All Chapters of ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช: Chapter 151 - Chapter 160

176 Chapters

150 ไม่ใช่อุบัติเหตุ

วังหลวงแคว้นเซียว วันไหว้พระจันทร์ ในยามเว่ย [1] เหรินเยว่เทียนได้ข่าวว่าพี่ชายของตนกำลังเดินทางใกล้มาถึงวังหลวงแล้ว เขาจึงเดินมาหยุดยืนมองอยู่บนกำแพงของประตูวังหลวง เพื่อเฝ้ามองฮ่องเต้ของแคว้นที่เพิ่งกลับมาเยือนบ้านของตนเองในรอบหลายปี อยากรู้ว่านักว่านั่นเป็นข่าวจริงหรือไม่ และพบว่าคนที่หน้าตาคล้ายตนกำลังมุ่งตรงมาทางนี้พอดี (ยามเว่ย คือช่วงเวลา 13.00 น. - 14.59 น. ) 'เรื่องจริงสินะ ยอมกลับมาเช่นนี้คงเจอนางแล้วกระมัง' มองขบวนเสด็จกำลังเคลื่อนที่เข้ามาในประตูวัง บนหลังอาชาตัวใหญ่นั้นพี่ชายกำลังกอดบางสิ่งอยู่ แต่เพราะถูกคลุมไว้ด้วยผ้าคลุมสีเข้มจึงมองไม่ออกว่านั่นคือคนหรือสิ่งของกันแน่ ถึงจะไกลมากและมองไม่ชัดแต่เหรินเยว่เทียนมั่นใจในสัญชาตญาณของตนว่าพี่ชายเจอคนที่วิ่งตามหามาตลอดสองปีแล้ว คำถามเมื่อครู่ในใจก็ได้รับคำตอบทันที เหรินเยว่เทียนราวกลับยกภูเขาที่แบกไว้บนสองบ่าออกไป 'จบแล้วสินะ...' เขาคิดในใจเช่นนั้นแต่หารู้ไม่ว่าตนคิดผิดไปอีกแล้ว คงมีแค่เรื่องของจูมี่เอินที่เขาไม่เคยทายถูกเลยสักครั้ง หวนนึกถึงจดหมายของตนที่ส่งให้พี่ชายเมื่อไม่กี่วันก่อน
last updateLast Updated : 2025-03-12
Read more

151 ความสามารถของคนผู้นี้ เกินไปหน่อยหรือไม่

เหรินโย่วหลุนเล่าบ้างหยุดบ้างเพื่อมองดูสีหน้าของจูมี่เอินที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวหวาดกลัว เดี๋ยวตกใจ บางครั้งก็เหมือนเจ็บปวด แต่เขาจะไม่ยอมหลงกลไปกับใบหน้านั้นของนางอีกแล้ว เมื่อเห็นนางขมวดคิ้วมุ่นเขาก็เริ่มเล่าต่อ "และเจ้าก็มาจริงๆ ข้าเกือบหลอกให้เจ้าพาข้ากลับไปที่ซ่อนตัวของเจ้าได้แล้ว เสียดายที่เจ้ารู้ตัวเสียก่อน" เหรินโย่วหลุนเล่ามาถึงตรงนี้ก็คิดได้ว่า ตอนนั้นที่นางแตะข้อมือของเขาแล้วต่อจากนั้นก็พยายามถอยหนีคงเพราะดวงตาวิเศษของนางที่เพิ่งอาบแสงสีทองไป...หรือว่านางเห็นนิมิตรอะไรเกี่ยวกับเขากันแน่ นางถึงได้รู้ว่าคนที่นอนอยู่เป็นเขา "ตอนที่เราเจอกัน เจ้ามองเห็นสิ่งใด?" "ไม่เกี่ยวกับพระองค์หรอกเพคะ" คำพูดที่จูมี่เอินพูดออกมานั้นนอกจากจะห่างเหินแล้วยังเลือกใช้คำที่คนธรรมดากล่าวกับกษัตริย์ของแผ่นดิน ใช่ นางจงใจ และเมื่อนางได้ฟังเหรินโย่วหลุนเล่าแผนของเขา จูมี่เอินยิ่งสับสนกับการเห็นนิมิตรของตนเองมากขึ้นไปอีก ในตอนนั้นเรื่องบางอย่างก็ทำให้นางตกใจอีกครั้ง "พระองค์..อย่าบอกนะว่าขาที่หลุดนั้น..." มันจะเหมือนกันเกินไปหรือไม่ที่สตรีคนนั้นที่ถูกเหรินโย่วหลุนผลักลงเขาไปจะมาขาห
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

152 บทเรียนของคนทรยศ

เที่ยงของอีกวันจูมี่เอินตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองถูกมัดข้อมือเข้าไว้ด้วยกันและผูกปลายเข้ากับหัวเตียง ร่างกายทุกส่วนก็เจ็บช้ำไปหมด ทั้งแขน ขา ลำตัว ไม่มีส่วนไหนที่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ ยามนี้นางกำลังนั่งพิงกายเข้ากับหัวเตียงและจ้องมองคนข้างกายที่นั่งอยู่ด้วยกัน "ข้าบอกให้เจ้ากิน" ตัวต้นเหตุที่สร้างรอยไว้บนตัวจูมี่เอินก็กำลังยกช้อนค้างไว้บนกลางอากาศ ในช้อนยังมีน้ำแกงที่ถูกยกเข้ามาเมื่อครู่โดยเหรินโย่วหลุนเองอีกด้วย มืออีกข้างก็ถือถ้วยน้ำแกงไว้เพื่อรอป้อนให้นางกิน "..." จูมี่เอินก็มองเขานิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหวเหมือนเดิม ใครเลยจะคิดว่าเขาจะว่างถึงขนาดมานั่งเฝ้านางกินข้าวกัน นางไม่อยากกิน ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น "งั้น ให้ข้าส่งคนไปจับนางกำนัลในตำหนักเก่าของเจ้ามาฆ่าทิ้งทีละคนดีรึไม่" "ฝ่าบาท!" จูมี่เอินขึ้นเสียง แต่แล้วก็นึกถึงเรื่องเมื่อสองปีก่อนขึ้นมา นางก็ใจเย็นลง เพราะในตอนนั้นที่เหรินโย่วหลุนสั่งประหารนางกำนัลในตำหนักของนางนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก คราแรกที่นางได้ยินประกาศของทางการ นางที่หนีไปอยู่กับกัวเจียงมิ่งแล้วก็ย้อนกลับมาที่เมืองหลวง แต่ไม่ทันการ นางมาช้าไ
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

153 ในเมื่อไม่ยอมทายาก็เพิ่มแผลแทนแล้วกัน +++

ร่างบางรู้สึกถึงความเย็นและนิ้วที่หมุนวนอยู่ผิวกายทำให้เจ้าตัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาดู ในตอนนั้นก็พบว่าเหรินโย่วหลุนกำลังทายาตรงรอยช้ำให้นางอยู่ ใบหน้าที่เคยบึ้งตึง ดวงตาที่เคยไร้แววยามนี้กลับอ่อนโยนผิดไปจากเมื่อคืนอย่างเห็นได้ชัด ความตั้งใจในการทายานั้นก็ขะมักเขม้นเป็นอย่างมาก ดูจริงจังเสียยิ่งกว่าตอนเขาตรวจฎีกาบ้านเมืองเสียอีก จูมี่เอินพอได้มองเขาเช่นนี้ก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมา ตอนนั้นมีอยู่วันหนึ่งช่วงที่หนีออกจากวังไป ข่าวลือของนางแพร่ไปทั่วแคว้น กระจายอยู่ทุกหนแห่ง ราวกับเป็นอากาศที่สามารถล่องลอยไปได้ทุกที่ แทรกซึมอยู่ทุกการสนทนา "นางเป็นปีศาจแน่" เสียงชาวบ้านยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ยิ่งพอนางได้เห็นเขาเป็นแบบนี้แล้วก็อดนึกถึงคำพูดพวกนั้นขึ้นมาไม่ได้ คนที่เคยมีใบหน้าที่เต็มอิ่มบัดนี้ซูบผอมลงไปมาก แขนและลำตัวก็เล็กลงเหมือนคนอดมื้อกินมื้อ แม้นเขาจะยังดูมีสง่าเหมือนในความทรงจำสมกับเป็นฮ่องเต้ของแคว้น หากแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองนั้นกลับยิ่งตอกย้ำให้นางรู้สึกผิดมากกว่าเดิม คำกล่าวหานางเหล่านั้นจากพวกชาวบ้าน บางทีอาจจะไม่เกินจริง 'หรือข้าจะเป็นปีศาจอย่างท
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

154 ในเมื่อไม่ยอมกินยาก็กินอย่างอื่นแทนแล้วกัน +++

ต่อมาจูมี่เอินก็ปัดยาทิ้งได้อีก ทั้งที่นางถูกมัดไว้แต่ก็ไม่สิ้นฤทธิ์ อาจเป็นเพราะเหรินโย่วหลุนเพียงมัดมือนางไว้ด้วยกันไม่ได้ผูกเข้าที่หัวเตียงอย่างที่เคย "ทำไมเพคะ? แค่นี้พระองค์ก็ทรงกริ้วแล้วหรือ" จูมี่เอินยกยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มที่มีแค่บนริมฝีปากหากแต่ไม่ได้ยิ้มจนถึงดวงตา นางมองคนที่กำมือแน่นเพราะถูกนางปัดถ้วยยาตกลงไปเมื่อครู่อย่างไม่ลดละไม่หวั่นเกรง "หรือจะทรงรังแกหม่อมฉันอีก ทั้งที่หม่อมฉันไม่ได้ชอบพระองค์ก็ยังทรงจับมาขังไว้ ทำไมหรือเพคะ เสียหน้ามากจนรับไม่ได้หรือ?" คำพูดนั้นยิ่งแหลมคมมากกว่ามีดแหลมที่ทิ่มแทงเข้าไปในตัวของเขาเสียอีก เพียงแค่คำพูดของนางก็สามารถสร้างบาดแผลในใจให้เขาได้อย่างง่ายดาย "ต่อให้เจ้าไม่เคยมีใจให้ ข้าก็จะขังเจ้าไว้ จองจำเจ้าไว้ที่วังหลวงด้วยกัน" ในตอนนั้นเขาก้มหน้าลงต่ำทำให้จูมี่เอินไม่ทันสังเกตเห็นสายตาที่น่ากลัวของเขา แต่น้ำเสียงราบเรียบนั้นนางฟังออกว่าเขาทั้งเจ็บปวดและเอาจริง "..." จูมี่เอินไม่รู้จะพูดสิ่งใดต่อ คำพูดของเขาทำให้นางอุ่นวาบในใจ การกระทำที่ป่าเถื่อนของเขานางก็เข้าใจว่าเขาทำไปทำไม นั่นก็เป็นเพราะรักมากไป เชื่อใจมากไป เม
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

155 จิตใจของเขาไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น

"ข้าขอร้อง ได้โปรด ได้โปรดละ..." ด้วยใจที่สั่นไหวและไม่อาจทนเห็นเขาเจ็บปวดได้อีก ทำให้นางตัดสินใจจับใบหน้าของเขาให้เงยขึ้นมามองตนเอง ก่อนจะมอบจุมพิตที่ลึกซึ้งให้เขาไป เหรินโย่วหลุนที่ถูกจู่โจมก็สงบลงไปได้บ้าง ยกหน้าขึ้นอีกนิดยอมรับจุมพิตที่แสนหวานจากภรรยา หยาดน้ำตาที่อยู่บนแก้มของคนทั้งสองสัมผัสถูกกันยามเมื่อพวกเขาแนบชิดใบหน้าเข้าหากันในระยะนี้ ในตอนนี้แยกไม่ออกแล้วว่าน้ำตาของใครไหลออกมามากกว่ากัน เพราะน้ำตาของพวกเขาได้หลอมรวมเข้าด้วยกันไปเสียแล้ว และการที่นางโผเข้าหาเขาก่อนเมื่อวาน ทำให้วันนี้เหรินโย่วหลุนยิ้มได้ทั้งวัน เหรินโย่วหลุนที่กำลังหวีผมให้ภรรยาอยู่ก็มองนางผ่านกระจกเช่นกัน เมื่อได้สบตากันเขาคิดว่าจูมี่เอินยังไม่อาจอภัยให้เขาได้ทั้งหมดที่เขาใช้ความรุนแรงกับนางไปเมื่อหลายวันที่ผ่านมา หรือไม่ก็อาจมีเรื่องบางอย่างที่กวนใจนางอยู่ แววตาคู่สวยที่มองเขาผ่านเงาสะท้อนนั้นเต็มไปด้วยความสับสนละคนสงสาร เป็นสายตาที่เขาเดาทางไม่ออก เขายังกังวลอยู่ เพราะถึงแม้นางจะมอบจุมพิตที่อ่อนโยนให้เขา แต่ก็ไม่ได้ตอบรับเขาหรือพูดอันใดออกมาเหมือนเดิม ในใจยังรู้สึกว่านางยังต้
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

156 ท่านอ๋องห้าเบื่อเต็มทนแล้ว

"ห้ามบอกว่าข้ามาที่นี่ พวกเจ้าเงียบไว้ ไว้เกิดเรื่องแล้วข้าพูดสิ่งใดก็เออออตามน้ำไป" เขาวางแผนเผาตำหนักข้างๆ ไว้แล้ว ยามนั้นค่อยโกหกพี่ชายออกไปว่าเกณฑ์คนไปช่วยดับเพลิงแล้วจูมี่เอินก็หายไปเอง แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ แถมองครักษ์เงาของจูมี่ เอินแฝงตัวอยู่ในเงามืดพวกนั้นเขาก็ส่งคนไปดักไว้แล้ว แต่รอบนี้ค่อนข้างอุกอาจไปหน่อยบางทีอาจจะโดนจับได้ว่าเขาเป็นคนช่วยจูมี่เอินหนีไป แต่แล้วยังไง เขาไม่สนแล้ว เวลาสองปีในการดูแลบ้านเมืองและดูแลบัลลังก์มังกรที่ทุกคนต่างต้องการมันเหนื่อยมากเกินไป เรื่องทุกอย่างควรจบได้เสียที "แต่ท่านอ๋อง..." ทหารเฝ้าประตูที่กำลังจะพูดก็เงียบลงทันทีเมื่อได้เห็นสายตาคมกล้าของอีกฝ่ายที่มองต่ำลงมา ไม่มีใครไม่รู้ว่าคนผู้นี้รูปงามแต่จิตใจอำมหิตและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าฮ่องเต้เสียอีก เพียงแค่ถูกมองมือไม้ก็สั่นจนควบคุมไม่ได้ แล้วจะทำเช่นไรดี ทางหนึ่งก็ฮ่องเต้ อีกทางก็ท่านอ๋องห้าที่กำลังกุมอำนาจทั้งหมดของวังหลวงไว้ พวกเขาจะเลือกใครได้ ไม่ว่าทางไหนก็เป็นสัตว์ดุร้ายที่พร้อมจะกัดเหยื่อให้ตายได้ทั้งคู่ ทว่าเมื่อดูสถานการณ์แล้วตอนนี้ยังไงก็ถูกคนของอ๋องห้าล้อมไว้แล้ว คงต้องทำตา
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

157 ความจริง

"..." จูมี่เอินถูกพาขึ้นรถม้าแล้วออกนอกวังไปที่ประตูด้านหลัง นางเปิดม่านแง้มดูเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมาก็โล่งใจ ทิ้งร่างกายที่อ่อนล้านอนลงไปกับที่นั่ง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ความทรงจำเมื่อสองปีก่อนหวนกลับมา ตอนนั้นนางเองก็นั่งรถม้าจากไปเช่นนี้ สองปีก่อน "ถ่ายทอดคำสั่ง แต่งตั้งสนมจูขึ้นเป็นฮองเฮา" ยามสิ้นรับสั่งของเหรินโย่วหลุนนั้นจูมี่เอินก็ไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าเรื่องจะเป็นมาในทางนี้ คิดว่าไม่นานฮ่องเต้อาจจะทรงเปลี่ยนพระทัยในภายหลังก็ได้ นางจึงยังไม่กังวลเรื่องอะไรมากนัก แต่หลังจากนั้นอีกสามวันเมื่อนางสามารถขยับร่างกายได้บ้างแล้วก็ถูกไทเฮาเรียกไปเข้าเฝ้า "ถวายพระพรเพคะ ไทเฮา" จูมี่เอินย่อตัวลงอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของไทเฮา "ลุกขึ้นเถิด มาใกล้ๆ ข้าหน่อย" เหว่ยซูซินยิ้มบางดูเป็นมิตร ด้วยดวงตาที่ทอแสงเป็นประกายอ่อนโยนนำพาให้ผู้คนหลงเชื่ออย่างสนิทใจ "เพคะ ไทเฮา" จูมี่เอินลุกขึ้นแล้วเดินไปด้านหน้าตามที่อีกฝ่ายบอก "ข้าได้ยินเรื่องที่ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งเจ้าแล้ว ด้านงานพิธีสถาปนาอ๋องห้าก็จัดเตรียมรอแล้ว รอเพียงเจ้าหายดีเท่านั้น" "ไ
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

158 ต้องการให้ท่านช่วย

สำหรับเหรินโย่วหลุนนั้นไทเฮาก็เปรียบเสมือนมารดาผู้ให้กำเนิด แต่จูมี่เอินไม่เคยคิดเลยว่าไทเฮาจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขา ไม่เช่นนั้นคงไม่ลงมือโหดเหี้ยมกับคนที่ตนรักจนถึงขั้นเสียชีวิต ยิ่งรวมกับที่พระนางเคยวางยาฮ่องเต้พระองค์ก่อนด้วยแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าไทเฮาสามารถลงมือโหดเหี้ยมกับอาหลุนของนางได้โดยไม่รู้สึกเสียใจอันใด ทว่าเมื่อจูมี่เอินตั้งสติและลองไตร่ตรองดูถึงภาพเหตุการณ์ในนิมิตรขึ้นมาอีกรอบ นางก็นิ่งค้างกับความจริงที่เพิ่งจะแน่ใจ หรือนางจะเข้าใจความรู้สึกของไทเฮาที่มีต่ออาหลุนผิดไปกันนะ เพราะในนิมิตรนั้นเมื่อเรียงเหตุการณ์แล้วเป็นเพราะนางเองที่ทำให้อาหลุนโดนไทเฮาใช้มีดแทงเข้าที่อก เขาเข้ามาขวางนางไว้จากด้านข้าง ร่างกายคล้ายจมดิ่งไปในธารน้ำของฤดูเหมันต์ [1] ที่หนาวเหน็บ ความเย็นแผ่กระจายไปทั่วร่างราวกับถูกแช่แข็งจนไม่อาจขยับเขยื้อนกายได้ ทว่ามันกลับไม่สามารถแช่งแข็งหัวใจของนางให้ไม่รู้สึกเจ็บปวดได้ สุดท้ายแล้วนี่อาจไม่ใช่ความผิดของไทเฮาแต่เป็นความผิดของนางเอง แม้จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าทำไมตนถึงไปอยู่ที่นั่น แต่รู้ว่ามีดเล่มนั้นไม่ได้หมายปองชีวิตเขา หากแต่เป็นชี
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more

159 คนที่พาหนีตั้งแต่แรก

"..." จูมี่เอินเงยหน้ามองบุรุษที่สูงกว่าตนเอง ใบหน้าของนางยังคงมีความกังวล แววตาคล้ายคนกำลังจะร้องไห้ แล้วนางควรทำเช่นไรดี จะสั่งให้เห็นนิมิตรเพิ่มตอนนี้ก็ไม่ได้ ก่อนหน้านี้นางพยายามหาเหตุผลในการเกิดนิมิตรแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบสักครั้ง จนล้มเลิกความคิดไป คิดว่าเห็นบ้างไม่เห็นบ้างก็ไม่เป็นไร ในตอนนี้กลับรู้สึกว่าไม่ได้ดั่งใจขึ้นมาซะงั้น แต่แล้วราวกับฟ้าเข้าข้างและได้ยินเสียงอ้อนวอนของนาง พรึบ ในตอนนั้นดวงตาคู่สวยที่เหรินเยว่เทียนกำลังก้มมองสบตาอยู่ จากสีดำดั่งขนกาก็เปลี่ยนสีทองเปล่งประกาย เป็นสีทองที่งดงามกว่าแสงอาทิตย์ยามสะท้อนบนผิวน้ำเสียอีก ท่านอ๋องห้าแห่งแคว้นเซียวเบิกตาค้างมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ พลันคิดถึงคำที่คนในวังกล่าวหาว่าสนมจูอาจเป็นปีศาจสาวแปลงกายมา แต่พอนึกถึงเรื่องที่นางทำเพื่อชาวบ้าน ทำเพื่อพี่ชายของตน ถึงขั้นกล้าเอาตัวไปรับธนูแทนได้แล้วนั้นก็คล้ายว่าคำกล่าวหาเหล่านั้นไม่ค่อยจะสอดคล้องกับนิสัยของนางเท่าไร หรือนี่ก็คือพลังวิเศษที่นางกล่าวถึงใช่หรือไม่ พรึบ จูมี่เอินถูกดึงกลับมาจากในนิมิตร พอรู้ว่าอีกฝ่ายเห็นดวงตาของนางแล้วก็ประหม่าขึ้นมา
last updateLast Updated : 2025-03-13
Read more
PREV
1
...
131415161718
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status