เปิดเทอมแล้วเหรอลูก?" สามีของแม่เอ่ยทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขาเองก็กำลังเตรียมตัวจะออกไปทำงานเช่นค่ะ"ใช่ค่ะคุณพ่อ" ฉันพยักหน้ารับก่อนจะสวมเสื้อแจ็กเกตทับชุดนักศึกษาอีกที"อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนมั้ยลูก มื้อเช้าเนี่ยสำคัญนะพิมพ์" ท่านเดินเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้าที่ดูปกติดีทุกอย่าง ราวกับคนละคนกับคนเมื่อคืนเลย"ไม่เป็นไรค่ะ พอดีมหาลัยอยู่ไกลนะคะ..อีกอย่างพิมพ์ต้องรีบจ่ายค่าเช่าหอพักก่อน" ฉันรีบยกมือไหว้คุณพ่อ และหันไปไหว้แม่ของตัวเองที่กำลังเดินจูงมือน้องชายตัวแสบลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านพอดี"พี่พิมพ์ครับ"พัตเตอร์น้องชายตัวเล็กตะโกนเรียกหาฉันลั่น พร้อมกับวิ่งเข้ามาสวมกอดฉันไว้ทันที"พัตเตอร์ไม่อยากให้พี่พิมพ์ไปเรียนเลย...เพราะกว่าพี่พิมพ์จะกลับบ้านก็สองสามอาทิตย์ทีหนึ่งเลย พัตเตอร์เบื่อไม่มีใครสอนทำการบ้านเลย" เจ้าตัวเล็กกระทืบเท้าเบา ๆ และงอแงทันทีที่เห็นฉันใส่ชุดนักศึกษา ซึ่งก็งอแงงแบบนี้มาตั้งแต่ตอนที่ฉันเริ่มเข้ามหาลัยแล้วล่ะ"งั้นถ้าพัตมีอะไรที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ก็โทรมาหาพี่สิ เดี๋ยวพี่สอนทางโทรศัพท์ก็ได้" ฉันย่อตัวลงลูบหัวน
10ไม่ซ้ำหน้า@บลูมูนบาร์(หนึ่งในบาร์ชื่อดังหลังมหาลัยอเธน่า)บลูมูนบาร์จะมีสระว่ายน้ำอยู่กลางบาร์ และมีวงดนตรีสดเล่นตลอดทั้งคืน สลับกับการเป็นเพลงแนว EDM ทุก ๆ เที่ยงคืนจะกิจกรรมโยนเหล้าราคาลงไปในสระว่ายน้ำ หากลูกค้าคนไหนที่กระโดดลงไปในสระแล้วงมเหล้าขึ้นมาได้ ก็จะได้เหล้าขวดแพงนั้นไปในทันทีและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือบาร์แห่งนี้เป็นการถือหุ้นรวมกันระหว่างศิษย์เก่าจากคณะวิศวะล้วน ๆ จึงไม่แปลกเลยที่พวกเราจะนับว่า บลูมูนบาร์คือถิ่นฐาน แต่ก็ไม่ใช่บาร์จะไม่รับคนจากคณะอื่น ๆ เลย เพราะถ้ามีแต่วิศวะมาเที่ยวคงไม่มีสาว ๆ สวย ๆ เต็มบาร์แบบทุกวันนี้แน่"เข้างานมาก็เจอภาพบาดตาบาดใจเลยวะ..พี่มีนาหักอกกูซ้ำแล้วซ้ำเล่า" ไอ้ออโต้คล้องคอของฉันเหมือนคนที่ยืนไม่ไหว มันจับที่อกตัวเอง พลางบีบน้ำตา เมื่อเห็นพี่มีนาของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเพอร์ซุสทั้งสองโยกย้ายไปตามเสียงเพลง ก่อนจะโน้มหน้าจูบนัวกันไปโดยไม่แคร์สายตาของคนรอบ ๆ ที่ซุบซิบนินทากันให้แซด"มึงอย่าเวอร์ได้ไหม..มึงกับพี่เขายังไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ กูเห็นมึงน่ะคุยแต่กับรูปโปสเตอร์หน้าตึกของเขา" ฉันถอนหายใจและมองไปทางเพื่อนตัวเองแบบเอื้อม ๆ"จริง ๆ ม
9เซอร์ไพรส์(พิมพ์ตะวัน) "ยัยพิ้ง?" ฉันหรี่ตามองตรงไปที่น้องสาวที่กำลังนั่งมาสก์หน้าด้วยโคลนสีเขียว ๆ และหันมาโบกมือทักทายฉันด้วยหน้าระรื่น"มาได้ไงเนี่ย..แล้วเรามีกุญแจห้องพี่ได้ไง?" ฉันแอบตกใจอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่พิ้งเคยมาที่ห้องฉัน แต่ไม่คิดว่าพิ้งจะมีกุญแจเปิดเข้ามารอก่อนแบบนี้"พอดีพิ้งเข้าไปขอยืมของในห้องพี่พิมพ์น่ะ ก็เลยบังเอิญเจอกุญแจสำรอง..บวกกับคิดถึงพี่พิมพ์มาก ๆ เลยนั่งรถแท็กซี่มาหา" พิ้งกี้เดินเข้ามาสวมกอดฉัน ซึ่งฉันก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรไปเพราะห้องนอนที่บ้าน ยัยพิ้งก็มักจะเข้ามายืมเสื้อผ้าของใช้อยู่บ่อย ๆ อยู่แล้วเพราะความจริงเราสองคนก็ไม่ได้อายุต่างกันมาก ฉันยี่สิบเอ็ดปี ส่วนยัยพิ้งก็สิบเก้าปี"แล้วได้คุณพ่อกับแม่รึยังว่าจะมาหาพี่" ฉันเดินไปวางกระเป๋าลงก่อนจะถอดเสื้อช็อปออกแขวนเอาไว้"พี่พิมพ์! พิ้งอายุสิบเก้าปีจะยี่สิบแล้วนะ..จะไปไหนทำอะไรไม่จำเป็นต้องรายงานพ่อกับแม่แล้วไหมอะ?" พิ้งถอนหายใจออกมาก่อนจะเถียงกลับทันที"พิ้งโตมากแล้ว พี่พิมพ์เองก็เหมือนกัน..เลิกทำเหมือนพิ้งเป็นเด็ก ๆ สักทีน่า" เธอพูดก่อนจะเดินสะบัดตูดเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างที่มาส์กหน้าอยู่ออกโทรศัพท์
8ทุ่มหมดตัวและหัวใจ(END : พิมพ์ตะวัน) การรวมพลกันของชาววิศวะ ทั้งปีหนึ่ง สอง สามและสี่ผ่านไปได้ด้วยดี รุ่นพี่ก็บอกถึงกำหนดการต่าง ๆ แบบคร่าว ๆ ไปว่าเดือนไหนจะมีกิจกรรมอะไร และหลังจากสอบเสร็จเราจะมีค่ายรับน้อง (โหด) ที่พวกน้อง ๆ ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะหากใครไม่เข้าร่วม ก็จะไม่ได้รับเกียร์รุ่น(เกียร์ = สัญลักษณ์ตัวแทนของวิศวะ)หลังจากที่รุ่นพี่ได้บอกกฎเกรณ์ประจำคณะของเรา ข้อปฏิบัติต่าง ๆ รวมไปถึงการเข้าร่วมกิจกรรม การแข่งขันสำคัญ ๆ ของคณะ เสร็จก็ได้แจกกลุ่มไลน์ใหญ่ของทั้งคณะ เพื่อที่เวลามีกิจกรรมอะไรจะมีการแจ้งผ่านไลน์เป็นหลักและอย่างที่รู้กันดีว่า ทุกคณะจะมีการแข่งขันกีฬาภายในมหาลัย ซึ่งทุกคณะจริงจังกันเอามาก ๆ และก็มีเรื่องต่อยตีกันแทบจะทุกปี และน้อยคนมากที่จะย้ายคณะกลางคันแบบเพอร์ซุสแต่ดูเหมือนเขาไม่ได้มีท่าทีกังวลใจอะไรเลย แถมยังเข้าได้ดีกับพวกสาว ๆ คนอื่นในคณะอีกด้วย"ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ให้ความร่วมมือมาชมนุมกันอย่างครบถ้วนในวันนี้" รุ่นพี่ปีสี่เริ่ม ๆ เข้าแถวเรียวกระดาน เป็นอันจบพิธีชุมนุมรุ่นพี่รุ่นน้องในวันแรก"แรดเหลือเกินพ่อคุณ" พิมพ์ตะวันมองไปที่เขาและทำได้แค่ย
7ความซวยมาเยื่อนถึงที่(มีภาพประกอบ)(เลิกคลาส)"โอเค เดี๋ยวครูจะให้เลิกคลาสก่อนเวลาสามสิบนาทีนะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเงยหน้าขึ้นถามทุกคนอีกครั้ง"เพราะวันนี้คณะวิศวะเรามีนัดรวมตัวกันที่ลานกิจกรรม เรื่องการรับน้องปีหนึ่ง" อาจารย์วิลเลี่ยมปิดหนังสือลงก่อนจะเดินตรงเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเราทั้งห้าคน"ถ้าจะเข้าวิศวะแค่ย้ายหน่วยกิจอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องรับรุ่นด้วย" อาจารย์พูดขึ้นกับเพอร์ซุสก่อนจะกดปิดจอโปรเจคเตอร์ด้วยรีโมท"ทุกคนกลับได้เลย ยกเว้นพิมพ์ตะวัน ครูจะคุยเรื่องงานเด็กทุนปีนี้น่ะ" อาจารย์วิลเลี่ยมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมกับหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมารอ"งั้นเจอกันหน้าลานรับน้องนะ พวกกูไปดูดบุหรี่ก่อน" อาร์เดลหันมาบอกกับฉัน และใช้หางตามองทางเพอร์ซุสเล็กน้อยก่อนที่พวกมันทั้งสี่คนจะลุกจากโต๊ะ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินนำออกจากห้องไปจนหมด เหลือแค่เพอร์ซุสที่ยังคงนั่งเปิดชีทเรียนอ่านไปคร่าว ๆ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าและเดินออกไปเป็นคนสุดท้ายฟุ่บ! แผ่นกระดาษตารางชั่งโมงทุนที่ฉันต้องทำให้กับทางมหาลัย ซึ่งก็จะเป็นพวกกิจกรรมแทบจะทุกกิจกรรมของมหาลัยเลย ไม่ว่าจะจัดเตรียมงานประชุม รับน้อง หรือกีฬาสี เด็
6นักศึกษา (วิศวะ) ใหม่"โอ๊ย!! ไอ้พิมพ์หัวกู" ออโต้กุมหัวตัวเองก่อนจะเอื้อมมือมาดึงผมฉันคืนแต่ไม่ได้ดึงแรงมาก เหมือนแค่แกล้งกันเล่น"โขกแรง ๆ เนี่ยแหละ มึงจะได้ตื่น!" ฉันกระชากผมมันแล้วดึงซ้ำ ๆ"เฮ ๆ ๆ พวกคุณปีสามกันแล้วนะ!!" อาจารย์วิลเลี่ยมตวาดขึ้นลั่น ทำให้เราสองคนจำต้องหยุดการอาฆาตแค้นต่อกันเพียงเท่านี้"เล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ " ท่านตำหนิก่อนจะหันไปคุยกับนักเรียนใหม่ รวมถึงหัวหน้าจากฝ่ายทะเบียนอีกคนในตอนแรกอาจารย์ก็คุยกับนักเรียนใหม่เป็นภาษาอังกฤษ แต่พอมีฝ่ายทะเบียนเข้ามาด้วย ท่านก็เลยสนทนาเป็นภาษาไทยแทน ซึ่งอีกฝ่ายก็พูดไทยได้เช่นกัน"เอาจริงวิชาของปีหนึ่งปีสอง เทียบโอนได้หมด แต่วิชาของคณะวิศวะบางตัว ก็ยังมีต้องเก็บอีก" อาจารย์วิลเลี่ยมพูดพร้อมกับเปิดเอกสารการเรียนของนักศึกษาคนนั้นไปพลาง ๆ ซึ่งร่างสูงก็หันหลังให้กับพวกเรา แต่หันหน้าคุยกับอาจารย์ด้วยที่เคร่งเครียด"แต่ที่น่าทึ้งคือ..เรียนบริหารมา แต่ดันทำข้อสอบของคณะวิศวะภาคเหมืองแร่และปิโตรเลียมได้เกือบเต็ม""เพราะขนาดเด็กในคณะวิศวะ ยังสอบผ่านมาได้แค่ ห้าคนเอง" อาจารย์วิลเลี่ยมเม้มปากอย่างช่างใจ เพราะปกติแล้วการย้ายคณะเป็นเรื่องที่ไ
5เปิดเทอม (มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน) วันต่อมา"อ้าว..เปิดเทอมแล้วเหรอลูก?" สามีของแม่เอ่ยทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขาเองก็กำลังเตรียมตัวจะออกไปทำงานเช่นค่ะ"ใช่ค่ะคุณพ่อ" ฉันพยักหน้ารับก่อนจะสวมเสื้อแจ็กเกตทับชุดนักศึกษาอีกที"อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนมั้ยลูก มื้อเช้าเนี่ยสำคัญนะพิมพ์" ท่านเดินเข้ามาพูดคุยด้วยใบหน้าที่ดูปกติดีทุกอย่าง ราวกับคนละคนกับคนเมื่อคืนเลย"ไม่เป็นไรค่ะ พอดีมหาลัยอยู่ไกลนะคะ..อีกอย่างพิมพ์ต้องรีบจ่ายค่าเช่าหอพักก่อน" ฉันรีบยกมือไหว้คุณพ่อ และหันไปไหว้แม่ของตัวเองที่กำลังเดินจูงมือน้องชายตัวแสบลงมาจากบันไดชั้นสองของบ้านพอดี"พี่พิมพ์ครับ"พัตเตอร์น้องชายตัวเล็กตะโกนเรียกหาฉันลั่น พร้อมกับวิ่งเข้ามาสวมกอดฉันไว้ทันที"พัตเตอร์ไม่อยากให้พี่พิมพ์ไปเรียนเลย...เพราะกว่าพี่พิมพ์จะกลับบ้านก็สองสามอาทิตย์ทีหนึ่งเลย พัตเตอร์เบื่อไม่มีใครสอนทำการบ้านเลย" เจ้าตัวเล็กกระทืบเท้าเบา ๆ และงอแงทันทีที่เห็นฉันใส่ชุดนักศึกษา ซึ่งก็งอแงงแบบนี้มาตั้งแต่ตอนที่ฉันเริ่มเข้ามหาลัยแล้วล่ะ"งั้นถ้าพัตมีอะไรที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ก็โทรมาหาพี่สิ เดี๋ยวพี่สอนทางโทรศัพท์ก็ได้" ฉันย่อตัวลงลูบหัวน
4ขออย่าให้เจอกันอีกเลย!!(มีภาพประกอบ) หญิงสาวพยายามกดปลายเท้าให้แตะถึงขอบสระและพยายามดีดตัวเองให้พ้นขึ้นมาหายใจ แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำได้มีเพียงแค่มือทั้งสองข้างของเธอเพียงเท่านั้น"ชะช่วยด้วย" พิมพ์ตะวันพึมพำ ๆ ใต้น้ำ"พะ..พ่อขา~" หญิงสาวที่แข็งแกร่งหลับตาลงและนึกถึงแต่หน้าของผู้เป็นพ่อของเธอ..พ่อคนที่เธอไม่มีวันได้พบเจอท่านอีกแล้วในชีวิตนี้และในเสี้ยววินาทีที่ลมหายใจของเธอใกล้จะหมดลงเต็มที ภาพในอดีตมันก็ย้อนกลับมาจนเธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป ใต้น้ำสีฟ้าและแสงไฟจากด้านบนที่ริบหรี่ลงช้า ๆเธอมองเห็นมือของใครบางคนที่ยื่นลงมาจากด้านบน แต่มือเล็ก ๆ ของเธอมันเอื้อมไปไม่ถึงแล้วจริง ๆ ฟองอากาศที่มีค่อย ๆ พ่นออกจากจมูกของเธอร่างบางค่อย ๆ จมลงไปจนเกือบถึงขอบสระที่ลึกเกือบ ๆ สองเมตร ขาทั้งสองข้างของเธอที่ดีดไปมาเริ่มเกร็งและแข็งกร้าวคล้ายเป็นตะคริว มือของเธอพยายามจะแหวกว่ายขึ้นไปแต่มันช่างไกลเหลือเกิน...น้ำคลอรีนทำให้ตาของเธอแสบพร่าจนต้องหลับตาลงและปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ก้นสระว่ายน้ำใจกลางบาร์สุดหรูแห่งนี้และ...ฟุ่บ!!! มือหนาของใครบางคนกระชากเข้าที่ข้อมือและกระชากเธอขึ้นมาพร้อ
3พิมพ์ตะวัน(มีภาพประกอบ) (END : พิมพ์ตะวัน)สิ่งที่ทำให้พิมพ์ตะวันตกใจไม่ใช่เพราะถูกกระชากคอเสื้อ แต่ที่เธอชะงักไปการที่คือ ใบหน้าของเขามันใกล้กับเธอมากจนเกินไป ใกล้ในแบบที่เรียกว่าแลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกันเลยก็ว่าได้พิมพ์ตะวันตั้งสติเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ปรับสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ แล้วค่อย ๆ จับมือหนาของเขาออกจากคอเสื้อของตัวเองอย่างช้า ๆ ซึ่งเพอร์ซุสเองก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของเธอ พร้อมกับยิ้มเยาะอย่างสะใจที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าเสียได้ เล็กน้อยพิมพ์ตะวันค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองลำท่อนใต้กางเกงว่ายน้ำสีแดงของเขาแบบชัด ๆ อย่างพินิจพิจารณาอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้าอีกครั้ง"ขอโทษนะ...พอดีว่าฉันไม่ชอบหยิบของสกปรก ๆ เข้าปากน่ะ" พิมพ์ตะวันจ้องหน้าของเขาอย่างไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง เพราะสุดจะทนกับลูกค้าไร้มารยาทและวิตถารคนนี้แล้วจริง ๆ"หึ หึ" เพอร์ซุสไม่ได้มีท่าทีโกรธอะไรเลยกับคำตอบของสาวเสิร์ฟปากร้ายตรงหน้าของเขา" PIM TA WAN " เพอร์ซุสหรี่ตามองและอ่านป้ายชื่อของเธอพร้อมกับมองหน้าหญิงสาวเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง"ถ้าไม่อะไรแล้ว..ขอตัว
2ลูกค้าวีไอพี(มีภาพประกอบ)(พิมพ์ตะวัน)(ไอ้ฝรั่งโรคจิตเอ๊ย) ฉันทำได้แค่นึกด่าคนตรงหน้าไปผ่านทางสายตา แต่ก็ยังคงเลือกที่จะยิ้มตอบกลับไป เพราะยังไงหมอนี้ก็คือลูกค้าวีไอพีของที่นี่ ซึ่งคงไม่มีคนปกติที่ไหนจะจองโต๊ะละ ห้าหมื่นกว่า ๆ มานั่งจิบค็อกเทลชิล ๆ ได้ ถ้าไม่ใช่พวกลูกคนรวย ที่เหลือกินเหลือใช้เต็มทน"Anything else? (รับอะไรดีไหม?) " ฉันเลือกที่จะไม่ใส่ใจในพูดเชิงสองแง่สองง่ามของไอ้หัวทองตรงหน้า และยืนก้มหน้าก้มตาจดรับออเดอร์ต่อไป.."Um..later (อืม..ทีหลังแล้วกัน) " ร่างสูงเสยผมขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อยืดของเขาออกต่อหน้าต่อตาของฉันเต็ม ๆ"ฉันก็เอา..เซ็กส์ออนเดอะบีสเหมือนกัน" นางแบบสาวที่พอมีชื่อคนนั้นกระแทกเมนูปิดลงและยื่นส่งให้กับฉันแทบจะฟาดใส่หน้า"ได้..ค่ะ" ฉันกัดฟันรับเมนูกลับมาและรีบหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปที่บาร์ แต่ทว่า.."ดะ..เดี๋ยวสิ!" เสียงของไอ้ฝรั่งหัวทองนั้นซึ่งดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นลูกครึ่งมากกว่าเพราะเขาดูพูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ค่อยชัดก็ตาม"ต้องการอะไร..อีกงั้นเหรอคะ" ฉันหันกลับไปมาตอบเขาเสียงแข็ง ๆ แต่ก็ต้องเติมหางเสียงไปด้วยเพราะยังไงเขาก็คือลูกค้า แทบยัง เป็น VIP อีกต่