Share

บทที่ 395

Author: อี้ซัวเยียนอวี่
เฟิ่งจิ่วเหยียนต้องการช่วยกองทัพอินทรีเหิน นางทำได้เพียงต้องใช้ตัวตนของเมิ่งสิงโจวมาแก้ปัญหาเท่านั้น

มิฉะนั้น สำหรับเซียวอวี้แล้ว การที่กองทัพอินทรีเหินมิอาจควบคุมได้ อย่างไรก็ต้องทำการประหารอย่างเดียว

เมื่อรู้ว่ามีแม่ทัพน้อยเมิ่งอีกคนหนึ่งนั้น ทุกคนต่างก็มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไปในทันที

องค์หญิงใหญ่ตกใจเป็นอย่างยิ่ง

นางหันหน้าไปมองเซียวอวี้

สีหน้าของเซียวอวี้ดูสงบเงียบกว่านางมากนัก ราวกับว่าเขารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว

ดวงตาจึงเจือไปด้วยไอสังหารที่มิอาจอธิบายออกมาได้

จู่ ๆ เฉินจี๋ก็ตระหนักได้ในทันที

ที่แท้ การที่เมิ่งเฉียวม่อมิได้สนใจความเป็นความตายของกองทัพอินทรีเหินนั้น นั่นเป็นเพราะนางมิใช่ท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งตัวจริง!

เช่นนั้น นางย่อมมีโทษหลอกลวงเบื้องสูงขึ้นมาอีกหนึ่งกระทง!

ทว่า สิ่งที่เฉินจี๋คิดไม่ตกก็คือ ในเมื่อเมิ่งสิงโจวยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้ เหตุใดเขาจึงยอมให้เมิ่งเฉียวม่อมาสวมรอยเป็นตนเองด้วยเล่า?

กองทัพอินทรีเหินจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความว่างเปล่า

“ท่านแม่ทัพน้อย?”

พวกเขามิอยากจะเชื่อ

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปที่พวกเขา เมื่อเห็นว่าพวกเขายังอยู่ท่วงท่าที่จะปลิด
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 396

    โผละ!ป้ายคำสั่งพลันแตกออกมา พละกำลังความแข็งแกร่งของนิ้วเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น ทุกคนต่างก็เห็นได้ชัด“ไม่! ท่านแม่ทัพน้อย…” กองทัพอินทรีเหินทั้งหมดต่างก็พยายามอดกลั้นเอาไว้เฉียวม่อมองไปยังชิ้นส่วนของป้ายคำสั่งที่แตกหักด้วยความปวดใจศิษย์พี่ยอมที่จะมอบกองทัพอินทรีเหินให้ไปอยู่ในมือผู้อื่นจริง ๆ !เช่นนี้ไม่สู้ปล่อยให้พวกเขาช่วยนางออกไป ก่อนที่จะตายอย่างสมเกียรติดีกว่าหรือ!คิ้วของเซียวอวี้ขมวดเป็นปมไปในทันทีการกระทำของเมิ่งสิงโจวในครานี้ ถือว่าพลิกสถานการณ์ทุกอย่างได้ในทันทีเขาเข้าใจความรู้สึกของฝ่าบาท ทั้งยังรู้วิธีที่จะแลกเปลี่ยนอีกด้วย“เฉินจี๋ ถอยทัพ”“พ่ะย่ะค่ะ!”หลังจากทหารของวังหลวงถอยทัพกลับไปแล้วนั้น จำนวนคนจึงน้อยลงไปมากกว่าครี่งหนึ่งในทันทีกองทัพอินทรีเหินปลอดภัยแล้วพวกเขาจะไม่ตายทว่า ภายในใจของพวกเขาก็รู้สึกแย่ยิ่งนักนับแต่นี้ต่อไป พวกเขาจักไม่ใช่คนของท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งอีกแล้วโทษประหารพลันหลีกเลี่ยงได้ ทว่า บทลงโทษยามมีชีวิตอยู่มิอาจหนีพ้นบทลงโทษที่พวกเขาช่วยกันแหกคุกในคืนนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไปเซียวอวี้เอ่ยสั่งการออกมาอย่างเด็ดขาดว่า“นำตัวทุกคนเ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 397

    แสงสว่างวาบจากดาบ ทำให้เฉียวม่อล้มลงราวกับว่ากระดูกสันหลังของนางถูกฉีกกระชากออกไปในทันทีนัยน์ตาของนางเบิกโพลงขึ้น พร้อมทั้งหันหน้ากลับไปด้วยความหวาดกลัวเท้าของนาง...เส้นเอ็นร้อยหวายถูกตัดไปแล้ว!เมื่อมองเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ นั้น เฉียวม่อพลันตัวสั่นเทาไปในทันที“อย่า…อย่าเข้ามา! ไม่เอา…”เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้นึกสงสารไม่ พร้อมทั้งตวัดดาบอีกครั้งหนึ่งเพื่อตัดไปที่เส้นเอ็นข้อมือของเฉียวม่อ ทันใดนั้น เฉียวม่อพลันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา“อ๊าก—"นางเกลียดยิ่งนัก!เหตุใดต้องทำเช่นนี้กับนางด้วย!นางก็แค่อยากได้ในสิ่งที่นางสมควรจักต้องได้!องค์หญิงใหญ่พลันยืนชมภาพตรงหน้าอยู่บนกำแพงด้วยความเป็นสุขเมิ่งเฉียวม่อผู้นั้น กล้าดีอย่างไรมาแอบอ้างตนเองเป็นท่านแม่ทัพน้อยเมิ่งกัน!สายตาของเซียวอวี้พลันเต็มไปด้วยความเย็นชา“นำตัวเมิ่งเฉียวม่อกลับไปที่คุกเทียนเหลา จักทำการประหารนางในวันพรุ่งนี้”“พ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อเฉียวม่อเห็นว่าตนเองหมดหนทางที่จะมีชีวิตรอดแล้วนั้น จึงร้องคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดในทันที“ฝ่าบาทเพค่ะ! หม่อมฉันต้องการฟ้องคู่สามีภรรยาตระกูลเม

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 398

    ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันแฝงไปด้วยความเย็นชา“ฝ่าบาทเพคะ เรื่องที่เฉียวม่อกระทำการแอบอ้างนั้น มีเพียงท่านอาจารย์รับรู้เพียงคนเดียวเท่านั้น”ในยามนี้ องค์หญิงใหญ่ก็เปิดปากพูดออกมาเช่นกันหาได้เหมือนเมื่อก่อนไม่ นางมิคิดจะช่วยเหลือเฉียวม่ออีกแล้ว“ฝ่าบาทเพคะ การที่เมิ่งเฉียวม่อแอบอ้างเป็นผู้อื่นนั้นถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมยิ่งนัก ในยามนี้ยังหันกลับมาแว้งกัดบรรพบุรุษที่สั่งสอนตนเองมานานหลายปีอีก นับว่าเป็นการกระทำที่เนรคุณเป็นอย่างยิ่ง!“คำพูดของคนเช่นนางนั้น จักสามารถเชื่อถือได้เท่าใดกัน?“มิจำเป็นต้องฟังคำนางที่หันมาแว้งกัดผู้อื่นเพคะ!”องค์หญิงใหญ่รู้ดีว่า มิมีทางที่ฮูหยินเมิ่งจักมิมีส่วนรู้เห็นในเรื่องที่เฉียวม่อแอบอ้างสถานนะนี้ทว่า นางเพียงแค่ต้องการปกป้องฮูหยินเมิ่งเอาไว้นางเชื่อว่าฝ่าบาทหาใช่คนไร้เหตุผลไม่หากว่าลงโทษทุกคนที่รู้เห็นเรื่องนี้จนหมดนั้น เกรงว่าค่ายทหารเป่ยต้าคงตกอยู่ในความอลหม่านอย่างแน่นอนเซียวอวี้ก็เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีอีกทั้ง เขายังคิดถึงฮองเฮาอีกด้วยหากว่ากันตามตรงแล้ว ฮองเฮาเองก็คงจะรู้เรื่องที่เฉียวม่อแอบอ้างตนเป็นเมิ่งสิงโจวด้วยเช

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 399

    “ปิดประตู!” เซียวอวี้ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดปั้ง—ประตูคุกเทียนเหลาถูกปิดอย่างเต็มแรงเฟิ่งจิ่วเหยียนหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมิได้ขยับไปที่ใดด้านบนกำแพงนั้นองค์หญิงใหญ่แทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่นางเพิ่งจะได้ยินศิษย์พี่? ฮองเฮา?เมิ่งเฉียวม่อต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ !ใช่ นางจะต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ !เมิ่งเฉียวม่อยิ้มเยาะออกมาราวกับคนบ้าถึงอย่างไรก่อนตายนั้น นางยังสามารถลากคนไปเป็นเพื่อนได้อีกคนป้ายทองไว้ชีวิตนั้น ศิษย์พี่เอามาช่วยเหลือท่านอาจารย์ไปแล้วเหตุใดถึงลืมไปแล้วเล่าว่ายังมีตัวเองอยู่!เฉียวม่อหันไปกล่าวกับฝ่าบาทที่อยู่บนกำแพงว่า“ฝ่าบาทเพคะ! ท่านคงมิทราบกระมัง! ว่าผู้ที่แอบอ้างเป็นเมิ่งสิงโจวนั้น หาได้มีเพียงหม่อมฉันไม่ ยังมีฮองเฮา…”ฉึก —ลูกธนูอันแหลมคมพลันบินทะลุมาที่ทรวงอกของเฉียวม่อในทันทีความหวาดกลัวต่อความตายพลันแผ่กระจายไปทั่วร่างในทันทีดวงตาของเฉียวม่อถึงกับเบิกโพลงขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะมองยังทิศทางที่ลูกธนูบินมา...นางมิเคยคิดเลยว่า ผู้ทำการสังหารนางนั้นจักเป็นฝ่าบาท!สายตาของเซียวอวี้พลันทอประกายความเย็นชาออกมา เขาง้างคันธนูออกมา

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 400

    เฟิ่งจิ่วเหยียนเกิดความลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนเองออกสายตาของเซียวอวี้มิได้ละจากไปที่ใด ก่อนจะกำหมัดวางไว้บนเข่าหลังจากผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จแล้วนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็มิอยากเก็บมันไว้อีกต่อไป“ฝ่าบาท หม่อมฉัน...”จู่ ๆ เซียวอวี้ตวัดสายตาหันมามองนางด้วยแววตาที่เย็นยะเยือกจนทำให้คนนึกขนลุก“ฮองเฮา เจ้าควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูดอันใดออกมา“เรื่องงานมงคลสมรสแทนนั้น เป็นเรื่องใหญ่ที่ข้าพอจะถอยให้เจ้าได้”หากยังมีเรื่องอื่นที่ร้ายแรงกว่างานมงคลสมรสละก็ เขาจักไม่ปล่อยนางไปอย่างแน่นอนหากแต่สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเผยความแน่วแน่ขึ้นมา“หม่อมฉันมิอยากปิดบังท่าน...ฮึก!”จู่ ๆ เซียวอวี้ก็ดึงนางเข้ามาอยู่ในอ้อมอก พลางก้มลงมาปิดปากนางในทันทีเขาบดจูบนางด้วยความรุนแรง ราวกับว่าเขาต้องการกลืนกินนางลงไปยามที่เฟิงจิ่วเหยียนคิดจะผลักเขาออกไปนั้น เขาก็พลิกร่างของตนเอง กดนางลงไปกับเบาะภายในรถม้าในทันที...รถม้ายังคงแล่นเข้าไปในพระราชวังโดยมิมีผู้ใดขัดขวางรถม้าพลันหยุดลงเมื่อมาถึงด้านนอกของตำหนักจื้อเฉินเฉินจี๋ที่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายในรถม้า ราวกับว่ามีส

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 401

    หลังจากเวลาผ่านไปสองถ้วยชา เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวอีกครั้ง เป็นเสียงของเซียวอวี้ที่กลับมาจากการสรงน้ำ เขายกเปิดม่านขึ้นมา พลางมองดูนางจากเบื้องบนอย่างน่าเกรงขามและเย็นชา สายตาของนางเคลื่อนมองตาม ได้เห็นเขาอยู่ในชุดบรรทม ปล่อยเส้นผมดำสยาย ใบหน้างดงามดุจหยกนั้นถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายสังหาร เปรียบเสมือนปีศาจร้ายที่เย้ายวนใจผู้คน ยามที่ได้เผชิญหน้ากับฮ่องเต้ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นนี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนย่อมจะต้องรักษาความระมัดระวังอยู่เสมอ หลังจากนั้น เซียวอวี้ก็ย่อกายนั่งลง เขาผินดวงพักตร์มาทางนาง นัยน์ตาเงียบสงัดเยือกเย็น เมื่อเขาไม่เอ่ยปากก่อน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ไม่พูดเช่นกัน เพราะกลัวว่าจะทำให้เขาโกรธขึ้นมาอีก ในม่านเงียบสงบผิดปกติ ไม่ต่างจากการตั้งป้อมคุมเชิงประจันหน้ากันเงียบ ๆ ก่อนเริ่มสงคราม ได้แต่หยั่งเชิงกันและยังหาทางออกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะข่มอารมณ์ไม่ไหวก่อนกัน เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาเยือกเย็นของบุรุษผู้นั้น ถึงแม้ว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนอยากจะเมินเฉย ก็ยังหนีไม่พ้นความรู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย นางชอบ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 402

    เวลานี้อารมณ์ของเซียวอวี้ซับซ้อนยิ่งนัก ใจหนึ่งก็รู้สึกโชคดีที่ความจริงนั้น เมิ่งเฉียวม่อไม่ใช่แม่ทัพน้อยเมิ่งตัวจริง ขณะเดียวกันอีกใจก็รู้สึกโกรธที่ถูกหลอกลวง เมิ่งเฉียวม่อหลอกลวงเขา ฮองเฮาก็หลอกลวงเขาเช่นเดียวกัน เฟิ่งจิ่วเหยียนก้มศีรษะลงด้วยความเคารพ ไร้ซึ่งข้อแก้ตัวแต่อย่างใด “เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ” ปัง! เซียวอวี้ตบกระดาษคำรับสารภาพลงบนโต๊ะ เอ่ยด้วยเสียงเข้มงวดเย็นชา “แน่นอนเป็นความผิดของเจ้าทั้งหมด! “มองคนผิดพลาด ลังเลไม่กล้าตัดสินใจ จึงทำให้เมิ่งเฉียวม่อได้มีโอกาสเหล่านั้น! “เจ้าคิดว่าเกิดปัญหาแล้วจะสามารถหาวิธีแก้ไขได้ อันที่จริงแล้วหลุมนี้มันขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ “เหตุใดจึงไม่รีบบอกความจริงต่อเราให้เร็วกว่านี้! “หากเจ้าบอกความจริงแต่แรก เราก็ไม่มีทางแต่งตั้งเมิ่งเฉียวม่อเป็นแม่ทัพหญิงคนแรก และไม่มีทางแต่งตั้งให้นางเป็นแม่ทัพกรมป้องกันเมืองอะไรนั่นด้วย “แล้วยามนี้...เจ้าจะให้เราเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!” ในฐานะที่เป็นฮ่องเต้ ย่อมยึดถือข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ ทว่า การรักษาเกียรติของราชวงศ์ และรักษาเสถียรภา

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 403

    เซียวอวี้ระงับไฟโทสะที่พลุ่งพล่านอยู่ในทรวง แลดูเหมือนว่าอารมณ์ไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นของเขา ราวกับถูกแช่อยู่ในน้ำค้างแข็ง ทั้งเยือกเย็นและลึกล้ำ เขาหัวเราะเยาะ และเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “หากเป็นเช่นนั้น ที่เจ้ายอมเสี่ยงกับการสูญสิ้นพลังภายในทั้งหมด เพื่อช่วยขับพิษวารีสวรรค์ให้เรา ในงานเลี้ยงเทศกาลไหว้พระจันทร์ครานั้น ก็เสี่ยงชีวิตมาขวางลูกศรแทนเรา...ทั้งหมดก็เป็นเพราะว่าแม่ทัพน้อยเมิ่ง เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีนั่นเอง” เฟิ่งจิ่วเหยียนกดคางลงเบา ๆ “เพคะ” เมื่อไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวแม้สักนิด ก็ไม่จำเป็นต้องพูดโกหก นับตั้งแต่เข้าวัง นางก็ตระหนักได้ดีว่าตนเองนั้นต้องการสิ่งใด อาจารย์มักจะสอนนางว่าเมื่อได้ตั้งเป้าหมายแล้ว จักต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น อย่าได้สองจิตสองใจ โดยเฉพาะในเรื่องของความรู้สึก ทั้งความรักและมิตรภาพ ก็ล้วนเป็นเช่นนี้ สิ่งใดที่ไม่ควรแตะต้อง นางก็จะไม่แตะต้อง ในใจของนางนั้น เห็นเขาเป็นฮ่องเต้ที่นางต้องภักดีด้วย หน้าที่ของนางคือการปกป้องเขาด้วยชีวิต ก็แค่นี้เอง... หมัดของเซีย

Latest chapter

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 954

    หลิวอิ๋งมาถึงจวนตระกูลเฟิ่ง วางมาดเป็นเหมือนนายหญิงกลับจวน นำรังนกยื่นให้สาวใช้“นำรังนกไปตุ๋น เดี๋ยวข้าจะดื่ม”สาวใช้ยื่นมือทั้งคู่รับมา ไม่กล้าที่จะละเลยพ่อบ้านเหลือบมองรังนก แล้วก็แอบส่ายหัวฮูหยินในอนาคตคนนี้หาเงินเก่งก็จริง ทว่าใช้จ่ายเงินก็ไม่ธรรมดาหากให้นางดูแลจัดการจวนตระกูลเฟิ่ง จะมีชีวิตที่ดีได้หรือ?หลิวอิ๋งอายุสี่สิบกว่า ปกติใช้เงินจำนวนมากในการบำรุงดูแล ใช้ผงแป้งไข่มุกทุกวัน แลดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอย่างน้อยเจ็ดแปดปีวันนี้นางแต่งตัวสวมชุดกระโปรงเบาสบายทันสมัย กล่าวกันว่าเป็นแบบที่ฝ่าบาทออกแบบให้กับฮองเฮาด้วยพระองค์เอง เมื่อสวมใส่แล้วมีความสง่ากล้าหาญ นางคิดว่า คู่ควรกับสถานะของนางที่เป็นหญิงแกร่งทางการค้าเวลานี้ มุมหนึ่งตรงระเบียงทางเดิน อี๋เหนียงหลินกับสาวใช้ยืนอยู่ตรงนั้น แอบมองดูอยู่สาวใช้แสดงสีหน้าสมน้ำหน้า“อี๋เหนียง นายท่านโกรธขนาดนี้ แม่หญิงหลิวคนนั้นโชคร้ายแน่”สายตาอี๋เหนียงหลินแฝงไปด้วยความเกลียดแค้น ชิงชัง มือออกแรง แทบอยากฉีกผ้าเช็ดหน้าให้ขาด“สารเลว! อย่าให้นางเข้ามาอยู่ที่นี่ดีที่สุด!”……หลิวอิ๋งเข้าไปในห้องโถงหน้า ก็เห็นเฟิ่งหลินจับจ้องต

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 953

    ในห้องโถงส่วนหน้า จวนตระกูลเฟิ่ง นายท่านเฟิ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ความคับแค้นใจนั้นมิอาจจางหายได้ มันอัดแน่นอยู่ในทรวงอก รู้สึกอึดอัดใจยิ่งนัก พ่อบ้านรออยู่ด้านข้าง กลั้นเสียงมิกล้าหายใจแรง แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ฮองเฮาพิโรธขนาดนั้นก็ไม่น่าแปลกใจ ว่าที่ฮูหยินทำเกินไปแล้วจริง ๆ กล้าไปสร้างปัญหาที่จวนพลทหาร ทั้งตบหน้าฮูหยินน้อยได้อย่างไร! บัดนี้นายท่านจึงตกที่นั่งลำบาก หันหน้าไปทางไหนก็ไม่ดี พ่อบ้านลอบถอนหายใจ หนึ่งเรื่องยังไม่ทันจบ เรื่องใหม่ก็เข้ามาอีก เด็กรับใช้รีบเร่งเดินเข้ามาข้างใน “นายท่าน! คุณชายใหญ่กลับมาแล้วขอรับ!” เพิ่งจะพูดจบ เฟิ่งเหยียนเฉินพลันเดินเข้ามาด้วยท่าทีน่าเกรงขาม เขาไม่รอให้คนไปรายงานก่อน เดินตรงมาหานายท่านเฟิ่งที่ห้องโถงส่วนหน้าโดยตรง ครั้นได้เห็นสีหน้าบึ้งตึงของบุตรชาย ก็คาดเดาได้ถึงเหตุผลที่เขามาเยือนทันที จู่ ๆ นายท่านเฟิ่งรู้สึกนั่งก็ไม่ใช่ ยืนก็ไม่ถูก เขานึกหงุดหงิดใจนัก วันนี้ช่าง “ครึกครื้น” เสียจริง! เฟิ่งเหยียนเฉินยังสวมเครื่องแบบราชการอยู่ ยืนนิ่ง พูดเข้าประเด็นทันที “ขอบังอาจถ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 952

    จวนตระกูลเฟิ่ง นายท่านเฟิ่งกำลังสั่งให้คนเขียนเทียบเชิญงานแต่ง พ่อบ้านพลันวิ่งเข้ามารายงาน “นายท่าน นายท่าน! ฮองเฮาเสด็จมาขอรับ!” สีหน้าของนายท่านเฟิ่งดูตกตะลึง เหตุใดฮองเฮาจึงมาเยือนอย่างกะทันหัน? หรือได้ยินข่าวว่าเขากำลังจะแต่งงานใหม่ จึงรีบมาขัดขวาง? อีกด้านหนึ่ง ในเรือนอี๋ชิง อี๋เหนียงหลินร้องไห้จนตาบวมไปหมดแล้ว “ไฉนนังแพศยานั่นมาทีหลังกลับได้สมหวัง! “ข้าปรนนิบัตินายท่านมานานหลายปีแล้ว นางเป็นแค่หญิงม่ายคนหนึ่ง คิดจะมาแข่งกับข้า...นายท่านจะชื่นชอบนางได้อย่างไร! “ข้าโมโหจะตายอยู่แล้ว! ให้ตายเถอะ! ข้ายอมตาย ดีกว่าทนอัดอั้นเช่นนี้!” ตั้งแต่รู้ว่าหลิวอิ๋งกำลังจะได้แต่งเข้าจวน อี๋เหนียงหลินก็ร้องไห้โวยวายอย่างหนัก ก่อนหน้านี้ได้วิ่งไปโวยวายต่อหน้านายท่านแล้ว กลับถูกตำหนิกลับมาเสียยกใหญ่ ยามนี้จึงได้แต่ระบายความอัดอั้นในเรือนของตนเอง เดิมเฟิ่งหมิงเซวียนยังมาปลอบโยนนางบ้าง ทว่านางร้องไห้บ่อยเกินไป จนเฟิ่งหมิงเซวียนรู้สึกรำคาญเช่นกัน จึงย้ายไปอยู่ที่โรงพักแรม ไม่ยอมกลับบ้านทั้งกลางวันกลางคืน อี๋เหนียงหลินยิ่งคิดก็

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 951

    เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินเข้าไปในห้อง พลันเห็นมารดานั่งอยู่ข้างเตียง ใช้ผ้าเช็ดน้ำตาอยู่ แววตาของนางมืดลง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปเร็วขึ้น ครั้นนายหญิงเฟิ่งได้ยินเสียงคนเข้ามา จึงเงยหน้ามอง เห็นว่าเป็นเฟิ่งจิ่วเหยียน ก็รีบปาดน้ำตาทิ้ง เปลี่ยนจากความเศร้าเป็นยินดี “ฮองเฮา...” ถึงแม้จะเป็นแม่ลูกกัน และอยู่ในสถานที่ส่วนตัว นายหญิงเฟิ่งยังเคร่งครัดในกฎระเบียบ นางไม่อยากให้บุตรสาวกังวล จึงหาข้ออ้างง่าย ๆ โดยไม่รอให้เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยถามก่อน “แม่แค่คิดถึงเวยเฉียง มิรู้ว่านางอยู่ที่จางโจวนั้นเป็นอย่างไรบ้าง” การร้องไห้เมื่อคิดถึงบุตรสาว เป็นธรรมดาของมนุษย์ หากเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ก็คงจะเชื่อแล้วจริง ๆ นางเดินไปนั่งลงข้างกายของนายหญิงเฟิ่งอย่างเงียบ ๆ “พูดมาตามตรงเถิด เกิดอะไรขึ้น” นายหญิงเฟิ่งชะงักงันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกลับมาแย้มยิ้มทันที “ก็เป็นดั่งที่พูดเมื่อครู่นี้ ฮองเฮา ไฉนเจ้าถึงออกจากวัง? มีเรื่องอะไรนอกวังหรือไร?” นางยังต้องการจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา ทว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนยังวกกลับมา “ข้าเห็นคนพวกนั้นแล้ว พวกนาง

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 950

    ราชทูตจากเป่ยเยี่ยนที่รักตัวกลัวตายนั้น เขาย่อมรู้ดีว่านิสัยของอดีตฮ่องเต้เป็นคนเช่นไร จึงมิคิดหาเรื่องเดือดร้อนให้กับตนเองเขารีบพาทหารทั้งหลายที่ถูกถอดชุดเกราะปลดอาวุธกลับเป่ยเยี่ยนไปในทันที มิคิดรั้งอยู่หนานฉีเลยแม้แต่วินาทีเดียวเมื่ออดีตฮ่องเต้เห็นทุกคนออกไปกันหมดแล้วนั้น เขาถึงรู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่า เขาถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่แล้วจริง ๆ วินาทีนั้น เขาโกรธโมโหยิ่งนัก พร้อมทั้งไอสังหารที่แผ่ไปทั่วทุกที่“อ๊าก! ตาเฒ่า! ข้าเป็นบุตรแท้ ๆ ของท่าน ท่านกล้าทำเช่นนี้กับข้าเลยหรือ!”เขาทั้งสองข้างพลันคุกลงบนพื้น ก่อนจะร้องคำรามไปมามิต่างอันใดกับสุนัขที่บ้าคลั่ง……แคว้นตงซานที่อยู่ห่างออกไปพันลี้นั้นหลังจากที่ราชทูตทั้งสองกลับมาแล้วนั้น พลางนำข่าวที่ตนเองถูกพวกหนานฉีบังคับให้ทำการค้าขายด้วยมารายงานในทันทีฮ่องเต้แคว้นตงซานที่ได้ยินเช่นนั้น พลันหัวเราะออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว“เรารู้ดีว่า หนานฉีจักไม่ยอมหยุดเพียงเท่านี้แน่!”ราชทูตหลี่หลิงที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นนั้น“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมิอาจช่วยราชครูกลับมาได้ ทว่า พวกกระหม่อมได้ทิ้งสายลับเพื่อติดตามหาเบาะแสของตงฟางซื่อเอาไว้แ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 949

    การที่พวกเขาขอเข้าพบยามมืดค่ำเช่นนี้ เกรงว่าราชทูตเป่ยเยี่ยนเองคงมีเรื่องร้อนใจมากกระมังจางฉี่หยางนำกองทัพที่แข็งแกร่งบุกเข้าโจมตีเป่ยเยี่ยนสงครามในครานี้จึงต้องรีบระงับโดยไว แว่นแคว้นภายในถึงจักสามารถฟื้นตัวได้เสียที……เมืองเซวียนภายในเรือนจำฮ่องเต้เยี่ยนและเหล่าทหารมากมายถูกคุมขังเอาไว้ที่นี่เขามิคิดเลยว่า ตนเองจักถูกพวกหนานฉีจับได้ ทั้งยังถูกคนของตนเองทรยศหักหลังอีก!เขาโกรธเกลียดยิ่งนักเมื่อฮ่องเต้ถูกจับตัวเอาไว้ได้เช่นนี้ กองทัพเยี่ยนที่เหลืออยู่บนภูเขาจิ่วเหลียนย่อมไร้ความสามารถเป่ยเยี่ยนพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิงทว่า ฮ่องเต้เยี่ยนหาได้แสดงออกท่าทีว่าตนเองพ่ายแพ้ไม่ หากแต่ยังคงทำตัวหยิ่งจองหอง ยโสโอหังไม่เลิก“เราจักไม่ตาย! พวกเจ้ามิกล้าสังหารเราหรอก!“กองทัพเยี่ยนที่มีทหารนับหมื่นนายนั้น พวกเขาจักยังคงทยอยโจมตีหนานฉีต่อไป จนกระทั่งหนานฉีพ่ายแพ้ราบคาบเป็นหน้ากอง!”นี่คือพระราชโองการที่เขาออกสั่งด้วยตนเอง ก่อนที่เขาจะทยานเข้าสู่ศึกสงครามไม่ว่าอย่างไร เป่ยเยี่ยนกับหนานฉีก็จักรบกันจนตัวตายไปข้างหนึ่ง!ทหารที่เฝ้าห้องขังนั้น ต่างพากันหัวเราะออกมาเสียฉากใหญ่“ทยอยโจ

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 948

    ในวังหลวงหลังจากรับสำรับมื้อค่ำแล้วนั้น เซียวอวี้ก็มอบของขวัญให้กับตระกูลเฟิ่งมากมาย ทุกคนต่างก็ได้รับกันถ้วนหน้า รวมไปถึงเด็กน้อยวัยสองขวบด้วยเฟิ่งเหยียนเฉินพลันลุกขึ้นยืน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมนึกละอายใจยิ่งนัก!”โจวซื่ออุ้มบุตรสาวของตนเองขึ้นมา ก่อนจะโค้งกายคำนับตามสามีของตนเองเซียวอวี้ที่มีงานราชกิจมากมายรออยู่นั้น หลังจากรับสำรับมื้อค่ำเสร็จเขาก็ต้องกลับไปที่ห้องทรงพระอักษร ก่อนจะสั่งการให้หลิวซื่อเหลียงส่งตระกูลเฟิ่งออกจากวังไปหลิวซื่อเหลียงที่เป็นข้ารับใช้คนสนิทของฮ่องเต้ การที่ได้เขาช่วยนำออกจากวังหลวงนั้น ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่า ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับตระกูลเฟิ่งมากเพียงใดเฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบมองหลานสาวตัวน้อยของนาง ก่อนจะหันกลับไปมองแผ่นหลังของฮ่องเต้ที่เดินจากไปทันใดนั้น แววตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมายจึงฉายชัดขึ้นมาในทันทีตลอดการรับสำรับมื้อค่ำในครานี้ เซียวอวี้ลอบมองดูเด็กน้อยอยู่หลายครั้ง พร้อมรอยยิ้มที่ฉายขึ้นในดวงตาของเขาเสมอสายตานั้น มิต่างอันใดกับเฟิ่งเหยียนเฉินที่มอบให้กับบุตรสาวของตนเองเลยแม้แต่น้อยหากจะกล่าวว่าเฟิ่งจิ่วเหยียน

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 947

    สีหน้าของนายท่านเฟิ่งเต็มไปด้วยการต่อต้านถึงแม้ว่าเขาจะแต่งงานใหม่อีกครั้ง แต่ก็ยังมีบุปผางามสาวสะพรั่งอีกมากมายให้เลือกสรร อย่างน้อย เขาก็สามารถแต่งกับสตรีที่รู้ความแตกฉานด้านอักษร หรือมีภูมิหลังที่สะอาดสะอ้านบริสุทธิ์ผุดผ่องได้หลิวอิ๋งผู้นี้ หาได้มีคุณสมบัติที่จักมาเป็นนายหญิงของตระกูลเฟิ่งไม่!หากแต่ สตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาหาได้มีท่าทีล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่ใบหน้าของเขาราวกับเต็มไปด้วยความรักใคร่“นายท่าน สามีของข้าเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ข้ามิเคยลืมท่านเลยสักวันเดียว“ในเมื่อพี่สาวข้าหย่าขาดกับท่านเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเรากลับมาอยู่ด้วยกันดีหรือไม่ ในครานี้ มิมีผู้ใดขัดขวางพวกเราได้อีกแล้ว”ทั่วร่างของนายท่านเฟิ่งพลันเหงื่อแตกไปในทันที ก่อนจะผลักนางออกไป“ใครเคยอยู่กับเจ้ากัน! เจ้าออกไปให้ห่างจากข้าเดี๋ยวนี้!”หลิวอิ๋งในยามนี้ จัดการยากกว่าในปีนั้นยิ่งนัก!เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่มารดาของเขามิยินยอมให้นางแต่งเข้าจวนมา!ดวงตาของหลิวอิ๋งพลันหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายกับท่าทีที่พร้อมจะทุบหม้อข้าวหม้อแกงทุกอย่างทิ้งไป“ท่านไม่อยากแต่งกับข้างั้นหรือ?“

  • แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย   บทที่ 946

    ด้านนอกประตูวังนั้นหลิวอิ๋งและบุตรสาวของนางถูกไล่ออกไปทันทีไม่ว่าพวกนางจะเอ่ยย้ำว่าเป็นเครือญาติของฮองเฮามากเท่าไหร่เหล่าองครักษ์พลางกล่าวออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ว่า: “ฮองเฮามีรับสั่งว่า ไม่พบ!”สาวใช้ของพวกนางพลันก้าวเข้าไปข้างหน้า ก่อนจะซักถามพวกเขาว่า“มีตาหามีแววไม่! พวกเจ้ามิได้ไปแจ้งให้ฮองเฮาทราบอย่างแน่นอนเลย!”องครักษ์ที่ทำหน้ารักษาประตูวังจึงชักอาวุธออกมา“หากกล้าก่อเรื่องที่หน้าประตูวัง คงมิอยากจะมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!”เมื่อหลิวอิ๋งและอีกสองคนเห็นสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า พวกนางจึงค่อย ๆ ล่าถอยออกไปแต่โดยดีทว่า พวกนางหาได้คิดยอมแพ้ไม่!เจิ้งจีบุตรสาวของนางพลันเป็นเดือดเป็นร้อนไปในทันที ก่อนจะจับแขนมารดาของตน พลางเอ่ยถาม“ท่านแม่ ฮองเฮามิให้พวกเราเข้าพบเช่นนี้ พวกเราจักทำเช่นไรกันดีเจ้าคะ? แคว้นพันธมิตรต่างก็เปิดเส้นทางการค้าขายมากมาย โดยเฉพาะแคว้นตงซาน จำนวนพ่อค้าหลวงเองก็มีจำกัด พวกเรามิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นได้นะเจ้าคะ”สายตาอของหลิวอิ๋งพลันเจือไปด้วยความเย็นชาเล็กน้อย เผยให้เห็นท่าทีสงบและฉลาดหลักแหลม“ไม่ต้องรีบร้อนไป ในเมื่อคนเป็นลูกมิยอมใ

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status