“แล้วเรื่องที่ผมอาจจะเป็นพ่อคุณ...”
“เรื่องนั้นตัดทิ้งไปก่อน ต่อให้คุณเป็นพ่อผมจริงก็คงทำอะไรไม่ได้ผมก็คงจัดการเรื่องคุณให้จบๆ ไป บอกตามตรงผมใช้ชีวิตอยู่กับแม่มานานขนาดนี้ พ่ออาจจะเป็นแค่คนในความทรงจำของผมไปแล้ว”
ทั้งสองคนมองหน้ากันอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่แฟนมีตรู้สึกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่พาสต้าไม่ได้พูดออกมา
“พาสต้าไม่ว่าคุณจะรู้อะไร คิดอะไร หรือมีอะไรเกี่ยวกับเรื่องของคุณ คุณต้องเล่าให้ผมฟังเพราะเราจะได้รู้ว่าควรเริ่มต้นจากตรงไหน”
“อืมม งั้นคืนนี้ผมเล่าเรื่องของผมก่อนจะตายให้ฟังเอาไหมครับ”
“ไม่ง่วงหรือไง”
“ไม่รู้สิ ผมไม่ได้นอนมา 25 ปีแล้ว”
“งั้นก็หัดนอนซะ ผมเป็นคนและผมต้องการพักผ่อน ส่วนคุณเป็น..เป็นอะไรก็ช่างเหอะ แต่ก็ไม่ควรรบกวนคนอื่น ฉะนั้นแยกย้ายพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
พาสต้าก็กระตุกยิ้มจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ที่แก้มด้านขวา เขาดูเป็นผู้ชายที่รอยยิ้มสวยมากคนหนึ่งก็ว่าได้
“เลิกยิ้มหลอนๆแบบนั้นได้แล้วไม่งั้นผมจะไม่ช่วยคุณจริงๆ นะ”
“ผมก็แค่ดีใจที่คุณไม่เรียกผมว่าผี”
“ผมไปนอนล่ะ ส่วนคุณถ้าไม่นอนก็ช่วยอยู่เงียบๆ ด้วยแล้วกัน”
แฟนมีตเดินกลับเข้ามาในห้องนอนปล่อยให้พาสต้ายืนชมวิวด้านนอกเพียงลำพัง
:
:
สองชั่วโมงต่อมา
“แฟนมีตนอนไม่หลับเหรอครับ”
“เห้ย...พาสต้า!!!”
“ทำไมต้องตกใจ”
“ถ้าบอกว่าตัวเองไม่ใช่ผีก็ช่วยอย่าทำตัวเหมือนผีจะได้ไหม”
“แล้วทำไมแค่นี้ต้องเสียงดังด้วย ผมแค่ถามเอง”
“แล้วจู่ๆ โผล่มาทำไม”
“ก็ผม..”
“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง”
พาสต้าเอียงคอมองหน้าแฟนมีต ไม่ต่างจากลูกหมาเชื่องๆ ที่กำลังสงสัยในประโยคที่เขากำลังพูดออกไป
“ก็ผมนอนอยู่กับคุณมาตั้งนาน มาตกใจอะไรเอาตอนนี้”
“นอนมาตั้งนาน หมายถึงอะไร”
แฟนมีตชันตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียง ส่วนพาสต้ากำลังนอนกลิ้งไปมาบนที่นอนอย่างสบายใจ
“ก็ตั้งแต่วันแรกที่คุณอยู่บ้านนี้ผมก็อยู่กับคุณตลอด เคยบอกไปแล้วว่าเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรกที่คุณเกิด”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับห้องนอนผม”
“ก็ผมก็อยู่ข้างๆ คุณตลอดไง ตอนกิน ตอนนอน ตอนอึ ตอนฉี่ ตอน..”
“พอๆๆๆๆ นี่เป็นแม่ซื้อหรือไง ตามติดผมขนาดนี้เนี่ย”
แฟนมีตต้องรีบยกมือห้ามเพราะเกิดรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาที่จู่ๆ วันหนึ่งก็ได้มารู้ว่าทุกๆ เวลาในช่วงชีวิตเขามีอีกหนึ่งคนเฝ้ามองดูอยู่ตลอด...
“ตอนอาบน้ำด้วยหรือเปล่า?!?”
“เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ยย”
“ก็แค่ถามดูเฉยๆ”
แฟนมีตเผลอสบตากับพาสต้าอีกครั้ง...
“หรือว่าตอนนั้นคุณก็มองเห็นผมเหรอ เขาว่าเด็กชอบมีสัมผัสพิเศษ”
“เลอะเทอะ!”
แฟนมีตตัดบทเพราะรู้สึกยิ่งคุยบทสนทนาของทั้งสองคนมันเต็มไปด้วยความผูกพันธ์มากมายที่พาสต้าจดจำและรับรู้เพียงคนเดียว
และมันก็กลายเป็นตัวของแฟนมีตเองที่มีความรู้สึกแปลกๆ เหมือนเรื่องราวในอดีตหลายช่วงเวลาถูกบางอย่างกลืนหายไป
“ว่าแต่...ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่นะ”
“ว๊าววว~สนใจเรื่องของผมขึ้นมาบ้างแล้ว”
“นี่พาสต้าอย่าทำเป็นเล่น”
“ครับ ครับ ตอนนั้นเหรอ..ผมอายุ 25 พอดีเลย คืนจบคอนเสิร์ตผมก็จะไปฉลองอายุครบ 25 อยู่แล้วเชียว”
“เดี๋ยวนะ...ผมเกิด 22 ตุลา คืนงานคอนเสิร์ต วันเกิดผมก็คือวันเกิดของคุณด้วยงั้นเหรอ”
“ใช่แล้ววว วันเดียวกับคุณนั่นแหละครับ”
รอยยิ้มพาสต้าตอนพูดถึงวันเกิดของตัวเองดูเศร้ามากแต่น้ำเสียงกลับสดใส
“เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที”
“แบบไหน..”
“ก็อมทุกข์..วันนี้วันเกิดไม่ใช่หรือไง”
พาสต้าส่งยิ้มจางๆ มาให้เพราะตัวเองยังคงอายุเท่าเดิมมาตลอด
“นี่..พาสต้า”
“ครับ?”
“สุขสันต์วันเกิดนะ”
“อื้ออ ขอบคุณนะครับ”
แล้วเสียงรอบๆ ตัวก็ถูกกลืนหายเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นถี่ของแฟนมีตเองตอนที่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสของพาสต้ากลับคืนมาดูมีชีวิตชีวาเหมือนในรูปที่เคยเปิดดู
“นอนได้แล้วนะผมไม่กวนแล้ว เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจอกันนะ”
“แล้วคุณจะไปไหน”
“ก็เดี๋ยวไปเดินเล่นรอบๆ บ้านก็ได้ เมื่อก่อนคุณไม่เห็นผมเลยไม่รู้สึกอะไรใช่ไหมล่ะ พอตอนนี้ก็เลยทำตัวไม่ถูก ผมเลยคิดว่าผมไปเดินเล่นข้างนอกดีกว่าเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน”
พาสต้าเด้งตัวออกจากเตียงนอนหลังจากที่กลิ้งไปมาอยู่นาน
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ชิน คุณอยากทำอะไรก็ทำเหอะ ผมเป็นคนหลับง่าย เดี๋ยวง่วงก็หลับเอง”
“แน่ใจนะครับ”
“อื้อ”
“งั้นผมจะนอนตรงนี้เงียบๆ ไม่รบกวนแล้วกัน”
แฟนมีตเหล่มองสิ่งที่เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรเรียกเขาว่าอะไร
ไม่ใช่ผีแต่ก็ไม่ใช่คน...
ร่างกายของพาสต้าดูปกติทุกอย่าง เหมือนคนทั่วไปแค่ไม่มีเงา
เดินไปมาเท้าติดพื้น แต่ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า แถมยังเดินเร็วมากๆ แบบโผล่ตรงนั้นทีตรงนี้ทีสบายๆ ชนิดที่เขาไม่ทันตั้งตัว
“คิดอะไรอยู่?”
“ไม่รู้สิ แปลกๆ”
“ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวออกไปข้างนอกให้”
“ไม่ได้แปลกแบบนั้น”
“แล้วแปลกแบบไหน”
“ก็ผมแค่คิดว่าถ้าคุณบอกว่าคุณยังไม่ตาย คุณไม่ใช่ผี ไม่ใช่วิญญาณ แล้วผมควรจะเรียกคุณว่าอะไรดี”
ประโยคคำถามของแฟนมีตไม่รู้มีอะไรน่าสนใจเมื่อจู่ๆ พาสต้าถึงจ้องมองอยู่แบบนั้นแถมยังยิ้มโชว์ฟันขาวจนแทบครบทุกซี่
“ผมชื่อพาสต้าครับ”
“รู้แล้ว”
“ก็เรียกผมว่าพาสต้าไง หรือ พาสก็ได้ เพื่อนๆ ผมเรียกผมแบบนั้น”
พาสต้ากระตุกรอยยิ้มมุมปาก
“ยิ้มอะไร” แฟนมีตเกิดสงสัย
“เปล่าแค่เห็นว่าคุณทำหน้าตาตลกดี”
“ตลกยังไง”
“ก็เหมือน..”
“เหมือนอะไร??”
“เหมือนหมา!”
“ไอ้พาสต้า!!”
“อ้าวๆๆพูดจาไม่เพราะเลย แต่ไม่เป็นไรผมให้อภัย แต่ถ้าเราเป็นพ่อลูกกันจริงๆ พูดไม่เพราะกับผมแบบนี้ผมตีนะ”
“เรื่องนั้นตัดทิ้งไปได้เลย คุณไม่ใช่พ่อผมแน่นอน เพราะถ้าคุณบอกคุณอายุ 25 ตอนนั้นแม่ผมก็น่าจะสัก 30 แล้ว”
“เขาเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยผมเอง เราเรียนคณะเดียวกัน”
“หน้าอย่างคุณเนี่ยนะเรียนหมอ”
“ก็หน้าอย่างผมนี่แหละทำไม?”
“พอๆ เหนื่อยจะพูดผมง่วงแล้ว”
“แฟนมีต...”
“ว่าไง...”
“ที่ยอมคุยกับผมดีๆ เพราะตกลงว่าจะช่วยผมจริงๆ แล้วใช่ไหมครับ”
“ไม่รู้คิดดูก่อน แต่ถ้าคุณตกลงตามที่ผมบอกก็คงไม่ติดอะไร เสร็จธุระต่างคนต่างไป แยกย้ายโอเคไหมล่ะ”
“แค่นี้ก็ขอบคุณมากๆ แล้ว”
“ตามนั้น งั้นผมนอนละ”
แล้วแฟนมีตก็กลายร่างเป็นของเหลว พาตัวเองไหลลงจากหัวเตียงซุกเข้าไปใต้ผ้าห่ม
ดวงตาสองข้างที่ปิดสนิทเพียงเพื่อตัดทุกอย่างออกจากความคิด แม้จะยังไม่มีอาการง่วงสักนิดเลยก็ตาม...
“สุขสันต์วันเกิดนะ..แฟนมีต”
เสียงอ่อนโยนดังอยู่ข้างหู พร้อมกับลมเย็นเบาๆ ที่พัดผ่านเข้ามาในเสี้ยววินาทีที่เขาได้ยินเสียงนั่นมันทำให้เกิดความรู้สึกมากมาย รวมถึงหลากหลายคำถาม
ว่าควรช่วยเขาไหม?
พาสต้าคือพ่อของเขาจริงๆ หรือเปล่า?
ที่ผ่านมาระหว่างแม่กับเขามันคืออะไรกันแน่?
แล้วถ้าพาสต้ายังไม่ตาย ตอนนี้ร่างของเขาอยู่ไหน ทำไมตลอด 25 ปีที่ผ่านมาถึงไม่มีเรื่องพวกนี้เล็ดลอดออกมาเลย
ดูเหมือนว่าวันเกิดครบ 25 ปีของแฟนมีตในปีนี้ ของขวัญที่ได้รับจะเกินความคาดหมายไปไกล และมันน่าจะไกลมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงทุกๆ อย่างในชีวิตของเขาก็เป็นได้
:
- TBC -
#hgdคุณผีที่รัก
“ไง...ตื่นแล้วเหรอครับ”“อืม...”“หน้าตายังดูเพลียๆ อยู่เลย อยากนอนต่อก่อนไหม”“ไม่ๆ เดี๋ยวต้องไปทำงาน”แฟนมีตยืดแขนขากลิ้งตัวไปมาบนเตียงนอนอย่างที่ชอบทำประจำ เพื่อไล่ความขี้เกียจให้ออกไปจากร่างกายเมื่อคืนก็ดันนอนดึกเพราะมัวแต่คิดเรื่องของพาสต้า“เห้ยยย”“เอ้า มาตกใจอะไรกันอีก”“เปล่า..ผมแค่ยังไม่ชิน เมื่อกี้งัวเงียอยู่เลยงงๆ นิดหน่อย”“ครับ...ก็น่ารักดี”“ว่าไงนะ”“เปล่าๆ งั้นแฟนมีตทำธุระส่วนตัวเถอะ เดี๋ยวผมไปเดินเล่นรอบบ้านรอ”หลังจากพูดจบพาสต้าก็เดินทะลุประตูหายไปแฟนมีตพยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและบอกกับตัวเองว่าทุดอย่างมันเกิดขึ้นจริงไม่ใช่ความฝันแต่เขาก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน หรือเริ่มจากใครเพราะเรื่องของพาสต้ามันก็ผ่านมาตั้ง 25 ปีแล้ว เขาไม่มีข้อมูลอะไรเลยยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจว่าสิ่งที่เขาพยายามจะช่วยเหลืออีกฝ่ายมันจะสามารถทำได้จริงหรือเปล่า:ร้านกาแฟ Penne's Cafe“ไงแฟนมีตหน้าตาเหมือนคนไม่ได้นอน ไหวไหม?”“ไหวครับพี่เพนเน่ผมเอาเหมือนเดิมแก้วหนึ่ง แล้วนี่พายุกับน้ำหนาวยังไม่มาเหรอครับ”“อ๋อไอ้เจ้าแฝดกำลังมาน่ะเห็นว่าวันนี้เข้าสาย อะนี่กาแฟคั่วเข้มขมปี๋ของคุณชายแฟนมีต ตั้ง
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว คุณเล่าเรื่องของคุณมาหน่อยสิพาสต้า ผมจะได้รู้ว่าผมควรจะไปเริ่มจากตรงไหนดี”การจัดเอกสารมันก็ดูน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน แฟนมีตเลยคิดว่าวิธีการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการฟังชีวิตของพาสต้าเสียเลยและเจ้าตัวก็ดูจะยินดี พร้อมเล่าแทบจะทันที“ผมมีพี่สาวหนึ่งคน น้องสาวหนึ่งคน ผมเป็นลูกชายคนกลางพ่อกับแม่ก็เลยตามใจมากเลยแหละ”แววตาของพาสต้าเป็นประกายในยามที่เขากำลังพูดถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเอง“บ้านผมเป็นหมอกันทั้งบ้าน แม่กับพ่อก็เป็นด็อกเตอร์ ผม พี่สาว กับน้องสาวก็ตั้งใจจะเรียนเป็นหมอตามพ่อกับแม่ แต่เพราะผมหล่อมากก่อนเป็นหมอเลยได้มาเป็นดาราซะก่อน”แฟนมีตเบะปากเบาๆ ที่พาสต้ากล้าชมตัวเองโดยไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด ถึงแม้ว่าเขาจะหล่อจริงๆ ก็ตาม“จริงๆ การที่ผมได้มาเป็นนักร้องผมก็ต้องขอบคุณพลอยนะ”พลอยคือชื่อแม่ของแฟนมีต คนเดียวกันกับที่พาสต้ากล่าวอ้างว่าเคยเป็นแฟนกับเขามาก่อน“เกี่ยวอะไรกับแม่ผม” แฟนมีตหันไปถามในทันทีเขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าเรื่องที่พาสต้าบอกว่าเขาเป็นแฟนกับพลอยแม่ของเขามันมีความจริงที่เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนให้พูดตามตรง จนถึงตอนนี้แฟนมีตก็ยังปักใจเชื่อไม
‘อุแว้...’เสียงของชีวิตใหม่ดังขึ้นท่ามกลางความโล่งใจของทีมที่เข้าไปช่วยเหลือเมื่อเห็นว่าทั้งแม่และเด็กปลอดภัยดีดวงตาของคนบนเวทีค่อยๆ ปิดลง พร้อมกับแสงสีขาวที่พุ่งออกมาจากร่างนั้นโดยไม่มีใครเห็นวิญญาณของนักร้องหนุ่มยืนมองเด็กน้อยตรงหน้า ไม่นานรถพยาบาลก็มาถึงคันหนึ่งพาแม่และเด็กออกจากสถานที่จัดคอนเสิร์ตอย่างรวดเร็วอีกคันกำลังใช้ผ้าขาวห่อร่างไร้วิญญาณในคืนงานคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของชีวิต“คุณตายแล้ว”แฟนมีตเอ่ยขึ้นเมื่อฟังเหตุการณ์คืนนั้นจากปากพาสต้าอย่างละเอียด เขายังคิดไม่ออกว่าทำไมพาสต้าถึงบอกว่าตัวเองยังไม่ตาย ในเมื่อเหตุการณ์มันชัดเจนขนาดนั้น“ผมแค่เกือบตาย”“เกือบยังไง”“พ่อกับแม่ผมตามมาในที่เกิดเหตุ ท่านขอจัดการเรื่องรักษาผมด้วยตัวเอง ท่านพาร่างผมไป...ผมรู้แค่นี้”“แล้วทำไมคุณไม่ตามไปตั้งแต่ตอนนั้นจะได้รู้ว่าเขาพาคุณไปไหน”“โลกเรามันไม่ได้มีแค่วิทยาศาสตร์หรอกนะ ยังมีอีกหลายอย่างที่มันอยู่กับเรามานาน”“คุณหมายถึงไสยศาสตร์ มนต์ดำอะไรพวกนั้นเหรอ”พาสต้าพยักหน้าตอบรับช้าๆ“พ่อผมท่านเคยไปต่างประเทศเพื่อร่ำเรียนวิชาอะไรพวกนี้มาบ้าง ผมอาจจะไม่ใช่ผีเพราะผมยังไม่ตาย แต่ผมก็คือจิตหรือว
“ไอ้ฟ้า มึงอยู่บ้านหรือเปล่า““อยู่ๆ มีอะไรวะ”“ไม่มีอะไรแค่เบื่อ เดี๋ยวกูแวะไปหา”แฟนมีตกดโทรศัพท์มือถือไปหา ‘ขอบฟ้า’ เพื่อนสนิทที่มีชื่อชวนให้แปลกใจไม่ต่างกันขอบฟ้าเคยบอกแค่สั้นๆ ว่าพ่อกับแม่ของเขาเจอกันที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ในวันที่มีนักร้องดังไปร้องที่นั่น ซึ่งก็น่าจะเป็นวันเดียวกันที่เขาถูกใครสักคนส่งลงมาเกิดพอดิบพอดีแต่ถึงอย่างไร ทุกวันนี้แฟนมีตยังคงเชื่อมั่น ว่าความเป็นมาของชื่อคนรอบตัวเขาไม่มีใครน่าจดจำไปได้มากกว่าตัวเขาเองอีกแล้วและเพราะเรื่องราวการเกิดของเขาในตอนนั้นมันก็ทำให้ชีวิตตอนนี้ของแฟนมีตเองจับต้นชนปลายไม่ถูกเช่นกัน“มีตจะไปไหนลูก เพิ่งกลับมาเอง”พลอยที่กำลังเตรียมตั้งโต๊ะอาหารเย็นหันไปเห็นลูกชายของเธอสะพายกระเป๋าลงมาจากห้องนอน“คืนนี้มีตไปนอนบ้านไอ้ฟ้า แม่ไม่ต้องรอนะ มีตขอไปอยู่เงียบๆ สัก 2-3 วัน แล้วเดี๋ยวจะกลับมา”ถ้าใครมาเห็นภาพนี้ก็คงจะมองว่าแฟนมีตดูเป็นลูกที่ใจร้าย แต่สำหรับเขามันก็คงจะดีกว่าการที่เขาต้องมาทนมองหน้าแม่ของตัวเองแล้วรู้สึกไม่สนิทใจเพราะไม่รู้ว่าเธอกำลังมีเรื่องราวความลับอะไรที่ปิดบังไว้อีกหรือเปล่าเขาแค่อยากห่างออกไปตั้งสติคิดทบทวนดู บางทีมัน
‘ก๊อกๆๆ’เสียงเคาะประตูดังขึ้น“ทำอะไรอยู่วะ แม่กูให้เอานมอุ่นมาให้”นี่ก็คงเป็นอีกเรื่องที่ทำให้แฟนมีตชอบมาที่นี่ เพราะคนที่บ้านนี้ดูแลเขาเป็นอย่างดี“กูก็กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย”“แล้วไอเรื่องที่คิด มึงพร้อมเล่าให้กูฟังหรือยัง”แฟนมีตยกแก้วนมอุ่นขึ้นดื่ม สายตาเหลือบมองเพื่อนสนิทเล็กน้อย“ไอ้ฟ้า มึงชอบดูพวกหนังผีหนังวิทยาศาตร์ใช่ไหม”“ถามทำไมวะ มึงอยากดูหนังหรอ”“เปล่า คือ..มึงว่าวิญญาณคนเราออกจากร่างมาโดยที่ยังไม่ตายได้หรือเปล่า”“ก็น่าจะได้นะ แบบพวกพระอาจารย์ถอดจิตในหนังไทยไงมึง”แฟนมีตเองก็ไม่เข้าใจว่าตอนนี้เขากำลังมานั่งถามเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ แต่มันก็คงดีกว่าจมอยู่กับความเงียบ ให้ถือเสียว่าหาเรื่องคุยเรื่อยเปื่อยระหว่างที่นอนไม่หลับ“แล้วมึงว่าถ้าเขาออกจากร่างมานานหลายปี ร่างเขาจะไม่เน่าเปื่อยเหรอวะ”“นี่มึงจริงจังมากไหมกูจะได้ตอบถูก”ขอบฟ้าหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ตัวสีขาว มือหยิบนมอุ่นที่แฟนมีตเพิ่งจะดื่มไปเมื่อครู่กระดกที่เดียวจนหมดแก้ว“คือถ้าให้พูดตามเนื้อหาหนังมันเป็นไปได้หมดแหละมึง แวมไพร์ยังหล่อเท่ คนติดเรือกลางทะเลกับเสือยังไม่โดนเสือแดก เอเลี่ยนมารวมร่างกับคนกระโดดลงบ่อไป
“เราควรจะเริ่มจากตรงไหนดี”“พ่อกับแม่ของผม”“เขาคือใคร ชื่ออะไร และเขาอยู่ที่ไหน”“พ่อผมชื่อภานุ ส่วนคุณแม่ชื่อเรนิสา ทั้งสองคนเป็นหมอภาควิชาพิเศษ ผมมีพี่สาวหนึ่งคนและน้องชายหนึ่งคน เรื่องอื่นๆ นับตั้งแต่วันที่ผมถูกยิงบนเวที ผมก็ไม่ได้เจอพวกเขาอีกเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”พาสต้าพยายามนึกถึงเรื่องราวของตัวเองเท่าที่พอจะจำได้มันเหมือนมีบางอย่างที่ถูกปิดกั้นเอาไว้ที่ทำให้เขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก“เรื่องมันผ่านมา25ปีแล้วไม่รู้ป่านนี้พ่อกับแม่ของผมท่านจะเป็นยังไงบ้าง”“นั่นซิ ผ่านมานานขนาดนั้น แต่ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวผมลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดู ต่อให้มันจะนานแค่ไหนถ้าเป็นถึงพ่อกับแม่ของนักร้องชื่อดังผมเชื่อว่าเราน่าจะเจอได้ไม่ยาก”แฟนมีตพิมพ์ชื่อของพาสต้าลงไปในช่องค้นหาของเว็บไซต์ชื่อดังข่าวส่วนใหญ่ที่ปรากฎอยู่ล้วนแต่เป็นภาพการเสียชีวิตของเขา รวมถึงผลงานบางส่วนที่ผ่านมาน่าแปลกที่ไม่ว่าแฟนมีตจะพยายามค้นหาเรื่องครอบครัวของพาสต้าเท่าไหร่ ข้อมูลที่ควรจะได้พบกลับไม่ได้เป็นประโยชน์เพิ่มเติมขึ้นมาเลยสักนิดพ่อ แม่ พี่และน้อง ไม่แม้แต่จะมีภาพถ่ายให้เขาได้เห็น หรือแม้แต่ข้อมูลอื่นๆ ก็ไม่ปรา
“ลมพายุลูกไหนพัดพี่แฟนมีตสุดหล่อมาได้ครับเนี่ย ถึงกับส่งข้อความมาชวนผมกับพี่พายุกินข้าว”สองพี่น้องฝาแฝดมาถึงร้านอาหารตามเวลานัดหมาย โดยที่แฟนมีตเลือกร้านอาหารที่อยู่แถวๆ บ้านของขอบฟ้าซึ่งไม่ได้ไกลจากที่ทำงานสักเท่าไหร่“ก็วันก่อนนายสองคนมาชวนแล้วพี่ไม่ว่างไงวันนี้ก็เลยจะไถ่โทษให้ อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยนะตามสบาย”“ผมว่าพี่มีพิรุธนะ” น้ำหนาวหรี่ตามองแฟนมีตอย่างจับผิด“อะไร คนอยากเลี้ยงข้าวมันต้องมีอะไรน่าสงสัยด้วยหรือไง”“พี่ยิ่งพูดแบบนี้ผมยิ่งเห็นด้วยกับพี่พายุมันแล้วนะ บอกมาตามตรงเลยดีกว่าว่าพี่ต้องการอะไร ไม่งั้นผมสองคนกลับ” น้ำหนาวเตรียมดึงแขนพี่ชายให้ลุกออกจากโต๊ะ“เออๆ แค่มีเรื่องอยากคุยด้วย แต่ก็ตั้งใจจะเลี้ยงข้าวด้วยเหมือนกัน กินข้าวก่อนแล้วค่อยมาคุยกันอีกที”“ก็แค่นั้น”เพราะโดยนิสัยแฟนมีตก็ไม่ใช่คนที่จะเล่นละครโกหกตบตาใครได้อยู่แล้ว อีกอย่างการยอมรับความจริงสำหรับแฟนมีตก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ถึงยังไงเขาก็เชื่อว่าเขาสามารถไว้ใจพายุกับน้ำหนาวได้“วันนี้มีแต่คนแปลกๆ เต็มไปหมด”หลังจากสั่งอาหารกันจนเสร็จเรียบร้อย น้ำหนาวที่นั่งจ้องหน้าแฟนมีตอยู่นานก็พูดขึ้น“ใครเหรอที่ว่าแปลก
“เป็นไงบ้างไปคุยกับเพื่อนคุณมาได้เรื่องอะไรบ้างไหม”“ก็เยอะพอสมควร”ทันทีที่แฟนมีตกลับมาที่บ้านขอบฟ้า เขาก็เจอกับพาสต้าที่นั่งรอเขาอยู่ในห้องนอนก่อนแล้ว“คุณเคยบอกผมว่าพ่อกับแม่คุณเป็นหมอแล้วเขาทำการทดลองเก็บร่างของมนุษย์เอาไว้โดยที่ทำให้มันไม่เน่าเปื่อยใช่ไหม”“ใช่ ถ้าผมจำไม่ผิดนะ เพราะบอกตามตรงความทรงจำในหัวของผมมันผุดขึ้นสลับกันไปมา ผมต้องปะติดปะต่อหลายๆ อย่างเข้าด้วยกันก็เลยพอรู้และก็จำได้แค่บางส่วนเท่านั้น”พาสต้าพยายามนึกคิดเรื่องราวของเขาในช่วงที่ตัวเองมีชีวิตอยู่ แต่บางอย่างมันก็กลับตกหล่นสูญหายเหมือนมีใครบางคนเข้าไปลบความทรงจำในตอนนั้นออกไป“คุณบอกคุณมีน้องชายกับพี่สาวด้วยถูกไหม”“ใช่ครับ”“แต่คุณจำชื่อกับหน้าเขาสองคนไม่ได้”“ครับ ทำไมเหรอครับ”“บางมีมันอาจจะเป็นผลมาจากตอนที่คุณมีชีวิตอยู่”“คุณกำลังจะบอกอะไรผมกันแน่?”แฟนมีตนั่งคิดทบทวนเรื่องที่พายุและน้ำหนาวเล่าให้เขาฟัง ประกอบกับเรื่องของพาสต้าที่เจ้าตัวพูดกับเขาเอาไว้ในวันแรกที่ได้เจอกันก่อนที่เขาจะลองเชื่อมโยงความน่าจะเป็นที่พอจะเกิดขึ้นได้ของทั้งสองคนเข้าด้วยกัน“พ่อกับแม่คุณอาจจะให้คุณลองใช้ยาบางอย่างในการทดลองของพวกเข
“มีตกลับมาแล้วเหรอลูกแม่เห็นข่าวเรื่องที่บ้านของพาสต้า มีตไม่เป็นอะไรใช่ไหม”“ผมสบายดีครับแม่”พลอยแทบไม่เป็นอันทำอะไรในตอนที่ข่าวหน้าจอทีวีกำลังรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านตระกูลเพียงสิงขรเธอสังหรณ์ใจว่าลูกชายของเธออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่พอได้เห็นว่าแฟนมีตปลอดภัยดีเธอจึงยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ“ว่าแต่แม่เถอะครับเป็นไงบ้างผมไม่อยู่ตั้งสามวัน” “แม่จะเป็นอะไร ก็สบายมากๆ เลยไงมีทั้งน้ากิ่ง อาเวลมาช่วยดูแลแม่อยู่ตั้งสองคน”“จริงเหรอครับแล้วตอนนี้น้ากิ่งเขาอยู่ที่ไหน”แฟนมีตมองไปรอบๆ บ้าน เห็นแค่เพียงเวลที่กำลังนั่งซ่อมวิทยุตัวเก่งให้แม่ของเขาอยู่ที่มุมห้อง“เหมือนจะอยู่ในห้องนอนนะเห็นว่าเข้าไปหาอะไรสักอย่าง”“งั้นเหรอครับ ขอไปทักทายสักหน่อยดีกว่าจะได้รู้ว่าหลานรักกลับมาแล้ว”แฟนมีตเดินตรงไปยังห้องรับรองที่เขาเป็นคนจัดเอาไว้เพื่อให้กิ่งแก้วใช้เป็นที่นอนชั่วคราวระหว่างรอต่อเติมบ้าน“น้ากิ่งเขาไม่อยู่แล้วนิครับ เสื้อผ้าก็ไม่มี”“หมายความว่ายังไงลูก”“เป็นไปได้ยังไงก็ก่อนที่พลอยจะเข้าไปล้างจานในครัวอายังเห็นเขาอยู่ในห้องเลยนะ”พลอยกับเวลรีบตามลูกชายเข้าไป ถึงได้เห็นว่าภายในห้องไม่มีแม้แต
“พาสต้าคุณโอเคหรือเปล่า”หลังจากที่น้ำหนาวและพายุขอตัวกลับ แฟนมีตก็รีบขึ้นมาดูอาการของพาสต้าทันที“ดีขึ้นแล้วครับ เป็นยังไงบ้างน้ำหนาวกับพายุได้เรื่องหรือเปล่า”“ยิ่งกว่าได้เรื่องอีก อย่างแรกผมกู้คืนคลิปวิดีโอจากในมือถือตัวเองได้แล้วนะ ตอนนี้ผมเก็บไฟล์ทั้งหมดใส่ไดร์ฟเรียบร้อยแล้ว”แฟนมีตพูดพร้อมกับโชว์แฟลชไดร์ฟสีดำในมืออันเป็นหลักฐานสำคัญ“ส่วนอีกเรื่องคือเรื่องเครื่องติดตามพี่เพนเน่มีตัวส่งสัญญาณอีกหนึ่งตัวที่พายุเก็บเอาไว้ ตอนนี้กำลังดูว่าสัญญาณรถของพี่เพนเน่จะไปอยู่ที่ไหน”“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป”“หลังจากที่ผมแน่ใจแล้วว่าของทุกอย่างในโกดังมันถูกย้ายไปไว้ที่ไหน ผมจะส่งเรื่องทั้งหมดให้กับตำรวจและให้เขาเข้าไปจัดการ ถึงตอนนั้นคุณน่าจะเข้าไปใกล้ร่างของคุณได้แล้ว”แฟนมีตบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่พาสต้ากลับดูท่าทางคิดหนัก ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นสิ่งที่เขารอคอยมันมาตลอด แต่เวลานี้เขากลับดูไม่ได้ดีใจกับมันเสียเลย“คุณต้องรีบหาวิธีกลับเขาร่างให้เร็วที่สุด คุณสัญญากับผมได้ไหมพาสต้า”“สัญญาอะไรเหรอครับ”“คุณต้องกลับเข้าร่างของคุณให้ได้นะ มันไม่ใช่เพราะว่าผมอุตส่าห์ลงทุนช่วยคุณมาถึงตอนนี้”“แล้ว
“ตื่นแล้วเหรอแฟนมีต”“กี่โมงแล้ว”“น่าจะเกือบเที่ยงได้แล้วมั้ง”“อะไรนะ นี่ผมหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอ”แฟนมีตรีบเด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนทันทีแม้จะยังรู้สึกเจ็บกับบาดแผลตามลำตัวอยู่เล็กน้อยก็ตาม“คงเพราะว่าคุณเพลียมากนั่นแหละ ตอนเช้าขอบฟ้าเข้ามาดูอาการคุณไปรอบหนึ่งแล้วนะเห็นบ่นว่าจะออกไปทำธุระข้างนอก ตอนนี้เลยไม่มีใครอยู่บ้านสักคน”พาสต้าจัดการไล่เรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนที่แฟนมีตนอนหลับให้เขาฟัง“แล้วที่ร้านพี่เพนเน่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”“ผมไปมาแล้ว ร้านปิดแถมยังขึ้นป้ายว่าปิดไม่มีกำหนดอีกต่างหาก”“อะไรนะคนอย่างพี่เพนเน่เหรอจะมาปิดร้านอย่างไม่มีกำหนดแบบนี้”“ก็คงมาจากเรื่องที่คุณบุกเข้าไปในโกดังเขาเมื่อคืนนั่นแหละ ตอนนี้ที่โกดังไม่มีใครอยู่เลยสักคน”พาสต้าใช้เวลาในช่วงที่แฟนมีตได้พักผ่อนออกไปตรวจสอบทุกที่มาจนหมดเพราะไม่อยากรู้สึกว่าเขาปล่อยให้แฟนมีตมาจัดการเรื่องนี้อยู่คนเดียว และมันก็ทำให้เขารู้ว่าตอนนี้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดพยายามทำลายหลักฐานเพื่อหนีความผิดในครั้งนี้“เป็นไปได้ยังไง?”“พวกเขาย้ายออกจากที่นั่นไปแล้ว ไปพร้อมกับอุปกรณ์ทั้งหมดของโกดังน่าจะขนออกไปต
“อาเวลครับแม่หลับไปแล้วหรือยังครับ”แฟนมีตไม่กล้ากลับไปที่บ้านของตัวเองในเวลานี้จึงตัดสินใจมาที่บ้านของขอบฟ้าแทน‘พลอยหลับไปแล้ว อาบอกว่ามีตจะไปค้างบ้านเพื่อนพลอยเขาพยายามโทรหามีตตั้งหลายสายแต่ก็ไม่มีคนรับ’“พอดีผมทำโทรศัพท์หายครับอา นี่ผมก็มายืมโทรศัพท์ไอ้ฟ้ามันจะโทรมาฝากอาบอกแม่ด้วยแล้วกันนะครับว่าผมขออยู่บ้านฟ้ามันสักสองสามวัน พอดีฟ้ามันให้มาช่วยงาน”‘แน่ใจนะมีตว่าเราไม่ได้เป็นอะไร’เพราะน้ำเสียงแฟนมีตที่ตะกุกตะกักผิดปกติ ทำให้เวลจับผิดได้ไม่ยากว่าคนปลายสายกำลังโกหกเขาอยู่“นะครับอาทำตามที่ผมบอก”‘ก็ได้ แต่จบเรื่องนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ’“ว่าแต่ทางนั้นมีอะไรน่าสงสัยหรือเปล่าครับ”เมื่อเห็นว่าเวลยอมให้ความร่วมมือ แฟนมีตจึงถามถึงเรื่องสำคัญที่ฝากเอาไว้ทันที‘ก็ไม่มีนะ กิ่งแก้วดูปกติดีไม่ได้ทำอะไร จะมีก็แค่เขาดูไม่ค่อยพอใจนิดหน่อยที่อามาอยู่ที่นี่’“จะเป็นอะไรไหมครับถ้าผมจะขอร้องให้อาหาเรื่องอยู่ที่บ้านนั้นกับแม่ไปก่อนจนกว่าผมจะกลับไป”‘มีตจะให้อาทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ’“ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ แล้วครับอา และผมก็มีอีกเรื่องสำคัญที่จะฝากให้อาช่วย”ด้วยทุกอย่างมันผิดจากแผนเดิมไปจนหมด และแ
แฟนมีตเดินลัดเลาะไปที่ด้านหลังของโกดังซึ่งอยู่ติดกับทุ่งนาของชาวบ้านรั้วสูงถูกพันเอาไว้ด้วยลวดหนาม เป็นหนทางเดียวที่เขาจะสามารถเข้าไปด้านในได้ และเขาต้องยอมเสี่ยงแฟนมีตสำรวจไปรอบๆ เพื่อความปลอดภัยว่าจะไม่มีใครมาเจอตัวของเขาก่อนที่เขาจะเข้าไปในโกดังได้หนามจากลวดเกี่ยวเข้าที่แขนและขาของชายหนุ่มจนเป็นรอยยาว โชคดีที่เขาไม่ได้เป็นอะไรมาก จึงสามารถข้ามเข้ามาในฝั่งของโกดังได้อย่างปลอดภัย“คุณแม่มาถึงหรือยัง”“ด็อกเตอร์กำลังเดินทางมาครับ อีกประมาณ 15 นาทีจะถึง เห็นท่านแจ้งว่าวันนี้รถค่อนข้างติด”ผู้ชายวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับเพนเน่ที่ด้านหลังโกดังซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นที่จอดรถ ชายคนนั้นสวมชุดขาวคล้ายกับชุดป้องกันรังสีเหมือนในภาพยนต์ที่เคยเห็น“ก็จริง กว่าฉันจะมาถึงได้ก็เสียเวลาไปหลายนาทีอยู่ แล้วข้างในเป็นยังไงบ้าง”“ด็อกเตอร์สั่งปรับสูตรยาตัวใหม่ให้มีประสิทธิภาพที่แรงขึ้นกว่าเดิมสองเท่าครับ”“สองเท่าเองเหรอ?”“ใช่ครับ ฟังดูมันอาจจะน้อยนะครับคุณเพนเน่ แต่สองเท่าสำหรับยาสูตรนี้ถ้าหากเป็นคุณเพนเน่คนเดิมที่เพิ่งเคยใช้ยาตัวนี้เป็นครั้งแรกอาจจะไม่ต้องใช้ยาไปอีกเลยถึงสามเดือน”ผู้ดูแลอวดอ้างสรรพ
แฟนมีตหลับสนิทไปแล้ว ส่วนพาสต้ายังคงนอนตะแคงมองใบหน้าของเขาอยู่อย่างนั้นถ้าวันหนึ่งเขากลับเข้าร่างไปได้ เขาจะมีโอกาสมาอยู่แบบนี้อีกหรือเปล่า แฟนมีตจะหายไปจากชีวิตของเขาไหม หรือเขาจะต้องไปอยู่ที่ไหนกันแน่เรื่องที่เรนิสากับภานุทำเอาไว้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าความจริงถูกเปิดเผยพ่อกับแม่ของเขาก็คงต้องไปชดใช้ความผิดตามกฎหมายที่ไม่รู้ว่ามันจะหนักหนามากสักแค่ไหนแต่ที่แน่ๆ มันอาจจะนานมากพอที่จะทำให้ยาอายุวัฒนะที่อยู่ในร่างกายของคนพวกนั้นหมดฤทธิ์แล้วธรรมชาติก็จะได้กลับมาทำหน้าที่ของมัน..:“แม่คะ หนูรู้สึกว่ายารอบนี้ประสิทธิภาพมันลดลงนะคะ”เพนเน่กลับมาจากร้านกาแฟ เธอรีบตรงไปหาเรนิสาที่ห้องทำงานทันที หลังจากที่เธอเจอความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย“เกิดอะไรขึ้น?”“คือหลังจากหนูรับยาไปได้ 1 สัปดาห์ร่างกายก็เริ่มรู้สึกอ่อนเพลียแล้วก็เหมือนมันจะมีอาการคล้ายๆ กับเวลายามันหมดฤทธิ์”“เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อตัวยานี้มันสามารถดูดซึมอยู่ในร่างกายถึง 1 เดือนหรือเพราะมีอะไรผิดพลาด”เรนิสาถอดแว่นตาออกก่อนจะเดินรอบๆ ตัวของลูกสาวเธอเพื่อสำรวจความผิดปกติที่เกิดขึ้น“หนูเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะแม่ แต่มันเป็นแบบน
“สวัสดีครับน้ากิ่ง”“ว่าไงแฟนมีต ขอน้ามาอยู่ด้วยชั่วคราวนะ”หลังจากที่แฟนมีตกับพาสต้ากลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน กิ่งแก้วก็มาพอดีพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่สองใบในมือ“ครับ แม่เขาบอกผมแล้วว่าบ้านน้ากิ่งกำลังต่อเติมเลยจะมาขออยู่ด้วย ผมจัดห้องนอนไว้ให้แล้วนะครับ น้ากิ่งเอาของเข้าไปเก็บไว้ห้องก่อนได้เลย”“แล้วเย็นนี้น้ากิ่งอยากกินอะไรไหมครับ”“เดี๋ยวน้าทำให้ดีกว่าไหม”“ไม่เป็นไรครับผมว่าผมทำเองดีกว่า น้ากิ่งมาเหนื่อยๆ วันนี้แม่ก็ไปข้างนอกมาดูเพลียๆ ไปพักเถอะครับเดี๋ยวผมจัดการให้”“ก็ได้จ้า งั้นน้ากินอะไรก็ได้แล้วแต่มีตเลย”กิ่งแก้วหิ้วกระเป๋าเดินหายไปในห้องรับรองชั้นล่าง ส่วนแฟนมีตที่พยายามอดกลั้นความรู้สึกเสียใจเอาไว้ได้แต่บอกตัวเองว่าต้องทำตามแผนให้สำเร็จ เพราะเขาไม่รู้เลยว่าเรื่องยาที่พาสต้าไปได้ยินมา มันจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อแม่ของเขาอย่างไร“มีตทำอะไรเหรอลูก?”พลอยที่ตื่นขึ้นมาในช่วงเย็นเดินเข้าไปหาลูกชายในครัว“กำลังเตรียมมื้อเย็นครับแม่”“ทำไมไม่ปลุกแม่ล่ะ มาเดี๋ยวแม่ทำเอง”“ไม่เป็นไรครับ วันนี้แม่ดูเพลียๆ ให้ผมทำให้ดีกว่า”พลอยเตรียมจะไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่ แต่ก็ถูกลูกชายดึงคืนไปเสียก่อนพ
“เป็นน้ากิ่งจริงๆ เหรอเนี่ย..”แฟนมีตทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขก หลังจากที่ทุกๆ อย่างมันอยู่เหนือความคาดหมายที่เขาคิดเอาไว้“ผมบอกตามตรงนะพาสต้าผมพยายามจะไม่เชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง คุณอาจจะเข้าใจอะไรผิด แต่ตอนนี้ผมหลอกตัวเองต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว”“ใจเย็นๆ ก่อนนะแฟนมีต ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องบ้าพวกนี้มันจะไปจบลงที่ตรงไหนกันแน่ ตอนนี้ผมเองก็สับสนไปหมด”“แล้วเมื่อเช้าพวกเขาคุยอะไรกันบ้าง”“ตอนผมไปถึงเขาก็คุยกันไปได้สักพักแล้วแต่ที่แน่ๆ ผมคิดว่าน้าของคุณคงไม่ใช่แค่คนรู้จักของคนที่บ้านผมแน่ๆ”“ทำไมคุณคิดแบบนั้น?”“จากที่ฟังเมื่อเช้าที่พวกเขาคุยกันบนโต๊ะอาหารผมว่าบางทีพวกเขาอาจจะมีส่วนได้ส่วนเสียหรือข้อตกลงอะไรกันมาก่อน ไม่อย่างนั้นจู่ๆ พ่อกับแม่ของผมจะฝากให้พี่เพนเน่เอายามาให้กิ่งแก้วทำไม”ยาขวดสีน้ำตาลลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พาสต้าคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาเคยเห็นมาจากที่ไหนสักแห่งแต่ตอนนี้เขาเองยังนึกไม่ออกและเพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องจัดการ เขาจึงหันมาให้ความสนใจเรื่องของกิ่งแก้วในเวลานี้แทน“มันก็น่าจะเป็นแบบนั้น แต่ที่สำคัญคือยาที่น้ากิ่งเขาไปเอามามันคือยาอะไร”“จะเป็นยาอะไรผมว่าเดี๋
“พาสต้าได้เรื่องอะไรมาบ้างหรือเปล่า”แฟนมีตนั่งรออยู่นาน จนกระทั่งพาสต้าปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของพาสต้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก“ได้มาเยอะมากเลย อย่างแรกเมื่อเช้าพลอยเขาได้บอกหรือเปล่าว่าเขาจะออกไปไหน”“ก็ตั้งแต่เมื่อคืนพอคุยกับอาเวลจบผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับแม่อีกเลย”“งั้นเรารีบไปที่ร้านกาแฟของเพนเน่เถอะพลอยกำลังไปที่นั่น”“แม่รู้จักพี่เพ่นเน่ด้วยเหรอ”“ถ้ามาถึงขนาดนี้ผมว่าเขาก็คงรู้จักกันแล้วแหละ เราไปดูให้เห็นกับตาดีกว่าว่าจริงเท็จแค่ไหน ก่อนที่มันจะไม่ทัน”แฟนมีตรีบออกรถทันทีที่ได้รับข่าวเรื่องของแม่ตัวเองถึงแม้พลอยจะบอกว่าเธอเป็นเพื่อนกับพาสต้าแต่เพราะครอบครัวพาสต้าค่อนข้างเก็บตัวและตัวพลอยเองก็ไม่เคยเล่าว่าเธอรู้จักพี่สาวของพาสต้ามาก่อนที่สำคัญถ้าแม่ของเขารู้จักกับเพนเน่จริง เรื่องที่มีข่าวว่าเพนเน่ใช้ยาอายุวัฒนะกับเรื่องที่พาสต้าหายตัวไป พลอยเองก็อาจจะไปรู้หรือเห็นอะไรมามากกว่าที่เธอเคยเล่าให้ลูกชายฟัง:“ไงพลอยไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”“พี่เพนเน่ก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ”วันนี้เป็นวันหยุดของพนักงานบริษัท ลูกค้าที่มาใช้บริการภายในร้านจึงไม่ได้หนาแน่นสักเท่าไหร่พลอยมานั่งรอเพนเน่ตั้งแต่